<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118737</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/10/2021 16:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/10/2021 16:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เครือข่ายคนจนเมืองจัดกิจกรรม ‘วันที่อยู่อาศัยโลก 2564’ เจรจาคมนาคมขอใช้ที่ดิน รฟท.รองรับชุมชนโดนไล่รื้อ ด้าน พอช.ตั้งเป้าแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยปีหน้า 3 หมื่นครัวเรือน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้แทน UN ประจำประเทศไทย (ซ้าย) รับมอบหนังสือแถลงการณ์จากผู้แทนเครือข่ายสลัม 4 ภาค (ขวา)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ถนนราชดำเนินนอก /&amp;nbsp; สลัม 4 ภาคและเครือข่ายคนจนเมืองจัดกิจกรรม &amp;lsquo;วันที่อยู่อาศัยโลก 2564&amp;rsquo; &amp;nbsp;เจรจาแก้ปัญหาที่ดินชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากโครงการพัฒนาที่ดินและเส้นทางรถไฟในกรุงเทพฯ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่มีชุมชนทั่วประเทศใน 36 จังหวัดเกือบ 40,000 ครัวเรือนได้รับผลกระทบจากโครงการ รฟท. เตรียมขอเช่าที่ดินสร้างที่อยู่อาศัยใหม่&amp;nbsp; เผยสถานการณ์โควิดส่งผลกระทบด้านเศรษฐกิจทำให้กลุ่มผู้เช่าบ้านต้องกลายเป็นคนไร้บ้านหน้าใหม่&amp;nbsp; ด้าน พอช.ตั้งเป้าแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยปีหน้า 30,000 ครัวเรือน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; องค์การที่อยู่อาศัยแห่งสหประชาชาติ (UN &amp;ndash; HABITAT)&amp;nbsp;&amp;nbsp; กำหนดให้วันจันทร์แรกของเดือนตุลาคมของทุกปี เป็น &amp;lsquo;วันที่อยู่อาศัยโลก&amp;rsquo; หรือ &amp;lsquo;World Habitat Day&amp;rsquo;&amp;nbsp; เริ่มตั้งแต่ปี 2528 &amp;nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ประเทศต่าง ๆ ในโลกให้ความสำคัญกับสถานการณ์การอยู่อาศัยและการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ &amp;nbsp;ตลอดจนตระหนักถึงสิทธิพื้นฐานของการมีที่อยู่อาศัยที่เหมาะสมของประชากรทุกคนบนโลก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ปีนี้วันที่อยู่อาศัยโลกตรงกับวันจันทร์ที่ 4 ตุลาคม&amp;nbsp; ในประเทศไทย&amp;nbsp; เครือข่ายสลัม 4 ภาค&amp;nbsp; ร่วมกับภาคีเครือข่าย&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ศูนย์รวมพัฒนาชุมชน&amp;nbsp; กลุ่มพัฒนาชุมชนใต้สะพาน&amp;nbsp; เครือข่ายชุมชนริมทางรถไฟสายใต้-ตะวันตก&amp;nbsp; มูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย (มพศ.) สหพันธ์พัฒนาองค์กรชุมชนคนจนเมืองแห่งชาติ (สอช.) จัดกิจกรรมรณรงค์เนื่องในวันที่อยู่อาศัยโลกที่บริเวณหน้ากระทรวงคมนาคม&amp;nbsp; ถนนราชดำเนินนอก&amp;nbsp; เพื่อติดตามการแก้ไขปัญหาที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) รองรับชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากการพัฒนาที่ดินและเส้นทางรถไฟ&amp;nbsp; โดยมีประชาชนจากเครือข่ายต่างๆ เข้าร่วมประมาณ 1,500 คน&amp;nbsp; และมีผู้แทน UN&amp;nbsp; ประจำประเทศไทยมารับมอบหนังสือแถลงการณ์การแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยคนจนจากตัวแทนเครือข่าย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;สลัม 4 ภาคเจรจาใช้ที่ดิน รฟท.