<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118734</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/10/2021 15:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/10/2021 15:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทางหลวงอัพเดทน้ำท่วม 15 จังหวัด กระทบการจราจรผ่านไม่ได้ 21 แห่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
4 ก.ย.2564-นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง(ทล.) เปิดเผยว่า นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม มีความห่วงใยต่อประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม จึงได้กำชับหน่วยงานในสังกัดให้เร่งช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนอย่างเต็มกำลัง&amp;nbsp;&amp;nbsp;พร้อมทั้งให้ติดตามเฝ้าระวังและเตรียมพร้อมรับมืออุทกภัยตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อให้ประชาชนได้รับความปลอดภัยและทันท่วงที และให้รายงานผลการดำเนินงานมายังกระทรวงฯ รับทราบทุกวันและประชาสัมพันธ์การดำเนินการไปยังสื่อมวลชนและประชาชนให้รับทราบด้วย
&amp;nbsp;
ทั้งนี้ กรมทางหลวงได้เตรียมพร้อมเครื่องมือ เครื่องจักร สะพานเบลีย์ และจัดเจ้าหน้าที่คอยช่วยเหลืออำนวยความสะดวกปลอดภัยให้กับประชาชนตามแผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย อีกทั้งช่วงนี้ยังอยู่ในฤดูฝนจึงกำชับหน่วยงานในพื้นที่ให้เตรียมพร้อมและเฝ้าระวังเป็นพิเศษ กรณีน้ำท่วมสูงได้ติดตั้งป้ายเตือน ป้ายแนะนำเส้นทาง หลักนำทาง ไฟกะพริบ จัดเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกด้านการจราจร เร่งสูบระบายน้ำออกจากพื้นที่ วางแท่งแบริเออร์ เรียงกระสอบทราย และกำแพงดินเพื่อชะลอน้ำ กรณีถนนหรือสะพานขาด/ชำรุด ได้เร่งติดตั้งสะพานเบลีย์เชื่อมทาง และกรณีดินไหล่เขาข้างทาง Slide ได้นำเครื่องจักรเขาเกลี่ยดินออกเพื่อให้ประชาชนสัญจรได้สะดวก&amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;
นอกจากนี้ยังได้ตั้งจุดให้บริการประชาชน จัดรถ Mobile Service ช่วยเหลือประชาชนกรณีรถเสียบนทางหลวง&amp;nbsp;&amp;nbsp;ช่วยขนย้ายประชาชนและสิ่งของไปยังพื้นที่ปลอดภัย จัดรถบรรทุกไว้บริการรับส่งประชาชนในพื้นที่ประสบภัย แจกจ่ายอาหารเครื่องอุปโภคบริโภค และช่วยล้างทำความสะอาดเก็บกวาดบ้านเรือนเพื่อเป็นการบรรเทาทุกข์ให้ประชาชนในพื้นที่น้ำลดน้ำ และได้กำชับหน่วยงานในสังกัดกรณีเกิดภัยพิบัติให้ประสานงานช่วยเหลือผู้ประสบภัย และสนับสนุนเครื่องมือเครื่องจักร ยานพาหนะ กรณีมีการร้องขอจากหน่วยงานอื่นๆ หรือประชาชน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;
สำหรับสถานการณ์ประจำวันที่ 4&amp;nbsp;&amp;nbsp;ตุลาคม 2564&amp;nbsp;&amp;nbsp;เวลา 13.30 น. พบทางหลวงถูกน้ำท่วม/ดินสไลด์ และสะพานชำรุด จำนวน 15 จังหวัด 36 สายทาง&amp;nbsp;&amp;nbsp;รวม 52&amp;nbsp;&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;&amp;nbsp;การจราจรผ่านได้ 31 แห่ง ผ่านไม่ได้ 21 แห่ง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ดังนี้ &amp;nbsp;1. จ.ขอนแก่น (การจราจรผ่านไม่ได้ 1 แห่ง) ได้แก่ ทล. 2065 พล &amp;ndash; ลำชี ช่วง กม.ที่ 33+000 &amp;ndash; 34+500 น้ำกัดเซาะเส้นทางชำรุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. จ.นนทบุรี (การจราจรผ่านไม่ได้ 2 แห่ง) ได้แก่ &amp;nbsp;ทล. 302 สะพานพระนั่งเกล้า-ต่างระดับบางใหญ่ ช่วง กม.ที่ 16+950&amp;nbsp;&amp;nbsp;ระดับน้ำสูง 30-35 ซม. ใช้จุดกลับรถต่างระดับ บางใหญ่ที่ กม.18+500 แทน ทล. 302 สะพานพระนั่งเกล้า-ต่างระดับบางใหญ่ ช่วง กม.ที่ 17+000&amp;nbsp;&amp;nbsp;ระดับน้ำสูง 30-35 ซม. ใช้จุดกลับรถใต้สะพาน คลองบางไผ่ที่ กม.16+600 แทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. จ.สระบุรี (การจราจรผ่านไม่ได้&amp;nbsp;&amp;nbsp;1 แห่ง) ได้แก่ ทล.3020&amp;nbsp;&amp;nbsp;พระพุทธบาท-หนองโดน ช่วง กม.7+301 (คอสะพานหนองโดนถูกน้ำกัดเซาะชำรุด การจราจรผ่านไม่ได้&amp;nbsp;&amp;nbsp;ปิดการใช้สะพานทั้งสองฝั่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. จ.อ่างทอง (การจราจรผ่านไม่ได้ 5 แห่ง) ได้แก่ทล.33 นาคู-ป่าโมก ช่วง กม.ที่ 36+000 &amp;ndash; 36+200 (จุดกลับรถใต้สะพานฝั่งป่าโมก) ระดับน้ำสูง 40 ซม.ทล.32 นครหลวง-อ่างทอง ช่วง กม.33+200 จุดกลับรถใต้ท่อ Box Cul.(วัดค่าย) ระดับน้ำสูง 65 ซม. ทล.32&amp;nbsp;&amp;nbsp;นครหลวง-อ่างทอง ช่วง กม.ที่ 32+607 (จุดกลับรถคลองกะท่อ)&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ระดับน้ำสูง 150 ซม. เส้นหลักผ่านได้ จุดกลับรถผ่านไม่ได้ ทล. 32 นครหลวง-อ่างทอง ช่วง กม.ที่ 39+843 (จุดกลับรถวัดดอกไม้)&amp;nbsp;&amp;nbsp;ระดับน้ำสูง 55 ซม. เส้นหลักผ่านได้ จุดกลับรถผ่านไม่ได้ &amp;nbsp;ทล.32 นครหลวง-อ่างทอง ช่วง กม.ที่ 43+719 (จุดกลับรถหลวงปู่ทวด) ระดับน้ำสูง 50 ซม.เส้นหลักผ่านได้ จุดกลับรถผ่านไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. จ.ลพบุรี&amp;nbsp;&amp;nbsp;(การจราจรผ่านไม่ได้ 3 แห่ง) &amp;nbsp;ได้แก่ ทล.1 แยกโรงพยาบาลอานันทมหิดล-โคกสำโรง ช่วง กม.