<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119621</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/10/2021 11:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/10/2021 11:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ศุภชัย&#039;ปัดตอบกระแส&#039;พรพิมล&#039;ย้ายซบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ต.ค.2564 - นายศุภชัย โพธิ์สุ ส.ส.นครพนม พรรคภูมิใจไทย ในฐานะรองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่สอง กล่าวถึงข่าวนางพรพิมล ธรรมสาร ส.ส.ปทุมธานี ซึ่งพรรคเพื่อไทย (พท.) มีมติขับออกจากการเป็นสมาชิกภาพพรรค และจะย้ายเข้าร่วมพรรค ภท. ว่า &amp;quot;ผมยังไม่ทราบ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามย้ำว่า นางพรพิมล ยังไม่ได้มีการติดต่อมาใช่หรือไม่นั้น นายศุภชัย ได้เดินเลี่ยงออกไปจากวงสัมภาษณ์ พร้อมกล่าวว่า &amp;quot;ผมไม่ใช่หัวหน้าพรรค&amp;quot; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119621</URL_LINK>
                <HASHTAG>นางพรพิมล ธรรมสาร, นายศุภชัย โพธิ์สุ, พรรคภูมิใจไทย, ส.ส.นครพนม, ส.ส.ปทุมธานี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211013/image_big_616663a329ee3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108124</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/06/2021 10:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/06/2021 10:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ศุภชัย’มั่นใจเดินหน้าประชุมสภาไม่เป็นคลัสเตอร์ใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 มิ.ย.2564 - นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่สอง ตรวจพื้นที่ห้องอาหาร บริเวณชั้น 1 &amp;nbsp;ภายในอาคารรัฐสภา ฝั่ง ส.ส. ภายหลังจากทราบบว่ามีแม่ค้าขายอาหารติดโควิด-19 โดยได้พูดคุยสอบถามพ่อค้าแม่ค้าที่ขายอาหารด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้นายศุภชัย กล่าวภายหลังได้พูดคุยกับพ่อค้าแม่ค้าที่ขายอาหารว่า ทุกคนบ่นค้าขายลำบากขึ้น เนื่องจากมาตรการของทางสภามีความเข้มข้นขึ้น และยังมีแม่ค้าบางคนที่ติดเชื้อโควิด-19 ทำให้หลายร้านต้องถูกปิดไปก่อน แต่ทั้งนี้นายชวน หลีกภัย ประธานสภาต้องการให้การประชุมสามารถเดินหน้าไปได้ พร้อมกับมีมาตรการที่เข้มงวด เพราะหากมี ส.ส.ติดเชื้อโควิด-19 และกลายเป็นคลัสเตอร์ใหม่ก็จะเสียหายพอสมควร ทางสภาจึงต้องเข้มงวดทุกด้าน ซึ่งเข้าใจเจตนาของประธานสภา โดยท่านมองว่าสภายังสามารถควบคุมและกำกับได้ โดยที่การ์ดต้องไม่ตก จึงอยากให้เข้าใจว่าเราทำงานเพื่อประชาชนและผลประโยชน์ของประเทศเป็นหลัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่ามั่นใจหรือไม่ว่าสภาจะไม่เป็นคลัสเตอร์ใหม่ นายศุภชัย กล่าวว่า ยังมั่นใจ เพราะก่อนหน้านี้ที่มี ส.ว.ติดโควิด 1 ท่านก็ติดมาจากข้างนอก และท่านไม่ได้เข้าร่วมประชุมรัฐสภาครั้งที่ผ่านมา ส่วนคนที่เป็นกลุ่มเสี่ยงก็ได้รับการตรวจหาเชื้อและกักตัวเรียบร้อยแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า หากการประชุมสภาวันนี้องค์ประชุมล่มจะดำเนินการอย่างไร นายศุภชัย กล่าวว่า เป็นดุลยพินิจของประธานสภา หากเปิดประชุมไปแล้ว 30 นาทีองค์ประชุมไม่ครบก็ต้องเลื่อนการประชุมออกไป ซึ่งเราเข้าใจกัน และไม่โทษกัน รวมทั้งไม่โทษประธานสภา แต่เราจะยึดตามสถานการณ์ และหวังว่า ส.ส.จะมาปฏิบัติหน้าที่ ทั้งนี้เราเสี่ยงกันทุกคนไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน สิ่งสำคัญเราต้องการ์ดไม่ตก
