<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>103697</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/05/2021 14:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/05/2021 14:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สหกรณ์โคนมสระบุรีรวมน้ำใจสนับสนุนนมพร้อมดื่มให้โรงพยาบาลสนามบุษราคัม เมืองทองธานี รมช.มนัญญาเป็นตัวแทนมอบนมกล่องให้ผู้ป่วยโควิด พร้อมจัดอาหารให้บุคลากรทางการแพทย์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์&amp;nbsp; รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยนายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ และผู้แทนสหกรณ์โคนมจากจังหวัดสระบุรี เดินทางไปมอบนมพร้อมดื่ม ให้กับโรงพยาบาลสนามบุษราคัม ที่ตั้งอยู่ภายในอาคารชาเลนเจอร์ 3 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพค เมืองทองธานี เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2564 ที่ผ่านมา เพื่อเป็นการสนับสนุนและส่งมอบกำลังใจกับประชาชนที่เข้ารับการรักษาโรคไวรัสโควิด 19 ที่โรงพยาบาลสนาม พร้อมกันนี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ยังได้จัดอาหารเพื่อมอบให้กับบุคลากรทางการแพทย์ ที่มาปฏิบัติหน้าที่รักษาผู้ป่วยในพื้นที่ดังกล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ นมพร้อมดื่มที่นำมามอบให้ในครั้งนี้ เป็นการแสดงถึงพลังความสามัคคีและความร่วมมือร่วมใจของขบวนการสหกรณ์ที่ต้องการมีส่วนร่วมในการส่งกำลังใจให้กับผู้ป่วยที่มาพักรักษาตัว และบุคลากรทางการแพทย์ ที่กำลังทำหน้าที่อย่างหนักในขณะนี้&amp;nbsp; โดยนมพร้อมดื่มนี้ได้รับการสนับสนุนจากสหกรณ์โคนมในจังหวัดสระบุรี 7 แห่ง ร่วมกันบริจาค จำนวน 270 ลัง หรือจำนวน 9,720 กล่อง ซึ่งในแต่ละลังจะมีนมกล่องขนาด 200 มิลลิลิตร 36 กล่อง&amp;nbsp; พร้อมน้ำดื่ม 300 โหล สหกรณ์ที่ร่วมบริจาคในครั้งนี้ประกอบด้วย สหกรณ์โคนมไทยมิลค์ จำกัด สหกรณ์โคนมมวกเหล็ก จำกัด สหกรณ์โคนมไทย-เดนมาร์ค (พระพุทธบาท) จำกัด สหกรณ์โคนมไทย-เดนมาร์ค (ซับกระดาน) จำกัด&amp;nbsp; สหกรณ์โคนมไทย-เดนมาร์ค (มิตรภาพ) จำกัด สหกรณ์โคนมในเขตปฏิรูปที่ดินซับสนุ่น จำกัด สหกรณ์โคนมไทย- เดนมาร์ค (ลำพญากลาง) จำกัด ประกอบกับวันที่ 1 มิถุนายน ถือเป็นวันดื่มนมโลกในแต่ละปีจะมีการจัดกิจกรรมส่งเสริมการดื่มนม ทางรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์) จึงเล็งเห็นว่าในปีนี้ควรจัดโครงการสนับสนุนนมพร้อมดื่มให้กับโรงพยาบาลสนามด้วย ซึ่งนอกจากจะเป็นการส่งเสริมการดื่มนมให้กับคนไทยแล้ว ยังเป็นการให้กำลังใจกับผู้ปฏิบัติหน้าที่และผู้ป่วยที่พักรักษาตัวที่โรงพยาบาลสนามบุษราคัม เพื่อทุกคนจะได้มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงต่อสู้กับโรคภัยในภาวะสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโควิด 19 อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ขบวนการสหกรณ์ในหลายพื้นที่ ก็ยังได้ร่วมกันมอบผลผลิตทางการเกษตร เช่น ข้าวสาร ผัก ผลไม้&amp;nbsp; ให้กับโรงพยาบาลสนามในแต่ละจังหวัด เพื่อช่วยเหลือบุคลากรทางการแพทย์และผู้ป่วยในแต่ละพื้นที่ หากมีหน่วยงานใดหรือผู้ที่สนใจจะสั่งซื้อนมพร้อมดื่มจากสหกรณ์โคนมเพื่อนำไปมอบให้กับผู้ป่วยหรือบุคลากรทางการแพทย์ตามโรงพยาบาลทั่วไปหรือโรงพยาบาลสนามในจังหวัดต่างๆ สามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่&amp;nbsp; โทร.0 2281 0032 , 084 643 0430 เพื่อเป็นการช่วยอุดหนุนผลิตภัณฑ์นม UHT ของเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมได้โดยตรง และเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่จะช่วยสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมได้อีกทางหนึ่งด้วย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103697</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมส่งเสริมสหกรณ์, กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, นมพร้อมดื่ม, นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์, นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์, วันดื่มนมโลก, สหกรณ์โคนมจากจังหวัดสระบุรี, สหกรณ์โคนมมวกเหล็ก จำกัด, สหกรณ์โคนมในเขตปฏิรูปที่ดินซับสนุ่น จำกัด, สหกรณ์โคนมไทย- เดนมาร์ค (ลำพญากลาง) จำกัด, สหกรณ์โคนมไทย-เดนมาร์ค (ซับกระดาน) จำกัด, สหกรณ์โคนมไทย-เดนมาร์ค (พระพุทธบาท) จำกัด, สหกรณ์โคนมไทย-เดนมาร์ค (มิตรภาพ) จำกัด, สหกรณ์โคนมไทยมิลค์ จำกัด, อิมแพค, โรงพยาบาลสนามบุษราคัม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210521/image_big_60a766e087f85.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98894</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/04/2021 11:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/04/2021 06:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สหกรณ์ออมทรัพย์พนักงานถุงเท้าไทย จำกัด หนุนลูกจ้าง “ลดค่าหวย ด้วยการออม” ทาง “ปลดหนี้” อย่างยั่งยืน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; คนจนเล่นหวย คนรวยเล่นหุ้น สโลแกนที่คุ้นหูมายาวนานด้วยความหวังลม ๆ แล้ง ๆ ของคนหาเช้ากินค่ำ แม้รู้ทั้งรู้อยู่ว่าโอกาสถูกนั้นมีน้อยมาก แค่ 1.4168%&amp;nbsp; แต่คอหวยก็ยังอยากจะเสี่ยงยังอุตส่าห์ ซื้อหวยหวังรวยทางลัดกันอยู่อีกต่อไป&amp;nbsp; ยิ่งเป็นพนักงาน ลูกจ้างในสถานประกอบการ โรงงานอุตสาหกรรม