<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>29699</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/02/2019 14:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/02/2019 14:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;ธรรมฤทธิ์ จิรา&quot; นักสะสมคนไทย ผู้ส่งมอบโบราณวัตถุบ้านเชียง-แม่น้ำมูล104ชิ้นอายุ1,800-5,000 ปีให้กรมศิลป์ฯดูแล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ก.พ. 62- เหตุผลที่นายธรรมฤทธิ์ จิรา นักสะสม ผู้ครอบครอง โบราณวัตถุและศิลปโบราณ&amp;nbsp;รส่งมอบโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุสมัยบ้านเชียงอายุ1,800-5,000 ปี &amp;nbsp;จำนวน 104 รายการ&amp;nbsp; เพือเป็นสมบัติของชาติ และุอยู่ภายใต้การดูแลของกรมศิลปากร โดยได้มีการนำโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุบางส่วนมาจัดแสดง ณ ศาลาสำราญมุขมาตย์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นายธรรมฤทธิ์ จิรา กล่าวว่า ครั้งหนึ่งได้เคยไปเห็นโบราณวัตถุบ้านเชียง จัดโชว์อยู่ที่ประเทศอเมริกา ทำให้เกิดความรู้สึกชอบและอยากสะสม เพราะทำให้เห็นอารยธรรม และความเป็นอยู่ของคนสมัยก่อน ของสะสมส่วนใหญ่เป็นโบราณวัตถุ ศิลปะวัตถุ ที่ได้มากจากพ่อบ้าง และคนอื่นให้มาบ้าง และก็มีซื้อเองด้วย &amp;nbsp;มีทั้งเครื่องปั้นดินเผา สำริด กระเบื้องโบราณทั้งไทยและจีน และภาพวาด แต่ชิ้นที่นำมามอบให้ทั้ง 104 ชิ้น ของทั้งหมดที่เป็นเครื่องปั้นดินเผาอสำริด ที่ยังคงเหลือเก็บไว้ก็จะเป็นกระเบื้อง ภาพวาด และงานอาร์ต และจะไม่มีการซื้อเพิ่มอีก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เครื่องประดับสมัยประวัติศาสตร์ภาคกลาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;มีหลายชิ้นที่ชอบและรัก ทุกชิ้นจึงพิเศษ และบางชิ้นก็หาได้ยาก หรือไม่สามารถนำออกนอกประเทศได้ อย่างชิ้นที่เป็นเครื่องปั้นดินเผาบ้านเชียง ที่ไม่สามารถนำออกนอกประเทศได้ หรือ ชิ้นที่อยู่ลึกในดินดำ ที่ค่อนข้างมีความสมบูรณ์ ส่วนใหญ่จะมีอายุราวๆ 3,500 ปี หรือชิ้นที่เป็นกำไล หรือสำริด ที่มีความสวยงามและผมก็ชื่นชอบมาก &amp;nbsp;โดยก่อนที่จะนำมามอบให้กับกรมศิลปากร ได้มีการปรึกษากับลูกๆ เพราะผมก็อายุมากขึ้น และคิดว่าหากมอบให้ก็จะได้รับการดูแลรักษาอย่างดี และยังแบ่งปันให้กับผู้อื่นให้ได้ชมด้วย เพราะอย่างไรถึงแม้ว่าของเหล่านี้จะไม่ได้อยู่ที่บ้านแล้ว แต่เราก็ยังสามารถเดินทางมาชมได้ และอยากให้คนที่สะสมของวัตถุโบราณได้นำมาแบ่งปันให้ผู้อื่นได้ขมด้วยเช่นกัน&amp;rdquo; ธรรมฤทธิ์ กล่าว&amp;nbsp;
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ครอบครัวจิรา นำชมโบราณวัตถุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;สำหรับโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุที่ได้รับการมอบให้เป็นสมบัติของชาติในครั้งนี้ มีโบราณวัตถุสมัยก่อนประวัติศาสตร์ที่มีอายุราว 1,800 &amp;ndash; 4,300 ปีมาแล้ว ประกอบด้วยเครื่องปั้นดินเผา เครื่องมือเครื่องใช้สำริด เครื่องประดับทำด้วยหิน แก้ว และเปลือกหอย บางชิ้นได้รับการซ่อมแซมต่อเติมให้มีสภาพสมบูรณ์ และมีวัตถุจำนวนหนึ่งซึ่งเป็นศิลปวัตถุทำขึ้นเลียนแบบโบราณวัตถุสมัยก่อนประวัติศาสตร์ ที่สามารถกำหนดอายุสมัยตามแหล่งที่มาได้ อาทิ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.กลุ่มโบราณวัตถุจากแหล่งโบราณคดีสมัยก่อนประวัติศาสตร์ภาคกลาง &amp;nbsp;หลักฐานประเภทภาชนะดินเผาที่พบ ที่มีลักษณะโดดเด่นคือ ภาชนะดินเผาทรงก้นกลม คอคอด ซึ่งมีทั้งกลุ่มที่มีฐานเตี้ย และไม่มีฐาน ภาชนะดินเผาที่มีลักษณะพิเศษของวัฒนธรรมนี้น่าจะได้แก่ภาชนะดินเผาทรงพานสูง และทรงบาตร &amp;nbsp;นิยมตกแต่งผิวภาชนะด้วยการทาน้ำดินสีแดง กดประทับด้วยลายเชือกทาบ หรือขูดขีดด้วยเครื่องมือปลายแหลม &amp;nbsp;มีแหล่งโบราณคดีที่สำคัญ อาทิ แหล่งโบราณคดีบ้านพุน้อย อำเภอบ้านหมี่ จังหวดลพบุรี กำหนดอายุราว 1,500 - 2,500 ปีมาแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลุ่มโบราณวัตถุกระดึงสำริด และดินเผาในลุ่มแม่น้ำมูล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.