<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>25236</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/12/2018 16:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/12/2018 16:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>9 หน่วยงานร่วมลงนามพัฒนาที่ดิน ส.ป.ก. เผยยึดคืนที่ดินจากนายทุนแล้ว 4 แสนไร่ ขณะที่ พอช.หนุนเกษตรกรสร้างบ้านในปีนี้ 1,300 หลัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;กระทรวงเกษตรฯ / 9 หน่วยงานร่วมลงนาม MOU พัฒนาที่ดิน ส.ป.ก.ที่ยึดคืนจากนายทุนให้เกษตรกรที่ยากไร้&amp;nbsp; และพื้นที่โครงการจัดการที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาล&amp;nbsp; เนื่องจากที่ผ่านมา ส.ป.ก.ดำเนินการเพียงหน่วยงานเดียวทำให้เกิดความล่าช้า&amp;nbsp; อีกทั้งที่ดินยังขาดความสมบูรณ์&amp;nbsp; ขาดน้ำ&amp;nbsp; ไฟฟ้า&amp;nbsp; ขาดการสนับสนุนต่างๆ ทำให้เกษตรกรใช้ประโยชน์ได้ไม่เต็มที่&amp;nbsp; ด้านเลขาธิการ ส.ป.ก.เผยใช้ ม.44 ตามคำสั่ง คสช.ยึดที่ดินคืนจากผู้ครอบครองไม่ถูกต้องแล้วกว่า 400,000 ไร่ จัดสรรให้เกษตรกร&amp;nbsp; 13&amp;nbsp; จังหวัด รวม 35,000 ไร่&amp;nbsp; ขณะที่ พอช.สนับสนุนการสร้างบ้านเพิ่มในปีนี้อีก 1,300 หลัง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ตามที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติได้ใช้อำนาจตามมาตรา 44&amp;nbsp;&amp;nbsp; ออกคำสั่งที่ 36/2559 (ลงวันที่ 5 กรกฎาคม 2559) เพื่อยึดคืนที่ดิน ส.ป.ก.ทั่วประเทศที่มีการครอบครองไม่ถูกต้อง&amp;nbsp; แล้วนำมาจัดสรรให้แก่เกษตรกรที่ยากไร้ไม่มีที่ดินทำกิน&amp;nbsp; โดยในช่วงที่ผ่านมาสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) สามารถยึดที่ดินคืนในพื้นที่&amp;nbsp; 28 จังหวัด&amp;nbsp; รวมเนื้อที่ประมาณ&amp;nbsp; 400,000 ไร่เศษ &amp;nbsp;และนำมาจัดสรรให้เกษตรกรไปแล้วประมาณ&amp;nbsp; 35,000 ไร่&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะเดียวกันการจัดสรรที่ดินทำกินให้แก่เกษตรกรในช่วงที่ผ่านมาประมาณ&amp;nbsp; 35 ล้านไร่&amp;nbsp; ยังมีปัญหาต่างๆ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; การชลประทานยังไม่ทั่วถึง&amp;nbsp; ขาดสาธารณูปโภค&amp;nbsp; ดินขาดความสมบูรณ์&amp;nbsp; เกษตรกรขาดทุนและความรู้&amp;nbsp; ปัญหาด้านการตลาด&amp;nbsp; ขาดการประสานระหว่างหน่วยงานรัฐ&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ล่าสุดวันนี้ (27 ธันวาคม) เวลา 10.00 น.&amp;nbsp; ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp; ถนนราชดำเนินนอก&amp;nbsp; กรุงเทพฯ &amp;nbsp;&amp;nbsp;มีพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) การบูรณาการพัฒนาพื้นที่ในเขตปฏิรูปที่ดิน&amp;nbsp; พื้นที่ยึดคืนตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 36/2559 และพื้นที่โครงการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาล&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาและอุปสรรคต่างๆ&amp;nbsp; ให้เกษตรกร&amp;nbsp; โดยมีนายกฤษฎา&amp;nbsp; บุญราช&amp;nbsp; รมว.