<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>66580</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/05/2020 07:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/05/2020 07:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อดีตแกนนำกปปส.โพสต์รำลึกครบ6ปีชุมนุมคัดค้านกฎหมายล้างผิดคนโกง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
22 พ.ค.63 - เมื่อช่วงค่ำวันพฤหัสบดี นายวิทยา แก้วภราดัย อดีตส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ และแกนนำกลุ่มกปปส.โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว มีเนื้อหาดังนี้
พรุ่งนี้​ วันที่​ 22​ พฤษภาคม​ ผ่านมา​6​ ปีเต็มในวันยุติการชุมนุมของมวลมหาประชาชน​ ที่ลุกขึ้นต่อสู้​กับรัฐบาล​เลือกตั้ง​ที่มีนางสาว​ยิ่ง​ลักษณ์​ ชิน​วัต​ร​ เป็นนายก​รัฐ​มน​ตรี​ เพื่อ​คัดค้าน​การ​ออก​กฎหมาย​นิรโทษกรรม​สุด​ซอย​ ล้างผิด​ให้​กับ​พี่ชาย​ตนเอง​และ​พวก​พ้อง​ พ้นจากโทษและข้อหาทุจริต​โกงกิน, ก่อจราจล&amp;nbsp; เผาบ้านเผาเมือง​ จนถึงข้อหาฆ่า​คน​ตาย
การลุกขึ้นต่อสู้​คัดค้าน​ เพราะเนื้อแท้​ของกฎหมาย​ดังกล่าว​&amp;nbsp; คือ​การทำลาย​ล้าง​หลักการของบ้านเมือง​ ต่อไปใครมาปกครอง​บ้านเมือง​ จะโกงกิน​ทุจริต​หรือ​คิดฆ่า​ใคร​ก็​ได้​ ขอให้ชนะเลือกตั้ง​จะโดยวิธีการ​ใดก็ตาม​ สามารถ​จะออก​กฎหมาย​ล้าง​ความผิดให้ตนและพวก​ได้​ทันที
แม้จะมีข้ออ้าง​จากพวก​ผลักดัน​กฎหมาย​ว่า​ พวกที่ทำผิดกฎหมาย​ ซึ่ง​ไม่ใช่​พวกตนก็จะได้​ประโยชน์​ด้วย
พูดง่ายๆ​ก็คือ​ พวกพันธมิตร​ที่มีคดีชุมนุม​คัดค้าน​ระบอบ​ทักษิณ​ หรือพวก​รัฐบาล​อภิสิทธิ์​ ที่​สลาย​การ​ชุมนุม​กลุ่ม​เสื้อ​แดง​ ก็จะได้​ประโยชน์​ไปด้วย
แต่​การ​ปกครอง​บ้านเมือง​ของรัฐบาล​ซึ่งจะขึ้​นมาโดยวิธีใดก็ตาม​&amp;nbsp; หาก​บริหาร​บ้าน​เมือง​อยู่​เหนือ​กฎหมาย​&amp;nbsp; ย่อม​สร้าง​ความ​หายนะ​ ความ​ดีจะสูญหาย​ ความ​ชั่ว​ร้ายจะครอบคลุม​ประเทศ​ชาติ​และจิตใจ​ผู้คน
การ​ชุมนุม​ต่อสู้​ของมวล​มหา​ประชาชน​ เป็น​การพิทักษ์​คุณ​ธรรม​ของบ้านเมือง​ โดยเอาชีวิต​เป็นเดิมพัน​ ยืดเยื้อ​ยาวนาน​ถึง​ 204 วัน​ ขยาย​ขอบเขต​ไปทั้งประเทศ​ ในวัน​เดียว​มีประชาชน​เข้า​ร่วม​กว่าสาม​ล้านคน
จาก&amp;quot;คัดค้าน​กฎหมาย​ ล้าง​ผิด​ คนโกง&amp;quot; ถึง&amp;quot;ปฏิรูป​ก่อน​เลือกตั้ง&amp;quot;&amp;nbsp; ผมเป็น​ 1​ ใน​ 9​ ของแกนนำ​ กปปส.
