<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>120253</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/10/2021 10:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/10/2021 07:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วิษณุ&#039; กางไทม์ไลน์เลือกตั้งใหม่ต้องหลังก.ค.2565</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ต.ค.2564 - &amp;nbsp;รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล แจ้งว่า ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เต็มคณะ ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล ก่อนเข้าสู่วาระ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ได้รายงานผลการหารือระหว่างตนเองกับเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เกี่ยวกับการการแก้ไขพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และ พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง เพื่อให้สาระสำคัญสอดคล้องกับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่มีการทูลเกล้าฯ ไปแล้ว&amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;
ทั้งนี้ นายวิษณุได้ไล่เรียงช่วงเวลาให้กับ ครม.ฟังว่า ขณะนี้ กกต.ได้จัดทำร่าง พ.ร.ป.ทั้ง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ฉบับเสร็จสิ้นแล้ว แต่ต้องผ่านความเห็นชอบจากที่ประชุม กกต.ชุดใหญ่ก่อน และจะนำไปรับฟังความคิดเห็นตามมาตรา&amp;nbsp;77 ของรัฐธรรมนูญ ก่อนที่จะเสนอมาให้ ครม.ประมาณช่วงเดือน ธ.ค.2564&amp;nbsp;จากนั้นจะมีการส่งไปให้สภาพิจารณาประมาณช่วงเดือน ม.ค.2565&amp;nbsp;คาดว่าจะพิจารณาวาระที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;-&amp;nbsp;2 ช่วงเดือน ก.พ.2565 เสร็จแล้วในเดือน มี.ค.2565&amp;nbsp;สภาจะต้องส่งให้ กกต.ตรวจสอบรายละเอียดภายใน&amp;nbsp;15&amp;nbsp;วัน ซึ่ง กกต.จะต้องตอบกลับภายใน&amp;nbsp;10 วัน&amp;nbsp;ทำให้มีการคาดการณ์ว่า ในช่วงเดือน เม.ย.2565 อาจจะต้องเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญ เพื่อแก้ไขรายละเอียดตามที่ กกต.เสนอกลับมาและลงมติวาระ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;โดยจะใช้เวลาประมาณ&amp;nbsp;25 วัน&amp;nbsp;ก่อนส่งร่างกฎหมายให้รัฐบาลเพื่อนำขึ้นทูลเกล้าฯ เว้นแต่จะมีการส่งศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยที่จะต้องรออีก&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เดือน และเมื่อนำขึ้นทูลเกล้าฯแล้ว ร่างกฎหมายจะอยู่ในพระราชอำนาจ&amp;nbsp;90 วัน&amp;nbsp;ซึ่งจะตรงช่วงเดือน ก.ค.2565 &amp;nbsp;
&amp;nbsp;
&amp;ldquo;เมื่อมีการประกาศใช้กฎหมายลูกทั้ง 2 ฉบับแล้ว ก็อาจจะมีแรงกดดันมายังรัฐบาลเพื่อให้มีการยุบสภา เนื่องจากกฎหมายลูกเสร็จแล้วสามารถจัดการเลือกตั้งได้ นอกจากนี้ ในเดือน ส.ค.65&amp;nbsp;รัฐบาลจะเจอประเด็นเกี่ยวกับวาระการดำรงตำแหน่ง&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ปี ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม หากเริ่มนับปีแรกของการดำรงตำแหน่งนายกฯตั้งแต่ปี&amp;nbsp;57&amp;nbsp;แต่เรื่องนี้เมื่อถึงเวลาค่อยคุยกัน&amp;rdquo;นายวิษณุอธิบายให้ครม. รับทราบ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ หลังจากนายวิษณุอธิบายเสร็จ ไม่มีรัฐมนตรีคนใดสอบถามเรื่องดังกล่าวเพิ่ม
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120253</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., นายวิษณุ เครืองาม, รองนายกรัฐมนตรี, เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง, เลือกตั้งใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211018/image_big_616d03d0b3065.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>120243</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/10/2021 21:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/10/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เมิน‘โทนี่’ไล่ดูอดีต ‘บิ๊กตู่’ไม่สนไหว้ไขก๊อก ไทม์ไลน์กม.ลูกได้ใช้ก.ค.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;วิษณุ&amp;rdquo; กางไทม์ไลน์ชัดๆ &amp;nbsp;เผยกฎหมายลูก 2 ฉบับเสร็จอย่างช้าสุดเดือนกรกฎาคม 2565 เชื่อปี่กลองการเมืองเลือกตั้งใหม่จะโหมกระหน่ำ &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ถือไม้เรียวกำชับพรรคร่วมอย่าโดดประชุมรัฐสภาเรื่องกฎหมายปฏิรูป เมินเรื่อง &amp;quot;ทักษิณ&amp;quot; แนะให้เรียนรู้อดีต เพื่อไทยเปลี่ยนโลโก้พร้อมชูสโลแกนรับเลือกตั้งใหม่แล้ว&amp;nbsp;
เมื่อวันอังคารที่ 19 ตุลาคม มีการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เต็มคณะ โดยก่อนเข้าสู่วาระ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ได้รายงานผลการหารือกับเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เกี่ยวกับการแก้ไขพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และ พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง เพื่อให้สาระสำคัญสอดคล้องกับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่มีการทูลเกล้าฯ ถวายไปแล้ว &amp;nbsp;
โดยนายวิษณุได้ไล่เรียงช่วงเวลาให้กับ ครม.ฟังว่า ขณะนี้ กกต.ได้จัดทำร่าง พ.ร.ป.ทั้ง 2 ฉบับเสร็จสิ้นแล้ว แต่ต้องผ่านความเห็นชอบจากที่ประชุม กกต.ชุดใหญ่ก่อน และจะนำไปรับฟังความคิดเห็นตาม มาตรา 77 ของรัฐธรรมนูญ ก่อนเสนอมาให้ ครม.ประมาณช่วงเดือน ธ.ค.2564 จากนั้นจะส่งไปให้รัฐสภาพิจารณาประมาณช่วงเดือน ม.ค.2565 คาดว่าจะพิจารณาวาระที่ 1-2 ช่วงเดือน ก.พ.2565 เสร็จแล้วในเดือน มี.ค.2565 รัฐสภาจะต้องส่งให้ กกต.ตรวจสอบรายละเอียดภายใน 15 วัน ซึ่ง กกต.ต้องตอบกลับภายใน 10 วัน ทำให้มีการคาดการณ์ว่าในช่วงเดือน เม.ย.2565 อาจต้องเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญ เพื่อแก้ไขรายละเอียดตามที่ กกต.เสนอกลับมา และลงมติวาระ 3 โดยจะใช้เวลาประมาณ 25 วัน ก่อนส่งร่างกฎหมายให้รัฐบาลเพื่อนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย เว้นแต่จะมีการส่งศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยที่จะต้องรออีก 1 เดือน และเมื่อนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายแล้ว ร่างกฎหมายจะอยู่ในพระราชอำนาจ 90 วัน ซึ่งจะตรงช่วงเดือน ก.ค.2565 &amp;nbsp;
นายวิษณุอธิบายอีกว่า เมื่อมีการประกาศใช้กฎหมายลูกทั้ง 2 ฉบับแล้ว ก็อาจมีแรงกดดันมายังรัฐบาลเพื่อให้ยุบสภา เนื่องจากกฎหมายลูกเสร็จแล้วสามารถจัดการเลือกตั้งได้ นอกจากนี้ ในเดือน ส.ค.2565 รัฐบาลจะเจอประเด็นเกี่ยวกับวาระการดำรงตำแหน่ง 8 ปี ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม หากเริ่มนับปีแรกของการดำรงตำแหน่งนายกฯ ตั้งแต่ปี 2557 แต่เรื่องนี้เมื่อถึงเวลาค่อยคุยกัน ทั้งนี้ หลังจากนายวิษณุอธิบายเสร็จ ไม่มีรัฐมนตรีคนใดสอบถามเรื่องดังกล่าวเพิ่ม&amp;nbsp;
นอกจากนี้ นายวิษณุยังได้ชี้แจงเกี่ยวกับกฎหมายการปฏิรูปประเทศ 5 ปี ที่จะครบกำหนด 5 ปีในเดือน เม.ย.2565 ว่าหากทำกฎหมายไม่แล้วเสร็จ อาจมีปัญหา จึงขอให้เร่งรัดดำเนินการ พล.อ.ประยุทธ์จึงได้กำชับพรรคร่วมรัฐบาลว่า ช่วยให้ความสำคัญและให้ความร่วมมือในการเข้าร่วมประชุมรัฐสภาสมัยสามัญประจำปี ครั้งที่ 2 ที่กำลังจะเปิดในวันที่ 1 พ.ย.นี้ พร้อมย้ำให้พรรคร่วมรัฐบาลแต่ละพรรคกำชับ ส.ส. อย่าขาดประชุมโดยเด็ดขาด นอกจากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ยังย้ำถึงความสำคัญของการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (เอเปก) ในช่วงเดือน พ.ย.2564 ว่า &amp;ldquo;อยากให้มีการเชิญประเทศต่างๆ มาประชุม ไม่ใช่เป็นการประชุมทางออนไลน์&amp;rdquo;&amp;nbsp;
บิ๊กตู่แนะให้เรียนรู้อดีต