มีรายได้เพียงน้อยนิดจากค่าแรง ก็หวังพึ่งหวยเป็นทางเลือกสุดท้าย โดยเฉพาะในวันหวยออกวันที่ 1 และ16 ของเดือน ทุกคนต่างตั้งหน้าตั้งตาเฝ้ารอลุ้น &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ค่าใช้จ่ายฟุ่มเฟือยที่เกิดขึ้นในแต่ละเดือน เฉพาะการซื้อหวยใต้ดินและลอตเตอรี่สมาชิกส่วนใหญ่จะใช้เงินสำหรับส่วนนี้&amp;nbsp; คิดเป็นร้อยละ&amp;nbsp; 39.16 ของค่าใช้จ่ายฟุ่มเฟือยทั้งหมด ซึ่งการรณรงค์ให้สมาชิกสหกรณ์เลิกเล่นหวยนั้นก็ไม่ใช่เรื่องง่าย &amp;ldquo;ถ้าให้หนูเลิกหวย ให้หนูเลิกกับสามีดีกว่า&amp;rdquo; สาวโรงงาน บริษัท ถุงเท้าไทย จำกัด ย่าน อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการรายหนึ่งตอบ หลัง ชัยยา ตีบไธสง รองประธานสหกรณ์ออมทรัพย์พนักงานถุงเท้าไทย จำกัด&amp;nbsp; บอกให้เลิกเล่นหวย เนื่องจากเขารู้ดีว่าสภาพความเป็นอยู่ของพนักงานแต่ละคนนั้นเป็นอย่างไร ลำพังรายได้จากค่าแรงรายวัน รายเดือนเทียบไม่ได้กับรายจ่ายในแต่ละวันแทบชักหน้าไม่ถึงหลัง&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; จะสังเกตว่าทุกวันหวยออก พวกเขาตั้งความหวังตั้งแต่เช้า พอตกบ่ายก็มาบ่นกันว่าวันนี้ต้องกินมาม่าอีกแล้ว&amp;nbsp; เราก็บอกน้องๆ ไปว่าเลิกเล่นหวยได้ไหม เขาสวนกลับมาทันทีว่า &amp;ldquo;ถ้าให้หนูเลิกหวย ให้หนูเลิกกับสามีดีกว่า&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โครงการ &amp;ldquo;ลดค่าหวย ด้วยการออม&amp;rdquo; เป็นนโยบายเร่งด่วนของสหกรณ์ออมทรัพย์พนักงานถุงเท้าไทย จำกัด ที่ต้องการสร้างวินัยทางการเงินให้กับพนักงาน ลูกจ้างในสถานประกอบการ ส่วนใหญ่ย้ายถิ่นฐานมาจาก จังหวัดต่างๆ&amp;nbsp; เข้ามาอยู่อาศัยในสังคมเมืองที่มีค่าครองชีพสูง มีภาระค่าใช้จ่ายในการส่งเสียเลี้ยงดูครอบครัว ทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ค่อนข้างขัดสน รายได้ไม่พอกับค่าใช้จ่าย ทำให้ต้องพึ่งพาเงินกู้นอกระบบส่วนหนึ่งของรายได้เป็นค่าใช้จ่ายดอกเบี้ย ปัญหาเหล่านี้จึงเป็นที่มาของโครงการเพื่อเป็นทางเลือกให้กับสมาชิกสหกรณ์&amp;nbsp; เพื่อก้าวไปสู่ทางรอดในการ ปลดหนี้และมีเงินออม โดยใช้วิธีค่อยๆ ปรับทัศนคติ และนำเสนอตัวอย่างสมาชิกที่ปฏิบัติได้สำเร็จ ในการนำร่องมีการประชาสัมพันธ์ โดยการเปิดกระปุกออมสินเพื่อประกวดยอดเงินออมของสมาชิกแต่ละราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;โครงการนี้จะมีในทุกวันที่ 1 และ16 ของเดือน ซึ่งเป็นวันหวยออก วิธีการก็คือใครซื้อหวยเท่าไหร่จะต้องหยอดกะปุกเท่านั้น ซื้อมากก็หยอดมาก ซื้อน้อยก็หยอดน้อย มันเป็นกุศโลบายให้พนักงานที่เป็นสมาชิกสหกรณ์ได้มีวินัย รู้จักใช้จ่ายและมีเงินออม&amp;rdquo; ชัยยา เผย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; หลังมีโครงการดังกล่าวทำให้สมาชิกเข้าสู่กระบวนการออมเงินอย่างจริงจัง บางคนแม้จะเลิกเล่นหวยไม่ได้ แต่เขาก็มีเงินออม ขณะที่จำนวนไม่น้อยค่อยๆ ทยอยเลิกเล่นหวยหันมาหยอดกะปุกออมเงินอย่างเดียว&amp;nbsp;โดยปีแรกของการดำเนินโครงการมียอดรวมเงินออมจากสมาชิกทั้งสิ้น 400,000 กว่าบาท&amp;nbsp;&amp;nbsp;จากนั้นปีที่ 2 มีเงินออมเพิ่มขึ้นเป็น 900,000 กว่าบาท โดยแต่ละปีจะมีเงินออมของสมาชิกเพิ่มขึ้นทุกปี ซึ่งนอกจากการลดละเลิกการเล่นหวยแล้วยังเป็นการวินัยทางการเงินด้วยการเพิ่มเงินออม ที่สำคัญเป็นการนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่ 9 มาเป็นใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวันอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ในวันประชุมใหญ่ทุกปี สมาชิกจะนำกะปุกมาเทนับกัน ปีนี้เป็นปีที่ 5 แล้วมีโควิดด้วย ยอดเงินสะสมรวมกันได้ 280,000 บาท นี่คือสิ่งสมาชิกได้จากการออม&amp;nbsp; บางคนเอาเงินก้อนนี้ไปปลดหนี้ บางคนก็เอาไปซื้อที่ในต่างจังหวัด ที่ดินบ้านนอกไม่แพง&amp;rdquo; รองประธานสหกรณ์ฯ คนเดิมกล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่พัชรีย์ นาคเอี่ยม ผอ.กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการบริหารจัดการสหกรณ์ กรมส่งเสริมสหกรณ์ เผยถึงผลสำเร็จของโครงการลดค่าหวยด้วยการออมว่า เป็นโครงการตามภารกิจของกรมที่มีส่วนสำคัญในการส่งเสริมการออมแก่สมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ในสถานประกอบการ เพื่อให้พนักงานลูกจ้างได้มีเงินออมเพิ่มขึ้นเพื่ออนาคตวันข้างหน้า โดยยกตัวอย่างความสำเร็จของโรงงานถุงเท้าไทยที่ทางเจ้าหน้าที่ส่งเสริมสหกรณ์ สำนักงานสหกรณ์จังหวัดสมุทรปราการได้ไปชี้แจงให้สหกรณ์ออมทรัพย์พนักงานถุงเท้าไทย จำกัดเข้ามามีบทบาทปฏิบัติต่อสมาชิกดูแลคุณภาพชีวิตของสมาชิกด้วย ไม่ใช่แค่การให้สินเชื่อเพียงอย่างเดียว &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้านวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวถึงการส่งเสริมให้มีการจัดตั้งสหกรณ์ออมทรัพย์ในสถานประกอบการว่าเป็นอีกแนวทางในการแก้ปัญหาหนี้นอกระบบของพนักงาน ผู้ใช้แรงงานภายในองค์กร เนื่องจากกลุ่มคนเหล่านี้มีรายได้อาจไม่เพียงพอกับรายจ่ายในชีวิตประจำวัน จึงต้องพึ่งพาหนี้นอกระบบด้วยอัตราดอกเบี้ยที่สูง หากมีสหกรณ์ก็จะเป็นทางเลือกให้กับพนักงานเป็นแหล่งทุนสำหรับทั้งกู้ยืมเงินในยามจำเป็นหรือเดือดร้อน และส่งเสริมให้รู้จักเก็บออมเงิน&amp;nbsp; เนื่องจากสหกรณ์สามารถไปกู้เงินกองทุนสวัสดิการแรงงาน กระทรวงแรงงานฯ ด้วยดอกเบี้ยที่ถูกมาปล่อยกู้ให้กับสมาชิกสหกรณ์ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ส่วนหนึ่งเกิดรายได้จากการออมของเขาในรูปของเงินค่าหุ้นแล้วพอมีสินทรัพย์ของสหกรณ์แล้ว