<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>114710</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/08/2021 13:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/08/2021 12:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วิชา&#039;เตือนคดี&#039;ผกก.โจ้&#039;อย่าปิดฟ้าด้วยฝ่ามือ ยกฎีกาชัดเจนใช้ถุงดำคลุมหัวมีเจตนาฆ่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27​ ส.ค.64 -&amp;nbsp;ที่รัฐสภา นายวิชา มหาคุณ กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. .. รัฐสภา ให้สัมภาษณ์ถึงคดี พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล หรือ ผู้กำกับโจ้ อดีตผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรเมืองนครสวรรค์ และพวก ในคดีร่วมกันฆ่าผู้ต้องหาค้ายาเสพติด โดยใช้ถุงคลุมหัวผู้ต้องหาจนเสียชีวิต ว่า ขอใช้คำว่าอย่าปิดฟ้าด้วยฝามือ เพราะออกมาเหมือนกับการเปลือยล้อนจ้อนว่าการกระทำนั้นเป็นอย่างไรบ้าง ซึ่งแสดงถึงอิทธิพลของโซเชียลมีเดีย อย่างชนิดที่เรียกว่าไม่มีใครยับยั้งได้ มันเหมือนพายุร้ายที่กวาดล้างความไม่ดีงามต่างๆ ซึ่งโซเชียลมีเดียมีอิทธิพลอย่างสำคัญ เพราะฉะนั้นใครจะทำอะไรต้องระวัง&amp;nbsp; แต่การระวังในที่นี้ไม่ได้หมายความว่า ระวังว่าทำอะไรไม่ให้มีใครเห็น เพราะเดี๋ยวนี้หูตาประชาชนและคนในวงการเขาทนไม่ไหว ถ้าไม่ใช่คนในวงการถ่ายคลิปไว้ก็คงจะไม่สามารถเอามาเปิดเผยได้ เพราะเขาปลดกล้องออกหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;แสดงให้เห็นว่า แนวทางการป้องกันปราบปรามการทุจริตหรือประพฤติมิชอบของเจ้าหน้าที่รัฐทั่วโลกในขณะที่ใช้หลักผู้แจ้งเบาะแส แจ้งข้อมูล&amp;nbsp; ไม่ว่าจะอยู่ซอกไหน ลืบไหน ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตามมีอำนาจในมือคือ &amp;ldquo;มือถือ&amp;rdquo;โมบายโฟน องค์การต่อต้านทุจริตของโลกยอมรับ และขณะนี้ก็พยายามที่จะปกป้องคุ้มครองคนที่ให้เบาะแส ให้ข้อมูล โดยเป็นความลับ และมีคนที่กวาดล้างอย่างนี้ที่เป็นเด็กธรรมดาเป็นคนถ่ายคลิป และมีพยานหลักฐานที่สามารถลงโทษได้ถึงจำคุกตลอดชีวิต ซึ่งทำกันในหลายประเทศ การกวาดล้างทุจริตได้ก็เพราะอิทธิพลของโซเชียลมีเดีย เขาเรียกว่านักข่าวเยาวชน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ปกติกระบวนการสอบสวนคดีเคยมีการเอาถุงดำมาคลุมหัวผู้ต้องหาหรือไม่ นายวิชา กล่าวว่า ศาลฎีกาเคยวินิจฉัยไว้ในคำพิพากษาที่ 5332/2560 ว่าตำรวจที่ใช้วิธีการนี้ในการสอบสวน และพยายามอ้างว่า ไม่ได้เจตนาฆ่า แค่ทำร้ายและมีผลให้ถึงแก่ความตาย ศาลฎีกาบอกว่า การที่คุณเอาถุงซึ่งขาดอากาศหายใจ ไปครอบหัวเขา แสดงให้เห็นอยู่แล้วว่า คุณย่อมเล็งเห็นผลว่าเขาจะขาดอากาศหายใจและตายได้ เพราะฉะนั้นจึงวางหลักไว้ในคดีนั้นว่าจำเลยจึงมีเจตนาฆ่า อย่างนี้ชัดเจนหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามต่อว่า จากนี้ต้องดูการรวบรวมพยานหลักฐานที่จะนำไปสู้คดีในชั้นศาลใช่หรือไม่ นายวิชา กล่าวว่า เมื่อชัดเจนอย่างนี้ ข้อเท็จจริงยุติแล้วว่าใช้ถุงดำครอบหัวเขาจริงๆ และครอบหลายชั้นซึ่งไม่ใช่ชั้นเดียว ภาพ 10 