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108124</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายศุภชัย โพธิ์สุ, ประชุม, รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่สอง, รัฐสภา, ห้องอาหาร, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210630/image_big_60dbddd586f61.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98906</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/04/2021 11:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/04/2021 11:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ครูแก้ว&#039;กักตัวเอง14วันหลังร่วมงาน13ปีภูมิใจไทย ทีมงานอีก2คนขอกักตัวเช่นกัน  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
9 เม.ย.64 - ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดนครพนม ว่า&amp;nbsp; กรณีมีข่าวการตรวจพบผู้ป่วยติดเชื้อโควิดของนักการเมืองระดับชาติ คือ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม โดยมีไทม์ไลน์ว่า รมว.คมนาคม ได้เดินทางไปร่วมงานทำบุญครบรอบ 13 ปีของพรรคภูมิใจไทยที่สำนักงานใหญ่ ถนนพหลโยธิน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 6 เมษายนที่ผ่านมา ทำให้มีผู้ใกล้ชิดที่ไปร่วมงานอีกหลายราย จะต้องเข้าสู่มาตรการกักตัว&amp;nbsp; เพื่อป้องกันและควบคุมโรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ นายศุภชัย โพธิ์สุ หรือครูแก้ว ส.ส.นครพนมเขต 1 พรรคภูมิใจไทย/รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ได้ลงในโพสต์เฟสบุ๊กส่วนตัวและในไลน์กลุ่มเพื่อนครูแก้ว เพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม จึงขอล็อกดาวน์ตัวเองเป็นเวลา 14 วัน ตั้งแต่วันที่ 6-20 เมษายนฯ เพื่อเฝ้าระวังตามหลักปฏิบัติด้านสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ในวันทำบุญสำนักงานใหญ่พรรคภูมิใจไทย ครูแก้วยังได้พานายแพทย์อลงกต มณีกาศ และ นายชูกัน กุลวงษา รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครพนม(รอง นายก อบจ.ฯ) เข้าไปยื่นใบสมัครเป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทยด้วย โดยทั้งสองได้แจ้งขอกักตัวเป็นระยะเวลา 14 วันเช่นเดียวกัน&amp;nbsp; เนื่องจากมีการสัมผัสใกล้ชิดกับนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม&amp;nbsp; โดยทั้ง 3 คนได้รับการตรวจหาเชื้อเมื่อวันที่ 7 เมษายน มีผลการตรวจครั้งแรกเป็นลบ(ไม่พบเชื้อ) แต่จะต้องมีการรอตรวจยืนยันผลอีกครั้งหนึ่ง&amp;nbsp; พร้อมงดลงพื้นที่พบปะชาวบ้าน จนกว่าจะเข้าสู่ระยะปลอดภัย แต่จะใช้การติดต่อสอบถาม ปรึกษาหารือ ประสานงานทางโทรศัพท์มือถือ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98906</URL_LINK>
                <HASHTAG>13ปีพรรคภูมิใจไทย, กักตัว14วัน, นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ, นายศุภชัย โพธิ์สุ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210409/image_big_606fd9c340f21.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>91360</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/01/2021 09:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/01/2021 09:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;ศุภชัย&#039;กังวลญัตติซักฟอกฝ่ายค้านโยงสถาบันหวั่นเป็นการสาดน้ำมันเข้ากองไฟ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
29 ม.ค.64 - ที่รัฐสภา นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 กล่าวถึงกรณีที่ฝ่ายค้านยืนยันไม่แก้ญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า จากการพูดคุยทั้ง 2 ฝ่าย เมื่อวันที่ 28 ม.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ ได้ให้ข้อคิดกับฝ่ายค้าน ทั้งนี้ยืนยันว่าญัตติของฝ่ายค้านที่ยื่นมานั้น ถูกต้องตามกระบวนการ สามารถบรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระได้ แต่สิ่งที่ประธานสภาฯ และตนวิตกกังวลในเรื่องของการใช้คำพูดของข้อกล่าวหาที่ไปพัวพันถึงสถาบัน จึงได้วิเคราะห์ว่า การตั้งข้อกล่าวหาในหลายๆ ประเด็นที่ไปพัวพันกับสถาบัน เวลาสมาชิกสภาฯ อภิปรายจะผิดข้อบังคับหรือไม่ เพราะในข้อบังคับห้ามเอยถึงบุคคลที่สาม และพระมหากษัตริย์โดยไม่จำเป็น แต่เมื่อญัตติเขียนระบุเชื่อมโยงไปถึงพระมหากษัตริย์ ถึงแม้จะไม่กล่าวหาสถาบันก็ตาม แต่สมาชิกสภาฯ จะหลีกเลี่ยงการพูดถึงสถาบันไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;จึงเป็นเรื่องที่ลำบากใจ เมื่อฝ่ายค้านยื่นญัตติเข้ามาแล้วต่างคนก็ต่างมุมมอง ตั้งท่ากันตั้งแต่ยังไม่อภิปราย ถ้าสมมุติว่า ฝ่ายค้านอภิปรายผิดข้อบังคับ แล้วรัฐบาลประท้วง ฝ่ายค้านก็จะอ้างว่ามีอยู่ในญัตติ ซึ่งตอนเขียนไม่ผิด แต่ตอนพูดผิด แล้วจะทำอย่างไร เรื่องนี้ประธานสภาฯ เป็นกังวลว่าการอภิปรายจะไม่เป็นไปด้วยความราบรื่น เพราะแทนที่จะอภิปรายเสร็จภายใน 4 วัน และลงมติวันที่ 5 ก็อาจจะยืดเยื้อออกไปอีก ที่สำคัญประธานสภาฯ กังวลว่า ไม่อยากให้การอภิปรายไม่ไว้วางใจ เป็นการเปิดประเด็นหลายๆ ประเด็น ถ้าฝ่ายค้านอภิปรายตั้งข้อกล่าวหารัฐบาลที่ค่อนข้างแรง และนายกรัฐมนตรีชี้แจง หากเปิดประเด็นแรงๆ ออกมา ก็จะเป็นการสาดน้ำมันเข้ากองไฟ ไฟก็ลุกโชติช่วง หรือสาดน้ำเข้าหากัน ต่างฝ่ายก็ต้องเปียก ทำให้ไม่เป็นผลดีต่อการทำงานร่วมกัน ซึ่งประธานสภาฯ เป็นห่วง และไม่อยากให้ใครตกเป็นจำเลยของสังคมในการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้&amp;rdquo;นายศุภชัย กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศุภชัย กล่าวต่อว่า สำหรับตน ในฐานะที่เป็นผู้กลั่นกรองญัตติ ก็เป็นกังวล แต่เมื่อฝ่ายค้านยืนยัน เราก็ต้องบรรจุญัตติเข้าสู่ระเบียบวาระ ส่วนจะอภิปรายวันไหนทางสำนักเลขาธิการสภาฯ จะประสานไปยังรัฐบาลว่าจะพร้อมชี้แจงวันไหน และหากมีปัญหาในระหว่างการอภิปรายสมาชิกสภาฯ แต่ละคนก็ต้องรับผิดชอบตนเอง ประธานในที่ประชุม ก็อาจจะต้องทำหน้าที่หนักหน่อย อย่างไรก็ตาม ก็ไม่ได้วิตกในการทำหน้าที่ เพราะเรายึดข้อบังคับการประชุมเป็นที่ตั้ง แต่อาจจะไม่ถูกใจฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ซึ่งเป็นปัญหาที่จะต้องแก้สถานการณ์เฉพาะหน้ากันต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91360</URL_LINK>
                <HASHTAG>ญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ, นายศุภชัย โพธิ์สุ, แอบอ้างสถาบัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210129/image_big_6013786438de8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>91166</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/01/2021 14:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/01/2021 12:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;คอท่อม&#039;เฮ!สภาฉลุยปลดล็อกพืชกระท่อมพ้นยาเสพติด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ม.