สหกรณ์ก็ไปขอรับความช่วยเหลือจากกองทุนสวัสดิการแรงงานที่กระทรวงแรงงาน ซึ่งเขามีทุนก้อนหนึ่งมาให้สหกรณ์กู้ยืม แล้วก็ใช้เงินทุนเหล่านี้ไปปลดหนี้นอกระบบแล้วเข้ามาอยู่ในระบบของสหกรณ์ที่มีอัตราดอกเบี้ยไม่แพงนัก เขาก็จะมีรายได้พอดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างมีความสุข&amp;rdquo; อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ย้ำทิ้งท้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันมีสหกรณ์ออมทรัพย์ในสถานประกอบการ 539 แห่งทั่วประเทศ มีกลุ่มผู้ใช้แรงงานมากกว่า 500,000 คนที่เป็นสมาชิก โดยมีการจัดตั้งสหกรณ์ในสถานประกอบการที่เป็นกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรมมากที่สุด รองลงมาเป็นสถานบริการโรงแรม บริษัท ห้างร้านต่างๆ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สำหรับสหกรณ์ออมทรัพย์พนักงานถุงเท้าไทย จำกัด ซึ่งเป็นสหกรณ์ประเภทออมทรัพย์ ตั้งอยู่ในสถานประกอบการ บริษัท ถุงเท้าไทย จำกัด จดทะเบียนสหกรณ์เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2554 ปัจจุบันมีสมาชิก 251 ราย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของพนักงานบริษัท ถุงเท้าไทย จำกัด ผู้ผลิตและส่งออกถุงเท้าส่งให้แบรนด์ดังทั่วโลก&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นับเป็นอีกตัวอย่างความสำเร็จในการสร้างวินัยทางการเงินของสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์พนักงานถุงเท้าไทย จำกัด ที่มุ่งสนับสนุนสมาชิกรู้จักวางแผนการใช้จ่ายและเก็บออมเงิน กลายเป็นโมเดลของกรมส่งเสริมสหกรณ์ หวังขยายผลสู่เหล่าบรรดาสมาชิกสหกรณ์ทั่วประเทศ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98894</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมส่งเสริมสหกรณ์, กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการบริหารจัดการสหกรณ์, นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์, บริษัท ถุงเท้าไทย จำกัด, พัชรีย์ นาคเอี่ยม, ลดค่าหวย ด้วยการออม, สหกรณ์ออมทรัพย์พนักงานถุงเท้าไทย จำกัด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210409/image_big_606fcfd679772.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97977</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/04/2021 12:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/04/2021 06:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กสส.ปลื้มชาวเชียงใหม่ขานรับสินค้าสหกรณ์ผ่านตลาดจริงใจขายได้ 2 หมื่นบาทต่อวัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ภาคเอกชนในจังหวัดเชียงใหม่ได้ช่วยผลักดันให้สินค้าที่เกษตรกรผลิตมีชีวิตขึ้นมาได้อีกครั้ง ดังเช่นที่ตลาดจริงใจมาร์เก็ตซึ่งตั้งอยู่ใจกลางเมืองเชียงใหม่ ที่ได้นำผลผลิตให้ผู้บริโภคได้เลือกซื้อผ่านรูปแบบการจัดตลาดที่สะอาด เป็นระเบียบน่าเดินชมสินค้าและบรรยากาศที่ผ่อนคลาย&amp;nbsp; จนกลายเป็นจุดท่องเที่ยวยอดนิยมในวันหยุดสุดสัปดาห์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ พร้อมด้วยนายสุริยะ คำปวง สหกรณ์จังหวัดเชียงใหม่&amp;nbsp; ลงพื้นที่เยี่ยมชมตลาดจริงใจมาร์เก็ต อ.เมือง จ.เชียงใหม่&amp;nbsp; เป็นตลาดของภาคเอกชนที่ได้เปิดพื้นที่ให้เกษตรกรนำผลผลิตจากสวนของตนเองมาจำหน่าย หนึ่งในนั้นสินค้าจากกลุ่มเกษตรกรรมยั่งยืนห้วยทราย&amp;nbsp; เป็นกลุ่มอาชีพสังกัดสหกรณ์เกษตรอินทรีย์เชียงใหม่ จำกัดนำผลผลิตของสมาชิกมาวางจำหน่าย และได้รับการตอบรับอย่างมากเนื่องจากเป็นกลุ่มผู้ปลูกข้าวอินทรีย์และผักอินทรีย์&amp;nbsp; เป้าหมายต่อไปคือส่งเสริมการแปรรูปเพิ่มมูลค่า ซึ่งกรมส่งเสริมสหกรณ์ได้สนับสนุนงบประมาณเพื่อการพัฒนาอาชีพให้กับสหกรณ์ทั่วประเทศเมื่อต้นปีที่ผ่านมาแห่งละประมาณ&amp;nbsp; 1 แสนบาท โดยทางกลุ่มเกษตรกรรมยั่งยืนห้วยทรายได้นำมาซื้อเครื่องมือและอุปกรณ์ในการแปรรูปข้าวอินทรีย์ ให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์หลากหลายรูปแบบ ดึงดูดความสนใจจากผู้บริโภคและช่วยเพิ่มมูลค่าได้อย่างน่าพอใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้ กรมมีนโยบายในการส่งเสริมการผลิตเกษตรอินทรีย์ หรือผักปลอดภัย แม้ว่าการทำเกษตรอินทรีย์นั้นทำยากในช่วงเริ่มต้นและต้องใช้เวลา แต่ถือเป็นทางเลือกสำหรับประชาชนที่รักสุขภาพ&amp;nbsp; โดยกรมวิชาการเกษตรจะเป็นหน่วยงานที่เข้ามาตรวจรับรองเกษตรอินทรีย์ หรือให้รับรองแบบกลุ่มเพื่อให้ผู้บริโภคมั่นใจผลผลิต ซึ่งการบริโภคสินค้าที่ปลอดภัยกำลังเป็นเทรนของโลก ในส่วนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เองก็มีแผนงานโครงการสนับสนุนเกษตรอินทรีย์เช่นกัน ในส่วนของกรมได้ส่งเสริมให้ผลิตและเชื่อมโยงกับตลาดต่างๆ รวมถึงซุปเปอร์มาร์เก็ตสหกรณ์ที่ นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เริ่มต้นไว้ ปัจจุบันมีสหกรณ์ที่ส่งเสริมสมาชิกทำเกษตรอินทรีย์กระจายไปหลายจังหวัด ทำให้สมาชิกสหกรณ์มีรายได้เสริมมาเลี้ยงครอบครัวได้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นพวรรณ ทิพวงศ์ กรรมการกลุ่มเกษตรกรรมยั่งยืนห้วยทราย อ.