<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>53005</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/12/2019 14:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/12/2019 14:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ปชป.&#039;ถึงยุคไปไม่รอด “วิลาศ” เดือดถูกคนในพรรคสาดโคลนชวดนั่งกมธ.สอบโกงก่อสร้างรัฐสภา </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ธ.ค. 2562 ที่พรรคประชาธิปัตย์ &amp;nbsp; นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ อดีต ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า กรณีที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรมีมติตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญตรวจสอบโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ โดยพรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้เสนอชื่อตน ทั้งที่ในการประชุมส.ส.ของพรรค เมื่อวันที่ 17 ธ.ค.ที่ผ่านมา พรรคมีมติให้เสนอ ว่า&amp;nbsp; เคยปฏิเสธที่จะรับตำแหน่งนี้อย่างน้อยก็ 4 ครั้ง เพราะไม่มั่นใจในเรื่องความรับผิดชอบในการทำงานและความบริสุทธิ์ที่เคยพูดไว้กับประชาชน จึงขออยู่วงนอกเพื่อตรวจสอบทั้งพรรคร่วมรัฐบาลและพรรคประชาธิปัตย์เองอย่างอิสระ แต่ผู้ใหญ่ในพรรคและส.ส.ยืนยันให้ทำหน้าที่นี้ เพราะเห็นว่าเป็นผู้ที่ติดตามตรวจสอบมาตั้งแต่ต้น จึงไม่ได้ปฏิเสธ

&amp;ldquo;ในงานเลี้ยงส.ส.ของพรรคคืนวันเดียวกัน ผมไม่รู้ว่าโจรตัวไหนสาดโคลนหรือสาดน้ำมนต์ให้เปลี่ยนตัว ซึ่งในการพูดคุยกันวันนั้นมีคนทักท้วงพรรคมีมติแล้ว เปลี่ยนแปลงไม่ได้ จึงมีการระบุว่าให้นายสุทัศน์ เงินหมื่น ที่เป็นผู้เสนอชื่อผม ถอนชื่อผมออก แต่สุดท้ายนายสุทัศน์ยอมถอนโดยไม่ได้มีการนำเรื่องนี้กลับเข้าสู่ที่ประชุมพรรคเพื่อเปลี่ยนแปลงมติ จึงถือว่าเป็นการกระทำที่ขัดข้อบังคับพรรค เพราะก่อนหน้านี้มีกรณีการตั้งกมธ.วิสามัญศึกษาผลกระทบการใช้อำนาจตามมาตรา 44 ซึ่งหัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค และประธานวิปของพรรคออกมาแถลงว่าห้ามฝ่าฝืนข้อบังคับและมติพรรค ถ้าใครฝ่าฝืนจะมีความผิด แต่ตอนนี้กลับมีการกระทำที่ไม่เป็นไปตามมติพรรค จึงอยากถามว่าจะทำอย่างไร และอยากรู้ว่า 3 คนนี้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงมติพรรคโดยพลการหรือไม่ ถ้าเกี่ยวข้อง ต้องบอกคำเดียวว่าชั่วจริงๆ&amp;rdquo; นายวิลาศ กล่าว

อดีตส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวอีกว่า &amp;nbsp;เงื่อนไขในการร่วมรัฐบาล พรรคได้ประกาศชัดเจน 3 ข้อ คือ 1.ต้องรับนโยบายประกันรายได้ของพรรค 2.ต้องตั้งกมธ.ศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญ และ3.หากมีการทุจริต พรรคจะถอนตัวจากการร่วมรัฐบาลทันที ซึ่งวันนี้เรายังไม่รู้ว่ามีการทุจริตหรือไม่ แต่มีการตั้งกมธ.มาตรวจสอบ จึงอยากรู้ว่าเพราะอะไรต้องเปลี่ยนตนออกจากกมธ.ชุดนี้ แสดงว่าสิ่งที่ตนเคยพูดไว้ว่าไม่ไว้ใจเริ่มเป็นจริงแล้วใช่หรือไม่ เพราะตนยืนยันมาตลอดว่าจะตรวจสอบแบบไม่มีมวยล้มต้มคนดู นอกจากนี้ยังมีกรณีที่

