<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>120296</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/10/2021 12:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/10/2021 12:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอาแล้ว!ศรีสุวรรณยื่นป.ป.ช.ฟัน11ส.ส.เพื่อไทยวิดีโอคอลแม้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ต.ค.2564 - ที่สำนักงาน ป.ป.ช. สนามบินน้ำ นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นคำร้องให้ คณะกรรมการป.ป.ช.ตรวจสอบและวินิจฉัยกรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีวิดีโอคอลเข้ามาพูดคุยกับ ส.ส.และผู้บริหารของพรรคเพื่อไทย (พท.) กลางวงงานเลี้ยงสังสรรค์ ในพื้นที่ย่านเหม่งจ๋าย เมื่อวันที่ 12 ต.ค. ซึ่งเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างมากว่าการกระทำดังกล่าว เป็นการฝ่าฝืนกฎหมายหรือครอบงำหรือชี้นำพรรคการเมืองหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า การจัดเลี้ยงสังสรรค์ดังกล่าวมี ส.ส.พรรคเพื่อไทยเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก แต่ปรากฏว่ามีการเสิร์ฟไวน์หรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ในงานเลี้ยงดังกล่าวด้วย ซึ่งอาจถือได้ว่าเป็นการฝ่าฝืนข้อกำหนด ฉบับที่ 34 ที่ออกตามความใน ม.9 แห่ง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน 2548 ประกอบ ม.34(6) ของ พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ.2558 ซึ่งผู้ที่อยู่ในงานเลี้ยงดังกล่าวส่วนใหญ่เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง บางคนเป็นถึงผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนฯ แต่กลับปรากฏว่าได้กระทำเสียเองซึ่งอาจเข้าข่ายการฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง อันอาจเป็นความผิดตามกฎหมาย ซึ่งอยู่ในอำนาจของ ป.ป.ช.ที่จะทำการไต่สวน วินิจฉัย และเสนออัยการฟ้องต่อศาลเพื่อลงโทษให้พ้นจากตำแหน่งและตัดสิทธิการสมัครรับเลือกตั้งได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า การที่ ส.ส.และผู้บริหารของพรรคเพื่อไทย มีปฏิสัมพันธ์อย่างแนบแน่นกับนายทักษิณ ถึงขนาดให้วิดีโอคอลเข้ามาพูดคุยด้วย อาจเข้าข่ายเป็นการฝ่าฝืน ม.28 ของ พรป.ว่าด้วยพรรคการเมือง 2560 ได้เพราะกฎหมายดังกล่าวกำหนดว่า &amp;ldquo;ห้ามมิให้พรรคการเมืองยินยอมหรือกระทําการใดอันทําให้บุคคลอื่นซึ่งมิใช่ สมาชิกกระทําการอันเป็นการควบคุม ครอบงํา หรือชี้นํา กิจกรรมของพรรคการเมืองในลักษณะที่ทําให้ พรรคการเมืองหรือสมาชิกขาดความอิสระ ทั้งนี้ ไม่ว่าโดยทางตรงหรือโดยทางอ้อม&amp;rdquo; ส่วนนายทักษิณก็อาจเข้าข่ายฝ่าฝืน ม.29 ที่กำหนดว่า &amp;ldquo;ห้ามมิให้ผู้ใดซึ่งมิใช่สมาชิกพรรคการเมืองกระทําการใดอันเป็นการควบคุม ครอบงํา หรือชี้นํา กิจกรรมของพรรคการเมืองในลักษณะที่ทําให้พรรคการเมืองหรือสมาชิกขาดความอิสระ ทั้งนี้ ไม่ว่า โดยทางตรงหรือโดยทางอ้อม&amp;rdquo; สมาคมฯจึงต้องไปร้องให้ กกต.วินิจฉัยว่าเป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนหรือไม่ด้วย เพราะอาจเข้าข่ายความผิดตาม ม.92(3) ของกฎหมายดังกล่าวและ กกต.มีหน้าที่ที่จะยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคนั้นได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า ส.ส.และผู้บริหารพรรคเพื่อไทยที่ปรากฏในงานเลี้ยง อาทิ นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์, นายพิชัย นริพทะพันธุ์, นายเกรียง กัลป์ตินันท์, นายไชยา พรหมมา, นายประเสริฐ จันทรรวงทอง, นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล, นายณัฐพงษ์ สุปริยศิลป์, นายนพ ชีวานันท์, นายชลน่าน ศรีแก้ว, น.ส.