นาทีที่เผยแพร่ออกมาครั้งหลังสุด ชัดเจนมาก เหมือนการไตร่สวนกลางเมือง เพราะฉะนั้นกระบวนการต่อไปนี้ เขาถึงพยายามเบ่งเบน พยายามสู้ว่าไม่ได้มีเจตนาที่จะฆ่า แต่คำพิพากษาศาลฎีกาดังกล่าวชัดแล้ว และศาลฎีกาไม่มีความไม่ยุติธรรม ไม่มีอคติกับใครทั้งสิ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิชา กล่าวด้วยว่า แนวทางที่ต้องดำเนินการต่อไปคือสอบสวนสืบสวนอะไรของเขาก็สุดแล้วแต่ ซึ่งมันผิดปกติ เพราะการสอบสวนเป็นการสอบสวนที่จะต้องดำเนินการตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา เพราะฉะนั้นในแนวทางนี้หมายความว่า ต้องอาศรัยนิติวิทยาศาสตร์ และอีกหลายอย่าง รวมทั้งกระบวนการที่จะต้องค้นหาความจริงว่ามีใครร่วมมืออยู่เบื้องหลังอีก และมีการทำแบบนี้อีกเท่าไหร่ ที่คนต้องถูกทรมานแบบนี้ วิธีการอย่างนี้เขาเรียกว่าจารีตนครบาล ซึ่งเป็นวิธีการที่ล้าสมัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อข้อถามว่า การปฏิรูปตำรวจควรจะปฏิรูปกระบวนการสอบสวนไปด้วยหรือไม่ นายวิชา กล่าวว่า นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ส่งร่างพ.ร.บ.สอบสวนคดีอาญา มายังครม.แล้ว&amp;nbsp; ซึ่งเราพยายามเร่งให้นำเข้าครม. เพื่อจะได้เสร็จและปฏิรูปไปด้วยกัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114710</URL_LINK>
                <HASHTAG>ความคืบหน้าปฏิรูปตำรวจ, ฎีกาที่ 5332/2560, นายวิชา มหาคุณ, พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล (ผกก.โจ้)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210827/image_big_612878a95b326.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86388</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/12/2020 13:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/12/2020 13:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตัวละครคดี&#039;บอส&#039;หนาว!ป.ป.ช.ประสานปปง.คุ้ยเส้นทางการเงินยกล็อตใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ธ.ค. 2563 - ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สนามบินน้ำ จ.นนทบุรี พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานคณะกรรมการ ป.ป.ช. กล่าวถึงความคืบหน้าภายหลังได้รับรายงานผลข้อเท็จจริงของคณะทำงานนายวิชา มหาคุณ ในคดีนายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือบอสว่า ขณะนี้เรื่องดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงอยู่และดูข้อกฎหมายอะไรต่างๆ ก่อนที่จะนำเสนอที่ประชุมเพื่อพิจารณา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันเดียวกัน แหล่งข่าวระดับสูงจากสำนักงาน ป.ป.ช. กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ปัจจุบันคดีนี้ยังอยู่ระหว่างการสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้น โดยดูรายละเอียดข้อเท็จจริง และข้อกฎหมายในคดี รวมถึงข้อเท็จจริงในรายงานของคณะทำงานชุดนายวิชาด้วย อย่างไรก็ตาม​ ขณะนี้สำนักงาน ป.ป.