สันกำแพง&amp;nbsp; เปิดเผยว่า ทางกลุ่มได้ส่งเสริมสมาชิกปลูกข้าวอินทรีย์ และนำมาแปรรูปเป็นแป้งข้าว รวมถึงจำหน่ายผักอินทรีย์ เช่น ผักหวาน คะน้า ผักกูด ผักสลัด และเมล็ดพันธุ์ผักอินทรีย์ และผลิตอาหารโปรตีนทางเลือก&amp;nbsp; เช่น การเลี้ยงแมลงจิ้งโกร่ง&amp;nbsp; ปัจจุบันกลุ่มได้นำวัตถุดิบที่กลุ่มผลิตได้มาแปรรูปเพิ่มมูลค่าและสามารถที่เก็บรักษาผลผลิตไว้ได้นานหรือแปรรูปในช่วงที่ราคาตกต่ำ โดยกรมสนับสนุนงบประมาณอุปกรณ์และฝึกอบรมเทคโนโลยีการผลิตฯ จากกรมส่งเสริมสหกรณ์ ปีงบประมาณ 2563 อาทิ เครื่องบดแป้ง เครื่องผสมแป้ง&amp;nbsp; เครื่องรีดแป้ง หม้อต้มแป้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;กลุ่มเสนอขออุปกรณ์เหล่านี้เพราะต้องการนำมาแปรรูปข้าวอินทรีย์ที่กลุ่มผลิต โดยเราได้ผลิตเป็นแป้งข้าวจากเดิมขายได้กก.ละ 50 บาท เมื่อผลิตเป็นแป้งข้าว ขายได้กก.ละ 120 บาท&amp;nbsp; โดยข้าว 1 กก.ทำแป้งข้าวได้&amp;nbsp; 800 กรัม แนวคิดนี้เกิดจากทางกลุ่มไปเจอลูกค้าที่เป็นกลุ่มเชฟ ซึ่งให้ผลิตแป้งข้าวส่งร้านขนมชื่อดังที่กรุงเทพฯที่ทำเค้กและเบเกอร์รี่จากแป้งข้าว ต่อมากลุ่มได้ทดลองนำแป้งข้าวอินทรีย์มาผลิตเป็นเส้นพาสต้าเส้นสด จะได้เส้นที่เนื้อสัมผัสเหมือนกับเส้นพาสต้าจากแป้งสาลี เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เพิ่งเริ่มทำหลังจากที่ได้รับการสนับสนุนอุปกรณ์และเครื่องมือมาแปรรูป ขณะนี้ลูกค้าก็เริ่มติดใจหลายคนบอกว่าให้ทำอบแห้งจะได้ซื้อเก็บไว้นานๆ ปัจจุบันเริ่มทำเส้นพาสต้าผสมแมลงจิ้งโกร่งที่มีโปรตีนสูงและแปรรูปเป็นคุ้กกี้แมลง ซึ่งแมลงจิ้งโก่ง ทางกลุ่มเลี้ยงเองโดยอาหารที่ใช้เลี้ยง คือพืชผักอินทรีย์ในแปลงของสมาชิก&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ปัจจุบันกำลังแปรรูปผักเคลอินทรีย์ เป็นผงผักเคล ซึ่งสมาชิกนิยมปลูกกันมาก เพิ่งเริ่มทำไม่ถึงเดือน แต่มีลูกค้ามาติดต่อขอซื้อกันล่วงหน้าแล้ว ผงผักเคลสีและรสเหมือนกับชาเขียว แต่คุณค่าทางอาหารสูงมากและกำลังได้รับความนิยมในตลาดรักสุขภาพเช่นกัน&amp;nbsp; เมื่อผลิตแล้วก็ให้ลูกค้าที่เป็นเชฟเบเกอร์รี่ทำขนมผลออกมารสชาดดี สีสวยลูกค้าถูกใจ การผลิตใช้ผักเคลประมาณ 10 กก. จะได้ผงผักเคลประมาณ&amp;nbsp; 1 กก. ราคาจำหน่าย 8 พันบาทต่อกก. ขนาด&amp;nbsp; 60 กรัมราคา 364 บาท หากขายใบสดขายได้ กก.ละ 100&amp;nbsp; บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับสหกรณ์เกษตรอินทรีย์เชียงใหม่ จำกัด จดทะเบียนเมื่อวันที่ 6 พ.ย.2546 ปัจจุบันดำเนินธุรกิจ 6 ธุรกิจ ประกอบด้วย ธุรกิจรวบรวมผลิตผล (รวบรวมข้าวเปลือก) ธุรกิจสินเชื่อ ธุรกิจรับฝากเงิน ธุรกิจจัดหาสินค้ามาจำหน่าย ธุรกิจแปรูปผลผลิตทางการเกษตรและการผลิตสินค้า สหกรณ์รวบรวมข้าวเปลือกเพื่อแปรรูปเป็นข้าวกล้องเพื่อจำหน่าย ผลผลิตหลักของสมาชิกคือ พืชผักอินทรีย์ตามฤดูกาล ช่องทางการตลาดของสมาชิกสหกรณ์ ประกอบไปด้วยตลาดชุมชน โรงเรียน มหาวิทยาลัยแม่โจ้ และตลาดจริงใจมาร์เก็ต ซึ่งจะเปิดเฉพาะวันเสาร์อาทิตย์ โดยสมาชิกสหกรณ์ฯ มาจำหน่ายในตลาดจริงใจมาร์เก็ต มี 6 ราย&amp;nbsp; จากอำเภอพร้าวและดอยสะเก็ด รายได้เฉลี่ย 5,000 ถึง 20,000 บาท/วัน/ราย ทั้งนี้ สหกรณ์ดูแลสมาชิกในด้านความรู้พื้นฐานเกษตรอินทรีย์ ด้านมาตรฐานของฟาร์ม เช่น ระบบการรับรองแบบมีส่วนร่วม (PGS) ในการใช้พันธุ์พืชอินทรีย์และมีแหล่งที่มา มีใบรับรอง รวมทั้งมีการจัดทำระบบตามสอบย้อนกลับ (Qr Code) มีระบบมาตรฐานสินค้าเกษตรของสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) เป็นเครื่องรับประกันในคุณภาพผลผลิตของสมาชิกสหกรณ์&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97977</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมส่งเสริมสหกรณ์, กลุ่มเกษตรกรรมยั่งยืนห้วยทราย, กสส., ตลาดจริงใจมาร์เก็ต, นพวรรณ ทิพวงศ์, นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์, นายสุริยะ คำปวง, มกอช., สหกรณ์จังหวัดเชียงใหม่, สหกรณ์เกษตรอินทรีย์เชียงใหม่ จำกัด, สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210401/image_big_606551ca50d0a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97360</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/03/2021 14:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/03/2021 06:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมส่งเสริมสหกรณ์หนุนสร้าง “ระบบน้ำ” ในไร่นาสู่ความมั่นคงด้านน้ำสมาชิกสหกรณ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ปฏิเสธไม่ได้ว่าน้ำคือชีวิตของเกษตรกร หลังกรมส่งเสริมสหกรณ์ เดินหน้าโครงการสนับสนุนเงินทุนเพื่อสร้างระบบน้ำในไร่นาแก่สมาชิกสถาบันเกษตร ตามมติคณะรัฐมนตรี(ครม,) เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2559 ที่อนุมัติจัดสรรเงินกู้ยืมปลอดดอกเบี้ยจากกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จำนวน 300 ล้านบาทให้แก่กรมส่งเสริมสหกรณ์เพื่อนำไปดำเนินโครงการดังกล่าว โดยเบิกจ่ายจากเงินกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เพื่อนำไปสนับสนุนเงินกู้แก่สมาชิกสหกรณ์การเกษตรทั่วประเทศในการพัฒนาแหล่งน้ำในพื้นที่ทำการเกษตรของตนเอง ให้สามารถบริหารจัดการน้ำ ได้เพียงพอตลอดฤดูกาลผลิตและตลอดทั้งปี โดยมีกำหนดระยะเวลาดำเนินงาน 5 ปี ตั้งแต่ ปี 2559&amp;ndash;2564 โดยปลอดการชำระหนี้ 2 ปีแรก หลังจากนั้นแบ่งจ่ายเป็นงวด ๆ ภายใน 5 ปีตามระยะเวลาของโครงการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ปัจจุบันโครงการดังกล่าวมีความคืบหน้าอย่างมาก มีสมาชิกสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร เข้าร่วมโครงการฯจำนวน 6,010 ราย