<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>114685</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/08/2021 13:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/08/2021 07:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศึกทนาย!&#039;เดชา&#039;แจ้งความดำเนินคดี&#039;ษิทรา&#039;พร้อมเปิดโปงขบวนการปล่อยคลิป&#039;ผกก.โจ้&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27ส.ค.64- ระหว่างพล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.)&amp;nbsp; นำพ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล อดีต ผกก.สภ.เมืองนครสวรรค์ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดนครสวรรค์ แถลงข่าวเมื่อค่ำวันที่26ส.ค. ที่ผ่านมา นายเดชา กิตติวิทยานันท์ ทนายความชื่อดัง&amp;nbsp; โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊ก ทนายคลายทุกข์&amp;nbsp;ระบุว่าเรียนสื่อมวลชนพรุ่งนี้ (27/8/64) เวลา 11.00 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทนายเดชา เจ้าของเพจทนายคลายทุกข์จะเดินทางไปสน.โคกคราม เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับนายษิทรา เบี้ยบังเกิด ตามคำท้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สอบถามข้อมูล/ประสานงาน โทร.0816161425 , 0816252161&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทนายเดชา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานเครือข่ายทนายคลายทุกข์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พรุ่งนี้ 16.00 น.อัจฉริยะจะมาเปิดโปงขบวนการปล่อยคลิปผกก.โจ้ ปล่อยข่าวตบทรัพย์ 20 ล้าน ที่เพจทนายคลายทุกข์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข่าวด่วน ผกก มอบตัว ชัดเจนว่าไม่มีทนาย เอาคลิปไปข่มขู่ตบทรัพย์เรียกเงินตามที่ทนายความชื่อดังกล่าวหาแต่อย่างใดดำเนินคดีทนายที่ใส่ร้ายผมไม่ปล่อยไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โจ้บอกว่าไม่ตั้งใจฆ่า จะเค้นเรื่องยา ไม่ได้หนี ตกใจไปตั้งหลักว่าจะมอบตัวอยู่แล้ว และไม่มีใครเอาคลิปมาเรียก20ล้านจากการสอบเบื้องต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้กำกับโจ้ให้สัมภาษณ์ชัดเจนว่าไม่มีทนายไปตบทรัพย์แต่อย่างใด พรุ่งนี้ผมแจ้งความดำเนินคดีกับทนายษิทรา 11.00 นสน.โคกคราม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นักกฎหมาย ไม่ควร ชี้โพรงให้กระรอกหรือชี้ช่องให้ผู้ต้องหาคดี ตำรวจนครสวรรค์ให้หลุดคดี ต้องปล่อยให้เป็นไปตามกรรม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114685</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายษิทรา เบี้ยบังเกิด, พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล (ผกก.โจ้), เดชา กิตติวิทยานันท์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210827/image_big_61282a0c51aa2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105756</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/06/2021 11:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/06/2021 11:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ถือฤกษ์9.39น.ทนายตั้มพาลุงพลไหว้หลวงปู่รุ่ง (มีคลิป) </HEADLINE>