ขณะที่นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกฯ ตอบคำถามสื่อมวลชนตามที่ พล.อ.ประยุทธ์มอบหมาย กรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ยกมือไหว้ขอร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ลาออก และได้ออกมาเคลื่อนไหวทางการเมืองบ่อยครั้งในช่วงนี้ว่า พล.อ.ประยุทธ์ชี้แจงว่าเรื่องนี้ก็แล้วแต่จะพูดกันอย่างไร แต่คนไทยต้องเรียนรู้ในอดีตว่าเกิดอะไรขึ้นมาบ้าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนกรยังกล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ไปเคลียร์ใจกับ ร.อ.ธรรมนัส​ พรหมเผ่า เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) อีกรอบ ว่านายกฯ ชี้แจงว่าไม่จำเป็นจะต้องไปเคลียร์ใจกับใคร และ ร.อ.ธรรมนัสก็ยังคงทำงานอยู่กับพรรค พปชร.ในฐานะ ส.ส.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนกรยังแถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ที่ประชุม ครม.รับทราบการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) ในวันที่ 8-9 พ.ย.2564 ที่ จ.กระบี่ พร้อมกันนี้ พล.อ.ประยุทธ์มีกำหนดตรวจราชการที่ จ.กระบี่ และมอบหมายให้รองนายกฯ และรัฐมนตรีลงพื้นที่บริเวณจังหวัดหรืออำเภอโดยรอบกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามันคือ กระบี่ ตรัง พังงา ภูเก็ต ระนอง และสตูลด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม.พรรค พปชร. ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร รับหนังสือจากนายสรชัช ทองเพ็ญ ผู้ประสานงานเครือข่ายธรรมาภิบาลเพื่อการเมืองสุจริต เพื่อขอให้ตรวจสอบกรณีนายทักษิณวิดีโอคอลพูดคุยกับกรรมการบริหารพรรค และ ส.ส.พรรคเพื่อไทย (พท.) เพื่อวางตัวแคนดิเดตนายกฯ และยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนพรรคที่อาจเข้าข่ายครอบงำและแทรกแซงกิจกรรมพรรค ว่าได้ปรึกษากับ กมธ. ซึ่งมีความแตกต่างกัน โดยบางส่วนเห็นว่าครอบงำ ขณะที่อีกส่วนเห็นว่าไม่ครอบงำ ดังนั้นต้องมาพิสูจน์กัน แต่ส่วนตัวเห็นว่าคนในพรรค พท.วันนั้นรอชื่อหัวหน้าพรรคจากนายทักษิณ ดังนั้นสมาชิกพรรค พท.ที่เป็น ส.ส.และอยู่ในเหตุการณ์วันนั้นเข้าข่ายผิดประมวลจริยธรรม ส.ส.ข้อ 19 ที่ต้องไม่คบหากับผู้ประพฤติผิดกฎหมาย ผู้มีอิทธิพล ผู้มีชื่อเสียงเสื่อมเสีย&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ขอถามว่านายทักษิณเป็นคนเสื่อมเสียหรือไม่ ทำผิดกฎหมายหรือไม่ และหนีคดีหรือไม่ แต่ ส.ส.กลับไปคบหาสมาคม ดังนั้นจึงต้องยื่น ป.ป.ช.ให้ตรวจสอบเพื่อถอดถอน ส.ส.พรรคเพื่อไทยที่คบหานายทักษิณ และในวันดังกล่าวมีหัวหน้าพรรคเพื่อไทยอยู่ในเหตุการณ์ แปลว่ารอรับคำสั่งจากนายทักษิณเพื่อรอรับหัวหน้าพรรคคนใหม่ ไม่ครอบงำ ไม่แทรกแซงได้อย่างไร งานนี้จึงต้องมาพิสูจน์เพราะในคลิปชัดเจน&amp;rdquo; นายสิระกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ระบุว่านายทักษิณไม่เข้าข่ายครอบงำ เพราะเป็นการพูดโดยเปิดเผย นายสิระ กล่าวว่า ขอให้ไปดูว่านายเกรียง กัลป์ตินันท์ รองหัวหน้าพรรค พท. ขอหัวหน้าพรรคเพื่อไทยคนใหม่จากใคร ในคลิปขอจากนายทักษิณหรือไม่ และนายทักษิณก็ตอบชัดเจนว่าจะส่งคนมาใช่หรือไม่ ไม่เกี่ยวกับที่ลับหรือที่แจ้ง ที่ลับไปแทรกแซงก็ได้ ที่สว่างก็พูดคุยเรื่องส่งหัวหน้าพรรคมาได้ ไม่ว่าที่ไหนก็ไม่มีกำหนดในการแทรกแซง ไม่ได้กำหนดในรัฐธรรมนูญเรื่องที่ลับที่แจ้ง ขอให้ไปดูกฎหมายดีๆ ไม่มีข้อยกเว้นว่าสั่งในที่ประชุมพรรค หรือที่โล่งที่แจ้ง
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ ในฐานะหัวหน้าพรรค พท. กล่าวถึงกระแสข่าวแคนดิเดตนายกฯ ของพรรค มีชื่อคุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชรว่า คุณหญิงพจมานหรือคนอื่นๆ ที่เป็นข่าว ไม่ได้มีข้อเท็จจริง คุณหญิงพจมานเป็นบุคลากรที่เราเคารพนับถือ ตั้งแต่ไทยรักไทยมาจนถึงขณะนี้ ท่านไม่เข้ามายุ่งเกี่ยวกับพวกเราและพรรค ข่าวที่จะมีการเสนอชื่อคุณหญิงพจมานนั้นตัดไปได้เลย &amp;nbsp; ไม่มีแน่นอน
เพื่อไทยเปลี่ยนใช้สีแดง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในช่วงเย็น พรรค พท.ได้เปลี่ยนโลโก้ของพรรค จากเดิมที่ใช้ตัวอักษรสีน้ำเงินเป็นหลัก มาเป็นตัวอักษรสีแดงล้วน โดย น.ส.อรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรค พท.เผยว่า สาเหตุในการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ พรรคต้องการดิสรัปต์ตัวเอง ดังนั้นสีและสัญลักษณ์ที่เปลี่ยนไปเป็นในโทนสีแดง เพื่อต้องการแสดงออกถึงความกระตือรือร้น และมีข้อความประกอบว่า พรุ่งนี้เพื่อไทย เพื่อชีวิตใหม่ของประชาชน นอกจากนี้ การเปลี่ยนจากตัวอักษรเดิมที่เป็นสีน้ำเงิน เนื่องจากมีหลายพรรคการเมืองได้ใช้ลักษณะโทนสีเดียวกับพรรค พรรคจึงต้องการเปลี่ยนมาเป็นสีแดงเพื่อให้มีความโดดเด่น และยังเห็นว่าไม่มีพรรคอื่นใช้ รวมทั้งเป็นการแสดงให้เห็นว่าพรรคเราไม่มีสาขาอื่น &amp;nbsp;&amp;nbsp;
สำหรับรูปแบบสัญลักษณ์พรรคที่เปลี่ยนเป็นโทนสีแดง และมีข้อความ &amp;lsquo;พรุ่งนี้เพื่อไทย&amp;rsquo; เป็นลายมือของนายทักษิณ ที่เขียนไว้ และต่อด้วยตัวพิมพ์ เพื่อชีวิตใหม่ของประชาชน โดยเป็นหนึ่งในแคมเปญที่พรรคตั้งใจจะสื่อสารไปยังประชาชน โดยพรรคได้ติดป้าย แบนเนอร์ต่างๆ ไว้หลายสถานที่ และติดตามรถสาธารณะ ขณะเดียวกัน ส.ส.และสมาชิกพรรคหลายคน ได้ทยอยเปลี่ยนรูปโปรไฟล์ในเฟซบุ๊กเป็นข้อความดังกล่าวด้วย &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวถึงกรณี น.ส.พรพิมล ธรรมสาร ส.ส.ปทุมธานี จะมาสมัครเป็นสมาชิกพรรค ภท.หรือไม่ว่า ยัง มีเวลา 30 วัน และยังไม่มีการพูดคุยติดต่ออะไร และเมื่อถามว่าหากมาสมัครพรรค ภท.พร้อมรับหรือไม่ นายอนุทิน หัวเราะพร้อมกับกล่าวว่า ความลับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงกรณีโพลหลายสำนักระบุว่าเป็นหนึ่งในผู้ที่มีความเหมาะสมในการเป็นนายกฯ ว่าขอขอบคุณผลโพลที่ออกมา ซึ่งผลคะแนนมีมากบ้างน้อยบ้าง แต่เจียมตัวเสมอ และยึดหลักที่ว่ามีหน้าที่อะไรก็ต้องทำหน้าที่นั้นให้สมบูรณ์ที่สุด เพราะเห็นว่าประเทศของเรามีคนที่ช่วยคิด ช่วยพูด และช่วยแสดงความคิดเห็นมากพอแล้ว แต่ตอนนี้สิ่งที่ประเทศเราต้องการคือคนลงมือทำแล้วทำให้เกิดผลสัมฤทธิ์ได้จริง เราจึงมุ่งเน้นเดินหน้าไปตามทิศทางนี้เพื่อสนองตอบต่อสิ่งที่จะเป็นประโยชน์สูงสุดให้กับบ้านเมือง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า การเปิดตัวนายเมธี อรุณ &amp;nbsp;นักดนตรีชื่อดังวงลาบานูน เป็นผู้สมัคร ส.ส.นราธิวาส หลังจากนี้จะมีคนเด่นคนดังหรือคนมีคุณภาพมาเป็นผู้สมัครอีกหรือไม่ นายจุรินทร์กล่าวว่า เรายังมีคนรุ่นใหม่เข้ามาอีกจำนวนมากมาเป็นผู้สมัครในหลายๆ ภาค ไม่ใช่แค่ภาคใต้เท่านั้น เพราะในภาคอีสานและกรุงเทพฯ มีอยู่หลายคน เราจะทยอยเปิดตัวเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม ส่วนกรณี น.ส.เพชรชมพู กิจบูรณะ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) ลาออก และอาจมาสังกัดพรรค ปชป.นั้น ยังไม่ทราบ แต่จากการติดตามการทำงานของ น.ส.เพชรชมพู ก็เป็นคนที่มีคุณภาพคนหนึ่ง &amp;nbsp;
น.ส.นิชชา บุญลือ อดีตผู้สมัคร ส.ส.กทม. พรรคอนาคตใหม่ โพสต์เฟซบุ๊กว่า ได้ตัดสินใจในการร่วมเดินทางกับพรรคใหม่คือ พรรคไทยสร้างไทย โดยสิ่งเดียวที่ทำให้ตัดสินใจครั้งนี้คือคุณหญิงสุดารัตน์.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120243</URL_LINK>
                <HASHTAG>การประชุมคณะรัฐมนตรี, ครม., นายวิษณุ เครืองาม, รองนายกรัฐมนตรี, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210601/image_big_60b5fa6d8914a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119764</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/10/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/10/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บัตร2ใบรอครึ่งปี ‘วิษณุ’ถกกกต.แก้พรป.เลือกตั้ง30มาตราส่อลากยาว!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โปรดฟังอีกครั้งหนึ่ง &amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ย้ำไม่ยุบสภา พูดไปหลายครั้งแล้วว่าไม่มี &amp;quot;วิษณุ&amp;quot; ถก กกต.แก้กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ยกร่างเสร็จเรียบร้อยแล้ว มีประมาณ 30 มาตรา เป็นเรื่องบัตร 2 ใบ แต่ลากยาวอีกกว่าครึ่งปี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2564 ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล ภายหลังการประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) ชุดใหญ่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ตอบคำถามผู้สื่อข่าวเพื่อให้เกิดมั่นใจถึงกระแสข่าวการยุบสภาว่าจะไม่เกิดขึ้นแน่นอน โดย พล.