แบ่งเป็นขุดสระเก็บกักน้ำ 2,016 ราย ขุดเจาะบ่อบาดาล 2,715 ราย และจัดหาเฉพาะอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง เช่น เครื่องสูบน้ำ ท่อส่งน้ำในระบบน้ำหยดหรือพ่นละอองน้ำอีกจำนวน 1,279 ราย&amp;nbsp; จากความสำเร็จดังกล่าว กรมส่งเสริมสหกรณ์ จึงได้จัดทำโครงการระยะที่ 2 ขึ้นตามมติคณะรัฐมนตรี(ครม.) เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2563 ที่อนุมัติเงินกู้ยืมปลอดดอกเบี้ยจากกองทุนสงเคราะห์เกษตรกรเพิ่มให้อีก 500 ล้านบาท มีระยะเวลาดำเนินงาน 6 ปี ตั้งแต่ปี 2563&amp;ndash;2568&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;โครงการนี้ดอกเบี้ยไม่มี เป็นโครงการปลอดดอกเบี้ยให้กับเกษตรกรเพื่อขอเงินทุนไปพัฒนาแหล่งน้ำในไร่นาของเขาเอง จะขุดสระน้ำหรือเจาะบ่อบาดาลแล้วแต่ความต้องการของเกษตรกร บางรายอาจจะมีโรงเรือนทำเกษตรอินทรีย์ โดยเฉพาะกลุ่มเกษตรกรที่ทำเกษตรอินทรีย์มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีแหล่งน้ำที่ปลอดภัย ไม่ปนเปื้อนสารเคมีหรือสารพิษ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยว่า โครงการนี้เป็นที่สนใจของเกษตรอย่างมาก เพราะว่าเมื่อเขามีน้ำแล้วก็จะสามารถทำการเกษตรต่างๆ ได้อย่างหลากหลาย เป็นการจูงให้เกษตรกรกลุ่มหัวไวใจสู้ปรับเปลี่ยนวิธีการทำเกษตรแบบเดิมๆ ปลูกพืชเชิงเดี่ยวมีรายได้ปีละครั้งให้หันมาทำเกษตรผสมผสานปลูกพืชที่หลากหลายมากขึ้น เนื่องจากมีแหล่งน้ำไว้ใช้ประโยชน์ได้ตลอดทั้งปี จากข้อมูลการดำเนินโครงการในระยะที่ 2 นั้น ปรากฏว่ามีสมาชิกสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรเข้าร่วมโครงการมากถึง 10,250 ราย แบ่งเป็นขุดสระเก็บกักน้ำ 3,234 ราย ขุดเจาะบ่อบาดาล 6,871 ราย และจัดหาเฉพาะอุปกรณ์อีก 145 ราย &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ในการติดตามผลการดำเนินงานและลดปัญหาความซ้ำซ้อนในการสนับสนุนสมาชิกและกลุ่มเกษตรกรในอนาคต กรมส่งเสริมสหกรณ์ จึงได้จัดทำพิกัดแผนที่บริเวณแหล่งน้ำของสมาชิก ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการ คาดว่าจะแล้วเสร็จประมาณเดือนมิถุนายน 2564 อย่างไรก็ตามการดำเนินการโครงการดังกล่าวมีการบูรณาการหน่วยที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมทรัพยากรน้ำบาดาล กรมพัฒนาที่ดิน กรมชลประทาน รวมถึงกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ที่มาคอยเป็นพี่เลี้ยงให้คำแนะนำปรึกษาและวางแผนในด้านต่างๆ อย่างใกล้ชิดอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ลุงสมศักดิ์ บุญมา เกษตรกรหัวก้าวหน้า ใน ต.สาลิกา อ.เมือง จ.นครนายกและสมาชิกสหกรณ์การเกษตรเมืองนครนายก จำกัด เล่าว่า กู้เงินโครงการมา 30,000 เมื่อ 3 ปีที่แล้ว ตอนนี้ได้ใช้คืนเขาไปหมดแล้ว ก็รู้สึกว่าดีขึ้น ทำให้มีน้ำใช้ตลอดทั้งปี จากเมื่อก่อนได้แต่พึ่งพาฟ้าฝนอย่างเดียว ถ้าฝนไม่ตกก็ทำอะไรไม่ได้เลย ปลูกอะไรก็ไม่ขึ้น แต่ตอนนี้ปลูกได้ทุกอย่าง ปัจจุบันมีพื้นที่ทำนา(เช่า)ประมาณ&amp;nbsp; 3 ไร่ พร้อมกับปลูกไม้ผลต่างๆ เช่น มะม่วง มะยงชิด กล้วย ส้มโอ ตลอดจนพืชผักต่างๆ ภายในบริเวณบ้าน ทำให้มีรายได้ทั้งรายวัน รายเดือนและรายปี จากการจำหน่ายผลผลิตพืชผักและผลไม้ที่ปลูกไว้ ซึ่งเป็นผลอานิสงค์จากโครงการฯ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้านนุชา บุญมา เกษตรกรรุ่นใหม่ วัย 29 ปี พูดถึงโครงการดังกล่าวว่า หลังเข้าร่วมโครงการสนับสนุนเงินทุนเพื่อสร้างระบบน้ำในไร่นาแก่สมาชิกสถาบันเกษตร เมื่อปี 2563 โดยกู้เงินจากโครงการฯจำนวน 50,000 บาทมาปรับปรุงพัฒนาบ่อน้ำเดิมให้สามารถเก็บกักน้ำได้เพิ่มมากขึ้น เพิ่งสร้างเสร็จได้ไม่นาน คิดว่าหลังจากนี้คงจะไม่มีปัญหาเรื่องน้ำอีกต่อไป แต่ต้องยอมรับว่ากว่าจะได้เงินกู้ก้อนนี้มาต้องผ่านการตรวจสอบอย่างเข้มงวดจากเจ้าหน้าที่ โดยขั้นตอนแรกหลังจากทำเรื่อง ยื่นขอกู้ก็จะมีเจ้าหน้าที่ลงมาสำรวจพื้นที่ ตรวจสอบรายละเอียดในทุกขั้นตอน พร้อมให้คำปรึกษาแนะนำการวางแผนการผลิต ชนิดพืชที่ปลูก รวมถึงช่วยวางแผนด้านการตลาดด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โครงการสนับสนุนเงินทุนเพื่อสร้างระบบน้ำในไร่นาแก่สมาชิกสถาบันเกษตร จึงนับเป็นอีกความหวังของเกษตรกรสมาชิกในการแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำ โดยเฉพาะน้ำภาคการเกษตรในพื้นที่ที่ระบบชลประทานยังเข้าไปไม่ถึง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97360</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมส่งเสริมสหกรณ์, ด้านนุชา บุญมา, นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์, ลุงสมศักดิ์ บุญมา, เกษตรกร, โครงการสนับสนุนเงินทุนเพื่อสร้างระบบน้ำในไร่นาแก่สมาชิกสถาบันเกษตร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210326/image_big_605d8d94ddb9f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97358</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/03/2021 14:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/03/2021 06:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กสส.  