<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>13735</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/07/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เร่งเครื่องพลังดูด! สามมิตรนัดถกทุกวันจันทร์ ฟื้นประชานิยม/ทาบกปปส.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ประวิตร-ศุภชัย&amp;rdquo; ประสานเสียง ป้อง &amp;ldquo;สามมิตร&amp;rdquo; เดินสายดูด ชี้ยังเป็นวุ้นไม่ใช่พรรคการเมือง สมศักดิ์คึกสั่งถกทุกวันจันทร์ ปลายเดือนนัดหารือใหญ่ พร้อมปลุกผีนโยบาย &amp;ldquo;โคล้านตัว-ข้าวตันละ 8 พันบาท&amp;rdquo; ถึงคิวทาบ กปปส. &amp;ldquo;ภิรมย์&amp;rdquo; เข้าพบศิษย์เอกหลวงปู่พุทธะอิสระ อ้างสลายสีเสื้อมุ่งหน้าปรองดอง พ่วงขอใช้บ้านทรงไทยเป็นที่เคลื่อนไหวของกลุ่ม &amp;ldquo;แรมโบ้อีสาน&amp;rdquo; เตรียมถอนคำสาบานย่าโมลงการเมือง แฉช่วงตกระกำลำบากเพื่อไทยไม่เคยเหลียวแล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพฤหัสบดี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม &amp;nbsp;ให้สัมภาษณ์ถึงการประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่อย่างเป็นทางการ (ครม.สัญจร) ว่า ลงพื้นที่มาตลอด 2-3 ปี พอมาลงตอนนี้ไม่ได้แล้วหรือ ไปก็ไม่ได้ไปพบอดีต ส.ส. แต่นายกฯ ไปพบประชาชน ติดตามงานที่สั่งการไว้ และในส่วนของตนก็ลงพื้นที่ไปดูงานที่รับผิดชอบ เช่น ไปดูการทำงานของตำรวจ รวมถึงไปดูทหารและกระทรวงมหาดไทย แต่เขาไม่สนใจเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า จ.อุบลราชธานีเคยเป็นพื้นที่ของกลุ่มคนเสื้อแดงและมีความขัดแย้งทางการเมืองสูง ขณะนี้สถานการณ์ในพื้นที่เป็นอย่างไร พล.อ.ประวิตรตอบว่า เรียบร้อยดี ทุกพื้นที่ไม่มีปัญหาอะไร มีแต่ในพื้นที่ กทม. ยืนยันว่าสถานการณ์การเมืองขณะนี้ยังไม่มีการรวมกลุ่มและเดินขบวนชุมนุม จึงยังไม่มีอะไรวิตกกังวล เพราะเขาเชื่อฟังและเชื่อมั่นว่าคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่เรายังไม่ปลดล็อก หากจะทำกิจกรรมอะไรก็ต้องขออนุญาตจาก คสช. &amp;nbsp;
&amp;ldquo;ไปได้ทุกภาค ก็เป็นคนไทย ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง&amp;rdquo; พล.อ.ประวิตรยืนยัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงกำหนดการลงพื้นที่ ครม.สัญจรครั้งนี้ มีการยกเลิกกำหนดการพบผู้นำท้องถิ่น ทั้งที่ก่อนหน้านี้มีการพบทุกจังหวัด เป็นการหลบกระแสวิพากษ์วิจารณ์หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่ได้หลบ เขามาพบก็พบ ไม่มาพบก็ไม่พบ ทุกครั้งเขาขอพบ เราก็พบ เขาไม่ขอพบก็ไม่พบ เพราะไม่ได้มีอยู่ในกำหนดการ ส่วนครั้งนี้ไม่รู้ เท่าที่ดูก็ไม่มี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวในเรื่องนี้ว่า &amp;nbsp;ถ้ารัฐบาลคุยกับนักการเมือง สื่อก็จะมาด่า การเมืองมันมีอยู่ 2 ภาค คือภาคบริหารราชการแผ่นดินกับการเมืองภาคการเมือง ซึ่งเป็นกิจกรรมของคนเล่นการเมือง โดยอาจไปต่อสู้ช่วงชิงอำนาจกัน แต่การไปลงพื้นที่ไม่ว่ารัฐบาลใด ถือเป็นการเมืองภาคบริหาร คือลงไปทำงาน แต่จะลงไปคุยระหว่างที่ลงพื้นที่หรือที่สื่อเรียกว่าไปจีบ ดูด ถือเป็นกิจกรรมส่วนตัว จะบอกว่ารัฐบาลลงไปทำไม่ได้ แต่ปัญหาคือตัวบุคคลที่ลงไปนั้นมันซ้ำกัน ซึ่งจะเป็นปัญหามากในรัฐบาลเลือกตั้ง เช่น การวิจารณ์ว่าการที่นายกฯ หาเสียงสามารถทำอะไรในเวลาราชการได้หรือไม่ได้บ้าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตีมึนยกเลิกคุยท้องถิ่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การลงพื้นที่ประชุม ครม.สัญจรของรัฐบาล มีเป้าหมายหลักคือประชุม ครม.รับฟังความคิดเห็นจากประชาชน องค์กรในท้องที่ ซึ่งหลังประชุม ครม.สัญจรที่ จ.สุพรรณบุรีและพระนครศรีอยุธยา ก็มีคำถามว่าเหตุใดจึงไม่ฟังเสียงนักการเมืองและอดีตนักการเมืองบ้าง เพราะรู้ปัญหา และรู้ว่าที่ผ่านมาทำไมถึงแก้ปัญหาไม่ได้ การประชุม ครม.สัญจรที่สุโขทัยจึงเป็นครั้งแรกที่นัดหมายนักการเมืองมาพูดคุย นำโดยนายสมศักดิ์ เทพสุทิน และนักการเมืองท้องถิ่นประมาณ 30 คน พูดคุยจบก็ไม่มีอะไรเป็นพิเศษ ถ้าเขาจะทำกันเขาคงไม่ทำอย่างประเจิดประเจ้อ เพราะไปทำที่อื่นก็ได้ แต่ครั้งนี้ที่ไม่มีกำหนดการพบผู้นำท้องถิ่นและนักการเมือง ผมไม่รู้ว่าสาเหตุอะไร&amp;rdquo; นายวิษณุกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า การยกเลิก เพราะรัฐบาลหลบเลี่ยงเสียงวิจารณ์หรือไม่ นายวิษณุตอบว่า ไม่ทราบ อาจจะพบแล้วรู้สึกว่าไม่ได้ประโยชน์ เพราะแต่ละคนพูดได้ไม่กี่คำ ตรงนี้ไม่ทราบ แต่ทุกครั้งที่พบกัน มีนักการเมืองมาร่วมเยอะ แต่รัฐบาลมีเวลาน้อย นักการเมืองก็กลับไปบ่นว่ามาทั้งทีแต่ไม่ได้พูดอะไร รู้อย่างนี้ไม่มาดีกว่า ดังนั้นจึงไม่จัดดีกว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับกระแสข่าวการดูดอดีต ส.ส.เข้าสู่พรรคพลังประชารัฐ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ดูดอะไร ใครดูด ไม่รู้ ใครเป็นคนคิดเรื่องดูด แล้วใครทาบทาม พรรคพลังประชารัฐมีอยู่ที่ไหน เป็นของใคร เราไม่รู้เลย ก็คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เขาว่ากันไป ส่วนการย้ายพรรคก็เป็นเรื่องธรรมชาติของอดีต ส.ส. เพราะช่วงนี้อยู่ในช่วงของการเมือง ทุกครั้งก็เป็นอย่างนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตรยังกล่าวถึงกรณีนายสมศักดิ์ แกนนำกลุ่มสามมิตร หารือเครือข่ายชาวนา ถือเป็นการเคลื่อนไหวทางการเมืองหรือไม่ ว่าไม่รู้ เคลื่อนไหวไปทำไม เรื่องที่เขาสัญญาก็ต้องไปถามเขา มาถามตนเองจะรู้ไหม ส่วนการเคลื่อนไหวจะถือว่าผิดคำสั่ง คสช.