ที่ 168+228-169+328&amp;nbsp;&amp;nbsp;ระดับน้ำสูง 50 ซม.&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทางเลี่ยง&amp;nbsp;&amp;nbsp;จ.ลพบุรี เลี้ยวที่ กม.170 เข้าวัดหนองคู &amp;nbsp;ทล. 3019&amp;nbsp;&amp;nbsp;สามแยกโคกกระเทียม-สถานีรถไฟโคกกระเทียม ช่วง กม.ที่ 1+750-กม.1+825 ระดับน้ำสูง 50 ซม. &amp;nbsp;ทางเลี่ยงใช้ทางท้องถิ่นแทน ทล.3024&amp;nbsp;&amp;nbsp;บ้านหมี่-เขาช่องลม ช่วง กม.ที่ 5+600-กม.7+300&amp;nbsp;&amp;nbsp;ระดับน้ำสูง 150 ซม. ทางเลี่ยงใช้ทางท้องถิ่นแทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6. จ.กำแพงเพชร&amp;nbsp;&amp;nbsp;(การจราจรผ่านไม่ได้ 2 แห่ง) ได้แก่ ทล. 1 ตอน โนนปอแดง &amp;ndash; ปากดง ช่วง กม.ที่ 419+036 (จุดกลับรถคลองพะยอม) ระดับน้ำสูง 40 ซม. ทล. 1 ตอน โนนปอแดง &amp;ndash; ปากดง ช่วง กม.ที่ 432+030 (จุดกลับรถคลองสุวรรณ) ระดับน้ำสูง 20 ซม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7. จ.พระนครศรีอยุธยา (การจราจรผ่านไม่ได้ 3 แห่ง) &amp;nbsp;ได้แก่ ทล. 347 บางกระสั้น&amp;ndash;บางปะหัน ช่วง กม.ที่ 40+860 (จุดกลับรถใต้สะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา) ระดับน้ำสูง 40 ซม. &amp;nbsp;ทล 3263 อยุธยา&amp;ndash;ไผ่กองดิน ช่วง กม.ที่ 10+940 (จุดกลับรถใต้สะพานสีกุก) ระดับน้ำสูง 160 ซม. ใช้ทางกลับรถ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ข้างหน้าแทนทล 3263 อยุธยา&amp;ndash;ไผ่กองดิน ช่วง กม.ที่ 11+100 (จุดกลับรถใต้สะพานสีกุก) ระดับน้ำสูง 150 ซม. ใช้ทางกลับรถ ข้างหน้าแทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8. จ.สุพรรณบุรี (การจราจรผ่านไม่ได้ 2 แห่ง) ได้แก่ ทล. 33 สุพรรณบุรี - นาคู ช่วง กม.ที่ 9+886 (สะพานคลองทับน้ำ) ระดับน้ำสูง 55 ซม. ทล. 340 สาลี - สุพรรณบุรี กม.ที่ 59+674 (สะพานศาลเจ้าแม่ทับทิม)&amp;nbsp;&amp;nbsp;ระดับน้ำสูง 100 ซม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9. จ.นครสวรรค์&amp;nbsp;&amp;nbsp;(การจราจรผ่านไม่ได้ 1 แห่ง) &amp;nbsp;ได้แก่ทล. 1 บ้านหว้า &amp;ndash; วังไผ่&amp;nbsp;&amp;nbsp;ช่วง กม.ที่ 339+600 ใต้สะพานเดชาติวงศ์ ระดับน้ำสูง 105 ซม. ใช้ทางกลับรถข้างหน้าแทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10. จ.ตาก (การจราจรผ่านไม่ได้ 1 แห่ง) ได้แก่ ทล. 1175 ห้วยส้มป๋อย &amp;ndash; เจดีย์ยุทธหัตถี ช่วง กม.ที่ 55+300 คันทางทรุดตัว&amp;nbsp;&amp;nbsp;ใช้ทางเลี่ยง ทล.12 แทนเดินทางไป อ.บ้านตาก
&amp;nbsp;
ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนผู้ใช้เส้นทางหลวงเดินทางด้วยความระมัดระวังเพื่อความปลอดภัยและหลีกเลี่ยงเส้นทางที่คาดว่าจะเกิดความสุ่มเสี่ยง พร้อมขอให้ปฏิบัติตามป้ายเตือน ป้ายแนะนำและคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด และหากประชาชนต้องการสอบถามสภาพเส้นทาง สภาพการจราจร หรือต้องการความช่วยเหลือสามารถติดต่อได้ที่สำนักงานทางหลวง แขวงทางหลวง@prdoh1&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118734</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ, น้ำท่วมถนน, อธิบดีกรมทางหลวง(ทล.)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211004/image_big_615abd220b636.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117679</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/09/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/09/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลุยติดฉากกั้นโควิด รถแท็กซี่3พันคัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เริ่มใช้แล้ว! แท็กซี่แบบมีฉากกั้นกันแพร่โควิดระหว่างผู้โดยสาร-คนขับ นำร่อง 3 พันคันทั่วกรุงเทพฯ ขนส่งขอ 1 เดือนประเมินผล ถ้าคนพอใจขยายเพิ่ม คมนาคมเล็งเสนอ ครม.พิจารณางบเยียวยาแท็กซี่ ด้านเอสซีจี เคมิคอลส์ ชูนวัตกรรมอะคริลิกใสคล้ายกระจก ไม่อึดอัดขณะโดยสาร &amp;nbsp;
วันที่ 23 ก.ย. นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม &amp;ldquo;ปล่อยขบวนรถแท็กซี่ติดฉากกั้นแบบ New Normal&amp;rdquo; ภายใต้โครงการยกระดับความปลอดภัยและความมั่นใจในการใช้บริการรถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสารไม่เกิน 7 คน นายศักดิ์สยามกล่าวว่า รัฐบาลโดยพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้เน้นย้ำมาตรการคุมเข้มการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัแสโควิด-19 เพื่อช่วยเหลือผู้ขับขี่รถแท็กซี่และผู้ใช้บริการรถแท็กซี่ จึงนำร่องติดตั้งฉากกั้นเพื่อเว้นระยะห่างระหว่างผู้ขับรถและผู้โดยสารสำหรับรถแท็กซี่ ช่วยลดความเสี่ยงจากการสัมผัสละอองฝอยภายในห้องโดยสารในรถแท็กซี่ที่เข้าร่วมโครงการจำนวน 3,000 คัน ประกอบด้วย รถแท็กซี่นิติบุคคลจากสมาคม สหกรณ์ต่างๆ และรถแท็กซี่บุคคลธรรมดา โดยกรมการขนส่งทางบกจะติดตามประเมินผลความพึงพอใจของผู้โดยสารที่ใช้บริการผ่าน QR Code ที่ติดไว้ที่ฉากกั้นในรถแท็กซี่ทุกคัน เพื่อนำมาประกอบการพิจารณาเมื่อครบ 30 วัน ก่อนที่จะขยายผลต่อไป ซึ่งปัจจุบันมีแท็กซี่ในระบบจำนวน 90,000 คัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การติดตั้งฉากกั้นนอกจากลดความเสี่ยงในการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ระหว่างผู้ขับรถและคนโดยสารภายในรถแท็กซี่แล้ว ยังช่วยให้เกิดความปลอดภัยในชีวิต ร่างกาย หรือทรัพย์สินของผู้ขับรถหรือคนโดยสารรถแท็กซี่ เสริมสร้างความเชื่อมั่นในการใช้บริการรถสาธารณะ ลดการใช้รถส่วนตัว ผู้ขับรถแท็กซี่ก็สามารถประกอบอาชีพได้ภายใต้มาตรการรักษาระยะห่างแบบ New normal รองรับการเปิดประเทศ ขณะนี้กระทรวงคมนาคมส่งเรื่องไปยังกระทรวงการคลังเพื่อพิจารณางบประมาณเยียวยาแท็กซี่ คาดว่าจะเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาอนุมัติต่อไป&amp;quot; นายศักดิ์สยามกล่าว
