<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>86272</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/12/2020 12:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/12/2020 12:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ป.ป.ช.เปิดเซฟ​ส.ส.-ส.ว.​ 4​ ราย&#039;วันนอร์&#039;เบาะๆ45 ล้าน &#039;วิชัย&#039;อู่ฟู่เศรษฐีพันล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ธ.ค.63-สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินพร้อมเอกสารประกอบของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง จำนวน 4 ราย ได้แก่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.นายวิชัย ทิตตภักดี กรณีเข้ารับตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภา เมื่อวันที่ 14 ก.ย. 63&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.นายกรุงศรีวิไล สุทินเผือก กรณีพ้นจากตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 30 มิ.ย.63&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา กรณีพ้นจากตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 11 ก.ย. 63&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และ 4.พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง กรณีเข้ารับตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 16 ก.ย.63&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง และนางสุนีย์ สอดส่อง คู่สมรส แจ้งว่า มีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน 55,985,061 บาท โดยเป็นทรัพย์สินทั้งหมด 56,038,106 บาท แบ่งเป็นของ พ.ต.อ.ทวี 31,851,929 บาท และนางสุนีย์ 24,186,176 บาท ขณะที่หนี้สินมีจำนวน 53,045 บาท ซึ่งมาจากการกู้ร่วมในธนาคารและสถาบันการเงินอื่น ทั้งนี้ ทรัพย์สินส่วนใหญ่เป็นที่ดิน 19,650,000 บาท รองลงมาเป็นเงินลงทุน 6,794,586 บาท เงินฝาก 3,669,501 บาท เงินสด 1,300,000 บาท บ้าน 1 หลังในชื่อ พ.ต.อ.ทวี มูลค่า 9,000,000 บาท ย่านประเวศ ส่วนรายการทรัพย์สินอื่นที่มีมูลค่าตั้งแต่สองแสนบาทที่น่าสนใจ พ.ต.อ.ทวี ระบุว่า มี 53 รายการ มูลค่ารวม 14,774,617 บาท ส่วนใหญ่เป็นพระเครื่อง อาทิ สมเด็จวัดระฆังเลี่ยมทอง สมเด็จวัดเกศไชโยเลี่ยมทอง หลวงพ่อทวดเลี่ยมทอง หลวงปู่ทิมเลี่ยมทอง หลวงพ่อแช่มเลี่ยมทอง สมเด็จวัดศรีดอนมูล สมเด็จไพรีพินาศ สมเด็จวัดระฆังพิมพ์พระประธาน องค์จตุคามรามเทพ นอกจากนี้ ยังมีนาฬิกาหรูอีกหลายเรือน ปืน 3 กระบอก ชุดเครื่องประดับสตรี ทองคำแท่ง ชุดเครื่องเพชร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกรุงศรีวิไล สุทินเผือก และนางพรรณวิภา สุทินเผือก คู่สมรส แจ้งว่า มีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน 25,299,737 บาท โดยเป็นทรัพย์สินทั้งหมด 26,399,558 บาท แบ่งเป็นของนายกรุงศรีวิไล 18,140,384 บาท ของนางพรรณวิภา 8,259,173 บาท และมีหนี้สิน 1,099,820 บาท ซึ่งเป็นของนางพรรณวิภา ทั้งนี้ ทรัพย์สินส่วนใหญ่เป็นที่ดิน มูลค่า 15,646,662 บาท อยู่ในย่านลาดพร้าว บางกะปิ กทม. บางบ่อ จ.สมุทรปราการ และอ.พรหมบุรี จ.สิงห์บุรี ผู้ยื่นแจ้งว่ามีรายได้ต่อปีว่า มีรายได้จาก ส.