หรือไม่นั้น เขาคุยกัน เป็นเรื่องของการพูดคุย ยังไม่ได้ทำอะไร และยังไม่เป็นพรรคการเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายวิษณุปฏิเสธไม่ขอออกความเห็นในเรื่องนี้ ส่วนจะเชื่อมโยงว่าเป็นการสัญญาของรัฐบาลหรือไม่ในการขายข้าวตันละ 8,000 บาทนั้น ตอบไม่ถูก เพราะไม่รู้เรื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต. กล่าวว่า ขณะนี้มีคำร้องเรียนของนายสุชาติ ลายน้ำเงิน อดีต ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย (พท.) ที่ยื่นคำร้องเข้ามา ซึ่ง กกต.ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงแต่เบื้องต้น โดยทุกคนที่จะจัดตั้งพรรคการเมืองสามารถหาผู้ร่วมก่อตั้งได้ ไม่เป็นความผิด ส่วนการเสนอสัญญาว่าจะให้ผลประโยชน์ตอบแทนนั้น ไม่ว่าทางตรงหรืออ้อมเป็นความผิด แต่ตอนนี้ยังไม่ปรากฏว่าการทาบทามมีการเสนอหรือสัญญาว่าจะให้ผลประโยชน์ตอบแทน แต่ กกต.กำลังตรวจสอบ ถ้าใครมีหลักฐานให้ส่งมา และเมื่อดำเนินคดีเสร็จแล้วผู้แจ้งเบาะแสก็จะได้รับรางวัล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ที่กลุ่มสามมิตรประกาศสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ ต่อไป ถือเป็นสิทธิ แต่การสนับสนุนนั้นอย่าทำผิดกฎหมายเลือกตั้งและกฎหมายพรรคการเมือง ส่วนใครที่กล่าวหาต้องระมัดระวัง อย่ากล่าวหาเท็จ เพราะจะถูกตัดสิทธิ์การลงสมัครรับเลือกตั้ง&amp;rdquo; นายศุภชัยกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กกต.ชี้สามมิตรยังเป็นวุ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า การเคลื่อนไหวของกลุ่มสามมิตรคู่ขนานไปกับการลงพื้นที่ของนายกฯ จะเข้าข่ายผิดกฎหมายใดหรือไม่ นายศุภชัยกล่าวว่า ต้องแยกแยะ การลงพื้นที่ของฝ่ายบริหารมีหน้าที่บำบัดทุกข์บำรุงสุขให้ราษฎร อาจเป็นเรื่องบังเอิญ แต่ถ้าใครมีหลักฐานว่าสองฝ่ายนี้ร่วมมือกันให้เงินเพื่อตอบแทนให้เป็นสมาชิกพรรค ก็ส่งมาให้ กกต.ได้ แต่ขณะนี้พรรคก็ยังไม่ได้ตั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านแหล่งข่าวจากแกนนำกลุ่มสามมิตรกล่าวถึงความเคลื่อนไหวของกลุ่มว่า จากนี้แกนนำจะพบปะพูดคุยกับบรรดาอดีต ส.ส.ที่ตัดสินใจย้ายมาร่วมงานกับพรรคพลังประชารัฐในการเลือกตั้งครั้งหน้าทุกวันจันทร์ โดยอาจใช้สถานที่ร้านกินเส้น ย่านสนามบิน หรือสนามกอล์ฟไพน์เฮิร์สท ซึ่งขณะนี้ถือว่าอยู่ในขั้นตอนการวางนโยบายต่างๆ ที่คาดว่าจะใช้หาเสียง โดยกลุ่มสามมิตรจะให้ความสำคัญกับการวางนโยบายระดับรากหญ้าเพื่อดูแลประชาชน รวมถึงเกษตรกร ซึ่งมี 2 นโยบายแล้ว คือนโยบายโค 1 ล้านตัว และผลักดันราคาข้าวนาปรังที่ราคาไม่ตํ่ากว่า 8,000 บาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;โฆษกของกลุ่มสามมิตรคาดว่าจะเป็นนายธนกร วังบุญคงชนะ เนื่องจากเป็นบุคคลที่ใกล้ชิดและได้รับความไว้วางใจจากนายสมศักดิ์ และในช่วงปลายเดือน ก.ค.นั้น กลุ่มสามมิตรจะนัดพบกันครั้งใหญ่ของสมาชิกกลุ่มสามมิตรที่สนามกอล์ฟไพน์เฮิร์สทด้วย&amp;rdquo;
ทั้งนี้ ความเคลื่อนไหวล่าสุดของกลุ่มสามมิตร พบว่า นายภิรมย์ พลวิเศษ เลขาฯ กลุ่มสามมิตร ได้เดินทางมาหารือกับนายสิระ เจนจาคะ อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) หนึ่งในอดีตแกนนำคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงปฏิรูปประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แบบอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) และศิษย์เอกอดีตหลวงปู่พุทธะอิสระ เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับความร่วมมือในการปรองดองชาติที่บ้านทรงไทย แจ้งวัฒนะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายภิรมย์กล่าวว่า กลุ่มสามมิตรยึดแนวทางสร้างความปรองดอง ซึ่งก่อนหน้านั้นก็ได้เดินสายพูดคุยกับกลุ่มการเมืองอื่นๆ โดยไม่เลือกฝ่าย จึงได้มาพบนายสิระ ซึ่งถือว่าเป็นเพื่อนเก่าที่เคยต่อสู้ทางการเมืองเหมือนกัน และที่สำคัญเป็นผู้ที่อยู่เคียงบ่าเคียงไหล่กับหลวงพ่อพุทธะอิสระ ซึ่งกลุ่มสามมิตรตั้งใจจะเดินทางมาพูดคุย แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับกลุ่ม กปปส. ว่าคิดเห็นอย่างไรบ้างที่จะให้ประเทศเดินทางไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคง เพราะจากการที่เดินทางไปพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ในภาคอีสาน ส่วนใหญ่ก็เห็นด้วยจะจับมือกันเดินหน้า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;วันนี้ก็ยินดียิ่งที่ได้มาพูดคุยกับอีกฝั่ง ซึ่งอยู่ในกลุ่ม กปปส. นอกจากนี้ผมเห็นว่าที่บ้านทรงไทย แจ้งวัฒนะ ซึ่งเคยเป็นจุดยุทธศาสตร์การเคลื่อนไหวสำคัญของ กปปส.มาก่อน จึงอยากมาขอใช้สถานที่บ้านทรงไทย แจ้งวัฒนะ เป็นศูนย์ประสานงานกลุ่มสามมิตรในพื้นที่กรุงเทพฯ ด้วย&amp;rdquo; นายภิรมย์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสิระกล่าวว่า กลุ่มสามมิตรนำเรื่องการปรองดองมาพูดคุย เพราะเห็นด้วยที่จะมีการสลายสีเสื้อต่างๆ เราควรจะเป็นเสื้อสีเดียวกันทั้งประเทศ เพราะตอนนี้ประเทศชาติต้องการการปรองดอง เพื่อพัฒนาประเทศสู่ความเจริญในทุกๆ ด้าน ส่วนกลุ่ม กปปส.ในกรุงเทพฯ นั้น หากกลุ่มสามมิตรมาเชิญชวนให้ร่วมทำงานด้วย ก็ยินดีและพร้อมเสมอ เพราะเราก็ต้องการให้เกิดความปรองดองของคนใน กทม.เช่นกัน&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ที่กลุ่มสามมิตรจะขอใช้สถานที่บ้านทรงไทย ก็ไม่มีปัญหาอะไร ยินดีให้ใช้เต็มที่ เพราะครั้งหนึ่งสถานที่แห่งนี้ก็เคยเป็นจุดยุทธศาสตร์ของกลุ่ม กปปส.เคลื่อนไหวเพื่อประเทศมาแล้ว ครั้งนี้หากกลุ่มสามมิตรจะใช้ทำงานเพื่อประเทศชาติอีกครั้งก็ยินดียิ่ง&amp;rdquo;นายสิระกล่าว