พี่น้อง​มวลมหาประชาชน​เสียชีวิต​ 24​ คน​ จากการปราบปราม​ทำร้าย​ของ​รัฐบาล​ &amp;quot;ทรราชย์​&amp;quot; บาดเจ็บ​กว่า​ 700 คน​ ในการชุมนุม​อย่าง​สันติ​อหิงสา​
แกนนำ​ ไม่มี​ใคร​เสีย​ชีวิต​แต่ถูกดำเนินคดี​&amp;nbsp; 50​ คน​ ผมและเพื่อน​พี่​น้อง​ที่​ร่วม​ต่อสู้​กว่า​100​ คน บวช​อุทิศ​ส่วนกุศล​ ให้​กับ​ผู้​เสียชีวิต​หลังยุติ​การชุมนุม
พรุ่งนี้​ครบ​ 6​ ปี​ ของ​วันยุติ​การ​ชุมนุม​ ผมจะทำบุญ​เลี้ยง​พระ​ที่วัด​ อุทิศ​ส่วนกุศล​ให้กับ​ดวงวิญญาณ​มวลมหาประชาชน​ ที่เสีย​ชีวิต...
&amp;nbsp;ด้วยคารวะ​ต่อ​วิญญาณ​ประชาชน​
&amp;quot;นักสู้.. พิทักษ์​ธรรม&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66580</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายวิทยา แก้วภราดัย, นิรโทษกรรมสุดซอย, อดีตแกนนำกปปส., เผาบ้านเผาเมือง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200522/image_big_5ec7163a64def.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22597</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/11/2018 08:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/11/2018 18:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฮือฮา&#039;ลูกวิทยา แก้วภราดัย&#039;ควงภรรยาสมัครสมาชิกพรรครปช. </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 พ.ย.61 - &amp;nbsp;ที่พรรครวมพลังประชาชาติไทย(รปช.) &amp;nbsp;นอกจากจะมีอดีตส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ &amp;nbsp;อาทิ นายสุรเชษฐ์ แวอาแซ อดีตส.ส.นราธิวาส นายรำรี &amp;nbsp;มามะ &amp;nbsp;อดีตส.ส.นราธิวาส และนายอับดุลการิม เต็งกะรีนา &amp;nbsp;อดีตส.ส.ยะลาเขต 2 &amp;nbsp;ได้เดินทางมาสมัครเป็นสมาชิกพรรครปช.แล้วยังมี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยังมีกลุ่มชลบุรี นายนันทปรีชา คงทอง นายพีรพัทธ์ ธีรธันยรัก นายไชยยันต์ ขวัญกิจไพศาล และนางสาวบุษรินทร์ อารีรอบ กลุ่มนครปฐม นางณิชชาพันธ์ บุญเจริญ นายปัญญวัฒน์ คชศิลา อดีต ส.จ. นครปฐม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังมีนายพูนวิทย์ &amp;nbsp;และนางสาวชนิดาภา แก้วภราดัย จาก จ.นครศรีธรรมราช เดินทางมาสมัครเป็นสมาชิกรปช.ด้วย &amp;nbsp;ทั้งนี้ นายพูนวิทย์ เป็นบุตรชายนายวิทยา แก้วภราดัย &amp;nbsp;อดีต ส.ส.นครศรีธรรมราช &amp;nbsp;พรรคประชาธิปัตย์.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22597</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายวิทยา แก้วภราดัย, พูนวิทย์ แก้วภนาดัย, รปช., รวมพลังประชาชาติไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181123/image_big_5bf7e0c65381f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15568</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/08/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/08/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยื่นสอบแต่งตั้งตร.ขัดรธน. ชงปฏิรูปเข้าครม.ก่อนกย.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ปชป.ร้องผู้ตรวจการแผ่นดิน ชี้ประกาศสำนักนายกฯ แต่งตั้ง ตร.ขัด รธน.หมกเม็ด เหมือนฟ้าผ่ากลางกบาล ตร. เป็นรอง ผบช.ปีเดียวก็อาวุโสเท่ากับคนที่ครองตำแหน่งเดียวกัน 7 ปี ลั่นปฏิรูป ตร.ไม่เสร็จอย่าหวังปฏิรูปด้านอื่น สตช.ยันทำตาม รธน. แต่ยังยึดหลักอาวุโส 33 เปอร์เซ็นต์ 4 องค์กร ปชช.