<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>16518</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/08/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/08/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สทนช.สั่งผุดแผน เผชิญภาวะวิกฤติ คุมเข้มเขื่อนใหญ่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สทนช.สั่งทุกหน่วยทำแผนเผชิญภาวะวิกฤติ คุมเข้มเขื่อนใหญ่ที่ระดับน้ำเกินเกณฑ์ &amp;quot;วชิราลงกรณ-ศรีนครินทร์&amp;quot; ระบายเพิ่ม 5-10 ล้าน ลบ.ม. พร้อมบริหารจัดการน้ำภาคอีสานทั้งระบบแก้ท่วม-แล้งซ้ำซาก เล็งใช้ &amp;quot;ถ้ำหลวงโมเดล&amp;quot; จ่ายเยียวยาเกษตรกรพื้นที่รับน้ำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ ชั้น 3 กรมชลประทาน สามเสน เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม นายสมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะทำงานอำนวยการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำว่า ที่ประชุมได้สั่งการให้หน่วยงานที่รับผิดชอบคาดการณ์แนวโน้มสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ 35 แห่ง และอ่างเก็บน้ำขนาดกลางที่มีความจุมากกว่า 50 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) โดยจะต้องคาดการณ์ปริมาณน้ำไหลเข้า ปริมาณน้ำไหลล้นทางระบายน้ำล้น พร้อมให้เสนอแผนเผชิญภาวะวิกฤติ แผนระบายน้ำ ตลอดจนแผนที่แสดงผลกระทบจากการระบายน้ำกรณีระบายน้ำปริมาณต่างๆ รวมทั้งให้บริหารจัดการน้ำอ่างเก็บน้ำที่มีความจุเกิน 80% และมีระดับน้ำสูงกว่าเกณฑ์ควบคุมระดับน้ำในอ่างเก็บน้ำ โดยให้หน่วยงานที่รับผิดชอบส่งเกณฑ์การควบคุมระดับน้ำอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางให้ สทนช. เพื่อใช้สำหรับติดตามกำกับต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ได้ให้ทุกหน่วยงานตรวจสอบระบบควบคุม อาคารบังคับน้ำต่างๆ ให้อยู่ในสภาพดี ใช้การได้ หากพบว่าชำรุด ต้องเร่งซ่อมแซมโดยด่วน รวมทั้งให้จัดทำคู่มือในการตรวจสอบความมั่นคงของอ่างเก็บน้ำขนาดกลางและขนาดเล็ก เพื่อให้หน่วยงานท้องถิ่นใช้เป็นคู่มือมาตรฐานในการตรวจสอบ การบำรุงรักษา และให้กรมทรัพยากรน้ำเชื่อมโยงระบบเตือนภัยล่วงหน้าสำหรับพื้นที่เสี่ยงอุทกภัย-ดินถล่ม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ระหว่างวันที่ 30 ส.ค.ถึง 1 ก.ย. ประเทศไทยจะได้รับอิทธิพลจากหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมบริเวณอ่าวตังเกี๋ยจนเกิดฝนตกหนักและตกซ้ำที่เดิม โดยเฉพาะพื้นที่ภาคอีสานตอนบน บริเวณนครพนม หนองคาย มุกดาหาร สกลนคร ภาคเหนือ บริเวณน่าน พะเยา เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ประกอบกับลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ยังทำให้เกิดฝน จึงต้องเฝ้าระวังและคุมเข้มการบริหารจัดการน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ ตั้งแต่เขื่อนวชิราลงกรณ และเขื่อนศรีนครินทร์ จ.กาญจนบุรี, เขื่อนแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี, เขื่อนปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ที่มีปริมาณน้ำระดับน้ำเกินเกณฑ์ควบคุม และปริมาณน้ำเกินร้อยละ 80 ของความจุอ่าง ด้วยการเร่งระบายและพร่องน้ำต่อเนื่อง&amp;quot; นายสมเกียรติ ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ จากการคาดการณ์ของปริมาณน้ำฝนช่วง 2-3 วัน จากอิทธิพลหย่อมความกดอากาศต่ำในภาคเหนือ อาจเกิดน้ำท่วมฉับพลันและดินโคลนถล่มในหลายพื้นที่ ขณะเดียวกันจะปรับแผนการระบายน้ำใหม่ใน 2 เขื่อนหลักที่มีน้ำสูงกว่าร้อยละ 90 และฝนตกต่อเนื่องเติมน้ำลงอ่าง เพราะช่วงกลางเดือน ก.