กลุ่มวัฒนธรรมลุ่มน้ำสงคราม หรือกลุ่มวัฒนธรรมบ้านเชียง ได้แก่ จังหวัดอุดรธานี สกลนครและหนองคาย หรือกลุ่มวัฒนธรรมบ้านเชียง ภาชนะดินเผาในกลุ่มนี้มีรูปทรงที่หลากหลาย และสามารถจำแนกลักษณะออกเป็น 3 ยุค ได้แก่ 2.1 ภาชนะดินเผาสมัยต้น อายุระหว่าง 3,000 &amp;ndash; 4,300ปีมาแล้ว เป็นภาชนะดินเผาสีดำหรือเทาเข้ม มีเชิงหรือฐานเตี้ย ตัวภาชนะมักจะตกแต่งด้วยลายขีดเขียนเป็นเส้นคดโค้ง ลายเชือกทาบ และลายกดประทับ 2.2 ภาชนะดินเผาสมัยกลาง อายุ 2,300 - 3,000 ปี ลักษณะเด่น คือ มีขนาดใหญ่ ผิว นอกเป็นสีขาว ไหล่ภาชนะหักเป็นมุม มีทั้งแบบก้นกลมและก้นแหลม บางใบมีการตกแต่งด้วยลายขีดผสมกับลายเขียนหรือทา ด้วยน้ำดินสีแดง 2.3 ภาชนะดินเผาสมัยปลาย อายุ 1,800 - 2,300 ปี นิยมเขียนลายและตกแต่งภาชนะด้วยสีแดง เป็นลวดลายที่สื่อถึงความหมายและสัญลักษณ์ต่าง ๆ อาทิ ลายงู &amp;nbsp;ลายก้นหอย และลายรูปสัตว์ เป็นต้น โบราณวัตถุกลุ่มวัฒนธรรมบ้านเชียง ที่นายธรรมฤทธิ์ จิรา มอบในครั้งนี้ ยังประกอบไปด้วย เครื่องมือเครื่องใช้โลหะ ซึ่งบ่งบอกถึงการสร้างสรรค์งานโลหะกรรมในยุคก่อนประวัติศาสตร์ของวัฒนธรรมบ้านเชียง ได้แก่ เครื่องประดับสำริด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เครื่องปั้นดินเผายุตก่อนประวัติศาสตร์แม่น้ำมูล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.โบราณวัตถุกลุ่มแหล่งโบราณคดีสมัยก่อนประวัติศาสตร์ลุ่มแม่น้ำมูล &amp;nbsp;ครอบคลุมพื้นที่ในจังหวัดนครราชสีมา จังหวัดบุรีรัมย์ จังหวัดสุรินทร์ จังหวัดศรีสะเกษ และจังหวัดอุบลราชธานี วัฒนธรรมลุ่มแม่น้ำมูล พบวัตถุประเภทเครื่องปั้นดินเผาที่มีรูปทรงหลากหลาย ที่โดดเด่นคือแหล่งโบราณคดีบ้านก้านเหลือง จังหวัดอุบลราชธานี ภาชนะดินเผากลุ่มนี้จะมีลักษณะพิเศษ คือ มีเนื้อดินสีส้ม การตกแต่งด้วยการขูดขีดที่บริเวณขอบปาก วัตถุประเภทเครื่องมือเครื่องประดับ เครื่องใช้สอยสำริด พบว่าเทคนิคการผลิตเพื่อใช้หล่อสำริดมีฝีมือประณีต ซับซ้อน มีเทคนิคและลวดลายกับเครื่องสำริดในคล้ายกับวัฒนธรรมดองเซิน ประเทศเวียดนาม กำหนดอายุสมัยอยู่ในราว 1,500 - 2,500 ปีมาแล้ว ภาชนะดินเผาและวัตถุทางโบราณดีต่างๆ เหล่านี้เป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญในการใช้ศึกษาวิเคราะห์ถึงวิถีชีวิตมนุษย์สมัยโบราณในแง่มุมต่าง ๆ ได้ อาทิ พฤติกรรมด้านเศรษฐกิจ เทคโนโลยี ศิลปะ และสังคม เป็นหลักฐานในการจัดลำดับอายุสมัย และบ่งบอกช่วงเวลาของวัฒนธรรมและชุมชนในแหล่งโบราณคดีนั้น ๆ เป็นหลักฐานในการคำนวณความหนาแน่นของประชากร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ภาชนะทรงก้นหม้อ โบราณวัตถุภาคกลาง และโบราณวัตุชิ้นอื่นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เครื่องประดับสมัยประวัติศาสตร์ภาคกลาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ด้าน นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม(วธ) กล่าวว่า วธ.ตระหนักถึงความสำคัญของโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ มรดกอันล้ำค่าของชาติ จึงมีนโยบายในการติดตามหรือขอคืนโบราณวัตถุของไทยที่อยู่ในต่างประเทศให้กลับมาเป็นสมบัติของชาติ โดยบูรณาการความร่วมมือทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ตลอดจนภาคส่วนต่าง ๆ และในช่วงที่ผ่านมา ได้รับคืนโบราณวัตถุของไทยจากประเทศสหรัฐอเมริกา และประเทศออสเตรเลีย จำนวน 8 ครั้ง รวม 751 รายการ และในครั้งนี้เมื่อเดือนธันวาคม 2561 วธ.ได้รับการติดต่อจากนายธรรมฤทธิ์ จิรา ว่ามีความประสงค์จะส่งมอบโบราณวัตถุยุคก่อนประวัติศาสตร์วัฒนธรรมบ้านเชียง อายุราว 1,800 - 5,000 &amp;nbsp;ปี จำนวน 104 รายการ ไว้เพื่อเป็นสมบัติของชาติ ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่ประชาชนแสดงเจตจำนงจะมอบโบราณวัตถุอันทรงคุณค่า จำนวนมากให้กับราชการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาชนะดินเผาบ้านเชียงสมัยตอนต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29699</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงวัฒนธรรม, นายธรรมฤทธิ์ จิรา, นายวีระ โรจน์พจรัตน์, โบราณวัตถุบ้านเชียง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190222/image_big_5c6f9b56849f1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27781</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/01/2019 15:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/01/2019 15:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครม. ตั้ง “ปริศนา พงษ์ทัดศิริกุล” นั่งประธานบอร์ดหอภาพยนตร์ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;29 ม.