ซัดยามยากไม่เคยดูแล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ หรือแรมโบ้อีสาน อดีตแกนนำ นปช. กล่าวถึงกรณีนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. ที่ระบุว่าเคยสาบานต่อหน้าย่าโมแล้วว่าจะไม่เล่นการเมือง แต่กลับไปร่วมพรรคกับกลุ่มสามมิตรและพรรคพลังประชารัฐว่า ขณะที่กล่าวคำสาบานต่อหน้าย่าโม นายณัฐวุฒิได้มาฟังคำพูดหรืออย่างไร และที่ผ่านมาได้ยื่นใบลาออกจากพรรคเพื่อไทยตั้งแต่ มิ.ย.2557 ไม่ได้เกี่ยวข้องมานานกว่า 5 ปีแล้ว ผู้ใหญ่ในพรรคก็ไม่เคยเห็นคุณค่า ไม่เคยติดต่ออะไรมาเลยในยามตกระกำลำบากตลอดเวลา 4-5 ปี ซึ่งตนเองได้ลงพื้นที่ตลอด ไม่เคยทอดทิ้งประชาชน มาวันนี้ทนกระแสเรียกร้องให้กลับมาทำงานการเมืองไม่ไหว ประกอบกับมีผู้ใหญ่เห็นคุณค่าและอยากให้กลับมาช่วยกันทำประโยชน์ให้บ้านเมือง ซึ่งก็พร้อมร่วมงานกับกลุ่มสามมิตร เพราะเห็นว่าบ้านเมืองสงบสุขแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ในเร็ววันนี้ผมจะไปจุดธูปบอกกับย่าโมว่าผมขออนุญาตถอนคำสาบานกลับเข้าสู่การเมืองอีกครั้งเพื่อรับใช้ประชาชน ซึ่งเชื่อว่าย่าโมเข้าใจและไม่มีปัญหา เพราะผมคือลูกหลานย่าโม เป็นคนโคราชโดยกำเนิด ส่วนคนที่จะไม่เข้าใจและมีปัญหาคือคนที่ไม่อยากให้ผมกลับมาเล่นการเมือง และพยายามหาข้ออ้างมาโจมตีต่างๆ นานา ผมจะกลับมาเล่นการเมืองแน่นอนและอธิบายเหตุผลให้ประชาชนเข้าใจได้ ไม่ต้องมาห่วงหรือมาแคร์อะไรกับผม&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุภรณ์ยังกล่าวว่า ขอร้องให้ทุกกลุ่มทุกสีลืมเรื่องอดีตที่เจ็บปวดไปเสีย แล้วหันหน้ามาปรองดองร่วมมือหาทางออกให้กับประเทศชาติ และสร้างประชาธิปไตยให้เกิดขึ้นอย่างแท้จริง และขอให้ทุกคนเห็นแก่แผ่นดินไทย ฉะนั้นนับแต่วันนี้ จงอย่าแบ่งแยกสีแยกกลุ่มกันอีกเลย มาร่วมมือกันทำสิ่งเหล่านี้ดีกว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวว่า ไม่มีอะไรที่จะต้องแสดงความเห็นเพิ่มเติมในเรื่องดูด เพราะพูดชัดเจนแล้วว่าการนำผลประโยชน์หรืออะไรมาแลกเปลี่ยนกันทางการเมืองเป็นจุดเริ่มต้นที่ไม่ดีแน่นอน มีแต่ทำให้การเมืองแย่ลง และไม่อยากไปต่อปากต่อคำ ต่อล้อต่อเถียงกับใครในเรื่องนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมมองว่าประชาชนก็คงเบื่อหน่าย ถ้าคิดว่าการเมืองเป็นเรื่องผลประโยชน์ของนักการเมือง ใครจะอยู่ที่ไหนแล้วได้ดี ใครจะอยู่ที่ไหนแล้วได้ตำแหน่ง เขาก็อยากจะเห็นการเมืองเป็นเรื่องเขามากกว่า ว่าตกลงเศรษฐกิจถ้าจะทำให้มันดีขึ้นกว่าปัจจุบัน หรือทำให้เท่าเทียมกันกว่าปัจจุบันจะทำอย่างไร&amp;rdquo; นายอภิสิทธิ์กล่าว&amp;nbsp;
ไม่ให้ราคา&amp;rdquo;แม้ว-ปู&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตรยังตอบคำถามถึงความเคลื่อนไหวของนายทักษิณ ชินวัตร และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ในต่างประเทศจะเป็นอุปสรรคต่อการเดินหน้าไปสู่ประชาธิปไตยของไทยหรือไม่ว่า ต้องให้ประชาชนเป็นคนดู เพราะว่าเขาหนีไป ส่วนการติดตามตัวนั้น ทางตำรวจและอัยการเขาทำอยู่แล้ว
&amp;ldquo;ผมไม่คิด ผมเฉยๆ ก็แล้วแต่ ถ้าคุณจะคิดก็คิด &amp;nbsp;ผมไม่รู้ว่าเขาจะไปทำอะไร&amp;rdquo; พล.อ.ประวิตรกล่าวตอบคำถามถึงการเคลื่อนไหวของอดีตนายกฯ จะทำให้บ้านเมืองบ้านเราให้กลับไปเป็นแบบเดิมหรือไม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนความคืบหน้าการตรวจสอบคลิปวิดีโอของนายทักษิณ ที่ประกาศว่าพรรคเพื่อไทยจะชนะเลือกตั้งในการเลือกตั้งครั้งหน้าว่า เข้าข่ายชี้นำ ครอบงำพรรคหรือไม่ นายศุภชัยกล่าวว่า ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบหาข้อเท็จจริงว่าพูดกับใคร กับกรรมการบริหารพรรคหรือไม่ เพราะจะเป็นความผิดได้ก็ต่อเมื่อพรรคให้บุคคลที่ไม่ได้เป็นสมาชิกชี้นำ ครอบงำ แต่คำพูดของนายทักษิณจะเป็นการชี้นำหรือไม่ ต้องตรวจสอบก่อน ในชั้นนี้จึงอยู่ในระหว่างการติดตาม ยังไม่มีการตั้งคณะทำงานขึ้นมาสอบสวนข้อเท็จจริง อีกทั้งพรรคการเมืองก็ยังประชุมไม่ได้ จึงต้องดูข้อกฎหมายและข้อเท็จจริงให้ชัดเจนก่อน ขณะนี้ยังไม่ถึงขั้นไปขนาดนั้น แต่ถ้าใครมีหลักฐานหรือเบาะแส สามารถส่งมาที่ กกต.ได้ และหากนำไปสู่การฟ้องร้อง ผู้ที่เอาหลักฐานมาให้จะได้รางวัลในการชี้ช่องเบาะแส &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ชั้นนี้ยังเป็นเพียงการกล่าวหาลอยๆ ซึ่งตามกฎหมายพรรคการเมือง มาตรา 101 การกล่าวหาด้วยความเท็จ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน &amp;nbsp;1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และอาจถูกตัดสิทธิ์สมัครรับเลือกตั้ง หากเป็นการกระทำของพรรคการเมือง ก็ส่งศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรคและตัดสิทธิ์กรรมการบริหารพรรค&amp;rdquo; นายศุภชัยระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับความคืบหน้าในการแก้ไขคำสั่ง คสช.ที่ 53/2560 นั้น นายศุภชัยกล่าวว่า กกต.ได้เตรียมระเบียบ ประกาศต่างๆ ไว้รองรับแล้ว เมื่อ กกต.ชุดใหม่เข้าปฏิบัติหน้าที่ ก็ดำเนินการได้เลย ไม่ต้องมีการส่งมอบงานใดๆ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