ชู”กาแฟดอยสะเก็ด” ตัวอย่างสินค้าสหกรณ์ที่พัฒนาได้ครบวงจร จับมือ JICA หนุนสหกรณ์ผลิตกาแฟรสชาติเป็นอัตลักษณ์เฉพาะ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กาแฟดอยสะเก็ด กาแฟไทยๆ ที่สหกรณ์การเกษตรดอยสะเก็ดพัฒนา จำกัด ได้ร่วมมือกับสมาชิกผลิตตั้งแต่ปลูก แปรรูป และจำหน่าย ในชื่อ &amp;ldquo;กาแฟดอยสะเก็ด&amp;rdquo;&amp;nbsp; เป็นเหตุให้ไจก้าสนใจและจับมือกับกรมส่งเสริมสหกรณ์ในการต่อยอด พัฒนาสหกรณ์ให้มีศักยภาพในการผลิตกาแฟคุณภาพดี เริ่มตั้งแต่กระบวนการผลิต การแปรรูป การสร้างตราสินค้า ตลอดจนการทำตลาด เพราะเชื่อมั่นว่ากาแฟของที่นี่รสชาติดีไม่แพ้ที่ใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวในการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการทำงานสหกรณ์การเกษตรดอยสะเก็ดพัฒนา จำกัด ว่า สหกรณ์มีธุรกิจรวบรวมและแปรรูปกาแฟอาราบิก้าของสมาชิก จำหน่ายภายใต้แบรนด์ &amp;ldquo;กาแฟดอยสะเก็ด&amp;rdquo; ถือเป็นอีกหนึ่งสหกรณ์ที่มีศักยภาพในการทำธุรกิจ ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ แม้ในบางปีอาจมีปัญหาราคากาแฟตกต่ำ แต่ด้วยกระแสความนิยมบริโภคกาแฟที่เพิ่มขึ้นในยุคปัจจุบัน ประกอบกับความพยายามของสหกรณ์ในการพัฒนาธุรกิจ กรมจึงได้สนับสนุนอุปกรณ์การผลิตเพื่อยกระดับให้สหกรณ์มีศักยภาพในการผลิตกาแฟพรีเมี่ยมหรือกาแฟคุณภาพสูง สำหรับขยายตลาดและช่วยเหลือสมาชิกที่ปลูกกาแฟในพื้นที่ดอยสะเก็ดและขยายโอกาสทางตลาดให้มากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นอกจากนั้น กรมส่งเสริมสหกรณ์ยังได้รับการสนับสนุนจากองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น (JICA) ส่งผู้เชี่ยวชาญด้านกาแฟจากญี่ปุ่นมาปฏิบัติงานในพื้นที่ เก็บข้อมูลและพัฒนาคุณภาพกาแฟของสหกรณ์ คอยให้คำแนะนำตั้งแต่การปลูก เก็บเกี่ยว และแปรรูป ระยะเวลา 3 ปี ระหว่างปี 2563 - 65 เพื่อช่วยกันพัฒนาระบบการผลิตและขบวนการพัฒนาต่อยอดให้เป็นกาแฟพรีเมี่ยมออกสู่ตลาดในประเทศให้มากขึ้น โดยเฉพาะดึงอัตลักษณ์และลักษณะพิเศษของกาแฟที่นี่ออกมานำเสนอและสร้างความต่างจากกาแฟทั่วไป โดยกรมฯพร้อมสนับสนุนอุปกรณ์เครื่องมือต่างๆ ในปีที่ผ่านมาได้มอบเงินอุดหนุนเพื่อจัดซื้อเครื่องกะเทาะเปลือกผลสดกาแฟเชอรี่และเครื่องคั่วกาแฟ เพื่อให้สหกรณ์นำไปใช้ในการต่อยอดธุรกิจจำหน่ายกาแฟต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายประหยัด เสนน้อย ผู้จัดการสหกรณ์ฯ กล่าวว่า ปัจจุบันสหกรณ์มีสมาชิก 2,962 คน&amp;nbsp; ทุนดำเนินงาน 215 ล้านบาท สหกรณ์ได้ดำเนินธุรกิจด้านสินเชื่อ การรับฝากเงิน จัดหาสินค้ามาจำหน่าย รวบรวมผลผลิต สหกรณ์รับซื้อกาแฟกะลา และกาแฟเชอรี่จากสมาชิก นำมาแปรรูปผลผลิตเป็นกาแฟสาร กาแฟคั่วเมล็ด และกาแฟคั่วบด พื้นที่ดอยสะเก็ดมีสมาชิกปลูกกาแฟประมาณ 7,400 ไร่ ความสูงเหนือระดับน้ำทะเล 900- 1,500 เมตร ผู้เชี่ยวชาญด้านกาแฟ JICA ได้เข้ามาช่วยแนะนำเก็บฐานข้อมูล ตรวจสอบคุณภาพและความสุกของกาแฟก่อนเก็บเกี่ยว &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;จากการทดสอบรสชาติกาแฟของสมาชิกที่นำร่อง&amp;nbsp; 37 ราย พบว่ามี 7 ราย มีคะแนน สูงกว่า 80 คะแนน และกาแฟที่ได้มีกลิ่นรสที่พิเศษ เช่น กลิ่นดอกไม้ป่า มะกรูด ซีตรัส&amp;nbsp; กลิ่นข้าวหอม พีช ชาดำ เป็นต้น&amp;nbsp; กลุ่มนี้จะสนับสนุนให้พัฒนากาแฟ Single Origin และการพัฒนาระบบการตรวจสอบย้อนกลับ และจะถอดรูปแบบการผลิตมาเป็น Best Practice กาแฟของสหกรณ์ ขณะนี้สหกรณ์ฯได้เริ่มนำมาทดลองทำตลาด ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีมาก เนื่องจากการทำ Single Origin ทำได้น้อยและยากสำหรับกาแฟทั่วไป สหกรณ์ได้จัดทำบรรจุภัณฑ์แยกเฉพาะรายคน แสดงรายละเอียดพื้นที่ความสูง และลักษณะเด่นของกาแฟของแต่ละคนพร้อมภาพของเกษตรกร รวมถึงการจัดทำ QR-Code ซึ่งสำนักงานสหกรณ์จังหวัดเชียงใหม่กำหนดจัดอบรมหลักสูตร : การพัฒนามาตรฐาน &amp;ldquo;ระบบตามสอบสินค้าเกษตร&amp;rdquo; QR Trace on Cloud ร่วมกับ&amp;nbsp; มกอช. ในเดือนมิถุนายน 2564 นี้ด้วย&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; แต่ละปีสหกรณ์จะรวบรวมผลผลิตกาแฟเฉลี่ยปีละ 50 ตัน และแบ่งไว้&amp;nbsp; 5 ตัน สำหรับนำมาแปรรูปเป็นกาแฟคั่วบดและจำหน่ายในแบรนด์ของดอยสะเก็ดที่เหลือจะจำหน่ายให้กับร้านกาแฟทั่วไปและคู่ค้าของสหกรณ์ สำหรับราคารับซื้อกาแฟกะลาของสมาชิกจะเป็นแบบขั้นบันได โดยใช้คุณภาพเป็นตัวกำหนด&amp;nbsp; ในฤดูกาลผลิต 2562/63 สมาชิกทั่วไปและสมาชิกที่เข้าร่วมโครงการ สหกรณ์ฯ รับซื้อที่ราคา 110 บาท/กิโลกรัม ส่วนกาแฟกะลาที่มีลักษณะทางกายภาพของกาแฟกะลาผ่าน (Defect น้อยกว่า 7%) จะเพิ่มราคาให้อีก 3 บาทต่อกก. ส่วนที่ลักษณะทางกายภาพของกาแฟสาร (คะแนน Defect น้อยกว่า 10) และรสชาติ (คะแนนคัพปิ้ง ตามขั้นตอนการประเมิน Cup of Excellence สูงกว่า 80 คะแนน) จะเพิ่มราคาให้อีก 2 บาท เป็น115 บาท/กก. และสิ้นปีสหกรณ์จะปันผลคืนให้สมาชิกอีก 2 บาทต่อกก.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; Mr. Masahiro&amp;nbsp; Okada ผู้เชี่ยวชาญจาก JICA กล่าวว่า&amp;nbsp; ภายใต้กรอบความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจไทย - ญี่ปุ่น JTEPA ซึ่งกรมส่งเสริมสหกรณ์ร่วมกับองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น (JICA) ดำเนินงานโครงการความร่วมมือด้านการเชื่อมโยงท้องถิ่นสู่ท้องถิ่น (Local to Local Linkage)&amp;nbsp; ซึ่งที่ไจก้าเลือกสหกรณ์การเกษตรดอยสะเก็ดพัฒนา จำกัด จังหวัดเชียงใหม่ เป็นเป้าหมาย&amp;nbsp; เนื่องจากเป็นพื้นที่เดียวในภาคเหนือที่เกษตรกรและสหกรณ์ทำด้วยตัวเองตลอดสายการผลิต ซึ่งความร่วมมือของสองประเทศก็เพื่อต้องการพัฒนาศักยภาพของเกษตรกรและสหกรณ์ในการผลิตกาแฟคุณภาพดี&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คอกาแฟอยากทดลองชิมรสชาติกาแฟของสหกรณ์ดอยสะเก็ดพัฒนา จำกัด ติดตามได้ผ่าน Facebook :&amp;nbsp; ดอยสะเก็ดคอฟฟี่กรีน &amp;ndash; Doisaketcoffeegreen หรือที่เบอร์ติดต่อ 065-3589585&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97358</URL_LINK>