ยื่น &amp;quot;มีชัย&amp;quot; ให้ผู้ว่าฯ สั่งตำรวจในจังหวัดได้-อัยการคุมสอบสวนตั้งแต่เกิดเหตุ &amp;quot;คำนูณ&amp;quot; เผยนำเข้า ครม.อย่างช้าก.ย.นี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน วันที่ 16 สิงหาคม นายวิทยา แก้วภราดัย อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) และนายราเมศ รัตนะเชวง รองโฆษกพรรคปชป. เข้ายื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ผ่านนายรักษเกชา แฉ่ฉาย เลขาธิการผู้ตรวจการแผ่นดิน ขอให้ตรวจสอบประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องหลักเกณฑ์การแต่งตั้งและโยกย้ายข้าราชการตำรวจตามหลักอาวุโส ฉบับลงวันที่ 25 ก.ค.61 ว่าเข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 258 และมาตรา 260 หรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายวิทยากล่าวว่า รัฐธรรมนูญทั้งสองมาตราดังกล่าวได้บัญญัติกระบวนการของการปฏิรูปตำรวจว่าให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 1 ปี แต่ถ้าไม่แล้วเสร็จ ให้การแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจเป็นการไปตามหลักอาวุโส ตามหลักเกณฑ์ที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) กำหนดและประกาศราชกิจจานุเบกษา ซึ่งเมื่อครบเวลา 1 ปี พบว่าการปฏิรูปยังไม่แล้วเสร็จ ทำให้รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ผู้บัญชาการ รองผู้บัญชาการ นอนฝันว่าตนเองจะได้เลื่อนขั้น แต่แล้วก็ฟ้าผ่าเมื่อรัฐบาลมีการออกประกาศดังกล่าว โดยวางหลักเกณฑ์เพิ่มเติมการพิจารณาความอาวุโสไว้เพียงว่า หากใครดำรงตำแหน่งดังกล่าวมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี ก็ถือว่ามีอาวุโสที่จะได้รับการพิจารณาเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ประกาศสำนักนายกฯ ฉบับนี้เหมือนฟ้าผ่ากลางกบาลตำรวจ เป็นรองผู้บัญชาการปีเดียวก็อาวุโสเท่ากับคนที่ครองตำแหน่งเดียวกันมาแล้ว 7 ปี เห็นว่าเรื่องนี้มีการหมกเม็ดเข้า ครม. โดยที่นายกฯ อาจไม่รู้ แต่ถ้าผู้ตรวจการแผ่นดินติงไป ท่านนายกฯ ก็จะได้ทราบว่าใครเป็นแอบหมกเม็ดเข้าไป วันนี้การปฏิรูปตำรวจเริ่มต้นช้ามา แทบไม่เห็นผลเลย หากรัฐบาลที่มีอำนาจเข้มแข็งอย่างรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ยังไม่สามารถทำได้ รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง คนร้อยพ่อพันแม่จะทำได้อย่างไร คงหยุดการปฏิรูปตำรวจแน่ แล้วนี่ปฏิรูปมา 1 ปียังไม่เสร็จ ก็ไม่ต้องไปหวังการปฏิรูปด้านอื่นๆ ถือว่า 5 ปีที่อยู่มาเป็นการทำลายโอกาสของรัฐบาล รวมทั้งยังเป็นการลูบหน้าอาจารย์มีชัย ฤชุพันธุ์ ที่เป็นคนร่างรัฐธรรมนูญและเป็นประธานคณะกรรมการปฏิรูปตำรวจด้วย&amp;rdquo; นายวิทยากล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ต.ปิยะพันธ์ ปิงเมือง รองโฆษก ตร. แถลงชี้แจงเรื่องดังกล่าวว่า การระบุว่าขัดรัฐธรรมนูญเป็นการพูดให้เข้าใจผิด ยืนยันว่าการออกประกาศดังกล่าว ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ และการออกประกาศ เป็นไปตามหลักอาวุโสที่รัฐธรรมนูญกำหนดทุกประการ และแตกต่างจากกฎ ก.ตร.ว่าด้วยการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจที่ผ่านมาหลายประเด็น ละเอียด และป้องกันการวิ่งเต้นโยกย้ายได้ดีขึ้น เปิดโอกาสให้ตำรวจร้องเรียนได้ ทั้งนี้ การพูดให้เสียหาย สำนักงานตำรวจแห่งชาติกำลังพิจารณาดำเนินคดีกับนายวิทยาแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ต.ต.