<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>96115</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/03/2021 13:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/03/2021 13:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อว.ชงครม.กม.5ฉบับแก้มหา&#039;ลัยติดขัดระเบียบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;

15มี.ค.64- อว. ชงกฎกระทรวงฯ 5 ฉบับให้ครม.พิจารณา แก้ไขข้อติดขัดมหาวิทยาลัยในเรื่องกฎระเบียบ เปิดทางปรับปรุงมาตรฐานหลักสูตรใหม่ &amp;nbsp;เพิ่มความคล่องตัวบริหารงาน &amp;nbsp;ขับเคลื่อนทันการเปลี่ยนแปลงของโลก

นายศุภชัย ปทุมนากุล รองปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (รองปลัด อว.) ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการมาตรฐานการอุดมศึกษา (กมอ.) กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ กมอ. ได้มีมติเห็นชอบร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับอุดมศึกษา จำนวน 5 ฉบับ ได้แก่ 1. ร่างกฎกระทรวงมาตรฐานการจัดการศึกษา พ.ศ. ... 2. ร่างกฎกระทรวงมาตรฐานหลักสูตรระดับอุดมศึกษา พ.ศ. ... 3. ร่างกฎกระทรวงมาตรฐานตำแหน่งทางวิชาการในสถาบันอุดมศึกษา พ.ศ. ... 4. ร่างกฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานการอุดมศึกษาอื่น พ.ศ. ... และ 5. ร่างกฎกระทรวงมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษา พ.ศ. &amp;hellip; ซึ่งขณะนี้ ร่างกฏหมายทั้ง 5 ฉบับ อยู่ระหว่างการเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณา ทั้งนี้เมื่อผ่านการพิจารณาของ ครม.แล้ว ขั้นตอนต่อไปก็จะเสนอให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณาก่อนประกาศใช้ คาดว่าจะสามารถประกาศใช้ได้ภายในเดือนมิถุนายนนี้