กิตติ์ธัญญา วาจาดี และนายภูมิธรรม เวชยชัย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120296</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายทักษิณ ชินวัตร, นายศรีสุวรรณ จรรยา, พท., พรรคเพื่อไทย, วิดีโอคอล, อดีตนายกรัฐมนตรี, เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211020/image_big_616fab05481d0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113959</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/08/2021 13:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/08/2021 13:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> จี้สตง.บี้รถไฟฟ้าทั่วกรุงแก้ปัญหามลพิษทางเสียง ขู่ไม่เป็นผลร่วมกับปชช.ฟ้องศาลต่อไป</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
20ส.ค.64 - เมื่อเวลา 10.00 น.ที่สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.) นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน ได้เดินทางมายื่นคำร้องต่อคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินและผู้ว่า สตง. เนื่องจากมีประชาชนร้องเรียนมายังสมาคมฯบ่อยครั้งมากว่า ได้รับผลกระทบจากปัญหาเสียงดังและความสั่นสะเทือนจากการเดินรถของรถไฟฟ้าสายต่าง ๆ ทั่วกรุงเทพและปริมณฑล ล่าสุดคือหมู่บ้านกลางเมือง ปิ่นเกล้า-จรัญฯ ใกล้รถไฟฟ้าสายสีแดงของ รฟท. ซึ่งได้ก่อปัญหามลพิษทางเสียงและความสั่นสะเทือนรบกวนการหลับนอนและการพักผ่อนของชาวบ้านอย่างมาก แม้เคยร้องเรียนไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว แต่ก็ไม่ไม่เห็นแก้ปัญหาให้แต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
เนื่องจากปัจจุบันมีเส้นทางรถไฟฟ้าเกิดขึ้นหลาย 10 เส้นทางในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ทั้งที่เปิดให้บริการแล้ว และยังอยู่ในระหว่างการก่อสร้าง เมื่อมีการเปิดการเดินรถไฟฟ้าวิ่งผ่านจะเกิดเสียงจากแรงสั่นสะเทือนส่งผลให้เป็นมลภาวะทางเสียงและแรงสั่นสะเทือน ซึ่งบริเวณที่มีเส้นทางการเดินรถไฟฟ้าตัดผ่านนั้น มีหลายจุดที่เป็นพื้นที่อ่อนไหว เช่น โรงพยาบาลที่มีอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ต้องการความเที่ยงตรงสูงอ่อนไหวต่อแรงสั่นสะเทือน และเสียงที่กระทบต่อผู้ป่วย ตลอดจนรบกวนการทำงานและการอยู่อาศัยของเคหสถานและสถานที่ราชการต่างๆ ที่อยู่ใกล้เคียง โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาคารที่พักอาศัยสองข้างทางรถไฟฟ้าในยามวิกาล จะได้รับผลกระทบจากเสียงและแรงสั่นสะเทือน ยังส่งผลต่อตัวอาคารและสถานที่ เช่น โรงเรียน วัด สถานที่ทางศาสนา และ โบราณสถานต่างๆด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุวรรณ กล่าวว่า จากปัญหาที่เกิดขึ้น เป็นเรื่องสามารถป้องกันบรรเทาได้ ด้วยการออกแบบและแก้ไขปรับปรุงทางวิศวกรรม จากงานวิจัยหลายฉบับของ International union of railways (UIC) เช่น Railway Noise in Europe (2016) และ Noise Reduction in Rail Freight (2007) พบว่ามีแนวทางการลดค่าระดับเสียงได้ด้วยปรับเพิ่มความแข็งแรงของแผ่นรองราง (Rail Pad Stiffness) เพื่อลดการสั่นสะเทือน การเจียรราง (Rail Grinding) ร่วมกับการติดตั้งกำแพงกั้นเสียง แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมขนส่งทางราง (ขร.) กลับเพิกเฉยที่จะบังคับให้ กทม. รฟม.และ รฟท. ดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาตั้งแต่การกำหนดไว้ในทีโออาร์ในช่วงกระประมูลการก่อสร้าง เป็นต้น