ค.2564 - ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภา เป็นประธานในการประชุม เพื่อพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่...) พ.ศ. ... ที่คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว โดยนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม ในฐานะประธาน กมธ. กล่าวรายงานว่า ตามที่ที่ประชุมสภาได้พิจารณารับหลักการ ร่างพ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ บัดนี้ กมธ.ได้พิจารณาเสร็จแล้ว โดยสรุปได้ดังนี้ กมธ.ได้ใช้ ร่างพ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ ที่เสนอโดยคณะรัฐมนตรีเป็นหลักในการพิจารณา และมีข้อสังเกตท้ายรายงานเพื่อให้สภาพิจารณาคือ 1.ร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้มีความมุ่งหมายเพื่อยกเลิกพืชกระท่อมออกจากยาเสพติดให้โทษอีกต่อไป ประชาชนผู้บริโภคพืชกระท่อมจะบริโภคได้โดยไม่มีความผิดและไม่ต้องรับโทษตามกฎหมาย เว้นแต่จะนำไปผสมสารเสพติดชนิดอื่น จะทำให้ผู้บริโภคจะมีความรู้สึกที่ดีได้รับการยอมรับจากสังคมว่าไม่ใช่ผู้ติดยาเสพติด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.ร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ จะบังคับใช้ภายใน 90 วันหลังจากประกาศในราชกิจจานุเบกษา ซึ่ง กมธ.แก้ไขให้เหมาะสมจากเดิมที่กำหนดไว้ 180 วัน โดยการยกเลิกโทษพืชกระท่อมจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนที่ใช้ในชีวิตประจำวันตามวิถีดั้งเดิม ลดภาระงานงบประมาณของรัฐในการจับกุมและดำเนินคดี รวมทั้งเป็นประโยชน์ต่อการส่งเสริมพืชกระท่อมเป็นพืชเศรษฐกิจของประเทศ เพราะพืชกระท่อมคือสมุนไพรที่มีความหลากหลายทางชีวะภาพ มีศักยภาพที่ควรนำไปใช้ประโยชน์ให้เกิดกับประเทศโดยเฉพาะเกษตรกร จึงควรผลักดันร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้มีผลโดยเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมศักดิ์ กล่าวอีกว่า 3. เมื่อ ร่างพ.ร.บ.ประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ประชาชนผู้นิยมบริโภคพืชกระท่อมอาจะเข้าผิด ว่ากฎหมายมีผลบังคับใช้ภายใน 90 วัน อาจเกิดการใช้พืชกระท่อมอย่างเสรีทันทีและอาจถูกจับกุมในช่วงที่กฎหมายยังไม่มีผล หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับทราบ 4.ระยะเวลาใช้บังคับของ ร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ เพื่อให้มีการร่าง พ.ร.บ.พืชกระท่อม ขึ้นมาอีกฉบับหนึ่งเพื่อให้มีมาตรการควบคุมการใช้พืชกระท่อม หลังจากยกเลิกพืชกระท่อมออกจากบัญชียาเสพติดแล้ว โดย ร่างพ.ร.บ.พืชกระท่อม กมธ.เห็นว่าไม่ควรมีข้อจำกัด เหมือนที่กำหนดไว้ใน พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 เพราะพืชกระท่อมเป็นยาสมุนไพรที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจ แต่กำหนดไม่ให้เกิดการใช้ในเด็กแล้วเยาวชน และการปลูกที่มีความเท่าเทียมกัน เป็นต้น ส่งเสริมด้านการแปรรูปให้เกิดประโยชน์ ผลิตยาสมุนไพรแก้โรคต่างๆ ให้เป็นธุรกิจที่ส่งออกได้ทั่วโลก เพื่อเป็นประโยชน์ต่อประชาชนและประเทศชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาเป็นการอภิปรายของสมาชิกอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะมาตรา 2 ประเด็นการกำหนดเวลาบังคับใช้กฎหมายภายหลังการประกาศในราชกิจจานุเบกษา 90 วัน โดยมีสมาชิกบางส่วนอยากให้กฎหมายมีผลบังคับใช้ในทันที โดยนายสมศักดิ์ได้ชี้แจงว่า การกำหนดระยะเวลา 90 เพื่อให้เวลากับการร่าง พ.ร.บ.