เกษตรและสหกรณ์เป็นประธาน&amp;nbsp; มีผู้แทน 9 หน่วยงานร่วมลงนาม&amp;nbsp; คือ ส.ป.ก.&amp;nbsp; กรมชลประทาน&amp;nbsp; การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค&amp;nbsp; กรมทรัพยากรน้ำ&amp;nbsp; กรมทรัพยากรน้ำบาดาล&amp;nbsp; กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์&amp;nbsp; กรมพัฒนาที่ดิน&amp;nbsp; กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น&amp;nbsp; และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน)&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายกฤษฎา&amp;nbsp; บุญราช&amp;nbsp; รมว.เกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.)ได้นำที่ดินมาจัดสรรให้เกษตรกรที่ขาดแคลนที่ดินทำกินทั่วประเทศไปแล้วประมาณ 35&amp;nbsp;&amp;nbsp; ล้านไร่&amp;nbsp; จนถึงปัจุบันเป็นเวลากว่า 40 ปี&amp;nbsp; แต่พบว่าบางพื้นที่ยังไม่มีเกษตรกรเข้าไปทำกิน&amp;nbsp; หรือเข้าไปแล้วแต่ใช้ประโยชน์ได้ไม่เต็มที่&amp;nbsp; ตนจึงให้เลขาธิการ ส.ป.ก.ไปตรวจสอบ&amp;nbsp; พบว่าส่วนใหญ่ที่ดินขาดความอุดมสมบูรณ์&amp;nbsp; ขาดสาธารณูปโภค&amp;nbsp; แหล่งน้ำ&amp;nbsp; ไฟฟ้า&amp;nbsp; เกษตรกรขาดทุนในการตั้งต้น&amp;nbsp; ดังนั้น ส.ป.ก.จึงประสาน&amp;nbsp; 8 หน่วยงานให้มาทำงานร่วมกัน&amp;nbsp; เป็นการบูณาการแผนงานการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภคที่จำเป็นในเขตปฏิรูปที่ดิน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;หลังจากลงนามทั้ง 9 หน่วยงานแล้ว&amp;nbsp; แต่ละหน่วยงานก็จะร่วมมือกันลงไปสำรวจ&amp;nbsp; ดูพื้นที่ร่วมกัน&amp;nbsp; เพื่อกำหนดแผนงานที่จะทำเพื่อพัฒนาที่ดิน ส.ป.ก.&amp;nbsp; เพื่อให้เกษตรกรได้เข้าไปทำมาหากิน&amp;nbsp; เป็นการแก้ไขปัญหาเกษตรกรเอาที่ดิน ส.ป.ก.ไปให้คนอื่นเช่า&amp;nbsp; หรือขายโดยไม่มีเอกสารสิทธิ์&amp;nbsp; รวมทั้งแก้ปัญหาการใช้ประโยชน์ที่ดินไม่เต็มที่ด้วย&amp;rdquo;&amp;nbsp; รมว.เกษตรฯ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายวิณะโรจน์&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทรัพย์ส่งสุข&amp;nbsp; เลขาธิการ&amp;nbsp; ส.ป.ก.&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; การลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) การบูรณาการพัฒนาพื้นที่ในเขตปฏิรูปที่ดินพื้นที่ยึดคืนตามคำสั่ง คสช.ที่ 36/2559&amp;nbsp; และพื้นที่โครงการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาลในวันนี้&amp;nbsp; มีเป้าหมายเพื่อบูรณาการการวางแผนงานร่วมกัน&amp;nbsp; เพื่อแก้ไขปัญหาระบบสาธารณูปโภคและโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ถนน&amp;nbsp; แหล่งน้ำ&amp;nbsp; ไฟฟ้า&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพ&amp;nbsp; สร้างรายได้&amp;nbsp; ส่งเสริมสวัสดิการ&amp;nbsp; พัฒนาคุณภาพชีวิต&amp;nbsp; เพื่อให้เกษตรกรมีความเป็นอยู่ที่ดี&amp;nbsp; และใช้ที่ดินให้เกิดประโยชน์สูงสุด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;โดยแต่ละหน่วยงานจะมีหน้าที่และแผนปฏิบัติการต่างๆ&amp;nbsp; เข้าไปในเขต ส.ป.ก.