ค.62- นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (รมว.วธ.) &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; กล่าวภายหลังประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ที่ประชุม ครม. มีมติแต่งตั้งประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการบริหารหอภาพยนตร์ รวมทั้งหมด ๘ คน ดังนี้ นางปริศนา พงษ์ทัดศิริกุล &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เป็นประธานกรรมการฯ และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านต่างๆ 7 คน ประกอบด้วย ม.ล.วราภา อุกฤษณ์ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านศิลปวัฒนธรรม นายประวิทย์ แต่งอักษร กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านภาพยนตร์ นายนนทรีย์ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นิมิบุตร กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านภาพยนตร์ ม.ร.ว.ปิยฉัตร ฉัตรชัย กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านสื่อสารมวลชน นายพงษ์อาจ ตรีกิจวัฒนากุล กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านการบริหาร นางสาววันเพ็ญ นิโครวนจำรัส กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านบัญชีและการเงิน และนายมารุต บูรณรัช กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ การแต่งตั้งประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการบริหารหอภาพยนตร์เป็นไปตามระเบียบการสรรหาของหอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการสรรหาประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ พ.ศ. ๒๕๕๒ เพื่อทดแทนคณะกรรมการบริหารหอภาพยนตร์ชุดเดิมที่ครบวาระ อย่างไรก็ตาม การแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิ ครั้งนี้มีการสรรหาผู้ที่มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ในด้านศิลปวัฒนธรรม ด้านภาพยนตร์ ด้านสื่อสารมวลชน ด้านการเงิน หรือด้านอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องและเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินงานของหอภาพยนตร์ ทั้งนี้การแต่งตั้งประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิทั้ง 8 คน &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; จะผลตั้งแต่วันที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงวัฒนธรรมนำเสนอ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27781</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายวีระ โรจน์พจรัตน์, ประธานบอร์ดหอภาพยนตร์, ปริศนา พงษ์ทัดศิริกุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190129/image_big_5c500cf1e782a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21822</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/11/2018 22:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/11/2018 15:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;วีระ&#039;ขอเครือข่ายศิลปินล้านนาช่วยกันหางาน อย่าตัดราคา หวังสืบทอดวัฒนธรรมพื้นบ้านเสี่ยงสูญหาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;12 พ.ย.61-นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม &amp;nbsp;กล่าวในการประชุมมอบนโยบายการดำเนินงานวัฒนธรรมให้แก่เครือข่ายวัฒนธรรม ประจำปีงบประมาณ 2562 พื้นที่ภาคเหนือ ที่ จ.เชียงใหม่ ว่า ในปีนี้ วธ. ต้องทำงานเชิงรุกตั้งแต่ช่วงต้นปีงบประมาณ จะต้องระดมความคิดเห็นของคนทำงานวัฒนธรรมเพื่อจัดสรรโครงการ และตั้งงบประมาณ ปี พ.