ซึ่งที่ผ่านมาทราบว่าทาง สตง.ได้เคยเสนอแนะบางหน่วยงานให้แก้ไขในเส้นทางรถไฟที่ผ่านชุมชนมาแล้วอย่างได้ผล แต่ปัจจุบันมีเส้นทางการเดินรถไฟฟ้าในเขตเมืองและชุมชนเพิ่มขึ้นหลายเส้นทางในรับผิดชอบหลายหน่วยงาน แต่มิได้ปรับปรุงแก้ไขเพื่อลดมลภาวะและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและประชาชนอย่างเร่งด่วนแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อนจึงนำความมาร้องเรียนให้ สตง.ได้ใช้อำนาจตามกฎหมายในการเสนอแนะหน่วยงานที่รับผิดเร่งแก้ไขบรรเทาปัญหาดังกล่าว แต่หากไม่เป็นผลสมาคมฯจะร่วมกับชาวบ้านนำคดีขึ้นฟ้องต่อศาลต่อไป&amp;quot; นายศรีสุวรรณ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113959</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมการขนส่งทางราง, นายศรีสุวรรณ  จรรยา, รถไฟฟ้าก่อมลพิษทางเสียง, ร้องสตง.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210820/image_big_611f4565ce84f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113848</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/08/2021 13:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/08/2021 13:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ศรีสุวรรณ&#039;จ่อร้องสตง.สอบการใช้เงินสร้างรถไฟฟ้าทั่วกรุงก่อมลพิษทางเสียงกระทบปชช. </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ส.ค.64 - นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน เปิดเผยว่า สมาคมฯได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้าน อาคารบ้านเรือน คอนโด ชุมชน และหมู่บ้านจัดสรรที่ปลูกสร้างอยู่ใกล้เส้นทางรถไฟฟ้าที่กำลังเปิดใช้งานอยู่ในขณะนี้มาโดยตลอด ล่าสุดคือหมู่บ้านกลางเมือง ปิ่นเกล้า-จรัญฯ ใกล้รถไฟฟ้าสายสีแดงว่า ได้สร้างปัญหามลพิษทางเสียงและความสั่นสะเทือนรบกวนการหลับนอนและการพักผ่อนของชาวบ้านอย่างมาก แม้เคยร้องเรียนไปยัง กทม. ท้องถิ่น รฟม. รฟท. แล้วก็ไม่ไม่เห็นมีการแก้ไขมลภาวะทางเสียงและแรงสั่นสะเทือนที่เกิดขึ้นบริเวณจุดอ่อนไหวในเส้นทางการเดินรถไฟฟ้าต่างๆ แต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เนื่องจากปัจจุบันมีเส้นทางรถไฟฟ้าเกิดขึ้นหลายเส้นทางในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ทั้งที่เปิดให้บริการแล้ว และยังอยู่ในระหว่างการก่อสร้าง เมื่อมีการเปิดการเดินรถไฟฟ้าวิ่งผ่านจะเกิดเสียงจากแรงสั่นสะเทือนส่งผลให้เป็นมลภาวะทางเสียงและแรงสั่นสะเทือน ซึ่งบริเวณที่มีเส้นทางการเดินรถไฟฟ้าตัดผ่านนั้น มีหลายจุดที่เป็นพื้นที่อ่อนไหว เช่น โรงพยาบาลที่มีอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ต้องการความเที่ยงตรงสูงอ่อนไหวต่อแรงสั่นสะเทือน และเสียงที่กระทบต่อผู้ป่วย ตลอดจนรบกวนการทำงานและการอยู่อาศัยของเคหสถานและสถานที่ราชการต่างๆ ที่อยู่ใกล้เคียง โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาคารที่พักอาศัยสองข้างทางรถไฟฟ้าในยามวิกาล จะได้รับผลกระทบจากเสียงและแรงสั่นสะเทือน ยังส่งผลต่อตัวอาคารและสถานที่ เช่น โรงเรียน วัด สถานที่ทางศาสนา และ โบราณสถานต่างๆ เป็นต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการตรวจสอบ พบว่าในหลายจุดที่มีรถไฟฟ้าตัดผ่าน อยู่บริเวณพื้นที่อ่อนไหว ซึ่งทำให้เกิดผลกระทบได้ เช่น บริเวณ โรงพยาบาลรามคำแหง โรงพยาบาลรามาธิบดี โรงพยาบาลพญาไท1 โรงพยาบาลเพรชเวช เป็นต้น ซึ่งควรได้รับการปรับปรุงแก้ไขอย่างเร่งด่วน ทั้งเส้นทางการเดินรถที่เปิดให้บริการแล้ว และที่ยังอยู่ในระหว่างการก่อสร้าง และเส้นทางการเดินรถที่จะเกิดขึ้นในอนาคต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากปัญหาที่เกิดขึ้น เป็นเรื่องสามารถป้องกันบรรเทาได้ ด้วยการออกแบบและแก้ไขปรับปรุงทางวิศวกรรม ซึ่งที่ผ่านมาทราบว่าทาง สตง.