&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; กรมชลประทาน&amp;nbsp; กรมทรัพยากรน้ำ&amp;nbsp; กรมทรัพยากรน้ำบาดาล&amp;nbsp; พัฒนาแหล่งน้ำและกระจายน้ำให้เกษตรกรอย่างทั่วถึง&amp;nbsp; การฟ้าส่วนภูมิภาค&amp;nbsp; ขยายเขตไฟฟ้าเข้าไป&amp;nbsp; กรมพัฒนาพลังงานทดแทนฯ จัดหาพลังงานทดแทนและระบบโซล่าร์เซลล์&amp;nbsp; กรมพัฒนาที่ดิน&amp;nbsp; สำรวจ&amp;nbsp; วิเคราะห์&amp;nbsp; ปรับปรุงและพัฒนาดินให้เกิดความอุดมสมบูรณ์&amp;nbsp;&amp;nbsp; กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น&amp;nbsp; สนับสนุนการพัฒนาสาธารณูปโภค&amp;nbsp; และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน&amp;nbsp; พัฒนาความเข้มแข็งของกลุ่ม&amp;nbsp; องค์กรชุมชน&amp;nbsp; และพัฒนาที่อยู่อาศัยให้ประชาชนที่เข้าไปอยู่ในที่ดิน ส.ป.ก.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;เลขาธิการ ส.ป.ก.กล่าวด้วยว่า&amp;nbsp; ตามคำสั่ง คสช.ที่ 36/2559&amp;nbsp; ให้ยึดคืนที่ดิน ส.ป.ก.ที่มีผู้ครอบครองไม่ถูกต้องเพื่อนำมาจัดสรรให้แก่เกษตรกรที่ขาดแคลนที่ดินทำกิน&amp;nbsp; ซึ่ง ส.ป.ก.ได้ดำเนินการมาตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2559&amp;nbsp; นั้น&amp;nbsp; ปัจจุบัน ส.ป.ก.ได้ยึดคืนพื้นที่แล้วใน 28&amp;nbsp;&amp;nbsp; จังหวัด&amp;nbsp; รวมพื้นที่ประมาณ 400,000 ไร่เศษ&amp;nbsp; และนำมาจัดสรรให้เกษตรกรได้เข้าไปทำกินแล้วประมาณ&amp;nbsp; 35,000&amp;nbsp; ไร่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:4.5pt; margin-right:0cm; margin-bottom:4.5pt; margin-left:0cm; text-align:justify&quot;&gt;ทั้งนี้คำสั่ง คสช. ตามมาตรา 44&amp;nbsp; ที่&amp;nbsp; 36/2559&amp;nbsp; ลงวันที่ 5 กรกฎาคม&amp;nbsp; 2559&amp;nbsp;&amp;nbsp; เรื่องมาตรการในการแก้ไขปัญหาการครอบครองที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมโดยมิชอบกฎหมาย&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีสาระสำคัญคือ&amp;nbsp; ให้ ส.ป.ก. นำที่ดินในเขต ส.ป.ก.ทั่วประเทศที่มีการครอบครองโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย &amp;nbsp;&amp;nbsp;คือ 1. ที่ดินที่ยังไม่เข้าสู่กระบวนการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมที่มีเนื้อที่ตั้งแต่ 500 ไร่ขึ้นไป&amp;nbsp;&amp;nbsp; 2. ที่ดินที่คณะกรรมการปฏิรูปที่ดินจังหวัดมีมติให้เกษตรกรผู้ได้รับการจัดที่ดินสิ้นสิทธิเข้าทําประโยชน์แล้วและครอบครองโดยบุคคลที่มิใช่ผู้ได้รับการจัดที่ดิน&amp;nbsp; มีเนื้อที่ตั้งแต่ 100 ไร่ขึ้นไป&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และ&amp;nbsp; 3. ที่ดินที่ศาลมีคําพิพากษาถึงที่สุดให้ส่งมอบแก่สํานักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมแล้วและมีเนื้อที่ตั้งแต่ 500 ไร่ขึ้นไป&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยนำมาจัดสรรให้เกษตรกรทั่วประเทศที่ยากไร้และไม่มีที่ดินทำกิน&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายสมชาติ&amp;nbsp; ภาระสุวรรณ&amp;nbsp; ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo;&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; พอช.