ส. 710,665 บาท รายได้จากนักแสดง 253,728 บาท มีรายจ่ายประจำ เป็นค่าสาธารณูปโภค เดือนละ 15,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา และนางอัสนา วัฒนาทร คู่สมรส แจ้งว่ามีทรัพย์สินทั้งหมด 44,985,766 บาท ไม่มีหนี้สิน แบ่งเป็นของนายวันมูหะมัดนอร์ 14,062,656 บาท และของนางอัสนา 30,923,109 บาท ทั้งนี้ทรัพย์สินส่วนใหญ่เป็นที่ดินมูลค่ารวม 16,645,000 บาท โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง มูลค่ารวม 12,800,000 บาท เงินฝากมูลค่ารวม 12,209,765 บาท ยานพาหนะ มูลค่ารวม 1,655,000 บาท และทรัพย์สินอื่น (ราคาตั้งแต่สองแสนบาทขึ้นไป) มูลค่ารวม 1,595,000 บาท โดยทรัพย์สินอื่นที่น่าสนใจ อาทิ อาวุธปืน 2 กระบอก สร้อยคอและต่างหู 1 ชุด สร้อยข้อมือ 2 เส้น แหวน 4 วง นาฬิกา 2 เรือน มูลค่า 500,000 บาท และนาฬิกาอีก 3 เรือน มูลค่า 120,000 บาท &amp;nbsp;เป็นต้น อย่างไรก็ตามผู้ยื่นแจ้งว่ามีรายได้จากเงินเดือน ส.ส. เงินเบี้ยเลี้ยงชีพ ส.ส. และดอกเบี้ยจากธนคารรวม 967,730 บาท นอกจากนั้นยังมีรายได้จากค่าเช่าบ้าน 260,000 บาท และยังมีรายได้จากการขายทองคำ 1,200,000 บาท รายได้จากการขายห้องชุด 1,450,000 บาท มีรายจ่ายประจำเป็นค่าอุปโภคบริโภค การศึกษาบุตรหลาน และเงินบริจาครวม 1,885,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิชัย ทิตตภักดี และนางมาลี ทิตตภักดี คู่สมรส แจ้งว่ามีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน 1,008,093,099 บาท โดยเป็นทรัพย์สินทั้งหมด 1,018,146,927 บาท แบ่งเป็นของนายวิชัย 973,093,105 บาท และของนางมาลี 45,053,821 บาท หนี้สิน 10,053,827 ซึ่งเป็นหนี้สินของนายวิชัย ในส่วนเงินเบิกเกินบัญชี และเงินกู้จากธนาคารและสถาบันการเงินอื่น &amp;nbsp;ทั้งนี้ ทรัพย์สินส่วนใหญ่เป็น ที่ดินมูลค่า 714,000,000 บาท อยู่ในย่าน บางขุนเทียน กทม. 4 โฉนด ย่าน อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี 3 โฉนด ย่าน อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี &amp;nbsp;6 โฉนด ย่าน อ.เสนา อ.ราชคราม อ.บางซ้าย จ.พระนครศรีอยุธยา 4 โฉนด โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง มูลค่า 195,200,000 บาท โดยอยู่ในพื้นที่ กทม.ทั้งหมด ซึ่งรายการที่มูลค่าสูงสุดอยู่ในเขต จอมทอง กทม. มูลค่ากว่า 170,000,000 บาท ส่วนเงินฝากมูลค่ารวม 12,641,238 บาท เงินลงทุน มูลค่ารวม 3,497,900 บาท สิทธิและสัมปทาน มูลค่ารวม 7,136,788 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนรายการทรัพย์สินอื่นราคาตั้งแต่สองแสนบาทขึ้นไป ที่น่าสนใจ นายวิชัย ระบุว่า มี 74 รายการ มูลค่ารวม 78,401,000 บาท โดยส่วนใหญ่เป็นนาฬิกาและเครื่องประดับ อาทิ นาฬิกา Rolex 2 เรือน นาฬิกา Patek philippe 2 เรือน นาฬิกา Jaeger-Lecoultre 1 เรือน นาฬิกา Omega 1 เรือน &amp;nbsp;นาฬิกาล้อมเพชร 1 เรือน สร้อยทองคำและแหวนทองคำรวมอัญมณี ทองแท่ง สร้อยหยก ชุดเครื่องประดับเพชร สร้อยไข่มุก เข็มขัดทองคำ กระเป๋า Chanel 2 ใบ กระเป๋า Louis Vuitton 2 ใบ เป็นต้น นอกจากนั้นยังมีเหรียญทองที่ระลึก เหรียญเงินที่ระลึกหลายรายการ &amp;nbsp;พระเครื่องพระบูชาหลายรายการ รวมทั้งไวน์ต่างประเทศ 35 ขวด บรั่นดี สุราต่างประเทศ 17 ขวด อาวุธปืน 6 กระบอก อย่างไรก็ตามผู้ยื่นแจ้งว่ามีรายได้จากเงินประจำตำแหน่ง เบี้ยประชุม เงินเดือนจากบริษัท ค่าเช่าที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง &amp;nbsp;เงินปันผล รวมทั้งรายได้จากรางวัลสลากออมสินและสลากธ.ก.ส. รวม 2,780,300 บาท ส่วนรายจ่ายเป็นค่าใช้จ่านส่วนตัว ค่าผ่อนคอนโด และเงินบริจาค รวม 1,009,650 บาท.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86272</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรุงศรีวิไล สุทินเผือก, ทวี สอดส่อง, นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา, บัญชีทรัพย์สิน, ป.