ด้าน นายจิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวว่า กรมการขนส่งทางบกได้รับความร่วมมือจากเอสซีจีเคมิคอลส์ นำความเชี่ยวชาญด้านวัสดุศาสตร์มาผลิตและออกแบบฉากกั้นอะคริลิกใสคุณภาพสูงภายในห้องโดยสาร ซึ่งติดตั้งได้ง่ายเหมาะกับรถแท็กซี่ปัจจุบัน ทั้งรถแท็กซี่ขนาดกลางและขนาดใหญ่ ไม่บดบังทัศนวิสัย และไม่กระทบต่อการทำงานหรือการใช้งานระบบหรืออุปกรณ์ความปลอดภัยต่างๆ ของรถ โดยทยอยติดตั้งฉากกั้นให้กับรถแท็กซี่ที่เข้าร่วมโครงการตั้งแต่วันที่ 16 ก.ย.ที่ผ่านมา คาดว่าจะครบทั้งหมด 3,000 คัน ภายใน ต.ค.2564 สำหรับรถที่ติดตั้งฉากกั้นจะแสดงเครื่องหมายบริเวณกระจกด้านหน้ารถให้ผู้โดยสารสามารถเรียกใช้บริการได้อย่างมั่นใจยิ่งขึ้นในอัตราค่าโดยสารเท่ากับแท็กซี่ทั่วไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนวงษ์ อารีรัชชกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี เคมิคอลส์ กล่าวว่า เอสซีจี เคมิคอลส์ ได้นำนวัตกรรมและความเชี่ยวชาญด้านอะคริลิกใสจากแบรนด์ชินโคไลท์ (SHINKOLITE) มาพัฒนาต่อยอดจนได้ฉากกั้นอะคริลิกใสคุณภาพสูงสำหรับติดตั้งภายในห้องโดยสารรถยนต์ จัดทำฉากกั้นเพื่อเว้นระยะห่างระหว่างผู้ขับรถและผู้โดยสารสำหรับรถแท็กซี่ ถือเป็นเกราะป้องกัน หรือที่เรียกว่า Double Protection ปกติทั้งผู้ขับรถและผู้โดยสารจะต้องสวมหน้ากากอนามัยป้องกันตัวเองอยู่แล้ว&amp;nbsp;
&amp;quot;ฉากกั้นอะคริลิกใสคุณภาพสูงในห้องโดยสารที่ติดตั้งให้กับรถแท็กซี่ในโครงการมีจุดเด่นที่ความใสคล้ายกระจก ทำให้คงทัศนียภาพการมองเห็น ไม่รู้สึกอึดอัดขณะโดยสาร ออกแบบให้รองรับการใช้งานในรถยนต์หลายรุ่น น้ำหนักเบา ติดตั้งได้ง่าย ปลอดภัย คงทนต่อสภาพอากาศ เช็ดทำความสะอาดได้ง่ายด้วยผ้าขนอ่อน ชุบน้ำเปล่า น้ำสบู่ หรือแอลกอฮอล์เข้มข้น 70% สามารถทำความสะอาดได้บ่อยตามต้องการ&amp;quot; นายธนวงษ์กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117679</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์, แท็กซี่แบบมีฉากกั้นกันแพร่โควิดระหว่างผู้โดยสาร-คนขับ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210923/image_big_614c83f9284a2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117493</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/09/2021 10:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/09/2021 10:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘รถตู้ต่างจังหวัด’ยื่น5ข้อให้ศักดิ์สยามเยียวยา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ก.ย.2564 - &amp;nbsp;สมาคมธุรกิจรถตู้ต่างจังหวัด พร้อมผู้ประกอบการ และสมาชิก ขับรถตู้-รถมินิบัสกว่า 30 คัน ยื่นหนังสือร้องเรียนถึงนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เพื่อเรียกร้อง 5 ข้อ ประกอบด้วย 1.ขอให้เยียวยาเรื่องพักหนี้ทั้งต้นและดอกเบี้ยของสถาบันการเงินและไฟแนนซ์ &amp;nbsp;2.ขอขยายอายุรถจาก 10 ปี ออกไปเป็น 15 ปี และขอให้เยียวยาเรื่องการปรับค่าผิดสัญญาการเช่าซื้อ 3.ขอให้รัฐบาลช่วยจัดหางบประมาณเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ หรือปลอดดอกเบี้ย เพื่อนำมาปรับปรุงสภาพรถให้พร้อมใช้งาน 4.ติดตามเรื่องเงินเยียวยาที่กรมการขนส่งขอชดเชยรถสาธารณะเดือนละ 5,000 บาทต่อคัน เป็นเวลา 3 เดือน รวมเป็นเงิน 15,000 บาทต่อคัน ตั้งแต่โควิดรอบแรกปี 2563 ที่ยังไม่ได้อนุมัติจากคณะกรรมการขนส่งกลาง และ 5.เรื่องการปฏิรูประบบการขนส่งโดยสารสาธารณะ &amp;nbsp;ทั้งนี้นายศักดิ์สยามได้ส่งตัวแทนมารับหนังสือและข้อเรียกร้องดังกล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117493</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม, สมาคมธุรกิจรถตู้ต่างจังหวัด, เยียวยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210922/image_big_614aa2862d933.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116995</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/09/2021 09:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/09/2021 09:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ศักดิ์สยาม&#039;สั่ง &#039;กพท.&#039;เตรียมความพร้อมรับเปิดประเทศ ต.ค.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ก.ย. 2564 นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการการบินพลเรือน (กบร.) ว่า ที่ประชุมได้มอบให้สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเตรียมการรองรับนโยบายการเปิดประเทศใน&amp;nbsp;120&amp;nbsp;วันของรัฐบาล&amp;nbsp;ซึ่งในเดือน&amp;nbsp;ต.