<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119816</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/10/2021 14:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/10/2021 14:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ปู&#039;ส่งตัวแทนมอบถุงน้ำใจให้ผู้ประสบภัยน้ำท่วม โทษรัฐประหารแผนจัดการน้ำถูกยับยั้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
15 ต.ค.64- น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ส่งตัวแทนมอบสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ตำบลบางกระบือ อำเภอเมือง จังหวัดสิงห์บุรี นำโดย ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช อดีตหัวหน้าพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) น.ส.ชยิกา วงศ์นภาจันทร์ หลานสาวและอดีตนายทะเบียนพรรคทษช. นายวิม รุ่งวัฒนจินดา อดีตรองเลขาธิการพรรคทษช. และทีมเลขาน.ส.ยิ่งลักษณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ร.ท.ปรีชาพล กล่าวว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้ฝากให้กำลังใจพี่น้องประชาชนผู้ประสบภัยน้ำท่วมทุกๆครอบครัว เชื่อว่าทุกอย่างจะผ่านพ้นไปโดยเร็ว และอยากฝากถึงรัฐบาล เรื่องการเยียวยาหลังน้ำท่วมขอให้ทั่วถึงและเป็นธรรมต่อพี่น้องประชาชนที่เดือดร้อน โดยเฉพาะเกษตรกร ที่จะต้องขาดรายได้ไปตลอดทั้งปี เพราะพืชผลทางการเกษตรได้รับความเสีย&amp;nbsp; สำหรับพี่น้องชาวจังหวัดสิงห์บุรี ท่านนายกฯฝากให้กำลังใจ ขอให้ทุกคนผ่านพ้นความลำบากนี้ไปให้ได้ ในช่วงปี 54 ท่านนายกฯได้เดินทางมีตรวจงานที่สิงห์บุรีบ่อยมากๆเนื่องจากมีเหตุที่ประตูระบายน้ำบางโฉมศรีแตก ที่อำเภออินทร์บุรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิม กล่าวว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้โทรมาสอบถามถึงสถานการณ์น้ำท่วม หลังจากมีข่าวว่าหลายจังหวัดถูกน้ำท่วมจนทำให้พี่น้องประชาชนต้องกลายเป็นผู้ประสบภัย โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง และภาคกลาง ตลอดจนภาคอีสาน ที่ปีนี้ภาคอีสานกลายเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วมมากที่สุด น.ส.ยิ่งลักษณ์จึงคิดว่าเบื้องต้นเพื่อลดปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนผู้ประสบภัยก่อน โดยเฉพาะเรื่อง อาหาร น้ำดื่ม และยาสามัญประจำบ้าน ที่จำเป็นต้องใช้ ท่านจึงให้ทีมงานช่วยกันจัด &amp;rdquo;ถุงน้ำใจ จากยิ่งลักษณ์&amp;ldquo; เพื่อนำมามอบให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ประสบภัย ที่หน่วยงานรัฐยังไม่เข้ามาช่วยเหลือ หรือบางพื้นที่ที่อาจถูกมองข้ามไป ซึ่งทางทีมงานก็ได้ประสานไปยังกลุ่มผู้ประสบภัยที่ได้รับความเดือดร้อนจริงๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม นอกจากจังหวัดสิงห์บุรี และพิจิตรที่ทีมงานดำเนินการในวันนี้แล้ว วันต่อไปๆก็จะนำถุงน้ำใจจากยิ่งลักษณ์ ไปมอบให้กับพี่น้องประชาชนผู้ประสบภัยในพื้นที่อื่นๆต่อไป เช่น จังหวัดจันทบุรี และพื้นที่ในภาคอีสานที่ขณะนี้ยังมีฝนตกหนักและเหตุการณ์น้ำท่วมฉับพลันอยู่ด้วย ทั้งนี้ เบื้องต้นคงไม่สามารถ นำไปมอบให้กับประชาชนได้ทุกครัวเรือน แต่ก็จะพยายามนำไปมอบให้มากที่สุดเท่าที่จะสามารถดำเนินการได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิม กล่าวว่า ปัญหาน้ำท่วมปีนี้คงไม่หนักเท่ากับปี 2554 ที่ประเทศไทยเจอมรสุมหลายลูกติดต่อกัน ทำให้ปริมาณน้ำเหนือเขื่อนมากกว่าปกติ และน้ำใต้เขื่อนก็มากจนล้นตลิ่ง เมื่อมีการระบายน้ำออกจากเขื่อน ก็ทำให้พื้นที่รับน้ำตามธรรมชาติ ไม่สามารถรับไหว ประกอบการระบายน้ำก็มีปัญหา ทั้งหน่วยงานและข้อกฏหมาย จึงกลายเป็นปัญหาใหญ่&amp;nbsp; แต่ก็เป็นที่น่าเสียดาย ที่ก่อนหน้านี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้รับรู้และมองเห็นปัญหาจากประสบการณ์จริงและได้จัดทำแผนบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ โดยแก้ทั้งอุทกภัยและภัยแล้ง ซึ่งในแผนดังกล่าวมีทั้ง เส้นทางระบายน้ำ และการจัดทำแก้มลิงกักเก็บน้ำไว้ใช้หน้าแล้ง ตามแนวพระราชดำรัสของในหลวงรัชกาลที่ 9 ตลอดจนกำแพงป้องกันน้ำท่วมในเขตเมือง ตั้งแต่จังหวัดนครสวรรค์ ลงมาถึงกรุงเทพฯ&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่โครงการดังกล่าวก็ถูกยั้บยั้งและรัฐบาลของนายกฯยิ่งลักษณ์ ถูกรัฐประหาร รัฐบาลใหม่ก็ไม่ได้ให้ความสำคัญกับปัญหาน้ำท่วม-น้ำแล้ง จึงทำให้พี่น้องประชาชนเดือดร้อนซ้ำแล้วซ้ำอีก มาตลอด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ชาวบ้านบางกระบือ ระบุว่า ซอยของพวกตนเป็นซอยที่ถูกลืม จนวันนี้ยังไม่ได้รับของช่วยเหลือจากทางรัฐบาล แต่ไม่ว่าใครจะลืมพวกตน นายกฯยิ่งลักษณ์ ก็ไม่เคยลืม พวกตนขอขอบคุณน.ส.ยิ่งลักษณ์ที่ไม่เคยลืมพวกเรา และขอให้ท่านได้กลับมาประเทศไทยไวๆ พวกเราคิดถึงท่าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นคณะได้เดินทางต่อไปยัง บ้านน้ำตาล อำเภออินทร์บุรี จ.สิงห์บุรี เพื่อลงเรือเข้าไปมอบถุงน้ำใจและน้ำดื่ม พร้อมให้กำลังใจชาวบ้าน บ้านน้ำตาลที่ถูกน้ำท่วมบ้านเรือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119816</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชยิกา วงศ์นภาจันทร์, น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร, นายวิม รุ่งวัฒนจินดา, ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช, แก้มลิง, แผนจัดการบริหารน้ำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211015/image_big_616930d75c111.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>28777</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/02/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/02/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทษช.ส่อตายยกเข่ง แก้วสรรชี้คำ&#039;ธิดา&#039;มัดตราสัง/หึ่ง!กก.บห.ไขก๊อกดักหน้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทษช.ส่อชะตาขาด! กกต.นัดพิจารณาคุณสมบัติผู้สมัคร ส.ส.-แดนดิเดตนายกฯ เล็งตั้งคณะทำงานปมเสนอชื่อนายกฯ ผิด ม.92 พ.ร.ป.พรรคการเมือง ก่อนชงศาล รธน.ยุบพรรค &amp;quot;พี่ศรี&amp;quot; บุกยื่น กกต.ฟัน ทษช.แน่ &amp;quot;แก้วสรร&amp;quot; เขียนบทความ &amp;quot;คำสารภาพสีแดง&amp;quot; ยกข้อความ &amp;quot;ธิดา&amp;quot; มัด ชี้อาจเอื้อมใช้บารมีพระมหากษัตริย์แสวงหาอำนาจ ทษช.โพสต์ยังเดินหน้าต่อไป แต่ กก.บห.เตรียมชิ่ง แจ้ง กกต.ขอลาออกจากสมาชิกพรรคปัดไม่มีเอี่ยว เปิดแนวทางหนีตายทำหนังสือขอพระราชทานอภัยโทษยุติบทบาทพรรค &amp;quot;เรืองไกร&amp;quot; ตอกพวกกันเองควรมีสำนึกชั่วดี บี้ กก.บห.ลาออกแสดงความรับผิดชอบ ขณะที่ &amp;quot;ปรีชาพล&amp;quot; โผล่ทำบุญที่อยุธยา &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ ยังเป็นที่จับตาถึงการกระทำของพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) ที่อาจเข้าข่ายผิดรัฐธรรมนูญ และ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง รวมทั้งระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่าด้วยวิธีการหาเสียงและลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้ง ส.ส. ที่ห้ามผู้สมัครพรรคการเมือง หรือผู้ใดนำสถาบันพระมหากษัตริย์มาเกี่ยวข้องกับการหาเสียง ที่อาจมีผลถึงขั้นยุบพรรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต. เปิดเผยว่า กกต.จะมีการประชุมกันทุกวันจันทร์และวันอังคาร ซึ่งในวันที่ 11 ก.พ. คาดจะมีวาระการพิจารณาในเรื่องของพรรคไทยรักษาชาติด้วยเช่นกัน เนื่องจากมีคำร้องเข้ามาให้พิจารณา ส่วนเรื่องบัญชีชื่อนายกรัฐมนตรีของพรรค ทษช.ต้องดำเนินการอย่างไรต่อไปนั้น ต้องพิจารณากันในที่ประชุม กกต. และมีการให้ความเห็นร่วมกันหรือออกเป็นมติบนพื้นฐานของกฎหมายก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับกรณีที่นายศรีสุวรรณ จรรยา จะยื่นคำร้องให้ กกต.เสนอศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรค ทษช.นั้น นายอิทธิพรกล่าวว่า กกต.จะพิจารณาก่อนว่าคำร้องดังกล่าวสมควรจะรับไว้หรือไม่ อย่างไร ตามอำนาจหน้าที่ของสำนักงาน กกต. เมื่อรับคำร้องแล้วก็จะเสนอมาให้ กกต.พิจารณาต่อไป ยืนยันว่าทุกเรื่องที่ กกต.รับไว้จะพิจารณาไปตามขั้นตอนของกฎหมาย ขอย้ำว่าจะพิจารณาอย่างละเอียดรอบคอบ และมีความเป็นธรรมมากที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า ในการประชุม กกต.วันที่ 11 ก.พ.นี้ จะมีการรายงานผลการเปิดรับสมัคร ส.ส.ในระบบบัญชีรายชื่อ และรายชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ที่แต่ละพรรคการเมืองเสนอ พร้อมรายละเอียดการตรวจสอบคุณสมบัติ จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ได้แจ้งมาให้ กกต.ได้พิจารณา ร่วมกับประเด็นข้อกฎหมาย ว่า กกต.จะมีอำนาจในการที่จะตรวจสอบคุณสมบัติรายชื่อแคนดิเดตนายกฯ หรือไม่ หรือมีอำนาจเพียงต้องประกาศรายชื่อที่พรรคการเมืองเสนอมา ซึ่งมีแนวโน้มว่า กกต.จะประกาศรับรองรายชื่อทั้งสองส่วนโดยเร็ว ก่อนครบกำหนด 7 วันในวันที่ 15 ก.พ. เนื่องจากต้องการให้พรรคการเมืองสามารถนำภาพแคนดิเดตนายกฯ ไปใช้ในการหาเสียงได้เร็วขึ้น ตามที่ก่อนหน้านี้เลขาธิการ กกต.ขอให้ทุกพรรครอการประกาศรับรองรายชื่อจาก กกต.ก่อนค่อยเริ่มใช้ภาพแคนดิเดตนายกฯ หาเสียง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน มีแนวโน้มว่า พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมือง จะใช้อำนาจตามมาตรา 93 ความปรากฏต่อนายทะเบียน ตั้งคณะทำงานรวบรวมพยานหลักฐาน ว่ากรณีการเสนอชื่อว่าที่นายกฯ ของ ทษช.