<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>38286</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/06/2019 16:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/06/2019 06:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทส.ปลุกคนไทยเปลี่ยนพฤติกรรม ขยายผลลดมลพิษทางอากาศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายวิจารย์ สิมาฉายา ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า แม้ปัจจุบันปัญหาปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 เกินค่ามาตรฐานในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว แต่รัฐบาลยังคงให้ความสำคัญและได้ยกระดับให้เป็นปัญหาระดับชาติที่จะต้องมีการดำเนินการติดตามเพื่อป้องกันและแก้ไขอย่างต่อเนื่อง ปัญหามลพิษทางอากาศเป็นภัยคุกคามต่อคนทั่วโลก ซึ่งจากข้อมูลขององค์การอนามัยโลกชี้ว่า 9 ใน 10 ของประชากรโลกล้วนต้องหายใจเอาอากาศที่ปนเปื้อนมลพิษเข้าไป ทำให้แต่ละปีมีผู้เสียชีวิตก่อนวัยอันควรราว 7 ล้านคน หรือชั่วโมงละ 800 คน ซึ่งในจำนวนนี้อยู่ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกถึง 4.2 ล้านคน โดยยังไม่รวมผลกระทบอื่น ๆ ทั้งด้านสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจที่คิดเป็นมูลค่ามหาศาล ดังนั้นจึงถึงเวลาแล้วที่ทุกฝ่ายจะต้องร่วมกันแก้ไขปัญหากันอย่างต่อเนื่องและจริงจังมากขึ้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;เราทราบดีอยู่แล้วว่าสาเหตุหลัก ๆ ของปัญหามลพิษทางอากาศเกิดจากอะไรบ้าง เช่น ในเขตเมืองมาจากเรื่องของยานพาหนะ ซึ่งต้องแก้ปัญหาด้วยการใช้พลังงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม การใช้พลังงานทดแทน หรือการสนับสนุนการโดยสารผ่านระบบขนส่งมวลชน ขณะที่ในพื้นที่ที่มีปัญหาการเผาในที่โล่ง ก็จำเป็นต้องมีการควบคุมดูแล โดยเริ่มจากพื้นที่ที่สามารถทำได้ทันทีก่อนแล้วค่อย ๆ ขยายผลไปยังพื้นที่อื่นต่อไป โดยแนวทางทั้งหมดเหล่านี้จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่าย โดยเฉพาะประชาชนและชุมชนที่ทุกคนจะต้องเข้ามามีส่วนร่วมอย่างจริงจัง เพื่อให้การแก้ปัญหาสัมฤทธิ์ผลต่อไป ซึ่ง ทส. พร้อมเป็นตัวกลางประสานงานการขับเคลื่อนของภาคส่วนต่าง ๆ โดยมีเป้าหมายลดจำนวนวันที่มีฝุ่นละอองขนาดเล็กในอากาศเกินค่ามาตรฐานให้น้อยลงอย่างต่อเนื่อง เช่น ครั้งล่าสุดที่ผ่านมา กทม. มีอากาศเกินค่ามาตรฐาน 45 วัน ดังนั้นปีหน้าจะต้องทำให้น้อยกว่านี้ให้ได้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวด้วยว่า นอกจากปัญหามลพิษทางอากาศแล้ว กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ยังให้ความสำคัญต่อการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาขยะพลาสติกให้เกิดความต่อเนื่องเช่นกัน โดยประเด็นนี้เป็นประเด็นการรณรงค์วันสิ่งแวดล้อมโลกของปีที่แล้ว ดังนั้นการจัดงานวันสิ่งแวดล้อมโลกปีนี้ ยังได้มีการจัดเวทีการประชุมเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาชน มาร่วมทบทวนผลการดำเนินงานตลอด 1 ปีที่ผ่านมา เราได้ทำอะไรไปบ้าง สิ่งไหนควรสานต่อ และมีสิ่งไหนที่ควรปรับปรุง เพื่อให้การขับเคลื่อนการแก้ปัญหาในเรื่องนี้เป็นไปอย่างต่อเนื่อง เพราะแม้ปัจจุบันคนไทยจะเกิดความตื่นตัวเกี่ยวกับการลดขยะพลาสติกมากขึ้น แต่ภาพรวมสถานการณ์ปัญหายังคงมีความรุนแรงอยู่ เนื่องจากเป็นปัญหาที่เรื้อรังมานาน จึงต้องการความต่อเนื่องในการจัดการ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;สุดท้ายนี้ผมอยากฝากถึงคนไทยทุกคนว่า เรื่องสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องสำคัญและเป็นปัญหาของทุกคนรวมทั้งมีความเชื่อมโยงถึงกันหมด จึงอยากขอให้ประชาชนทุกคนร่วมกันสำรวจกิจกรรมของตัวเองว่า เราจะช่วยกันลดปัญหาสิ่งแวดล้อมได้อย่างไร เช่น การเดินทางอาจเลือกใช้ระบบขนส่งมวลชนเพื่อช่วยลดมลพิษทางอากาศ หรือการงดใช้ถุงพลาสติกและกล่องโฟม ด้วยการพกถุงผ้าและพาชนะใส่น้ำหรืออาหารของตัวเอง ซึ่งเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องง่าย ๆ ที่เราสามารถช่วยได้และลงมือทำด้วยตนเองได้ทันที&amp;rdquo; ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38286</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.), นายวิจารย์ สิมาฉายา, ลดมลพิษ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190611/image_big_5cff766922132.