ค.2564&amp;nbsp;ถือเป็นการเปิดครั้งใหญ่ที่สุดทั้งเฟส2&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;เฟส&amp;nbsp;3&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;26&amp;nbsp;จังหวัด&amp;nbsp;รองรับการท่องเที่ยวทั้งของคนไทยและต่างชาติกระจายไปยังทุกภูมิภาคของประเทศประกอบกับเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยว&amp;nbsp;(High Season)&amp;nbsp;อีกด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้โดยให้นำบทเรียนจากโครงการแซนด์บ็อกซ์ที่เปิดก่อนหน้ามาปรับปรุงแก้ไข&amp;nbsp;และเร่งดำเนินการตามนโยบายการบินวิถีใหม่&amp;nbsp;(New Normal)&amp;nbsp;ที่จะมีการนำเทคโนโลยีต่างๆ&amp;nbsp;เข้ามาใช้ในกิจการการบินให้สามารถนำมาเริ่มใช้ได้โดยเร็ว และได้มอบให้&amp;nbsp;กพท.&amp;nbsp;เป็นศูนย์กลางดำเนินการร่วมกับกระทรวงคมนาคม&amp;nbsp;ในการประสานงานและเตรียมการเพื่อให้บุคลากรทางการบิน&amp;nbsp;ซึ่งปฏิบัติงานสัมผัสใกล้ชิดโดยตรงกับผู้โดยสารได้รับการฉีดวัคซีนเข็มที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เพื่อให้มีความพร้อมสำหรับการปฏิบัติการบิน&amp;nbsp;โดยเฉพาะในช่วงการเปิดประเทศในเดือน&amp;nbsp;ต.ค.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามที่ประชุมยังได้แสดงความห่วงใยต่อการอยู่รอดของสายการบินสัญชาติไทย&amp;nbsp;ซึ่งประสบปัญหาวิกฤติมาอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;จึงให้&amp;nbsp;กพท.&amp;nbsp;เร่งรัดดำเนินการเพื่อให้มีข้อมูลวิเคราะห์เชิงลึกถึงผลกระทบต่อเศรษฐกิจมหภาคและการสูญเสียความสามารถด้านกิจการการบินของประเทศ&amp;nbsp;โดยเฉพาะเมื่อสถานการณ์กลับมาเป็นปกติซึ่งคาดว่าจะอยู่ในช่วงปี&amp;nbsp;68&amp;nbsp;เป็นต้นไป&amp;nbsp;เพื่อเสนอข้อมูลต่อคณะรัฐมนตรี(ครม.)&amp;nbsp;พิจารณาให้ความช่วยเหลือสายการบินให้ได้รับเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ&amp;nbsp;(Soft Loan)&amp;nbsp;โดยเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศักดิ์สยาม&amp;nbsp;กล่าวอีกว่า&amp;nbsp;ที่ประชุมได้เน้นย้ำให้&amp;nbsp;&amp;nbsp;กพท.&amp;nbsp;เร่งรัดดำเนินการแก้ไขข้อบกพร่องที่ได้รับจากการตรวจประเมินตามโครงการยกระดับมาตรฐานการกำกับดูแลด้านความปลอดภัยตามการประเมินความปลอดภัยการบินระหว่างประเทศ&amp;nbsp;(IASA: International Aviation Safety Assessment)&amp;nbsp;ขององค์การบริหารการบินแห่งสหรัฐอเมริกา(FAA)&amp;nbsp;โดยมีเป้าหมายเดิมคือเพื่อยกระดับประเทศไทยกลับคืนสู่&amp;nbsp;Category 1&amp;nbsp;ภายในปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ซึ่งการกลับสู่&amp;nbsp;Category 1&amp;nbsp;จะทำให้ไทยอยู่ในกลุ่มประเทศที่ระบบการกำกับดูแลความปลอดภัยการบินพลเรือนเป็นไปตามมาตรฐานของ&amp;nbsp;FAA&amp;nbsp;ซึ่งจะส่งผลดีให้สายการบินของไทยบินตรงไปยังสหรัฐอเมริกาได้&amp;nbsp;และทำการบินร่วมได้ตามปกติ&amp;nbsp;(Code Sharing)&amp;nbsp;รวมถึงยังจะส่งผลต่อการขอเพิ่มจำนวนเที่ยวบินจากไทยไปยังประเทศอื่นที่ยึดถือผลประเมินของ&amp;nbsp;FAA&amp;nbsp;ด้วย&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;เกาหลีใต้เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศักดิ์สยาม กล่าวต่อว่า ที่ประชุมยังเห็นชอบแผนดำเนินการพัฒนางานด้านการบริหารข่าวสารการบิน(Aeronautical Information Management: AIM)&amp;nbsp;โดยเน้นย้ำให้สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย(กพท.)&amp;nbsp;ดำเนินการตามระเบียบ&amp;nbsp;กฎหมาย&amp;nbsp;และมติคณะรัฐมนตรี(ครม.)&amp;nbsp;พร้อมทั้งศึกษาตัวอย่างจากประเทศอื่นเป็นต้นแบบ&amp;nbsp;เช่นสิงคโปร์&amp;nbsp;รวมถึงเร่งรัดกรอบการดำเนินงาน&amp;nbsp;เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล&amp;nbsp;มีหลักเกณฑ์&amp;nbsp;เงื่อนไขที่ครบถ้วน&amp;nbsp;เพื่อให้การบริการข่าวสารการบินของประเทศดำเนินต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;และเพื่อเปิดให้มีนิติบุคคลทำหน้าที่เป็นผู้ให้บริการข่าวสารการบิน&amp;nbsp;(AIS Provider)&amp;nbsp;แทน&amp;nbsp;กพท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ได้มอบหมายให้ กพท.เร่งรัดแก้ไขกฎระเบียบการอนุญาตโดรนขนาดใหญ่ (น้ำหนักเกิน 25 กิโลกรัมขึ้นไป) ที่มีวัตถุประสงค์การใช้งานเพื่อการเกษตร ซึ่งก่อนหน้านี้มีผู้ยื่นขออนุญาตเข้ามาเป็นจำนวนมาก โดยภายในเดือนก.ย. กพท.จะต้องทยอยขอความเห็นชอบจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้ผู้ยื่นขออนุญาตที่มีความพร้อมสามารถใช้โดรนเพื่อการเกษตรได้อย่างถูกกฎหมายภายในเดือนต.ค. 2564 ส่วนโดรนที่มีน้ำหนักไม่เกิน 25 กิโลกรัม โดย กพท. รายงานว่า ปัจจุบันไม่มีคำขออนุญาต คงค้าง โดยสามารถทยอยขึ้นทะเบียน ได้ตามขั้นตอนและกรอบเวลาที่กำหนดตามปกติ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116995</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการการบินพลเรือน (กบร.), นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ, รับนักท่องเที่ยว, เปิดประเทศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210821/image_big_6120a079ecf74.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115515</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/09/2021 16:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/09/2021 16:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ศักดิ์สยาม&#039;แจงเป็นแค่ผู้อาศัยในที่ดินเขากระโดงโฉนดได้มาโดยสุจริต ไล่ไปตรวจสอบทั้งประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