เป็นการกระทำการที่เข้าข่ายผิดมาตรา 92 กฎหมายเดียวกันที่นายทะเบียน ต้องรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน เพื่อเสนอพร้อมความเห็นต่อ กกต.พิจารณาส่งให้ ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยุบพรรคไทยรักษาชาติ และเพิกถอนสิทธิสมัครกรรมการบริหารพรรคหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ตามมาตรา 92 พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง กำหนดไว้ว่า เมื่อ กกต.มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าพรรคการเมืองใดกระทำการ (1) ล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศ โดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ (2) กระทำการอันอาจเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคการเมืองและเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของคณะกรรมการบริหารพรรคการเมืองนั้น
บี้ กกต.ฟัน ทษช.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ระบุว่า เมื่อสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ เมื่อคืนวันที่ 8 ก.พ.2562 ว่า มิให้ &amp;quot;ทูลกระหม่อมหญิงฯ&amp;quot; ลงเล่นการเมือง เนื่องจากเป็นพระบรมวงศานุวงศ์ ใกล้ชิดพระมหากษัตริย์ รวมทั้งขัดรัฐธรรมนูญ ดังนั้น การเสนอชื่อทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนฯ โดยพรรคไทยรักษาชาติ จึงเป็นการเสนอผู้ที่ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 13 วรรคสอง ประกอบมาตรา 14 (2) ของ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. 2561 ที่สำคัญเป็นการดำเนินการที่ละเมิดต่อข้อ 17 ของระเบียบ กกต.ว่าด้วยวิธีการหาเสียงและลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้ง ส.ส.2561 โดยชัดแจ้ง อันเข้าข่ายองค์ประกอบมาตา 92 (2) ของ พ.ร.ป.พรรคการเมือง 2560 จึงเห็นว่า กกต.ควรจะต้องนำกรณีดังกล่าวเสนอต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อพิจารณาวินิจฉัยยุบพรรคไทยรักษาชาติต่อไป โดยสมาคมฯ จะไปยื่นคำร้องในวันจันทร์ที่ 11 ก.พ.2562 เวลา 10.00 น. ณ สำนักงาน กกต. ศูนย์ราชการฯ อาคาร B หลักสี่ กทม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนกฤต วรธนัชชากุล อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด ระบุว่า กกต.มีอำนาจตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. พ.ศ. 2561 มาตรา 14 กำหนดให้การเสนอรายชื่อบุคคลเป็นนายกรัฐมนตรีนั้น ผู้ได้รับการเสนอชื่อต้องเป็นผู้มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ ดังนั้น กกต.จึงย่อมต้องมีอำนาจหน้าที่ตรวจสอบว่าผู้ได้รับการเสนอชื่อมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญหรือไม่ ในกรณีของการเสนอพระนามของทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนฯ ในบัญชีรายชื่อนายกฯ ของพรรค ทษช. ซึ่งขัดกับบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ ที่พระบรมราชวงศ์ดำรงอยู่เหนือการเมืองและมีความเป็นกลางทางการเมือง และไม่สามารถดำรงตำแหน่งใดๆ ในทางการเมืองได้ จึงย่อมต้องถือว่าเป็นการเสนอชื่อบุคคลเป็นนายกฯ ที่มีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ และมาตรา 14 วรรคสอง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จึงถือว่าไม่มีการเสนอพระนามของทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนฯ เป็นนายกฯ โดย ทษช. เปรียบทำนองเดียวกับถือว่าการเสนอพระนามของทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนฯ โดย ทษช.เป็นโมฆะ ไม่มีผลตามกฎหมาย จึงไม่จำเป็นที่จะต้องมีการถอนพระนามของทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนฯ จากรายชื่อนายกฯ โดย ทษช.หรือโดยทูลกระหม่อมหญิงฯ แต่อย่างใด และจึงคงไม่มีประเด็นปัญหาให้ต้องมาพิจารณาว่าหลังปิดรับสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ไปแล้วจะถอนรายชื่อบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อให้เป็นนายกฯ ได้หรือไม่&amp;quot; นายธนกฤติกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายแก้วสรร อติโพธิ เขียนบทความเรื่อง คำสารภาพสีแดง? ถึงกรณีที่มีผู้เรียกร้องให้ยุบพรรคทษช. ว่า ข้อแรกคือปัญหาว่ามีการกระทำที่เข้าข่ายเป็นการแสวงหาอำนาจโดยผิดครรลองรัฐธรรมนูญหรือไม่ ถ้าทูลกระหม่อมฯ มีคุณสมบัติและประสบการณ์เหมาะสม ตรงสเปกจริงๆ และท่านก็ห่วงบ้านเมืองเห็นด้วยกับนโยบายพรรคจริงๆ แล้วทำไมจะทูลเชิญท่านไม่ได้ มันผิดที่ตรงไหน ข้อเท็จจริงมันเป็นยังงั้นจริงหรือไม่ คุณลองอ่านเฟซบุ๊กของที่ปรึกษา นปช. คุณธิดา ถาวรเศรษฐ &amp;nbsp;ต่อไปนี้ดูสิครับว่า เป็น &amp;ldquo;คำสารภาพสีแดง&amp;rdquo; หรือไม่?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายแก้วสรรยกข้อความที่นางธิดาโพสต์ ซึ่งระบุว่า &amp;ldquo;ประชาชนต้องให้โอกาสพระองค์ท่านที่เสียสละ..ฝ่ายที่มอง ดร.ทักษิณ ชินวัตร เป็นปฏิปักษ์อย่างแรงกล้าจะไม่สามารถเอาเรื่องของราชวงศ์หรือสถาบันมาอ้างได้อีกแล้ว..นี่คือการเล่นไพ่หรือยุทธวิธีในการทำอย่างไรให้ฝ่ายประชาธิปไตยชนะ..ขณะนี้แคนดิเดตนายกฯ กลายเป็นพลเอกประยุทธ์กับทูลกระหม่อมฯ...การเอาชนะทางเลือกตั้งไม่พอ ต่อให้มี ส.ส. 250 ก็ถูกจัดการได้โดย 250 ส.ว.โดยกลไกรัฐ.. ตรงนี้ทำให้ปฏิบัติการ ทษช.ครั้งนี้เป็นกลยุทธ์ที่เรียกว่ายิ่งกว่าเหยียบเมฆ โอกาสที่ทูลกระหม่อมฯ จะเป็นนายกฯ ประเทศไทยนั้นมีสูงมาก นี่คือ &amp;ldquo;สภาวะใหม่ทางการเมืองไทย&amp;rdquo; ที่ฝ่ายถูกกระทำทางการเมืองมีกลยุทธ์สามารถที่จะจัดการอาวุธสำคัญของฝ่ายอนุรักษนิยมทำให้อาวุธนั้นใช้ไม่ได้&amp;nbsp;