อ.ประยุทธ์ยืนยันว่า &amp;quot;ไม่มีๆ ก็ผมพูดย้ำไปหลายครั้งแล้วไงว่าไม่มี&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เสนออยากให้แก้ไขกฎหมายให้พรรคการเมืองสามารถช่วยหาเสียงเลือกตั้งท้องถิ่นได้ว่า นายกฯ ไม่ได้พูดเรื่องนี้เลย ความจริงเรื่องนี้มาจากทางพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ซึ่งนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรค ปชป. ได้แจ้งให้นายกฯ และบรรดาหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาลฟังว่า มีร่างของพรรค ปชป.ที่ส.ส.ได้เสนอค้างอยู่ในสภาผู้แทนราษฎร &amp;nbsp;โดยให้พรรคการเมืองสามารถเข้าไปมีบทบาทในการช่วยหาเสียงเลือกตั้งท้องถิ่นได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ซึ่งร่างดังกล่าวไม่ใช่ของรัฐบาล เป็นของ ส.ส. ดังนั้นก็เป็นหน้าที่ของทางสภา ไม่เกี่ยวกับทางรัฐบาลเลย นายจุรินทร์ &amp;nbsp;มาเล่าให้นายกฯ ฟังเพื่อขอความสนับสนุนจากพรรคการเมืองต่างๆ ซึ่งนายกฯ ก็บอกว่าขอให้ไปว่ากันในสภา โดยที่นายกฯ ไม่ได้แสดงความคิดเห็นใดๆ เพิ่มเติม&amp;quot; นายวิษณุกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุยังให้สัมภาษณ์ภายหลังการพูดคุยกับ พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา &amp;nbsp;เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เรื่องการยกร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ว่าการหารือกับ กกต.วันนี้ได้ขอสรุปว่า กกต.จะเป็นผู้จัดทำกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง เพื่อให้สอดคล้องกับร่างรัฐธรรมนูญที่มีการทูลเกล้าฯ ถวายขึ้นไปแล้ว ส่วนกฎหมายพรรคการเมือง ดูแล้วยังไม่มีความจำเป็นที่จะต้องแก้ให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ แต่แนวคิดที่จะแก้ไขมีอยู่ก่อนแล้ว เพราะฉะนั้นจะมีความเห็นจาก กกต.อีกครั้งว่าจะเอาอย่างไร หาก กกต.เห็นว่าควรต้องแก้ทั้งสองฉบับทำในคราวเดียวกัน ฉะนั้นรอให้เสนอ กกต.มาก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งฯ ทางสำนักงาน กกต.ได้ยกร่างขึ้นมาเสร็จเรียบร้อยแล้ว มีประมาณ 30 มาตรา เป็นเรื่องบัตร 2 ใบ รวมถึงวิธีการนับคะแนน ซึ่งจะนับอย่างไรนั้นตนไม่รู้ เพราะยังไม่ได้เห็นร่าง เพราะเขาต้องเสนอ กกต.ก่อน จากนั้นจึงจะเปิดเผยให้สาธารณชนทราบ และเมื่อ กกต.ใหญ่เห็นชอบแล้ว ก็จะมีการรับฟังความเห็นในส่วนกลาง คือจากพรรคการเมืองและประชาชน จากนั้นจะส่งให้ กกต.จังหวัดทุกจังหวัดรับฟังความเห็นก่อนรวบรวมกลับเข้ามาที่ส่วนกลาง เพื่อปรับปรุงก่อนนำเสนอคณะรัฐมนตรี เมื่อคณะรัฐมนตรีเห็นชอบก็จะส่งไปให้คณะกรรมกฤษฎีกาได้ตรวจสอบอีกครั้ง จากนั้นก็จะเตรียมส่งร่างดังกล่าวให้รัฐสภา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า จะคุยกับทาง กกต.อีกครั้งเมื่อไหร่ นายวิษณุตอบว่า ไม่คุยแล้ว จนกว่าจะมีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญจึงจะได้มาดูฤกษ์ดูยามว่าจะส่งร่างไปที่สภาเมื่อใด ระหว่างนี้ทุกคนก็ทำงานของตัวเองไป ทั้งยกร่างซึ่งร่างเสร็จแล้ว 30 มาตรา และเตรียมที่จะเสนอ กกต.ใหญ่ และคิดว่าคงอีกไม่กี่วัน เมื่อ กกต.ใหญ่เห็นอย่างไรก็ปฏิบัติไปตามนั้น เมื่อถามว่าได้เห็น 30 มาตราแล้วหรือยัง นายวิษณุกล่าวว่า ยังไม่เห็นเลย เพราะเขาต้องเสนอ กกต.ใหญ่ก่อน จึงไม่อยากเอามาแสดงก่อน แต่พอผ่าน กกต.ใหญ่แล้วมันก็ต้องเปิดเผยให้คนรับรู้เพื่อติชม ไม่เช่นนั้นจะเรียกว่ารับฟังตามมาตรา 77 ได้อย่างไร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่าถ้าติชมแล้วสามารถปรับแก้ได้หรือไม่ รองนายกฯ ยืนยันว่าได้ เพราะติชมก็เพื่อที่จะแก้ ส่วนที่พรรคกำลังจะทำนั้น เขาก็มีสิทธิ์เสนอได้ เพราะผู้ที่จะเสนอได้ก็เป็น ครม. ตามข้อเสนอเเนะของ กกต. หรือ ส.ส. 1 ใน 10 แต่ ส.ส.คงยังไม่เสนอร่างของตัวเองต่อสภา จนกว่าจะประกาศใช้รัฐธรรมนูญเหมือนกัน จะเสนอได้อย่างไรในเมื่อรัฐธรรมนูญยังไม่ได้แก้ เพราะฉะนั้นเมื่อถึงเวลาประกาศใช้รัฐธรรมนูญที่แก้ไขเสร็จ ก็คงจะเสนอเข้าสภาไป ถ้ามีหลายฉบับก็จะไปรวมพิจารณาร่วมกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;โดยเข้าสู่ที่ประชุมรัฐสภาและต้องพิจารณาให้เสร็จภายใน 180 วัน หรือ 6 เดือน เมื่อรัฐสภาพิจารณาเสร็จแล้วก็จะส่งกลับไปให้ กกต.อีกภายใน 15 วัน เพื่อดูว่าการที่คณะกรรมาธิการฯ นำไปแก้นั้นผิดไปจากเจตนารมณ์ของ กกต.หรือไม่ โดย กกต.จะต้องตอบกลับมาภายใน 10 วัน จากนั้นสภาก็จะทำการแก้ไขให้เสร็จภายใน 30 วัน จึงจะนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย ส่วนตัวไม่ได้ให้คำแนะนำอะไรไปกับเลขาฯ กกต. ทั้งนี้ เข้าใจว่าสัปดาห์หน้าก็น่าจะรู้แล้ว&amp;quot; รองนายกฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. ให้สัมภาษณ์ว่า กกต.ไม่ได้เสนออะไร เพียงแค่มาคุยเรื่องไทม์ไลน์เท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกันนี้ นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงนายทักษิณ ชินวัตร หรือโทนี่ วู้ดซัม อดีตนายกรัฐมนตรี ร่วมเสวนาในคลับเฮาส์ของกลุ่ม CARE คิด เคลื่อน ไทย ในหัวข้อ &amp;ldquo;7 ปีพัง ขออีก 5 ปีคงพินาศ ฮัลโหลคนไทยไว้ใจประยุทธ์ได้หรือ&amp;quot; โดยระบุว่า การเข้ามาบริหารประเทศของนายกฯ ประยุทธ์ แม้จะอยู่มา 7 ปี แต่ได้ทำประโยชน์ให้กับบ้านเมืองหลายอย่าง พัฒนาประเทศ และแก้ไขปัญหาหลายอย่าง แม้กระทั่งปัญหาของน้องสาวนายโทนี่ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่ก่อเอาไว้ เพราะนายกฯ ประยุทธ์เห็นความสำคัญของคนไทยทุกคน และเห็นใจชาวนาที่ได้รับกรรมจากโครงการรับจำนำข้าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอย้ำว่านายโทนี่และน้องสาวกลับประเทศได้ตลอด หากมารับโทษที่ก่อไว้และที่สำคัญ ก่อนที่นายโทนี่จะพูดอะไรออกมา ก็ช่วยดูการกระทำของตัวเองก่อนหน้าเสียก่อน เพราะสุดท้ายที่พูดไปนั้นเหมือนถ่มน้ำลายขึ้นฟ้า สุดท้ายก็กลับมารดหน้าตัวเอง หากไม่อายคนไทยที่พูดอะไรออกไป ก็อายตัวเองบ้างก็ได้ อายุก็เยอะแล้ว หัดคิดดีทำดีบ้าง เวลาตายไป จะได้บอกยมบาลได้ว่าเคยทำดีอะไรเอาไว้บ้าง ไม่ใช่ทั้งชีวิต ไม่เคยคิดจะทำดีอะไรสักอย่างเลย&amp;quot; นายเสกสกลกล่าว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกระแสข่าวว่า น.ส.พรพิมล ธรรมสาร อดีต ส.ส.ปทุมธานี พรรคเพื่อไทย หลังถูกขับพ้นพรรคจะเข้ามาสมัครสมาชิกพรรคภูมิใจไทยแล้วหรือไม่ว่า ยังๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ น.ส.พรพิมลเผยว่า ยังรอเอกสารอย่างเป็นทางการจากพรรคเพื่อไทย ยอมรับว่าได้มีการพูดคุยอย่างไม่เป็นทางการไว้บ้างแล้ว เพราะตนเป็นคนมีพรรคมีพวก ที่ผ่านมาค่อนข้างชัดเจนว่า ไม่ได้ร่วมกิจกรรมของพรรคมาสักระยะหนึ่งแล้ว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า มีกระแสข่าวว่าได้ตัดสินใจไปอยู่กับพรรคภูมิใจไทย น.ส.พรพิมล ปฏิเสธว่า ยังไม่ได้มีการพูดคุยกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และคนอื่นๆ ในพรรคภูมิใจไทย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักว่าขณะนี้ยังไม่ได้มีสังกัดพรรคการเมืองใหม่ใช่หรือไม่ น.ส.พรพิมลกล่าวว่า ยังไม่ตัดสินใจว่าไปร่วมกิจกรรมทางการเมืองกับพรรคการเมืองใด ยังมีเวลา 30 วันในการตัดสินใจ ไม่รู้สึกกังวลใดๆ และมั่นใจว่ามีพรรคการเมืองสังกัดแน่นอน เมื่อมีความชัดเจนแล้วตนจะมาเปิดเผยกับสื่อมวลชนอย่างเป็นทางการอีกครั้ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากพรรคเพื่อไทยมีมติขับนายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ ส.ส.อุตรดิตถ์ ออกจากเป็นการสมาชิกพรรคเมื่อวันที่ &amp;nbsp;12 ต.ค.ที่ผ่านมา นายศรัณย์วุฒิได้แจ้งกับสื่อมวลชนว่า จะแถลงข่าวถึงท่าทีต่อกรณีดังกล่าว รวมถึงความคืบหน้าในการหาสังกัดพรรคการเมืองในวันที่ 14 ต.ค. เวลา 15.00 น. ที่ห้องโถง ชั้น 1 อาคารรัฐสภา&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ล่าสุด นายศรัณย์วุฒิแจ้งกับสื่อมวลชนว่า ขอเลื่อนการแถลงข่าวออกไปก่อน เป็นในวันที่ 15 ต.ค. เวลา 10.00 น. ที่ห้องโถง ชั้น 1 อาคารรัฐสภา เพราะกำลังรอเรื่องบางอย่างที่สำคัญมากก่อน ถ้ายังไม่มีมาแสดงต่อสื่อมวลชนก็ยังไม่สามารถออกมาแถลงข่าวได้
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าจะย้ายไปสังกัดพรรคการเมืองใด นายศรัณย์วุฒิอ้างว่า ยังไม่อยากพูดถึงในตอนนี้ รอให้ทุกคนทราบพร้อมกันในวันที่ 15 ต.ค.จะดีกว่า.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119764</URL_LINK>
                <HASHTAG>&quot;บิ๊กตู่&quot; ย้ำไม่ยุบสภา, ตึกสันติไมตรี, นายวิษณุ เครืองาม, รองนายกรัฐมนตรี, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210909/image_big_6139b248cc480.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119572</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/10/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/10/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ตู่’ยํ้าครม.ไม่ยุบสภา ขอโฟกัสเจ้าภาพจัดเอเปกปี65 มติพท.ไล่‘ศรัณย์วุฒิ-พรพิมล’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ย้ำใน ครม.ยังไม่ยุบสภา ขอโฟกัสงานยักษ์เจ้าภาพเอเปกก่อน &amp;ldquo;วิษณุ&amp;rdquo; เผยเตรียมเรียก กกต.หารือสัปดาห์หน้ารับเป็นเจ้าภาพแก้กฎหมายลูก ยอมรับยุบสภาตอนนี้ไร้ปัญหา แต่ยุบหลังรัฐธรรมนูญใหม่ใช้วุ่นแน่ โดยเฉพาะเรื่องนับคะแนน &amp;ldquo;บิ๊กป้อม&amp;rdquo; ทุบโต๊ะ เอาอยู่ พปชร.ไร้คลื่นลม จัดการได้หมดไม่อย่างนั้นจะเป็นหัวหน้าพรรคทำไม &amp;ldquo;สุชาติ-ชัยวุฒิ&amp;rdquo; ประสานเสียงเรื่อง &amp;ldquo;พีระพันธุ์&amp;rdquo; ขี้ปะติ๋ว ธรรมดาของคนหมู่มากย่อมมีความคิดเห็นหลากหลาย พท.ลงมติท่วมท้นขับ &amp;ldquo;ศรัณย์วุฒิ-พรพิมล&amp;rdquo;
เมื่อวันอังคารที่ 12 ตุลาคม นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมยกร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญให้สอดคล้องกับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า เห็นนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ออกมาระบุว่าพรรค พปชร.เตรียมยกร่าง ทั้งนี้ผู้ที่จะเสนอกฎหมายได้มี 2 ประเภทคือ คณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และ ส.ส. โดยไม่ต้องผ่านความเห็นชอบของ กกต. ทั้งนี้ หากพรรค พปชร.ดำเนินการเรื่องดังกล่าวก็อาจเกิดปัญหาขึ้น เพราะการเลือกตั้งกระทบกับทุกพรรค ดังนั้นพรรค พปชร.ต้องไปสอบถามพรรคต่างๆ &amp;nbsp;ทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาลว่าเห็นชอบกับร่างที่เสนอหรือไม่ ไม่เช่นนั้นมันร่วมหัวลงโลงกันไม่ได้ เดี๋ยวจะล่มในรัฐสภา หรือต่างคนต่างยกร่างเสนอกันเองก็ได้ แต่ในส่วนของรัฐบาล ครม.มีมติไปแล้วให้สอบถาม กกต.ว่าจะรับทำเรื่องดังกล่าวหรือไม่ ถ้าส่งมารัฐบาลจะเป็นผู้เสนอสภา&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ภายในสัปดาห์นี้ได้เชิญเลขาธิการ กกต.มาพบเพื่อหารือและสอบถามว่าจะดำเนินการหรือไม่ หรือจะให้ ส.ส.เขาทำ ถ้า กกต.จะทำไทม์ไลน์จะเป็นอย่างไร ทำเมื่อไหร่ เพราะต้องรับฟังความเห็นจากประชาชนตามรัฐธรรมนูญมาตรา 77 แตกต่างจากการยกร่างของ ส.ส.ที่ไม่ต้องดำเนินการขั้นตอนดังกล่าว และ กกต.จะนำเสนอรัฐบาลเพื่อนำเข้าสภาได้เมื่อใด ซึ่งแน่นอนต้องทำภายหลังรัฐธรรมนูญมีการประกาศใช้เสียก่อนถึงจะเสนอได้ แต่ถ้าเตรียมทุกอย่างไว้ในมือ เมื่อรัฐธรรมนูญประกาศก็เสนอสภาได้เลย&amp;rdquo; นายวิษณุกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า หาก กกต.ดำเนินการเรื่องนี้ ร่างของ กกต.จะเป็นร่างหลักใช่หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า หากร่างของ กกต.ยังฟังความคิดเห็นอยู่ แต่ร่างของ ส.ส.เข้าสู่สภาได้ และประธานสภาฯ บรรจุเป็นวาระก็จะได้พิจารณาก่อน เพราะร่างของรัฐบาลตามไปไม่ทัน ดังนั้นไทม์ไลน์ตรงนี้สำคัญ จึงต้องเชิญเลขาฯ กกต.มาหารือ แต่เมื่อแก้ไม่มาก ก็ไม่น่าจะใช้เวลานาน และรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ว่าการพิจารณากฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญต้องพิจารณาร่วมกันในที่ประชุมรัฐสภา ใช้เวลาไม่เกิน 6 เดือน และความจริงก็ไม่น่าถึง เมื่อทำเสร็จก็ต้องส่งให้ กกต.ดูอีกครั้ง ส่วนจะให้ระบุตอนนี้ว่าต้องใช้เวลากี่เดือนนั้นยังตอบไม่ได้ เพราะยังไม่เห็นว่ามีกี่มาตรา และหากกฎหมายผ่านก็ต้องมีขั้นตอนเรื่องการทูลเกล้าฯ ถวายอีก 3 เดือน&amp;nbsp;
เมื่อถามย้ำว่า หากเป็นเช่นนี้ต้องใช้เวลาอีกนานถึงจะมีความพร้อมในการเลือกตั้งได้ นายวิษณุกล่าวว่า &amp;quot;อันนั้นสื่อพูด ไม่รู้ เก่งสรุปได้ขอให้คะแนน สรุปเป็นใช่ได้&amp;quot; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามอีกว่า หากรัฐธรรมนูญประกาศใช้แล้ว แต่กฎหมายลูกยังไม่มีผลบังคับใช้ เกิดยุบสภาขึ้นมาแล้วจะใช้กฎหมายอะไร นายวิษณุยอมรับว่า ต้องยึดตามรัฐธรรมนูญ แต่คงยุ่ง ไม่รู้จะนับคะแนนแบบไหน แต่ก็มีทางออก ซึ่งคิดไว้แล้วแต่ไม่บอก ทุกสถานการณ์สามารถเกิดขึ้นได้ ขณะเดียวกันยอมรับว่าถ้าวันนี้ยุบสภาโดยที่รัฐธรรมนูญยังไม่ใช้ถือว่าง่ายกว่า
พร้อมสะกิดนายกฯ เอง
นายวิษณุยังกล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม มอบหมายให้ดูข้อกฎหมายเกี่ยวกับระยะเวลาการดำรงตำแหน่งนายกฯ ว่า ยังไม่มีคำตอบอะไร นายกฯ มอบหมายให้ไปดูเรื่องนี้แล้ว แต่ยังไม่ได้ดูและยังไม่ต้องทำอะไรในเวลานี้ รวมถึงนายกฯ ยังไม่มีกำหนดให้แจ้งผลการศึกษาเวลาใด ให้เฉยๆ ไปก่อน และเมื่อยังไม่ได้แจ้งผลกับนายกฯ จะมาบอกสื่อได้อย่างไร&amp;nbsp;
พร้อมกันนี้ นายวิษณุได้กล่าวติดตลกว่า &amp;quot;หากเมื่อไหร่ถึงเวลาผมจะสะกิดนายกฯ ว่า &amp;quot;ครบแล้วครับ ไปเถอะ&amp;quot; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าประเด็นนี้ต้องชัดเจนก่อนการเสนอแคนดิเดตนายกฯ การเลือกตั้งครั้งต่อไปใช่หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ไม่รู้ และไม่ได้คิดอะไรทั้งนั้น&amp;nbsp;
เมื่อถามว่ากรณีที่นายกฯ ไปพูดที่ จ.นครศรีธรรมราช ว่าให้รอดูผลงานอีก 5 ปี หมายความว่าอย่างไร นายวิษณุตอบว่า พล.อ.ประยุทธ์ได้อธิบายในที่ประชุม ครม.ว่าไม่ได้หมายความว่าจะอยู่อีก 5 ปี กระแสที่ออกมาไปบิดเบือน สิ่งที่ท่านจะสื่อสารคือนโยบายต่างๆ ที่ได้ทำไปจะเห็นผลในอีก 5 ปี และสิ่งที่ท่านพูดถึงกรอบเวลา 5 ปีนั้น เป็นวงรอบของกรอบแผนปฏิรูป ไม่ได้ให้นับ 5 ปีจากปัจจุบัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า นายกฯ ไม่มีแนวคิดในการยุบสภาในวันนี้ รัฐบาลเดินหน้าทำงานเพื่อแก้ปัญหาโควิด-19 ปัญหาน้ำท่วม ส่วนที่พูดถึงการดำรงตำแหน่ง 5 ปี หมายความว่าขอให้ติดตามและดูผลงานการทำงานของรัฐบาลทั้งโครงสร้างพื้นฐานการลงทุน โดยเฉพาะพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ซึ่งจะส่งผลอย่างชัดเจนภายใน 5 ปี
นายธนกรยังกล่าวถึงความพร้อมเป็นนายกฯ อีกสมัยหรือไม่ และความเห็นกรณีการเสนอชื่อบุคคลอื่นในนาม พปชร.เป็นว่าที่แคนดิเดตนายกฯ แข่ง ว่า พล.อ.ประยุทธ์ชี้แจงว่าไม่เห็นได้ยินกระแสข่าวดังกล่าวที่สื่อมวลชนสอบถาม ส่วนใหญ่เป็นเรื่องที่สื่อมวลชนวิเคราะห์เอง ในเรื่องดังกล่าวนายกฯ และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ในฐานะหัวหน้าพรรค พปชร.ชี้แจงไปแล้ว ก็ถือว่าจบแล้ว&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ยืนยันว่ายังไม่มีแนวโน้มการยุบสภาหรือเลือกตั้งอะไรทั้งนั้น มีเพียงการเลือกตั้งองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) จึงขอให้หยุดเสนอข่าวที่ก่อให้เกิดความสับสนได้แล้ว&amp;rdquo;
มีรายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาลว่า ในช่วงต้นของการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พล.อ.ประยุทธ์ได้พูดถึงกระแสข่าวยุบสภาและเลือกตั้งว่า&amp;nbsp;&amp;ldquo;ก็อย่าเพิ่งไปวุ่นวายมาก&amp;nbsp;รัฐบาลจะทำงานช่วยเรื่องน้ำท่วมและโควิด-19 ก่อน ผมยืนยันว่าไม่มีแนวคิดเหมือนที่สื่อเล่นกัน 5 ปีที่ผมพูดหมายถึงจากผลงานที่ทำมาให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น ทั้งเรื่องอีอีซีที่ต้องใช้ระยะเวลาในการวางโครงสร้างพื้นฐาน ระบบคมนาคมต่างๆ ไม่ได้หมายความว่าผมจะอยู่ยาวอีก&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ปี เดี๋ยวเอาไปตีความกัน&amp;rdquo;&amp;nbsp;&amp;nbsp;