ย.จะมีฝนมากขึ้น คือ เขื่อนวชิราลงกรณ มีปริมาณน้ำอยู่ร้อยละ 93 ระบายน้ำออกวันละ 53 ล้าน ลบ.ม. จนถึงวันที่ 3 ก.ย. จากนั้น จะปรับการระบายเพิ่มอีกวันละ 5-10 ล้าน ลบ.ม. เป็นวันละ 58-63 ล้าน ลบ.ม. ส่วนเขื่อนศรีนครินทร์ มีปริมาณน้ำอยู่ร้อยละ 90 ระบายน้ำออกวันละ 25 ล้าน ลบ.ม. จากนั้นจะปรับการระบายเพิ่มอีกวันละ 5 ล้าน ลบ.ม. โดยไม่กระทบพื้นที่ท้ายน้ำบริเวณแควใหญ่และแม่กลอง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ขณะนี้แม้อ่างเก็บน้ำหลายแห่งจะมีปริมาณน้ำค่อนข้างมาก แต่ก็มีอ่างเก็บน้ำจำนวนไม่น้อยที่มีปริมาณค่อนข้างต่ำ โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนใต้ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี จึงได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมและมาตรการรับมือสถานการณ์น้ำน้อยด้วย โดยให้เตรียมการจัดทำแผนการส่งน้ำและการเพาะปลูกพืชฤดูแล้ง หากพบว่ามีพื้นที่ที่จะเกิดภัยแล้งหรือฝนทิ้งช่วง ให้ดำเนินการช่วยเหลือโดยเร่งด่วน เช่น การทำฝนเทียม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่โรงแรมโฆษะ อ.เมืองฯ จ.ขอนแก่น นายปรีชา &amp;nbsp;สุขกล่ำ รักษาการที่ปรึกษาด้านบริหารจัดการน้ำ สทนช. เป็นประธานในการประชุมติดตามและประเมินผลการบริหารจัดการน้ำกลุ่มลุ่มน้ำภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ร่วมกับมหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) โดยมุ่งหวังให้ได้ข้อมูลประกอบการกำหนดแนวทางปรับปรุงการบูรณาการทำงานของหน่วยงานด้านน้ำของประเทศ ซึ่งมีอยู่กว่า 30 หน่วยงาน เพื่อให้สามารถแก้ไขวิกฤตการณ์น้ำด้านต่างๆ ได้ตรงกับสภาพปัญหาและบริบทของพื้นที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายบุญสม ชลพิทักษ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านบริหารจัดการน้ำ สทนช. กล่าวว่า สถานการณ์น้ำที่เกิดขึ้นในภาคอีสานขณะนี้เกิดจากอิทธิพลของพายุที่พาดผ่านเข้ามาในพื้นที่ต่อเนื่องกัน 2 ลูก ดังนั้นพื้นที่จังหวัดที่กำลังประสบกับสถานการณ์น้ำท่วมอยู่ในขณะนี้ ทุกหน่วยงานกำลังเร่งบริหารจัดการน้ำและผลักดันน้ำลงสู่แม่น้ำโขง และเมื่อกลับเข้าสู่สภาพเดิม จะต้องมีการวางแผนการเพาะปลูกและการทำการเกษตรให้กับพื้นที่ที่ประสบภัยทันที โดยในเดือน ก.ย.นี้ มีการคาดการณ์ว่าปริมาณน้ำฝนนั้นจะตกลงมา แต่ไม่มากนัก การบริหารจัดการน้ำเพื่อรับมือกับภาวะภัยแล้งจากนี้ไปนั้นสำคัญ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;วันนี้เขื่อนอุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น ซึ่งรับผิดชอบกลุ่มจังหวัดภาคอีสานตอนกลาง มีปริมาณน้ำเก็บกักเพียงร้อยละ 28 ของความจุอ่าง มีปริมาณน้ำที่สามารถใช้งานได้เพียง 100 ล้าน ลบ.ม. ดังนั้นการเติมน้ำจึงมีความจำเป็นอย่างมากในการมีน้ำหมุนเวียนไว้ใช้งานตลอดทั้งช่วงฤดูแล้ง ขณะที่เขื่อนลำปาว จ.กาฬสินธุ์ จากแผนการบริหารจัดการน้ำด้วยการเก็บกักน้ำไว้ใช้ตลอดทั้งปี น้ำในเขื่อนลำปาวจะต้องมีความจุอยู่ที่ 1,600 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งขณะนี้มีอยู่ที่ 1,200 ล้าน ลบ.