อาจเอื้อมใช้บารมีกษัตริย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ทั้งหมดนี้คุณอ่านดูแล้วคุณว่า ถ้าคิดอย่างนี้จริงๆ เราจะยอมรับว่าเป็นการใช้เสรีภาพทางการเมืองตามวิถีทางรัฐธรรมนูญหรือไม่ ถ้าเป็นนามสกุลชินวัตรของน้องสาวที่ชื่อยิ่งลักษณ์เช่นที่เคยทำมาแล้ว หรือจะใช้นามสกุลใหญ่โตที่ไหนก็แล้วแต่ เชิญคุณทำได้ตามสบาย แต่นี่เป็นการใช้บารมีสถาบันพระมหากษัตริย์ชัดๆ ตรงนี้แหละครับที่มันผิด ที่อาจเอื้อมเอาบารมีสถาบันมาใช้เพื่อแสวงอำนาจโดยผิดครรลอง กฎหมายพรรคการเมือง มาตรา 92 ระบุไว้ชัดเจน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายแก้วสรรระบุด้วยว่า กกต.ต้องสอบให้เขาอธิบายว่า ได้คิดกันมีมติกันได้อย่างไร ให้ผู้ใหญ่คนไหนไปเจรจาไปทูลเชิญ ใครคือผู้ใหญ่คนนั้น ถ้าตอบว่าคือ พ.ต.ท.ทักษิณเป็นคนไปคุย แล้วสั่งลงมาให้ไปทูลเชิญ ก็ปรากฏเป็นเหตุยุบพรรคอีกข้อหนึ่ง คือเป็นพรรคที่ตกอยู่ใต้บงการของคนนอก เป็นเหตุยุบพรรคได้ตาม ม.92 (3) &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อลำดับ 24 และคณะทำงานฝ่ายกฎหมาย ทษช.กล่าวว่า การที่มีบุคคลไปร้อง กกต.ให้ส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยุบพรรค โดยหยิบยกเหตุว่า การกระทำของพรรคอาจขัดต่อกฎหมายและระเบียบการหาเสียงของ กกต.ข้อ 17 อันเข้าข่ายตามองค์ประกอบมาตา 92 (2) ของ พ.ร.ป.พรรคการเมือง 2560 แต่ในตามมาตรา 92 (2) ระบุถึงกระทำการอาจเป็นปฏิปักษ์ ซึ่งคำนี้เป็นคนละคำกับคำว่า ขัดต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ที่อยู่ในรัฐธรรมนูญมาตรา 2 แม้คนร้องจะไปร้องได้ แต่ถ้าวินิจฉัยออกมาแล้วไม่ใช่ ผู้ร้องก็อาจจะมีโทษตามมาก็ได้ การพิจารณาจะเป็นอย่างไรอยู่ที่ กกต. ที่จะมีการประชุมในวันที่ 11 ก.พ.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเรืองไกรกล่าวว่า ตนเคยไปร้องให้ กกต.ตรวจสอบประเด็น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ เข้าข่ายทำความผิดมาตรา 98 ของรัฐธรรมนูญ ถือว่าเข้าข่ายเป็นเจ้าของสื่อหรือไม่ ถ้า กกต.ไม่ประกาศรับรองชื่อ พล.อ.ประยุทธ์เป็นผู้เหมาะสม สมควรอยู่ในบัญชีรายชื่อนายกฯ ของพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) จริง เท่ากับว่าพรรคนั้นๆ ไม่ได้เสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ ในบัญชีรายชื่อนายกรัฐมนตรี
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการวิเคราะห์ไปถึงว่าพรรคทษช.อาจถูกยุบพรรคได้ นายเรืองไกรกล่าวว่า เรื่องการยุบพรรคคงอีกไกล เพียงแต่ตอนนี้เป็นเรื่องความรู้สึกของคนที่เห็นแตกต่างทางสังคม ทษช.มีแถลงการณ์น้อมรับพระราชโองการ ถือเป็นเรื่องคนไทยทุกคนควรรับมาปฏิบัติ ส่วนความรับผิดชอบกรรมการบริหารพรรคส่วนตัว ผู้ที่เกี่ยวข้อง ก็ควรมี ควรรับ มาปฏิบัติทางไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง จะพิจารณาตัวเองหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;แต่ถ้าเป็นผม คงแถลงว่า ขอลาออกเพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อเรื่องนี้ จะลาออกสถานะใด จากสมาชิกพรรค จากกรรมการบริหารพรรค ก็ว่ากันไป แต่ก็ยังมีข้อพิจารณา หากลาออกจากกรรมการบริหารพรรค ถือว่าพ้นจากตำแหน่งทางการบริหารเพียงอย่างเดียว แต่ถ้าลาออกจากสมาชิกพรรค ถือว่าขาดหมดเลย จะพ้นสภาพไปโดยปริยาย ทั้งสมาชิก กรรมการบริหารพรรค และอาจรวมถึงความเป็นผู้สมัคร ส.ส.ด้วย ควรมีสำนึกรับผิดชอบชั่วดี&amp;quot; นายเรืองไกรกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.เชิดชัย ตันติศิรินทร์ สมาชิกพรรค ทษช. กล่าวถึงการกดดันให้กรรมการบริหาร ทษช.ลาออก ว่า ยังไม่ถึงเวลาแสดงสปิริต จะเป็นความผิดหรือไม่ยังไม่รู้ เพราะพรรคก็ทำตามกฎหมาย และมีแถลงการณ์น้อมรับพระราชโองการ ส่วนตัวขอไม่ออกความเห็นมาก รอให้ กกต.พิจารณาออกมาก่อน แล้วเราค่อยมาว่ากัน เวลานี้อยากให้ทุกคนสงบ ไม่อยากให้มีการดึงสถาบันเพื่อมาทำร้ายคนอื่น เพราะถือเป็นเรื่องไม่เหมาะสม อย่างไรก็ตาม ให้รอ กกต.พิจารณาออกมาก่อน ถ้า กกต.วินิจฉัยว่าเราทำไม่ถูกต้องก็จบกระบวนการ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนเรื่องข่าวลือแกนนำพรรคถูกควบคุมตัว นพ.เชิดชัยกล่าวว่า คงเป็นโรคประสาท มีการไปสร้างข่าวลือต่างๆ นานา แต่ความจริงคืออะไรยังไม่มีใครรู้ แม้ส่วนตัวจะยังไม่ได้พูดคุยกับหัวหน้าพรรค แต่เชื่อว่า ยังสบายดี ไม่มีอะไร ตนได้คุยกับรองหัวหน้าพรรคบางท่านบ้าง ก็ไม่เห็นมีอะไร เท่าที่สอบถาม ทุกคนก็ปลอดภัยดี อีกทั้ง คสช.ก็บอกเลิกเรียกไปปรับทัศนคติแล้ว เรื่องนี้ควรปล่อยให้เจ้าหน้าที่บ้านเมืองมาพูดกันดีกว่า&amp;nbsp;