03ก.ย.64- ช่วงบ่าย นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม&amp;nbsp; ชี้แจงกรณีถูกอภิปรายประเด็นที่ดินเขากระโดง จ.บุรีรัมย์ ว่า ประเด็นแรกที่มีการอภิปรายว่าบ้านพักของตนเป็นที่ดินของการรถไฟ ซึ่งตนและเครือญาติทราบข้อเท็จจริงตั้งแต่ต้น ตนต้องเรียนว่าตนเป็นเพียงผู้อยู่อาศัยในที่ดิน ซึ่งเป็นที่ดินที่ออกเป็นโฉนดเลขที่ 3466 ตั้งแต่วันที่ 26 ต.ค. 2515 ซึ่งขณะนั้นตนอายุเพียง 10 ขวบ ดังนั้นต้องเรียนต่อสมาชิกที่ได้อภิปรายให้ทราบข้อเท็จจริงว่าเอกสารสิทธิ์นี้ออกตามกระบวนการของกฎหมายของกรมที่ดินตามขั้นตอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศักดิ์สยาม กล่าวต่อว่า นอกจากนั้นประเด็นที่ได้มีการอภิปรายว่าภายหลังศาลฎีกามีคำพิพากษาแล้ว ตนไม่สั่งการให้การรถไฟเร่งดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายนั้น ให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านต่างๆ ของรัฐ รวมทั้งติดตามการจัดการรายได้จากทรัพย์สินให้มีประสิทธิภาพให้สอดคล้องและตอบสนองแนวนโยบายรัฐมาตลอด ส่วนที่ระบุว่าเมื่อการรถไฟ ทำหนังสือลงวันที่ 23 มิ.ย.ถึงกรมที่ดินให้เพิกถอนเอกสารสิทธิ์ในที่ดินที่เป็นปัญหานั้น เป็นเพียงการแสดงเพื่อเตรียมการตอบในการอภิปรายไม่ไว้วางใจเท่านั้น ตนขอชี้แจงว่าพื้นที่ที่เป็นข้อพิพาทต้องมีการพิสูจน์สิทธิ์ ที่ดินใดที่เป็นข้อพิพาทและเอกชนมีเอกสารสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นโฉนดที่ดิน ส.ค. 1&amp;nbsp; น.ส. 3 หรือ น.ส. 3 ก. มีความจำเป็นอย่างยิ่งว่าจะต้องมีการพิสูจน์สิทธิ์ให้เรียบร้อยก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศักดิ์สยาม กล่าวต่อว่า ประกอบกับประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 145 กำหนดว่าคำพิพากษาหรือคำสั่งมีผลผูกพันเฉพาะคู่กรณี ไม่มีผลผูกพันต่อบุคคลอื่น ดังนั้นเรื่องนี้การรถไฟจึงมีความจำเป็นต้องมีการพิสูจน์สิทธิ์ให้ทราบ ส่วนการยกคำพิพากษามานั้นเป็นกรณีของที่ดินจำนวน 35 ราย ซึ่งฟ้องต่อการรถไฟ ดังนั้นที่ดินที่มมีจำนวนกว่า 1,000 กว่าราย มีความจำเป็นที่การรถไฟจะต้องดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายให้เรียบร้อยก่อน&amp;nbsp; ทั้งนี้ประเด็นที่ระบุว่าทำไมการรถไฟจึงไม่ฟ้องขับไล่ตามความเห็นของอัยการสูงสุดนั้น การรถไฟก็ต้องพิจารณาว่ากรณีที่ประชาชนมีเอกสารสิทธิ์ที่ออกโดยชอบ โดยหน่วยงานของรัฐ สิ่งที่การรถไฟจะต้องดำเนินการคือจะต้องพิสูจน์ข้อเท็จจริงจากหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายในการออกเอกสารสิทธิ์นั้น ซึ่งก็หมายถึงกรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทย ซึ่งเรื่องนี้ปรากฏผลว่าจากคำพิพากษาของศาลฎีกา การรถไฟก็มีความเชื่อว่าการออกเอกสารสิทธิ์ของกรมที่ดิน มีความคลาดเคลื่อน ซึ่งมีความจำเป็นที่จะต้องให้กรมที่ดินพิจารณาดำเนินการตามอำนาจหน้าที่&amp;nbsp; โดยพิจารณาเพิกถอนโฉนดที่ออกทับที่ดินของการรถไฟ ตามประมวลกฎหมายที่ดินมาตรา 61 ต่อไป ซึ่งได้มีหนังสือประสานงานกับกรมที่ดินแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศักดิ์สยาม&amp;nbsp; กล่าวต่อว่า ส่วนประเด็นที่ระบุว่าทำไมการรถไฟไม่เรียกเก็บค่าเสียหายเป็นค่าเช่า คำนวณเป็นเงินงบประมาณ จำนวน 20 ล้านบาทนั้น พื้นที่บริเวณเขากระโดงเป็นพื้นที่ที่มีข้อพิพาทระหว่างการรถไฟ กับประชาชนมาอย่างยาวนาน การจัดเก็บค่าเช่าของการรถไฟจะดำเนินการได้ก็ต้องผ่านขั้นตอนของกฎหมายให้ได้ข้อยุติก่อน ซึ่งปัจจุบันการรถไฟได้มีหนังสือถึงกรมที่ดินเพื่อพิจารณาตามอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายแล้ว ส่วนที่ผู้อภิปรายได้ตั้งคำถามว่าตนควรแสดงสปิริตให้การรถไฟฟ้องร้องตน ในกรณีดังกล่าวนั้น ตนเป็นเพียงผู้อาศัยอยู่ในที่ดินโดยสุจริต บนโฉนดที่ดินเลขที่ 3466 ซึ่งเป็นเอกสารสิทธิ์ที่ออกโดยชอบด้วยกฎหมาย และออกโดยทางราชการตั้งแต่ปี 2515&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศักดิ์สยาม กล่าวว่า ส่วนกรณีที่ระบุว่าที่ดินอีกแปลงมีนาย A เป็นเจ้าของ และรมว.คมนาคม ไม่สั่งการให้การรถไฟเร่งรัดดำเนินการเป็นเพราะมีความสัมพันธ์กันหรือไม่ ขอชี้แจงว่าเมื่อการรถไฟได้รับคำพิพากษาจากศาลฎีกาก็ได้ส่งคำพิพากษาไปบังคับตาม พ.ร.บ.ให้ใช้ประมวลกฎหมายวิธีพิจาณาความแพ่ง พ.ศ.