<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>29086</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/02/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/02/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฝุ่นรับวาเลนไทน์ กทม.คลุ้งอีกรอบ 7จ.เหนือน่าห่วง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; วาเลนไทน์คลุกฝุ่น คพ.คาด PM 2.5 จะกลับมาให้คนกรุงสวมหน้ากากในวันแห่งความรักอีกระลอก &amp;ldquo;อัศวิน&amp;rdquo; สั่งรับมือเต็มสูบ ส่วน 7 จังหวัดภาคเหนือยังน่าห่วง พ่อเมืองกำชับเข้มใช้กฎหมายเล่นงานหากมีเผา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อวันพุธ กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ได้รายงานสถานการณ์ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM 2.5) ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ว่าภาพรวมคุณภาพอากาศอยู่ในระดับปานกลางถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ (สีส้ม) โดยพบฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน เฉลี่ยระหว่าง 38-77 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ซึ่งปริมาณฝุ่นละอองเพิ่มขึ้นเกือบทุกพื้นที่ ทั้งถนนกาญจนาภิเษก เขตบางขุนเทียน, ถ.พระราม 4 เขตปทุมวัน, ถ.ลาดพร้าว เขตวังทองหลาง, ถ.ดินแดง เขตดินแดง, อ.คลองหลวง ปทุมธานี, อ.พระประแดง สมุทรปราการ และกระทุ่มแบน สมุทรสาคร
&amp;ldquo;คาดการณ์วันที่ 14 ก.พ. ในสภาพอากาศปิด จะส่งผลให้ค่า PM 2.5 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวว่า มีจังหวัดที่มีปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน และปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 10 ไมครอน (PM 10) เฉลี่ย 24 ชั่วโมงเกินค่ามาตรฐาน และดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI) เกินค่ามาตรฐาน 100 ในหลายอำเภอในจังหวัดทางภาคเหนือ ได้แก่ เชียงราย, เชียงใหม่, ลำปาง, พะเยา, ลำพูน, แพร่ และตาก&amp;nbsp;
&amp;ldquo;โดยเฉพาะในพื้นที่ ต.ช้างเผือก และ ต.สุเทพ คุณภาพอากาศอยู่ในระดับมีผลกระทบต่อสุขภาพ ซึ่ง ปภ.ได้ประสาน 7 จังหวัดภาคเหนือดำเนินมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในพื้นที่ รวมถึงดำเนินมาตรการควบคุมการเผาอย่างเคร่งครัด&amp;rdquo; นายชยพลกล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกรณีคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติยกระดับแก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5-PM 10 เป็นวาระแห่งชาติ ว่าในส่วนของทหารและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้ดูแลและเฝ้าระวังอยู่แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายสุรสีห์ กิตติมณฑล อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร กล่าวถึงการปฏิบัติงานของศูนย์ปฏิบัติการในการแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กในพื้นที่ จ.ขอนแก่นและเลย ว่าหลังจากตั้งศูนย์ปฏิบัติการเฉพาะกิจที่ จ.ขอนแก่น และปฏิบัติการในช่วงวันที่ 10-15 ก.พ.นี้ ซึ่งได้ทำฝนหลวงด้วยเครื่องบินขนาดเล็กจำนวน 3 ลำ แบ่งบิน 2 เส้นทางบินคือที่ขอนแก่นและที่ จ.เลย เพื่อแก้ปัญหาฝุ่นละอองและไฟป่า พบว่าผลการทำฝนหลวงในพื้นที่ จ.ขอนแก่น ได้ผลเป็นที่น่าพอใจ ค่าฝุ่นละอองลดลงต่อเนื่อง ขณะที่ จ.เลยได้เกิดฝนตกจนทำให้การดับไฟป่าประสบผลสำเร็จได้ในหลายจุด อีกทั้งยังมีผลดีต่อเกษตรกรในการแก้ไขปัญหาภัยแล้งด้วย
