<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>66581</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/05/2020 07:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/05/2020 07:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รองผู้ว่ากทม.ยกเคส2รายติดเชื้อเตือนว่าถ้าการ์ดตกการระบาดรอบใหม่อาจจะกลับมา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
22 พ.ค.62 - นายสกลธี ภัททิยกุล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร(กทม.) โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัวมีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
หลังจากยอดผู้ติดเชื้อในกรุงเทพมหานครเป็น 0 ติดต่อกัน 8 วัน วันนี้ยอดผู้ติดเชื้อทั้งประเทศมี 3 คนครับ ดูเผินๆ อาจจะดูน้อยแต่ประมาทไม่ได้ครับ 1 ใน 3 คนเป็นนักเรียนกลับจากฟิลิปปินส์ถูกกักตัวเข้า state quarantine เรียบร้อย ที่น่าห่วงคืออีก 2 คนที่ติดเชื้อภายในประเทศครับ คนหนึ่งเป็นชายอายุ 72 ปีป่วยเบาหวานกับมะเร็งสอบประวัติแล้วพบว่าเดินทางไปหลายจุดทั้งร้านอาหาร โรงพยาบาลและร้านตัดผมซึ่งทางสาธารณสุขได้เข้าไปดูแลทำความสะอาดจุดต่างๆ เรียบร้อยและคงจะตามผู้ที่อยู่บริเวณดังกล่าวในช่วงเวลานั้นมาตรวจสอบด้วย....อีกคนเป็นชาวต่างชาติที่มีภรรยาคนไทยอยู่ จ.ชัยภูมิไปเดินห้างสรรพสินค้าในจังหวัดและตรวจพบเชื้อก่อนกลับเข้าทำงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ช่วงนี้หลายจังหวัดรวมทั้งกรุงเทพมหานครได้ผ่อนปรนมาตรการและเปิดสถานที่ไปเยอะครับและยังเดินหน้าเข้าเฟสต่อไป แต่เราประมาทไม่ได้ครับต้องระวังและอาศัยความร่วมมือของพวกเราทุกๆ คนครับเพราะไม่ใช่ไม่มีโอกาสจะเกิดการระบาดรอบใหม่ (second wave) เคสในประเทศ 2 รายนี้อาจจะเป็นการเตือนเราว่าถ้าการ์ดตกการระบาดอาจจะกลับมาได้ เพราะจากประวัติผู้ติดเชื้อทั้งหมดมีเยอะครับที่ผู้ป่วยเป็น positive แต่ไม่แสดงอาการใดๆ ครับ กลับมาระบาดรอบนี้เสียหายกว่าเดิมแน่นอน...เป็นกำลังใจให้ทีมสาธารณสุขและผู้เกี่ยวข้องทุกคนครับที่ตัดสินใจโดยยึดถือเอาประโยชน์และความปลอดภัยของคนไทยโดยรวมเป็นสำคัญ ?????? #เราจะผ่านมันไปด้วยกันครับ ??????&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66581</URL_LINK>
                <HASHTAG>การระบาดรอบใหม่, การ์ดตก, ติดเชื้อไวรัสโควิด-19, นายสกลธี ภัททิยกุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190724/image_big_5d38389e21b06.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>38081</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/06/2019 09:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/06/2019 20:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;สกลธี&quot; กระทุ้งคนในพปชร.​ ละอายใจบ้าง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 มิ.ย. 2562 - นายสกลธี​ ภัททิยกุล​ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร​ อดีตส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว​ ถึงการจัดตั้งรัฐบาลว่า​ เค้าว่าการเมืองเป็นเรื่องต่อรองผลประโยชน์...ดังนั้นการที่พรรคร่วมรัฐบาลจะต่อรองนั่นโน่นนี่ก็เป็นสิทธิและเป็นเรื่องปกติของเขา ฝั่งไหนด้านไหนรับข้อเสนอและยอมให้ได้ตามที่พรรคร่วมขอไม่ว่าจะนโยบายหรือกระทรวงที่รับผิดชอบก็ร่วมงานกันไป เป็นมาอย่างนี้ทุกยุคทุกสมัย...แต่การต่อรองของคนในพรรคแกนนำกันเองนี่สิครับมันน่าละอาย อย่างตัวผมเคยอยู่ประชาธิปัตย์มา 10 กว่าปี ตอนตั้งรัฐบาลไม่เห็นมีใครในพรรคต่อรองอะไร ให้เป็นหน้าที่ของหัวหน้าพรรคกับกรรมการบริหารพรรคจะเห็นสมควร ยิ่งโดยเฉพาะการเลือกตั้งครั้งนี้ (ความเห็นส่วนตัวนะครับ) ผมว่า 80% ของคนที่เลือกพรรคพลังประชารัฐเพราะอยากเห็นลุงตู่เป็นนายกรัฐมนตรีบริหารประเทศต่อไป น้อยนักครับที่เลือกเพราะอยากเห็นคนนั้นคนนี้เป็นรัฐมนตรีกระทรวงโน้นนี้ หรือเลือกเพราะนาย A นาย B นาย C ถ้าจะมีแฟนคลับส่วนตัวก็คงจะมีบ้างแต่เป็นส่วนน้อย ไม่อย่างนั้นคงไม่ได้มี ส.ส.เขตหน้าใหม่ที่ไม่เคยทำงานในพื้นที่เกิดขึ้นมากมายหรอกครับ...