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>37229</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/05/2019 18:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/05/2019 18:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วันสิ่งแวดล้อมโลก 5 มิ.ย. ยกปัญหา&#039;หมอกควัน-ฝุ่นพิษ&#039; คุกคามชีวิตและสิ่งแวดล้อม   </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; วันนี&amp;nbsp;นายวิจารย์ สิมาฉายา ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) พร้อมด้วย นายรัชฎา สุริยกุล อธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม (สส.) Dr. Isabelle Louis รองผู้อ้านวยการ ภาคพื นเอเซียแปซิฟิก โครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ &amp;nbsp;จัดแถลงข่าวงานวันสิ่งแวดล้อมโลก ประจำปี 2562 (World Environment Day 2019) ในวันที่ 5 มิถุนายน 2562 &amp;ldquo; Beat Air Pollution : หยุดหมอกควันและ อากาศพิษ เพื่อคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อม &amp;rdquo; ณ อาคารอิมแพ็ค ฟอรั่ม ศูนย์การแสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี จ.นนทบุรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิจารย์ สิมาฉายา &amp;nbsp;กล่าวว่า องค์การสหประชาชาติได้กำหนดให้วันที่&amp;nbsp;&amp;nbsp;5 มิ.ย.ของทุกปี เป็นวันสิ่งแวดล้อมโลก เพื่อให้ทั่วโลกตื่นตัวกับวิกฤตการณ์สิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้น ร่วมกันหาแนวทางป้องกันและลงมือแก้ไข โดยปีนี้โครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ หรือ UNEP&amp;nbsp;&amp;nbsp;รณรงค์ภายใต้คำขวัญ &amp;ldquo;Beat Air Pollution&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;หยุดหมอกควันและอากาศพิษ เพื่อคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อม&amp;rdquo; ซึ่งปีนี้ สาธารณรัฐประชาชนจีนเป็นเจ้าภาพการจัดงาน เรียกร้องให้ทุกภาคส่วนให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศที่เป็นภัยคุกคามผู้คนทั่วโลก ทั้งกระทบต่อการดำเนินชีวิต กระทบต่อสุขภาพ ก่อให้เกิดโรคต่างๆ เช่น กลุ่มโรคระบบหัวใจและหลอดเลือด โรคเรื้อรังของทางเดินหายใจ โรคติดเชื้อเฉียบพลัน โรคมะเร็งปอด และเสี่ยงต่อ สมองเสื่อม รวมทั้งกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศ ตลอดจนกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และส่งผลต่อการเกิดภาวะโลกร้อน ซึ่งข้อมูลจาก UNEP พบว่า 9 ใน 10 ของประชากรโลกหายใจเอาอากาศที่ปนเปื้อนมลพิษเข้าไป ทำให้แต่ละปีมีผู้เสียชีวิตก่อนวัยอันควรราว 7 ล้านคน ในจำนวนนี้ เกินครึ่ง &amp;nbsp;กว่า&amp;nbsp;4 ล้านคนอยู่ในแถบเอเชีย &amp;ndash; แปซิฟิก คิดเป็นมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจในระดับโลกถึง 5 ล้านล้านเหรียญสหรัฐต่อปี และในปีนี้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ โดยกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กำหนดจัดงานวันสิ่งแวดล้อมโลก ประจำปี 2562&amp;nbsp;ขึ้น เพื่อรณรงค์พร้อมกับประเทศต่างๆ ทั่วโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot; กระทรวงฯ แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งกำกับดูแลการปล่อยมลพิษทางอากาศของสถานประกอบการ โรงงานและนิคมอุตสาหกรรม การตรวจวัดฝุ่นควันจากท่อไอเสียรถยนต์การป้องกันและแก้ไขปัญหาหมอกควันในภาคเหนือ และลดการเผาในที่โล่ง