ช. มีการประสานข้อมูลไปยังสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อตรวจสอบเส้นทางการเงินบุคคลที่ถูกอ้างถึง รวมถึงบุคคลที่เกี่ยวข้องในกรณีนี้แล้ว โดยจะติดตามว่ามีการโอนจ่ายเงิน หรือทรัพย์สินไปที่ใดหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เรื่องนี้ ป.ป.ช. มีการประสานไปยัง ปปง. เพื่อขอให้ตรวจสอบเส้นทางการเงินบุคคลที่เกี่ยวข้องในกรณีนี้ทั้งหมดแล้ว เพื่อนำมาตรวจสอบว่ามีการได้รับเงิน หรือผลประโยชน์อื่นใดหรือไม่ โดยเป็นการตรวจสอบทั้งหมด รวมถึงบัญชีเงินฝากของนายจารุชาติ มาดทอง พยานปากเอกที่เสียชีวิตไปแล้วด้วย&amp;rdquo; แหล่งข่าวกล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86388</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายวรยุทธ อยู่วิทยา, นายวิชา มหาคุณ, พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190225/image_big_5c7405975e045.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>84464</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/11/2020 10:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/11/2020 10:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประธาน​ป.ป.ช.​เผย​รายงานคดี&#039;บอส&#039;อยู่ระหว่างพิจารณาจ่อชงที่ประชุมวินิจฉัยเร็วๆนี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
20 พ.ย.63- พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าภายหลังได้รับรายงานผลข้อเท็จจริงคดีนายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือ บอส ชุดคณะทำงานของนายวิชา มหาคุณ ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างที่สำนักตรวจสอบการทุจริตภาครัฐ 1 (สตร.1) สำนักงาน ป.ป.ช. พิจารณาอยู่ โดยการพิจารณาจะดูข้อเท็จจริง เหตุผล และกระบวนการในขั้นตอนสำคัญต่าง ๆ ของกรณีดังกล่าว ก่อนที่ สตร.1 จะส่งให้ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาวินิจฉัย โดยจะดำเนินการให้รวดเร็ว รอบคอบ และตอบสังคมได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. จะพิจารณารื้อคดีดังกล่าวขึ้นมาใหม่ จากเดิมที่มีการชี้มูลความผิดวินัยไม่ร้ายแรงแก่ข้าราชการตำรวจที่เกี่ยวข้อง และจะมีการเพิ่มชื่อผู้ถูกกล่าวหาใช่หรือไม่​ พล.ต.อ.วัชรพล กล่าวว่า เรื่องนี้ยังไม่สามารถตอบได้ ต้องขอดูรายละเอียด และข้อเท็จจริงที่ สตร.1 สรุปมาก่อน อย่างไรก็ดีคาดว่าในเร็ว ๆ นี้ จะมีความชัดเจนมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช.เคยมีมติชี้มูลความผิดทางวินัยไม่ร้ายแรง ต่อ พล.ต.ต.กฤษฏิ์ เปียแก้ว เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 5, พ.ต.อ.สุคุณ พรหมายน รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 5, พ.ต.อ.ไตรเมต อู่ไทย รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 5, พ.ต.อ.ชุมพล พุ่มพวง ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลทองหล่อ, พ.ต.อ.สัมฤทธิ์ เกตุแย้ม, พ.ต.ท.วิบูลย์ ถิ่นวัฒนากูล และ พ.ต.ท.