รองรับชุมชนในกรุงเทพฯ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โดยในวันนี้ (4 ตุลาคม)&amp;nbsp; ตัวแทนเครือข่ายสลัม 4 ภาคได้เข้าร่วมประชุมกับผู้แทนกระทรวงคมนาคม&amp;nbsp; โดยมีนายวิรัช พิมพะนิตย์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม&amp;nbsp; เป็นผู้แทน&amp;nbsp; เพื่อเจรจาตามข้อสั่งการของนายศักดิ์สยาม&amp;nbsp; ชิดชอบ&amp;nbsp; รมว.คมนาคมที่ให้ รฟท. แบ่งปันที่ดิน&amp;nbsp; รฟท. ย่าน กม. 11 เขตจตุจักร&amp;nbsp; ซึ่ง รฟท.มีแผนพัฒนาเป็นย่านธุรกิจการค้า&amp;nbsp; เนื้อที่ประมาณ 325 ไร่&amp;nbsp; และที่ดินบริเวณนิคมรถไฟมักกะสัน&amp;nbsp; เขตราชเทวี&amp;nbsp; เนื้อที่ประมาณ 497 ไร่&amp;nbsp; ซึ่ง รฟท.ให้บริษัทเอกชนสัมปทานพื้นที่จัดทำโครงการพัฒนารองรับโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;การจัดกิจกรรมรณรงค์หน้ากระทรวงคมนาคม&amp;nbsp; ถนนราชดำเนินนอก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; รายงานข่าวจากที่ประชุมแจ้งผลการประชุมดังนี้&amp;nbsp; 1.กรณีที่ดินแปลงซอยหมอเหล็ง &amp;nbsp;พื้นที่แปลง 1 &amp;nbsp;2 และ 3 รวมเนื้อที่ 7 ไร่&amp;nbsp; &amp;nbsp;รฟท.จะใช้เป็นพื้นที่เพื่อแก้ไขปัญหาชุมชนซอยหมอเหล็งและชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าเชื่อม&amp;nbsp;&amp;nbsp; 3 สนามบิน (ชุมชนบุญร่มไทร &amp;nbsp;ชุมชนแดงบุหงา&amp;nbsp; ชุมชนหลังกรมทางหลวง &amp;nbsp;&amp;nbsp;ชุมชนหลังโรงพยาบาลเดชา ชุมชนหลังอาร์ซีเอ)&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนรูปแบบที่อาศัยเป็นรูปแบบอาคารสูง &amp;nbsp;ขนาดพื้นที่ห้อง 30-40 ตารางเมตร &amp;nbsp;ส่วนจะสูงกี่ชั้นให้คำนึงถึงความเพียงพอในการใช้ที่ดินเพื่อรองรับชุมชน &amp;nbsp;&amp;nbsp;และความสามารถในการผ่อนชำระรายเดือนและค่าใช้จ่ายส่วนกลางรายเดือน&amp;nbsp; และให้มีพื้นที่ส่วนกลางสำหรับเป็นพื้นที่ใช้สอย &amp;nbsp;เช่น &amp;nbsp;ร้านค้าชุมชน และอื่นๆ&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนพื้นที่แปลงที่ 4 จำนวน 8 ไร่ &amp;nbsp;&amp;nbsp;การรถไฟฯ จะร่วมกับชุมชนเพื่อปรับผังชุมชนให้เช่าเป็นที่อยู่อาศัยในระยะต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 2 . กรณีชุมชนในย่าน กม.1 1 เขตจตุจักรและบางซื่อ (ชุมชนพัฒนา กม. 11 &amp;nbsp;ชุมชนริมคลอง กม. 11&amp;nbsp; และชุมชนบางซื่อ) ในเบื้องต้น &amp;nbsp;&amp;nbsp;รฟท.จะจัดที่ดินรองรับเนื้อที่ 5 ไร่ &amp;nbsp;บริเวณ กม. 11 และบางซื่อ&amp;nbsp;&amp;nbsp; รูปแบบที่อาศัยเป็นรูปแบบอาคารสูง &amp;nbsp;ส่วนความสูงกี่ชั้นให้คำนึงถึงความเพียงพอในการใช้ที่ดินเพื่อรองรับและความสามารถของชุมชนในการผ่อนชำระรายเดือนและค่าใช้จ่ายส่วนกลาง&amp;nbsp;&amp;nbsp; และให้มีพื้นที่ส่วนกลางสำหรับเป็นพื้นที่ใช้สอย &amp;nbsp;&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp; &amp;nbsp;ร้านค้าชุมชน &amp;nbsp;และอื่นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 3. กรณีชุมชนในย่านมักกะสัน &amp;nbsp;ชุมชนริมทางรถไฟมักกะสัน &amp;nbsp;ชุมชนนิคมมักกะสัน &amp;nbsp;ชุมชนหลังวัดมักกะสัน &amp;nbsp;ชุมชนโรงเจมักกะสัน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขอกลับไปหารือกับอนุกรรมการแก้ไขปัญหาที่ดินที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงคมนาคม เพื่อหาที่ดินแปลง B&amp;nbsp; รองรับได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 4. กรณีชุมชนหลังอาร์ซีเอ &amp;nbsp;ชุมชน กม. 1 1 &amp;nbsp;ชุมชนบุญร่มไทร&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชุมชนแดงบุหงา และชุมชนหลังกรมทางหลวงที่ถูกหมายศาล และอยู่ระหว่างดำเนินการขอเช่าที่ดิน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขอให้ชุมชนเสนอรายชื่อผู้ที่ถูกหมายศาล &amp;nbsp;และมีความประสงค์ที่จะเข้าโครงการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; เพื่อ รฟท.จะไปแถลงต่อศาลว่าผู้ที่ถูกฟ้องร้องได้เข้าร่วมโครงการ &amp;nbsp;และขอชะลอการดำเนินคดี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;ที่ดิน รฟท.จะแล่นไปทางไหน ?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ปัจจุบันการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) กำลังเดินหน้าพัฒนาโครงข่ายทางรถไฟทั่วประเทศ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; โครงการรถไฟรางคู่&amp;nbsp; รถไฟความเร็วสูง&amp;nbsp; และรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3&amp;nbsp; สนามบิน คือ ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; โดยเฉพาะรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินทำให้เกิดผลกระทบต่อชาวชุมชนริมทางรถไฟในกรุงเทพฯ ที่จะต้องรื้อย้ายบ้านเรือนออกจากแนวรถไฟ&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงคมนาคมจึงได้จัดตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมาเพื่อแก้ไขปัญหาร่วมกันตั้งแต่ช่วงปลายปี 2563 &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; จากการสำรวจข้อมูลชุมชนที่จะได้รับผลกระทบจากแผนการพัฒนาโครงข่ายทางรถไฟของ รฟท.&amp;nbsp; โดยเครือข่ายสลัม 4 ภาค&amp;nbsp; สหพันธ์พัฒนาองค์กรชุมชนคนจนเมืองแห่งชาติ (สอช.) และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) เบื้องต้นพบว่า&amp;nbsp; มีชุมชนผู้ที่มีรายได้น้อยที่ตั้งอยู่ริมทางรถไฟและที่ดินที่ รฟท.จะนำมาพัฒนาทั่วประเทศรวม 36 จังหวัด&amp;nbsp; จำนวน 397 ชุมชน&amp;nbsp; รวม 39,848 หลังคาเรือน&amp;nbsp; โดยชุมชนเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นชุมชนที่ไม่ได้ทำสัญญาเช่าที่ดินกับ รฟท.&amp;nbsp; จึงมีแผนจะขอเช่าหรือแบ่งปันที่ดินจาก รฟท.เพื่อนำมาพัฒนาที่อยู่อาศัยตามโครงการบ้านมั่นคงของสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนเส้นทางรถไฟที่อยู่ในระหว่างการก่อสร้างหรือมีแผนจะพัฒนา&amp;nbsp; สายใต้&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; นครปฐม&amp;nbsp; ราชบุรี&amp;nbsp; เพชรบุรี&amp;nbsp; ประจวบคีรีขันธ์&amp;nbsp; ตรัง&amp;nbsp; สงขลา&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; สายเหนือ&amp;nbsp; นครสวรรค์&amp;nbsp; อุตรดิตถ์&amp;nbsp; พิษณุโลก&amp;nbsp; แพร่ &amp;nbsp;เชียงราย&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; สายอีสาน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; สระบุรี&amp;nbsp; นครราชสีมา&amp;nbsp; ขอนแก่น&amp;nbsp; หนองคาย&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; สายตะวันออก เช่น&amp;nbsp; ฉะเชิงเทรา&amp;nbsp; ชลบุรี&amp;nbsp; ระยอง&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้ในช่วง 1-3 ปีที่ผ่านมา&amp;nbsp; มีชุมชนริมทางรถไฟหลายสิบชุมชนที่ถูกฟ้องร้องขับไล่ออกจากที่ดิน รฟท.