ม. ดังนั้นการบริหารจัดการน้ำในระยะนี้จะต้องสัมพันธ์กันในภาพรวมทั้งหมด&amp;rdquo; นายบุญสมระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า แนวทางบริหารจัดการน้ำจากนี้ น้ำที่เข้าเอ่อท่วมที่ไหน เกิดจาก 2 สาเหตุ คือจากภัยธรรมชาติ และเกิดจากบริหารจัดการน้ำ จะต้องมีแผนล่วงหน้า เพราะต้องการเบี่ยงน้ำไปพักในพื้นที่เกษตร เพื่อลดผลกระทบต่อชุมชนและพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญ โดยจะใช้ถ้ำหลวงโมเดลมาเป็นต้นแบบ เบี่ยงน้ำเข้าที่พื้นที่เกษตรกรรับน้ำเพื่อช่วยเยาวชนนักฟุตบอลทีมหมูป่าอะคาเดมี 13 คนออกมา ซึ่งพื้นที่ของเกษตรกรที่เสียสละรับน้ำต้องมีมาตรการช่วยเหลือพิเศษ มากกว่าที่กระทรวงการคลังกำหนดเกณฑ์ภัยพิบัติในปัจจุบัน โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กำลังหาแนวทางช่วยในเรื่องค่าเสียโอกาสของเกษตรกรที่ผลผลิตเสียหาย ซึ่งถ้าพื้นที่เศรษฐกิจท่วม ความเสียหายจะมีมูลค่ามหาศาลและฟื้นฟูยาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.ชัยนาท นายสุรชาติ มาลาศรี ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 12 ทำหนังสือแจ้งเตือนสถานการณ์น้ำลุ่มเจ้าพระยา ฉบับที่ 3 ไปยังผู้ว่าราชการ 7 จังหวัดลุ่มเจ้าพระยา ได้แก่ ชัยนาท อุทัยธานี สิงห์บุรี อ่างทอง สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา และลพบุรี ให้เตรียมพร้อมรับสถานการณ์ และประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บริษัท ห้างร้านที่ประกอบกิจการในแม่น้ำเจ้าพระยา อาทิ งานก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่ง แพร้านอาหาร และประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ให้เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากปริมาณน้ำเจ้าพระยาที่ไหลผ่านจังหวัดนครสวรรค์ที่สถานีวัดน้ำ C2 เพิ่มสูงขึ้น ประกอบกับมีปริมาณฝนตกกระจายตัวในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนระดับน้ำในแม่น้ำโขงที่ไหลผ่านจังหวัดมุกดาหาร วัดที่ศูนย์อุทกวิทยาที่ 3 มุกดาหาร ล่าสุดอยู่ที่ 12.87 เมตร ระดับวิกฤติ 12.50 เมตร สูงกว่าระดับวิกฤติ 37 เซนติเมตร โดยเพิ่มสูงขึ้นจากเมื่อวันที่ 29 ส.ค. 3 เซนติเมตร ทั้งนี้ น.ท.อมรศักดิ์ ชนะศึก หัวหน้าสถานีเรือมุกดาหาร ได้นำกำลังพลพร้อมเรือออกลาดตระเวนบริเวณที่ถูกน้ำโขงเอ่อเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎร ที่อาศัยอยู่ริมฝั่งแม่น้ำโขง และบริเวณปากลำห้วยมุก ซึ่งเป็นลำห้วยสาขาที่ระบายน้ำลงสู่แม่น้ำโขง เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.อ่างทอง นายวีร์รวุทธ์ ปุตระเศรณี ผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง ได้ประกาศเตือนเตรียมความพร้อมรับมือน้ำเหนือ โดยได้ลอกคลองที่เป็นทางระบายน้ำตามจุดต่างๆ ในพื้นที่เศรษฐกิจ และนำเสาเข็มเสริมแนวเขื่อนริมแม่น้ำเจ้าพระยา โดยเฉพาะจุดที่เปราะบางอย่าง อ.ป่าโมก ซึ่งเป็นพื้นที่ต่ำแอ่งกระทะ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของชาวบ้าน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16518</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฤษฎา บุญราช, นายวีร์รวุทธ์ ปุตระเศรณี., บุญสม ชลพิทักษ์, พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ, สมเกียรติ ประจำวงษ์, สุรชาติ มาลาศรี, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180830/image_big_5b87f4140ac87.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16455</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/08/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/08/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผวาลุ่มนํ้าหลายแห่งสูงขึ้น สทนช.ถกปรับแผนรับมือ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สทนช.เรียกประชุมปรับแผนบริหารจัดการน้ำ 30 ส.