<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>16764</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/09/2018 13:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/09/2018 09:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คลังฮึดดัน “ภาษีที่ดิน” มีผลบังคับใช้ปี 63</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คลังฮึดไม่เลิกดัน &amp;ldquo;ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง&amp;rdquo; หวังมีผลบังคับใช้ปี 2563 ด้าน อปท. ประเมินใช้เวลา 6-7 เดือนหลังกฎหมายเดินเครื่องลุยสำรวจการใช้ที่ดินจริงของประชาชน

นายวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ รมช.การคลัง ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการพิจารณาร่าง พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง เปิดเผยว่า คณะกรรมาธิการยังอยู่ระหว่างการพิจารณารายละเอียดของกฎหมายทั้งหมด ยังไม่มีความคืบหน้าเพิ่มเติม และยังไม่สามารถบอกได้ว่าจะเริ่มใช้ได้วันที่ 1 ม.ค. 2562 ตามเป้าหมายเหมือนเดิมหรือไม่

แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สนับสนุนการออก พ.ร.บ. เก็บภาษีที่ดินและสิ่้งปลูกสร้าง เพราะเป็นเครื่องมือทางการคลังที่สำคัญในการเพิ่มรายได้ให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ที่จะเป็นผู้เก็บภาษีตัวนี้ ไม่ใช่รัฐบาลกลางเป็นผู้เก็บ นอกจากนี้ยังเป็นกฎหมายสำคัญในการลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ทำให้มีการกระจายใช้ประโยชน์จากที่ดินเพิ่มมากขึ้น

&amp;quot;รัฐบาลสนับสนุนให้กระทรวงการคลังเดินหน้าออก พ.ร.บ.เก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง แต่ในรายละเอียดโดยเฉพาะวันที่กฎหมายบังคับใช้อาจจะต้องเลื่อนจากเดิมที่ตั้งใจไว้เป็นวันที่ 1 ม.ค. 2562 เป็น 1 ม.ค. 2563 เพื่อให้ อปท. มีเวลาเตรียมตัวในการเก็บภาษี แต่ในส่วนของกฎหมายคาดว่าจะผลักดันให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เสนอให้เสร็จภายในรัฐบาลชุดนี้&amp;quot; แหล่งข่าว กล่าว

แหล่งข่าว กล่าวอีกว่า จากการประเมินของ อปท. จะต้องรอให้กฎหมายมีผลบังคับใช้เสียก่อน ถึงจะมีอำนาจในการเข้าไปสำรวจการใช้ที่ดินจริงของประชาชน ว่าใช้เพื่อการเกษตร ที่อยู่อาศัย เพื่อการพาณิชย์ หรือ ที่ดินรกร้างว่างเปล่า เพื่อเก็บภาษีได้อย่างถูกต้อง ซึ่งขั้นตอนดังกล่าวคาดว่าจะต้องใช้เวลา 6-7 เดือน ถึงจะเสร็จทั้งหมดทั่วประเทศ

ดังนั้นกระทรวงการคลังเห็นว่า ร่าง พ.ร.บ. ยังมีเวลาการพิจารณาของกรรมาธิการของ สนช. ให้ออกมาภายปลายปีนี้หรือต้นปีหน้า รวมกับเวลาที่ อปท. ต้องใช้สำรวจพื้นที่ก็จะเสร็จประมาณปลายปี ทำให้การเก็บภาษีน่าจะเริ่มได้ 1 ม.ค. 2563 โดยที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เตรียมความพร้อมได้อย่างดี