นอกจากนี้ยังกล่าวถึงการเตรียมความพร้อมการเป็นเจ้าภาพจัดประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปก ในปี 2565 โดยจะรับไม้ต่อจากนิวซีแลนด์ในวันที่ 12 พ.ย.64 ว่า &amp;quot;ในรอบ 20 ปีจะวนมาถึงไทยครั้งหนึ่ง จึงอยากให้ทุกคนช่วยการสร้างความรับรู้ และอยากให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการเป็นเจ้าภาพครั้งนี้ อยากให้โฟกัสเรื่องนี้เป็นพิเศษ ตอนนี้รัฐบาลเราต้องช่วยกัน ทำงานให้เต็มที่ ไม่ได้รีบไปเลือกตั้ง ที่ผ่านมาก็ทำงานดีแล้ว ตอนนี้เร่งสร้างผลงานให้ดีๆ ก่อน ต่อจากนั้นใครจะเป็นอย่างไรค่อยว่ากันไป&amp;rdquo; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุม นายกฯ ได้พักผ่อนที่ห้องรับรองสีเหลือง พร้อมพูดคุยกับนายธนกร ขณะที่ พล.อ.ประวิตรได้เดินทางกลับออกไปก่อน จึงไม่มีภาพนายกฯ มาส่ง พล.อ.ประวิตร เหมือนเช่นเคย และระหว่างเดินทางกลับขึ้นห้องทำงานบนตึกไทยคู่ฟ้า พล.อ.ประยุทธ์ได้ทักทายพร้อมทำมือสัญลักษณ์ไอเลิฟยูให้กลุ่มช่างภาพและสื่อมวลชน พร้อมปฏิเสธให้สัมภาษณ์ โดยชี้ไปที่โฆษกประจำสำนักนายกฯ ชี้แจงและตอบคำถามแทน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.อ.ประวิตรกล่าวถึงความขัดแย้งในพรรค หลังนายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม.พรรค พปชร. วิพากษ์วิจารณ์นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษานายกฯ ในฐานะที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค พปชร.ที่จะเข้ามามีบทบาทในพรรคว่า &amp;nbsp;&amp;quot;ไม่มีอะไร ผมตอบไปแล้วไม่มีอะไร ผมจัดการปัญหาได้ทั้งหมด ในพรรคของผม ผมต้องทำได้ ไม่อย่างนั้นจะเป็นหัวหน้าพรรคทำไม&amp;quot; เมื่อถามว่าจะต้องให้นายพีระพันธุ์เข้าไปสร้างความไว้วางใจกับสมาชิกพรรค พปชร.หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่ต้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ส.ส.ในพื้นที่เป็นห่วงเรื่องการสรรหาผู้สมัคร ส.ส.ส่วนใหญ่เป็นคนของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรค พปชร. พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่มี เพราะเป็นคนดูด้วย ไม่ใช่ ร.อ.ธรรมนัสดูคนเดียว ต้องดูว่าจะเอาใคร และจะเป็นคนตัดสินใจว่าใครจะได้สมัครหรือไม่ได้สมัครอย่างไร เมื่อถามย้ำว่าจะให้ความเป็นธรรมกับ ส.ส.ทุกคนหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า &amp;quot;พุทโธ่ ถามได้ ถามอย่างนี้ถามได้อย่างไร&amp;quot;
ชี้ปัญหาพีระพันธุ์เรื่องเล็ก
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน​ ในฐานะกรรมการบริหารพรรค พปชร.กล่าวถึงกระแสต่อต้านนายพีระพันธุ์ ว่าพรรคมี ส.ส.กว่า 100 คน ซึ่งทุกคนรับนโยบายและแนวทางจาก พล.อ.ประวิตรอยู่แล้ว และเป็นเรื่องปกติของพรรคการเมืองทุกพรรคที่มีคนหลากหลายอยู่ภายในพรรค​ ซึ่งอาจคิดเห็นที่แตกต่างกัน แต่การที่จะเป็นพรรคการเมืองหรือสถาบันการเมืองต้องฟังหัวหน้าพรรคและนโยบายพรรคอยู่แล้ว​ ​ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะออกความคิดเห็นได้อยู่แล้ว​ แต่สุดท้ายต้องจบที่แนวทางของหัวหน้าพรรค และเชื่อว่าจะไม่กลายเป็นน้ำผึ้งหยดเดียว เป็นเพียงแค่ความคิดเห็นของบางคน​ ทุกวันนี้ทุกคนอยู่ในระบบประชาธิปไตย​ ต้องให้ในสิทธิการแสดงออก​ แต่สุดท้ายต้องยอมรับกฎเกณฑ์และกติกา​ รวมทั้งแนวคิดนโยบายของหัวหน้าพรรค ยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่ใช่ประเด็นไม่เป็นปัญหา ถือว่าเป็นเรื่องเล็ก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลฯ ในฐานะ กก.บห.พรรค พปชร. กล่าวในประเด็นนี้ว่า ควรให้โอกาสนายพีระพันธุ์ได้ทำงานอย่างเต็มที่ ส่วนกระแสต่อต้านที่เกิดจากคนในพรรค เป็นเรื่องธรรมดา เพราะนายพีระพันธุ์ไม่ได้อยู่ในพรรค พปชร. บางคนจึงไม่รู้จัก ต้องให้เวลาในการปรับความเข้าใจและพูดคุยกัน คงจะดีขึ้น ส่วนกระแสข่าวที่นายพีระพันธุ์อาจถูกเสนอชื่อเป็นแคนดิเดตนายกฯ กรณี พล.อ.ประยุทธ์จะไม่ไปต่อนั้น ขณะนี้ยังไม่ได้พูดคุยกัน สื่ออย่าไปคาดเดาอะไรเกินไป ยังไม่ถึงเวลาที่จะพูดคุยกันว่าจะไปถึงตำแหน่งไหน อีกอย่างนายพีระพันธุ์เพิ่งจะเข้ามาทำงานร่วมกัน ต้องให้เวลาในการพูดคุยและทำความเข้าใจกันก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า นายพีระพันธุ์ก้าวเข้าพรรคก็เจอกระแสแบบนี้แล้ว จะทำงานราบรื่นได้หรือไม่ นายชัยวุฒิกล่าวว่า กระแสเกิดจากคนหลายคน และเป็นความคิดของคนส่วนใหญ่ แต่เรื่องนี้เป็นเพียงแค่คนบางคนพูด สามารถฟังเป็นประเด็นได้ แต่ไม่ใช่ว่าทุกคนคิดเหมือนกันหมด ต้องใจเย็นๆ อย่าเพิ่งไปสรุป และเมื่อถามว่า ผู้ใหญ่ภายในพรรค พปชร.ต้องออกมาปรามเพื่อไม่ให้เกิดภาพความขัดแย้ง นายชัยวุฒิกล่าวว่า &amp;quot;ไม่ต้องถึงขนาดนั้นหรอก&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน นายไผ่ ลิกค์ ส.ส.กำแพงเพชร ในฐานะรองเลขาธิการพรรค พปชร. กล่าวถึงการเข้าพบ พล.อ.ประวิตร ว่านำเรื่องการทำโพลมาให้ดู ไม่มีอะไร เรื่องนี้เป็นปกติ ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ เราประชุมหารือและทำมาก่อนโควิด-19 ระบาด และทุกพรรคมีการทำโพล เพื่อเตรียมความพร้อมและปรับปรุงการทำงานของ ส.ส.และพรรคเช่นกัน ซึ่ง พล.อ.ประวิตรไม่ได้สั่งการอะไรเป็นพิเศษ แต่เวลานี้ต้องการให้ ส.ส.ลงพื้นที่ จะได้รู้ความต้องการประชาชน และเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับการนำไปตัดเกรด ส.ส.ว่าจะส่งหรือไม่ส่งลงสมัครรับเลือกตั้งสมัยหน้าตามที่มีกระแสข่าว เพราะต้องดูปัจจัยอื่นประกอบด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การเลือกตั้งสมัยหน้า หากแก้กติกาใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ จะมีผลกับ ส.ส.และพรรค หากเราไม่ไปสำรวจความเห็น ไม่รู้ความต้องการของประชาชน ส.ส.ไม่ลงพื้นก็จะสะท้อนผลในการเลือกตั้ง เพราะเที่ยวนี้จะเป็นการเลือกคนกับเลือกพรรค เลือกคนที่รัก เลือกพรรคที่ชอบ&amp;rdquo; นายไผ่ ระบุ&amp;nbsp;
ท่วมท้นไล่ 2 ส.ส.แหกมติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ ในฐานะหัวหน้าพรรค พท. พร้อม กก.บห.พรรคประชุม เพื่อพิจารณาให้ความเห็น ตามที่คณะกรรมการวินัยจริยธรรมของพรรคส่งผลสรุปกรณี 2 ส.ส.พรรคเพื่อไทยโหวตสวนมติพรรค โดยนายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา ในฐานะเลขาธิการพรรค พท. แถลงผลประชุมว่า การประชุมร่วมกันของ กก.บห.พรรคและ ส.ส.เพื่อไทย มีวาระลงมติขับนายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ ส.ส.อุตรดิตถ์ และ น.ส.พรพิมล ธรรมสาร ส.ส.ปทุมธานี พ้นจากความเป็นสมาชิกพรรค โดยการประชุมครั้งนี้ มีผู้ร่วมประชุม 143 คน มาใช้สิทธิ์ออกเสียง 135 คน โดยผลคะแนนเสียง 3 ใน 4 คือ 108 คน ผลการลงคะแนนกรณีนายศรัณย์วุฒิ สมาชิกเห็นด้วยกับมติกรรมการบริหารพรรค 131 คน ไม่เห็นด้วย 2 คน บัตรเสีย 2 ใบ กรณี น.ส.พรพิมล สมาชิกเห็นด้วย 134 คน ไม่เห็นด้วย 1 คน จากการลงคะแนน ถือว่ามีมติให้ทั้ง 2 คน พ้นจากสมาชิกพรรค มีผลตั้งแต่วันที่ 12 ต.ค. เป็นต้นไป หลังการลงคะแนนพรรคจะแจ้งให้ ส.ส.ทั้ง 2 คนรับทราบมติ และแจ้งไปยัง กกต. ซึ่งทั้ง 2 คนสามารถหาพรรคใหม่สังกัดได้ภายใน 30 วัน&amp;nbsp;
ด้านนายศรัณย์วุฒิกล่าวว่า ยังไม่ขอให้สัมภาษณ์หรือให้ข้อมูลใดๆ ทั้งสิ้น โดยจะขอไปสรุปรวบรวมข้อมูลประมาณ 1 วัน แล้วจะมาแถลงรายละเอียดให้สื่อมวลชนทราบ ส่วนที่มีกระแสข่าวว่ามีพรรคอื่นมาทาบทามให้ไปอยู่ด้วยนั้น ยังไม่อยากพูดถึงเรื่องนี้ ซึ่งมีการชี้แจงต่อสื่อมวลชนอย่างเป็นทางการต่อไป
มีรายงานว่า นางพรพิมลมีแนวโน้มที่จะย้ายมาสังกัดพรรคภูมิใจไทย