พืชกระท่อม ที่เป็นกฎหมายรองในการควบคุมการใช้พืชกระท่อม ไม่ให้เด็กและเยาวชนเข้าถึงรวมถึงไม่นำไปใช้ผิดประเภทหรือนำไปผสมกับยาเสพติดชนิดอื่น ซึ่งที่ประชุมเห็นด้วยกับการแก้ไขของ กมธ. ให้กฎหมายฉบับนี้มีผลบังคับใช้ 90 วันหลังประกาศในราชกิจจานุเบกษาด้วยคะแนน 326 ต่อ 5 เสียง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นที่ประชุมได้ลงมติเห็นชอบกับร่างพ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่...)พ.ศ.... ด้วยคะแนน 319 ต่อ 7 เสียง และดำเนินตามกระบวนการเพื่อออกเป็นกฎหมายต่อไป.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91166</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายศุภชัย โพธิ์สุ, นายสมศักดิ์ เทพสุทิน, สภาผู้แทนราษฎร, ใบกระท่อม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210127/image_big_6010fda5549a6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>91149</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/01/2021 10:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/01/2021 10:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>งามหน้า!ศุภชัยประจานทั่นผู้ทรงเกียรติกลางสภาไม่ยอมสวมแมสก์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ม.ค.2564 - ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาคนที่ 2 เป็นประธานการประชุม ช่วงเปิดให้สมาชิกหารือปัญหาต่างๆ นั้น นายศุภชัยได้แจ้งต่อที่ประชุมว่า มีเรื่องร้องเรียนจากประชาชนว่าการประชุมสภามีการถ่ายทอดสดออกไปสู่สาธารณะ แต่ปรากฏว่า ส.ส. จำนวนมากเกินครึ่ง ยกเว้นผู้อภิปราย ไม่สวมหน้ากากอนามัย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พี่น้องประชาชนถามว่าท่านผู้ทรงเกียรติควรเป็นแบบอย่างของประชาชนโดยทั่วไปใช่หรือไม่ ก็ตอบไม่ได้ แต่ได้บอกกับพี่น้องประชาชนว่า ส.ส.อาจจะเผลอ แต่จากนี้ไปจะสวมหน้ากากอนามัยทุกคน ขอให้สบายใจได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อนายศุภชัยพูดจบ ส.ส.ที่อยู่ในห้องประชุมก็ทยอยหยิบมาสวม ยกเว้นผู้อภิปราย ไม่ต้องสวมหน้ากากอนามัย
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91149</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายศุภชัย โพธิ์สุ, สภาผู้แทนราษฎร, แมสก์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200226/image_big_5e562b0a35ebf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77802</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/09/2020 08:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/09/2020 08:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> สภาฯระอุ!&#039;สส.ก้าวไกล&#039;จวก&#039;ศุภชัย&#039;ดึงงบลงพื้นที่ตัวเองเจ้าตัวท้าเดิมพันถ้าผิดจริงพร้อมทิ้งตำแหน่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
18 ก.ย.63 - เมื่อเวลา 21.40 น. คืนวันที่ 17 ก.ย. นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายงบประมาณของกระทรวงคมนาคม ซึ่งขอปรับลง 5.55 เปอร์เซ็นต์ โดยยกตัวอย่างโครงการที่ส.ส.พยายามแปรญัตติดึงงบไปลงพื้นที่ตัวเอง เอาเงินภาษีประชาชนไปหาเสียง เช่น โครงการบูรณะทางผิวถนนแอสฟัสต์ อ.บ้านแพง จ.นครพนม ที่มีการทำป้ายขอบคุณส.ส.ในพื้นที่ในการปรับปรุงถนนเส้นดังกล่าว วิธีการแบบนี้เรียกว่าสูบเลือดจากคนทั้งแผ่นดิน เพราะมีโลโก้พรรคการเมือง และชื่อส.ส.ชัดเจน คำถามคือการใช้เงินภาษีไปหาเสียงขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ รัฐธรรมนูญมาตรา 144 ไม่มีงบส.