วิรดล ทับทิมดี กรณีสอบสวนช่วยเหลือนายวรยุทธ อยู่วิทยา ไม่ให้ถูกดำเนินคดีขับรถขณะเมาสุรา ขับรถเร็วเกินกว่าอัตรากฎหมายกำหนด และไม่ดำเนินการออกหมายจับนายวรยุทธ เพื่อให้ได้ตัวมาส่งพนักงานอัยการฟ้องดำเนินคดีตามกฎหมาย เป็นเหตุให้ผู้ต้องหาหลบหนี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84464</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายวิชา มหาคุณ, บอส วรยุทธ, พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190225/image_big_5c7405975e045.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>78484</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/09/2020 15:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/09/2020 15:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สป.ยธ.ชง&#039;วิชา&#039;ให้เสนอนายกฯเร่งนำร่างพรบ.ตำรวจฉบับ&#039;มีชัย&#039;และร่างพรบ.แก้ป.วิอาญาเข้าสภาแทนฉบับสตช.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;

24 ก.ย. 63 เมื่อช่วงค่ำวันพุธ สถาบันเพื่อการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม &amp;nbsp;(สป.ยธ.)นำโดย พันตำรวจเอก วิรุตม์ &amp;nbsp;ศิริสวัสดิบุตร &amp;nbsp;เลขาธิการสป.ยธ. ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.วิชา &amp;nbsp;มหาคุณ &amp;nbsp;ประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย กรณีคำสั่งไม่ฟ้องคดีอาญาที่อยู่ในความสนใจของประชาชน เรื่อง &amp;nbsp;&amp;ldquo;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขอให้นำร่าง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ ฉบับนายมีชัย ฤชุพันธุ์ เป็นประธาน และร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม ป.วิ อาญา ฉบับที่ผ่านความเห็นชอบของสภาผู้แทนราษฎรเป็นหลักในการเสนอต่อนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพื่อแก้ปัญหาและป้องกันการทุจริตประพฤติมิชอบในระบบตำรวจและงานสอบสวน&amp;rdquo; พร้อมกับแนบ รายงานการพิจารณาศึกษาเรื่อง &amp;nbsp;&amp;ldquo;การปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมทางอาญาในชั้นสอบสวน&amp;rdquo; &amp;nbsp;ของกรรมาธิการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ส่งมาด้วย
&amp;nbsp;
โดยเนื้อหาในหนังสือดังกล่าวมีใจความดังนี้ ตามที่นายกรัฐมนตรีได้ออกคำสั่งแต่งตั้งท่านเป็นประธานคณะกรรมการตรวจสอบปัญหาการสอบสวนคดีนายวรยุทธ &amp;nbsp;อยู่วิทยา ที่รองอัยการสูงสุดได้มีคำสั่งไม่ฟ้องเพื่อหาทางนำตัวผู้กระทำผิดมารับโทษตามกฎหมาย &amp;nbsp;พร้อมทั้งให้ศึกษาปัญหาระบบสอบสวนและการสั่งคดีของพนักงานอัยการเสนอแนวทางแก้ไขให้ดำเนินการเพื่อป้องกันการทุจริตประพฤติมิชอบในระบบตำรวจและงานสอบสวนนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถาบันเพื่อการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม (สป.ยธ.) เห็นว่า ปัญหาสำคัญที่สุดเกิดจากงานสอบสวนความผิดอาญาแทบทั้งหมดได้ถูกผูกขาดโดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติแต่เพียงองค์กรเดียวทั้งในกรุงเทพมหานครและส่วนภูมิภาคด้วยอำนาจของรัฐบาลเผด็จการที่ออกข้อบังคับกระทรวงมหาดไทยไว้ในปี พ.