กทม.พร้อมรับมือฝุ่นหวน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะที่ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม.กล่าวถึงสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ไมครอน ที่คาดการณ์ในวันที่ 13-15 ก.พ.มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ว่าค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ที่ตรวจวัดได้อยู่ระหว่าง 27-67 มคก./ลบ.ม. พบว่าเกินค่ามาตรฐาน 3 พื้นที่ (มาตรฐานไม่เกิน 50 มคก./ลบ.ม.) ซึ่งคุณภาพอากาศในพื้นที่ดังกล่าวอยู่ในระดับสีส้ม คือ เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ ในพื้นที่ 3 เขต ได้แก่ เขตหลักสี่ ตรวจวัดค่าฝุ่น PM 2.5 ได้ 54 มคก./ลบ.ม., เขตบางเขน ตรวจวัดค่าฝุ่น PM 2.5 ได้ 67 มคก./ลบ.ม. และเขตบางพลัด ตรวจวัดค่าฝุ่น PM 2.5 ได้ 51 มคก./ลบ.ม. ดังนั้นประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวควรหลีกเลี่ยงหรือลดเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้ง แต่หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ ก็ควรสวมหน้ากากป้องกันฝุ่นขณะอยู่กลางแจ้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เพื่อช่วยลดปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ในช่วงวันที่ 13-15 ก.พ. กทม.ได้จัดทำเป็นปฏิบัติการควบคุมปัญหามลพิษทางอากาศ ซึ่งมีทั้งมาตรการลดปริมาณฝุ่นละออง และมาตรการลดผลกระทบจากปัญหาฝุ่นละออง&amp;rdquo; พล.ต.อ.อัศวินกล่าว และว่า ได้เพิ่มความถี่ของการล้างทำความสะอาดถนนทุกสาย นอกจากนี้ กทม.ยังได้รับการสนับสนุนจากกองทัพอากาศนำเครื่องบินบินฉีดพ่นละอองน้ำบริเวณบางเขนและวังทองหลาง 4 เที่ยว โดยจะขึ้นบินทุกวันถึงวันที่ 15 ก.พ.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ได้เผยผลสำรวจความคิดเห็นจากวิกฤติปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ว่าประชาชนส่วนใหญ่ 72.2% บอกว่าส่งผลต่อพฤติกรรมการใช้ชีวิตในปัจจุบันมาก, 26.4% บอกว่ากระทบปานกลาง, 0.9% ตอบว่าน้อย และมีเพียง 0.5% ที่ตอบว่าไม่มีผลเลย และเมื่อถามถึงค่าใช้จ่ายจากวิกฤติปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 พบว่าประชาชนส่วนใหญ่คาดว่าจะยังคงมีปัญหาฝุ่นละอองต่อเนื่องไปอีก 6 เดือน ส่งผลให้มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยเพิ่มขึ้นต่อเดือนคนละ 802 บาท หรือคิดเป็นค่าใช้จ่าย 6 เดือนรวม 4,812 บาท/คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ศูนย์พยากรณ์ฯ ได้ประเมินผลกระทบต่อเศรษฐกิจจากปัญหาฝุ่น PM 2.5 โดยใช้สมมติฐานกรณีว่าจะเกิดขึ้นประมาณ 2 เดือน พบว่ามีมูลค่าผลกระทบประมาณ 6,100 ล้านบาท&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับสถานการณ์ฝุ่นในภูมิภาคนั้น นายสมเกียรติ ตันตระกูล รองผู้ว่าฯ จ.ลำปาง ได้ประชุมกับหนวยงานต่างๆ วางแผนในการดับไฟป่าหลังใช้เฮลิคอปเตอร์ขึ้นบินสำรวจพื้นที่ที่เกิดไฟป่า ซึ่งล่าสุดยังพบ 3 จุด คือ บริเวณดอยวัดม่วงคำ เขตเมืองเชื่อมอำเภอแม่ทะ, เขตดอยจำนาย ด้านหลังวัดม่อนพระยาแช่ และเขตดอยฝรั่ง ซึ่งเชื่อมต่อบ้านเสด็จ อ.เมืองลำปาง ที่พบไฟเกิดขึ้นจำนวนมาก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากนั้นได้ร่วมกันแถลงข่าวสรุปสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควันว่า ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-12 ก.พ.พบว่าเกิดจุดความร้อนสะสม hotspot ใน จ.ลำปางรวม 175 จุด โดยแบ่งเป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ 112 จุด, พื้นที่ป่าอนุรักษ์ 36 จุด, พื้นที่เกษตร 16 จุด, พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ 6 จุด นอกนั้นเป็นพื้นที่ริมทางหลวง และพบว่าเกิดในพื้นที่ อ.เถินมากที่สุด รองลงมาคือ อ.แม่เมาะ อ.แม่พริก และ อ.งาว ซึ่งหลังการดำเนินการในการดับไฟป่า ก็คาดว่าจะดับไฟได้ทั้งหมด&amp;nbsp;