ขณะเดียวกัน ได้มีกลุ่มคนรักประชาธิปไตยปทุมธานีกว่า 20 คน เดินทางมายื่นหนังสือพร้อมคลิปการปราศรัยของผู้ที่คาดว่าเป็นผู้สมัคร ส.ส.ปทุมธานี ถึงนายสมพงษ์ เพื่อเรียกร้องให้ทบทวนการส่งผู้สมัคร ส.ส.ในพื้นที่ปทุมธานี เขตคูคต โดยระบุว่านักการเมืองรายนี้มีประวัติเป็นอริกับคนเสื้อแดงใน จ.ปทุมธานี เป็นบุคคลที่เป็นแกนนำ กปปส.ตัวพ่อของปทุมธานี เคยขึ้นเวทีปราศรัยด่าทออดีตนายกฯ ของพรรคเพื่อไทยอย่างรุนแรง พรรคจะจัดส่งบุคคลท่านนี้ลงสมัครในนามพรรค เกรงว่าคนในพื้นที่จำนวนมากจะเกิดการต่อต้านและไม่ยอมรับ เพราะมีประวัติที่ขัดแย้งกันมา ถือว่าเป็นภัยต่อประชาชนในพื้นที่ หากพรรคให้เกียรติประชาชนพื้นที่ จ.ปทุมธานี ขอให้พรรคได้ทบทวนเรื่องดังกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ที่กลุ่มคนรักประชาธิปไตยปทุมธานี มายื่นหนังสือคัดค้าน คาดว่าน่าจะเป็นนายเกียรติศักดิ์ ส่องแสง อดีตผู้สมัคร ส.ส.ปทุมธานี พรรคประชาธิปัตย์ ที่เพิ่งย้ายมาสมัครเป็นสมาชิกพรรค พท.เมื่อเดือนที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า ครม.เห็นชอบร่างพระราชกฤษฎีกาเรียกประชุมรัฐสภาสมัยประชุมสามัญประจำปีครั้งที่ 2 ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. 2564 และสิ้นสุดในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2565 ส่วนวันเริ่มสมัยประชุมสามัญประจำปีครั้งที่ 2 ให้เป็นไปตามที่สภาผู้แทนราษฎรกำหนด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119572</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครม.ยังไม่ยุบสภา, นายวิษณุ เครืองาม, รองนายกรัฐมนตรี, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210917/image_big_61444fd7effd3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119196</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/10/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/10/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ป้อม’โวใจถึงพึ่งได้ บอกชาวสระแก้วประเทศมีอยู่เท่านี้/‘ลูกชัช’ซบอก‘พปชร.’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;วิษณุ&amp;rdquo; เผยนายกฯ ทูลเกล้าฯ ถวายร่างแก้ไข รธน.แล้วตั้งแต่วันที่ 4 ต.ค. &amp;ldquo;ประวิตร&amp;rdquo; ลงพื้นที่สระแก้ว ส.ส.ในสังกัดกว่า 30 ชีวิตร่วมติดตาม ลั่น พปชร.ใจถึงถึงได้ โฆษกรัฐบาลโว &amp;quot;ประยุทธ์&amp;quot; มีผลงานเพียบ พปชร.เสนอนั่งนายกฯ หากได้เป็นอีกสมัยก็ไม่แปลกถ้าเป็นฉันทามติของประชาชน &amp;ldquo;ลูกชัช เตาปูน&amp;rdquo; ซบ พปชร.ตาม &amp;quot;พีระพันธุ์&amp;quot; อวยเป็นเสาหลักที่แข็งแรง &amp;quot;จุรินทร์&amp;quot; โวเลือกตั้งสมัยหน้ากวาด 9 ที่นั่งภาคตะวันออก ปัดตอบ &amp;quot;ประยุทธ์&amp;quot; จะอยู่อีก 5 ปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 8 ตุลาคม นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าถึงร่างรัฐธรรมนูญว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายแล้วหรือยังว่า ได้ทูลเกล้าฯ ถวายไปแล้วตั้งแต่วันที่ 4 ต.ค. ซึ่งจะครบกำหนด 90 วัน ในวันที่ 2 ม.ค.2565
วันเดียวกัน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) เดินทางลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำในพื้นที่ จ.สระแก้ว โดยมีทีม ส.ส.ของพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ในสังกัดของ พล.อ.ประวิตร ร่วมลงพื้นที่กว่า 30 คน อาทิ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า, นายสมชาย ชมกลิ่น รมว.แรงงาน, น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์, นายสุรศักดิ์ ชิงณวรรณ์ ส.ส.สระแก้ว ร่วมลงพื้นที่ด้วย
โดย พล.อ.ประวิตรกล่าวตอนหนึ่งว่า อยากบอกชาวอรัญประเทศว่า อยู่ด้วยกันเราต้องรักกัน เพราะว่าประเทศเราก็มีอยู่เพียงเท่านี้ล่ะ ก็อยากจะฝากกับชาวอรัญประเทศว่า พรรคพลังประชารัฐและรัฐบาลนั้น ใจถึงพึ่งได้นะ หลังจากนั้นก็รีบเดินทางโดยเฮลิคอปเตอร์ไปลงที่ว่าการอำเภอเขาฉกรรจ์ ก่อนชักแถวเข้าบ้านสวนน้ำเขาฉกรรจ์ อ.เขาฉกรรจ์ จ.สระแก้ว ซึ่งเป็นฐานที่มั่นอง ส.ส.พลังประชารัฐ โดยมี น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ, นางขวัญเรือน เทียนทอง นายก อบจ.สระแก้ว ทีม ส.ส.สระแก้ว ต้อนรับและร่วมรับประทานอาหารกลางวันร่วมกัน&amp;nbsp;
ทั้งนี้ ยังปรากฏภาพ น.ส.ปารีณา ซึ่งติดตามคอยรับคอยส่งรองนายกฯ เกือบทุกจุดได้คุกเข่ายกมือไหว้ พล.อ.ประวิตรด้วยเช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวถึงกรณี นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย ระบุว่า การที่พรรค พปชร.จะเสนอ พล.อ.ประยุทธ์เป็นแคนดิเดตนายกฯ อีกครั้ง ไม่รู้สึกละอายตัวเองบ้างหรือ เพราะ 7 ปีที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์สร้างหายนะให้กับประเทศมากแค่ไหน ว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์มุ่งทำงานเพื่อช่วยเหลือประชาชนมาตลอด มีผลงานเป็นรูปธรรมมากมาย โดยเฉพาะด้านโครงสร้างพื้นฐาน ด้านคมนาคมมีการขยายรถไฟฟ้าครอบคลุมทุกพื้นที่ การจัดสวัสดิการต่างๆ ให้กับประชาชน ซึ่งประชาชนก็รับรู้ได้ จึงสะท้อนผ่านผลการเลือกตั้งที่ผ่านมาว่าประชาชนต้องการให้ พล.อ.ประยุทธ์บริหารประเทศต่อไป และหากการเลือกตั้งครั้งหน้าได้เป็นนายกฯ อีกสมัยก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร ถ้าเป็นฉันทามติของประชาชนคนไทยทั้งประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พล.อ.ประยุทธ์เข้ามาแก้ปัญหาประเทศตามความต้องการของประชาชนผ่านผลการเลือกตั้งที่ผ่านมา ซึ่งต่างจากรัฐบาลในอดีตที่ นพ.ชลน่านคุ้นเคย มีการสืบทอดอำนาจระยะยาวผ่านคนในเครือญาติ ไม่สนใจว่าประชาชนจะรู้สึกอย่างไร ไม่รู้แกนนำพรรคไหนกันแน่ที่บ้าอำนาจ หลงอำนาจ ถึงขั้นผลักดันกฎหมายแบบสุดซอยก็ยังทำมาแล้ว นพ.ชลน่านน่าจะรู้สึกละอายใจกับพฤติกรรมแบบนี้เสียก่อน แล้วค่อยมาบอกว่าคนอื่น&amp;quot; นายธนกรกล่าว
อวย พปชร.เสาที่แข็งแรง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชื่นชอบ คงอุดม กรรมการผู้ช่วยประจำกระทรวงการคลัง แกนนำพรรคพลังท้องถิ่นไท เผยว่า ได้ย้ายไปสังกัดพรรค พปชร.จริงตั้งแต่เมื่อวันที่ 2 ต.ค.หลังจากนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ฝ่ายการเมือง และที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค พปชร.มาชวน โดยได้ปรึกษานายชัชวาลล์ คงอุดม หัวหน้าพรรคพลังท้องถิ่นไท บิดาแล้ว ซึ่งท่านไม่ได้ว่าอะไร เห็นด้วยกับการตัดสินใจ เพราะเห็นว่า พปชร.ก็มีแนวทางเดียวกับพรรคพลังท้องถิ่นไททั้งนี้ได้ยื่นหนังสือลาออกจากกรรมการบริหารพรรคพลังท้องถิ่นไทแล้ว และ พล.อ.ประวิตร ในฐานะหัวหน้าพรรคพปชร. ได้ลงนามในใบสมัครรับตนเข้าพรรคแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การย้ายมาอยู่พรรค พปชร. ไม่ใช่เป็นการทิ้งพรรคเล็ก แต่เพราะเราเห็นว่า พปชร.มีศักยภาพพอที่จะเติบโตไปเป็นสถาบันทางการเมือง เป็นเสาที่แข็งแรงในการยืนหยัดปกป้องสถาบันหลักของชาติ ทั้งชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ให้อยู่อย่างมั่นคงได้ในอนาคต ส่วนพรรคพลังท้องถิ่นไทยังคงเดินหน้าต่อไป และคงจับมือกับพรรค พปชร.เหมือนเดิม ไม่มีการควบรวมหรือยุบมารวมกัน โดยบิดายังคงเดินหน้าพรรคต่อไป ส่วนจะตัดสินใจมาทำงานกับ พปชร.ด้วยหรือไม่ ยังไม่สามารถบอกได้ เพราะเป็นเรื่องของอนาคต&amp;rdquo;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับอดีต ส.ส. นักการเมือง ที่มาสมัครเป็นสมาชิกพรรค พปชร. พร้อมกับนายพีระพันธุ์ นอกเหนือจากนายชื่นชอบแล้ว ยังมีอีก 3-4 คน&amp;nbsp;
ขณะที่นายพีระพันธุ์กล่าวว่า พล.อ.ประวิตร ให้ดูทุกเรื่องให้​ช่วยทุกเรื่อง​ ไม่มีเรื่องอะไรเป็นพิเศษ และได้คุยกันหลายเรื่องแล้ว​ ส่วนกรณีชวน​นายชื่นชอบแล้ว แต่ พล.อ.ประวิตรพิจารณา​ต่อไป​ กับนายชื่นชอบทำงานด้วยกันมาตลอดอยู่แล้ว​ จึงมีการพูดคุยกันปกติ​ และทาง​นายชื่นชอบ​ก็สนใจที่จะมาช่วยงานตรงนี้ด้วย​ จึงชวนให้มาช่วยกันเลย ส่วนจะมีคนอื่นมาร่วมอีกหรือไม่​ ยังตอบไม่ได้​ แต่มีคนให้ความสนใจเยอะ​ เพราะ​มีคนที่อยากทำงานกับตน​ ส่วนการลงพื้นที่กับ พล.อ.ประวิตร​​ แล้วแต่โอกาส เพราะตนก็มีภารกิจอื่นอยู่​ ซึ่งพล.อ.ประวิตรบอกให้ไปด้วยกันอยู่แล้ว​ แต่ตอนนี้ตนยังติดงานอย่างอื่นอยู่​ เมื่อเคลียร์อะไรซาลงก็จะไปลงพื้นที่กับพล.อ.ประวิตร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.ตราด นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมผู้สมัครลงเลือกตั้ง ส.ส.ในภาคตะวันออกของพรรค ว่าจันทบุรี ระยอง และตราด เป็นเป้าหมายของพรรค โดยได้เตรียมความพร้อมไว้แล้วทั้งหมดเกือบ 100% แล้ว และมีนายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข ในฐานะรองหัวหน้าพรรคดูแลโดยตรง ในการเลือกตั้งครั้งหน้า ถ้าเป็นการเลือกตั้งแบบใช้บัตรสองใบในภาคตะวันออกจำมี ส.ส.ทั้งหมด 9 ที่นั่ง ซึ่งพรรคมีโอกาสสูงที่ได้รับเลือกตั้งทั้งหมด&amp;nbsp;
ปัดตอบ&amp;#39;ประยุทธ์&amp;#39;จะอยู่ 5 ปี&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