สรไกร พูลเพิ่ม รองผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล กล่าวว่า การออกประกาศเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ โดย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติยกร่างเสนอ ครม.และก่อน ครม.จะเห็นชอบประกาศนี้ ก็ผ่านการพิจารณาของกฤษฎีกาแล้ว ยืนยันเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ กำหนดหลักอาวุโส และการแต่งตั้งตำรวจต้องใช้หลักพิจารณาตามอาวุโสร้อยละ 33 อย่างชัดเจน ในทุกระดับตำแหน่ง ถือว่ากำหนดชัดเจนกว่ากฎเกณฑ์แต่งตั้งที่ผ่านมา และไม่ได้เอื้อประโยชน์ให้ใคร ทุกคนต้องอยู่ในหลักและกฎเกณฑ์นี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ภายในสัปดาห์นี้จะเสนอ ผบ.ตร.ออกประกาศสำดับอาวุโสในการแต่งตั้ง ส่วนการแต่งตั้งระดับชั้นนายพลตำแหน่งผู้บังคับการ (ผบก.) ถึงรอง ผบ.ตร.นั้นต้องรอให้กระบวนการการแต่งตั้งกลุ่มที่ปรึกษาพิเศษ ตร.ที่แต่งตั้งไปก่อนหน้านี้เรียบร้อยเสียก่อน หากไม่ทันตามกรอบเวลาที่ต้องแต่งตั้งชั้นนายพลเสร็จสิ้นภายในเดือนสิงหาคม ก็เตรียมขออนุมัติ ก.ตร.เพื่อขอขยายเวลาการแต่งตั้งไว้แล้ว โดยการแต่งตั้งระดับนายพลจะทำพร้อมกันคราวเดียว ตั้งแต่ ผบก.-รอง ผบ.ตร.&amp;quot; พล.ต.ต.สรไกรกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ สำหรับรัฐธรรมนูญ ม.260 สรุปว่า ให้คณะกรรมการปฏิรูปตำรวจดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งปี นับตั้งแต่วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญ ถ้าการแก้ไขปรับปรุงกฎหมายยังไม่แล้วเสร็จ ให้การแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจดำเนินการตามหลักอาวุโสตามหลักเกณฑ์ที่ ครม.กำหนด โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บ่ายวันเดียวกัน ที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เครือข่ายประชาชนปฏิรูปตำรวจ (คป.ตร.)police watch, สมาคมสิทธิเสรีภาพของประชาชน(สสส.), คณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย(ครป.) และคณะกรรมการรณรงค์เพื่อสิทธิมนุษยชน (ครส.) นำโดยนางสมศรี หาญอนันทสุข และนายบุญแทน ตันสุเทพวีรวงศ์ ยื่นหนังสือถึงนายมีชัย ฤชุพันธุ์ &amp;nbsp;ประธานคณะกรรมการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ ผ่านเจ้าหน้าที่สารบรรณ ขอให้แก้ไขเพิ่มเติมร่าง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ และ พ.ร.บ.การสอบสวนคดีอาญา เพื่อปฏิรูปตำรวจให้สอดคล้องกับหลักสากลสร้างหลักประกันความยุติธรรมต่อประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยหนังสือระบุว่า ในมาตรา 151 ยังไม่ได้กำหนดให้มีการโอนตำรวจอีก 8 หน่วยไปให้กระทรวง ทบวงกรมที่มีหน้าที่รับผิดชอบตามมติสภาปฏิรูปแห่งชาติ และมติ ครม. เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2558 ทั้งไม่ได้มีการกำหนดระยะเวลาดำเนินการแต่อย่างใด จึงขอให้บัญญัติเพิ่มเติมในมาตรา 6 วรรคท้าย ว่าให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติและหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องร่วมกันดำเนินการตามวรรคสามให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาสามปี ส่วนการโอนงานจราจรควรกำหนดให้ดำเนินการแล้วเสร็จภายในระยะเวลาสามปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การกำหนดให้มี &amp;ldquo;คณะกรรมการพิจารณาเรื่องร้องเรียนตำรวจ&amp;rdquo; ควรกำหนดให้โอนสำนักงานจเรตำรวจไปสังกัดสำนักนายกรัฐมนตรีแทน ส่วนการกำหนดให้ตำรวจเป็นราชการส่วนภูมิภาค ขอให้บัญญัติเพิ่มเติมว่า &amp;ldquo;กองบังคับการตำรวจจังหวัด และสถานีตำรวจทุกแห่งในจังหวัดนอกจากกรุงเทพมหานคร ถือเป็นราชการส่วนภูมิภาค ผู้ว่าราชการจังหวัดมีอำนาจควบคุมบังคับบัญชาแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจในจังหวัดได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับร่าง พ.