ก่อนหน้านี้ นายวิสุทธิ์ ระบุว่า การกำหนดอัตราการเก็บภาษีในแต่ละประเภทได้ข้อสรุปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยที่ดินเพื่อการเกษตรและที่อยู่อาศัยได้รับผบกระทบน้อยมาก ขณะที่ที่ดินเพื่อการพาณิชย์ที่มีภาระภาษีเพิ่มขึ้น ในบางส่วนก็ได้มีการบรรเทา หรือ ยกเว้น เช่น สนามกีฬาต่าง ๆ เป็นต้น
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16764</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงการคลัง, นายวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ, ภาษีที่ดิน, ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง, สนช.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180502/image_big_5ae9cf35f1725.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8389</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/05/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิตคอยน์ไทย&#039; เทรดวันแรกร่วง นักลงทุนเทขาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;JFin Coin&amp;quot; โทเคนไทยเทรดวันแรกร่วง เปิด 6.45 บาทต่ำกว่าจอง นักลงทุนเทขายทำกำไร คาดมีเสถียรภาพหลังระบบ DLP ชัดเจนเดือน ต.ค. และนำ Blockchain มาใช้ในปี 62 พร้อมเดินสายโรดโชว์ต่างประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม นายธนวัฒน์ เลิศวัฒนารักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจ เวนเจอร์ส จำกัด &amp;nbsp;(JVC) บริษัทย่อยในกลุ่มบริษัท เจมาร์ท จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า การระดมทุนด้วยการทำ Initial Coin Offering (ICO) ของเหรียญ JFin Coin ซื้อขายในตลาดรองเป็นครั้งแรกบนกระดาน Coin Asset จำนวน 100 ล้านโทเคน เปิดตลาดที่ราคา 6.45 บาทต่อโทเคน &amp;nbsp;ต่ำกว่าราคาจองที่ 6.60 บาทต่อโทเคน ประเมินว่ามาจากการที่นักลงทุนซื้อขายด้วยอารมณ์เป็นหลัก รวมถึงแรงขายจากผู้ซื้อช่วงเสนอขายที่ได้ลดราคา 10% ทำให้มีการขายทำกำไรออกมาพอสมควร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับ JFin Coin มีจำนวนดิจิทัลโทเคนทั้งหมด 300 ล้านโทเคน นำมาทำ ICO ในรอบนี้ครั้งแรก 100 ล้านโทเคน ที่ราคาขาย 6.60 บาทต่อโทเคน เงินที่ได้จากการระดมทุนในครั้งนี้ประมาณ 660 ล้านบาท โดยมองว่าราคาจะเริ่มมีเสถียรภาพมากขึ้น หลังจากที่ระบบสินเชื่อแบบดิจิทัลที่ไม่มีตัวกลาง Digital Lending Platform (DLP) จะมีความชัดเจนช่วงเดือน ต.ค.นี้ และในปี 62 คาดว่าจะเริ่มเห็น Decentralized Digital Lending Platform (DDLP) ที่จะนำเทคโนโลยี Blockchain มาร่วมใช้ให้เกิดศักยภาพมากขึ้น นอกจากนี้ ยังเพิ่มกระดานเทรดใน Cash2Coins ในวันที่ 9 พ.ค.นี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่ผ่านมาได้มีการทดสอบปล่อยกู้ให้กับลูกค้าของ DTAC วงเงิน 3 ล้านบาท จำนวน 2,000 ราย ในอัตราดอกเบี้ย 15% ซึ่งมีหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) เฉลี่ย 30% โดยบริษัทจะใช้เก็บข้อมูลเพื่อนำมาพัฒนาระบบต่อไปในอนาคต นอกจากนี้ ยังมีแผนจะเดินทางไปนำเสนอข้อมูล (โรดโชว์) ที่สิงคโปร์ ฮ่องกง และเวียดนาม เพื่อประชาสัมพันธ์ระบบ DDLP และช่วยสร้างมูลค่าการซื้อขายของเหรียญโทเคนให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น ทั้งนี้ ตั้งเป้ามีมูลค่าการซื้อขายติด 100 อันดับแรกของตลาด Cryptocurrency ของโลกในอนาคต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;หน้าที่ของ JVC ต่อจากนี้คือ การให้ข้อมูลและบอกความเคลื่อนไหวของบริษัทอย่างต่อเนื่อง โดยมีแผนโรดโชว์ในต่างประเทศเพิ่มเติมอีก เริ่มต้นที่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก่อน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและเข้าถึงผู้ลงทุนทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ ด้วยความมุ่งหวังให้ JFIN เป็นที่รู้จักในฐานะเหรียญของคนไทยที่ได้รับการยอมรับระดับสากล และวางแผนไปเทรดในกระดานต่างประเทศที่ HitBTC ที่ฮ่องกง และ Upbit ที่เกาหลีใต้ ซึ่งอยู่ระหว่างการดำเนินการ&amp;rdquo; นายธนวัฒน์ ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอดิศักดิ์ สุขุมวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เจ มาร์ท (JMART) กล่าวว่า ในไตรมาสแรกคาดกำไรสุทธิของบริษัทอาจอยู่ในระดับที่ลดลง หลังจากบริษัทมีการตั้งสำรองมาตรฐานบัญชีใหม่ (IFRS9) ในบริษัท JFintech ขณะที่รายได้ยังสามารถเติบโตได้เป็นปกติ โดยประเมินว่าตั้งแต่ไตรมาส 2 เป็นต้นไป ผลประกอบการรวมจะเข้าสู่ภาวะปกติ ซึ่งล่าสุดบริษัทได้เข้าลงทุนในธุรกิจประกันภัย บมจ.