ศ.2506 &amp;nbsp; ซ้ำยังขาดการตรวจสอบจากภายนอก ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายปกครอง ผู้ว่าราชการจังหวัด และนายอำเภอ แม้กระทั่งพนักงานอัยการระหว่างสอบสวนตามหลักสากลอย่างสิ้นเชิง เป็นช่องทางให้พนักงานสอบสวนฝ่ายตำรวจของไทยซึ่งมีจุดอ่อนที่ระบบการปกครองแบบมีชั้นยศ และวินัยเช่นเดียวกับทหาร &amp;nbsp;สามารถถูกผู้บังคับบัญชาสั่งการโดยมิชอบ ที่มักกระทำด้วยวาจาให้สอบสวนเพื่อกลั่นแกล้ง แจ้งข้อหาต่อประชาชน เสนอให้อัยการสั่งฟ้อง &amp;nbsp;หรือจะล้มคดีเสนอให้สั่งไม่ฟ้องเพื่อช่วยผู้กระทำผิดกันอย่างไรก็ได้ &amp;nbsp;ซึ่งตำรวจผู้เป็นพนักงานสอบสวนแทบทุกคนล้วนจำใจต้องกระทำตามคำสั่งที่มิชอบนั้นด้วยกันทั้งสิ้น ทั้งนี้ เพื่อมิให้ถูกกลั่นแกล้งจากการถูกผู้บังคับบัญชาจับผิดลงโทษทางวินัยให้เสียอนาคต หรือแต่งตั้งโยกย้ายให้ได้รับความเดือดร้อนได้หลายรูปแบบ
ปัญหาดังกล่าวจำเป็นต้องได้รับการปฏิรูปอย่างเร่งด่วน &amp;nbsp;ตามแนวทางที่สำคัญในระยะแรกดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
1. แยกงานสอบสวนให้เป็นสายงานเฉพาะจากตำรวจฝ่ายป้องกันอาชญากรรมในลักษณะเดียวกับงานนิติวิทยาศาสตร์เพื่อสร้างความรู้ความชำนาญ และหลักประกันความเจริญก้าวหน้าในสายงานโดยการตรวจสอบการปฏิบัติงานของพนักงานสอบสวนและการเสนอสำนวนต่อพนักงานอัยการ &amp;nbsp;ให้กระทำโดยพนักงานสอบสวนอาวุโสผู้ได้รับการแต่งตั้งเป็นหัวหน้างานสอบสวนและหัวหน้าพนักงานสอบสวนสถานีและกองบังคับการเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
2.การสั่งงานสอบสวนในส่วนที่เกี่ยวกับคดี &amp;nbsp;ต้องกำหนดให้กระทำเป็นลายลักษณ์อักษรทุกครั้ง เช่นเดียวกับการปฏิบัติงานของพนักงานอัยการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
3. การสอบปากคำบุคคล ไม่ว่าจะในฐานะผู้กล่าวหา &amp;nbsp;ผู้ต้องหาหรือพยาน ต้องกำหนดให้บันทึกภาพและเสียงเป็นหลักฐานให้พนักงานอัยการและศาลเรียกตรวจสอบได้ทุกคดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
4. คดีฆาตกรรมหรือสงสัยว่าน่าจะเกิดจากการฆาตกรรม &amp;nbsp;พนักงานสอบสวนต้องแจ้งให้นายอำเภอ พนักงานอัยการ เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน และแพทย์ ร่วมตรวจสถานที่เกิดเหตุและรวบรวมพยานหลักฐาน ลงลายมือชื่อรับรองไว้พร้อมกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
5.คดีที่มีอัตราโทษจำคุกตั้งแต่สิบปีขึ้นไป หรือคดีที่มีผู้ร้องเรียนต่อพนักงานอัยการว่าการสอบสวนมิได้เป็นไปตามกฎหมาย หรือพนักงานสอบสวนไม่รับคำร้องทุกข์ &amp;nbsp;ให้อัยการมีอำนาจเข้าตรวจสอบและสั่งการสอบสวนคดีนั้นได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
6.การออกหมายเรียกบุคคลเป็นผู้ต้องหาหรือเสนอศาลออกหมายจับ &amp;nbsp;ต้องได้รับความเห็นชอบจากพนักงานอัยการในการตรวจสอบพยานหลักฐาน &amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยอัยการจะเห็นชอบได้ &amp;nbsp;ก็ต่อเมื่อมั่นใจว่า คดีมีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะพิสูจน์ความผิดให้ศาลลงโทษจำเลยได้สอดคล้องกับหลักสากลเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