เมื่อถามถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ ขอเวลาอีก 5 ปี เพื่อแก้วิกฤตประเทศชาติให้ดีขึ้น นายจุรินทร์กล่าวว่า ไม่สามารถตอบแทนได้ว่าเป็นการส่งสัญญาณจะเป็นนายกฯ ต่ออีกสมัยหรือไม่ อย่างไร คงต้องไปถามนายกฯ เอง ส่วนที่พรรคเพื่อไทยระบุว่าเมื่อเปิดสมัยประชุมสภา จะขอเปิดอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติ &amp;nbsp;ปชป.ไม่ขัดข้องและสนับสนุนอยู่แล้ว รัฐบาลจะได้ชี้แจง ประชาชนจะได้รับประโยชน์จากการอภิปรายของฝ่ายค้านและการชี้แจงของรัฐบาล&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายพงศกร อรรณนพพร ประธานคณะกรรมการบริหารพื้นที่ พรรคไทยสร้างไทย กล่าวถึงกรณีอีสานโพล คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เผยผลสำรวจการเลือกตั้งว่า คนภาคอีสานต้องการคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานพรรคไทยสร้างไทย มาดำรงตำแหน่งเป็นนายกฯ เพื่อมาฟื้นฟูเศรษฐกิจมากที่สุดถึง 24% สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของพี่น้องประชาชนที่มีต่อตัวคุณหญิงสุดารัตน์ และพรรคไทยสร้างไทย เป็นสิ่งที่ไม่ได้เหนือความคาดหมายแต่อย่างใด และไม่ใช่แค่เพียงแค่ภาคอีสานเท่านั้น แต่ภาคเหนือ ภาคตะวันออก ภาคกลาง และภาคใต้ ได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยมจากประชาชน&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีที่ฝ่ายค้านจะยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจแบบไม่มีการลงมติในการเปิดประชุมสภาว่า ทำได้ แต่ต้องเป็นการเสนอความเห็น แนะแนวทางการทำงานให้กับรัฐบาลเท่านั้น ส่วนความคืบหน้าของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีนายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย กล่าวหา พล.อ.ประยุทธ์แจกเงิน 5 ล้านบาทให้กับ ส.ส. ที่บริเวณชั้น 3 ของรัฐสภา ในช่วงการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งที่ผ่านมานั้น คืบหน้าไปทุกสัปดาห์ ทั้งนี้อยู่ที่ว่าคนที่เชิญมานั้นมาหรือไม่ โดยได้ขอให้ นพ.สุกิจ อัถโถปกรณ์ ที่ปรึกษาประธานสภาฯ เข้าไปช่วยดูแลตรงนี้ด้วยว่าคืบหน้าไปถึงไหนแล้ว ปัญหาอยู่ที่ว่าเชิญแล้วเขาไม่มีเวลามา แต่ก็ต้องขอความร่วมมือ เพื่อที่คณะกรรมการฯ จะได้มีเวลาทำงาน ซึ่งก็ตามเรื่องทุกสัปดาห์ แต่เดิมกำหนดกรอบเวลาในการสอบสวนเอาไว้ แต่ก็เพิ่งมีการขอขยายเวลาเมื่อสัปดาห์นี้ เพราะไม่สามารถสอบได้ตามที่เชิญมาทุกคน
เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) สรุปรายชื่อ 83 พรรคการเมือง ที่ยังดำเนินการอยู่ ข้อมูล ณ วันที่ 28 ก.ย.ว่า มีพรรคการเมืองที่ดำเนินการอยู่รวม 83 พรรคการเมือง จำนวนสมาชิก 1,075,791 ราย สาขาพรรคการเมือง 397 สาขา ตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัด 2,158 ราย ทั้งนี้ พรรค ปชป. มีสมาชิกมากที่สุด รวม 90,780 ราย สาขาพรรคการเมือง 18 สาขา ตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัด 312 ราย ขณะที่พรรค พท.มีสมาชิก 60,031 ราย สาขาพรรคการเมือง 4 สาขา ตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัด 279 ราย ส่วนพรรคไทยภักดี ที่มี นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม เป็นหัวหน้าพรรค ยังไม่ปรากฏข้อมูลสมาชิก สาขาพรรค และตัวแทนพรรคการเมือง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119196</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายวิษณุ เครืองาม, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, รองนายกรัฐมนตรี, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211008/image_big_616056ebd82e2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117481</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/09/2021 08:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/09/2021 08:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘วิษณุ’แจงต้องลาออกหากพ.ร.ก.โรคติดต่อถูกคว่ำ  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;22 ก.ย.2564 &amp;nbsp;- รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล แจ้งว่าในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เต็มคณะเมื่อวันที่ 21 ก.ย.ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล ได้มีการพิจารณาร่างพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ.2558 โดยมีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นผู้รายงาน โดยอธิบายเหตุผลที่ต้องออก พ.ร.ก.ฉบับนี้ เพื่อให้เกิดความคล่องตัวให้มากขึ้นในการบริหารงานด้านสาธารณสุขท่ามกลางการระบาดของโควิด-19 และเพื่อทำให้เป็นการบริหารงานด้านสาธารณสุขโดยตรง เพราะไม่เคยมีที่จะให้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินมากำกับงานด้านสาธารณสุขเหมือนที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน เพราะ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เป็นกฎหมายที่เกี่ยวกับงานด้านความมั่นคงโดยเฉพาะ ทั้งนี้ พ.ร.ก.ฉบับนี้จะต้องมีการประกาศในราชกิจจานุเบกษาก่อน เพื่อให้มีผลบังคับใช้ และขณะเดียวกัน ก็ต้องเสนอต่อสภาเพื่อให้สภาเห็นชอบ แต่คงต้องเสนอเมื่อเปิดสมัยประชุมสภาแล้วในเดือน พ.ย. เนื่องจากไม่อยากขอเปิดประชุมสมัยวิสามัญ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ นายวิษณุยังระบุด้วยว่า ถ้า พ.ร.ก.ดังกล่าวไม่ผ่านการรับรองจากสภา รัฐบาลก็ต้องรับผิดชอบด้วยการลาออก ซึ่งเป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่ทำกันมา ทั้งนี้ ยังไม่สามารถยืนยันว่าจะประกาศลงราชกิจจานุเบกษาเมื่อไหร่ จะต้องหารือกับนายกฯ อีกครั้ง แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อมีประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉบับนี้แล้ว จะส่งผลให้ไม่ต้องขยายระยะเวลาประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117481</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายวิษณุ เครืองาม, พระราชกำหนด, พระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ.2558, รองนายกรัฐมนตรี, ลาออก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210909/image_big_6139b248cc480.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116608</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/09/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/09/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เดดล็อกยุบสภาก่อนกม.ลูก วิษณุหาทางออกไว้แต่เสี่ยง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เดดล็อก! &amp;quot;วิษณุ&amp;quot; เผย หากยุบสภาก่อนกฎหมายประกอบ รธน.ออกจะเป็นปัญหา แต่มีการแอบคิดทางออกไว้หลายออปชัน แต่ก็เสี่ยงหน่อย เผยปมพลิกนิดเดียวร่างแก้ไขเดิมให้ กกต.เป็นผู้กำหนด แต่ กมธ.ดันตัดออก &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2564 นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ (บัตรเลือกตั้งสองใบ) ผ่านการพิจารณาของรัฐสภาแล้ว หากมีการยุบสภาระหว่างรัฐธรรมนูญยังไม่ประกาศใช้จะเดินหน้าเลือกตั้งได้หรือไม่ ว่าขณะนี้ถือว่ารัฐธรรมนูญผ่านการพิจารณาของสภาแล้ว เมื่อไปดูรัฐธรรมนูญมาตรา 256 ประกอบมาตรา 81 &amp;nbsp;จะเป็นวิธีปฏิบัติเหมือน พ.ร.บ.และ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญและร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ กล่าวคือถ้ากฎหมายใดได้รับการพิจารณาเสร็จสิ้นแล้ว แม้มีการยุบสภาหรือรัฐบาลลาออกกฎหมายนั้นก็ต้องเดินหน้าต่อไปตามขั้นตอน เช่น จะส่งศาลรัฐธรรมนูญก็ต้องส่ง หรือไม่ส่งก็ต้องนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย ดังนั้นการโหวตรัฐธรรมนูญวาระ 3 ของรัฐสภาก็ถือว่าจบขั้นตอนแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า หากยังไม่มีการโปรดเกล้าฯ แล้วมีการยุบสภาก่อนจะต้องใช้รัฐธรรมนูญฉบับเดิม (บัตรใบเดียว) ในการเลือกตั้งใช่หรือไม่ รองนายกฯ ตอบว่า &amp;nbsp;หากยุบสภาก็ไม่ได้เลือกตั้งพรุ่งนี้ แต่ต้องเลือกตั้งภายใน 45 หรือ 60 วัน หากจังหวะนั้นมีรัฐธรรมนูญใหม่ออกมาก่อนวันเลือกตั้งก็ต้องใช้ตามรัฐธรรมนูญใหม่ แต่ถ้ากฎหมายลูกเกี่ยวกับการเลือกตั้งยังแก้ไขไม่เสร็จสิ้น ก็ยอมรับว่าจะเป็นปัญหา เพราะแต่เดิมร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้จะให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เป็นผู้กำหนด แต่กรรมาธิการร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ตัดประเด็นดังกล่าวออกไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กฎหมายลูกเกี่ยวกับการเลือกตั้งจะใช้เวลาพิจารณาเท่าไหร่ก็ตอบไม่ถูก ก็ต้องทำตามขั้นตอน ที่สื่อมวลชนกังวลกันนี้เพราะตั้งอยู่บนสมมุติฐานว่าจะมีการยุบสภา แต่ถ้าไม่ได้คิดว่าจะมีการยุบสภาทุกอย่างก็จะเดินไปตามปกติ ทุกอย่างก็จะเสร็จก่อนยุบสภา