&amp;nbsp; ส่วนใหญ่เป็นชุมชนที่ไม่ได้ทำสัญญาเช่าที่ดินกับ รฟท.&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ชุมชนริมทางรถไฟ อ.ห้วยยอด&amp;nbsp; และ อ.เมือง จ.ตรัง&amp;nbsp; ชุมชนหินเหล็กไฟ&amp;nbsp; อ.หัวหิน&amp;nbsp; จ.ประจวบคีรีขันธ์&amp;nbsp;&amp;nbsp; ชุมชนพัฒนา กม.11&amp;nbsp;&amp;nbsp; ชุมชนริมคลอง กม. 11 เขตจตุจักร&amp;nbsp; ชุมชนริมทางรถไฟย่านราชเทวี&amp;nbsp; กรุงเทพฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เชาว์&amp;nbsp; เกิดอารีย์ &amp;nbsp;ผู้ประสานงานเครือข่ายชุมชนคนเมืองผู้ได้รับผลกระทบจากรถไฟ (ชมฟ.) บอกว่า&amp;nbsp; ผลกระทบจากโครงการพัฒนาที่ดินของการรถไฟฯ ในกรุงเทพฯ&amp;nbsp; ทำให้ชาวชุมชนต่างๆ เหล่านี้รวมตัวกันเป็น &amp;lsquo;เครือข่ายชุมชนคนเมืองผู้ได้รับผลกระทบจากรถไฟ&amp;rsquo; หรือ &amp;lsquo;ชมฟ.&amp;rsquo; ในปี 2563&amp;nbsp; เพื่อหาทางออกร่วมกับการรถไฟฯ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โดยกระทรวงคมนาคมได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยในที่ดิน รฟท.ขึ้นมา&amp;nbsp; มีตัวแทนชาวบ้าน&amp;nbsp; สลัม 4 ภาค&amp;nbsp; สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ และการรถไฟฯ&amp;nbsp; ร่วมเป็นคณะกรรมการ&amp;nbsp; มีการประชุมร่วมกันเพื่อหาทางออกหลายครั้ง&amp;nbsp; ล่าสุดนายศักดิ์สยาม&amp;nbsp; ชิดชอบ&amp;nbsp; รมว.คมนาคม&amp;nbsp; มีคำสั่งให้ รฟท.แบ่งปันที่ดินย่าน กม. 11 เขตจตุจักร&amp;nbsp; และที่ดินนิคมรถไฟมักกะสัน&amp;nbsp;&amp;nbsp; เขตราชเวที&amp;nbsp; เพื่อให้ชาวชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากโครงการรถไฟเชื่อม 3 สนามบินเช่าเพื่อสร้างที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ชาวชุมชนที่อาศัยอยู่ในที่ดินของการรถไฟฯ ส่วนใหญ่เป็นคนหาเช้ากินค่ำ&amp;nbsp; ทำงานรับจ้างอยู่ในเมือง เช่น เป็นแม่บ้านทำความสะอาด เป็น รปภ.&amp;nbsp; ขับมอเตอร์ไซค์รับจ้าง&amp;nbsp; หรือขายอาหารเล็กๆ น้อยๆ&amp;nbsp; เมื่อการรถไฟฯ จะเอาที่ดินคืน&amp;nbsp; พวกเราก็ไม่ได้ต่อต้าน&amp;nbsp; แต่มีข้อเสนอคือ&amp;nbsp; ขอเช่าที่ดินรถไฟฯ อย่างถูกต้อง&amp;nbsp; เพื่อก่อสร้างบ้านใหม่ให้เป็นระเบียบ&amp;nbsp; ไม่เป็นชุมชนแออัดเหมือนทุกวันนี้&amp;nbsp; โดยจะขอเช่าอยู่ในที่ดินเดิม&amp;nbsp; หรือไม่ไกลจากที่เดิมเกิน 5 กิโลเมตรเพื่อทำมาหากินอยู่ในเมืองได้&amp;rdquo; &amp;nbsp;เชาว์บอก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เขาบอกด้วยว่า&amp;nbsp; ที่ดินบริเวณนิคมรถไฟมักกะสัน&amp;nbsp; เนื้อที่ทั้งหมดประมาณ 497 ไร่&amp;nbsp; บริษัทซีพีได้สัมปทานจาก รฟท. เพื่อทำโครงการธุรกิจเนื้อที่ 150 ไร่&amp;nbsp; เชื่อมกับโครงการรถไฟความเร็วสูง 3 สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) นั้น&amp;nbsp; ยังมีเนื้อที่เหลืออีกหลายร้อยไร่&amp;nbsp; เครือข่ายชุมชนคนเมืองฯ จึงขอแบ่งปันที่ดินแปลงนี้จำนวน 5 %&amp;nbsp; หรือประมาณ 28 ไร่&amp;nbsp; และที่ดินย่าน กม. 11 ย่านจตุจักรและบางซื่อ&amp;nbsp; ขอแบ่งปัน 13 ไร่&amp;nbsp; เพื่อนำมาสร้างที่อยู่อาศัยรองรับชาวชุมชนริมทางรถไฟในกรุงเทพฯ ที่ได้รับผลกระทบ&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดังนั้นเมื่อผลการเจรจาขอเช่าที่ดินจาก รฟท.