ด้านนายวิษณุ กล่าวถึงความชัดเจนของรูปแบบการทำไพรมารีโหวตว่า เรากำลังดูว่าจะทำอย่างไรให้สมาชิกได้มีส่วนร่วมตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งได้เตรียมทางออกทุกทางไว้แล้ว และคณะกรรมการกฤษฎีกาได้พิจารณาแนวทางทั้งหมดเกือบเสร็จแล้ว คิดว่าจะหาข้อสรุปได้ก่อนการหารือกับพรรคการเมืองรอบสอง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ไม่จำเป็นต้องเร่งรีบ เพราะการจะทำไพรมารีโหวตได้ต้องแบ่งเขตเลือกตั้งก่อน และเมื่อแบ่งเขตเสร็จแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องเอาทั้ง 5 แนวทางไปฟังความเห็นพรรคการเมืองอีก ไม่ใช่รัฐบาลไม่แคร์หรือไม่แยแส แต่พรรคการเมืองได้สะท้อนความต้องการของตัวเองมาหมดแล้ว จึงไม่มีอะไรต้องไปจ้ำจี้จ้ำไช ย้ำถามไปหลายหน แต่ไม่ทราบว่าเรื่องดังกล่าวจะได้คำตอบสุดท้ายเมื่อใด&amp;rdquo; นายวิษณุกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13735</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะรักษาความสงบแห่งชาติ, ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ, นายศุภชัย สมเจริญ, พรรคประชาธิปัตย์, พรรคพลังประชารัฐ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, วิษณุ เครืองาม, สุภรณ์ อัตถาวงศ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180719/image_big_5b509a6c95f4d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13328</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/07/2018 11:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/07/2018 11:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;ศุภชัย&#039;แนะ5ว่าที่กกต.ชุดใหม่ศึกษากฎหมายให้รอบคอบ  เป็นกลางทางการเมือง ซื่อสัตย์สุจริต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
13ก.ค.61- นายศุภชัย สมเจริญ&amp;nbsp; ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) กล่าวถึงกรณีที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)มีมติเห็นชอบ 5 รายชื่อว่าที่กกต. ว่า ตนขอแสดงความยินดีกับว่าที่กกต.ชุดใหม่ทั้ง 5 คน ที่ผ่านความเห็นชอบจากสนช. โดยขั้นตอนต่อไปทั้ง 5 คนต้องไปลาออกจากตำแหน่งทุกตำแหน่ง จากนั้นว่าที่กกต.ทั้ง 5 คนก็ต้องมาประชุมเพื่อเลือกบุคคลเพื่อทำหน้าที่เป็นประธานกกต. เมื่อเสร็จเรียบร้อย ทางประธานสนช. ก็จะนำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป ส่วนการเตรียมงานของสำนักงานฯขณะนี้เราได้เตรียมงานไว้รองรับกกต.ชุดใหม่ไว้ทั้งหมดแล้ว ไม่ว่าจะเป็นระเบียบ ประกาศ วัสดุอุปกรณ์ เชื่อว่าการทำงานไม่น่าจะมีปัญหาอะไร อีกทั้งพนักงาน ผู้บริหารของสำนักงานฯก็มีประสบการณ์การทำงานมาก เชื่อว่าจะช่วยทำงานได้เป็นอย่างดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศุภชัย กล่าวว่า เนื่องจากกฎหมายใหม่ที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งมีความเปลี่ยนแปลงไปมาก ให้อำนาจและเครื่องมือกกต.ในการจัดการเลือกตั้งเพื่อให้เกิดความสุจริตและเที่ยงธรรม ดังนั้นจึงอยากฝากให้กกต.ชุดใหม่ ศึกษาข้อกฎหมายให้ละเอียดรอบคอบมากที่สุด ทั้งนี้ สำหรับว่าที่กกต.ใหม่ 2 ท่านที่มาจากการคัดเลือกของที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา เท่าที่เคยร่วมงานกันมาเป็นคนดี มีความรู้ ความสามารถ เป็นคนเก่ง ส่วนท่านอื่นๆที่เหลืออีก 3 ท่านไม่ได้รู้จักเป็นการส่วนตัว ทุกท่านล้วนมีความสามารถ มีประสบการณ์การทำงาน เชื่อว่าจะทำงานได้โดยไม่มีปัญหา ขอให้พนักงานและเจ้าหน้าที่สบายใจได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;อยากฝากทุกคนที่มาทำหน้าที่เป็นกกต.ขอให้อดทน อดกลั้น&amp;nbsp; ทำงานโดยยึดหลักกฎหมายเป็นหลัก มีความเป็นกลางทางการเมือง ซื่อสัตย์ สุจริต เป็นที่ประจักษ์ ต้องศึกษาข้อกฎหมายเยอะๆเพราะเรามาอยู่ตรงนี้มีผู้ส่วนได้ส่วนเสียมาก หากเราไม่เป็นกลางก็จะเจ็บตัวได้&amp;rdquo; ประธานกกต. กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศุภชัย กล่าวอีกว่า แม้ขณะนี้จะได้รายชื่อว่าที่กกต.เพียง 5 คน ก็เชื่อว่าไม่น่าจะเป็นปัญหาในการทำงาน ส่วนอีก2คนที่จะต้องมีการสรรหาใหม่นั้น เห็นว่าเป็นเรื่องของกรรมการสรรหาจะใช้ดุลยพินิจว่าควรใช้วิธีทาบทามหรือไม่ ส่วนตัวไม่ขอให้ความเห็น แต่อย่ามองว่า 2คนที่จะเข้ามาทีหลังจะกลายเป็นปลา2น้ำ เพราะเข้ามาภายใต้กฎหมายฉบับเดียวกัน อีกทั้งจะมองว่าเป็นปลา2น้ำไม่ได้เพราะอนาคต กกต.ก็เกษียณไม่พร้อมกัน ทำให้ต้องมีการสรรหาเข้ามาใหม่อยู่&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13328</URL_LINK>
                <HASHTAG>&#039;กกต.&#039;, 5ว่าที่กกต., กรรมการสรรหากกต., นายศุภชัย สมเจริญ, สนช.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180615/image_big_5b238eb1686f2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11565</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/06/2018 10:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/06/2018 10:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;ปธ.กกต.&#039;บอกตอบยากเลือกตั้งท้องถิ่นกับส.ส.อะไรเกิดขึ้นก่อน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
18 มิ.ย.61- นายศุภชัย สมเจริญ ประธานกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) กล่าวถึงกรณีการรับฟังความคิดเห็นร่าง พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. &amp;hellip;นั้น ว่า พอมีการรับฟังความคิดเห็น 30 วันแล้ว เราก็ต้องมาสรุปและเสนอไปที่รัฐบาลเพื่อปรับแก้ ส่วนแนวโน้มการปรับเปลี่ยนแก้ไขหรือไม่เป็นการพิจารณาของ สนช. โดยประชาชนที่สนใจสามารถเข้าไปแสดงความคิดเห็นได้ทางเว็บไซต์กกต. ภายในเวลาที่กำหนด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ร่างกฎหมายดังกล่าวมีการปรับแก้ตามที่ กกต.เคยเสนอไปบ้าง และแก้ตามที่เขาต้องการบ้าง แต่ข้อเสนอการปรับแก้ของ กกต.นั้นมาจากประสบการณ์และปัญหาอุปสรรค์ในการทำงาน&amp;quot;นายศุภชัยกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธาน กกต. กล่าวว่า ในส่วนการเลือกตั้งท้องถิ่น หรือการเลือกตั้ง ส.ส. อะไรจะเกิดขึ้นก่อนนั้นยังให้คำตอบไม่ได้ เพราะขึ้นอยู่กับความพร้อมของกฎหมายที่เกี่ยวข้อง หาก พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.แล้วเสร็จและมีผลบังคับใช้แล้ว กกต.จะต้องจัดการเลือกตั้งให้แล้วเสร็จภายใน 150 วัน ขณะที่การเลือกตั้งท้องถิ่นกกต.