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมยืนยันว่าอย่างไรก็ใช้ของเก่าไม่ได้ เพราะมันขัดกับของใหม่ เนื่องจากของเก่าออกตามรัฐธรรมนูญเก่า การเลือกตั้งต้องว่าไปตามรัฐธรรมนูญใหม่ แต่ยอมรับว่ากฎหมายลูกยังไม่เสร็จ ก็จะยุ่งมาก แต่ก็จะแก้ปัญหาให้ได้ก็แล้วกัน ยืนยันว่ามีทางออก แต่ผมตอบไม่ถูกเพราะ กกต.ต้องเป็นคนบอก เช่น ถ้ากำหนดวันเลือกตั้งช้า อีกนาน ก็มีเวลาจัดการอีกแบบหนึ่ง แต่ถ้าเลือกเร็ว ก็มีวิธีจัดการอีกแบบหนึ่ง อย่าเอามาผูกปนกัน เพราะมันเป็นการใช้อำนาจของคนละองค์กร คนละเรื่อง คนสะส่วนกัน ซึ่งจะไปมีผลกระทบกัน ดังนั้นก็ต้องคำนึงถึงเอาไว้ และมีการแอบคิดทางออกไว้หลายออปชัน ซึ่งสุดท้ายแล้วหากเกิดปัญหาก็มีทางออก แต่ก็เสี่ยงหน่อย ที่ว่าเสี่ยงคือเสี่ยงต่อการคัดค้านจากภาคส่วนต่างๆ ที่คิดไม่เหมือนกัน ดังนั้นทางที่ดีที่สุดคือต้องเร่งกฎหมายลูกให้เสร็จเร็วๆ&amp;quot; นายวิษณุกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่พรรคเล็กเตรียมจะยื่นศาลรัฐธรรมนูญให้ตีความร่างรัฐธรรมนูญที่ผ่านวาระที่ 3 ว่า สามารถทำได้หากเป็นไปตามเงื่อนไขรัฐธรรมนูญ ประชาธิปัตย์ไม่ขัดข้อง แต่คงไม่ไปร่วมยื่นด้วย เพราะเป็นร่างของพรรค และเราก็ยืนยันแล้วว่ากระบวนการทั้งหมดชอบโดยรัฐธรรมนูญทุกประการ แต่ถ้ามีผู้ใดสงสัยก็เข้าชื่อกันได้ 1 ใน 10 ของสภาผู้แทนราษฎร หรือ 1 ใน 10 ของสมาชิกวุฒิสภา หรือ 1 ใน 10 ของ 2 สภารวมกันก็ทำได้ จะได้ไม่ต้องคาใจว่าเป็นไปโดยชอบตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ เข้าใจว่ากระบวนการก็คงใช้เวลาอย่างดี ก็เดือนกว่าๆ เพราะเมื่อส่งศาลรัฐธรรมนูญแล้ว ศาลรัฐธรรมนูญจะต้องวินิจฉัยให้เสร็จภายใน 30 วัน ซึ่งมีเงื่อนเวลาล็อกอยู่ ถ้าจะช้าก็ช้าไปเดือนกว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนิกร จำนง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวถึงการเตรียมพร้อมต่อการยื่นร่างแก้ไขพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. หลังจากที่รัฐสภาลงมติเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่...) พ.ศ.... ว่าด้วยระบบเลือกตั้งแล้ว ว่า การยื่นร่างแก้ไข พ.ร.ป. ต้องทำหลังจากที่ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่รัฐสภาเห็นชอบมีผลประกาศใช้ จากนั้นพรรคจะหารือร่วมกับพรรคภูมิใจไทย เพื่อหารือร่วมกันต่อการเสนอเนื้อหาแก้ไข เบื้องต้นมีประเด็นที่คิดว่าจะปรับปรุงจาก พ.ร.ป.ฉบับที่ใช้อยู่ คือการกำหนดหมายเลขผู้สมัคร ส.ส. และหมายเลขของพรรคการเมือง ให้เป็นหมายเลขเดียวกันทุกเขตและทั่วประเทศเพื่ออำนวยความสะดวกกับประชาชนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง ไม่สับสน และง่ายต่อพรรคการเมืองจะหาเสียง รวมถึงการเสนอเนื้อหาว่าด้วยการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ที่สามารถเขียนเนื้อหาให้มีความเป็นกลาง และทุกพรรคได้รับความเป็นธรรม เช่น นำหลักการของระบบคำนวณแบบ MMP ออกแบบผสมผสามกับระบบของรัฐธรรมนูญปี 2540 และรัฐธรรมนูญปี 2550 เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การออกแบบให้มีบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ ถือว่าพรรคการเมืองใหญ่ได้เปรียบ ดังนั้นการออกแบบกฎหมายลูก ผมเห็นว่าพรรคขนาดกลาง รวมถึงพรรคขนาดเล็ก ควรมีโอกาสสร้างกติกาเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกพรรคเท่าเทียมกัน รวมถึงพรรคฝ่ายค้านด้วย เพื่อไม่ให้เกิดการเสียเปรียบมากเกินไป&amp;rdquo; นายนิกรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ นพ.ระวี มาศฉมาดล ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ กล่าวถึงความคืบหน้าการดำเนินการยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มว่า ขณะนี้พรรคร่วมรัฐบาลที่ลงมติไม่เห็นชอบกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญได้แบ่งงานกันทำ และอยู่ระหว่างปรึกษาหารือประเด็นกฎหมายที่เราจะยื่น ว่าการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญครั้งนี้ขัดกับรัฐธรรมนูญตรงจุดไหนบ้าง พร้อมทั้งพูดคุยกับ ส.ส., ส.ว. และอดีตกรรมาธิการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญด้วยว่ามีความเห็นอย่างไร หากพบเนื้อหาว่ามีการขัดรัฐธรรมนูญอย่างชัดเจน เราก็จะเร่งขอรายชื่อ ส.ส.และ ส.ว.สนับสนุนต่อไป เพื่อยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญให้ทันภายใน 15 วัน แต่ถ้าศึกษาแล้วไม่พบประเด็น และไม่มีเหตุผลเพียงพอเราก็ตัดสินใจว่าจะไม่ยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญ &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้สิ่งที่ได้เราดำเนินการคู่ขนานไปด้วยคือการพูดคุยกับพรรคการเมืองและ ส.ว. ที่ลงมติงดออกเสียงและลงมติไม่เห็นชอบ อาทิ พรรคก้าวไกล พรรคภูมิใจไทย พรรคเสรีรวมไทย พรรคเศรษฐกิจใหม่ เป็นต้น เชื่อว่าถ้าเรามีประเด็นชัดเจนก็อาจจะมีพรรคการเมืองและ ส.ว.มาเข้าร่วมลงชื่อด้วย โดยพยายามเร่งศึกษาให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 15 ก.ย.นี้ หากได้ข้อสรุปว่ามีประเด็นขัดรัฐธรรมนูญก็จะเร่งล่ารายชื่อให้ทันภายในวันที่ 17 ก.ย. ซึ่งเป็นวันประชุมร่วมรัฐสภาวันสุดท้ายก่อนปิดสมัยการประชุมสามัญครั้งนี้ ส่วนตอนนี้มีใครสนใจตอบรับเข้าร่วมลงชื่อด้วยแล้วนั้น ตนยังไม่สามารถบอกได้ แต่คงเป็น ส.ว.และพรรคการเมืองที่ลงมติไม่เห็นชอบ และงดออกเสียง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อชาติ กล่าวว่า กรณีมีผู้วิจารณ์ว่าการแก้รัฐธรรมนูญไปใช้บัตร 2 ใบ ประชาชนไม่ได้ประโยชน์นั้น เป็นการวิพากษ์วิจารณ์ที่เกินกว่าเหตุ ทั้งนี้การใช้รูปแบบบัตร 2 ใบทำให้ประชาชนมีสิทธิเลือกคนและพรรคแยกกัน ส่งผลให้ระบบพรรคเข้มแข็ง ลดการต่อรองทางการเมือง เปิดทางคนเก่งเข้าสู่การเมืองเป็น ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อแยกคำนวณจาก ส.ส.เขตชัดเจน และสูตรคำนวณ ส.ส.ชัดเจนสามารถประกาศผลเลือกตั้ง และตั้งรัฐบาลแก้ปัญหาประชาชนได้เร็วขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายคฑาเทพ เตชะเดชเรืองกุล หัวหน้าพรรคเพื่อชาติไทย กล่าวว่า ถ้าหากผ่านตามขั้นตอน ประกาศใช้รัฐธรรมนูญใหม่ ก็จะเกิดเผด็จการรัฐสภา ย้อนกลับ เหมือน รัฐธรรมนูญปี 40 อีกครั้ง เหมือนครั้งสมัยนายทักษิณ ชินวัตร มีอำนาจ จะออกกฎหมาย พ.ร.บ.ตามใจชอบ และฝ่ายค้านอ่อนแอ ก็จะย้อนกับมาเหมือนเดิม และที่สำคัญ รัฐธรรมนูญปี 60 ได้รับความเห็นชอบจากประชาชนทุกฝ่าย ทำให้ 9 พรรคเล็กคัดค้าน อย่างไรก็ตาม หากประกาศใช้รัฐธรรมใหม่ ให้มีการเลือกตั้งใช้บัตร 2 ใบ ทางพรรคเพื่อชาติไทยเตรียมผู้สมัครสู้ศึกเลือกตั้งอย่างเต็มที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตประธานยุทธศาสตร์พรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) ระบุว่า เมื่อถึงขั้นตอนออกกฎหมายลูก หากผลออกมาเป็นการนับคะแนนแบบแบบเยอรมนี ทั้งพรรคพลังประชารัฐและพรรคเพื่อไทยก็อาจจะไม่ได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อและเสียเปรียบพรรคเล็กมากขึ้น กลายเป็นพลังประชารัฐเสียทั้งขึ้นทั้งล่อง เพราะฉะนั้นจึงมีการพูดถึงการยุบสภา เพื่อที่จะหลีกเลี่ยงการใช้รูปแบบเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญที่แก้กันอยู่นี้.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116608</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายวิษณุ เครืองาม, บัตรเลือกตั้งสองใบ, รองนายกรัฐมนตรี, รัฐธรรมนูญ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210913/image_big_613eb0dc8bef2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