ฟีนิกซ์ ประกันภัย (ประเทศไทย) ผ่านบริษัทย่อย คาดจะเริ่มรับรู้รายได้ช่วงไตรมาส 2 เป็นต้นไป อีกทั้งยังมีการศึกษาเข้าลงทุนธุรกิจอื่นๆ อย่างต่อเนื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ราคาหุ้นที่ปรับตัวลดลงนั้น มองว่านักลงทุนกังวลเรื่องผลประกอบการที่ลดลงจากการปรับมาตรฐานบัญชี แต่คาดว่าเป็นเพียงปัจจัยระยะสั้นเท่านั้น เนื่องจากบริษัทจะมีผลประกอบการโตอย่างเต็มที่อย่างมีประสิทธิภาพได้ในปี 62 ขณะเดียวกัน ยังมีกองทุนเข้ามาให้ความสนใจบ้างพอสมควร แต่บริษัทไม่ได้ให้ความสำคัญเรื่องราคาหุ้นมากนัก ซึ่งอยากพัฒนาพื้นฐานของธุรกิจให้เติบโตได้ดี&amp;quot; นายอดิศักดิ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 27 มี.ค.2561 ได้เห็นชอบร่างพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การประกอบสินทรัพย์ดิจิทัล &amp;nbsp;ตามที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาแล้ว ตามขั้นตอนก่อนที่จะมีการส่งประกาศในราชกิจจานุเบกษา เพื่อมีผลบังคับใช้ตามกฎหมายต่อไป คณะกรรมการกฤษฎีกาเสนอเพียงให้ตัดคำว่าสกุลเงินอื่นๆ &amp;nbsp;ในร่างกฎหมายออกไปก่อน คงไว้แต่ส่วนของสกุลเงินดิจิทัลที่เกิดขึ้นแล้วคือคริปโตและโทเคน โดยในอนาคตหากมีสกุลเงินดิจิทัลอื่นๆ เพิ่ม ค่อยเสนอเพิ่มเติม ขณะที่การจัดเก็บภาษีที่เกิดขึ้นจากธุรกรรมเงินดิจิทัลยังคงสัดส่วนการจัดเก็บตามที่กรมสรรพากรเสนอ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ในการจัดเก็บภาษีที่เกิดขึ้นจากการซื้อขายสกุลเงินดิจิทัลยังคงไว้ที่ 15% รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม อย่างไรก็ตาม หากมีการแลกเปลี่ยนกันโดยไม่มีผลกำไรเกิดขึ้นให้เสียเฉพาะในส่วนภาษีมูลค่าเพิ่มเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี ภาครัฐยืนยันว่ากฎหมายดังกล่าวไม่ได้ปิดกั้นการลงทุน แต่เป็นการควบคุมให้อยู่ในกรอบ ไม่ได้เปิดเสรี โดยกระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย &amp;nbsp;(ธปท.) สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ดูแลเรื่องนี้อย่างเต็มที่ เพื่อไม่ให้มีความเสี่ยงที่จะมีผลกระทบกับความมั่นคง.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.ยุติธรรม เป็นประธานเปิดการประชุมคองเกรสนานาชาติ ของสภาเจ้าพนักงานบังคับคดีระหว่างประเทศ ครั้งที่ 23 ในหัวข้อ หลักประกันความยุติธรรมที่มั่นคงและยั่งยืน : เจ้าพนักงานบังคับคดี องค์ประกอบสำคัญของหลักธรรมาภิบาล ซึ่งจัดขึ้นโดยกรมบังคับคดีและสภาเจ้าพนักงานบังคับคดีระหว่างประเทศ (UIHJ)&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดย น.ส.รื่นวดี สุวรรณมงคล อธิบดีกรมบังคับคดี กล่าวว่า การบังคับคดีของไทยมีกรอบระยะเวลาที่ชัดเจน หลังการขายทอดตลาดในคดีที่ไม่ยุ่งยากซับซ้อนโจทก์จะได้รับเงินคืนภายใน 45 วัน และหากมีอีเพย์เมนต์ จะย่นระยะเวลาในการชำระหนี้เร็วยิ่งขึ้น ในเวลาการประชุมบังคับคดีนานาชาติซึ่งไทยเป็นเจ้าภาพครั้งแรกในรอบ 66 ปี จะนำเสนอประเด็นหลักประกันความปลอดภัยของข้อมูลลูกหนี้ว่าจะสามารถเปิดเผยได้แค่ไหน และหลักประกันความยุติธรรมด้านเครื่องมือระบบดิจิทัลเพื่อความยุติธรรมที่ยั่งยืน ซึ่งเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับอนาคต โดยกรุงเทพฯ จะเป็นเวทีแรกในระดับโลกที่หยิบยกประเด็นสินทรัพย์ดิจิทัลขึ้นมาหารือเพื่อวางแนวกฎหมายบังคับคดีอย่างเป็นระบบ โดยจะศึกษาว่าจะสามารถยึดอายัดทรัพย์ดิจิทัลและเงินบิตคอยน์อย่างไรด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8389</URL_LINK>
                <HASHTAG>Blockchain, Coin Asset, Initial Coin Offering, JFin Coin, การระดมทุน, นักลงทุนเทขายทำกำไร, นายวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ, ระบบ DLP, ราคาหุ้นที่ปรับตัวลดลง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โทเคนไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180502/image_big_5ae9cdd1a5c34.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