ได้เข้าไปสนับสนุนเกษตรกรที่ได้รับการจัดสรรที่ดิน ส.ป.ก.ในด้านต่างๆ &amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp; สนับสนุนการจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อเป็นทุนในการสร้างบ้านหรือประกอบอาชีพ&amp;nbsp; การสนับสนุนให้เกษตรกรได้ร่วมออกแบบบ้าน&amp;nbsp; วางผังชุมชน&amp;nbsp; โดย พอช.สนับสนุนงบประมาณการสร้างบ้าน&amp;nbsp; การพัฒนาสาธารณูปโภค&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; ประมาณครัวเรือนละ&amp;nbsp; 72,000 บาท&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังสนับสนุนการจัดทำแผนพัฒนาคุณภาพชีวิต&amp;nbsp; และพัฒนาความเข้มแข็งของชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;ตั้งแต่ปี 2560 พอช.ได้สนับสนุนเกษตรกรในที่ดิน ส.ป.ก.ไปแล้ว&amp;nbsp; ใน 8&amp;nbsp; จังหวัด&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;รวม 16 ตำบล&amp;nbsp; 16 โครงการ&amp;nbsp; จำนวน&amp;nbsp; 1,510&amp;nbsp; ครัวเรือน&amp;nbsp; งบประมาณรวม 77 ล้านบาทเศษ&amp;nbsp; สนับสนุนการสร้างบ้านเสร็จไปแล้ว&amp;nbsp; 651&amp;nbsp; ครัวเรือน&amp;nbsp; และในปี 2562 นี้มีเป้าหมายสนับสนุนอีก 1,300 ครัวเรือนในพื้นที่ 10&amp;nbsp;&amp;nbsp; จังหวัด&amp;rdquo;&amp;nbsp; นายสมชาติกล่าว&amp;nbsp; และว่า&amp;nbsp; จังหวัดที่ดำเนินการไปแล้ว&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; กาญจนบุรี&amp;nbsp; กาฬสินธุ์&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ชลบุรี&amp;nbsp; นครราชสีมา&amp;nbsp; มหาสารคาม&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สระแก้ว&amp;nbsp; สุราษฎร์ธานี&amp;nbsp; อุทัยธานี&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ทั้งนี้ที่ดิน ส.ป.ก.ที่จัดสรรให้แก่เกษตรกร&amp;nbsp; แบ่งเป็นที่ดินเพื่อสร้างบ้านจำนวน 1&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไร่&amp;nbsp; ที่ดินทำกินประมาณ&amp;nbsp; 5 ไร่&amp;nbsp; เกษตรกรส่วนใหญ่จะปลูกผักสวนครัว&amp;nbsp; ปลูกข้าวโพด&amp;nbsp; มันสำปะหลัง&amp;nbsp; เลี้ยงไก่&amp;nbsp; เป็ด&amp;nbsp; ปลาดุก&amp;nbsp; กบ&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; แต่บางพื้นที่ที่ดินไม่มีความเหมาะสมในการปลูกพืช&amp;nbsp; หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะสนับสนุนให้เลี้ยงสัตว์&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ที่ดิน ส.ป.ก.ตำบลสิงห์&amp;nbsp; อ.ไทรโยค&amp;nbsp; จ.กาญจนบุรี&amp;nbsp; สนับสนุนให้เกษตรกรเลี้ยงแพะเนื้อ&amp;nbsp; โดยมอบแม่พันธุ์และพ่อพันธุ์แพะ&amp;nbsp; อบรมการเลี้ยง&amp;nbsp; การให้อาหาร&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25236</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมพัฒนาที่ดิน, กระทรวงเกษตรฯ, กษตรกร, นายกฤษฎา  บุญราช, นายวิณะโรจน์   ทรัพย์ส่งสุข, นายสมชาติ  ภาระสุวรรณ, พอช., สปก.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181227/image_big_5c2498f6aa9e0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