จะมีฐานะเป็นผู้ควบคุมโดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นผู้จัดเลือกตั้ง แต่ในฐานะผู้ควบคุม กกต.ก็จะต้องควบคุมให้ดี แต่ กกต.ก็ได้ขอไว้ว่าการเลือกตั้ง ส.ส.และการเลือกตั้งท้องถิ่นควรมีระยะเวลาห่างกัน 3 เดือน เนื่องจากการเลือกตั้งท้องถิ่นมีเรื่องร้องเรียนมาก ต้องสืบสวนไต่สวน ต้องใช้เวลาดำเนินการมาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;อย่างไรก็ตามหากกฎหมยอันไหนมีผลบังคับก่อนก็ปฏิบัติไปตามนั้น และยืนยันว่า กกต.มีความพร้อมจัดเลือกตั้งทุกระดับ&amp;quot;ประธานกกต.กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11565</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฎหมายเลือกตั้งท้องถิ่น, กฏหมายเลือกตั้งส.ส., นายศุภชัย สมเจริญ, ประธานกกต., เลือกตั้งส.ส.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180615/image_big_5b238eb400857.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6021</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/03/2018 22:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/03/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บี้ปลดล็อกการเมือง 55พรรคโวยทำงานยาก/สนช.ยื่นตีความกม.สส.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ตัวแทน 55 พรรคการเมืองเก่าร่วมถก &amp;nbsp; กกต. โวยกฎระเบียบยากต่อการปฏิบัติ &amp;quot;มาร์ค&amp;quot; ซัดทำลายฐานสมาชิก ขณะที่ กกต.ยันภายใน 30 เม.ย.ไม่จ่ายค่าสมาชิกต้องพ้นสภาพ ใบ้กิน ก.พ.62 มีการเลือกตั้งหรือไม่ โบ้ยทุกคนรู้เท่ากัน &amp;quot;ศุภชัย&amp;quot; แย้มมีแนวโน้มแก้คำสั่ง คสช.53/60 ปมสมาชิก-การประชุมพรรค &amp;nbsp;ด้าน สนช.จ่อยื่นศาลตีความ พ.ร.ป. 29 มี.ค.นี้ หึ่ง! &amp;quot;สุชาติ ตันเจริญ&amp;rdquo; เปิดบ้านริมน้ำนัดอดีต ส.ส.กลุ่ม 16อาทิตย์นี้ &amp;ldquo;สมคิด&amp;rdquo; ร่วมแจมด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพุธ ที่โรงแรมเซ็นทราบายเซ็นทารา ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จัดการประชุมเรื่อง &amp;nbsp;&amp;ldquo;แนวทางการดำเนินกิจการพรรคแก่การเมืองที่จัดตั้งหรือเป็นพรรคการเมือง ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2550&amp;rdquo; โดยมีพรรคการเมืองเข้าร่วมประชุมจำนวน 55 พรรค รวม 308 คน บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยช่วงเช้าก่อนการประชุม นายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต. พร้อมด้วยนายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ ประธานคณะกรรมการพัฒนาพรรคการเมืองเพื่อการปฏิรูปประเทศ นายธีรวัฒน์ ธีรโรจน์วิทย์ กกต., นายประวิช รัตนเพียร กกต., พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา รักษาการเลขาธิการ กกต. ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมือง, นายแสวง บุญมี รองเลขาธิการ กกต. ได้หารือนอกรอบกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และนายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการเลขาธิการพรรคเพื่อไทย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ นายอภิสิทธิ์ได้ถามถึงปัญหาการดำเนินการตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง ทั้งเรื่องการยืนยันสมาชิกภาพ และการจ่ายเงินค่าสมาชิก ตามมาตรา 140 และ 141 ที่ยังสงสัยว่าหากมีการยืนยันสมาชิกภายในวันที่ 30 เม.ย. แต่สมาชิกดังกล่าวยังไม่จ่ายเงินค่าสมาชิก จะถือว่ายังเป็นสมาชิกพรรคอยู่หรือไม่ ซึ่งในวันนี้อยากให้มีการหาข้อยุติในเรื่องนี้ให้ได้ก่อน หรืออย่างน้อยก็เปิดช่องให้พรรคสามารถยืนยันสมาชิกพรรคให้ได้ก่อน ส่วนความเป็นสมาชิกค่อยไปตีความในศาลอีกชั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้านนายศุภชัยกล่าวว่า ในวันนี้เป็นการชี้แจงตามคำสั่ง คสช.และ พ.ร.ป.พรรคการเมืองเพียงเท่านั้น เพราะฝ่าย กกต.ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายศุภชัย ใจสมุทร รองเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ก็แสดงความกังวลประเด็นเดียวกันกับหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา นายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต. กล่าวเปิดการประชุมตอนหนึ่งว่า วัตถุประสงค์ของการจัดประชุมครั้งนี้ เพื่อให้ความรู้ความเข้าใจแก่พรรคการเมืองเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนการเลือกตั้ง พรรคการเมืองจะต้องศึกษากฎหมายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องให้เกิดความเข้าใจและดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายให้ถูกต้องตามระยะเวลากำหนด ตามมาตรา 141 ของ พ.ร.ป.พรรคการเมือง และคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 53/2560 โดยที่ผ่านมามีพรรคการเมืองหลายพรรคสอบถามมายัง กกต. ซึ่ง กกต.ก็ได้ตอบข้อสอบถามไปแล้ว แต่บางคำตอบอาจทำให้พรรคการเมืองไม่เข้าใจถ่องแท้ เพราะบางเรื่องเกี่ยวข้องกับคำสั่ง คสช. ดังนั้น กกต.จึงได้ไปหารือกับตัวแทน คสช. ตัวแทนกฤษฎีกา และนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ เพื่อให้เกิดความชัดเจน ก็ได้แนวทางมาพอสมควร ซึ่งก็มีแนวโน้มว่าจะมีการแก้ไขคำสั่ง คสช.ที่ 53/2560 ต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ปัญหาข้อขัดข้องที่พรรคการเมืองต่างๆ เสนอมา กกต.ก็จะดำเนินการแก้ไขให้ แต่หากเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับ คสช. กกต.ก็จะนำเรื่องไปหารือกับ คสช.ต่อไป วันนี้อยากให้พรรคการเมืองช่วยกันเสนอแนะปัญหาในการปฏิบัติมา เพื่อให้มีการนำไปแก้ไข และจะได้ไม่เป็นปัญหา&amp;quot; นายศุภชัยกล่าว&amp;nbsp;