ป.ช., วิชัย ทิตตภักดี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201208/image_big_5fcf07a2acce6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42682</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/08/2019 17:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/08/2019 17:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วันนอร์ชี้ครม.บิ๊กตู่ไม่มีสิทธิบริหารงาน อ้างโอบามายังต้องปฏิญาณตนใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ส.ค. 2562 นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ กล่าวถึงการถวายสัตย์ปฏิญาณของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรมว.กลาโหม และคณะรัฐมนตรี ที่ไม่ครบตามรัฐธรรมนูญมาตรา 161 ว่าการถวายสัตย์เป็นเรื่องที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญว่าก่อนปฏิบัติหน้าที่รัฐบาลต้องเข้าถวายสัตย์ปฏิญาณ เมื่อไม่ได้ทำหรือทำไม่ครบก็ยังปฏิบัติหน้าที่ไม่ได้ เรื่องนี้จึงเป็นเรื่องของรัฐบาลที่จะต้องทำให้สมบูรณ์ ไม่เช่นนั้นการบริหารงานของรัฐบาล ทั้งเรื่องแต่งตั้งโยกย้ายหรือการใช้งบประมาณจะไม่ชอบด้วยกฎหมาย หากรัฐบาลยังขืนบริหารโดยไม่ครบสมบูรณ์ต้องรับผิดชอบ ในส่วนของฝ่ายค้านคงต้องดำเนินการยื่นกระทู้ ยื่นญัตติอภิปราย หรือส่งเรื่องต่อประธานสภาฯให้ส่งเรื่องต่อไปยังศาลรัฐธรรมนูญตีความว่าการถวายสัตย์ไม่ครบถ้วนศาลรัฐธรรมนูญจะว่าอย่างไร

จริงๆแล้วการถวายสัตย์ไม่ครบ สมัยนายบารัค โอบามา อดีตประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา เข้ารับตำแหน่งสมัยแรกเขาปฏิญาณตนไม่ครบยังไม่กล้าบริหาร ต้องปฏิญาณใหม่ถึงปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้ แม้รัฐธรรมนูญของไทยกับสหรัฐจะไม่เหมือนกันแต่เขาเป็นประเทศใหญ่ยังต้องทำใหม่ ดังนั้นนายกฯควรทำอะไรให้ประชาชนหายข้องใจ ไม่ใช่ตีขลุมไม่ตอบคำถาม เมื่อทำไม่สมบูรณ์ก็ทำใหม่ให้สมบูรณ์ไม่มีอะไรมาก ต่อไปสภาฯจะได้สบายใจว่าการบริหารของรัฐบาลถูกต้อง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42682</URL_LINK>
                <HASHTAG>การถวายสัตย์ปฏิญาณ, นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา, วันนอร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190725/image_big_5d394ecc19263.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41567</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/07/2019 08:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/07/2019 08:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;วันนอร์&#039;จี้แม่ทัพภาค 4 แจงชาวบ้านถูกจับเข้าค่ายแล้วส่งตัวไปICU ลั่นจะเป็นอุปสรรคแก้ปัญหาไฟใต้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ก.ค.62- นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่าผมรู้สึกไม่สบายใจอย่างยิ่ง ต่อกรณี &amp;quot;นายอับดุลเลาะ อีซอมูซอ&amp;quot; อายุ 32 ปี ชาวบ้านตำบลตะบิ้ง อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี ที่หมดสติภายในค่ายอิงคยุทธบริหาร ภายหลังจากการถูกควบคุมตัวจากเจ้าหน้าที่ที่ไม่ระบุสังกัด และจำนวน เมื่อเย็นวันเสาร์ที่ 20 กรกฏาคม 2562 ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ปรากฏว่าควบคุมตัวได้ไม่ถึงหนึ่งวันดี กลับถูกส่งไปยังห้อง ICU ของโรงพยาบาลปัตตานี ด้วยอาการหมดสติ ทั้งที่ชาวบ้านที่รู้จักทราบดีว่านายอับดุลเลาะ เป็นคนแข็งแรง ไม่มีโรคภัยไข้เจ็บอะไร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในการควบคุมตัวของเจ้าหน้าที่ ณ ค่ายอิงคยุทธบริหาร อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี นั้น ย่อมอยู่ในภายใต้การดูแลของเจ้าหน้าที่ หากชาวบ้านรายนี้มีอันตรายใดๆ ย่อมมิอาจรอดพ้นจากคำครหาของประชาชนอย่างแน่นอน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งจะกลายเป็นอุปสรรคในการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ อีกทั้งอาจจะเป็นเงื่อนไขที่ทำให้ภาครัฐทำงานได้ลำบาก ขาดความไว้เนื้อเชื่อใจจากประชาชน และนั้นย่อมทำให้ความร่วมมือระหว่างกันถอยห่างกันมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นผมขอเรียกร้องให้ทางกองทัพบก โดยเฉพาะท่านแม่ทัพภาคที่ 4 โปรดจงดำเนินการสอบสวน แสวงหาข้อเท็จจริง ร่วมกับภาคประชาชน เพื่อเป็นที่โปร่งใส ชัดเจน และเปิดเผยให้ประชาชนทราบโดยเร็วที่สุด หากพบว่าเป็นข้อผิดพลาดของเจ้าหน้าที่ ไม่ว่าจะในระดับใด ก็ขอจงอย่าได้ละเว้น ดำเนินคดีตามกฏหมายอย่างที่สุด พร้อมทั้งช่วยเหลือครอบครัวของผู้เสียหายให้เหมาะสมด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทางพรรคประชาชาติจะไม่ละทิ้งประเด็นดังกล่าวจนกว่าจะมีรายละเอียดที่ถูกต้องชัดเจน การควบคุมตัวชาวบ้านจนเกิดกรณีเข้าโรงพยาบาล ต้องได้รับคำอธิบายที่กระจ่างโดยเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอพระเจ้าจงคุ้มครอง ประทานพรให้สถานการณ์ดีขึ้นครับ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41567</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพภาคที่ 4, ค่ายอิงคยุทธบริหาร, นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา, ปัตตานี, พรรคประชาชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190722/image_big_5d35165c90425.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41357</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/07/2019 09:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/07/2019 09:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;นัจมุดดีน&#039;เผยเหตุลาออกจากโฆษกพรรคประชาชาติพร้อมชิงนายกฯอบจ.นราธิวาส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19ก.ค.62-นายนัจมุดดีน อูมา อดีตโฆษกพรรคประชาชาติ เปิดเผยว่าเนื่องจากตนไม่มีเวลาที่จะทำงานในส่วนกลางเท่าที่ควร ซึ่งขณะนี้ 7 พรรคร่วมฝ่ายค้านเพื่อประชาชนมีภารกิจการทำงานที่ดีมาก ซึ่งตนได้รับคำสั่งแต่งตั้งจากพรรคให้เป็นคณะทำงานฝ่ายกฎหมาย ซึ่งต้องศึกษากฎหมายเชิงลึกเกือบทุกฉบับที่ร่างขึ้นในสมัยที่ คสช.มีอำนาจ จึงต้องศึกษารัฐธรรมนูญ กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ พระราชบัญญัติ ประกาศหรือคำสั่ง คสช. ซึ่งมีจำนวนมาก จึงไม่มีเวลาในการทำหน้าที่โฆษกพรรคที่จะต้องทำงานร่วมกับ 7 พรรคฝ่ายค้าน จึงได้หารือนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรค และ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรค ว่าขอถอนตัวจากการเป็นโฆษกพรรค และยืนยันว่าไม่ได้มีปัญหาภายในทางการเมืองแต่อย่างใด ยังคงทำงานร่วมกันกับพรรคประชาชาติ เป็นสมาชิกพรรคประชาชาติเช่นเดิม โดยหัวหน้าพรรคได้มอบหมายให้คุณสุพจน์ อาวาส รองโฆษกพรรคทำหน้าที่เป็นโฆษกพรรคแทนก่อน และให้คุณมูฮัมหมัดรุสดี เชคฮารูณ กรรมการบริหารพรรคฝ่ายประชาสัมพันธ์ เป็นรองโฆษกพรรคก่อน เมื่อมีการประชุมกรรมการบริหารพรรคจะมีการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนประเด็นที่ปรากฎเป็นข่าวว่าจะลงสนามการเมืองท้องถิ่น ชิงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) นราธิวาสนั้น นายนัจมุดดีน กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ตัดสินใจจะลงสมัครหรือไม่ แต่มองว่านายก อบจ.