                <CONTENT>



&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 มิ.ย.2564 &amp;ndash; เมื่อเวลา 9.39 น.ที่บริเวณวัดท่ากระบือ อำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร นายษิทรา เบี้ยบังเกิด (ทนายตั้ม)ได้พานายไชย์พล วิภา หรือลุงพล พร้อมกับ ป้าแต๋นและเหล่ายูทูบเบอร์คนสนิทเข้ากราบไหว้หลวงปู่รุ่งองค์ใหญ่ที่ประดิษฐานอยู่ที่วัดท่ากระบือสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดสมุทรสาครที่ผู้คนในจังหวัดให้การเคารพนับถือกันเป็นจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทนายตั้มได้เปิดใจกับผู้สื่อข่าวถึงการที่พาลุงพลและป้าแต๋น มากราบไหว้หลวงปู่รุ่งว่า &amp;nbsp;ผมเป็นคนกระทุ่มแบน มีความนับถือหลวงปู่รุ่งเป็นอย่างมากการมากราบไหว้ในวันนี้ถือเป็นการกราบไหว้ขอพรเอาฤกษ์เอาชัยเพื่อความเป็นสิริมงคลให้ได้รับชัยชนะในการต่อสู้คดี ซึ่งทุกครั้งจะเห็นได้ว่าเมื่อทนายตั้มรับทำคดีสำคัญๆที่อยู่ในความสนใจของประชาชนจะพาลูกความมากราบไหว้หลวงปู่รุ่งทุกๆคดี จะเห็นได้จากคดีหวย 30 ล้านก็ได้พาหมวดจรูญลูกความมากราบไหว้จนได้รับชัยชนะในคดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทางด้านของลุงพลได้บอกกับผู้สื่อข่าวว่าการมากราบไหว้ในวันนี้ก็ไม่ได้ขออะไรมาก แค่ขอให้ครอบครัวมีแต่ความสุขความเจริญ และได้เดินไปเคาะระฆังและเสี่ยงเซียมซี &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนักข่าวได้พยายามเข้าไปดูว่าลุงพลเสี่ยงเซียมซีได้เลขอะไร ผลปรากฎว่าในการเสี่ยงเซียมซีทั้งสามครั้ง เซียมซีที่ออกมากลับไม่มีเลขอะไรเลยสักครั้งเดียว ลุงพลก็เลยพูดขึ้นมาว่า &amp;nbsp;&amp;quot;ตนเองจะเป็นคนกำหนดชีวิตของตนเอง&amp;quot; ก่อนขอตัวรีบไปที่รัฐสภาต่อไป
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;





&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105756</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทนายตั้ม, นายษิทรา เบี้ยบังเกิด, นายไชย์พล วิภา, ป้าแต๋น, ลุงพล, วัดท่ากระบือ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210609/image_big_60c03d98153b1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54170</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/01/2020 15:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/01/2020 13:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ษิทรา&#039; ให้ปากคำป.ป.ช. คดีไบโอแมทริกซ์-รถตรวจการไฟฟ้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ม.ค.63 - ที่สำนักงาน ป.ป.ช. นายษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนเพื่อประชาชนและสังคม เดินทางเข้าให้ปากคำกับคณะอนุกรรมการ ป.ป.