ได้เคยเสนอแนะบางหน่วยงานให้แก้ไขในเส้นทางรถไฟที่ผ่านชุมชนมาแล้วอย่างได้ผล แต่ปัจจุบันมีเส้นทางการเดินรถไฟฟ้าในเขตเมืองและชุมชนเพิ่มขึ้นหลายเส้นทางในรับผิดชอบหลายหน่วยงาน แต่มิได้ปรับปรุงแก้ไขเพื่อลดมลภาวะและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและประชาชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อนจึงจำนำความไปร้องเรียนให้ สตง.ได้ใช้อำนาจตามกฎหมายในการเสนอแนะหน่วยงานที่รับผิดเร่งแก้ไขบรรเทาปัญหาดังกล่าวในวันศุกร์ที่ 20 ส.ค.64 นี้ เวลา 10.00 น. ที่สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.) ซ.อารีย์ แต่หากไม่เป็นผลสมาคมฯจะร่วมกับชาวบ้านนำคดีขึ้นฟ้องต่อศาลต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113848</URL_LINK>
                <HASHTAG>การก่อสร้างรถไฟฟ้าทั่วกรุงเทพ, นายศรีสุวรรณ จรรยา, มลพิษทางเสียง, ร้องเรียน สตง.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210819/image_big_611df3966c155.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113707</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/08/2021 11:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/08/2021 11:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้ว่าการรฟม.ซวยแล้ว‘พี่ศรี’ยื่นสอบประมูลรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้-ส้มตะวันตก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ส.ค.2564 - &amp;nbsp;ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ​ (ป.ป.ช.)​ นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นคำร้องต่อ ป.ป.ช.ขอให้ไต่สวนผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (ผู้ว่าการ รฟม.) และวินิจฉัยกรณีการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) กำลังจัดประมูลก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันตกและสายสีม่วงใต้ อันมีเงื่อนไขที่แตกต่างจากสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย ทั้งๆ ที่ทั้งสองสายนี้มีเส้นทางลอดใต้เกาะรัตนโกสินทร์และใต้แม่น้ำเจ้าพระยาเหมือนกัน ซึ่งอาจเป็นนการกำหนดเงื่อนไขและใช้ดุลยพินิจโดยมิชอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า การเปิดประมูลสายสีส้มและสายสีม่วงใต้มีลักษณะกีดกันผู้ประมูลจากต่างชาติ แม้จะกำหนดว่าเป็นการเปิดประมูลนานาชาติ โดยมีการกำหนดหลักเกณฑ์ว่าผู้เข้าประมูลจะต้องมีผลงานก่อสร้างอุโมงค์หรือรถไฟฟ้าบนดินหรือลอยฟ้ากับรัฐบาลไทยในช่วง 20 ปีที่ผ่านมามูลค่าไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาทเท่านั้น ผลงานในต่างประเทศห้ามนำมาใช้ ซึ่งเงื่อนไขเยี่ยงนี้ ท้ายที่สุดก็คงเหลือผู้รับเหมาไทยขนาดใหญ่เพียง 4-5 รายเท่านั้นที่สามารถผ่านด่านนี้ไปได้ และคงได้งานครบกันทุกราย เนื่องจาก รฟม.แบ่งงานประมูลงานโยธาออกเป็น 6 สัญญาไว้ให้แล้ว แบบนี้จะเรียกว่าล็อกสเป็กหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า ที่สำคัญเงื่อนไขในทีโออาร์ที่ผ่านมาในโครงการของรัฐขนาดใหญ่และมีมูลค่าสูง จะมีการกำหนดการพิจารณาคัดเลือกโดยการเปิดซองด้านเทคนิคก่อน แล้วจึงมาเปิดซองด้านราคา ดังกรณีตัวอย่างโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย แต่โครงการนี้กลับใช้วิธีการเปิดซองเทคนิคและซองราคาไปพร้อมๆ กัน ทำให้สามารถใช้ดุลยพินิจลำเอียงให้ผู้ประมูลรายหนึ่งรายใดเป็นการเฉพาะได้ จึงอาจมีลักษณะอย่างไม่เป็นธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า การดำเนินการดังกล่าวของ รฟม. อาจขัดต่อ พรบ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ 2560 มาตรา 8(2) ที่บัญญัติไว้ว่า &amp;ldquo;ต้องเปิดโอกาสให้มีการแข่งขันอย่างเป็นธรรม