นราธิวาสคนปัจจุบันนั้นดำรงตำแหน่งมาแล้ว 3 วาระ ระยะเวลา 12 ปี รวมกับรักษาการอีก 4 ปี รวม 16 ปีแล้ว ประชาชนหลายกลุ่มมีความเห็นตรงกันว่าควรจะมีการเปลี่ยนแปลง เพื่อให้คนอื่นได้มีโอกาสมาบริหารท้องถิ่นบ้าง ให้เกิดการพัฒนาในทางที่ดีขึ้น ซึ่งตนยอมรับว่าถูกทาบทามจากคนหลายฝ่ายว่าอยากให้มาทำหน้าที่บริหาร อบจ. แต่ยังไม่ตัดสินใจ จะขอเวลาฟังเสียงประชาชนว่ามีเสียงอย่างไร จะมีคนอื่นที่ดีกว่าหรือไม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;หากมีคนอื่นที่เหมาะสมกว่าก็พร้อมจะสนับสนุนคนนั้น แต่หากไม่มีแล้ว ผมก็พร้อมที่จะลงสนามนี้ เพราะมีประสบการณ์เป็นสมาชิกสภาจังหวัดนราธิวาส (สจ.) ตั้งแต่ปี 2532 ได้เป็น สจ.ตั้งแต่เรียนจบใหม่ๆ มีอาชีพเป็นทนายความที่เคยร่วมงานกับทนายสมชาย นีละไพจิตร ทำให้ได้รับความรู้ในการช่วยเหลือประชาชนค่อนข้างมาก และเคยเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฏร (ส.ส.) แล้ว 3 สมัย ทำการเมืองระดับชาติมานานกว่า 20 ปี จึงมีความพร้อมที่จะลงสนามนี้ แต่มีเงื่อนไขว่าต้องไม่มีคนอื่นที่มีความพร้อมมากกว่า&amp;quot;นายนัจมุดดีน กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนัจมุดดีน ยังเปิดเผยว่า สมาชิกหลายพรรคการเมืองในจังหวัดนราธิวาสเห็นตรงกันว่าควรจะมีการเปลี่ยนแปลงนายก อบจ. เพราะท่านดำรงตำแหน่งมา 3 สมัยแล้ว จึงมองว่าคะแนนเสียงของพรรคประชาชาติในจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ผ่านมา เป็นตัวชี้ประการหนึ่งว่ามีคะแนนนิยมสูงที่สุด ขณะที่พรรคฝ่ายรัฐบาลเช่นพลังประชารัฐก็น่าจะมีแคนดิเดตอยู่แล้ว ส่วนพรรคอื่นๆยังไม่ชัดเจนว่าจะส่งใครลงสมัครบ้าง แต่จากที่ได้พูดคุยกับแกนนำพรรคการเมืองอื่นๆในท้องถิ่นนั้น เห็นตรงกันว่าเรื่องการลงสมัครนายก อบจ.นราธิวาสนั้นขอให้เป็นวาระนราธิวาส อย่าให้เป็นเรื่องของพรรค เพราะปัญหาความเดือดร้อนของชาวนราธิวาสมีมากกว่าปัญหาของพรรคการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวได้ถามต่อว่า หากเสียงประชาชนเรียกร้องให้ลงสมัครนายก อบจ.นราธิวาสจริง จะมีนโยบายทำอะไรบ้าง นายนัจมุดดีน กล่าวว่าสิ่งที่ตนภาคภูมิใจที่สุดในชีวิต คือการผลักดันพร้อมกับท่านอาจารย์วันมูหะมัดนอร์ มะทา และคุณอารีเพ็ญ อุตรสินธุ์ ให้มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์เกิดขึ้นมาได้ ได้สร้างการเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นกับนราธิวาส มีคณะแพทยศาสตร์ มีคณะพยาบาล คณะวิศวกรรมศาสตร์ นั่นคือความภูมิใจที่เคยทำสำเร็จ และสิ่งที่จะทำต่อไปหากมีโอกาส ประการแรกคือ การปรับปรุงเรือเฟอร์รี่ข้ามชายแดนไทย-มาเลเซียที่อำเภอตากใบ ให้มีความทันสมัยและพร้อมใช้งานตลอดเวลาล สองคือการพัฒนาตลิ่งแม่น้ำสุไหงโกลก ตามแนวชายแดนตั้งแต่บ้านบูเก๊ะตา อ.แว้ง ไปจนถึงปากแม่น้ำที่บ้านตาบา อ.ตากใบ รวมระยะทาง 60 กม. จะสามารถแก้ปัญหาน้ำท่วม และปัญหาตามแนวพรมแดนได้ โดยจะผลักดันให้กรมโยธาธิการและผังเมือง และหน่วยอื่นๆที่เกี่ยวข้องพัฒนาส่วนนี้ให้ได้ &amp;nbsp;&amp;nbsp;