ศ. 2563 โดยมุ่งให้สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด(สวจ.) ทำงานร่วมกับสภาวัฒนธรรมจังหวัดและหน่วยงานในพื้นที่ ซึ่งที่ผ่านมา วธ. ได้รับเรื่องร้องเรียนถึงปัญหาการทำงานที่ไม่ให้ความร่วมมือกัน ความคิดเห็นไม่ตรงกัน ทำให้การทำงานไม่เข้ารูปเข้ารอย ยังไม่เป็นเนื้อเดียวกัน ยอมรับว่ายังมีปัญหาความขัดแย้งในการทำงานระหว่างภาคประชาชน สภาวัฒนธรรม และ สวจ. &amp;nbsp;ดังนั้น จึงต้องพยายามที่จะประสานความเข้าใจกับทุกฝ่าย โดยเฉพาะผู้ว่าราชการจังหวัดเพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนงานเป็นระบบ ทิศทางเดียวกันนอกจากนี้ จะมีการติดตามประเมินผลการทำงานของกลุ่มจังหวัดอย่างต่อเนื่องด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวีระ กล่าวอีกว่า งานวัฒนธรรม พื้นที่ภาคเหนือนับว่าโชคดีกว่าภาคอื่นๆ เพราะมีต้นทุนมรดกทางวัฒนธรรมสูง บุคลากรวัฒนธรรมจึงควรใช้ประโยชน์จากสิ่งที่มีให้เกิดมูลค่าและคุณค่า จ.เชียงราย ได้รับการส่งเสริมเป็นเมืองศิลปะแล้ว ส่วน จ.เชียงใหม่เป็นเมืองหัตถกรรมโลก และกำลังผลักดันสู่การขึ้นทะเบียนมรดกโลก รวมทั้งมีความโดดเด่นเรื่องศิลปะการแสดงโดยเฉพาะกลองล้านนาและการขับซอล้านนา โดย วธ. จะให้ความสำคัญในการส่งเสริมเครือข่ายศิลปินพื้นบ้าน เพราะกังวลถึงความเสี่ยงที่จะสูญหายมากที่สุด ทั้งลิเก ลำตัด &amp;nbsp;เพลงอีแซว เพลงฉ่อย โดยจะส่งเสริมการจัดงานมหกรรมต่างๆ &amp;nbsp;ตลอดจนแก้ระเบียบของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินเพื่อให้องค์การปกครองส่วนท้องถิ่นจัดงานมหกรรมทางวัฒนธรรมได้สะดวกมากขึ้น &amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ จากการประชุมเครือข่ายศิลปินล้านนาโดยตนและกรมส่งเสริมวัฒนธรรมได้ขอความร่วมมือเครือข่ายศิลปินพื้นบ้านให้พึ่งพากันช่วยหางาน ไม่ตัดราคา &amp;nbsp;และหากมีการจัดงานมหกรรมการแสดงขนาดใหญ่จะให้กลุ่มศิลปิน ร่วมคณะจัดแสดงและปรับการแสดงให้เหมาะสม เพื่อสืบทอดวัฒนธรรมและสร้างรายได้ให้กับศิลปินล้านนาอย่างทั่วถึง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot; วธ. สถาปนามาแล้ว 16 ปี และผมเข้ามาบริหารงาน วธ.ระยะเวลากว่า &amp;nbsp;8 ปี &amp;nbsp;ตั้งแต่รับตำแหน่งปลัด วธ.4 ปี จนได้รับมอบหมายจากรัฐบาลเป็นรมว.วัฒนธรรม อีก 4 ปี ดังนั้น คิดว่าได้ทำงานวัฒนธรรมมามาก เพราะฉะนั้นงานจะดีจะห่วย ก็ขอให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสิน โดยผลงานที่ทำออกมาดีเกือบทั้งหมดเป็นความร่วมมือจากทุกฝ่ายทุกระดับช่วยขับเคลื่อนให้งานวัฒนธรรมเป็นรูปธรรมสู่การปฏิบัติได้ ดังนั้น ขอให้คำนึงตรงนี้ให้มาก ส่วนงานที่ห่วยก็ให้มาโทษที่ผม เพราะผมเป็นผู้นำหลักที่วางแนวทางการทำงาน&amp;quot; นายวีระ กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21822</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายวีระ โรจน์พจรัตน์, วธ., สืบทอดวัฒนธรรมพื้้นบ้าน, เครือข่ายศิลปินล้านนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181108/image_big_5be424cdf0126.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21085</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/10/2018 15:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/10/2018 15:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สหรัฐส่งคืนโบราณวัตถุของไทยเพิ่มอีก 38รายการ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31ต.ค.61- สหรัฐส่งคืนโบราณวัตถุของไทยเพิ่มอีก 38 รายการ พิสูจน์แล้วมีต้นกำเนิดในไทย ส่วน&amp;rsquo;หนองหงส์-เขาโล้น&amp;rsquo;ยังสู้ต่อ สั่งกรมศิลป์เพิ่มข้อมูลพยานบุคคล-วิเคราะห์เนื้อหิน &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;lsquo;วีระ&amp;rsquo;เผยชิ้นส่วนพระพุทธรูปโผล่อังกฤษ คาดศิลปะลพบุรีอายุกว่า 800 ปี เตรียมตรวจสอบ ก่อนส่งหนังสือขอส่งคืนกลับไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คณะกรรมการติดตามโบราณวัตถุของไทยในต่างประเทศกลับคืนสู่ประเทศไทยจัดการประชุมคณะกรรมการติดตามโบราณวัตถุของไทยในต่างประเทศกลับคืนสู่ประเทศไทยครั้งที่ 3/2561 ณ ห้องประชุมใหญ่ สำนักหอสมุดแห่งชาติ โดยมีนายวีระ &amp;nbsp;โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานการประชุม โดยหลังจากเสร็จสิ้นการประชุมฯ นายวีระ เปิดเผยว่า ที่ประชุมรับทราบความคืบหน้าการติดตามโบราณวัตถุของไทยในต่างประเทศกลับคืนสู่ประเทศไทย โดยในรัฐบาลชุดนี้ได้รับโบราณวัตถุคืนแล้ว 6 ครั้ง &amp;nbsp;โดย 5 ครั้งจากประเทศสหรัฐอเมริกา และ 1 ครั้งจากประเทศออสเตรเลีย รวมโบราณวัตถุที่ได้คืนจำนวน 705 รายการ อีกทั้งที่ประชุมมีมติรับทราบกรณีชาวต่างและคนไทยในสหรัฐอเมริกามีความประสงค์ที่จะส่งคืนโบราณวัตถุที่มีแหล่งกำเนิดในประเทศไทย 2 กรณี โดยรายที่ 1 จำนวน 16 รายการ และรายที่ 2 จำนวน 22 รายการ รวมทั้งหมด 38 รายการ ได้แก่ กรณีนางลิเซต คริสเตียนเซน &amp;nbsp;ประสงค์ส่งคืนโบราณวัตถุ 16รายการ กลับคืนสู่ประเทศไทย โดยแจ้งว่า นายดอน คริสเตียนเซน &amp;nbsp;บิดาของสามี เป็นผู้สะสมโบราณวัตถุ และได้ซื้อโบราณวัตถุดังกล่าว เมื่อครั้งเป็นนักการทูตสหรัฐฯ ประจำกรุงจาการ์ตา ซึ่ง ดร.จอยซ์ ไวท์ &amp;nbsp;ผู้เชี่ยวชาญด้านศิลปะบ้านเชียง และผู้อำนวยการ Institute for Southeast Asian Archaeology มหาวิทยาลัย Pennsylvania ได้พิจารณาเบื้องต้นจากภาพถ่ายโบราณวัตถุดังกล่าว มีความเห็นว่า เป็นรูปแบบโบราณวัตถุยุคก่อนประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมบ้านเชียง แต่ไม่สามารถระบุจากภาพถ่ายได้ว่ามีการลงสีใหม่หรือซ่อมแซมหรือไม่ โดยเสนอแนะให้ส่งคืนให้กับประเทศไทย
สำหรับโบราณวัตถุ 16 รายการ ได้แก่ กำไลสำริด 3 รายการ, ชิ้นส่วนกำไลสำริด 1 รายการ ,กระดิ่งสำริด 1 รายการ ภาชนะดินเผา 8 รายการ ,ลูกกลิ้งดิน 3 รายการ ทั้งนี้ คณะอนุกรรมการด้านวิชาการฯ ได้ศึกษาโบราณวัตถุ 16 รายการแล้ว มีความเห็นว่าเป็นโบราณวัตถุที่มีแหล่งกำเนิดในประเทศไทยและควรนำกลับสู่ประเทศไทย &amp;nbsp; โดยที่ประชุมมติเห็นชอบให้รับคืนโบราณวัตถุกลับสู่ประเทศไทย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวีระ กล่าวต่อว่า อีกกรณี นพ. ศานติ วิบูลมงคล ชาวไทยที่อาศัยในสหรัฐอเมริกา ประสงค์ส่งคืนโบราณวัตถุ 22 รายการ กลับคืนสู่ประเทศไทย โดยแจ้งว่าตนได้รับมอบมาจากทายาทของผู้ครอบครองซึ่งถึงแก่กรรม ทั้งนี้ เชื่อว่าเป็นโบราณวัตถุที่นำออกมาจากประเทศไทยเมื่อประมาณ 40 ปีที่ผ่านมา เนื่องจากพิจารณาจากกระดาษหนังสือพิมพ์ไทยที่ใช้ห่อโบราณวัตถุดังกล่าว ระบุวันที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2519 ซึ่ง ดร.จอยซ์ ไวท์ ได้ตรวจสอบแล้วเห็นสมควรให้ส่งคืนประเทศไทย สำหรับโบราณวัตถุ 22 รายการ ได้แก่ ภาชนะดินเผา 20 รายการ ช้อนดินเผา 1 รายการ เบ้าดินเผา 1 รายการ ทั้งนี้ คณะอนุกรรมการด้านวิชาการฯ ได้ศึกษาโบราณวัตถุ 22 รายการแล้ว มีความเห็นว่าเป็นโบราณวัตถุที่มีแหล่งกำเนิดในไทยและควรนำกลับสู่ไทย ทั้ง 2 กรณีรวมโบราณวัตถุ 38 รายการ คาดว่าจะได้รับคืนกลับสู่ประเทศไทยเร็วๆนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวีระ กล่าวต่อว่า ที่ประชุมยังมีมติเห็นชอบผลการศึกษาของคณะอนุกรรมการด้านวิชาการเพื่อติดตามโบราณวัตถุของไทยในต่างประเทศกลับคืนสู่ประเทศไทย ซึ่งได้ศึกษาโบราณวัตถุ 47 รายการ จากบัญชีโบราณวัตถุ 133 รายการ &amp;nbsp;พบว่า มีโบราณวัตถุ 41 รายการจากหลายยุคสมัย ที่มั่นใจว่า มีแหล่งกำเนิดในประเทศไทย ได้แก่ ประติมากรรมกลุ่มประโคนชัย 9 รายการ อาทิ พระโพธิสัตว์ไมเตรยะ 4 กร, พระโพธิสัตว์ไมเตรยะ, &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร เป็นต้น ประติมากรรมกลุ่มศรีเทพ 2 รายการ ได้แก่ เศียรพระกฤษณะ (หรือพระวิษณุ), เศียรพระหริหระ ประติมากรรมศิลปะทวารวดี 30 รายการ อาทิ พระพิมพ์ภาพพระพุทธรูปปางสมาธิ, พระพิมพ์พระพุทธรูปปางสมาธิใต้ต้นโพธิ์, พระพุทธรูปยืนปางแสดงธรรม, เศียรพระพุทธรูป, พระพุทธรูปปางนั่งแสดงธรรม พระพุทธรูปนั่งปางสมาธิ, พระพุทธรูปประทับเหนือพนัสบดี, ศีรษะบุรุษ เป็นต้น ทั้งนี้ ที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้กรมศิลปากร (ศก.) จัดทำหนังสือไปถึงสำนักสืบสวนความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ &amp;nbsp;(Homeland Security Investigations; HSI) สหรัฐอเมริกา เพื่อติดตามทวงคืนโบราณวัตถุ 41 รายการ กลับคืนสู่ไทยอย่างเป็นทางการ &amp;nbsp;อีก 57 รายการจากบัญชีโบราณวัตถุ 133 รายการ ให้เร่งศึกษาแหล่งที่มาและรายงานผลตามขั้นตอนต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รมว.