ร.บ.การสอบสวนคดีอาญา ในมาตรา 15 ควรแก้ไขเพิ่มเติมดังนี้ เมื่อพนักงานสอบสวนได้รับแจ้งเหตุการกระทำผิดที่มีโทษจำคุกห้าปีขึ้นไป ให้แจ้งพนักงานอัยการและนายอำเภอทราบเพื่อร่วมตรวจที่เกิดเหตุและพยานหลักฐานทันที หากพนักงานอัยการสั่งเป็นหนังสืออย่างใด ก็ให้พนักงานสอบสวนปฏิบัติตามนั้น การออกหมายเรียกบุคคลเป็นผู้ต้องหาและการเสนอศาลออกหมายจับ ต้องได้รับความเห็นชอบจากพนักงานอัยการตรวจสอบว่า คดีมีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะสั่งฟ้องพิสูจน์การกระทำผิดให้ศาลลงโทษได้หรือไม่ คดีที่ประชาชนร้องเรียนว่าการสอบสวนไม่ได้เป็นไปตามกฎหมายหรือไม่ได้รับความยุติธรรม ให้พนักงานอัยการมีอำนาจเข้าตรวจสอบการสอบสวนและสั่งการเป็นหนังสือไว้ทุกคดี &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนมาตรา 22 การกำหนดให้คดีที่อัยการสั่งไม่ฟ้อง ต้องส่งให้ผู้บังคับการสอบสวนจังหวัดตรวจสอบนั้น นับเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง ยังผิดหลักการบริหารที่อัยการจังหวัดผู้มีฐานะเป็นหัวหน้าส่วนราชการหนึ่งในจังหวัด ต้องส่งสำนวนให้บุคคลที่ไม่ใช่หัวหน้าส่วนราชการตรวจสอบ จึงควรแก้ไข &amp;ldquo;ให้เป็นอำนาจของผู้ว่าราชการจังหวัด&amp;rdquo; เช่นเดิม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ให้เพิ่มเติมความหรือมาตราใหม่ ว่า &amp;quot;การสอบปากคำผู้ร้องทุกข์ ผู้กล่าวโทษ ผู้เสียหาย ผู้ต้องหา และบุคคลที่เป็นประจักษ์พยาน ต้องกระทำในห้องสอบสวนที่จัดขึ้นเฉพาะ มีระบบบันทึกภาพและเสียงอัตโนมัติเก็บเป็นหลักฐานไว้ให้พนักงานอัยการและศาลตรวจสอบได้เมื่อจำเป็นทุกคดี เว้นแต่มีเหตุจำเป็นที่ไม่อาจจะทำได้อย่างแท้จริง ก็ให้บันทึกเหตุผลไว้อย่างชัดแจ้ง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายคำนูณ สิทธิสมาน โฆษกคณะกรรมการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ภายหลังการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนแล้ว คณะกรรมการฯ จะนำความเห็นต่างๆ มาพิจารณาปรับปรุงแก้ไขสองร่างกฎหมายดังกล่าวตามความเหมาะสม แบบรายมาตรา แต่ไม่ได้หมายความว่าเอาทุกความเห็นมาแก้ไข เพราะบางเรื่องบางประเด็นมีความเห็นขัดกันเอง ไม่ได้ไปในทางเดียวกัน แต่สุดท้ายหากคณะกรรมการฯ ตัดสินใจและแก้ไขไปในทิศทางใด &amp;nbsp;ยืนยันว่าจะมีคำอธิบายและชี้แจงให้สังคมได้ด้วยเหตุผล คาดว่าเมื่อคณะกรรมการฯ แก้ไขกฎหมายเสร็จ น่าจะนำเสนอ ครม.ภายในเดือน ส.ค.นี้ แต่อย่างช้าสุดก็ภายในเดือน ก.ย.นี้ และหาก ครม.เห็นชอบจะเสนอ สนช.ต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15568</URL_LINK>
                <HASHTAG>การแต่งตั้งและโยกย้ายข้าราชการตำรวจ, ฉบับลงวันที่ 25 ก.ค.61, ตรวจสอบประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี, นายราเมศ รัตนะเชวง, นายวิทยา แก้วภราดัย, ยื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน, หนังสือพิมพ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180816/image_big_5b7584d648f5c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