เชียงใหม่จัดหนักหากเผา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ ผู้ว่าฯ จ.เชียงใหม่ กล่าวว่า ได้ประกาศให้ปัญหาจากฝุ่นละอองเป็นวาระสำคัญที่ต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วน ซึ่งสาเหตุหลักมาจากการเกิดไฟป่า การเผาในที่โล่ง ทั้งในเขตเมือง ชนบท พื้นที่เกษตรกรรม ประกอบกับสภาพภูมิอากาศของจังหวัดเป็นแอ่งกระทะ ทำให้ฝุ่นละอองปกคลุมทั่วเมือง และได้กำหนดช่วง 61 วัน ห้ามเผาเด็ดขาดตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค.-30 เม.ย.2562 หากพบเบาะแสและพบการเผาทั้งในที่โล่งหรือพื้นที่ป่าข้างทาง ก็สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งจะดำเนินการจับกุมดำเนินคดี ขณะที่ผู้แจ้งเบาะแสไปจนสามารถจับกุมผู้ที่เผาได้จะมีรางวัลนำจับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายมานิต อนรรฆมาศ รองผู้ว่าฯ จ.อุตรดิตถ์กล่าวว่า ได้ออกประกาศและประชาสัมพันธ์ขอความร่วมมือให้ประชาชนทุกคนได้ตระหนักถึงความสำคัญในการปฏิบัติตามมาตรการการป้องกันและและควบคุมไฟป่าดังกล่าวอย่างเคร่งครัด เอาจริง 60 วัน ต้องปลอดฝุ่น ควันไฟ ห้ามเผาทุกชนิด &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายพงษ์รัตน์ ภิรมย์รัตน์ ผู้ว่าฯ จ.แพร่ เป็นประธานระดมอาสาสมัครองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จำนวน 84 แห่ง ร่วมปล่อยแถวรณรงค์ฉีดน้ำทำความสะอาดพร้อมกันทั้งจังหวัด รวมทั้งออกประกาศปิดป่า ห้ามคนเข้าทำกิจกรรมจุดไฟในป่าสงวนแห่งชาติ 27 แห่ง อุทยานแห่งชาติ 3 แห่ง และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าในจังหวัดแพร่ทั้งหมด และยังกำชับสาธารณสุขจังหวัดแพร่ให้ออกคำเตือนและเตรียมเฝ้าระวังด้านสุขภาพ พร้อมทั้งจากหน้ากากป้องกันฝุ่นให้กับประชาชนที่ต้องการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าฯ จ.ขอนแก่น กล่าวว่า ค่ามลพิษทางอากาศที่จังหวัดได้เฝ้าติดตามสถานการณ์อยู่ในระดับปานกลางแล้ว และมีแนวโน้มที่จะลดลงอย่างต่อเนื่อง ตามแผนการดำเนินการปราบฝุ่น โดยสามารถทำกิจกรรมกลางแจ้งได้โดยไม่ต้องสวมใส่หน้ากากอนามัย ขณะที่มาตรการปราบฝุ่นของจังหวัดขอนแก่นยังคงดำเนินการตามแผนเดิม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29086</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชยพล ธิติศักดิ์, นายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ, พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, มานิต อนรรฆมาศ, วันวาเลนไทน์, สมศักดิ์ จังตระกุล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190213/image_big_5c642d0c5b6fa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18077</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/09/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/09/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตีปี๊บคืนโฉนดที่ดินทั่วปท. ชาวอีสานเชียร์ประวิตรสู้ๆ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กป้อม&amp;quot; โชว์ผลงานคืนโฉนดที่ดินประชาชนทั่วประเทศ สั่งตำรวจลุยกวาดล้างมาเฟียนอกระบบให้เกลี้ยง คนอีสานปลื้มแห่มอบดอกไม้-ผูกผ้าขาวม้าขอบคุณ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ลานอเนกประสงศ์ ศาลาว่าการจังหวัดกาฬสินธุ์ (หลังเก่า) เมื่อวันที่ 20 กันยายน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นประธานในพิธีมอบคืนโฉนดให้กับพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการกู้ยืมเงินโดยสัญญาไม่เป็นธรรม &amp;nbsp;ครั้งที่ 3 จาก 12 จังหวัดภาคอีสาน ประกอบด้วย ขอนแก่น นครพนม บึงกาฬ มหาสารคาม มุกดาหาร ร้อยเอ็ด เลย สกลนคร หนองคาย หนองบัวลำภู อุดรธานี และกาฬสินธุ์ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยมี พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.), พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร., พล.ต.ท.ชัยวัตน์ เกตุวรชัย ผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ในฐานะรองผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เข้าร่วม
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า การแก้ปัญหาหนี้นอกระบบถือเป็นหัวใจสำคัญ เพราะที่ผ่านมาหลายรัฐบาลไม่ประสบความสำเร็จในการแก้ปัญหา และจากนี้ไปอยากให้ตำรวจขับเคลื่อนนโยบายแบบบูรณาการ เพื่อทำให้เกิดความเป็นธรรมทั้งเจ้าหนี้และลูกหนี้ แก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสังคม ยกระดับชีวิตของประชาชนให้ดีขึ้น ถือเป็นครั้งที่ 3 ที่ได้มีการคืนโฉนดให้แก่ผู้เสียหาย ซึ่งได้รับความไม่เป็นธรรมจากการทำสัญญากู้ยืม โดยสามารถไกล่เกลี่ย 4,236 ราย จำนวน 3,285 โฉนด เนื้อที่ 10,618 ไร่ 30 งาน 3.7 ตารางวา ตรวจยึดรถยนต์ 121 คัน ตรวจยึดรถจักรยานยนต์ 504 คัน รวมมูลค่าทั้งสิ้น 4,273,504,227 บาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ รัฐบาลมีความตั้งใจที่จะทำคนยากจนเข้าสู่ระบบแหล่งการเงินมากขึ้น โดยไม่ต้องพึงแหล่งเงินกู้นอกระบบ และสนับสนุนระบบฟิโกไฟแนนซ์เยอะๆ ทำให้นายทุนเข้าสู่ระบบมากที่สุด เพื่อไม่ให้ประชาชนมีหนี้สิน ในส่วนของเกษตรกร สามารถไปกู้ยืมได้ที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) หรือกองทุนต่างๆ ที่รัฐบาลได้วางแนวทางไว้ รัฐบาลจะช่วยเรื่องของสินเชื่อเพื่อการเกษตร เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้และมีแหล่งกู้ยืมเงินทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น อีกทั้งห่วงใยราคาข้าว อ้อย และผลผลิตทางการเกษตรที่ราคาตก ซึ่งพยายามลดต้นทุน ราคาปุ๋ย และอื่นๆ ให้ถูกลง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกันได้ให้ตำรวจกวาดล้างอย่างต่อเนื่อง โดยมีศูนย์ดำรงธรรมและศูนย์ป้องกันและปราบปรามการฉ้อโกงประชาชนผ่านระบบโทรศัพท์และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นผู้รับเรื่องราวร้องทุกข์และดำเนินการกวาดล้างหนี้นอกระบบให้หมดไป โดยวันนี้มีการแจกจ่ายพร้อมกันทั่วทุกภาคในประเทศไทย ซึ่งปลื้มใจที่เห็นประชาชนได้รับโฉนดคืนเนื่องจากบางคนถูกยึดนานกว่า 30 ปี โดยภาพรวมส่วนถือว่าเป็นที่พอใจ และไม่หยุดแค่เพียงเท่านี้ หลายหน่วยงานต้องเข้ามาบูรณาการร่วมกัน เนื่องจากต้องใช้บุคลากรเจ้าหน้าที่จำนวนมากในการเข้าไปร่วมไกล่เกลี่ย อาจทำให้ล่าช้าไปบ้าง แต่ถือว่าเป็นไปได้ด้วยดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ต.ต.