วธ.กล่าวอีกว่า &amp;nbsp;นอกจากการทวงคืนโบราณวัตถุของประเทศไทยจากสหรัฐแล้ว ขณะนี้ยังได้รับการประสานงานจากคนไทยในสหราชอาณาจักร ซึ่งพบหลักฐานโบราณวัตถุชิ้นสำคัญเป็นชิ้นส่วนพระพุทธรูปตั้งโชว์อยู่ภายใน &amp;nbsp;SOAS University of London &amp;nbsp;หรือมหาวิทยาลัย SOAS &amp;nbsp;สหราชอาณาจักร &amp;nbsp;คาดว่าจะเป็นของไทย &amp;nbsp;โดยทางผู้แจ้งได้ส่งภาพถ่ายให้กรมศิลปากรตรวจสอบ เมื่อนำภาพมาเทียบเคียงโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ ที่อยู่ในยุคสมัยใกล้เคียงกัน ได้ข้อสันนิษฐานว่า &amp;nbsp;น่าจะเป็นพระพุทธรูปปางประทานอภัย ศิลปะลพบุรี &amp;nbsp;เป็นศิลปะแบบเขมรในประเทศไทย ราวพุทธศตวรรษที่ 18-19 หรือมีอายุมากถึง 700-800 ปี มาแล้ว &amp;nbsp;ทั้งนี้ ที่ประชุมได้มอบหมายให้มีการตรวจสอบโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุของยุคดังกล่าวที่หายไป พร้อมทั้งศึกษารายละเอียดและหลักฐานของโบราณวัตถุที่พบ ภายใน มหาวิทยาลัย SOAS &amp;nbsp; &amp;nbsp;เพื่อนำมาเทียบเคียงและสรุปผล ก่อนที่จะเข้าสู่กระบวนการทวงคืนกลับสู่ประเทศไทยต่อไป &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รมว.วธ. กล่าวต่อว่า หลังจากตั้งคณะกรรมการติดตามฯ พบว่า แนวโน้มผู้ที่มีความประสงค์จะส่งคืนโบราณวัตถุกลับคืนไทยจะมีเพิ่มขึ้น มากกว่า 2 กรณีที่กล่าว เพราะรัฐบาลไทยเอาจริงแล้ว &amp;nbsp;ส่วนโบราณวัตถุที่กลับคืนสู่ไทยทุกรายการจะต้องเข้าสู่ขั้นตอนการอนุรักษ์ จัดแสดงให้ความรู้ทั้งในส่วนกลางและแหล่งกำเนิดโบราณวัตถุ &amp;nbsp;ตลอดจนมอบหมายให้กรมศิลปากร (ศก.) จัดงานสัมมนาระดับชาติ เรื่องการติดตามโบราณวัตถุในต่างประเทศกลับคืนสู่ประเทศ เชิญผู้เชี่ยวชาญจากประเทศต่างๆ มาบรรยายถ่ายทอดความรู้แนวทางการดำเนินการ จากนั้นจะส่งกลับไปจัดแสดงถาวรยังแหล่งกำเนิดของโบราณวัตถุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวถึงความคืบหน้าทวงคืนทับหลังปราสาทหนองหงส์ จ.บุรีรัมย์ และทับหลังปราสาทเขาโล้น จ.สระแก้วจากสหรัฐว่า &amp;nbsp; ขณะนี้สำนักสืบสวนความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ &amp;nbsp;สหรัฐ ตั้งอัยการขึ้นมาต่อสู้เรื่องนี้ เพราะทางพิพิธภัณฑ์ผู้ครอบครองโบราณวัตถุก็ตั้งอัยการสู้ และขอให้ไทยส่งหลักฐานเพิ่มเติม 4 ข้อ ประกอบด้วย1.ให้จัดทำหนังสือแจ้งว่าราชอาณาจักรไทยมีความพยายามอย่างจริงจังที่จะทวงคืน ซึ่งเรื่องนี้ชัดเจนอยู่แล้ว เพราะนายกรัฐมนตรีตั้งคณะกรรมการติดตามทวงคืนขึ้นมา มี รมว.วธ. เป็นประธาน 2.ให้วิเคราะห์เนื้อหินเชิงวิทยาศาสตร์ ศก.นำตัวอย่างหินจากหนองหงส์และเขาหัวโล้นเพื่อรายงานผลต่อไป 3.นอกจากพยานหลักฐานภาพถ่ายแล้ว ให้จัดหาพยานบุคคลที่เคยเห็นทับหลังทั้งสองชิ้น ซึ่งตนสั่งการสำนักศิลปากรที่ 5 และสำนักศิลปากรที่ 10 ลงพื้นที่สัมภาษณ์พูดคุยกับชาวบ้าน &amp;nbsp;4.ให้จัดส่งเอกสารแจ้งการครอบครองโบราณวัตถุ ต้องป้อนข้อมูลให้ครบ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo; การต่อสู้เป็นเรื่องปกติ แต่กรมศิลปากรจะทำหน้าที่ยืนยันไปว่า ทับหลังสองชิ้นนี้มีแหล่งกำเนิดในประเทศไทย และนำออกนอกประเทศไม่ชอบด้วยกฎหมาย เป็นสิ่งที่เราต้องยืนยัน &amp;nbsp;&amp;ldquo; นายอนันต์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21085</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมศิลปากร, ช้อนดินเผายุคก่อนประวัติศาสตร์, นายวีระ โรจน์พจรัตน์, สหรัฐส่งคืนวัตถุโบราณของไทย 38รายการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181031/image_big_5bd95ff29c301.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16429</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/08/2018 17:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/08/2018 17:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;ยูเนสโก&quot;หนุนไทยเป็น&quot;ศูนย์กลางวัฒนธรรมอาเซียน  &quot;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ส.