ซึ่งได้มีการจัดตั้งศูนย์เรียนรู้ชุมชนต้นแบบปลอดการเผา ครอบคลุมพื้นที่ 9 จังหวัด ภาคเหนือตอนบน จำนวน 29 ศูนย์เพื่อเป็นแหล่งถ่ายทอดองค์ความรู้และพัฒนาศักยภาพของชุมชนในการขยายผลไปสู่หมู่บ้าน อำเภอ จังหวัด &amp;nbsp;อีกทั้งมีการขยายความร่วมมือกับประเทศในภูมิภาคอาเซียนแก้มลพิษหมอกควันข้ามแดนอย่างยั่งยืน โดยมีเป้าหมายเป็นภูมิภาคปลอดหมอกควันภายในปี 2563 ส่วนแนวทางแก้ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก ได้มีแนวทางส่งเสริมให้รถยนต์สาธารณะ ปรับเปลี่ยนไปใช้น้ำมัน B20 ให้มากขึ้น รวมทั้งเร่งรัดนำน้ำมันดีเซลเทียบเท่ามาตรฐาน EURO 5 มาจำหน่ายในกรุงเทพฯและปริมณฑล ถึงเวลาแล้วที่ทุกคนต้องร่วมมือกันตั้งแต่ตอนนี้ ช่วยปรับปรุงคุณภาพอากาศให้ดีขึ้นได้เพียงปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ลดกิจกรรมที่ก่อให้เกิดมลพิษ เพื่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดี &amp;quot; นายวิจารย์ กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นายรัชฎา สุริยกุล ณ อยุธยา อธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กล่าวเสริมว่า การจัดงาน วันสิ่งแวดล้อมโลก ประจำปี 2562 ในวันที่ 5 มิ.ย.นี้ ณ ห้องแกรนด์ ไดมอนด์ บอลรูม อาคารอิมแพ็ค ฟอรั่ม &amp;nbsp;อิมแพ็ค เมืองทองธานี &amp;nbsp;ตั้งแต่เวลา 09.00 &amp;ndash; 17.00 น. กิจกรรมที่น่าสนใจ เช่น การปาฐกถาพิเศษ เรื่อง &amp;ldquo;บทเรียนการแก้ไขมลพิษทางอากาศระดับประเทศ การเสวนา เรื่อง &amp;ldquo;การขับเคลื่อนให้เกิดการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการแก้ไขปัญหามลพิษคุณภาพอากาศ&amp;rdquo; ในหลากหลายแง่มุม ทั้งสถานการณ์มลพิษทางอากาศ Air4Thai ผลกระทบต่อสุขภาพและการปฏิบัติตัว การคมนาคม สีเขียว รถยนต์ไฟฟ้าทางเลือกใหม่ไร้มลพิษ Smart City เพื่อสิ่งแวดล้อมสีเขียว การขนส่งและธุรกิจสีเขียว และการจัดการ ไฟป่าภาคเหนือ ตลอดจนนิทรรศการเนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลก ประจำปี 2562 รวมทั้งนิทรรศการของหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง เช่น UNEP สถาบันการจัดการบรรจุภัณฑ์และรีไซเคิลเพื่อสิ่งแวดล้อม บริษัท เต็ดตรา แพ้ค (ประเทศไทย) จำกัด และหน่วยงานภายใต้สังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37229</URL_LINK>
                <HASHTAG>BEAT AIR POLLUTION, กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม, กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.), นายวิจารย์ สิมาฉายา, มลพิษอากาศกรุงเทพ, วันสิ่งแวดล้อมโลก ประจำปี 2562, หมอกควันภาคเหนือ, องค์การสหประชาชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190530/image_big_5cefb8fb9cca0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26744</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/01/2019 17:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/01/2019 07:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดเวทีติวเข้ม 14 เมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืน สู่การพัฒนาเป็น“เมืองต้นแบบสิ่งแวดล้อมยั่งยืน”ระดับอาเซียน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) โดยกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม (สส.) เปิดเวทีประชุม National &amp;ldquo;SDGs&amp;rdquo; Workshop สร้างความร่วมมือระหว่างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 14 แห่ง และภาคีเครือข่าย จุดกระแสร่วมคิดและขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองและ
การจัดการสิ่งแวดล้อมท้องถิ่นตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยมี &amp;ldquo;เทศบาลนครภูเก็ต-อุดร&amp;rdquo; ขานรับ ประกาศพร้อมเป็นเมืองแนวหน้าสู่การพัฒนาเป็นเมืองต้นแบบสิ่งแวดล้อมยั่งยืนระดับอาเซียน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายวิจารย์ สิมาฉายา ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า แนวคิด &amp;ldquo;การพัฒนาที่ยั่งยืน&amp;rdquo; หรือ SDGs เป็นแนวคิดกระแสหลักที่มุ่งให้เกิดการพัฒนาด้านเศรษฐกิจ สังคม ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อย่างสมดุล โดยองค์การสหประชาชาติ (UN) ได้กำหนดให้เป็นวาระการพัฒนาระดับโลก และให้แต่ละประเทศใช้เป็นแนวทางพัฒนาในทิศทางเดียวกันทั่วโลกในอีก 15 ปีข้างหน้า &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;โดยประชาคมอาเซียนได้นำแนวคิดดังกล่าวมากำหนดเป็นทิศทางการพัฒนาภูมิภาคผ่านโครงการ &amp;ldquo;เมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืน&amp;rdquo; ภายใต้ยุทธศาสตร์หลักด้านความยั่งยืน ในวิสัยทัศน์ประชาคมอาเซียนปี 2025 ซึ่งถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการยกระดับการพัฒนาและจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อมเมือง นำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน ภายใต้พลังความร่วมมือของภาคีทุกระดับ ได้แก่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ชุมชน ภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรพัฒนาเอกชน และประชาสังคม โดยประสานการทำงานร่วมกันในลักษณะเครือข่ายอย่างครอบคลุมทั่วพื้นที่ทุกระดับ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ด้าน นายรัชฎา สุริยกุล ณ อยุธยา อธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กล่าวเสริมว่า กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม มีภารกิจในการแปลงนโยบายสู่การปฏิบัติตามกรอบระดับชาติและสากล รวมทั้งยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 เพื่อขับเคลื่อนการจัดการสิ่งแวดล้อมเมืองของประเทศไทยให้เกิดผลที่เป็นรูปธรรม โดยน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งมุ่งเน้นการพัฒนาที่มีความสมดุลด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม มาเป็นแนวทางในการพัฒนาตั้งแต่ระดับชุมชน ท้องถิ่น ไปสู่จังหวัด และประเทศ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นอกจากนี้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ยังมอบหมายกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อมให้เป็นหน่วยงานประสานโครงการ &amp;nbsp;ASEAN SDGs Frontrunner City ของประเทศไทย ภายใต้ความร่วมมือกับรัฐบาลญี่ปุ่น สำนักงานเลขาธิการอาเซียน และ Japan &amp;ndash; ASEAN Integrated Fund เพื่อยกระดับเมืองที่ได้รับรางวัลชนะเลิศจากการประเมินเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืนระดับประเทศ ตั้งแต่ปี 2558 ถึงปัจจุบัน ตามหลักการ เมืองอยู่ดี คนมีสุข สิ่งแวดล้อมยั่งยืน เทศบาลแห่งการเรียนรู้และการบริหารจัดการที่ดี ให้มีความพร้อมสู่การเป็นต้นแบบเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืนอาเซียน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;การประชุมเชิงปฏิบัติการ National &amp;ldquo;SDGs&amp;rdquo; Workshop ครั้งที่ 1 เมื่อระหว่างวันที่ 10-11 มกราคม 2562 ที่ผ่านมา ที่โรงแรมเจ้าพระยาปาร์ค กรุงเทพมหานคร จึงเป็นเวทีติดเข้มเพื่อสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาคีเครือข่ายกับองค์ปกครองส่วนท้องถิ่น 14 เมือง ที่ได้ผ่านการประเมินเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืนระดับประเทศ และมีความพร้อมในการเป็นเมืองต้นแบบ 4 ด้าน คือ 1) เป็นเมืองคุณภาพสิ่งแวดล้อม 2) พร้อมเป็นแหล่งเรียนรู้ 3) เชิดชูอัตลักษณ์ และ 4) ยึดหลักการมีส่วนร่วม ในการร่วมคิดและเตรียมการขับเคลื่อนงานด้านการพัฒนาเมืองและการจัดการสิ่งแวดล้อมท้องถิ่นตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ตลอดจนส่งเสริมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทั้งในระดับประเทศและภูมิภาคอาเซียน