ขอพระราชทานอภัยโทษ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนบรรยากาศที่ทำการพรรค ทษช. ถนนแจ้งวัฒนะ ตลอดช่วงเช้าวันอาทิตย์ เป็นไปอย่างเงียบเหงาติดต่อกันเป็นวันที่ 2 ไร้เงาคณะกรรมการบริหาร แกนนำพรรค และสมาชิกพรรค ทษช. เดินทางเข้ามา &amp;nbsp;มีเพียงเจ้าหน้าที่จำนวนหนึ่งที่เดินทางมาทำงาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานข่าวจากพรรค ทษช.เปิดเผยว่า หลังจากเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์การกระทำของพรรคที่อาจเข้าข่ายผิดเจตนารมณ์รัฐ ล่าสุดในวันที่ 11 ก.พ. นายรุ่งเรือง พิทยศิริ หนึ่งในกรรมการบริหารพรรคทษช. จะเดินทางไปยื่นหนังสือถึง กกต. เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจว่า ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับมติของพรรคในการเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีในนามพรรค ที่มีการประชุมกรรมการบริหารพรรคไปเมื่อวันที่ 4 ก.พ.โดยจะนำเอกสารการยื่นใบลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคไปยื่นต่อ กกต.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานอีกว่า คณะทำงานทีมยุทธศาสตร์พรรคทษช. ได้มีการหารือต่อกรณีที่เกิดขึ้น โดยมีผู้เสนอให้ทำหนังสือขอพระราชทานอภัยโทษ จากนั้นพิจารณายุติบทบาทพรรคในการเลือกตั้งครั้งนี้ หรือยุบพรรคไป อย่างไรก็ดี มีบางส่วนเห็นแย้งเกี่ยวกับการยุติบทบาทหรือยุบพรรค โดยเห็นว่ากระบวนการยุบพรรคนั้นคงต้องใช้เวลาในการพิจารณาพอสมควร ส่วนการยุติบทบาทของพรรคนั้น อาจกระทบต่อยุทธศาสตร์การเลือกตั้ง ที่ ทษช.ส่งผู้สมัคร 175 เขต แม้จะแพ้แต่ก็จะได้คะแนนเพื่อนำไปคำนวณที่นั่ง ส.ส.บัญชีรายชื่อให้มากที่สุด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน พรรคเพื่อไทย (พท.) ส่งผู้สมัคร 250 เขตเลือกตั้ง เน้นในส่วนของ ส.ส.เขต หาก ทษช.ยุติบทบาท เท่ากับจะมีถึงราว 100 เขตทั่วประเทศ ที่ไม่มีผู้สมัครของทั้ง 2 พรรคลงสมัคร เป้าหมายที่ต้องการได้จำนวนที่นั่ง ส.ส.รวมกันให้เกิน 250 เสียง หรือกึ่งหนึ่งก็จะทำได้ยาก ดังนั้นจึงได้ข้อยุติเบื้องต้นว่า จะมีการประกาศลาออกและยุติบทบาทเฉพาะกรรมการบริหารพรรคที่เกี่ยวข้อง แต่คงสมาชิกภาพไว้ เพื่อไม่ให้กระทบกับคุณสมบัติผู้สมัคร ส.ส.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะที่ผู้สื่อข่าวยังตามหาตัว ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช หัวหน้าพรรค ทษช. และนายมิตติ ติยะไพรัช เลขาธิการพรรคไม่เจอ โดยผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปยังบ้านพักของ ร.ท.ปรีชาพล บริเวณหมู่บ้านโอษธิศ 1 ซอยโชคชัย 4 ถนนลาดพร้าว กรุงเทพฯ บรรยากาศของบ้านปิดเงียบไว้ ไม่มีคนอยู่ภายในบ้านแต่อย่างใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ นางระเบียบรัตน์ พงษ์พานิช แม่ ร.ท.ปรีชาพล เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ร.ท.ปรีชาพลได้โทรศัพท์มาหา เพราะเป็นห่วงความรู้สึกของแม่ โดยลูกชายบอกแค่ว่าไม่เป็นไร ยังสบายดี ไม่ต้องเป็นห่วง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่บ้านติยะไพรัช ที่บ้านดง ต.สันทราย อ.แม่จัน จ.เชียงราย ซึ่งเป็นบ้านพักของนายมิตติ ไม่มีวี่แววความเคลื่อนไหวใดๆ โดยประตูบ้านได้เปิดเอาไว้ ภายในมีเพียงคนที่ทำงานบ้านเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกันก็มีข่าวลือว่านายมิตติหลบหนีไปแล้ว เมื่อผู้สื่อข่าวตรวจสอบไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ไม่ยอมให้ข้อมูลใดๆ นอกจากนี้ กรรมการบริหารพรรคทษช.คนอื่นๆ ก็เก็บตัวเงียบ และมีข่าวลือว่ากรรมการบางคนเตรียมหนีเช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับกรรมการบริหารพรรค ทษช. มีจำนวน 14 คน ได้แก่ 1.ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช 2.นายฤภพ ชินวัตร (ลูกนายพายัพ ชินวัตร) รองหัวหน้าพรรค คนที่ 1 3.นางสุณีย์ เหลืองวิจิตร รองหัวหน้าพรรค คนที่ 2, 4.นายพฤฒิชัย วิริยะโรจน์ รองหัวหน้าพรรค คนที่ 3 5.น.พ.พงษ์ศักดิ์ ภูสิทธิ์สกุล รองหัวหน้าพรรค คนที่ 4 &amp;nbsp;6.นายมิตติ ติยะไพรัช ( ลูกชายนายยงยุทธ ติยะไพรัช) เลขาธิการพรรค 7.นายต้น ณ ระนอง รองเลขาธิการพรรค คนที่ 1 8.นายวิม รุ่งวัฒนจินดา รองเลขาธิการพรรค คนที่ 2, 9.นายคณาพจน์ โจมฤทธิ์ รองเลขาธิการพรรค คนที่ 3 10.