ซัด กกต.ทำลายฐานสมาชิก
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พ.ต.อ.จรุงวิทย์บรรยายเรื่อง &amp;ldquo;บทบาทนายทะเบียนพรรคการเมืองกับการดำเนินกิจการของพรรคการเมือง&amp;rdquo; ตอนหนึ่งว่า สิ่งที่เปลี่ยนแปลงก่อนที่จะเกิดขึ้นก่อนการเลือกตั้งมีหลายเรื่อง ทั้งนี้ กกต.มีอำนาจควบคุม ระงับยับยั้ง แก้ไขเปลี่ยนแปลง สั่งเลือกตั้งใหม่ได้ โดย กกต.คนเดียว ซึ่งจะทำให้วันเลือกตั้งจริง กกต.แต่ละคนจะต้องลงไปอยู่ในพื้นที่เลือกตั้งด้วย ขณะที่พนักงานสืบสวนไต่สวนของ กกต.ถือเป็นพนักงานฝ่ายปกครองตำรวจชั้นผู้ใหญ่ มีอำนาจเรียกสอบพยาน มีการคุ้มครองพยาน และการกันไว้เป็นพยานอีกด้วย มีการให้รางวัลแก่ผู้แจ้งเบาะแส โดยมีการร่างระเบียบไว้เบื้องต้นคดีละ 100,000 บาท ซึ่งไม่รู้ว่ากระทรวงการคลังจะรับไหวหรือไม่ เพราะมาตรการดังกล่าวจะใช้กับการเลือกตั้งระดับประเทศและการเลือกตั้งท้องถิ่น ส่วนเรื่องที่แปลกและใหม่ที่สุดคือกรณีใบเหลืองใบแดง หากศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งสั่งให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง และเป็นเหตุให้มีการเลือกตั้งใหม่ ศาลสามารถสั่งให้ผู้นั้นรับผิดชอบชดใช้ค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งเลย ซึ่งทำให้ กกต.ไม่ต้องไปดำเนินการทางแพ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายแสวง บุญมี ได้ชี้แจงแนวปฏิบัติเกี่ยวกับคำสั่ง คสช.ที่ 53/2560 ว่า มีหลายประเด็นที่มีปัญหาในทางปฏิบัติ ซึ่ง กกต.ได้มีหนังสือไปยัง คสช.เพื่อให้พิจารณาแก้ไขแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นได้เปิดโอกาสให้ตัวแทนพรรคการเมืองสอบถามในประเด็นที่ยังมีข้อสงสัย โดยส่วนใหญ่อยากให้มีการแก้ไขกรณีที่กำหนดว่า การยืนยันตัวตนของสมาชิกพรรคการเมืองต้องทำพร้อมกับจ่ายค่าบำรุงพรรค 100 บาทด้วย ไม่เช่นนั้นจะสิ้นสภาพ และมีบางพรรคเสนอให้ยกเลิกการทำไพรมารีโหวต&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายอภิสิทธิ์กล่าวว่า กกต.เป็นผู้รักษากฎหมาย และแนวทางปฏิรูปการเมืองมีเป้าหมายให้สมาชิกพรรคมีส่วนร่วมในการสร้างพรรค กกต.จึงควรอำนวยความสะดวกให้พรรคสามารถคงสมาชิกไว้ให้ได้มากที่สุด แต่สิ่งที่ กกต.กำลังทำกลับเป็นการทำลายฐานสมาชิกของพรรคการเมือง อีกทั้งการตีความกฎหมายของ กกต.ไม่ตรงกับสิ่งที่กฎหมายเขียนไว้ เช่น กฎหมายพรรคการเมืองให้เวลาสมาชิกในการจ่ายค่าบำรุงพรรค 4 ปี แต่มีการตีความคำสั่ง คสช.ที่ 53/2560 ว่าสมาชิกที่ยืนยันการเป็นสมาชิกพรรคไม่จ่ายค่าบำรุงพรรคภายในสามสิบวันจะพ้นจากความเป็นสมาชิก โดยไม่มีกรอบเวลา 4 ปีเหมือนในกฎหมายพรรคการเมือง จึงอยากให้ กกต.ทบทวน รวมถึงกรณีสมาชิกพรรคการเมืองยืนยันแต่ยังไม่พร้อมชำระเงินควรให้แจ้งต่อ กกต.ได้ ส่วนสถานภาพจะเป็นอย่างไร ก็ให้ไปสู้กันตามกฎหมาย ส่วนการให้หัวหน้าพรรครับรองว่าสมาชิกมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม เป็นเรื่องที่ยากในการปฏิบัติ หัวหน้าพรรคไม่มีทางรับรองได้ จึงอยากให้แก้ไข&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชูศักดิ์ ศิรินิล ทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทย ถามว่า จะสามารถให้สาขาพรรค ผู้สมัคร อดีต ส.ส. เป็นผู้รับใบยืนยันและหลักฐานการเป็นสมาชิกพรรคมาส่งให้หัวหน้าพรรคแทนการที่สมาชิกต้องมายืนยันด้วยตนเองได้หรือไม่ &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายแสวงชี้แจงว่า ในส่วนการยืนยันการเป็นสมาชิกพรรค ต้องจ่ายเงินบำรุงพรรค 100 บาทต่อปี ภายในวันที่ 30 เม.ย.ด้วย ไม่เช่นนั้นจะต้องพ้นสภาพการเป็นสมาชิกพรรค ส่วนกรณีที่กำหนดให้สมาชิกพรรคนำสำเนาบัตรประชาชนและทะเบียนบ้านมายืนยันความเป็นสมาชิกพรรคด้วยนั้น ไม่จำเป็นต้องนำเอกสารทั้งสองฉบับมาใช้ในการยืนยันความเป็นสมาชิกพรรคแล้ว ถือเป็นขั้นตอนทางธุรการที่แต่ละพรรคจะไปดำเนินการ แต่จะไปขึ้นเป็นป้ายตัววิ่งไม่ควรทำ เพราะจะขัดกับคำสั่ง คสช.ได้ จึงควรที่จะขออนุญาต สำหรับการจะไม่ทำไพรมารีโหวตและกำหนดวันเลือกตั้งนั้น ขึ้นอยู่กับการหารือระหว่าง คสช. ครม. กรธ. ประธาน สนช. และตัวแทนพรรคการเมืองที่จะมีขึ้นหลังกฎหมายเลือกตั้ง ส.ส.ประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษา
62 เลือกตั้งหรือไม่รู้เท่ากัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ พรรคเล็ก อาทิ พรรคสังคมประชาธิปไตยไทย พรรคปฏิรูปไทย ได้ถาม กกต.ถึงการเลือกตั้งว่าจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ และในเดือน ก.พ.62 จะมีการเลือกตั้งเกิดขึ้นหรือไม่ ขอให้ กกต.ไปหารือกับ คสช.ว่าจะมีการประกาศกฤษฎีกาเลือกตั้งเมื่อไร ขณะที่ กกต.ตอบเพียงว่า &amp;quot;ทุกคนรู้เท่ากัน&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ตัวแทนจากพรรคชาติไทยพัฒนา ได้แก่ นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ อดีต ส.ส.สุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา เรียกร้องให้ กกต.ใช้ความกล้าหาญต่อการกำหนดหลักเกณฑ์ปฏิบัติของพรรคการเมือง แม้จะขัดกับคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ห้ามทำกิจกรรมทางการเมือง เพราะขั้นตอนยืนยันสมาชิกพรรคควรให้โอกาสได้พบปะหรือพูดคุยในแนวทางของพรรคด้วย รวมถึงขอให้ กกต.เสนอไปยัง คสช.ให้ยกเลิกคำสั่งที่เป็นอุปสรรคต่อการทำกิจกรรมทางการเมืองด้วย ทั้งนี้ นายแสวงกล่าวแบบติดตลกว่า &amp;quot;เรารับไว้ แต่ทำไม่ได้ เพราะคนที่เสนอให้ทำนั้นก็ถูกทำให้พ้นจากตำแหน่งไปแล้ว&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับเอกสารประกอบการประชุม มีการระบุถึงกรอบเวลาดำเนินการเพื่อส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมืองไว้ว่า ก.