<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>39612</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/06/2019 16:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/06/2019 16:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;รร.เอกชน ขนาดกลาง-เล็ก &quot;ปรับตัว  ลดห้องเรียน- ลดครู เหตุเด็กลดลง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 มิ.ย.62-นายศุภเสฏฐ์ คณากูล นายกสมาคมคณะกรรมการประสานและส่งเสริมการศึกษาเอกชน (ส.ปส.กช.) กล่าวถึงสถานการณ์จำนวนผู้เรียนที่เข้าศึกษาในโรงเรียนและวิทยาลัยอาชีวศึกษาของเอกชน ว่า ตนได้รับรายงานว่ากลุ่มผู้เรียนในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น และประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) เพิ่มขึ้นเล็กน้อย ขณะที่การศึกษาขั้นพื้นฐานจำนวนเด็กลดลง โดยสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากอัตราการเกิดของประชากรน้อย ซึ่งระดับที่เห็นอย่างชัดเจนว่าจำนวนเด็กลดลง คือ ชั้นอนุบาล 3 ปี เนื่องจากโรงเรียนเอกชนมีการจัดการศึกษาในส่วนนี้อยู่เดิมแล้ว แต่รัฐบาลมีนโยบายต้องการให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เป็นผู้ดำเนินการ อีกทั้งโรงเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ก็มีการขยายชั้นเรียน เพื่อมารองรับในส่วนนี้ด้วย ซึ่งเรื่องดังกล่าวส่งผลกระทบต่อโรงเรียนเอกชนขนาดกลาง และขนาดเล็กชัดเจน เนื่องจากจำนวนผู้เรียนลงลด รวมโรงเรียนยังต้องปรับรูปแบบการบริหารจัดการทั้งลดจำนวนห้องเรียน ลดจำนวนครูผู้สอน ทั้งนี้ตนยังได้รับข้อมูลอย่างไม่เป็นทางการ ว่า ในปีการศึกษา 2562 มีโรงเรียนเอกชนที่เสนอขอเลิกกิจการแล้ว จำนวน 10-15 แห่ง ซึ่งคงต้องรอตัวเลขที่ชัดเจนจากศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) จากทั่วประเทศอีกครั้ง โดยส่วนใหญ่จะเป็นโรงเรียนอนุบาลขนาดเล็ก ที่สอนเฉพาะระดับชั้นอนุบาล และโรงเรียนขนาดกลาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายศุภเสฏฐ์ กล่าวต่อว่า สำหรับเรื่องการวางแผนการดำเนินการในอนาคตของเอกชนนั้น เราต้องยอมรับว่าเป็นการดำเนินการที่ค่อนข้างจะลำบาก เพราะนโยบายรัฐบาลอาจจะเปลี่ยน ส่วนหนึ่งที่โรงเรียนเอกชนกระทบอย่างมาก คือ นโยบายที่ให้ สพฐ. จัดอนุบาล 3 ปี เพิ่มขึ้น ซึ่งเอกชนไม่ได้มีปัญหาว่าจะจัดเพิ่มหรือไม่ แต่เราไม่มีปัญหาในส่วนของการจัดการศึกษาที่ซ้ำซ้อน เช่น โรงเรียน ก. ของรัฐบาล อยู่ติดกับ โรงเรียน ข. ของเอกชน ที่มีการจัดการสอนอนุบาล 3 ปีอยู่แล้ว เมื่อโรงเรียน ก. เปิดสอนอนุบาล 3 ปี เด็กก็จะย้ายไปเรียนที่โรงเรียน ก. เพราะเป็นโรงเรียนของรัฐที่ได้รับการอุดหนุน ไม่เสียค่าใช้จ่าย ซึ่งถือว่าเป็นปัญหาของโรงเรียนเอกชนอย่างมาก ดังนั้นสิ่งที่โรงเรียนเอกชนสามารถทำได้ คือการตั้งรับ ทั้งเรื่องการลดจำนวนบุคลากร ไม่สร้างอะไรที่ใช้ต้นทุนเพิ่ม ควบคุมค่าใช้จ่ายต่างๆ อย่าไรก็ตาม ตนเตรียมข้อมูลที่จะเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) คนใหม่ อย่างเรื่องความเหลื่อมล้ำของนักเรียน ในส่วนของสิทธิขั้นพื้นฐาน เงินอุดหนุนรายหัวเด็กที่ควรจะปรับขึ้นไม่ให้เป็นภาระของผู้ปกครอง รวมถึงเรื่องการจัดการศึกษาระดับอนุบาล 3 ปี ในปีการศึกษา 2563 เนื่องจากเราต้องการความชัดเจนของนโยบาย ว่า ภาครัฐจะดำเนินการอย่างไร เพื่อที่เอกชนจะต้องวางแผนการดำเนินการต่อไป
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39612</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายศุภเสฏฐ์ คณากูล, ส.ปส.กช, สมาคมคณะกรรมการประสานและส่งเสริมการศึกษาเอกชน (ส.ปส.กช.)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190627/image_big_5d148bcbc1622.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