ช. กรณีที่ได้ยื่นเรื่องร้องเรียนให้ตรวจสอบการจัดซื้อเครื่องไบโอแมทริกซ์ และรถตรวจการไฟฟ้าของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง วงเงิน 2,100 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายษิทรา กล่าวว่าได้ยื่นเรื่องร้องเรียนต่อ ป.ป.ช.ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2562 ให้มีการตรวจสอบโครงการไบโอแมทริคซ์ โดย ป.ป.ช. ได้มีหนังสือแจ้งให้ตนเข้าให้ปากคำในวันนี้ (9ม.ค.) พร้อมให้ระบุตัวบุคคลที่ต้องการจะให้สอบสวน ซึ่งตนได้นำเอกสารหลักฐานรายงานการใช้งานเครื่องไบโอแมทริคซ์ จากเจ้าหน้าที่ ตม.จังหวัดต่างๆ เช่น &amp;nbsp;เชียงใหม่ ตาก เชียงแสน ชลบุรี ซึ่งทั้งหมดพบว่าระบบมีปัญหาไม่สามารถใช้งานได้ตามคุณสมบัติที่ระบุไว้ในทีโออาร์ และรายงานปัญหาดังกล่าวไปยังบริษัทคู่สัญญา แต่ไม่ได้มีการแก้ไขใดๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ในการส่งมอบงานบางงวดเอกชนยังไม่สามารถส่งมอบงานได้ตามกำหนดนัด แต่สตช.เซ็นตรวจรับงานให้ก่อน เพื่อไม่ให้เอกชนเสียเงินค่าปรับวันละ 5 ล้านบาท รวมถึงกรณีรถตรวจการไฟฟ้าที่จัดซื้อในราคาคันละ 4 ล้านบาท ที่อาจใช้งานได้ไม่คุ้มค่าและไม่สามารถเชื่อมต่อสัญญาณไวไฟได้โดยเฉพาะในต่างจังหวัดที่อาจมีปัญหาสัญญาณอ่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายษิทรา กล่าวว่า ตนจึงขอให้ป.ป.ช.เรียกสอบ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.ติณภัทร ภุมรินทร์ ผู้บัญชาการสำนักงานส่งกำลังบำรุง ซึ่ง 2 คนนี้เกี่ยวข้องในฐานะผู้อนุมัติการจัดซื้อจัดจ้างโครงการดังกล่าว รวมทั้ง พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และ &amp;nbsp;พล.ต.ต.สุรพงษ์ ชัยจันทร์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 ในฐานะเป็นผู้ตรวจรับงานโครงการและเป็นผู้ขยายสัญญาให้กับเอกชน โดยเฉพาะพล.ต.ต.สุรพงษ์ ซึ่งย้ายมาจากตำรวจภูธรภาค 7 เพื่อมาตรวจรับงาน งวดที่ 6 โดยเฉพาะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายษิทรา กล่าวอีกว่า ยังขอยื่นเอกสารเพิ่มรายชื่อในบัญชีพยานเป็น 13 ปาก เพิ่มเติมจากที่ก่อนหน้านี้มีเพียง พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ เพื่อขอให้ป.ป.ช.เรียกมาไต่สวนข้อมูลเพิ่มเติมโดยทั้ง 13 คนประกอบไปด้วยนายตำรวจระดับนายพล 2 คน ระดับนายพัน 10 คน และชั้นประทวน 1 คนโดยทั้งหมดเป็นตำรวจที่เคยเกี่ยวข้องกับการตรวจรับงานโครงการไบโอแมทริกซ์ แต่พบความไม่ชอบมาพากล จึงไม่ได้เซ็นอนุมัติการตรวจรับ และต่อมาตำรวจทั้ง 13 คนถูกย้าย ไปประจำการในตำแหน่งอื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ขอยกตัวอย่างปัญหาการทำงานของเครื่องไบโอแมทริกซ์ ในคดีเสี่ยท๊อปกำมะลอ หรือนายธนณัฎฐ์ สิริปิยพร &amp;nbsp;ซึ่งผู้บัญชาการตำรวจตรวจคนเข้าเมือง &amp;nbsp;ออกมาให้ข่าวว่าเป็นผลงานของเครื่องไบโอแมทริคซ์ &amp;nbsp;แต่จากข้อมูลเชิงลึกที่ผมตรวจสอบพบว่าฮ่องกงได้ประสานแจ้งข้อมูลมายังทางการไทย ว่า เสี่ยท็อปจะเดินทางกลับในวันดังกล่าว &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่เห็นและจำหน้าได้จึงเอาหมายจับไปแสดงก่อนจะพาเสี่ยท๊อปเข้าเครื่องไบโอแมทริกซ์ &amp;nbsp;ซึ่งต้องเดินผ่านเครื่องถึง 3 ครั้ง เครื่องจึงอ่านข้อมูลว่าเป็นเสี่ยท็อป&amp;rdquo;นายษิทรากล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมานายษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนเพื่อประชาชนและสังคม &amp;nbsp;เปิดเผยภายหลังเดินทางเข้าให้ปากคำกับคณะอนุกรรมการ ป.ป.ช. &amp;nbsp;กรณียื่นเรื่องร้องเรียนให้ตรวจสอบการจัดซื้อเครื่องไบโอแมทริคซ์ &amp;nbsp;และรถตรวจการไฟฟ้า ของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง &amp;nbsp;วงเงิน 2,100 ล้านบาท &amp;nbsp;ซึ่งได้ยื่นเรื่องร้องเรียนต่อ ป.ป.ช.ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมปีที่แล้ว &amp;nbsp;โดยใช้เวลาเกือบ 2 ชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายษิทรา เปิดเผยว่า ตนได้เข้าให้ถ้อยคำกับคณะอนุกรรมการไต่สวน &amp;nbsp;ตามที่ได้ยื่นร้องเรียน และยื่นรายชื่อพยานเพิ่มเติม หลังจากนี้ ป.ป.ช. จะทยอยเรียกสอบปากคำพยาน เริ่มจากวันพรุ่งนี้ (10 ม.ค.) เวลา 09.30 น. พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ &amp;nbsp;หักพาล จะเข้าให้ปากคำเป็นพยานปากแรก และจะมาพร้อมอดีตรองผู้บัญชาการ &amp;nbsp;สตม. คนที่ไม่ยอมเช็นต์รับมอบโครงการจนถูกย้าย &amp;nbsp;ส่วนพยานคนอื่นๆจะทยอยเรียกมาให้ข้อมูลจนครบทั้ง 13 คน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายษิทรา กล่าวว่า อย่างไรก็ตามทราบว่าที่ผ่านมา ป.ป.ช. เรียกเอกสารจากสำนักงานส่งกำลังบำรุง และหน่วยงานอื่นๆที่เกี่ยวข้องไปมากพอสมควรแล้ว โดยสัปดาห์หน้าจะลงพื้นที่สุ่มตรวจการใช้งานเครื่องไบโอแมสทริคซ์ ทั้งนี้หากการไต่สวนพบว่ามีมูลก็เชื่อว่า ป.ป.ช.ก็จะเรียกผู้ถูกร้องทั้ง 4 คน รวมถึงผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติมาชี้แจง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54170</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายษิทรา เบี้ยบังเกิด, สำนักงาน ป.ป.ช., สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง, เครื่องไบโอแมทริกซ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200109/image_big_5e16c54fc22ba.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49422</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/11/2019 15:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/11/2019 15:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ษิทรา&#039; ปฏิเสธข่าวรับว่าความคดีแชร์แม่มณี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากมีกระแสข่าวออกมาในโลกโซเชียลว่า ทนายเน็ตไอดอล ทนายคนดัง ษิทรา เบี้ยบังเกิด(ทนายตั้ม) รับทำคดีให้กับมะนาวในคดีแชร์แม่มณีที่กำลังเป็นข่าวดังที่ประชาชนต่างให้ความสนใจอยู่ในขณะนี้นั้น

ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้มีโอกาสสอบถามไปยัง ทนายษิทรา(ทนายตั้ม)ถึงเรื่องดังกล่าวโดยทนายตั้มยืนยันว่า ไม่ได้มีการรับทำคดีให้กับมะนาวแต่อย่างใด
น่าจะเป็นการแอบอ้างหรืออาจจะเป็นการเข้าใจผิดซะมากกว่า ขอยืนยันว่าไม่ได้รับทำคดีนี้แต่อย่างใด..