มีการปฏิบัติต่อผู้ประกอบการทุกรายโดยเท่าเทียมกัน&amp;rdquo; และระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ 2560 ข้อ 45 ที่ระบุไว้ชัดเจนว่า &amp;ldquo;ต้องไม่มีการกำหนดเงื่อนไขที่เป็นการขัดขวางการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า การกำหนดทีโออาร์ที่อาจมีลักษณะย้อนแย้งตามความพิใจของผู้มีอำนาจแต่ละยุค แต่ละสมัยเยี่ยงนี้ อาจกลายเป็นปัญหาและนำไปสู่การร้องเรียนและฟ้องร้องเป็นคดีความกันมากมายไม่จบสิ้น ดังกรณีรถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันตก ที่มีการฟ้องร้องกันในศาลปกครองและศาลทุจริตฯในขณะนี้ กรณีดังกล่าว จึงเป็นข้อพิรุธที่ส่อไปในทางมิชอบ หรืออาจทุจริตต่อหน้าที่ได้ ที่ก่อสร้างไปด้วยดีและได้เปิดใช้งานแล้ว แต่เมื่อ&amp;nbsp;รฟม.มาเปิดประมูลสายสีส้มและสายสีม่วงใต้ กลับเปลี่ยนการใช้เกณฑ์ประมูลที่แตกต่างจากเดิม จนนำไปสู่การร้องเรียนและฟ้องร้องเป็นคดีความกันอยู่ในขณะนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า ขณะนี้ รฟม.ได้เปิดการประมูลก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ (ช่วงเตาปูน-ราษฎร์บูรณะ) ซึ่งต้องก่อสร้างอุโมงค์ใต้พื้นที่เกาะรัตนโกสินทร์ และอุโมงค์ลอดใต้แม่น้ำเจ้าพระยาเช่นเดียวกับการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย แต่ทว่า รฟม.ยังคงมีการกำหนดเงื่อนไขหรือเกณฑ์ของการประมูลใหม่ที่แตกต่างจากการประมูลรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย ที่เคยประสบผลสำเร็จในการก่อสร้างไปด้วยดีและเปิดใช้งาน จึงไม่น่าจะมีเหตุผลหรือข้ออ้างอื่นใดมาเปลี่ยนแปลงรูปแบบการประมูลที่เคยสำเร็จมาแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า กรณีดังกล่าวมีการจับเป็นข้อพิรุธได้หลายประการ ที่ส่อไปในทางมิชอบ หรืออาจทุจริตต่อหน้าที่ได้ สมาคมฯ จึงนำความ พร้อมพยานหลักฐานมาร้องเรียนต่อ ป.ป.ช. เพื่อให้ไต่สวนและวินิจฉัยการกำหนดเงื่อนไขทีโออาร์ของการประมูลรถไฟฟ้าดังกล่าวว่า เป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่อย่างไร หากพบว่าเป็นการใช้อำนาจเอื้อประโยชน์หรือล็อกสเป็กให้เอกชนรายใดๆ เป็นการเฉพาะ และไม่ชอบด้วยกฎหมาย ให้เอาโทษขั้นสูงสุด
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113707</URL_LINK>
                <HASHTAG>การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย, นายศรีสุวรรณ จรรยา, รถไฟฟ้า, รฟม., สายสีม่วงใต้, สายสีส้มตะวันตก, เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210818/image_big_611c8e504e1cd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113152</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/08/2021 11:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/08/2021 11:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ต๊อด-ปิติ&#039;ซวยแล้ว!&#039;ศรีสุวรรณ&#039;ร้องปอท.เอาผิดโพสต์&#039;ฉีดวัคซีนผสมน้ำ&#039;สร้างข้อมูลเท็จ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ส.ค.64 - ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) ศูนย์ราชการฯ นายศรีสุวรรณ&amp;nbsp; จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ได้เดินทางมาร้องเรียนกล่าวโทษนายปิติ ภิรมย์ภักดี หรือ ต๊อด ทายาทเครื่องดื่มตราสิงห์ ฐานนำเข้าระบบคอมพิวเตอร์ด้วยข้อมูลอันเป็นเท็จ กรณีโพสต์เฟซบุ๊กตำหนิการจัดสรรวัคซีนของรัฐบาล เมื่อวันที่ 9 ส.ค.