&amp;quot;กฎหมายทั้ง 5 ฉบับนี้ จะให้อำนาจในการปรับแก้กฎ ระเบียบ ข้อบังคับต่างๆ ที่เป็นปัญหาและทำให้การขับเคลื่อนงานของสถาบันอุดมศึกษาติดขัด รวมถึงการปรับปรุงแก้ไขมาตรฐานหลักสูตร ที่จะต้องดำเนินการให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งกฎหมายนี้จะช่วยให้การทำงานภายในมหาวิทยาลัยมีความคล่องตัวและยืดหยุ่นมากยิ่งขึ้น และก้าวทันการเปลี่ยนแปลงของโลก&amp;quot;รองปลัด อว.กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96115</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ครม., #มหาวิทยาลัย, #อว., นายศุภชัย ปทุมนากุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210208/image_big_602110c765c21.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>95865</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/03/2021 17:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/03/2021 17:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อว. เตรียมประกาศปรัชญาอุดมศึกษาใหม่ มุ่งพลิกโฉม มหาวิทยาลัย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 มี.ค.64-ที่โรงแรมแคนทารี เชียงใหม่ - กระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จัดการประชุมสัมมนาวิชาการ &amp;quot;พลิกโฉมมหาวิทยาลัย เดินหน้าสู่อนาคต&amp;quot; เร่งสร้างความเข้าใจสถาบันอุดมศึกษาพื้นที่ภาคเหนือโดยมีนายศุภชัย ปทุมนากุล รองปลัด อว.กล่าวบรรยายพิเศษ เรื่องนโยบายของ อว.กับทิศทางของมหาวิทยาลัยในยุค New normal ตอนหนึ่งว่า เร็วๆ นี้ อว.จะมีประกาศเกี่ยวกับปรัชญาอุดมศึกษาใหม่ โดยการอุดมศึกษาจะการสร้างบัณฑิตและพัฒนากำลังคนทุกช่วงวัย ให้เป็นผู้มีคุณธรรม จริยธรรม และสมรรถนะที่จำเป็น และสามารถรับรองทุกการเปลี่ยนแปลงได้ อีกทั้งต้องร่วมกับภาคส่วนต่างๆ ทั้งรัฐ เอกชน ชุมชน และภาคประชาสังคม ซึ่งเราจะใช้ปรัชญานี้ในการดำเนินการเรื่องต่างๆ
นอกจากนี้ อว.จะต้องมีการกำหนดนโยบาย เป้าหมายที่ชัดเจน ให้สอดคล้องกับปรัชญานี้ เพื่อให้สถาบันอุดมศึกษา สามารถสร้างบัณฑิตและพัฒนากำลังคนได้ตามปรัชญานี้ และการจัดสรรงบประมาณก็จะสอดรับกับปรัชญานี้ด้วย ส่งเสริมการจ้างงานที่อิงสมรรถนะมากขึ้น และต้องมีการปรับปรุงระบบมาตรฐานอุดมศึกษาให้สอดคล้องกับไปปรัชญานี้ รวมถึงจะมีการปรับปรุงกฏระเบียบต่างๆ ให้สถาบันอุดมศึกษา สามารถขับเคลื่อนไปได้ตามปรัชญานี้ ทั้งนี้ อว.พยายามที่จะผลักดันการจัดตั้งกองทุนพัฒนาการอุดมศึกษา ที่จะนำมาใช้ในการยกระดับสถาบันอุดมศึกษาให้พัฒนาให้ไปสู่สากล ซึ่งคาดว่าจะผลักดันให้เกิดขึ้นได้ในปลายปี 2564 นี้ และจะต้องมีการสร้างระบบมาตรฐานอุดมศึกษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;บทบาทของ อว.ในช่วงการแพร่สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 เราน่าจะเป็นหน่วยงานเดียวที่ทำทุกเรื่องทั้งวิชาการ การป้องกัน งานวิจัย องค์ความรู้ต่างๆ อุปกรณ์ป้องกัน รวมถึงบทบาทในการฟื้นฟูเศรษฐกิจ อว.ก็เป็นหน่วยงานที่ขับเคบื่อนเรื่องเหล่านี้ ซึ่งต้องขอบคุณมหาวิทยาลัยที่เข้ามาช่วยขับเคลื่อน อย่างก็ไรตาม จากนี้มหาวิทยาลัยจะต้องไม่ใช่ทำหน้าที่แค่พัฒนาพื้นที่เท่านั้น แต่มหาวิทยาลัยต้องได้ประโยชน์จากพื้นที่ในเชิงองค์ความรู้ด้วย&amp;quot;รองปลัด อว.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านายพีระพงศ์ ทีฆสกุล ประธานอนุกรรมการพลิกโฉมมหาวิทยาลัย กล่าวว่า เรื่องการพลิกโฉมมหาวิทยาลัย อว. ต้องการให้มหาวิทยาลัยดำเนินการเรื่องนี้ในลักษณะเป็นภารกิจไม่ใช่แค่การดำเนินโครงการหนึ่งเท่านั้น เพราะเรื่องนี้จะมีส่วนในการช่วยพลิกโฉมมหาวิทยาลัยได้ และยังจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศ อีกทั้งหากมหาวิทยาลัยยังอยู่เหมือนเดิมไม่พัฒนาไปตามการเปลี่ยนแปลงของโลกที่หมุนเร็ว การที่เราเดินช้าจะส่งผลให้คนอื่นจะไปเร็วกว่า จนเหมือนกับมหาวิทยาลัยของเราถอยหลัง ดังนั้นมหาวิทยาลัยจะต้องเปลี่ยนและเปลี่ยนเร็ว เพราะมหาวิทยาลัยถือเป็นผู้ชี้นำสังคม สามารถบอกสังคมได้ว่าจะทำอะไร อย่างไร และการการพลิกโฉมมหาลัยนั้น จำป็นต้องใช้นวัตกรรมเข้ามาช่วยในการตอบโจทย์เรื่องต่างๆ อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันประเทศไทยมีทิศทางการขับเคลื่อนประเทศที่ชัดเจนขึ้น จากแผนพัฒนาต่างๆ เช่น เรื่อง BCG (Bio-Circular-Green Economy) เศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว เป็นต้น ดังนั้นเราจะใช้เรื่องเหล่านี้มาเป็นตัวตั้งและขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยให้ตอบโจทย์ทิศทางประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพีระพงศ์ กล่าวต่อว่า สำหรับการแบ่งกลุ่มมหาวิทยาลัยเกิดจากการที่ทุกมหาวิทยาลัย ดำเนินงานเหมือนกัน และแข่งกัน ทำให้การขับเคลื่อนเดินไปอย่างช้า อว. จึงเห็นว่าต้องมีการพลิกโฉมมหาวิทยาลัยตามการแบ่งกลุ่ม ตามความถนัดของแต่ละมหาวิทยาลัย ภายใต้การขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยตาม 5 กลุ่มยุทธศาสตร์หลัก ได้แก่ 1.กลุ่มมุ่งยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนา การวิจัยระดับแนวหน้าของโลก (Global &amp;amp; Frontier Research) 2.กลุ่มมุ่งยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาเทคโนโลยีและส่งเสริมการสร้างนวัตกรรม (Technology &amp;amp; Innovation) 3.กลุ่มมุ่งยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาชุมชนเชิงพื้นที่ (Area-Based &amp;amp; Community) 4.กลุ่มมุ่งยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาปัญญาและคุณธรรมด้วยหลักศาสนา (Moral &amp;amp; Intellectual Cultivation) และ 5.กลุ่มมุ่งยุทธศาสตร์ด้านการผลิตและพัฒนาบุคลากรวิชาชีพและสาขาเฉพาะทาง (Specialized &amp;amp; Professional) ซึ่งแต่ละมหาวิทยาลัยจะต้องประเมินตัวเอง เพราะบางแห่งอยู่ในพื้นที่เดียวกันแต่ตวามถนัดก็ต่างกัน อีกทั้งการดำเนินงานต่อจากนี้ อว.ต้องการให้มหาวิทยาลัยมีการบูรณาการร่วมกันกับท้องถิ่น ภาคเอกชน และหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อที่จะผลักดันให้มหาวิทยาลัยขับเคลื่อนไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;อย่างไรก็ตาม หากร่างกฎ อว. เรื่องการจัดกลุ่มสถาบันอุดมศึกษา พ.ศ.... เรียบร้อยแล้ว ผมเชื่อว่าการพลิกโฉมมหาวิทยาลัยในครั้งนี้ จะขับเคลื่อนอย่างตรงจุดและช่วยให้มหาวิทยาลัยมีจุดเน้นพัฒนาทักษะ ความถนัดให้มีความเข้มแข็ง ตอบโจทย์ประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ&amp;quot;ประธานอนุการพลิกโฉมมหาวิทยาลัย กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95865</URL_LINK>
                <HASHTAG>#มหาวืทยาลัย, #อว., นายศุภชัย ปทุมนากุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210312/image_big_604b44b791164.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