&amp;nbsp; 2477 มาตรา 275&amp;nbsp; และได้สืบหาหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษาภายในกรอบระยะเวลาที่กำหนดแล้ว ทั้งนี้ประเด็นที่ระบุว่าที่ดินในครอบครองของตนตามราคาประเมินมีมูลค่าประมาณ 20 ล้านบาท ถ้าคำนวณมูลค่าที่ดินเขากระโดง 5,000 ไร่ จะมีมูลค่าเป็นหมื่นล้านบาทนั้น การที่การรถไฟดำเนินการล่าช้าจะทำให้การรถไฟและประเทศเสียประโยชน์นั้น กรณีนี้ตนไม่ได้เป็นเจ้าของที่ดินไม่ได้เป็นผู้ครอบครอง ที่ดินตรงนี้การรถไฟดำเนินการสำรวจ ทั่วประเทศไม่ใช่เฉพาะที่เขากระโดง แต่จะสำรวจได้ต้องพิสูจน์สิทธิ์ให้เรียบร้อยก่อน ไม่เช่นนั้นก็จะมีผลกระทบต่อสิทธิของพี่น้องประชาชนที่ได้เอกสารสิทธิมาโดยชอบ และต้องดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รมว.คมนาคม กล่าวว่า ส่วนประเด็นที่ระบุว่าการดำเนินการของการรถไฟขาดความเท่าเทียมตามกฎหมาย มีการรื้อย้ายผู้บุกรุกโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน มีการฟ้องร้องรวดเร็ว เป็นเพราะมีบริษัทเอกชนขนาดใหญ่เป็นผู้รับสัมปทานนั้น รวมทั้งการบังคับใช้กฎหมายกับประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ป่า จ.ยะลานั้น&amp;nbsp; ตนในฐานะ รมว.คมนาคมได้มอบนโยบายให้การรถไฟดำเนินการทุกขั้นตอนของกฎหมาย&amp;nbsp; ตามหลักธรรมาภิบาลอย่างเคร่งครัด รวมถึงยึดหลักความเท่าเทียม เสมอภาค โปร่งใส และมีความคืบหน้ามากกว่าในทุกยุคทุกสมัยและทุก รมว.คมนาคมด้วย โดยมีหนังสือที่ คค.0202/กม. 689 ลงวันที่ 21 ก.ค. 2564 เน้นย้ำให้การรถไฟ ติดตามความคืบหน้าในการเพิกถอนเอกสารสิทธิ์ที่ออกในที่ดินที่เชื่อว่าเป็นกรรมสิทธิ์ของการรถไฟ และให้รายงานความคืบหน้าทุกเดือน พร้อมมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาแก้ไขปัญหาที่ดินที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงคมนาคม เพื่อแก้ปัญหาให้ประชาชนด้วย ทั้งนี้ยืนยันว่าตนไม่เคยแทรกแซงการทำงานของการรถไฟ และให้ยึดปฏิบัติตามข้อกฎหมายมาโดยตลอด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมในฐานะที่ส่วนหนึ่งก็เป็นประชาชนธรรมดา ผมต้องเรียนว่าผมไม่ได้มีชื่อในกรรมสิทธิ์ที่ดิน และเป็นผู้อาศัยในที่ดินที่มีเอกสารสิทธิ์ที่ออกโดยหน่วยงานราชการที่ถูกต้องตามกฎหมายโดยสุจริต ในส่วนของประชาชนที่เข้ามาตั้งแต่ปี 2502 ในพื้นที่บริเวณดังกล่าว เข้ามาตั้งแต่ผมยังไม่เกิด ผมเกิดปี 2505 ในญัตติระบุว่าผมเป็นผู้นำการบุกรุก ญัตตินั้นเข้าใจอะไรผิดหรือไม่ ส่วนกรณีญาติพี่น้องของผม การได้มาก็ถือว่าเป็นการเข้ามาครอบครองโฉนดเหมือนคนปกติทั่วไป และเป็นเอกสารสิทธิ์ที่ออกโดยหน่วยราชการที่ถูกต้องตามกฎหมายโดยสุจริต หากผู้อภิปรายมีข้อมูลหลักฐานที่ชี้ชัดได้ว่าการที่เครือญาติหรือผมถือครองเอกสารสิทธิ์ที่ท่านกล่าวอ้าง ด้วยวิธีการที่ฉ้อฉลก็ขอให้ไปยื่นฟ้องหรือดำเนินการเพื่อเพิกถอนโฉนดที่ออกโดยทางราชการในกรณีแบบเดียวกันทั่วทั้งประเทศ อย่าทำแต่ที่เขากระโดง&amp;rdquo; นายศักดิ์สยาม กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115515</URL_LINK>
                <HASHTAG>การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.), การอภิปรายไม่วางใจ, นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ, บุกรุกที่ดินเขากระโดง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210903/image_big_6131e4644f376.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115454</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/09/2021 09:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/09/2021 06:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สส.ประชาชาติฉายหนังเก่าขยี้&#039;ศักดิ์สยาม&#039;บุกรุกที่ดินเขากระโดง เทียบเคียง4ชุมชนกทม.-ที่ดินนราธิวาส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
3ก.ย.64- ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่ออภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล เมื่อเวลา 20.30 น.คืนวันพฤหัสบดี นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ส.ส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ อภิปราย นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ถึงกรณีจงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญและกฎหมาย ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง เข้าบุกรุกครอบครองที่ดินของรัฐ เพื่อนำมาเป็นของตนและเครือญาติ แม้เรื่องนี้ ส.ส.พรรคประชาชาติ เคยอภิปรายเกี่ยวกับข้อเท็จจริงกรณีที่ดินเขากระโดง จ.บุรีรัมย์ และตนจะอภิปรายในภาค2 ที่ดินเขากระโดง มีเนื้อที่ 5,083 ไร่ อยู่ภายใต้พ.ร.บ.การจัดวางรางรถไฟและทางหลวง พ.ศ. 2462 ตามมาตรา 3 (2) ปัจจุบันมีประชาชน รวมถึง รมว.คมนาคมและเครือญาติอยู่ในที่ดินแปลงนี้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ที่ดินดังกล่าวเป็นของการรถไฟ คณะกรรมการกฤษฎีกามีมติเมื่อวันที่ 17 ม.ค. 2541 และเมื่อวันที่ 12 ก.ย.2554 สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ไต่สวนแล้วเห็นว่าโฉนดเลขที่ 8564 เนื้อที่ 37 ไร่ ซึ่งเป็นที่พักของรมว.คมนาคม เป็นที่ของการรถไฟ และได้เสนอแนะให้การรถไฟฟ้องขับไล่ นอกจากนี้คำพิพากษาของศาลฎีกา วันที่ 16 ก.ค. 2560 พิพากษาขับไล่รื้อถอนและให้ชดใช้ค่าเสียหาย 35 ราย และอีกคำพิพากษาของศาลฎีกาวันที่ 22 พ.ย. 2561 พิพากษาขับไล่รื้อถอนและให้ชดใช้ค่าเสียหาย และศาลฎีกา จ.บุรีรัมย์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนเมื่อวันที่ 22 เม.