ส. และส.ส.ไม่สามารถดึงงบไปลงพื้นที่ตัวเองได้ ระบบมือใครยาวสาวได้สาวเอา ไม่ใช่สิ่งดี เราควรใช้วิธีการกระจายอำนาจนำเม็ดเงินลงสู่ท้องถิ่นอย่างจริงจัง จึงเสนอให้ตัดงบ 5.55 % เพราะเป็นตลกร้าย ใช้งบประมาณเพื่อสร้างความได้เปรียบทางการเมือง รมว.คมนาคมและเป็นเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ต้องตอบคำถามให้ได้ว่าการกระทำแบบนี้ผิดหรือไม่ จะแก้ปัญหามือใครยาวสาวได้สาวเอาอย่างไร เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นไม่น่าภูมิใจเลย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากประเด็นนี้ ทำให้นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาฯ คนที่ 2 และส.ส.นครพนม พรรคภูมิใจไทย ลงจากบัลลังก์ประธานสภาฯ ไปนั่งที่ในที่นั่งส.ส.พรรคภูมิใจไทย ใช้สิทธิ์ถูกพาดพิงว่า ไม่เคยประสานงานของบประมาณจากรมว.คมนาคม ทั้งทางเอกสารและวาจา ไม่เคยทำหนังสือขอแปรญัตติ แม้จะอยู่พรรคเดียวกัน เมื่อประชาชน อ.บ้านแพง จ.นครพนม เดือดร้อน ถนนทรุดโทรมมานานหลายปี เรียกร้องมายังส.ส.ให้ช่วยเหลือ ในฐานะส.ส.พื้นที่ จะละเลยได้อย่างไร เมื่อทราบว่าเป็นความรับผิดชอบของทางหลวงแผ่นดิน ได้ให้ลูกน้องประสานงานไปยังเจ้าหน้าที่แขวงการทางว่าถนนชำรุดให้ไปดู เมื่อเจ้าหน้าที่ลงมาดูชาวบ้านได้นัดหมายจะชุมนุมกันที่ตรงนั้น ตนได้ลงไปในพื้นที่ดังกล่าวและได้รับหนังสือร้องเรียนจากชาวบ้าน ก็นำหนังสือมอบให้เจ้าหน้าที่แขวงที่รับผิดชอบนำไปพิจารณาแก้ไขให้ประชาชน ไม่ทราบว่านานกี่เดือนจึงมีการซ่อมถนนตรงนี้ เมื่อลงพื้นที่ตรงนั้นอีกครั้ง เห็นถนนซ่อมแซมแล้ว สาเหตุที่เกิดเหตุน่าจะมาจากป้าย น่าจะเป็นความบริสุทธิ์ใจของพี่น้องตรงนั้นที่เขาคงดีใจ คงเข้าใจว่าเป็นเพราะส.ส.ประสานงานให้จึงทำป้ายขอบคุณ ตนไม่ทราบว่าใครเป็นคนขึ้นป้าย และป้ายขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่ เมื่อเห็นป้ายก็ไม่สบายใจจึงขอให้ชาวบ้านเอาออก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ถ้าผมต้องหลุดจากส.ส. ส.ส.ทั้งสภาจะต้องหลุดด้วย เพราะทุกคนล้วนแต่รับปัญหาของชาวบ้านมาสะท้อนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องฟัง การกล่าวหาของนายสุรเชษฐ์ เป็นเหตุรุนแรง ถ้าผมกระทำผิดกฎหมายจริงจะต้องหลุดจากส.ส. จึงขอท้านายสุรเชษฐ์ หรือจะทั้งพรรคก็ได้ว่า ถ้ามีหนังสือว่าผมทำหนังสือไปของบจากรมว.คมนาคม หนังสือแปรญัตติของบประมาณ ถ้าผมผิดจริง ยินดีลาออกจากการเป็นส.สเขต 1 และรองประธานสภาฯคนที่ 2 ทันที แต่ถ้าไม่มีนายสุรเชษฐ์จะรับผิดชอบอย่างไร การกล่าวหาคนอื่นลอยๆแบบนี้คนอื่นเสียหายไม่ควรกระทำ&amp;rdquo; นายศุภชัย กล่าว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้น นายสุรเชษฐ์ ลุกขึ้นชี้แจงว่า เรื่องนี้ตั้งเป็นคำถาม ถูกผิดอยู่ที่ศาลตัดสิน แต่รัฐธรรมนูญมาตรา 144 จะตีความอย่างไรอยากให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน ดังนั้น คำถามคือ ภาพที่ตนแสดงไปเป็นการกระทำผิดจริงหรือไม่ และหากมีการดึงงบลงพื้นที่จริง จะแก้ไขกันอย่างไร&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77802</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายศุภชัย โพธิ์สุ, สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ, อภิปรายงบประมาณ, โครงการบูรณะทางผิวถนนแอสฟัสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200918/image_big_5f64082193310.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