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49422</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายษิทรา เบี้ยบังเกิด, แชร์แม่มณี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190228/image_big_5c7727e37a681.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25924</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/01/2019 11:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/01/2019 11:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ทนายตั้ม&#039;นำ2ผัวเมียแจ้งกองปราบจับ&#039;อัจฉริยะ-รองผกก.&#039;2ข้อหาหนัก </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ม.ค.62- ที่กองปราบปราม นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ ได้
พา 2 ผัวเมียที่ถูกคัดทะเบียนราษฎร์แจ้งความ นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ และนายตำรวจระดับรองผู้กำกับ ข้อหาสมคบกันทำพยานหลักฐานเท็จ และปลอมแปลงเอกสารราชการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้ นายษิทรา ได้โพสต์ข้อความในเพจ ษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ ระบุว่า &amp;quot;หลังจากที่คุณรักชนก เจริญมากสุวรรณ ไปแจ้งความดำเนินคดีนายอัจฉริยะฯ เรื่องคัดทะเบียนราษฎร์โดยมิชอบ ที่สภ.บางปะอิน ได้มีกลุ่มบุคคลสมคบคิด และร่วมกันทำพยานหลักฐานเท็จ โดยการปลอมแปลงเอกสารราชการ เพื่อปกปิดความผิดของตัวเอง พรุ่งนี้ 7 มกราคม 2562 เวลา 10.00 น. ผู้เสียหายจะเดินทางไปร้องทุกข์ที่กองปราบ ดำเนินคดีกับนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ กับพวกที่ร่วมขบวนการทุกคน ในข้อหาร่วมกันทำพยานหลักฐานเท็จ ปลอมแปลงเอกสารราชการ แล้วจะแถลงพร้อมเปิดหลักฐานบางส่วนให้ประชาชนทราบถึงพฤติกรรมของบุคคลกลุ่มนี้ ว่าสามารถทำได้ทุกอย่าง&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25924</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองปราบปราม, ทนายตั้ม, นายษิทรา เบี้ยบังเกิด, นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์, สมคบกันทำพยานหลักฐานเท็จ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190107/image_big_5c32ce044929f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19027</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/10/2018 19:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/10/2018 19:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สองผัวเมียบุกร้องสภาทนายหา &#039;ทนายตั้ม&#039; เรียก 5 แสนวิ่งเต้นคดี!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ต.ค. 61 - นายสุนทร&amp;nbsp;ทรัพย์ตันติกุล&amp;nbsp;ประธานกรรมการมรรยาท สภาทนายความฯ เปิดเผยว่า ช่วงบ่ายวันนี้ มีสองสามีภรรยา อาชีพผู้ส่งออกกุ้ง ได้เดินทางมายื่นหนังสือร้องเรียนและข้อกล่าวหา นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม เกี่ยวกับเงินจำนวน 5 แสนบาทที่ใช้จ่ายในคดีที่งานฝ่ายมรรยาท สภาทนายความ โดยเจ้าหน้าที่ได้รับเรื่องไว้แล้ว ซึ่งตนในฐานะประธานกรรมการมรรยาท สภาทนายความจะต้องพิจารณาหนังสือร้องเรียน และข้อกล่าวหาดังกล่าวอย่างรอบคอบ ก่อนที่จะมีคำสั่งว่า เห็นควรรับเรื่องไว้พิจารณาหรือไม่ หากตนมีความเห็นควรรับเรื่องไว้ ก็จะตั้งกรรมการมรรบาทขึ้นสอบสวนข้อเท็จจริง 3 คนเป็นประธาน 1 คน กรรมการอีก 2 คน&amp;nbsp; ขึ้นสอบข้อเท็จจริง ซึ่งกรรมการจะดำเนินการโดยรวดเร็ว รอบคอบ ก่อนเสนอความเห็นมายังตน&amp;nbsp; หลังจากนั้นตนก็จะมีหนังสือเชิญกรรมการมรรยาทอีก 13 คนเพื่อมีมติต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ตอนนี้ผมยังพูดอะไรมากไม่ได้&amp;nbsp;เพราะยังไม่เห็นหนังสือร้องเรียนและข้อกล่าวหาเลย คงต้องใช้เวลาพิจารณารายละเอียดทั้งหมด&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนที่จะมีความเห็นว่า ควรรับเรื่องไว้ และตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงหรือไม่&amp;quot; นายสุนทร กล่าวตอนท้าย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19027</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทนายตั้ม, นายษิทรา เบี้ยบังเกิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180217/image_big_5a87ad9fa7c0a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