ค.61 คาดว่า พ.ร.ป.เลือกตั้ง ส.ส.จะประกาศในราชกิจจานุเบกษา อาจมีการยกเลิกหรือแก้ไขเพิ่มเติมประกาศ คสช.ฉบับที่ 57/57 และคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 3/58 &amp;nbsp;ก.ย.61 คาดว่า พ.ร.ป.เลือกตั้ง ส.ส.จะมีผลบังคับใช้จัดตั้งสาขาพรรคการเมือง พ.ย.61 คาดว่า กกต.จะประกาศจำนวนเขตเลือกตั้งแบบแบ่งเขตของแต่ละจังหวัด และ ธ.ค.61-ม.ค.62 จัดตั้งตัวแทนสาขาพรรคการเมือง, ตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัด, ทำไพรมารีโหวต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังนายภูมิธรรมให้สัมภาษณ์ว่า ขณะนี้ยังไม่ต้องพูดถึงระบบไพรมารีโหวต เพราะเรื่องการยืนยันความเป็นสมาชิกก็ยังมีปัญหา เพราะกฎระเบียบและข้อปฏิบัติในขณะนี้ยังไม่ชัดเจน ทำให้เกิดปัญหาในทางปฏิบัติ และหากทำมากเกินไปก็อาจจะผิดกฎหมาย ดังนั้นหัวใจสำคัญคือจำเป็นต้องยกเลิกคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 53/2560 ให้พรรคการเมืองสามารถทำกิจกรรมได้ และจะต้องปลดล็อกพรรคการเมืองให้มีการปรึกษาหารือให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนดได้ หากยังไม่พูดถึงเรื่องนี้ ก็เกรงว่าจะมีปัญหาอื่นตามมาได้ เช่น ในเรื่องของการชำระค่าบำรุงพรรคที่ กกต. ต้องชี้แจงให้ชัดเจนเพื่อไม่ให้เกิดปัญหา ทั้งประชาธิปัตย์ เพื่อไทย ชาติไทยพัฒนา เห็นตรงกันว่าเป็นปัญหาที่ยากต่อการปฏิบัติให้ตรงตามข้อกฎหมาย &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายวราวุธ ศิลปอาชา แกนนำพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวเช่นกันว่า มีความเป็นห่วงเช่นเดียวกับหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ในเรื่องการชำระเงิน ว่าหากสมาชิกยังไม่ชำระเงินจะพ้นจากความเป็นสมาชิกหรือไม่ พรรคชาติไทยพัฒนามีสมาชิกแค่ประมาณ 25,000 คน ต่างจากพรรคขนาดใหญ่ที่มีสมาชิกจำนวนสูงถึงหลักล้าน จึงต้องการความชัดเจนจาก กกต.โดยเร็วที่สุด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายศุภชัย สมเจริญ กล่าวถึงกรณีที่ คสช.มีแนวโน้มแก้คำสั่ง คสช.ที่ 53/2560 ว่า เป็นการแก้ไขเกี่ยวกับขั้นตอนการปฏิบัติ ซึ่งเกี่ยวข้องในหลายมาตรา อาทิ มาตรา 140, 141, 145 และ 146 ทั้งเรื่องการชำระค่าสมาชิก การหาสมาชิก และการประชุมพรรค รวมถึงการทำให้เกิดความเท่าเทียมระหว่างพรรคการเมือง ส่วนประเด็นที่ยังมีความขัดกัน ไม่ขอให้ความคิดเห็นว่าจะมีการปรับก่อนวันที่ 1 เม.ย. แต่ที่ประชุม คสช.ก็มีแนวโน้มที่ดีว่าจะมีการปรับแก้ไข แต่ต้องรอดูกันว่าทาง คสช.จะมีการปรับแก้ไขหรือไม่ ส่วนตัวมองว่าการยืนยันสมาชิกภาพและการจ่ายค่าสมาชิกเป็นเรื่องภายในของพรรคการเมืองที่จะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย และควรมีเอกสารมายืนยันกับทาง กกต. เพื่อให้สามารถตรวจสอบได้หากเกิดปัญหา&amp;nbsp;
สนช.ยื่นตีความ พรป.สส.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนความคืบหน้าเรื่องการยื่นร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ หลังจากนายกรัฐมนตรีสั่งให้ทีมกฎหมายไปทบทวนนั้น นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ สมาชิก สนช. กล่าวว่า ขณะนี้สนช.ล่าชื่อสมาชิกได้ครบ 25 คนแล้ว เพื่อยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยร่าง พ.ร.ป.การเลือกตั้ง ส.ส. ตนเป็นหนึ่งใน สนช.ที่ร่วมลงชื่อด้วย เพราะอยากให้ศาลตีความให้เกิดความชัดเจนตั้งแต่ตอนนี้ ดีกว่าปล่อยไปจนกฎหมายประกาศบังคับใช้แล้วมีผู้ไปยื่นตีความภายหลัง จะยิ่งยุ่งไปกันใหญ่ อาจไปถึงขั้นที่กฎหมายหรือการเลือกตั้งเป็นโมฆะได้ ขณะนี้ยังอยู่ในขั้นตอนที่สนช.ยื่นตีความได้ แม้จะส่งเรื่องไปให้นายกฯ แล้ว ตราบใดที่นายกฯ ยังไม่นำกฎหมายขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย สนช.ก็มีสิทธิยื่นได้เลย ไม่จำเป็นต้องรอให้นายกฯ ตีกลับ หลังจากที่ได้รายชื่อ สนช.ครบ 25 คนแล้ว จะนำเรื่องแจ้งให้นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. ยื่นศาลรัฐธรรมนูญต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ไม่ใช่การสมคบคิดเพื่อยื้อเลือกตั้ง แต่ต้องการทำเพื่อให้เกิดความชัดเจนในข้อกฎหมาย แม้ก่อนหน้านี้สนช.ยืนกรานว่าจะไม่ส่งร่างกฎหมายฉบับนี้ให้ตีความ แต่เมื่อหลายฝ่ายท้วงติงมา จึงจำเป็นต้องรับฟัง มั่นใจว่าการยื่นให้ศาลวินิจฉัยคงกระทบโรดแมปเลือกตั้งไม่มาก แต่ก็ยังดีกว่าไม่ทำอะไรเลย ยอมโดนต่อว่าตอนนี้ดีกว่า เพราะถึงอย่างไรจะยื่นหรือไม่ยื่นตีความ สนช.ก็โดนทั้งขึ้นและล่อง&amp;quot; นายกิตติศักดิ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า ขณะนี้ สนช.ได้รวบรวมรายชื่อสมาชิก สนช.ประมาณ 25-30 คน เพื่อส่งให้ประธานสนช. ในวันที่ 29 มี.ค.นี้ และคาดว่าจะยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญได้ในวันที่ 2 เม.ย. ส่วนใหญ่ผู้ร่วมลงชื่อเป็นสนช.ที่งดออกเสียงและไม่ได้มาประชุมในวันที่ สนช.ลงมติเห็นชอบร่าง พ.ร.ป.ส.ส. ทั้งนี้ ไม่จำเป็นต้องรอให้นายกฯ ตีกลับร่าง พ.ร.บ.เลือกตั้ง ส.ส.มายัง สนช.ก่อน แต่นายพรเพชรจะประสานไปยังนายกฯ ขอให้ชะลอการนำร่าง พ.ร.ป.เลือกตั้ง ส.ส.ขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายไว้ก่อน เพื่อรอศาลรัฐธรรมนูญตีความ โดยเชื่อว่าจะใช้เวลาวินิจฉัยไม่เกิน 2 เดือน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า หาก พล.อ.ประยุทธ์ยื่น พ.ร.ป.เลือกตั้ง ส.ส.