                <HASHTAG>JICA, Mr. Masahiro  Okada, กรมส่งเสริมสหกรณ์, กาแฟดอยสะเก็ด, นายประหยัด เสนน้อย, นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์, สหกรณ์การเกษตรดอยสะเก็ดพัฒนา จำกัด, องค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น (JICA)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210326/image_big_605d8be6cc96b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96449</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/03/2021 10:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/03/2021 06:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่ (Field Day) ปี 2564</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2564 นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เป็นประธานเปิดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่ (Field Day) ปี 2564 โดยมีนายสมจิตร์ เขียนด้วง รองผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง นายสุพิท จิตรภักดี ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 5 จังหวัดสงขลา ดาบตำรวจสมนึก โมราศิลป์ เจ้าของศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) ผู้แทนหน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำชุมชน เกษตรกรในพื้นที่และพื้นที่ใกล้เคียง ให้การต้อนรับและเข้าร่วมในพิธีเปิดงาน ณ ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) ตำบลราชกรูด อำเภอเมืองระนอง จังหวัดระนอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ให้ความสำคัญกับการผลิตของเกษตรกร โดยมุ่งเน้นการสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเกษตรกร จึงได้จัดกิจกรรมวันถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่ (Field Day) ขึ้นในวันนี้ เพื่อเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยเตรียมความพร้อมของพี่น้องเกษตรกร ก่อนเข้าสู่การเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่ ปี 2564 โดยให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์บูรณาการทำงานร่วมกันเพื่อสนับสนุนให้เกษตรกรมีองค์ความรู้ วางแผนการผลิต เข้าถึงปัจจัยการผลิต และสร้างความเข้มแข็งให้เกษตรกร ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้เกษตรกรได้รับทราบเทคโนโลยีการผลิตใหม่ๆ ช่องทางการตลาด แหล่งข้อมูล การเลือกใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ของตนเอง ตลอดจนได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้กับเกษตรกรด้วยกันเอง รวมทั้งยังมีนักวิชาการผู้เชี่ยวชาญในแต่ละสาขา ซึ่งเป็นผู้แทนจากหน่วยงานต่าง ๆ ในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มาให้บริการความรู้ด้านการเกษตรให้แก่เกษตรกรในพื้นที่อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นอกจากนี้ ภายในงานได้มีการจัดกิจกรรมเพื่อถ่ายทอดความรู้ให้แก่เกษตร จำนวน 4 สถานี ดังนี้ 1. การจัดการสวนปาล์มน้ำมันคุณภาพ โดยศูนย์วิจัยและพัฒนาเกษตรจังหวัดระนอง 2. สถานีการลดต้นทุนในสวนปาล์มน้ำมัน โดยสถานีพัฒนาที่ดินระนอง 3. สถานีการป้องกันและกำจัดศัตรูพืชในสวนปาล์มนำมัน โดยกลุ่มอารักขาพืช สำนักงานเกษตรจังหวัดระนอง และ 4. สถานีเกษตรสร้างเสริมรายได้ในสวนน้ำมัน โดยสำนักงานเกษตรอำเภอเมืองระนอง และยังมีนิทรรศการการตลาดเกษตรกร นิทรรศการให้ความรู้จากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ วิสาหกิจชุมชน กลุ่มแม่บ้านเกษตรกร กลุ่มส่งเสริมอาชีพ Smart Famer , Yong Smart Famer และการจัดแสดงผลิตภัณฑ์ขององค์องค์กรเกษตรกรการให้บริการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ กิจกรรมออกบูทเครื่องมือจักรกลทางการเกษตรของบริษัทเอกชน และได้มีการนำเทคโนโลยีการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตเพื่อกระตุ้นให้เกษตรกรเริ่มต้นการผลิตในปีการเพาะปลูกใหม่ โดยใช้เทคโนโลยีการจัดแสดงผลิตภัณฑ์ขององค์กร นำเสนอเทคโนโลยีที่เหมาะสมในการผลิตของสินค้าแต่ละชนิดอีกด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96449</URL_LINK>
                <HASHTAG>Field Day, กรมส่งเสริมสหกรณ์, กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, จังหวัดระนอง, จังหวัดสงขลา, นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์, นายสมจิตร์ เขียนด้วง, นายสุพิท จิตรภักดี, ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.), สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 5</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210318/image_big_6052cdcf2034b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96091</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/03/2021 10:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/03/2021 06:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>2 สหกรณ์เพชรบูรณ์ โชว์คุณภาพ คนตัวเล็กสร้างงานสร้างเงิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์&amp;nbsp; รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยนายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ ลงพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์ ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของสหกรณ์ผู้ผลิตผักน้ำดุกใต้ จำกัด&amp;nbsp; อ.