สามคือ นราธิวาสมีพรมแดนติดต่อกับประเทศมาเลเซีย 5 อำเภอ ปัจจุบันมี 3 อำเภอที่มีด่านพรมแดนที่ อ.ตากใบ อ.สุไหงโกลก และ อ.แว้ง ขณะที่ อ.จะแนะ และ อ.สุคิริน ติดพรมแดนมาเลเซียเช่นกันแต่ยังไม่มีด่านพรมแดน ทั้งที่มีเส้นทางทั้งสองฝั่งเชื่อมต่อกันได้ไม่ห่างไกลมากนัก และเป็นเส้นทางที่สามารถสัญจรตรงไปยังกรุงกัวลาลัมเปอร์ได้ในระยะทางเพียง 6 ชม. เท่านั้น ส่วนชาวมาเลเซียในรัฐเปรัคสามารถเดินทางมาขึ้นเครื่องบินไปกรุงเทพฯได้ที่สนามบินนราธิวาส และต้องผลักดันสนามบินนราธิวาสให้เป็นสนามบินนานาชาติให้ได้
สี่ต้องผลักดันให้มีสะพานมิตรภาพไทย-มาเลเซียคู่ขนานที่ อ.สุไหงโกลก เพื่อรองรับการเดินทางสัญจรของนักท่องเที่ยวที่หนาแน่นและเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ประการที่ห้า ผลักดันด่านชายแดนบูเก๊ะตา ที่ อ.แว้ง ให้ก่อสร้างอย่างเต็มรูปแบบเช่นฝั่งมาเลเซียได้สร้างเสร็จเรียบร้อยแล้วจากการที่ไทยขอให้มาเลเซียเปิดด่าน แต่ด่านฝั่งไทยกลับมีปัญหามาก &amp;nbsp; &amp;nbsp;ประการที่หก คือสร้างตลาดกลางผลไม้ เพื่อรองรับผลผลิตการเกษตร เช่น ทุเรียน เงาะ ลองกอง ให้สามารถขยายตลาดให้เกษตรกรออกไปได้กว้างขึ้น
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41357</URL_LINK>
                <HASHTAG>นัจมุดดีน อูมา, นายกฯอบจ.นราธิวาส, นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา, พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง, โฆษกพรรคประชาชาติ, ไทย-มาเลเซีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190719/image_big_5d3129691b575.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>38296</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/06/2019 18:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/06/2019 18:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วันนอร์&#039;ยันไม่มีใครทาบทามร่วมรัฐบาล ย้ำจุดยืนชัดเจนแล้วว่าอยู่ฝ่ายไหน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 มิ.ย.62- นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติกล่าวถึงกระแสข่าวถูกทาบทามให้ไปร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐว่า ไม่เป็นความจริงวันนี้ได้ประชุมกับกรรมการบริหารพรรคฯ ก็ไม่ได้มีการพูดเรื่องนี้ รวมถึงพันตำรวจเอก ทวี สอดส่ง ก็ไม่ได้มีการพูดเรื่องนี้แต่อย่างใด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เชื่อว่าทางฝ่ายจัดตั้งรัฐบาลคงไม่มีใครทาบทามอย่างแน่นอน เพราะทราบดีว่าพรรคประชาชาติมีจุดยืนอย่างไร ส่วนส.ส.เขตตอนนี้อยู่ในพื้นที่ยังไม่ได้มีการสอบถามแต่ก็เชื่อว่าไม่มีใครไปติดต่อมาร่วมรัฐบาลอย่างแน่นอนเพราะส.ส.ของพรรคประกาศไปแล้วชัดเจนว่ามีจุดยืนอยู่ฝ่ายไหน&amp;quot;นายวันนอร์กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38296</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตั้งรัฐบาล, นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา, พรรคประชาชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190121/image_big_5c45b026bfb7b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34699</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/04/2019 13:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/04/2019 13:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วันนอร์-ทวี&#039;ดาหน้าปัดร่วมรัฐบาลพปชร.ลั่นไม่หักหลังปชช.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 เม.