ยังไม่ได้ข้อยุติทั้งหมด&amp;nbsp; เครือข่ายชุมชนคนเมืองผู้ได้รับผลกระทบจากรถไฟก็จะต้องเจรจาเพื่อเรียกร้องสิทธิในการอยู่อาศัยต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;เผยผลสำรวจกลุ่มเช่าห้องพักได้รับผลกระทบจากโควิด - 19 กลายเป็นคนไร้บ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.25pt; margin-right:0cm; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp; นอกจากข้อเรียกร้องการแก้ไขปัญหาที่ดิน รฟท.ดังกล่าวแล้ว&amp;nbsp; สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา&amp;nbsp; ทำให้มีคนตกงาน&amp;nbsp; มีรายได้ลดน้อยลง&amp;nbsp; ส่งผลถึงความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัย&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยเฉพาะกลุ่มคนที่อาศัยอยู่ในห้องเช่าและบ้านเช่าราคาถูก &amp;nbsp;ทำให้บางส่วนต้องหลุดออกจากห้องเช่าและมาอาศัยอยู่ในพื้นที่สาธารณะ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.25pt; margin-right:0cm; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เฟสบุคส์เครือข่ายสลัม 4 ภาค&amp;nbsp; ระบุว่า&amp;nbsp; มูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย &amp;nbsp;สมาคมคนไร้บ้าน &amp;nbsp;กลุ่มเพื่อนคนไร้บ้าน &amp;nbsp;เครือข่ายสลัม 4 ภาค และทีมอาสาสมัครคนไร้บ้าน &amp;nbsp;ได้ร่วมกันสำรวจข้อมูลกลุ่มผู้ที่หลุดจากห้องเช่า และกลุ่มผู้ที่ยังอยู่ในห้องเช่าราคาถูกที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิดในเขตเมือง &amp;nbsp;9 จังหวัด &amp;nbsp;คือ &amp;nbsp;กรุงเทพฯ&amp;nbsp; นนทบุรี&amp;nbsp; ปทุมธานี &amp;nbsp;กาญจนบุรี &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ชลบุรี &amp;nbsp;ระยอง&amp;nbsp; จันทบุรี &amp;nbsp;&amp;nbsp;เชียงใหม่ &amp;nbsp;และขอนแก่น &amp;nbsp;รวม 216&amp;nbsp; กรณีตัวอย่าง &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.25pt; margin-right:0cm; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.25pt; margin-right:0cm; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.25pt; margin-right:0cm; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.25pt; margin-right:0cm; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; จาการสำรวจพบว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp; คนส่วนใหญ่ที่พักอาศัยในห้องเช่า หรือบ้านเช่าราคาถูก &amp;nbsp;เป็นคนจากต่างจังหวัด &amp;nbsp;ต่างอำเภอ &amp;nbsp;ถึงร้อยละ 46 ลักษณะการพักอาศัยร้อยละ 66 เป็นลักษณะครอบครัว &amp;nbsp;ขนาดห้องเช่าส่วนใหญ่ 3.5 x 4 เมตร &amp;nbsp;ก่อสร้างด้วยปูน &amp;nbsp;ไม่มีการตบแต่ง หรือมีสิ่งอำนวยความสะดวกใด ๆ &amp;nbsp;ราคาค่าเช่าห้องอยู่ระหว่าง 1,000 &amp;ndash; 2,000 บาทต่อเดือน &amp;nbsp;และระยะทางจากที่พักอาศัยถึงสถานที่ทำงาน &amp;nbsp;อยู่ในระยะ 1- 5 กิโลเมตร &amp;nbsp;มากถึงร้อยละ 79 &amp;nbsp;และส่วนใหญ่ร้อยละ 43 ระบุว่า ไม่มีค่าใช้จ่ายในการเดินทาง &amp;nbsp;จึงประเมินได้ว่า ผู้เช่าห้องส่วนใหญ่ต้องการเช่าห้องในเมือง &amp;nbsp;ใกล้แหล่งงาน &amp;nbsp;ถึงแม้สภาพห้องเช่าจะไม่กว้างขวางสะดวกสบายก็ตาม &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.25pt; margin-right:0cm; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ที่สำคัญคือ&amp;nbsp; ร้อยละ 64 ประสบปัญหารายได้ลดลงจากการจ้างงานที่ลดลง &amp;nbsp;&amp;nbsp;และร้อยละ 10 ต้องตกงาน &amp;nbsp;จึงส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตความเป็นอยู่ของผู้เช่าห้อง &amp;nbsp;ไม่สามารถจ่ายค่าเช่าห้องได้อย่างปกติมากกว่าร้อยละ 60 &amp;nbsp;และต้องออกมารับอาหาร &amp;nbsp;หรือของบริจาคอื่น ๆ จากเอกชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพื่อแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่าย &amp;nbsp;และมากไปกว่านั้น &amp;nbsp;พบว่า&amp;nbsp; ผู้เช่าห้องร้อยละ 15 &amp;nbsp;ต้องออกจากห้องเช่ามาใช้ชีวิตในที่สาธารณะ &amp;nbsp;เป็นคนไร้บ้านหน้าใหม่ &amp;nbsp;ซึ่งหากไม่มีนโยบายหรือมาตรการในการช่วยเหลือสนับสนุน &amp;nbsp;คนกลุ่มนี้อาจต้องกลายเป็นคนไร้บ้านถาวร &amp;nbsp;หรือแม้แต่ผู้ที่ยังสามารถอยู่ในห้องเช่าได้ก็ต้องอยู่ในสภาวะที่เสี่ยงต่อการหลุดออกมาจากห้องเช่าได้ตลอดเวลา&amp;rdquo; &amp;nbsp;&amp;nbsp;เฟสบุคส์สลัม 4 ภาคระบุ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.25pt; margin-right:0cm; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เนื่องในวันที่อยู่อาศัยโลกปีนี้&amp;nbsp; มูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย สมาคมคนไร้บ้าน กลุ่มเพื่อนคนไร้บ้าน และเครือข่ายสลัม 4 ภาค ซึ่งเป็นองค์กรภาคประชาชาชนที่ทำงานกับกลุ่มเปราะบางต่างๆ มาอย่างต่อเนื่อง จึงมีข้อเรียกร้องไปยังรัฐบาลเพื่อให้มีมาตรการในการสนับสนุนช่วยเหลือกลุ่มผู้เช่าห้องเช่าราคาถูก &amp;nbsp;เพื่อให้เข้าถึงสิทธิพื้นฐาน &amp;nbsp;มาตรการความปลอดภัยจากโรคระบาดโควิด-19&amp;nbsp; และการสนับสนุนด้านอื่น ๆ เพื่อให้ดำรงชีวิตในสถานการณ์วิกฤตได้ โดยมีข้อเสนอดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.25pt; margin-right:0cm; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; มาตราการเฉพาะหน้า &amp;nbsp;1. กรณีผู้ที่ต้องออกจากห้องเช่า &amp;nbsp;จากผลกระทบของภาวะวิกฤตโควิด รัฐต้องจัดหาที่อยู่อาศัยรองรับชั่วคราวระยะสั้น 3-6 เดือนในเมือง ใกล้แหล่งประกอบอาชีพ &amp;nbsp;2.จัดให้มีหน่วยงานมาส่งเสริมและพัฒนาอาชีพสำหรับคนตกงาน &amp;nbsp;ทั้งผู้ที่หลุดออกมาจากห้องเช่าและผู้ที่ยังอยู่ในห้องเช่า แต่อยู่ในสภาวะที่ยากลำบาก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.25pt; margin-right:0cm; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 3.ให้มีจุดประสานงานในพื้นที่เพื่อให้ผู้เดือดร้อนสามารถประสานขอความช่วยเหลือได้โดยสะดวก &amp;nbsp;เช่น &amp;nbsp;การหาที่พักอาศัย &amp;nbsp;อาชีพ &amp;nbsp;สิทธิที่จะได้รับการช่วยเหลือเยียวยาอื่น ๆ อุปกรณ์ป้องกันโควิด &amp;nbsp;การเข้าถึงการฉีดวัคซีน ฯลฯ&amp;nbsp; 4.ต้องผ่อนปรน และลดเงื่อนไขในการเข้าถึงเงินสงเคราะห์ผู้มีรายได้น้อยของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เพื่อให้ผู้เดือดร้อนสามารถเข้าถึงการช่วยเหลือได้ทันที&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.25pt; margin-right:0cm; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; มาตรการระยะยาว 1.