7.กระจายอำนาจสอบสวนโดยกำหนดว่า &amp;nbsp;&amp;ldquo;กระทรวง กรมที่มีฐานะเป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมายใด &amp;nbsp;ให้มีอำนาจสอบสวนความผิดนั้นด้วย &amp;nbsp;โดยไม่ตัดอำนาจของพนักงานสอบสวนที่ดำเนินการสอบสวนไปตามอำนาจหน้าที่ของตน&amp;rdquo; &amp;nbsp;เพื่อเป็นการกระจายอำนาจสอบสวนความผิดเฉพาะทางให้แต่ละหน่วยสามารถดำเนินคดีได้เอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ประเด็นการแยกงานสอบสวนตามข้อ 1 &amp;nbsp;สามารถกระทำได้โดยเสนอให้นายกรัฐมนตรีนำร่าง พ.ร.บ. ตำรวจแห่งชาติฉบับที่นายมีชัย &amp;nbsp;ฤชุพันธุ์ เป็นประธานและได้เสนอต่อนายกรัฐมนตรีไว้ &amp;nbsp;นำเข้าสู่สภาเพื่อตราเป็นกฎหมายบังคับใช้
ประเด็นตามข้อ 2-7สามารถกระทำได้ด้วยการเสนอให้นายกรัฐมนตรีนำร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม ป.วิอาญา ของคณะกรรมาธิการกฎหมายฯ &amp;nbsp;ที่สภาผู้แทนราษฎรมีมติเห็นชอบเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน &amp;nbsp;2563 &amp;nbsp; และประธานรัฐสภาได้เสนอไว้ &amp;nbsp;นำเข้าสู่การพิจารณาของสภาเพื่อแปรญัตติเพิ่มเติมในข้อ &amp;nbsp;2 ,3 ,4, 6 และ 7 เพื่อตราเป็นกฎหมายต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78484</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายวิชา มหาคุณ, พ.ต.อ.วิรุตม์  ศิริสวัสดิบุตร, ร่างพ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ, สถาบันเพื่อการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200924/image_big_5f6c509edef4a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>75320</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/08/2020 18:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/08/2020 18:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;วิชา&#039;แย้มเห็นเค้าลางคนผิดปล่อย&#039;บอส&#039;หลุดคดีชี้&#039;กมธ.ฯสนช.&#039;มีส่วน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ส.ค.63-ที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา นายวิชา มหาคุณ ประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายกรณีคำสั่งไม่ฟ้อง นายวรยุทธ อยู่วิทยา เรียกประชุมคณะกรรมการเพื่อประเมินและประมวลข้อกฎหมาย หลังรับฟังคำชี้แจงของผู้ที่เกี่ยวข้องแล้วหลายฝ่าย ใช้เวลากว่า 4 ชม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิชา กล่าวว่า วันนี้เป็นการประชุมเกี่ยวกับการรวบรวมข้อมูลว่ายังขาดอะไรอยู่บ้าง ซึ่งพบว่ายังมีพยานอีกบางปาก ซึ่งสัปดาห์หน้าทั้งฝ่ายเจ้าหน้าที่ตำรวจและบุคคลทั่วไปจะเข้าให้การเพิ่ม แต่ความจริงแล้วเราอยากได้ทนายที่ทำคดีนี้มาให้ถ้อยคำ แต่ปรากฏว่ายังไม่สามารถติดต่อได้เลย ไม่รู้ไปอยู่ ณ แห่งหนตำบลใด คือ นายธนิต บัวเขียว &amp;nbsp;ที่เป็นคนที่นำผู้เกี่ยวข้องไปร้องขอความเป็นธรรมกับ สนช. ถ้าใครรู้เบาะแสช่วยประกาศข่าวไปด้วยว่า ท่านอยู่ที่ไหนทางเราอยากพบตัวด่วน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ถึงอย่างไรถ้านายธนิต ไม่มาเราก็มีข้อมูลในสำนวนอยู่แล้วว่าเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องอย่างไร ตั้งแต่การร้องต่อคณะกรรมาธิการ และนำไปสู่การตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบนำมาซึ่งการสอบพยานเพิ่มเติมของอัยการกระทั่งมีการสั่งไม่ฟ้องในที่สุด มาจากกระบวนการชั้นกรรมาธิการ ซึ่งข้อมูลของเราชัดเจนอยู่แล้ว&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่า ต้นเหตุในการยกฟ้องคดีบอสมาจากชั้นกรรมาธิการของ สนช.