ให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ย่อมแสดงให้เห็นถึงความไม่ชอบมาพากล มีเบื้องหน้าเบื้องหลังของรัฐบาลและ สนช. ส่วนผู้ร่างก็เขียนกฎหมายคลุมเครือ ทำให้มีตำหนิ ทำให้สงสัยได้ว่ามีแผนอะไรหรือ ส่อเจตนาให้เกิดปัญหา ทำให้เกิดความไม่ราบรื่น ซึ่งจะกระทบกับการเลือกตั้งตามโรดแมปอย่างแน่นอน แทนที่จะได้นำกฎหมายขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย ท้ายที่สุดกลับต้องมารอศาลวินิจฉัย และหากวินิจฉัยว่าขัดกับรัฐธรรมนูญ ก็ต้องมาเริ่มนับหนึ่งกันใหม่ ถามว่าประเด็นที่ยื่นศาลเพื่อตีความนั้นเป็นสาระสำคัญถึงขั้นทำให้การเลือกตั้งต้องเป็นโมฆะหรือไม่ จากการศึกษารายละเอียดข้อกฎหมายเห็นว่าไม่ใช่สาระสำคัญ ไม่จำเป็นต้องยื่นศาลเพื่อตีความ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งรับพิจารณาวินิจฉัยร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ตามที่สมาชิก สนช. รวม 30 คน ยื่นเรื่องผ่านประธาน สนช. และแจ้งให้ประธาน สนช.ทราบ และพิจารณามอบหมายให้ผู้แทนของสมาชิก สนช.ที่ลงมติเห็นชอบในวาระ 3 รวมทั้งให้นายกิตติ วะสีนนท์ ซึ่งเป็นผู้แทนของฝ่ายผู้เสนอความเห็น ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ และประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรับธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. พ.ศ..... ตามมาตรา 267 วรรคห้า ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย สนช.จัดทำความเห็นเป็นหนังสือให้ยื่นต่อศาลภายในวันที่ 18 เม.ย.61
กลุ่ม16นัด&amp;quot;สมคิด&amp;quot;หารือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยังมีความเคลื่อนไหวทางการเมืองที่น่าสนใจ มีรยงานว่า ในวันอาทิตย์ที่ 1 เม.ย.นี้ นายสุชาติ ตันเจริญ อดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎร และแกนนำกลุ่มบ้านริมน้ำ ได้นัดอดีต ส.ส.ในกลุ่มบ้านริมน้ำทั่วประเทศ และอดีตนักการเมืองในกลุ่ม 6 บางคน มารับประทานอาหารกลางวันที่บ้านริมน้ำ ย่านนนทบุรี ของนายสุชาติ ที่มักใช้เป็นสถานที่นัดพบสมาชิกและอดีตนักการเมืองกลุ่ม 16 อยู่เป็นประจำ เพื่อพูดคุยสถานการณ์ทางการเมือง เบื้องต้นมีอดีต ส.ส.หลายคนจะเดินทางมา อาทิ นายพิกิฏ ศรีชนะ และนายรณฤทธิชัย คานเขต อดีต ส.ส.ยโสธร พรรคเพื่อแผ่นดิน ขณะเดียวกันยังได้เชิญนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ ที่มีความสนิทสนมกับนายสุชาติ และมีกระแสข่าวว่าจะนั่งเป็นหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ มารับประทานอาหารในครั้งนี้ด้วย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน ในส่วนของความคืบหน้าการก่อตั้งพรรคพลังประชารัฐ ที่นายชวน ชูจันทร์ ประธานวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวเชิงเกษตรตลาดน้ำคลองลัดมะยม ไปจดจัดตั้งพรรคกับ กกต.นั้น มีรายงานว่า ในช่วงที่ผ่านมา มีระดับผู้ใหญ่ในรัฐบาลได้ติดต่อสอบถามมายังผู้ก่อตั้งพรรคประชารัฐเป็นระยะๆ ว่าการก่อตั้งพรรคและรวบรวมอดีต ส.ส.มีความคืบหน้าไปถึงไหนแล้ว ท่ามกลางกระแสข่าวว่าจะมีการเปิดตัว พล.อ.ประยุทธ์ ในนามประธานที่ปรึกษาพรรค เดือน มิ.ย.นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองบัญชาการกองทัพบก พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ. เป็นประธานมอบเกียรติบัตรชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือนทหารบก (ชป.กร.) ซึ่งชุดดังกล่าวจัดตั้งเพื่อสร้างการรับรู้ความเข้าใจกับประชาชน และประชาสัมพันธ์ผลการปฏิบัติของรัฐบาล คสช.และกองทัพบก เพื่อพัฒนาศักยภาพของหมวดดุริยางค์ของมณฑลทหารบก ให้มีขีดความสามารถในการปฏิบัติการจิตวิทยา และปลูกฝังอุดมการณ์ ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการเตรียมพร้อม เพื่อให้เกิดการชำนาญก่อนการปฏิบัติงานในพื้นที่จริงในช่วงเดือนเม.ย.นี้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.เฉลิมชัยกล่าวตอนหนึ่งว่า กองทัพบก กอ.รมน. เป็นหน่วยงานที่ต้องรับผิดชอบ ในการสร้างความมั่นคง สร้างความเป็นปึกแผ่นให้กับพี่น้องประชาชน สร้างความรักสามัคคีให้กับคนในชาติ จึงต้องนำข้อมูลที่ถูกต้องมาให้ประชาชนรับทราบ &amp;nbsp;ปัญหาภายในประเทศเราค่อนข้างมาก ทั้งความขัดแย้งของคนในชาติ ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน เทคโนโลยีการสื่อสารทำให้การปลุกระดมปลุกปั่นเกิดขึ้นได้ง่าย ตอนนี้ปี่กลองเลือกตั้งก็กำลังจะเริ่มขึ้น เราก็ต้องทำหน้าที่ในการดูแลรักษาความสงบฯ ให้เกิดขึ้น คราวหน้าใครจะมาเป็นรัฐบาล กองทัพก็เหมือนเดิมในการรักษาความมั่นคงให้เกิดขึ้น เมื่อลงพื้นที่เราต้องไม่เป็นเครื่องมือของพรรคการเมืองใดๆ ต้องดูให้ดี ขอให้นำมาสู่จุดมุ่งหมายเดียวกัน คือสร้างความมั่นคงแก่บ้านเมือง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.เฉลิมชัยกล่าวถึงกรณีกลุ่มคนอยากเลือกตั้งเคลื่อนขบวนชุมนุมมาหน้า บก.ทบ.ช่วงที่ผ่านมาว่า &amp;nbsp; กลุ่มดังกล่าวมีการชุมนุมมาอย่างต่อเนื่องในทุกสัปดาห์ เราก็เข้าใจดีว่าเงื่อนไขที่เรียกร้องให้กองทัพแยกออกมาจาก คสช. แต่ความต้องการจริงๆ คือการเคลื่อนย้ายมวลชนไปตามสถานที่ต่างๆ สิ่งที่คงอยู่ก็คือความผิดตามกฎหมาย เป็นความผิดที่ซ้ำแล้วซ้ำอีก ต้องดำเนินการไป และได้ให้หน่วยงานความมั่นคงตรวจสอบว่ามีกลุ่มการเมืองหนุนหลังการเคลื่อนไหวหรือไม่ รวมถึงการสนับสนุนเส้นทางการเงิน ข้อเรียกร้องก็เลื่อนลอย และไม่มีเงื่อนไขอะไร เพียงแต่ต้องการเคลื่อนขบวน ซึ่งปัญหาก็คือความเดือดร้อนของประชาชน และจะกลายเป็นน้ำผึ้งหยดเดียว ซึ่งเราก็ระมัดระวัง ฝ่ายความมั่นคงพยายามยืดหยุ่นในทุกเรื่องเพื่อไม่ให้เกิดผลเสียหายต่อส่วนรวม.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6021</URL_LINK>
                <HASHTAG>55 พรรคการเมือง, กกต., คสช, นายศุภชัย สมเจริญ, นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180328/image_big_5abba4cd9f6e7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