ต้องผ่อนคลายมาตรการควบคุมโรคระบาด และมีมาตรการกระตุ้นให้เกิดการจ้างงาน และฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานรากให้ผู้คนอยู่ร่วมกับโควิดได้&amp;nbsp; 2.หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในระดับชาติและระดับท้องถิ่นต้องพัฒนานโยบายการจัดที่พักอาศัยสำหรับเช่าราคาถูกในเมืองที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตของกลุ่มคนจนเมืองที่เป็นแรงงานผู้เกื้อหนุนหล่อเลี้ยงคนเมือง ให้มีโอกาสเข้าถึงสวัสดิการด้านที่อยู่อาศัยราคาถูกจากรัฐ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.25pt; margin-right:0cm; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.25pt; margin-right:0cm; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;พอช.ตั้งเป้าแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยปี 2565 รวม 30,000 ครัวเรือน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.25pt; margin-right:0cm; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้านกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.)&amp;nbsp; โดยสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo;&amp;nbsp; ซึ่งมีภารกิจสำคัญประการหนึ่ง&amp;nbsp;&amp;nbsp; คือ&amp;nbsp; การพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนผู้มีรายได้น้อยในเมืองและชนบททั่วประเทศ&amp;nbsp; มีแผนแม่บทการพัฒนาที่อยู่อาศัยระยะ 20 ปี (พ.ศ.2560-2579)&amp;nbsp; เพื่อสนับสนุนการพัฒนาที่อยู่อาศัย 1.โครงการบ้านมั่นเมืองและชนบท&amp;nbsp; 2.บ้านพอเพียงชนบท (ซ่อมสร้างบ้านเรือนที่ทรุดโทรม ฐานะยากจน) 3.การพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองลาดพร้าวและเปรมประชากร&amp;nbsp; 4.ที่พักอาศัยชั่วคราว (ไฟไหม้&amp;nbsp; ภัยพิบัติ&amp;nbsp; ไลรื้อ) 5.กลุ่มคนไร้บ้าน&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; รวม 1,053,702 &amp;nbsp;ครัวเรือน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.25pt; margin-right:0cm; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.25pt; margin-right:0cm; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.25pt; margin-right:0cm; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;โครงการบ้านมั่นคงชุมชนจะร่วมกันบริหารโครงการ&amp;nbsp; มีส่วนร่วมในการออกแบบบ้านให้ตรงกับความต้องการ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.25pt; margin-right:0cm; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.25pt; margin-right:0cm; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นางสาวศิริมา&amp;nbsp; ซื้อหา&amp;nbsp; สำนักบ้านมั่นคงและที่ดิน&amp;nbsp; พอช.&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; ในปี 2564&amp;nbsp; พอช.