แถลงข่าวการคัดค้านขยายเวลาก่อสร้างอาคารรัฐแห่งใหม่ ครั้งที่ 4 เพราะส่อทุจริต &amp;nbsp;จากนั้น หัวหน้าพรรคการเมืองหนึ่งออกมาระบุว่าหัวหน้าและเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ส่งไลน์มาด่าลูกพรรคและบอกว่าประธานสภาฯโทรศัพท์มาบอกด้วยว่าเป็นเรื่องส่วนตัว ไม่เกี่ยวข้องกับพรรค เป็นคนที่ใช้ไม่ได้ แต่ภายหลังประธานสภาฯออกมาปฏิเสธเรื่องนี้ ขณะที่คนพูดกลับไม่รับผิดชอบใดๆ สิ่งที่เกิดขึ้นแสดงว่าต้องมีคนโกหก เป็นรองนายกฯ เป็นรัฐมนตรี แต่โกหกเรื่องเล็กๆน้อยๆ จะบริหารประเทศได้อย่างไร &amp;nbsp;

&amp;ldquo;ผมอยากเสนอสำหรับคนที่ร่วมรัฐบาลวันนี้ ให้ตั้งเงื่อนไขเป็นสัตยาบันอีก 1 ข้อ คือขอร่วมรัฐบาลตลอดไป และยินดีรับใช้โจร โจรจะใช้อย่างไร พร้อมเป็นขี้ข้าโจร ผมจะได้ไม่ติดใจอีก เพราะชัดเจนแล้ว แต่มีการเปลี่ยนแปลงมติพรรคเหมือนไปรับคำสั่งใครมา ใครเป็นพ่อ ใครเป็นโจร จึงต้องไปประพฤติตามเขา ทุกวันนี้ไม่เห็นทำอะไรนอกจากร้องเพลงสรรเสริญเยินยอกัน ทั้งที่ชาวบ้านด่าโครมๆ ได้ข่าวว่ากำลังจะแต่งเพลงจะขอเป็นรัฐบาลตลอดไป ไม่รู้ว่าจริงหรือเปล่า&amp;rdquo;นายวิลาศ กล่าว

นายวิลาศ กล่าวว่า ฝากไปถึงหัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค และประธานวิปพรรคให้ออกมาแถลงด้วยว่าการเปลี่ยนแปลงมติพรรคที่ไม่ถูกต้องเกี่ยวกับทั้ง 3 คนนี้หรือไม่ จะได้ด่าถูกตัว ตนยืนยันว่าไม่เกรงกลัวใครทั้งสิ้น และเชื่อว่าไม่มีใครกล้ามากดดันตนไม่ให้เคลื่อนไหว และในขณะนี้ยังทำงานร่วมกับพรรคประชาธิปัตย์ เพราะทุกพรรคมีคนดีคนชั่ว จะโทษพรรคไม่ได้ เราต้องค่อยๆไล่คนชั่วออกไป จึงขอสู้ต่อในนามคนของพรรค จนกว่าจะเห็นว่าไล่แล้วคนชั่วก็ยังอยู่ ถึงเวลานั้นก็ค่อยว่ากันอีกที วันนี้ยังต่อสู้กับพวกเลวร้ายทั้งหลาย ถ้ายังหน้าด้านหน้าทน ตนจะคุ้ยประวัติว่ามีความเฮงซวยหรือทำระยำตำบอนอะไรหรือไม่ เพราะตอนนี้มันแย่ ถึงยุคที่ไปไม่รอดแล้วยังไม่ฟังเสียงประชาชนอีกว่าเขาด่าอย่างไร ประชาชนเดือดร้อนไปทุกแห่ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53005</URL_LINK>
                <HASHTAG>73ปี ปชป., ขัดแย้งภายในพรรคประชาธิปัตย์, นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180602/image_big_5b1228ac5e490.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20107</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/10/2018 14:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/10/2018 14:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปชป.ฟัดกันนัว!อดีตส.ส.ร้อง &#039;กกต.พรรค&#039; แจกใบเหลือง &#039;วรงค์-อลงกรณ์&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ต.ค.61 - นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ อดีตสส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ ได้ทำหนังสือถึงคณะกรรมการหยั่งเสียงเลือกหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์หรือ กกต.