ย.62- นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ กล่าวถึงกระแสข่าวพรรคพลังประชารัฐ(ฟปชร.) ทาบทามพรรคประชาชาติในการจัดตั้งรัฐบาลว่า ยังไม่ได้มีการหารือ หรือพบปะกับใครในการร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐ ไม่มีการติดต่อพูดคุยจากใครมาถึงตนเอง รวมถึง พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ ซึ่งได้รับมอบหมายโดยตรงในการหารือเข้าร่วมรัฐบาลก็ไม่ได้หารือกับใคร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;หากมีก็ต้องแจ้งในที่ประชุมพรรค ซึ่งขณะนี้ยังไม่มี เพราะพรรคยังต้องรอการประกาศผลเลือกตั้งอย่างเป็นทางการจาก กกต.ในวันที่ 9 พ.ค. ยืนยันพรรคประชาชาติไม่ได้ฉีกสัตยาบันที่ทำไว้กับ 7 พรรคแนวร่วมในการต่อต้านการสืบทอดอำนาจ คสช. เพราะถือเป็นสัญญาประชาชนสัตยาบัน ที่ทำนั้นไม่ได้ทำกับพรรคการเมือง แต่ทำกับประชาชนด้วย พรรคประชาชาชาติ จึงไม่หักหลังประชาชนเด็ดขาด และยังเป็นพรรคที่ยึดมั่นใน&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านพ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า พรรคประชาชาติมีการประชุมคณะทำงานที่มีหัวหน้าพรรค เป็นประธานที่ประชุมเกือบทุกสัปดาห์ ยืนยันว่าจะเคารพเสียงประชาชนและนโยบายพรรคที่ใช้หาเสียง ที่ไม่สนับสนุนการสืบทอดอำนาจ คสช. ที่ผ่านมา ไม่เคยมีท่านใดในฝ่ายคสช .ติดต่อกับตนแต่อย่างใดยืนยันพรรคประชาชาติ ตระหนักว่าในระบอบประชาธิปไตย ต้องอยู่ข้างประชาชนและนักการเมืองต้องศรัทธาต่อประชาชน ก่อนและหลังการเลือกตั้งได้รวมตกลงและประกาศให้ประชาชนทั้งประเทศและสื่อมวลชนต่างประเทศ ว่าจะสนับสนุนพรรคการเมืองที่เป็นฝ่ายประชาธิปไตยในการจัดตั้งรัฐบาล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;หากดูคะแนนทั้ง 7 พรรคที่ร่วมลงสัตยาบัน Popular vote มากกว่า 16.4 ล้านเสียง ส่วนพรรคที่สนับสนุน หัวหน้าคสช. เป็นนายกฯ มี 3 พรรค คือพรรคพลังประชารัฐ รวมพลังประชาชาติไทย ประชาชนปฏิรูป รวมกันเพียงประมาณ 8.8 ล้านเสียงเท่านั้น คะแนน popular vote นี้ยังไม่รวมถึงพรรคการเมืองอื่นที่ในช่วงหาเสียงที่หัวหน้าพรรคพูดผ่านสื่อสารมวลชนทั้งประเทศว่าไม่สนับสนุน หัวหน้า คสช.เป็นนายกรัฐมนตรี ถ้าจำไม่ผิด หัวหน้าพรรค ที่ได้ที่ 4 และที่ 5 ได้ประกาศเป็นนโยบายหาเสียงด้วย ที่จะไม่สนับสนุนการสืบทอดอำนาจ ที่สำคัญการตัดสินใจหลังการเลือกตั้ง พรรคการเมืองต่างๆจะรอผลเลือกตั้งจาก กกต.อย่างเป็นทางการที่จะประกาศประมาณช่วงวันที่ 9 พ.ค. ก่อน&amp;quot;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34699</URL_LINK>
                <HASHTAG>จัดตั้งรัฐบาล, นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา, พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง, พรรคประชาชาติ, พรรคพลงประชารัฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180912/image_big_5b98d49cdc6a6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>32274</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/03/2019 13:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/03/2019 13:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วันนอร์&#039;ยัน7เสียงประชาชาติอยู่ฝ่ายประชาธิปไตย ไม่เชื่อมโยงฝ่ายสืบทอดอำนาจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 มี.ค.62- นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ พร้อมด้วย พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรค ค แถลงข่าวที่สำนักงานพรรคประชาชาติ เขตดอนเมือง กรุงเทพฯ เป็นการแสดงท่าทีของพรรคถึงแนวทางจัดตั้งรัฐบาล หลังจากที่พรรคประชาชาติได้รับคะแนนเสียงเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการรวม 7 ที่นั่ง คือ ส.