ที่ผ่านมา จนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันอยู่ในขณะนี้ การโพสต์ข้อความที่เป็นประเด็นปัญหาก็คือคำว่า &amp;ldquo;ด่านหน้าต้องจับฉลากเพื่อจะได้ฉีด บางโรงบาลใช้วิธีผสมน้ำเพื่อให้ครบคน ผมขอสละตัวเองเป็นกระบอกเสียงให้พวกเค้าครับ และเมื่อผมเอาจริงคือเอาจริง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศรีสุวรรณ&amp;nbsp; กล่าวว่า การโพสต์ข้อความดังกล่าวมีสื่อมวลชนและสื่อสังคมออนไลน์ได้นำไปเผยแพร่อย่างมากมาย ก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชน และเป็นที่สงสัยกันมากว่า วัคซีนที่แพทย์พยาบาลกำลังฉีดให้กับประชาชน เพื่อป้องกันเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 หรือโควิด-19 อยู่ในขณะนี้นั้นมีการ &amp;ldquo;ผสมน้ำ&amp;rdquo; ในบางโรงพยาบาลเพื่อฉีดให้กับประชาชนได้ด้วยหรือ ? หรือหากจะแก้ตัวว่าผิดหลงเขียนไม่ครบตกคำว่า &amp;ldquo;เกลือ&amp;rdquo; ไปก็ไม่อาจฟังขึ้น เพราะใช้คำว่า &amp;ldquo;บางโรงบาลใช้วิธีผสมน้ำเพื่อให้ครบคน&amp;rdquo; อยู่ด้วย เป็นการกล่าวหาแพทย์-พยาบาลว่ามีการใช้วัคซีนผสมน้ำ ซึ่งไม่มีหลักวิชาการทางการแพทย์ที่ไหนในโลกเขาทำกัน และก่อนหน้านี้กรมควบคุมโรคก็ออกมาชี้แจงอย่างแจ่มแจ้งแล้วว่า &amp;ldquo;วัคซีนบางชนิดมีความเข้มข้น ต้องผสมกับน้ำเกลือ (Normal Saline) ซึ่งในโรงพยาบาลก็มีการใช้น้ำเกลือที่ได้มาตรฐานอยู่แล้ว ไม่ได้เป็นการผสมน้ำอย่างแน่นอน&amp;rdquo; การโพสต์ข้อความดังกล่าว เชื่อว่ามีเจตนาตาม ปอ.มาตรา 59 ที่ไม่เป็นไปตามปกติวิสัยที่ปุถุชนพึงกระทำได้ แต่ถ้าคุณต๊อดยืนยันว่ามีหลักฐานความจริง ขอให้เปิดเผยออกมาว่ามีโรงพยาบาลแห่งใด ใช้วิธีการผสมวัคซีนดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ถ้าไม่มี ก็พึงระลึกไว้เถิดว่า การโพสต์หรือเขียนข้อความในลักษณะดังกล่าว โดยการนำเข้าข้อความสู่ระบบคอมพิวเตอร์ มีกฎหมายกำหนดไว้เป็นความผิด เพราะมีลักษณะที่เป็นเท็จ อันก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชน และอาจเกิดความเสียหายต่อการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของประเทศ ความปลอดภัยสาธารณะ ความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของประเทศฯ มีความผิดตาม พรบ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ 2550 แก้ไขปี 2560 ม.14(2) ซึ่งต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปีหรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ด้วยเหตุดังกล่าว สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จึงต้องนำความมาร้องต่อ ปอท.ในวันนี้เพื่อแจ้งความเอาผิดตามกฎหมายด้งกล่าวต่อนายต๊อด-ปิติ เพื่อมิให้เป็นเยี่ยงอย่างในสังคมต่อไป แม้จะเขียนว่า &amp;ldquo;เมื่อผมเอาจริงคือเอาจริง&amp;rdquo; เพราะเป็นคนดัง คนรวยและใหญ่แค่ไหน ก็ต้องอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน นี่แหละครับคือของจริง ไม่มีราคาคุยครับ&amp;quot;นายศรีสุวรรณ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113152</URL_LINK>
                <HASHTAG>ต๊อด ปิติ ภิรัมย์ภักดี, นายศรีสุวรรณ จรรยา, ผิดพ.ร.บ.คอมพ์, วัคซีนผสมน้ำเกลือ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210813/image_big_6115ee42046c0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111600</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/07/2021 09:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/07/2021 09:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;ศรีสุวรรณ&#039;จี้นายกฯทบทวนการใช้อำนาจตาม ม. 9 ใช้กม.ปกติจัดการข่าวปลอมได้อยู่แล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ก.ค.64 - นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า ตามที่นายกรัฐมนตรีโพสต์เฟซบุ๊คสั่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดการข่าวปลอมในช่วงโควิด โดยสั่งให้ดำเนินคดีกับผู้ปล่อย เฟกนิวส์รายใหญ่ ไม่เว้นคนดัง - สื่อมวลชน พร้อมให้ติดตามใกล้ชิดนั้น แต่ทว่ากลับใช้อำนาจตาม ม.9 แห่ง พรก.