ค.นี้ หลังหลายลุ่มน้ำมีปริมาณน้ำสูงขึ้น เตือน 31 จังหวัดรับมือฝนตกหนักต่อเนื่อง &amp;quot;พิจิตร&amp;quot; ห่วงแม่น้ำยมระดับน้ำเริ่มสูง &amp;quot;อ่างทอง&amp;quot; แจ้งประชาชนริมเจ้าพระยาเฝ้าระวังใกล้ชิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 29 ส.ค. พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ &amp;nbsp;โฆษกกระทรวงกลาโหม แถลงผลการประชุมสภากลาโหม โดยมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและ รมว.กลาโหม เป็นประธาน ถึงสถานการณ์อุทกภัยว่า ในส่วนพื้นที่ที่พ้นวิกฤติแล้ว พล.อ.ประวิตรกำชับให้คงความต่อเนื่องในการสนับสนุนฟื้นฟูสภาพพื้นที่และระบบสาธารณูปโภคให้คืนสู่สภาวะปกติโดยเร็ว ขณะเดียวกันให้เตรียมแผนเผชิญเหตุรองรับภัยคุกคามในรูปแบบต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้น โดยบูรณาการปฏิบัติงานร่วมกันกับกระทรวงมหาดไทยและส่วนราชการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการปรับปรุงแผนเผชิญเหตุต่างๆให้มีความทันสมัยและเหมาะกับพื้นที่ รองรับสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจจะเกิดขึ้นทั้งในปัจจุบันและอนาคต เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและทันต่อสถานการณ์ไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายสำเริง แสงภู่วงค์ รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์เฉพาะกิจชั่วคราวในภาวะวิกฤติ กล่าวว่า สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) จะประชุมคณะทำงานอำนวยการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ครั้งที่ 5 ในวันที่ 30 ส.ค.นี้ เพื่อติดตามสถานการณ์และการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ โดยเฉพาะหน่วยงานที่มีอ่างเก็บน้ำ หนอง และบึงในความรับผิดชอบให้ส่งข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับการบริหารจัดการอ่างเก็บน้ำ ทั้งแผนเผชิญเหตุภาวะวิกฤติ แผนการระบายน้ำ คู่มือในการตรวจสอบอ่างเก็บน้ำ เกณฑ์การควบคุมระดับน้ำในอ่างเก็บน้ำให้ สทนช. เพื่อนำมาใช้บริหารจัดการน้ำภาพรวมประเทศ รวมทั้งจะจัดทำแผนที่พยากรณ์อากาศให้เป็นแผนที่ฉบับเดียวกัน (One Map) ให้ข้อมูลเป็นเอกภาพ และให้หน่วยงานที่มีอ่างเก็บน้ำนำแผนที่พยากรณ์อากาศมาประกอบการวิเคราะห์ข้อมูลร่วมกับตำแหน่งที่ตั้งของอ่างเก็บน้ำแต่ละอ่าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสำเริงกล่าวว่า สำหรับสภาพอากาศและสถานการณ์ฝนยังมีฝนตกหนักบางพื้นที่ โดยมีพื้นที่เสี่ยงภัยฝนตกหนักถึงหนักมากใน 31 จังหวัด คือ ภาคเหนือ ที่ จ.เชียงใหม่ พะเยา น่าน อุตรดิตถ์ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ แม่ฮ่องสอน และตาก, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่ จ.เลย ชัยภูมิ หนองคาย บึงกาฬ นครพนม อุดรธานี สกลนคร กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด ยโสธร มุกดาหาร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี, ภาคตะวันตก ที่ จ.กาญจนบุรี ราชบุรี เพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์, ภาคตะวันออก ที่ จ.นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว จันทบุรี ตราด และภาคใต้ ที่ จ.ระนอง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;โดย 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา มีฝนตกปานกลางถึงหนักในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก มีฝนเล็กน้อยถึงปานกลาง ส่งผลให้ระดับน้ำแม่น้ำในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน และภาคตะวันออกเพิ่มขึ้น จึงต้องเฝ้าระวังลำน้ำสาขาของแม่น้ำโขงบริเวณที่แม่น้ำโขงสูงกว่าตลิ่ง แม่น้ำป่าสัก จ.