ย. 2563 กับราษฎรที่ไปยื่นขอเอกสารสิทธิ์ และศาลพิพากษายกฟ้อง เพราะเห็นว่าที่บริเวณดังกล่าวเป็นที่ของการรถไฟ ข้อเท็จจริงเหล่านี้ ยืนยันว่าที่ดินที่รัฐมนตรีและเครือญาติกำลังทำธุรกิจอยู่นั้นเป็นที่ของการรถไฟ&amp;quot;นายกมลศักดิ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกมลศักดิ์ กล่าวอีกว่า เรื่องนี้มีคำพิพากษาของศาลฎีกาและหากอ่านคำพิพากษาของศาลฎีกาทั้ง 2 คดี ได้วินิจฉัยชัดเจนว่า ที่อื่นบริเวณใกล้เคียงเป็นที่ของการรถไฟ ตนได้ติดตามรัฐมนตรีในฐานะเป็นผู้กำกับดูแลการรถไฟจะมีการแอคชันหรือดำเนินการภายใต้รัฐธรรมนูญ ปรากฏว่า 2-3 เดือนหลังการอภิปรายครั้งแรก ยังไม่มีความคืบหน้า เมื่อวันที่ 23 มิ.ย.ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย เพิ่งมีหนังสือถึงกรมที่ดิน ให้เพิกถอนเอกสารสิทธิ์ที่ดิน 5,000 กว่าไร่นี้ ตามประมวลกฎหมายที่ดินมาตรา 61 โดยอ้างคำสั่ง ป.ป.ช. และคำสั่งศาลฎีกา รมว.คมนาคมและเครือญาติก็รู้มาตั้งแต่ต้นแต่ก็ยังอยู่ในบ้านหลังดังกล่าว และทำธุรกิจอย่างเป็นล่ำเป็นสัน&amp;nbsp; เมื่อวันที่ 27 ก.ค. ที่ผ่านมา กรมที่ดินมีหนังสือตอบกลับมายังการรถไฟฯว่า การจะเพิกถอนเอกสารสิทธิ์ ตามประมวลกฎมายที่ดินมาตรา 61 กับเอกสารสิทธิ์ที่มีอยู่บนที่ดินประชาชนครอบครอง รวมถึงที่ดินของรัฐมนตรีที่ครอบครองอยู่ด้วย ขอเอกสารเพิ่มเติมยังไม่สามารถดำเนินการได้ ตอนนี้รอให้การรถไฟ ส่งรูประวางแผนที่เพิ่มเติม รวมถึงรายชื่อของคนที่ครอบครองในที่ดิน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ประเด็นที่น่าสนใจของหนังสือฉบับนี้คือ ในย่อหน้าสุดท้าย ระบุว่า อนึ่งกรณีสำนักงานอัยการสูงสุดได้มีคำวินิจฉัยให้การรถไฟดำเนินการฟ้องคดีต่อศาลให้เพิกถอนโฉนดเลขที่ 3466 และ 8564 กรมที่ดินขอทราบเหตุผลที่ทางการรถไฟไม่ดำเนินการฟ้องคดี เพื่อให้เป็นไปตามความเห็นของอัยการสูงสุด ก่อนที่จะมีการพิจารณาเพิกถอนตามประมวลกฎหมายที่ดินมาตรา61จึงเป็นที่มาของญัตติไม่ไว้วางใจ ซึ่ง 2 ปีที่ผ่านมา ที่อยู่ในตำแหน่งทำไมท่านไม่ฟ้องตัวเอง หรือทำไมไม่ฟ้องเครือญาติที่อยู่ที่นั่น เพื่อให้ได้มาซึ่งสิทธิสาธารณสมบัติของแผ่นดินที่การรถไฟคืน ไม่ได้มีเจตนาขับไล่ประชาชนที่อยู่ที่นั่นขอเสนอแนะไปยังรัฐมนตรี ท่านต้องมีสปิริตในการฟ้องตัวเอง เมื่อเห็นหนังสือ 2 ฉบับที่การรถไฟเพิ่งขยับเมื่อเดือน มิ.ย. และกรมที่ดินมีหนังสือตอบกลับ ถ้าภาษาฟุตบอลเรียกสับขาหลอก อย่างน้อยเมื่อถูกอภิปรายจะได้บอกว่าทำแล้ว คดีที่ศาลฎีกาพิพากษาแล้ว ทั้ง 35 คนเวลานี้ยังไม่มีการดำเนินการใดๆ ไม่รู้ว่าท่านมีผลประโยชน์อะไรกับที่ตรงนี้ จึงไม่สั่งการให้ฝ่ายกฎหมายดำเนินการใดๆเลย คิดคำนวณค่าเสียหายคดีนี้ตามที่ศาลฎีกาพิพากษา 20 กว่าล้านบาท หากเกรงประชาชนไม่มีที่อยู่ ก็ทำสัญญาเช่ากับการรถไฟเสีย ไม่ใช่ปล่อยปละละเลยอย่างนี้ ในที่ดินที่ท่านพักอาศัยอยู่ก็ไม่มีการดำเนินการใดๆ เช่นกัน&amp;rdquo;นายกมลศักดิ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกมลศักดิ์กล่าวอีกว่า ล่าสุด 4 ชุมชนใน กทม.ที่ได้รับผลกระทบจากการสร้างรถไฟฟ้าความเร็วสูงเชื่อมต่อ 3 สนามบิน ถูกการรถไฟฟ้อง เมื่อวันที่ 20 เม.ย.ที่ผ่านมา เพื่อเร่งรัดให้มีการสร้างทางรถไฟ เป็นความไม่เท่าเทียมกันของการบังคับใช้กฎหมาย รวมถึงประชาชนในพื้นที่ จ.นราธิวาส ที่ถูกกรมอุทยานฯ ฟ้องขับไล่จากพื้นที่ป่า ยิ่งรัฐมนตรีเพิกเฉยการรถไฟยิ่งเสียผลประโยชน์ เพราะมูลค่าประเมินที่ดินกว่าหมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นทรัพย์สินของประเทศชาติ ดังนั้นรัฐมนตรีต้องมีมาตรฐานจริยธรรมอย่างสูง นายกรัฐมนตรีต้องบริหารราชการโดยใช้หลักความรับผิดชอบตามรัฐธรรมนูญมาตรา 158 หลังการอภิปรายวันนี้ตนอยากได้ยินรัฐมนตรีและนายกรัฐมนตรีชี้แจงต่อสภาว่าจะดำเนินการอย่างไรกับที่ดินเขากระโดง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในระหว่างที่นายกมลศักดิ์อภิปราย นายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย&amp;nbsp; นายรังสิกร ทิมาตฤกะ ส.ส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย นายคารม พลพรกลาง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ได้ลุกขึ้นประท้วงนายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาฯคนที่สอง ทำหน้าที่ประธานที่ประชุมเป็นระยะว่า ต้องควบคุมการประชุมอย่างเคร่งครัด เพราะผู้อภิปรายกำลังอภิปรายบิดเบือนข้อเท็จจริงหรือพูดความจริงไม่ถึงครึ่ง ทำให้มีความเข้าใจว่ารมว.คมนาคมคือผู้ถูกฟ้องร้อง เป็นการเอาหนังเก่ามาฉายซ้ำ สร้างความคลุมเครือว่าเป็นหนังใหม่ ทั้งนี้ประธานที่ประชุมได้วินิจฉัยว่า สามารถอภิปรายได้ เพราะถึงอย่างไรรัฐมนตรีที่ถูกพาดพิงก็ต้องชี้แจง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115454</URL_LINK>
                <HASHTAG>การรถไฟแห่งประเทศไทย, นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ, นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ, บุกรุกที่ดินเขากระโดง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210903/image_big_613162136aa9c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114692</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/08/2021 09:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/08/2021 09:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ศักดิ์สยาม&#039;แจงปมตั๋วร่วมอืดชี้ติดปัญหาสัญญาสัมปทานรถไฟฟ้าในอดีต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