ส.แบบเขต 6 ที่นั่ง และ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ 1 ที่นั่ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวันมูหะมัดนอร์ &amp;nbsp;กล่าวว่า คะแนนเลือกตั้ง ส.ส. 7 ที่นั่งนั้น ได้มอบเลขาธิการพรรคพูดคุยเรื่องการร่วมจัดตั้งรัฐบาล คะแนนที่ได้นั้นยังไม่เป็นทางการ ถึงแม้ว่ากกต.จะประกาศผลอย่าวเป็นทางการในวันที่ 9 พ.ค.นี้ แต่คะแนนร้อยละ 99 ควรรู้ผลภายใสนสัปดาห์นี้ เพื่อให้พรรคการเมืองแต่ละพรรคได้หารือกันจัดตั้งรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จุดยืนของพรรคประชาชาติในการจัดตั้งรัฐบาล มติในที่ประชุมกรรมการบริหารพรรค มีมติชัดเจนว่าพรรคประชาชาติจะยืนเคียงข้างฝ่ายประชาธิปไตย และเคียงข้างความต้องการของประชาชน เราไม่สามารถเชื่อมโยงกับพรรคการเมืองที่ต้องการสืบทอดอำนาจเผด็จการได้ ซึ่งขณะนี้มี 2 พรรคใหญ่พร้อมที่จะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล พรรคประชาชาติเราพร้อมสนับสนุนฝ่ายที่มีจุดยืนประชาธิปไตยในการจัดตั้งรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เป็นหน้าที่ของพรรคฝ่ายประชาธิปไตยที่จะต้องคุยกัน เบื้องต้นต้องหารือกันในเรื่องการเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร และนายกรัฐมนตรี ส่วนการจัดตั้งรัฐบาลนั้นคงต้องใช้เวลา แต่คงจะชัดเจนในสัปดาห์หน้า ปัจจัยหนึ่งที่ไม่เป็นปกติในการจัดตั้งรัฐบาลคือ เรื่องของ ส.ว. 250 คน จะเป็นตัวแปรทำให้เสียงของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไม่สามารถควบคุมการเลือกนายกรัฐมนตรีได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านพ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีพรรคใดติดต่อมาโดยตรงเพื่อขอร่วมจัดตั้งรัฐบาล แต่สิ่งที่เป็นห่วงคือต้องยอมรับว่าตลอดหลายปีที่ผ่านมาภาพของการเมืองถูกมองในแง่ลบ วันนี้อยากเห็นนักการเมืองเปลี่ยนเป็น &amp;ldquo;นักสร้างสันติภาพ&amp;rdquo; ไม่ใช่แข่งขันเพื่อชิงอำนาจกัน ส่วนหลักการที่ไม่เป็นประชาธิปไตย เมื่อเราเลือกตั้งเข้ามาแล้ว อยากเห็นทุกพรรคหันหน้ามาคุยกัน เพราะปัญหาของประชาชนมีมากกว่าการที่นักการเมืองจะชิงตำแหน่งกัน เราน่าจะมีจุดเริ่มต้นในการสร้างสันติภาพของนักการเมืองก่อนที่จะบอกให้ประชาชนปรองดองสามัคคีกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราต้องยอมรับความจริงว่าฝ่ายที่ไม่ต้องการการสืบทอดอำนาจได้คะแนนเสียงมากกว่า ส่วนฝ่ายที่ต้องการสืบทอดอำนาจได้เสียงมากเช่นกันในเขตเดียวกัน ปัญหาอาจจะไม่ใช่แค่เรื่องสิทธิเสรีภาพเพียงอย่างเดียว แต่อาจมีปัญหาอย่างอื่นตามมา ซึ่งอย่างที่หัวหน้าพรรคกล่าวคือ การใช้อิทธิพล บางคนใช้งบประมาณรัฐหาเสียง อย่างไรก็ตามเรามีการเลือกตั้งแล้ว เสียงที่ได้แบ่งเป็น 50/50 ถ้าเราปล่อยอย่างนี้ต่อไปอันตราย เราไม่อยากให้เกิดเหมือนพฤษภาทมิฬ เมื่อปี 2534 ขอฝากทุกพรรค อยากให้นักการเมืองเปลี่ยนเป็นนักสร้างสันติภาพ.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32274</URL_LINK>
                <HASHTAG>7 ที่นั่ง, นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา, ฝ่ายประชาธิปไตย, พรรคประชาชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190326/image_big_5c99cb6ae71d4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