เพชรบูรณ์ และแม่น้ำปราจีนบุรี จ.ปราจีนบุรี และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างมีระดับน้ำน้อย ภาคตะวันตก ภาคกลาง และภาคใต้ มีระดับปานกลางถึงน้ำมาก จึงต้องเฝ้าระวังแม่น้ำเพชรบุรี จ.เพชรบุรี และแม่น้ำโขง ที่มีแนวโน้มระดับน้ำสูงขึ้นกว่าระดับตลิ่งที่ จ.นครพนม มุกดาหาร และ อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี และต้องเฝ้าระวังบริเวณหนองคายและบึงกาฬด้วย&amp;quot; ผู้อำนวยการศูนย์เฉพาะกิจฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.พิจิตร นายพชร ศศิชาชยามร หัวหน้ายุทธศาสตร์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพิจิตร และนายสมศักดิ์ เกี้ยวเกิด ปลัดอาวุโสอำเภอสามง่าม พร้อมด้วยผู้นำชุมชนในเขตตำบลรังนก &amp;nbsp;อำเภอสามง่าม จ.พิจิตร ลงพื้นที่สำรวจระดับน้ำในแม่น้ำยม พบขณะนี้ระดับน้ำมีปริมาณสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ยังคงอยู่ต่ำกว่าตลิ่งประมาณ 2 เมตร ส่วนปริมาณน้ำในท้องทุ่งนามีปริมาณน้ำจำนวนมากท่วมขังอยู่ในท้องทุ่งนา แต่ผลผลิตทางการเกษตรไม่ได้รับความเสียหาย เนื่องจากชาวนาในพื้นที่ดังกล่าวมีการปลูกข้าวตั้งแต่กลางเดือนเมษายน 2561 และเก็บเกี่ยวผลผลิตไปตั้งแต่ต้นเดือน ส.ค.2561&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ปภ.พิจิตรได้ส่งรถแบ็กโฮและเรือกำจัดผักตบชวาของกรมโยธาธิการให้ช่วยกันเร่งกำจัดวัชพืชในแม่น้ำพิจิตรเพื่อให้เป็นแก้มลิงในการรับน้ำเพื่อบรรเทาและป้องกันน้ำท่วมอีกช่องทางหนึ่งด้วย เนื่องจากแม่น้ำพิจิตรต้นแม่น้ำเชื่อมต่อกับแม่น้ำน่านที่ตำบลย่านยาว อำเภอเมืองพิจิตร ส่วนปลายแม่น้ำเชื่อมต่อกับแม่น้ำยมที่ตำบลบางคลาน อำเภอโพทะเล จังหวัดพิจิตร ดังนั้นการกำจัดวัชพืชก็เพื่อให้แม่น้ำพิจิตรได้มีหน้าที่ในการผันน้ำและเป็นแก้มลิงป้องกันและแก้ปัญหาน้ำท่วมดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.อ่างทอง นายวีร์รวุทธ์ ปุตระเศรณี ผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง เป็นประธานการประชุมศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยจังหวัดอ่างทอง ปี 2561 ร่วมกับหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดอ่างทอง เพื่อเตรียมแผนรับสถานการณ์น้ำท่วม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า ที่ประชุมรายงานระดับน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยา เมื่อเวลา 12.00 น. อยู่ที่ +16.51 ม.(รทก.) ระดับท้าย +9.76 ม.(รทก.) ปริมาณระบายน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยาอยู่ที่ 660 ลบ.ม/วินาที โดยจะมีการควบคุมการระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาอยู่ในอัตราไม่เกิน 700 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งปริมาณน้ำไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่บริเวณริมตลิ่งแม่น้ำเจ้าพระยา หากไม่มีปริมาณฝนตกเพิ่มเติม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวีร์รวุทธ์กล่าวว่า เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ จึงให้อำเภอและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการแจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณริมน้ำเจ้าพระยา เกษตรกรที่ประกอบอาชีพประมงและเพาะปลูกริมแม่น้ำเจ้าพระยา สถานประกอบการ ร้านค้า ประชาชน รวมทั้งผู้ประกอบกิจการรับเหมาก่อสร้างโครงสร้างหรือเขื่อนป้องกันตลิ่งริมแม่น้ำเจ้าพระยา ให้เตรียมป้องกันและเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16455</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายวีร์รวุทธ์ ปุตระเศรณี., พชร ศศิชาชยามร, พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, สำเริง แสงภู่วงค์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180829/image_big_5b86adc900344.