27 ส.ค.2564 นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยในการตอบกระทู้ถามทั่วไป เรื่องความคืบหน้าในการบริหารจัดการระบบตั๋วร่วมรถไฟฟ้า (บัตรแมงมุม) และระบบตั๋วร่วมขนส่งมวลชน ตามที่นายสมเกียรติ ถนอมสินธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) พรรคก้าวไกล กรุงเทพมหานคร (กทม.) ว่า เรื่องดังกล่าว ถือเป็นเรื่องเดิมในอดีต โดยการขนส่งสาธารณะนั้น ประเทศไทย เริ่มต้นจากระบบไฟฟ้าสายสีเขียว ซึ่งถือเป็นเส้นทางแรกในปี 2542 ภายใต้การกำกับดูแลของ กทม. ถัดมาในปี 2547 ได้เปิดให้บริการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ภายใต้กำกับของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) กระทรวงคมนาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ในสัญญาสัมปทานทั้ง 2 สัญญาของโครงการรถไฟฟ้าดังกล่าวข้างต้น ไม่ได้มีการระบุถึงการใช้ระบบตั๋วร่วม ทำให้ในปี 2555 กระทรวงคมนาคม ได้มอบหมายให้สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เริ่มโครงการศึกษาการพัฒนาระบบตั๋วร่วม ซึ่งการดำเนินการที่ผ่านมา จะต้องใช้เวลาเล็กน้อย เพราะว่าในปี 2556-2558 มีการศึกษาวางแนวทางการบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม และจัดทำร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม ขณะที่ในปี 2558-2560 มีการศึกษาระบบจัดทำศูนย์บริหารจัดการรายได้กลาง (Central Clearing House: CCH) ซึ่งในขณะนี้ ดำเนินการศึกษาแล้วเสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จากนั้นในปี 2561 สนข. ได้เสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อขอออก พ.ร.บ.การบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม แต่ไม่ได้รับความเห็นชอบจาก ครม.
&amp;nbsp;
นายศักดิ์สยาม กล่าวอีกว่า โดยสรุปเบื้องต้นนั้น ปัญหาระบบตั๋วร่วมที่มีความล่าช้า ไม่สามารถเปิดบริการให้กับประชาชนได้ มี 2 ประการ ประกอบด้วย 1.มีผู้ประกอบการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนหลายราย ซึ่งในสัญญาสัมปทาน ไม่ได้ระบุให้มีการดำเนินการเรื่องระบบตั๋วร่วม ทำให้ต้องอาศัยการเจรจา ซึ่งในขณะนี้การเจรจาต่างๆ ได้ผลลุล่วงเป็นอย่างดี และ 2.ประเทศไทยยังไม่มีกฎหมาย และหน่วยงานที่รับผิดชอบเรื่องระบบตั๋วร่วมอย่างชัดเจน ทำให้ไม่มีอำนาจไปบังคับเอกชนผู้รับสัมปทานรถไฟฟ้าให้เข้าร่วมใช้ระบบตั๋วร่วมได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมเข้ามารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมในเดือน ก.ค. 2562 ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ผมได้มอบนโยบายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งรัดการพัฒนาระบบตั๋วร่วมให้สำเร็จเป็นรูปธรรม เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้บัตรโดยสารเพียงใบเดียว หรือใช้บัตรอะไรก็ได้ เพื่อผ่านเข้าระบบได้เป็นระบบเดียว เพื่อที่จะสามารถใช้ระบบขนส่งสาธารณะทุกรูปแบบ ไม่เฉพาะแค่เรื่องรถไฟฟ้า ขณะนี้ต้องเรียนว่า การศึกษาของกระทรวงคมนาคมเราสามารถที่จะไปใช้ได้ทั้งรถไฟฟ้า รถโดยสารประจำทางขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เรือโดยสาร และสามารถใช้ซื้อตั๋วโดยสารขึ้นสายการบินได้&amp;rdquo; นายศักดิ์สยาม กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศักดิ์สยาม กล่าวต่ออีกว่า สำหรับระบบตั๋วร่วมนั้น เพื่อเพิ่มความสะดวกประชาชน หันมาใช้ระบบขนส่งสาธารณะแทนการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล เพื่อแก้ปัญหาหารจราจรติดขัด และลดมลพิษปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) ในเขต กทม. และปริมณฑล สำหรับการเร่งรัดใช้ระบบตั๋วร่วมนั้น ขณะนี้ รัฐบาลโดย พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ออกระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม พ.ศ. 2563 กำหนดให้มีคณะกรรมการนโยบายระบบตั๋วร่วม (คนต.) โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานกรรมการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ที่ผ่านมายังได้ดำเนินการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ 2 คณะ ประกอบด้วย 1.คณะอนุกรรมการด้านการกำหนดมาตรฐานทางเทคโนโลยีและสถาปัตยกรรมองค์กร เพื่อกำหนดมาตรฐานและรูปแบบบัตรโดยสารร่วม และ 2.คณะอนุกรรมการด้านการกำหนดมาตรฐานอัตราค่าโดยสารและการจัดสรรรายได้ เพื่อกำหนดมาตรฐานของอัตราค่าโดยสารร่วม และค่าธรรมเนียมต่างๆ ที่เหมาะสม ซึ่งในขณะนี้คณะกรรมการทั้ง 2 ชุดสามารถศึกษารูปแบบออกมาอย่างเป็นรูปธรรม และสามารถดำเนินการให้ประชาชนได้ใช้ระบบตั๋วร่วมในเร็วๆ นี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114692</URL_LINK>
                <HASHTAG>การบริหารจัดการระบบตั๋วร่วมรถไฟฟ้า (บัตรแมงมุม), ตั๋วร่วมรถไฟฟ้า, นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210509/image_big_6097c29caf020.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