ฉุกเฉิน 2548 ออกข้อกำหนดฉบับที่ 27 ข้อ 11 ที่กำหนดมาตรการเพื่อมิให้มีการบิดเบือนข้อมูลข่าวสารอันทำให้เกิดความเข้าใจผิด ในสถานการณ์ฉุกเฉิน การเสนอข่าวที่มีข้อความอันอาจทำให้ประชาชนเกิดความหวาดกลัว หรือเจตนาบิดเบือนข้อมูลข่าวสารทำให้เกิด ความเข้าใจผิดในสถานการณ์ฉุกเฉินจนกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ หรือความสงบเรียบร้อย หรือศีลธรรมอันดีของประชาชน ทั่วราชอาณาจักร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การใช้อำนาจดังกล่าวทำให้องค์กรวิชาชีพสื่อมวลชนทั้ง 6 องค์กรออกแถลงการณ์เรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนการออกข้อกำหนดดังกล่าว หรือจัดทำแนวปฏิบัติจากข้อกำหนดพร้อมแถลงถึงเจตนารมณ์ในการบังคับใช้ให้เกิดความชัดเจน เพื่อมิให้มีนำข้อกำหนดดังกล่าว ไปเป็นเครื่องมือในการปิดกั้นการทำหน้าที่เสนอข่าวสารของสื่อมวลชนและการแสดงความคิดเห็นโดยสุจริตของประชาชน จนกระทบต่อสิทธิการรับรู้ข่าวสารและการแสดงความคิดเห็นของประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทว่านายกรัฐมนตรีกลับไม่แคร์โดยออกข้อกำหนด ฉบับที่ 29 ออกมาสำทับห้ามเสนอข่าวอันอาจทำให้ประชาชนเกิดความหวาดกลัว หรือเจตนาบิดเบือนข้อมูลข่าวสารอีก พร้อมสั่งให้ กสทช.แจ้งให้ผู้รับใบอนุญาตการให้บริการอินเทอร์เน็ตเข้มงวดกวดขันกับผู้ใช้บริการ หากกระทำผิดให้ส่งให้ตำรวจดำเนินคดีต่อไป ซึ่งอาจเป็นการใช้อำนาจที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ ม.35 วรรคสอง และม.36 ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จริงๆแล้วกฎหมายที่ใช้จัดการพวกปล่อยข่าวปลอมหรือการบิดเบือนข่าวนั้น สามารถใช้กฎหมายปกติดำเนินการได้อยู่แล้ว โดยนายกรัฐมนตรีไม่จำเป็นต้องออกเป็นข้อกำหนดมาให้เป็นที่ขุ่นเคืองของหลายๆฝ่าย อาทิ ใช้ ป.อ. เอาผิดฐานหมิ่นประมาทใน ม.326 โดยมีม.328 เป็นบทเพิ่มโทษที่ใช้กันบ่อยๆ หรือเอาผิดพวกบอกเล่าความเท็จ ให้เลื่องลือจนเป็นเหตุให้ประชาชนตื่นตกใจตาม ม.384 ก็ยังได้ อีกทั้งยังมี ป.อ.แพ่งฯ ในหมวดของการ &amp;quot;ละเมิด&amp;quot; กำหนดเรื่องการหมิ่นประมาทไว้แล้วใน ม.423 เพื่อเรียกค่าเสียหายได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนั้น ยังมี พรบ.คอมพิวเตอร์ฯ ฉบับปี 2560 ม.14 ที่ใช้เอาผิดผู้ที่นำเข้าซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมหรือเป็นเท็จได้ ซึ่งก็มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปีหรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับได้ อีกทั้ง กสทช. ก็มีกฎหมายของตนเองที่จะเอาผิดสื่อมวลชนที่เสนอข่าวบิดเบือนได้อยู่แล้ว ผ่านกลไกทางปกครองหรือศาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น นายกรัฐมนตรี หรือ ศบค. ไม่มีความจำเป็นใด ๆ ที่จะต้องใช้อำนาจตาม ม.9 แห่ง พรก.ฉุกเฉินฯ มาปิดกั้นการทำหน้าที่เสนอข่าวสารของสื่อมวลชนและการแสดงความคิดเห็นโดยสุจริตของประชาชนเลย ทางออกที่เหมาะสมคือปรับปรุงข้อกำหนด ฉบับที่ 27 และ 29 เสียใหม่ โดยตัดทิ้ง ข้อ 11 และทบทวนหรือยกเลิกฉบับที่ 29 ออกไปเสีย ซึ่งไม่ทำให้กระบวนการเอาผิดผู้ที่บิดเบือนข้อมูลข่าวสารของรัฐเสียไป เพราะมีกฎหมายอื่นดูแลอยู่แล้วนั่นเอง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111600</URL_LINK>