มีเป้าหมายโครงการบ้านมั่นคง&amp;nbsp; เพื่อสนับสนุนการแก้ไขปัญหาชุมชนแออัด&amp;nbsp; ชุมชนบุกรุก&amp;nbsp; ทั้งในเมืองและชนบทให้มีที่อยู่อาศัยมั่นคง&amp;nbsp; มีเป้าหมาย&amp;nbsp; 6,200 ครัวเรือน&amp;nbsp; ปัจจุบัน (ตุลาคม 2564)&amp;nbsp; อนุมัติโครงการแล้ว 8,485 ครัวเรือน&amp;nbsp; วงเงิน 430 ล้านบาทเศษ&amp;nbsp; โครงการบ้านพอเพียงชนบท&amp;nbsp; มีเป้าหมาย 15,000 ครัวเรือน&amp;nbsp;&amp;nbsp; อนุมัติแล้ว&amp;nbsp; 15,876 ครัวเรือน&amp;nbsp; วงเงิน 303 ล้านบาทเศษ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.25pt; margin-right:0cm; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;นอกจากนี้ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19&amp;nbsp; พอช.ได้สนับสนุนการแก้ไขปัญหาชุมชนทั้งในเมืองและชนบททั่วประเทศที่ได้รับผลกระทบจากโควิด&amp;nbsp; โดยชุมชนจัดทำโครงการต่างๆ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; รณรงค์ป้องกันการติดเชื้อโควิด&amp;nbsp; แจกจ่ายอุปกรณ์ป้องกัน&amp;nbsp; จัดทำศูนย์พักคอยดูแลผู้ติดเชื้อโควิดในชุมชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; จัดทำครัว&amp;nbsp; แจกอาหาร&amp;nbsp; และสิ่งของจำเป็นแก่ผู้ได้รับผลกระทบ&amp;nbsp; ส่งเสริมการสร้างแหล่งอาหาร&amp;nbsp; ปลูกผัก&amp;nbsp; เพราะเห็ด &amp;nbsp;เลี้ยงสัตว์&amp;nbsp; รวมงบประมาณทั้งหมด 62 ล้านบาท&amp;nbsp; ขณะนี้ดำเนินการแล้วประมาณ 74&amp;nbsp; เครือข่าย/เมือง&amp;nbsp; กว่า 800 ชุมชน&amp;nbsp; รวมครัวเรือนที่ได้รับการช่วยเหลือกว่า 200,000 ครัวเรือน&amp;rdquo; &amp;nbsp;นางสาวศิริมากล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.25pt; margin-right:0cm; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนสถานการณ์น้ำท่วมในขณะนี้&amp;nbsp; นางสาวศิริมากล่าวว่า&amp;nbsp; พอช.ได้อนุมัติปรับงบช่วยเหลือชุมชนจากสถานการณ์โควิด&amp;nbsp; เพื่อนำมาสนับสนุนการแก้ไขผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วมในภาคเหนือ&amp;nbsp; อีสาน&amp;nbsp; ภาคกลางและตะวันตก&amp;nbsp;&amp;nbsp; จำนวน 12 ล้านบาท&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยจัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือ&amp;nbsp; แจกถุงยังชีพ&amp;nbsp; ทำครัวกลาง&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; แจกอาหาร&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนในปีงบประมาณ 2565&amp;nbsp; รัฐบาลได้อนุมัติงบสนับสนุน พอช.เพื่อแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยชุมชนผู้มีรายได้น้อยตามโครงการต่างๆ&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประมาณ&amp;nbsp; 30,000 ครัวเรือน&amp;nbsp; รวมงบ&amp;nbsp; 943 ล้านบาทเศษ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118737</URL_LINK>
                <HASHTAG>UN – HABITAT, World Habitat Day, กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.), คมนาคม, ชุมชนโดนไล่รื้อ, ที่ดิน รฟท., นายวิรัช พิมพะนิตย์, นายศักดิ์สยาม  ชิดชอบ, พม., พอช., มูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย (มพศ.), วันที่อยู่อาศัยโลก 2564, สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน), สลัม 4 ภาค, สอช., องค์การที่อยู่อาศัยแห่งสหประชาชาติ, เครือข่ายคนจนเมือง, แก้ปัญหาที่อยู่อาศัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211004/image_big_615ac42178288.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