หล่มสัก และสหกรณ์ผู้ผลิตผักปลอดภัยภูทับเบิก จำกัด&amp;nbsp; อ.หล่มเก่า ทั้งสองแห่งเป็นสหกรณ์ที่เพิ่งตั้งใหม่เมื่อปี 2558 และ 2559 มีเกษตรกรที่เป็นสมาชิกจำนวนไม่มาก แต่มีการรวมตัวกันเพื่อสร้างระบบการผลิตแบบครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำคือเชื่อมโยงเป็นธุรกิจส่งพืชผลทางการเกษตรไปค้าขายกับห้างขนาดใหญ่ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;รมช.เกษตรฯ ได้หารือกับนายกฤษณ์ คงเมือง ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งทางจังหวัดได้รายงานว่านอกจากมะขามหวานเพชรบูรณ์แล้ว ผลผลิตผักโดยเฉพาะกลุ่มผักอินทรีย์กระแสตอบรับดีมาก ปัจจุบันยังไม่พอจำหน่ายในพื้นที่ จึงเห็นตรงกันว่าโอกาสของเกษตรกรผู้ปลูกผักอินทรีย์นั้นยังมีอีกมาก&amp;nbsp; โดยเฉพาะรองรับนักท่องเที่ยวและผู้บริโภคที่รักสุขภาพต้องการพืชผักปลอดภัย&amp;nbsp; โดยสหกรณ์ทั้งสองแห่งนี้สามารถเป็นต้นแบบของจังหวัดเพชรบูรณ์ ที่สหกรณ์อื่นๆ สามารถเข้ามาศึกษาและนำไปเป็นแบบอย่างของการสร้างระบบการผลิตสินค้าเกษตรที่ดี ปลูกพืชผักและผลผลิตการเกษตรเพื่อจำหน่ายในพื้นที่ และขยายไปในจังหวัดใกล้เคียง รองรับกับตลาดและกระแสบริโภคผักปลอดภัยที่ขยายตัวเพิ่มมากขึ้นในปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;เพชรบูรณ์เป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีความได้เปรียบด้านอากาศเย็นและใกล้กรุงเทพฯ นักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวเกือบตลอดทั้งปี&amp;nbsp; นอกจากมะขามหวานแล้ว พืชผักที่จังหวัดนี้ก็มีรสชาดที่ดีเช่นกัน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งปัจจุบันกรมส่งเสริมสหกรณ์พร้อมสนับสนุนการผลิตผ่านระบบสหกรณ์ จะเห็นจากตัวอย่างคือ&amp;nbsp; 2&amp;nbsp; สหกรณ์เพิ่งร่วมตัวเมื่อ ปี 2558-59&amp;nbsp; และแม้จะมีขนาดเล็ก แต่สามารถสร้างระบบการผลิตที่ดี ได้มาตรฐานและครบวงจรตั้งแต่การผลิตต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำได้ทั้งหมด&amp;nbsp; มีเกษตรกรปลูกผักแปลง GAP มีโรงคัดบรรจุ ทำให้สามารถส่งขายยังห้างโมเดิร์นเทรด สหกรณ์ทั้งสองแห่งเป็นตัวอย่างว่าหากสมาชิกช่วยกันผลิตของดี ลำพังการปลูกผักแบบสบายๆ แต่เน้นคุณภาพ ก็สามารถทำให้ตลาดวิ่งเข้ามาหาและสมาชิกมีรายได้ที่ดีขึ้นเรื่อยๆ&amp;rdquo; รมช.เกษตรฯ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์&amp;nbsp; กล่าวว่า กรมส่งเสริมสหกรณ์พร้อมสนับสนุนสหกรณ์ที่ทำโครงการดีๆ สร้างอาชีพให้กับสมาชิกเพื่อความอยู่ดีกินดี โดยได้จัดสรรเงินกองทุนพัฒนาสหกรณ์ (กพส.) เข้ามาสนับสนุนเป็นทุนให้สหกรณ์นำไปให้สมาชิกกู้ยืมเพื่อนำไปลงทุนปลูกผักได้ในอัตราดอกเบี้ยต่ำ ซึ่งสหกรณ์ใดที่สนใจสามารถประสานมายังสหกรณ์จังหวัดเพื่อขอใช้เงินก้อนนี้ได้ นอกจากนั้นยังพร้อมที่จะสนับสนุนในด้านวิชาการต่างๆ อีกด้วย เช่น การค้าออนไลน์ เป็นต้น เพื่อสร้างโอกาสทางตลาดให้มากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวีระศักดิ์ แซ่เถา ประธานสหกรณ์ผักปลอดภัยภูทับเบิก จำกัด กล่าวว่าสหกรณ์ตั้งเมื่อ 2559 ปัจจุบันมีสมาชิก 73 คน จากเมื่อแรกตั้งมีเพียง 32 คน สหกรณ์ได้รวบรวมผักส่งจำหน่ายให้ห้างท๊อปซุปเปอร์มาร์เก็ตแต่ละวันประมาณ&amp;nbsp; 700-800 กก. เป็นผักอินทรีย์และผักปลอดภัย ได้แก่ ผักสลัด เรดโอ๊ค กรีนโอ๊ค บัตเตอร์เฮด และผักกาดหอม&amp;nbsp; ผักกาดขาวปลี กะหล่ำปลี เบบี้แครอท ซูกินี มะเขือเทศเชอรี่ ถั่วแขก ถั่วหวาน เป็นต้น โดยสหกรณ์จะรับซื้อผักจากสมาชิกในราคานำตลาดประมาณ&amp;nbsp; 1-2 บาทต่อกก. ในปีที่ผ่านมา สหกรณ์มีปริมาณธุรกิจรวบรวมผัก 3.7 ล้านบาท&amp;nbsp; ซึ่งก่อนหน้านี้สหกรณ์ได้รับงบประมาณจากเงินอุดหนุนโครงการพัฒนาศักยภาพการดำเนินการธุรกิจสหกรณ์ภาคการเกษตรและกลุ่มเกษตรกร ปี 2562 และได้รับรถบรรทุกห้องเย็น 6 ล้อ จำนวน 1 คัน งบประมาณ 2.2 ล้านบาท ทำให้สามารถส่งผักให้ศูนย์รวบรวมผักของคู่ค้าที่จังหวัดสมุทรสาครได้อย่างต่อเนื่องทุกวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; นายสันติ สายทอง ผู้จัดการสหกรณ์ผู้ผลิตผักน้ำดุกใต้ จำกัด&amp;nbsp; กล่าวว่า มีสมาชิก137 ราย สมาชิกร่วมโครงการปลูกผักส่งให้กับท๊อป ซูเปอร์มาร์เก็ต จำนวน&amp;nbsp; 25 รายประมาณ 200 ไร่&amp;nbsp;&amp;nbsp; มูลค่าธุรกิจประมาณ&amp;nbsp; 13 ล้านบาทต่อปี โดยจะส่งผักไปที่ศูนย์รวบรวมสมุทรสาคร ในการบริหารจัดการจะเริ่มจากรับออเดอร์ว่าลูกค้าต้องการผักอะไรบ้างเพื่อนำมาวางแผนการปลูกให้กับสมาชิก ทุกแปลงจะต้องผ่านการตรวจสอบและเป็นแปลง GAP&amp;nbsp; โดยทางทางสหกรณ์จะมีศูนย์ตัดแต่งผักที่ได้มาตรฐาน&amp;nbsp; มีการตรวจสารตกค้าง และมีถุงบรรจุของลูกค้าภายใต้แบรนด์ &amp;ldquo;ผักน้ำดุกใต้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96091</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมส่งเสริมสหกรณ์, กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, จังหวัดเพชรบูรณ์, นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์, นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210315/image_big_604ed3705a4aa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