สุรเชษฐ์กล่าวว่า จะเดินหน้าปราบปรามบังคับใช้กฎหมายควบคู่กับการเจรจาประนอมหนี้กับนายทุนและชาวบ้าน นำมาตรการฟอกเงินมาบังคับใช้ เพื่อแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสังคม โดยจากการบูรณาการร่วมกันบังคับใช้กฎหมายตั้งแต่เดือน ก.ค.ที่ผ่านมา สามารถคืนโฉนดให้ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากสัญญาที่ไม่เป็นธรรมกว่า 8,000 รายทั่วประเทศ เป็นจำนวนกว่า 7,000 โฉนด มูลค่ารวม 18,000 ล้านบาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม เพื่อให้เกิดความยั่งยืนและเป็นรูปธรรม นายกรัฐมนตรีและ พล.อ.ประวิตรได้สั่งการให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติบูรณาการร่วมกับกระทรวงการคลัง สร้างแหล่งเงินกู้อย่างถาวรยั่งยืน ในพื้นถิ่นตำบลหมู่บ้าน และจังหวัด ผ่านฟิโกไฟแนนซ์ และนาโนไฟแนนซ์ เพื่อที่จะให้ชาวบ้านมีแหล่งเงินกู้โดยไม่มีหลักประกัน และเพื่อเป็นการตัดวงจรไม่ให้ชาวบ้านนำโฉนดที่ดินกลับไปสู่นายทุนอีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศเป็นไปด้วยความชื่นมื่น พี่น้องประชาชนต่างยินดี บางคนก็ร้องไห้ด้วยความดีใจ ภายหลังเสร็จสิ้นพิธี ได้มีชาวบ้านนำช่อดอกไม้และผ้าขาวม้ามาคาดที่เอวของ พล.อ.ประวิตร เพื่อแสดงความขอบคุณ ที่ช่วยจัดการคืนที่ให้กับประชาชน นอกจากนี้ หลายคนได้ส่งเสียงให้กำลังใจว่า &amp;quot;ท่านประวิตร สู้ ๆ &amp;quot; พร้อมโผเข้ากอด พล.อ.ประวิตร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค 3 จังหวัดนครราชสีมา พล.ต.ท.วิสนุ ปราสาททองโอสถ ผู้ช่วย ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 และตัวแทนเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ในพื้นที่ 8 จังหวัดภาคอีสานตอนล่าง ได้ร่วมกันทำพิธีมอบคืนโฉนดที่ดิน คืนความสุขให้ประชาชน ลดความเหลื่อมล้ำของสังคม ในห้วงที่สอง สามารถเจรจาไกล่เกลี่ยให้กับประชาชนจำนวน 826 ราย คืนโฉนดที่ดินให้กับประชาชนได้จำนวน 823 ฉบับ ยอดรวมเนื้อที่ดินในโฉนดมากกว่า 2,900 ไร่ นอกจากนี้ยังสามารถคืนรถยนต์และรถจักรยานยนต์ให้กับประชาชนได้อีกรวม 22 คัน รวมทรัพย์สินทั้งโฉนดที่ดิน รถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่นำกลับมามอบคืนให้กับประชาชนในครั้งนี้ จำนวนมากกว่า 300 ล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ลานอินทนนท์ ตำรวจภูธรภาค 5 พล.ต.ท.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 (บช.ภ.5) พร้อมด้วยนายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่, นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน และผู้แทนจังหวัดภาคเหนือตอนบน ตลอดจนตัวแทนหน่วยงาน ทหาร ฝ่ายปกครอง ที่ดินจังหวัด และผู้เกี่ยวข้อง ร่วมทำพิธีส่งมอบคืนโฉนดที่ดินให้แก่ประชาชน ครั้งที่ 2 โดยสามารถเจรจาไกล่เกลี่ยคืนโฉนดที่ดินได้จำนวน 346 ราย จำนวน 327 ฉบับ รวมเนื้อที่ 431 ไร่ 2 งาน 92 ตารางวา, รถยนต์ 11 คัน, จักรยานยนต์ 19 คัน และทรัพย์สินอื่นๆ รวมมูลค่าประมาณ 454,915,275.00 บาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่บริเวณถนนราชดำเนิน หน้ากองบัญชาการตำรวจภูธรจังหวัดนครศรีธรรมราช พล.ต.ท.