ค.61- นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ &amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เปิดเผยภายหลังการหารือร่วมกับนายชิเกรุ อาโอยากิ ผอ.องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) กรุงเทพมหานคร ว่า ทางยูเนสโกกรุงเทพฯ เห็นว่า ประเทศไทยมีศักยภาพที่จะเป็นศูนย์กลางแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านศิลปวัฒนธรรมในภูมิภาคอาเซียนได้ และพร้อมสนับสนุนการดำเนินงานเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างไทยและนานาประเทศ &amp;nbsp;โดยเฉพาะการที่ประเทศไทย จะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดอาเซียน และดำรงตำแหน่งเป็นประธานอาเซียนในปี 2562 &amp;nbsp; ส่วนการหารือถึงการพัฒนาด้านการดำเนินการอนุรักษ์โบราณสถาน และมรดกโลกของไทยให้มีคุณภาพนั้น &amp;nbsp;ยูเนสโก ยินดีจะสนับสนุนเกี่ยวกับผู้เชี่ยวชาญด้านการอนุรักษ์โบราณสถาน และมรดกโลกในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาเพื่อดูแลแหล่งมรดกโลกด้านต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวีระ กล่าวว่า &amp;nbsp;ยูเนสโก ได้สอบถามความถึงคืบหน้าเกี่ยวกับการเข้าร่วมเป็นรัฐภาคีอนุสัญญาว่าด้วยวิธีการห้ามและป้องกันการนำเข้าและการส่งออกและการโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินทางวัฒนธรรมโดยมิชอบด้วยกฎหมาย &amp;nbsp;ค.ศ. 1970 และการเข้าร่วมเป็นภาคีอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองและส่งเสริมความหลากหลายของการแสดงออกทางวัฒนธรรม ค.ศ. 2005 &amp;nbsp;ซึ่ง ล่าสุด ไทยได้เตรียมความพร้อมเข้าร่วมอนุสัญญาทั้งสองฉบับแล้ว &amp;nbsp;โดยอนุสัญญาว่าด้วยวิธีการห้ามและป้องกันการนำเข้าและการส่งออก และการโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินทางวัฒนธรรมโดยมิชอบด้วยกฎหมายฯ อยู่ระหว่างการปรับปรุงแก้ไข พ.ร.บ.โบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ.2504 ให้มีเนื้อหาสอดคล้องกับอนุสัญญา &amp;nbsp;ส่วนอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองและส่งเสริมความหลากหลายของการแสดงออกทางวัฒนธรรม อยู่ระหว่างการตั้งคณะกรรมการระดับชาติมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมเป็นกรรมการ อาทิ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงอุตสาหกรรม &amp;nbsp;และภาคประชาสังคม และจะจัดงานสัมมนาระดับชาติสรุปข้อคิดเห็นจากภาคส่วนต่างๆ เพื่อนำมาประกอบการพิจารณาเข้าร่วมเป็นภาคีอนุสัญญาฯ ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;นอกจากนี้ เรายังหารือกับทางยูเนสโกกรุงเทพฯ &amp;nbsp;ถึงการเสนอโขนและนวดไทย เพื่อขึ้นทะเบียนเป็นรายการตัวแทนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติต่อยูเนสโก ซึ่งยูเนสโกจะพิจารณารับรองในการประชุมคณะกรรมการร่วมระหว่างรัฐบาล ครั้งที่ 13 ในเดือน พ.ย. นี้ &amp;nbsp;และปี 2562 จะมีการพิจารณาในวาระของนวดไทย ซึ่งก่อนหน้านี้ ทางกรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.) ได้ทำหนังสือแจ้งยืนยันการเสนอนวดไทย และโขนเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ เพื่อแจ้งต่อยูเนสโกเรียบร้อยแล้ว&amp;quot; รมต.วธ. กล่าว &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16429</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงวัฒนธรรม, นายวีระ โรจน์พจรัตน์, ยูเนสโก, ไทยเป็นศูนย์กลางวัฒนธรรมอาเซียน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180829/image_big_5b867316d181e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15050</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/08/2018 14:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/08/2018 14:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เผยผลโพล 6 คำสุดซึ้งบอกรักแม่ &#039;สุขสันต์วันแม่-ดีใจที่เกิดเป็นลูกแม่-จะดูแลไม่ทอดทิ้ง&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 9 ส.ค. นายวีระ โรจน์พจรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (รมว.วธ.) เปิดเผยว่า กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.)