นายพงศ์เกษม สัตยาประเสริฐ โฆษกพรรค 11.นางสาวชยิกา วงศ์นภาจันทร์ (ลูกสาวนางเยาวเรศ ชินวัตร) นายทะเบียนสมาชิกพรรค 12.นางวรรษมล เพ็งดิษฐ์ (ภรรยานายธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดีดีเอสไอ) เหรัญญิกพรรค 13.รศ.ดร.รุ่งเรือง พิทยศิริ และ 14.นายจุลพงศ์ โนนศรีชัย กรรมการบริหารพรรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน ทางเพจเฟซบุ๊กพรรค ทษช.ได้ขึ้นกราฟฟิกข้อความว่า พรรคไทยรักษาชาติขอบคุณทุกกำลังใจที่มอบให้กับเรา เพื่อก้าวเดินต่อไป และโพสต์ข้อความว่า &amp;ldquo;พรรคไทยรักษาชาติ ขอขอบคุณทุกกำลังใจที่หลั่งไหลกันเข้ามาให้ในช่วง 1-2 วันที่ผ่านมา เราขอยืนยันกับพี่น้องประชาชน พรรคไทยรักษาชาติยังคงมีจุดยืนดังเดิม และจะเดินหน้าต่อไปในสนามเลือกตั้งเพื่ออาสาแก้ปัญหาให้ประเทศและประชาชน&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;quot;เต้น&amp;quot;ยังไม่หนีแค่ลืมโทรศัพท์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิม รุ่งวัฒนจินดา รองเลขาธิการพรรค ทษช.ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีข่าวลือต่างๆ เกี่ยวกับตัวกรรมการบริหารพรรค เช่น การถูกคุมตัว ว่ากระแสข่าวดังกล่าวไม่เป็นความจริง ทางพรรคยังคงทำงานของพรรคตามปกติ แต่เนื่องจากช่วง 2 วันนี้เป็นวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ กรรมการบริหารพรรคบางท่านอาจจะติดภารกิจ จึงไม่ได้เข้าไปที่พรรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาช่วงบ่าย น.ส.ชยิกาได้โพสต์รูปขณะไปทำบุญร่วมกับ ร.ท.ปรีชาพล ที่วัดหน้าพระเมรุราชิการาม จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อสยบข่าวลือ ร.ท.ปรีชาพล ถูกควบคุมตัว โดยบุคคลที่ไปร่วมทริปดังกล่าวมี ร.ท.ปรีชาพล, น.ส.ชยิกา และนายสรพันธ์ คุณากรวงศ์ ซึ่งเป็นว่าผู้ที่ผู้สมัคร ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ประธานรณรงค์หาเสียงพรรค ทษช. ยืนยันผ่านเฟซบุ๊กว่าเขายังอยู่ ไม่ได้หายไปไหน ที่ติดต่อไม่ได้เพราะลืมโทรศัพท์ไว้ ต่อมานายณัฐวุฒิได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า ข้าพเจ้าชมชอบนิยายกำลังภายใน เยาว์วัยใฝ่ฝัน อยากหยิบฉวยพู่กันสรรค์สร้างเรื่องราวของเหล่าชาวยุทธ์ ฉากหนึ่งในยุทธภพ ดึกสงัดในคืนเดือนมืด ม่านวิกาลบดบังทุกสายตา แต่ &amp;quot;เล่งฮู้ชง&amp;quot; ยังมองเห็น แสงสว่างมาจากที่ใด &amp;quot;เล่งฮู้ชง&amp;quot; ล้วงเข้าไปในอกเสื้อ หยิบพลุสัญญาณจุดส่งถึงเพื่อนร่วมสำนัก เชิญตักเติมกำลังใจจากหัวใจข้าพเจ้า เช่น ที่ข้าพเจ้าตักเติมกำลังใจจากทุกท่านตลอดมา เรามิได้ประสงค์เผชิญหน้ากับค่ายพรรคสำนักใด แต่มิอาจละวางความหวังของเหล่าชาวยุทธ์ในห้วงทุกข์เข็ญได้ นี่คือปณิธานของสำนักเรา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนในพื้นที่ต่างจังหวัด ผู้สมัครพรรค ทษช.ยังคงหาเสียงปกติ อาทิ ที่ จ.ตรัง เขต 1, &amp;nbsp;จ.สงขลา เขต 3, จ.พิจิตร เขต 1 เป็นต้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ กรรมการบริหารพรรครวมพลังประชาชาติไทย โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กเรื่อง ความมั่นคงของสถาบันพระมหากษัตริย์ : ไทยทั้งผองต้องปกป้อง ว่า 70 ปีของรัชกาลที่ 9 ที่จบลงเมื่อ 13 ตุลาคม 2559 นั้น คืออีกหนึ่ง &amp;ldquo;ยุคทอง&amp;rdquo; ของสถาบันพระมหากษัตริย์ ประชาชนล้วนเทิดทูนบูชาพระองค์ท่านดั่ง &amp;quot;พ่อ&amp;quot; ของแผ่นดิน อย่างไรก็ดี สถานะของพระมหากษัตริย์ โดยเฉพาะนับตั้งแต่หลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475 นั้น มีที่ถูกโยกคลอน จนไหวเอน จะล้มมิล้มแหล่ก็หลายครั้ง ในทุกวันนี้เองสถานะของพระมหากษัตริย์ก็ใช่ว่าจะมิถูกสั่นคลอน ยังมีคนจำนวนหนึ่งท้าทายสงสัย กังขาหรือกระทั่งนินทาใส่ร้าย วิพากษ์โจมตี บางพวกกระทำการอยู่ใต้ดินบางพวกกระทำการในต่างประเทศ ยังมีที่เคลื่อนไหวเชื่อมโยงเข้ากับพรรคหรือกลุ่มฝ่ายบนดิน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จึงเป็นหน้าที่ของทุกกลุ่มทุกพรรครวมทั้ง &amp;ldquo;รวมพลังประชาชาติไทย&amp;rdquo; ที่จะช่วยกันทำความเข้าใจกับประชาชน ร่วมกันต่อต้านพวก &amp;ldquo;ชังเจ้า&amp;rdquo; หรือ พวก &amp;ldquo;ล้มเจ้า&amp;rdquo; แต่ในขณะเดียวกัน ก็มิยอมให้ผู้ใดนำสถาบันเข้าไปเป็นฝักฝ่าย สถาบันพระมหากษัตริย์นั้น ย่อมมิเป็นของพรรคใดฝ่ายใด หากเป็น &amp;ldquo;ของ&amp;rdquo; พวกเราทั้งมวล ซึ่งหมายถึงทุกพรรคทุกฝ่ายที่จงรักภักดีและศรัทธาบูชาต่อแผ่นดิน&amp;rdquo; นายเอนกระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงการร่วมงานกับพรรค ทษช. ว่า หลักการของเรา เมื่อผลการเลือกตั้งปรากฏแล้วก็ต้องนำไปสู่การหารือกันอย่างแน่นอน ระหว่างพรรคการเมือง พปชร.มีอุดมการณ์ชัดเจนว่า เราทำเพื่อแผ่นดิน ประชาธิปไตย เรายืนอยู่ข้างประชาธิปไตย ที่เป็นของแท้ของคนไทย เพราะฉะนั้น ถ้าอุดมการณ์ไม่ตรงกัน เราก็คงไม่ร่วมงาน พรรคการเมืองที่เราจะร่วมงานด้วย ต้องเหมือนตัวเรา ทุกคนต้องเคารพกฎหมาย กฎกติกาของการเลือกตั้ง เคารพธรรมเนียมประเพณีปฏิบัติของคนไทย ในสิ่งที่คนไทยถือปฏิบัติมา ยึดถือในสิ่งที่คนไทยไม่ทำ ส่วน พปชร.จะยื่นร้องเรียน ทษช.ต่อ กกต.หรือไม่นั้น เห็นว่าสิ่งที่เกิดขึ้นไม่เกี่ยวข้องกับเรา เรามุ่งมั่นทำงานในส่วนของเรา ไม่ไปวอกแวกว่าพรรคอื่นจะมีอะไรเกิดขึ้น