ใช่หรือไม่ นายวิชา ตอบว่า ก็มีส่วน มีพฤติการณ์ที่เห็นชัดเจนเพราะเราได้เอกสารมาทั้งหมดแล้ว ส่วนจะเอาผิดผู้ดำเนินการได้หรือไม่ต้องดูรายละเอียดซึ่งผมได้แจ้งให้ทางเลขาฯให้ตรวจสอบอำนาจหน้าที่การทำงานอะไรต่ออะไรด้วย เพราะเขาทำในนามของ สนช. บางคนทำนอกเหนือหน้าที่ เราก็ต้องดูพฤติกรรมตรงนี้อีก เบื้องต้นยังไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นใคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าเหตุใดคณะกรรมาธิการถึงมีอิทธิพลต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจและอัยการ นายวิชา กล่าวว่า ไม่เชิงว่ามีอิทธิพลอะไรแต่เป็นเรื่องของความน่าเชื่อถือมากกว่าเพราะเป็นระดับขององค์กร และตัวบุคคล สุดแล้วแต่ว่าคนที่รับฟังหรือคนที่ไปร้องขอความเป็นธรรมจะเลือกเชื่อไหม แต่อย่างไรก็ตามเราเห็นตรงกันว่าในทางที่ถูกต้องการร้องขอความเป็นธรรมน่าจะมาจากตัวผู้เสียหาย จำเลย หรือผู้ถูกกล่าวหาหรือตัวบุคคลที่เกี่ยวข้องเองเป็นผู้ร้องเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ภาพรวมการทำงานทั้งหมดของคณะกรรมการ ก็เกือบจะสมบูรณ์แล้วสัปดาห์หน้าจะเป็นสัปดาห์ที่จะต้องยกร่างฉบับสมบูรณ์ พูดทั้งเรื่องข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย &amp;nbsp;ส่วนในวันนี้ที่มีการคุยกันยาวก็เป็นการกำหนดประเด็นว่าควรจะมีประเด็นไหนบ้างเพิ่มเติม&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่าจะมีการขยายเวลาหรือไม่ นายวิชาตอบว่า การขยายเวลา มีการพูดกันอยู่และทราบมาว่าทางรองวิษณุ &amp;nbsp;เครืองาม ที่กำลังพิจารณาเรื่องร่าง พ.ร.บ.สอบสวนคดีอาญาอยู่ ท่านบอกว่าต้องรอคณะกรรมการชุดเรา เพราะฉะนั้นถ้ารอคณะกรรมการชุดเราอาจจะต้องมีการขยายเวลา เฉพาะประเด็นที่จะมีการปฏิรูปหรือสนับสนุน หรือเพิ่มเติมร่าง พ.ร.บ.สอบสวนคดีอาญา น่าจะขยายเพิ่มไปอีกประมาณสัก 2 สัปดาห์สัปดาห์หน้าคงชัดเจน สำหรับการสรุปรวม ข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายในตัวเนื้อของสำนวนน่าจะจบภายใน 30 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามอีกว่าเห็นเค้าลางของคนผิดแล้วใช่ไหม นายวิชาตอบว่า ก็ชัดขึ้นแต่จะชัดแค่ไหนเราจะให้การบ้านแต่ละคนไปช่วยกันคิด ส่วนใครจะผิดยังไงเดี๋ยวค่อยว่ากันในรายละเอียดอย่างที่บอกต้องไปศึกษาให้ดีว่าเป็นความผิดขององค์กรหรือความผิดของบุคคล&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75320</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.ของสนช., คดีบอส กระทิงแดง, นายวิชา มหาคุณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200823/image_big_5f4256b72cd3e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