พรรคประชาธิปัตย์ให้พิจารณากรอบการหาเสียงของผู้สมัครเข้ารับการหยั่งเสียง โดยระบุว่า หลังจากที่เริ่มมีการรณรงค์หาเสียงมีผู้สมัครบางคนและบางครั้งได้หาเสียงโดยใช้คำพูดที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อพรรค ซึ่งอาจทำให้พรรคการเมืองอื่นอาจเอาคำพูดบางคำมากล่าวหาพรรคในการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในเร็ววันนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;จึงขอให้คณะกรรมการ กกต.พรรคพิจารณาเพื่อกำหนดกรอบในการหาเสียงและตักเตือนผู้สมัคร หากเห็นว่าเป็นคำพูดที่อาจก่อให้เกิดความเสียหาย&amp;quot;นายวิลาศ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผู้สมัครที่หาเสียงด้วยข้อความที่ทำให้พรรคประชาธิปัตย์เสียหายตามข้อร้องเรียนของนายวิลาศคือ กรณีผู้สมัครหมายเลข 2 นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม โจมตีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้สมัครหมายเลข 1 และ ผู้สมัครหมายเลข 3 คือ นายอลงกรณ์ พลบุตร พาดพิงถึงการตัดสินใจทางการเมืองของพรรคที่อาจทำให้สังคมเกิดความเข้าใจผิด จนสร้างความเสียหายต่อพรรค.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20107</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์, นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ, ประชาธิปัตย์, หมอวรงค์, หยั่งเสียงเลือกหัวหน้าพรรค, อลงกรณ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181017/image_big_5bc6dd1cc9029.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10554</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/06/2018 09:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/06/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แฉ3บริษัทส่อฮั้วทุจริต! ระบบไอซีทีรัฐสภาใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;อดีต ส.ส.ปชป.แฉ 3บริษัทส่อโกงฮั้วติดตั้งระบบ ICT สภาใหม่ อาจมีข้าราชการร่วม จี้ประธาน สนช.ตรวจสอบ ขณะที่รองประธาน สนช.ตบปากนักการเมืองวิจารณ์ไทยยั่งยืน ชวนลงพื้นที่ด้วยกัน ตื่นตี 4 แล้วไปขึ้นเครื่องบินของกองทัพอากาศ กินข้าวกล่องบนเครื่อง รวมค่าใช้จ่ายคนละ 80 บาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานพรรคประชาธิปัตย์ สามเสน นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยถึงความไม่ชอบมาพากลในการเสนอของบประมาณการติดตั้งเทคโนโลยีสารสนเทศของอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ว่า จากการที่สภามีการของบไปยังรัฐบาลกว่า 8,135 ล้านบาท ซึ่งเกินจากแผนเดิมที่ตั้งไว้เพียงกว่า 3,000 &amp;nbsp;ล้านบาท โดยจากการตรวจสอบใบเสนอราคาของบริษัทเอกชนที่เกี่ยวข้อง 3 บริษัทที่รัฐสภาว่าจ้างด้วยวิธีพิเศษให้ทำหน้าที่ติดตั้งระบบสารสนเทศของอาคารรัฐสภาแห่งใหม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยพบว่า ทั้ง 3 บริษัทมีการเสนอราคาที่ส่อฮั้วที่ผิดปกติ มีการเสนอรายการสินค้าที่เป็นสินค้าของบริษัทในเครือตัวเองที่กว่า 60 รายการโดยไม่ได้สำรวจสินค้าจากบริษัทอื่นตามกระบวนการ อีกทั้งยังพบว่า 1 ใน 3บริษัทที่เสนอติดตั้งนาฬิกาดาวเทียมให้อาคารรัฐสภานั้น มีที่ตั้งบริษัทเป็นเพียงบ้านเดี่ยวชั้นเดียว มีทุนจดทะเบียนบริษัทเพียงแค่ 6 ล้านบาท และไม่ได้จดทะเบียนต่อกระทรวงพาณิชย์ว่าเป็นบริษัทนำเข้าหรือติดตั้งนาฬิกาโดยตรง แต่เป็นเพียงบริษัทจำหน่ายระบบเครื่องใช้ไฟฟ้าเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิลาศยังกล่าวอีกว่า ตนยังตั้งข้อสังเกตถึงการแต่งตั้ง ผอ.สำนักสารสนเทศของรัฐสภา ที่ไม่มีความเชี่ยวชาญด้านไอซีทีโดยตรง อย่างไรก็ตาม มีการเสนองบประมาณซึ่งใช้เวลาเพียง 1 เดือน โดยไม่ได้มีการกลั่นกรองงบประมาณก่อน จึงมีความไม่ชอบมาพากลว่ามีการฮั้วกันหรือไม่ โดยเรียกร้องให้นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ตรวจสอบการเสนองบประมาณครั้งนี้ ที่เกินไปจากความเป็นจริงกว่า 8,135 ล้านบาท ว่าเป็นความผิดสำเร็จแล้วหรือไม่ ควรเอาคนผิดมาลงโทษ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพีระศักดิ์ พอจิต รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวถึงกรณีที่พรรคการเมืองอย่างเพื่อไทยและประชาธิปัตย์ โจมตีโครงการไทยนิยม ยั่งยืน เป็นการใช้งบประมาณประเทศแบบตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ และเป็นการหาเสียงให้รัฐบาลล่วงหน้าว่า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อยากให้คนที่พูดลงมาดูพื้นที่ด้วยกัน ลองมาตื่นตี 4 แล้วไปขึ้นเครื่องบินของกองทัพอากาศ กินข้าวกล่องบนเครื่อง รวมค่าใช้จ่ายคนละ 80 บาท&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองประธาน สนช.กล่าวว่า ชื่นชมนายกรัฐมนตรีที่คิดโครงการนี้ขึ้นมา เพราะประชาชนได้มาปรึกษาหารือในเรื่องที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม ขณะที่ภาครัฐก็ได้ลงไปใกล้ชิดประชาชนถึงระดับหมู่บ้าน ที่ผ่านมาเมื่อเราไม่ลงพื้นที่ ก็โจมตีว่าไม่ได้มาจากประชาชน แต่พอลงพื้นที่ก็บอกว่าหาเสียงล่วงหน้า พอเราคิดอะไรได้ก็คิดจากข้างบน ไม่ลงไปถึงข้างล่าง ทั้งที่ความจริงอะไรที่ตรงกับความต้องการของประชาชน ก็ให้จังหวัดหรือท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องไปดำเนินการ โดยที่ สนช.ไม่ได้เป็นภาระงบประมาณกับกระทรวงต่างๆ แต่สิ่งที่ได้คือความภาคภูมิใจของประชาชนที่มีผู้ใหญ่ไปรับฟังความเห็นถึงบ้าน จึงไม่เข้าใจว่าตำน้ำพริกละลายแม่น้ำอย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า โครงการไทยนิยม ยั่งยืน สนช.ไปเกี่ยวข้องอะไร นายพีระศักดิ์กล่าวว่า โครงการนี้รัฐบาลเสนอเป็นกฎหมายผ่าน สนช. เราจึงมีหน้าที่ไปดูและตามว่าได้ผลจริงหรือไม่ ตามที่รัฐบาลได้เสนอต่อ สนช. ซึ่งถือเป็นหน้าที่ที่ต้องติดตาม ไม่ใช่เป็นการหาหน้าที่ใหม่เพิ่มแต่อย่างใด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10554</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์, รัฐสภา, หนังสือพิมพ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180602/image_big_5b128f4e6c0b1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