สรศักดิ์ เย็นเปรม ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 เป็นประธานในพิธีจัดกิจกรรมตามนโยบายลดความเหลื่อมล้ำของประชาชน ปราบปรามการปล่อยเงินกู้นอกระบบผิดกฎหมาย สร้างความเป็นธรรมคืนสู่ประชาชน ครั้งที่ 2 โดยสามารถยึดทรัพย์สินอันได้มาเนื่องจากกระทำความผิดในคดีที่เกี่ยวกับหนี้นอกระบบ เป็นโฉนด 285 ราย สามารถไกล่เกลี่ยและส่งมอบคืนโฉนดได้ 27 ราย และสามารถยึดรถจัรยานยนต์ 250 ราย และรถยนต์ 16 ราย และสามารถไกล่เกลี่ยและส่งมอบคืนรถจักรยานยนต์และรถยนต์ รวม 195 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ห้องประชุมใหญ่ กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผบช.น. เป็นประธานในพิธี &amp;ldquo;คืนความสุขให้ประชาชน ลดความเหลื่อมล้ำของสังคม&amp;rdquo; ซึ่งในส่วนของกรุงเทพมหานคร &amp;nbsp;สามารถคืนทรัพย์สินให้ประชาชนที่ถูกเอารัดเอาเปรียบ 38 ราย ประกอบด้วย โฉนดที่ดิน 1 ฉบับ, รถยนต์ 1 คัน, รถจักรยานยนต์ 31 คัน, สมุดบัญชีธนาคาร 5 เล่ม รวมมูลค่ากว่า 2 ล้านบาท ทั้งนี้ ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันปราบปรามการฉ้อโกงทรัพย์สินของประชาชน บช.น. ได้รับการร้องเรียนประชาชนถูกเอารัดเอาเปรียบ จำนวน 120 ราย สืบสวนเสร็จสิ้นแล้ว 50 เรื่อง สามารถดำเนินคดีกับนายทุนเงินกู้ได้แล้ว 29 ราย พร้อมยึดทรัพย์สินหลายรายการ ตลอดจนเจรจาไกล่เกลี่ย ปรับโครงสร้างหนี้และคืนทรัพย์สินข้างต้นให้กับประชาชน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18077</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ, พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล, พล.ต.ท.ชัยวัตน์ เกตุวรชัย, พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์, พล.ต.ท.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์, พล.ต.ท.วิสนุ ปราสาททองโอสถ, พล.ต.ท.สรศักดิ์ เย็นเปรม, พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180920/image_big_5ba3a8483ef4d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7153</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/04/2018 20:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/04/2018 20:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศปถ.สั่งจังหวัดเพิ่มจุดพักรถรับปชช.กลับกทม.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 เม.ย.61-นายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้ากลุ่มงานภารกิจด้านสาธารณภัยและพัฒนาเมือง กล่าวถึงการเดินทางกลับเข้ากรุงเทพฯหลังเทศกาลสงกรานต์ว่า ประชาชนบางส่วนเริ่มทยอยเดินทางกลับแล้ว จึงขอให้จังหวัดปรับแผนการจัดตั้งจุดตรวจ และการอำนวยความสะดวกในการจราจรให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในพื้นที่ โดยกระจายกำลังเจ้าหน้าที่ในการดูแลความปลอดภัย ทั้งบนเส้นทางสายหลัก สายรอง ควบคู่กับการดูแลความปลอดภัยในพื้นที่เล่นน้ำสงกรานต์ และเส้นทางโดยรอบ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;คาดว่าในวันที่ 16 เม.ย.61 &amp;nbsp;ประชาชนจะเดินทางกลับเป็นจำนวนมาก ศปถ.จึงได้สั่งการให้จังหวัดเตรียมพร้อมดูแลความปลอดภัยและอำนวยการจราจรบนเส้นทางสายหลัก พร้อมจัดเตรียมจุดบริการ จุดพักรถ และการให้บริการระบบขนส่งสาธารณะให้เพียงพอ เพื่อรองรับการเดินทางกลับของประชาชน&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7153</URL_LINK>
                <HASHTAG>#สงกรานต์, นายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ, มหาดไทย, รองปลัดกระทรวงมหาดไทย, ศปถ., เดินทางกลับภูมิลำเนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180415/image_big_5ad34cf713c72.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