                <HASHTAG>Fake News ข่าวปลอม, นายศรีสุวรรณ จรรยา, ปิดกั้นเสรีภาพสื่อ, พ.ร.ก.ฉุกเฉิน 2548, พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210730/image_big_61035e22a599c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110549</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/07/2021 11:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/07/2021 11:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มาแล้ว!ศรีสุวรรณจัดหนักมือเผาพระบรมฉายาลักษณ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ก.ค.2564 - ที่สถานีตำรวจนครบาลนางเลิ้ง นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ได้เดินทางมาแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษพร้อมพยานหลักฐาน เพื่อให้ตำรวจดำเนินการสอบสวน และขอศาลออกหมายจับ เพื่อนำบุคคลที่ร่วมชุมนุมเมื่อวันที่ 18 ก.ค.64 ที่กระทำการอย่างผิดกฎหมายมาดำเนินการลงโทษโดยเร็ว โดยเฉพาะผู้ที่ฝ่าฝืน ปอ.มาตรา 112&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายศรีสุวรรณระบุว่า บุคคลดังกล่าวได้กระทำการมิบังควร ด้วยการทำให้เสียหายซึ่งซุ้มพระบรมพระฉายาลักษณ์ หรือได้กระทำการโดยเจตนา ด้วยการพ่นสีสเปรย์สีดำบนพระบรมพระฉายาลักษณ์ จากนั้นได้จุดไฟวางเพลิงพระบรมฉายาลักษณ์ใกล้ตู้เอทีเอ็ม ธนาคารกรุงเทพ จำกัด ทำให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์ และพระเกียรติยศของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของปวงชนชาวไทย เหตุเกิดบริเวณริมทางเท้าหน้ามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร ศูนย์พณิชยการพระนคร ถนนนครสวรรค์ ท่ามกลางกลุ่มผู้ชุมนุมจำนวนมาก ซึ่งการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดหลายกรรม อาทิ &amp;nbsp;1.ความผิดฐานหมิ่นประมาท ดูหมิ่นหรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์และพระราชินี อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.ความผิดฐานวางเพลิงเผาทรัพย์ฯ ของผู้อื่นและทำให้เสียทรัพย์ โดยเจตนา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 217 3.ความผิดฐานฝ่าฝืนข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 (ฉบับที่ 27) ลงวันที่ 10 ก.ค.2564 4.ความผิดฐานฝ่าฝืนประกาศหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินในส่วนที่เกี่ยวกับความมั่นคงฯ (ฉบับที่ 6) ลงวันที่ 16 ก.ค.2564 ที่ห้ามมิให้มีการชุมนุม หรือการทำกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่โรคโควิด-19 ในพื้นที่ที่มีประกาศหรือคำสั่งกำหนดเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุด และ 5.ความผิดฐานร่วมกันจัดให้มีกิจกรรมซึ่งมีผู้เข้าร่วมเป็นจำนวนมากในลักษณะมั่วสุมกันหรือมีโอกาสติดต่อสัมผัสกันง่าย ชุมนุมทำกิจกรรมหรือมั่วสุมกัน ณ ที่ใดๆ ในสถานที่แออัดหรือกระทำการดังกล่าวอันเป็นการยุยงให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย หรือในลักษณะที่มีการเสี่ยงต่อการแพร่เชื้อโรค &amp;nbsp;อันเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ.2558&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ด้วยเหตุดังกล่าว สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ไม่อาจนิ่งเฉยปล่อยให้พวกที่ทรยศแผ่นดิน ไม่รู้จักบุญคุณแผ่นดิน ที่พระมหากษัตริย์ได้ทรงปกป้องคุ้มครองและรักษาแผ่นดินไทยมาอย่างยาวนาน ได้มีที่ยืนในสังคมต่อไปได้ จึงต้องนำความมาแจ้งความเอาผิดบุคคลที่มีพฤติการณ์ดังกล่าว เพื่อเอาตัวมาสอบสวน และส่งศาลเพื่อพิพากษาลงโทษขั้นสูงสุดต่อไป&amp;rdquo;นายศรีสุวรรณกล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110549</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายศรีสุวรรณ จรรยา, ร้องทุกข์กล่าวโทษ, สถานีตำรวจนครบาลนางเลิ้ง, เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210721/image_big_60f7a38c4ed71.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