เพื่อเพิ่มพูนศักยภาพด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมยั่งยืน โดยเฉพาะการจัดการสิ่งแวดล้อมเมืองยั่งยืนและการเก็บข้อมูลตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ใน 3 ประเด็น ประกอบด้วย Zero Waste, พื้นที่สีเขียวยั่งยืน และการจัดการป่าชุมชน ซึ่งจะทำให้กลุ่มเป้าหมายจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและภาคีความร่วมมือ เกิดความรู้ ความเข้าใจ ด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมเมืองยั่งยืน สร้างความเข้มแข็งเครือข่ายเมืองต้นแบบสิ่งแวดล้อมยั่งยืนอาเซียน เป็นการจุดประกายเพิ่มพูนองค์ความรู้การพัฒนาสิ่งแวดล้อมเมือง สู่ความเป็นเมืองต้นแบบการจัดการสิ่งแวดล้อมยั่งยืน ตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนระดับอาเซียนต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;สำหรับ 14 เมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืนระดับประเทศ ประกอบด้วย เทศบาลนครเชียงราย เทศบาลตำบลเวียงเทียง และเทศบาลตำบลเชียงเคี่ยน จังหวัดเชียงราย , เทศบาลนครภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต , เทศบาลนครอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี , เทศบาลเมืองกระบี่ จังหวัดกระบี่ , เทศบาลเมืองพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี , เทศบาลเมืองตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ , เทศบาลเมืองพิจิตร จังหวัดพิจิตร , เทศบาลตำบลเกาะคา จังหวัดลำปาง เทศบาลตำบลบ้านสาง จังหวัดพะเยา , เทศบาลตำบลเรณูนคร จังหวัดนครพนม , เทศบาลตำบลหนองเต็ง จังหวัดบุรีรัมย์ และเทศบาลตำบลฉมัน จังหวัดจันทบุรี โดยมีเทศบาลนครภูเก็ตและเทศบาลนครอุดรธานี เป็น 2 เมืองแนวหน้า หรือ Frontrunner City ของประเทศไทย ที่เตรียมยกระดับสู่การเป็นเมืองต้นแบบสิ่งแวดล้อมยั่งยืนระดับอาเซียน เพื่อให้บรรลุตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน เป้าหมายที่ 11 ในเรื่องของเมืองและการตั้งถิ่นฐานอย่างปลอดภัยและมีการพัฒนาที่ยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ซึ่ง นายถาวร จิรพัฒนโสภณ รองนายกเทศมนตรีนครภูเก็ต กล่าวว่า เทศบาลนครภูเก็ตได้รับรางวัลเมืองสิ่งแวดล้อมน่าอยู่อย่างยั่งยืน ประจำปี 2560 แต่ที่ผ่านมาก็ยังมีหลายเรื่องที่ยังประสบความสำเร็จไม่เต็มที่ เช่น การจัดการขยะตั้งแต่ต้นทาง จึงตัดสินใจที่ขับเคลื่อนเรื่องนี้ต่อ โดยได้รับการคัดเลือกร่วมกับเทศบาลนครอุดรธานีให้เป็นพื้นที่นำร่องต้นแบบเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืนอาเซียน ซึ่งที่ผ่านมาได้รับการสนับสนุนที่ดีจาก กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ที่ทำหน้าที่ฝ่ายวิชาการให้ความรู้และแนวทางที่นำไปสู่การปฏิบัติอย่างได้ผล ทำให้มั่นใจว่าจะสามารถขับเคลื่อนการทำงานโดยเฉพาะการจัดการขยะที่ต้นทาง ให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นกว่าที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นางวิภาพร ธีระธรรม หัวหน้าฝ่ายประเมินผลและสถิติ กองวิชาการและแผนงาน เทศบาลนครอุดรธานี กล่าวว่า เทศบาลนครอุดรธานีได้รับรางวัลเมืองสิ่งแวดล้อมน่าอยู่อย่างยั่งยืน ประจำปี 2559 ได้ดำเนินการต่อยอดความสำเร็จเพื่อก้าวสู่ความเป็นเมืองต้นแบบเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืนอาเซียน โดยเฉพาะการจัดการขยะต้นทางเพื่อเมืองสะอาดซึ่งจะเป็นตัวชี้วัดถึงศักยภาพและความร่วมมือของภาคีเครือข่ายต่าง ๆ ในการพัฒนาพื้นที่ให้เกิดความยั่งยืนได้เป็นอย่างดี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26744</URL_LINK>
                <HASHTAG>#อาเซียน, กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.), นายวิจารย์ สิมาฉายา, ประชาคมอาเซียน, สิ่งแวดล้อมยั่งยืน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190116/image_big_5c3f057d1c2d3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