ร่วมกับมหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นเด็ก เยาวชนและประชาชน หัวข้อ &amp;ldquo;วันแม่แห่งชาติ&amp;rdquo; 12 สิงหาคม 2561 จากผู้ตอบแบบสอบถาม 2,528 คน ครอบคลุมทุกภูมิภาค ผลการสำรวจพบว่า เมื่อสอบถามถึงความสำคัญของการจัดกิจกรรม &amp;ldquo;วันแม่แห่งชาติ&amp;rdquo; ร้อยละ 85.31 ระบุเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 รองลงมา ร้อยละ 64.87 เพื่อให้ลูกแสดงความกตัญญูกตเวทีต่อแม่ ร้อยละ 52.10 ให้ลูกเห็นความสำคัญในบทบาทของแม่ที่มีต่อครอบครัว/ต่อสังคม และร้อยละ 45.68 เพื่อปลุกจิตสำนึกให้คนทำความดีเพิ่มขึ้น &amp;nbsp;ส่วนกิจกรรมที่ประชาชนตั้งใจเข้าร่วม เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ทรงเจริญพระชนมายุ 86 พรรษา 12 สิงหาคม 2561 มากที่สุดคือ ร่วมจุดเทียนชัยถวายพระพรชัยมงคล รองลงร่วมทำบุญตักบาตร ลงนามถวายพระพร &amp;nbsp;ทำกิจกรรมสาธารณะประโยชน์ ประดับธงชาติตามอาคารบ้านเรือน/ติดตั้งภาพพระบรมฉายาลักษณ์/สาทิสลักษณ์ และการแต่งกายด้วยผ้าไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวีระ กล่าวอีกว่า จากการสำรวจความคิดเห็นเรื่องพระราชกรณียกิจในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ที่ประชาชนประทับใจและสามารถน้อมนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน พบว่า อันดับ 1 การอนุรักษ์ส่งเสริมการใช้ผ้าไทย ผ้าไหม ผ้ามัดหมี่และการเลี้ยงไหม อันดับ 2 การส่งเสริมงานศิลปะพื้นบ้านที่มีความงดงามหลายสาขา อาทิ การปั้น การทอ การจักสาน อันดับ 3 ทรงเยี่ยมราษฎรในท้องถิ่นทุรกันดารและช่วยเหลือประชาชนผู้ด้อยโอกาส อันดับ 4 โครงการป่ารักน้ำ การพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการเกษตร การเพาะปลูก &amp;nbsp; &amp;nbsp; การค้นคว้าทดลอง และวิจัยหาพันธุ์พืชใหม่ๆ ที่เหมาะสมกับสภาพท้องถิ่นนั้นๆ และอันดับ 5 การเพาะพันธุ์สัตว์น้ำ การอนุรักษ์สัตว์ป่าและช้างไทย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ สอบถามว่า เนื่องใน &amp;ldquo;วันแม่แห่งชาติ&amp;rdquo; ตั้งใจจะบอกรักหรือแสดงความรักแม่อย่างไร &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ร้อยละ 70.25 กอด/บอกรัก/นำพวงมาลัยดอกมะลิกราบขอพรแม่ รองลงมา ร้อยละ 61.98 รับประทานอาหารกับแม่ ร้อยละ 42.16 ซื้อของขวัญให้แม่ ร้อยละ 39.29 โทรศัพท์ถึงแม่ ส่งข้อความทางโทรศัพท์/ทางไลน์บอกรักแม่ และร้อยละ 32.75 มอบบัตร/การ์ดอวยพรให้แม่ ส่วนคำพูดหรือประโยคที่เตรียมไว้บอกรักแม่และคิดว่าจะทำให้แม่รู้สึกซาบซึ้งและมีความสุขที่สุด อันดับ 1 สุขสันต์วันแม่ หนูรักแม่มากที่สุดค่ะ/ผมรักแม่มากที่สุดครับ อันดับ 2 จะเป็นลูกที่ดี เป็นคนดี เชื่อฟังคำสอนของพ่อแม่ และจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับสารเสพติด อันดับ 3 ขอให้แม่มีสุขภาพแข็งแรง อายุยืนยาว อยู่กับลูกหลานไปนานๆ อันดับ 4 จะตั้งใจเรียน/ทำงาน เพื่อเลี้ยงดูแม่ให้สุขสบาย อันดับ 5 ดีใจที่เกิดมาเป็นลูกแม่ ขอบคุณแม่ที่เลี้ยงดูมาตลอด และอันดับ 6 จะดูแลไม่ทอดทิ้ง จะไม่ทำให้แม่เป็นห่วงหรือเสียใจ และขอโทษที่เคยทำให้แม่เสียใจ ขณะเดียวกันได้สอบถามประชาชนว่า กิจกรรมพิเศษที่เห็นว่าภาครัฐควรจัดขึ้นในวันแม่แห่งชาติ ได้แก่ เผยแพร่การประดิษฐ์ดอกมะลิ พวงมาลัยดอกมะลิ เพื่อไปกราบขอพรแม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot; ได้รับรายงานว่าในวันที่ 12 ส.ค. กรมศิลปากร เปิดพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ อุทยานประวัติศาสตร์ และแหล่งเรียนรู้ทั่วประเทศให้เข้าชมฟรี โดยไม่เก็บค่าเข้าชมและค่าธรรมเนียม ขอเชิญชวนเด็กและเยาวชน ประชาชน ชวนแม่และครอบครัว เข้าชมพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ อุทยานประวัติศาสตร์ และแหล่งเรียนรู้ทั่วประเทศ &amp;quot; นายวีระ กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15050</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมศิืลปากร, กระทรวงวัฒนธรรม, นายวีระ โรจน์พจรัตน์, วันแม่แห่งชาติ, โพลวันแม่ปี 2561</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180809/image_big_5b6be74bc95a6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