คสช.โต้ข่าวลือปฏิวัติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวว่า ในส่วนของพรรค ปชป.ไม่มีการเคลื่อนไหวอะไร เพราะสิ่งที่เกิดขึ้น ทษช.ต้องรับผิดชอบในสิ่งที่ได้กระทำลงไป อีกทั้งเป็นหน้าที่ของ กกต. จะพิจารณาว่าต้องดำเนินการอย่างไรหรือไม่ และหลังจากที่มีพระราชโองการออกมาแล้วนั้น ต้องเป็นเรื่องที่ให้ทางผู้ที่เกี่ยวข้องพิจารณาว่าแต่ละฝ่ายสมควรจะทำอย่างไร ยืนยันว่า ปชป.ไม่มีการไปยื่นให้ยุบ ทษช.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงความเป็นไปได้ของพรรคจะจับมือกับทษช. นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า เดิมทางพรรคไม่ได้คิดถึงเรื่องดังกล่าวอยู่แล้ว และบอกแล้วว่าขอเดินหน้าที่จะเป็นแกนนำรัฐบาล และยึดภารกิจหลักของเรา คือ การแก้จน สร้างคน สร้างชาติ โดยเสนอตัวเป็นทางหลักที่จะออกจากการเมืองที่สับสนวุ่นวาย อย่างไรก็ตาม ใครที่คิดว่าจะทำงานตามแนวของเราได้ถึงจะมาคุยกัน ฉะนั้นวันนี้หน้าที่ของเราคือ เดินหน้าขอคะแนนเสียงจากประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ โฆษกพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวว่า พรรคภูมิใจไทยโดยท่านหัวหน้าพรรคยืนยันมาตลอดว่า เราเทิดทูนสถาบันเหนือสิ่งอื่นใดมาโดยตลอด ซึ่งเรื่องการเสนอชื่อแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคการเมืองอื่นนั้น ตนคงให้ความเห็นอะไรไม่ได้ เพราะเป็นเรื่องกิจการภายในของแต่ละพรรคการเมือง เราเคารพการตัดสินใจของแต่ละพรรค เราเป็นเพียงผู้ชมเท่านั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่สำนักเลขาธิการพรรคเพื่อชาติ (พช.) ได้ส่งข้อความถึงสมาชิกพรรค พช.ทุกท่าน ระบุว่า ด้วยสถานการณ์ทางการเมืองในขณะนี้มีความอ่อนไหว ขอให้สมาชิกทุกท่านระมัดระวังในการแสดงความคิดเห็นในทุกรูปแบบ และขอให้เดินหน้าทำหน้าที่ของตนเองตามที่ได้รับอาสาพี่น้องประชาชนอย่างเต็มที่ต่อไป &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยังมีความเคลื่อนไหวของมวลชนเสื้อแดง โดยนายอานนท์ แสนน่าน ประธานหมู่บ้านเพื่อประชาธิปไตยแห่งประเทศไทย, นายศักดิ์ชาย พรหมโท ประธานผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย (ผรท.) แห่งประเทศไทย, นายสมชัย แสงทอง ประธานหมู่บ้านเพื่อประชาธิปไตยภาคเหนือ, นางนิตยา นาโล ประธานหมู่บ้านเพื่อประชาธิปไตยภาคอีสาน และนางธนภัทร พันธวาส ประธานเครือข่ายฯ ร่วมประชุมวางแผนรับสถานการณ์เกี่ยวกับการเมืองปัจจุบันว่า &amp;ldquo;หมู่บ้านเพื่อประชาธิปไตย&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;สื่ออาสาหมู่บ้านเพื่อประชาธิปไตย&amp;rdquo; เพราะมีกระแส &amp;ldquo;เลื่อนการเลือกตั้ง&amp;rdquo; และอาจจะมีการ &amp;ldquo;ปฏิวัติ-รัฐประหาร&amp;rdquo; เพื่อจะได้ส่งสัญญาณให้สมาชิกและมวลชนได้รับทราบ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์ ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ (ผบ.พล ร.2 รอ.) ทีมโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เปิดเผยถึงกรณีที่มีคลิปวิดีโอที่มีประชาชนนำมาเผยแพร่ทางสื่อโซเชียลมีเดีย เป็นภาพยานเกราะล้อยางวิ่งอยู่บนถนนหลวง มุ่งหน้ากรุงเทพฯ ว่า ยานพาหนะดังกล่าวเป็นของ พล ร.2 รอ. ที่จะเดินทางไปทำการฝึกหน่วยทหารรักษาพระองค์ที่ จ.ลพบุรี ซึ่งในห้วงเวลานี้จะมีการฝึก 3 ส่วน โดยส่วนที่ 1 จะมีการขนย้ายยุทโธปกรณ์จาก จ.ปราจีนบุรี เดินทางไปยัง จ.ลพบุรี เป็นรถยานเกาะล้อยาง (BTR) ซึ่งสามารถวิ่งไปเองได้ และส่วนที่ 2 จาก จ.ชลบุรีไป จ.ลพบุรี &amp;nbsp;จะเป็นยานเกาะล้อยาง (BTR) ที่สามารถวิ่งไปเองได้เช่นเดียวกัน และส่วนที่ 3 จาก จ.สระแก้ว ไป จ.ลพบุรี ยานเกาะสายพาน (APC) ซึ่งหากระยะทางเกิน 100 กิโลเมตร จะต้องใส่รถบรรทุกชานต่ำ เพื่อขนย้าย ไปร่วมการฝึก ทั้งนี้ เมื่อจบภารกิจช่วงปลายเดือน ก.พ. จะมีการเคลื่อนย้ายกลับที่ตั้ง ด้วยวิธีเดิมที่เคลื่อนย้ายมา ขอประชาชนอย่าตื่นตระหนก.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28777</URL_LINK>