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7777</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/04/2018 18:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/04/2018 18:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คว้าน้ำเหลว!ผู้ว่าฯอ่างทองนำทีมล่าปลิงประหลาด สุดท้ายยังลอยนวลในบ่อน้ำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 เม.ย.61-ช่วงเย็นที่ผ่านมา &amp;nbsp;นายวีร์รวุทธ์ ปุตระเศรณี&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง ลงพื้นที่บ่อนบัวบ่อกระจับกลางทุ่งนาหมู่ 4ตำบลย่านซื่อ อำเภอเมือง จังหวัดอ่างทอง พร้อมด้วยทีมงานเจ้าหน้าที่ประมงจังหวัดอ่างทองและเจ้าหน้าที่อบต. และเจ้าหน้าที่อำเภอเมืองอ่างทองเพื่อตรวจค้นหาปลิงประหลาดที่กัดอัณฑะ นายสุบิน ยินดี อายุ 65 ปีบ้านเลขที่ 92/2 หมู่ &amp;nbsp;2 ตำบลย่านซื่อ อำเภอเมือง จังหวัดอ่างทอง &amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 16 เมษายน ที่ผ่านมา &amp;nbsp;และในวันนี้ได้เข้านอนรักษาตัวเพื่อให้แพทย์ดูอาการอย่างใกล้ชิด หลังจากในตอนเช้ามีอาการอาเจียนออกมา มึนงงไม่มีแรง &amp;nbsp;อาการอ่อนเพลีย &amp;nbsp;หวั่นอันตราย เหมือนเพื่อนบ้านที่ถูกปลิงกัดแล้วเสียชีวิต จึงได้พานายสุบินเข้าทำการรักษาตัวที่โรงพยาบาลอ่างทอง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวีร์รวุทธ์ &amp;nbsp;กล่าวว่า เพื่อความมั่นใจให้แก่พี่น้องประชาชนในบริเวณคลองลำท่าแดงที่พบปลิงประหลาดจำเป็นต้องลงพื้นที่เพื่อทำการจับปลิงประหลาดตัวเป็นๆเพื่อทำการส่งพิสุจน์เพื่อให้กรมประมงตรวจสอบ ว่าเป็นปลิงพันธุ์ไหนแน่ แต่อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่ประมงได้ทำการตรวจค้นหาปลิงทั้ง 2 บ่อที่คุนลุงสุบินได้ลงไปทำนาบัวนากระจับ โดยค้นหามาตั้งแต่เช้าจนกระทั้งเย็นแล้วยังไม่พบ &amp;nbsp;ถามจากผู้เชี่ยวชาญว่าถ้าอากาศร้อนๆปลิงจะไม่ขึ้นมาแต่อย่างไรก็ดีทางเจ้าหน้าที่จะพยายามค้นหาจนกระทั้งค่ำเพื่อจะได้ตัวปลิงประหลาด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนอาการของคุณลุงสุบินทางเจ้าหน้าที่ สาธารณสุขได้เข้ามาเยี่ยมเยียนคุณลงพบว่ามีอาการอ่อนเพลียจึงได้นำส่งโรงพยาบาล เกิดจากภาวกังวลและรับแขกเยอมากส่วนอาการคิดว่าไม่มีผลกับปลิงที่กัดเนื่องจากโดนกัดมานานกว่า 8 วันแล้วทางแพทย์ได้ตรวจดูอาการพบว่าเป็นความดันสูงซึ่งในตอนนี้ได้นอนพักที่โรงพยาบาลแล้วอาการดีขึ้นมาก แต่อย่างไรก็ดีทางเจ้าหน้าที่จะดำเนินการหาปลิงเพื่อนำไปให้ทางกรมประมงตรวจดูว่าเป็นปลิงชนิดใด ต่อไป.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7777</URL_LINK>
                <HASHTAG>คว้าน้ำเหลว, ตั้งทีมล่า, ตามล่า, นายวีร์รวุทธ์ ปุตระเศรณี., ปลิงประหลาด, ปลิดกัดอัณฑะ, ผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง, อ่างทอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180424/image_big_5adf1a6f4f9d4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