                <HASHTAG>ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ, นพ.เชิดชัย ตันติศิรินทร์, นายวิม รุ่งวัฒนจินดา, พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ, ศรีสุวรรณ จรรยา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ, อานนท์ แสนน่าน, อุตตม สาวนายน, แก้วสรร อติโพธิ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190210/image_big_5c60336ea8d9b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26117</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/01/2019 11:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/01/2019 08:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไม่ได้ใช้เงินเพราะถูกยึดหมดแล้ว!&#039;เด็กยิ่งลักษณ์&#039;โอ่นายหญิงนั่งประธานคุมท่าเรือซัวเถา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ม.ค.62 - นายวิม รุ่งวัฒนจินดา อดีตเลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงกรณีที่สื่อมวลชนของจีนนำเสนอข่าวนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีนั่งเป็นประธานบอร์ดบริษัทท่าเรือแห่งหนึ่งในซัวเถา ว่า บริษัทดังกล่าว เป็นบริษัทที่ดำเนินธุรกิจด้านเรือขนส่งสินค้า มีความคุ้นเคยกับ อดีตนายกทักษิณ ชินวัตร ได้เชิญนางสาวยิ่งลักษณ์ ไปดำรงตำแหน่งประธานบอร์ดเพราะเชื่อในศักยภาพเรื่องการบริหารจัดการและความรู้ด้านการตลาด โดยมิได้มีการนำเงินหรือทรัพย์สินใด ๆ เข้าไปลงทุนในกิจการดังกล่าวแต่อย่างใด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เนื่องจากทรัพย์สินและเงินทองที่หามาได้โดยสุจริตของนางสาวยิ่งลักษณ์ ได้ถูกทางการไทยยึดและอายัดไปหมดแล้ว การรับตำแหน่งดังกล่าวก็เพื่อหาธุรกิจและงานทำตามปกติ&amp;quot;นายวิม กล่าว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;วิม รุ่งวัฒนจินดา &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26117</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซัวเถา, ทักษิณ ชินวัตร, นายวิม รุ่งวัฒนจินดา, ประธานท่าเรือจีน, ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180129/image_big_5a6ef2930ebb4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19220</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/10/2018 17:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/10/2018 13:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จวก&#039;ศิริโชค&#039;ไม่สำนึก!ขอโทษ&#039;ยิ่งลักษณ์&#039;โพสต์แล้วลบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ต.ค.61 -&amp;nbsp; นายวิม รุ่งวัฒนจินดา อดีตเลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า กรณีท่ีมีข่าวว่าอดีตนายกรัฐมนตรี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จะยอมถอนฏีกาให้กับนายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต, นายศิริโชค โสภา และนายเทพไท เสนพงศ์ อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ในคดีหมิ่นประมาทโฟร์ซีซั่นส์ หลังจากศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ มีคำพิพากษาให้จำเลยทั้ง 3 คนมีความผิดตามฟ้อง ลงโทษจำคุก 1 ปี ปรับ 50,000 บาท โทษจำคุกให้รอลงอาญา และหลังจากนั้นนายศิริโชค โสภา ได้โพสต์ข้อความเป็นจดหมายเปิดผนึกผ่านเฟสบุ๊คชื่อ Leky sopha กล่าวคำขออภัยต่อ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ท่ีใช้คำพูด ไม่เป็นความจริงดูหมิ่นอดีตนายกรัฐมนตรีในขณะดำรงตำแหน่ง ผ่านรายการสายล่อฟ้าโดยเนื้อความในจดหมายระบุว่า ข้าพเจ้าทั้ง 3 คนได้สำนึกผิดแล้วและได้ขออภัยต่อ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ซึ่ง น.ส.ยิ่งลักษณ์ก็ได้ให้อภัยแก้ข้าพเจ้า และได้ยื่นคำร้องขอถอนฏีกาให้แก่ข้าพเจ้ากับพวกและทำให้ข้าพเจ้ากับพวกหลุดพ้นจากคดีนี้&amp;nbsp;

การโพสต์ข้อความดังกล่าวดูเหมือนเป็นเจตนาแห่งการสำนึกผิดและตั้งใจขออภัยในความผิดพลาดท่ีเกิดขึ้น ซึ่งสังคมไทยพึงปฏิบัติต่อผู้สำนึกผิดเสมอมา แต่ข้อความดังกล่าวกลับถูกลบออกจากเฟซบุ๊ค Leky Sopha หลังจากโพสต์ได้ไม่นาน ทำให้สังคมต่างวิพากษ์วิจารณ์ไปต่างๆ นาๆ ว่า การกระทำดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงเจตนาของจำเลยทั้ง 3 คนว่า มิได้ตั้งใจและสำนึกผิดกับการกระทำของตน แม้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์จะมีคำพิพากษาว่ามีความผิดแล้วก็ตาม นอกจากนี้ การลบข้อความคำสำนึกผิดดังกล่าวยังทำให้หลายฝ่ายมองว่า จำเลยโพสต์ข้อความแบบเสียไม่ได้เพียงเพื่อต้องการให้อดีตนายกรัฐมนตรีถอนคำร้องฏีกาเท่านั้น ซึ่งตนมองว่าแสดงถึงความไม่จริงใจของจำเลยทั้ง 3 คน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19220</URL_LINK>
                <HASHTAG>น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร, นายวิม รุ่งวัฒนจินดา, ศิริโชค โสภา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181006/image_big_5bb88a2d65567.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