ดังนั้นการที่จะมีใครมาอ้างว่าผมมี ส.ส.ในมือเท่านั้นเท่านี้คน ผมเข้ามาได้ด้วยตัวผมเอง พี่น้องประชาชนอยากเห็นผมเป็นนั่นนี่ แล้วมาต่อรองว่าผมต้องได้เป็นอะไรก็ตาม บลาๆๆๆๆ...ละอายใจบ้างเถอะครับ คิดถึงประเทศบ้าง อย่าเอาแต่ความอยากได้อยากเป็นของตัวเองเป็นที่ตั้ง แค่ที่ผ่านๆ มาคนเค้าก็คลื่นเหียนกับนักการเมืองมามากพอแล้ว ปล่อยให้ท่านนายกรัฐมนตรีดูความเหมาะสมและจัดวางคนที่ดีให้ทำงานเถอะ....ภาพข่าวที่ออกมามันบั่นทอนความเชื่อมั่นทุกวันๆ ประเทศมันจะเดินต่อไปยากครับ #ทำเพื่อชาติซักครั้งเถอะ
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38081</URL_LINK>
                <HASHTAG>#พปชร., จัดสรรเก้าอี้รัฐมนตรี, นายสกลธี  ภัททิยกุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180510/image_big_5af412da5bd3a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16969</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/09/2018 18:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/09/2018 18:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พอช.ชี้แจงข่าวบ้านริมคลอง  ช่วยให้ชาวบ้านมีที่อยู่อาศัยใหม่ที่มั่นคงและถูกกฎหมาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน/ ผอ.พอช.ชี้แจงข่าวบ้านมั่นคงริมคลอง&amp;nbsp; กรณีศรีสุวรรณและชาวชุมชนริมคลองบางส่วนยื่นหนังสือร้องเรียนไม่เข้าร่วมโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัย &amp;nbsp;ยืนยันทำตามนโยบายจัดระเบียบชุมชนริมคลองของรัฐบาล เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วม&amp;nbsp; ขณะที่ชาวบ้านจะได้มีที่อยู่อาศัยใหม่ที่มั่นคง&amp;nbsp; เปลี่ยนจากผู้บุกรุกเป็นผู้เช่าอย่างถูกต้องตามกฎหมาย&amp;nbsp; โดยมีเงินช่วยเหลือครัวเรือนละ 147,000&amp;nbsp; บาท&amp;nbsp; พร้อมสินเชื่อสร้างบ้านไม่เกิน 400,000 บาท&amp;nbsp; และสนับสนุนการพัฒนาคุณภาพชีวิต&amp;nbsp; สิ่งแวดล้อม&amp;nbsp; ส่งเสริมอาชีพและรายได้&amp;nbsp; ที่ผ่านมาดำเนินการเสร็จไปแล้ว&amp;nbsp; 31 ชุมชน รวม 2,602&amp;nbsp; หลัง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตามที่นายศรีสุวรรณ&amp;nbsp; จรรยา&amp;nbsp; เลขาธิการสมาคมองค์กรพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย&amp;nbsp; พร้อมชาวชุมชนริมคลองจำนวนหนึ่งไปยื่นหนังสือที่ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนประชาชน (ตรงข้ามทำเนียบรัฐบาล) ถึงนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp; เมื่อวันที่ 6 กันยายน&amp;nbsp; เพื่อขอให้สั่งการให้กรมธนารักษ์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาแจ้งอัยการเพื่อถอนฟ้องชาวบ้านที่ไม่ขัดขวางโครงการสร้างเขื่อนระบายน้ำคลองลาดพร้าว&amp;nbsp; รวมทั้งชี้แจงการไม่เข้าร่วมโครงการบ้านมั่นคงริมคลองที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo; ดำเนินการ&amp;nbsp; โดยอ้างว่าได้รับเงินช่วยเหลือด้านสาธารณูปโภคเพียงหลังละ 50,000 บาท&amp;nbsp; และชาวบ้านไม่อยากเป็นหนี้จึงไม่เข้าร่วมโครงการบ้านมั่นคงนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายสมชาติ&amp;nbsp; ภาระสุวรรณ &amp;nbsp;ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ กล่าวชี้แจงว่า&amp;nbsp; โครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองลาดพร้าว&amp;nbsp; เป็นผลสืบเนื่องมาจากเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑลในปี 2554&amp;nbsp; โดยสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากการระบายน้ำในคลองสายหลักในกรุงเทพฯ ไม่คล่องตัว&amp;nbsp; เนื่องจากมีสิ่งปลูกสร้างกีดขวางทางเดินน้ำ&amp;nbsp;&amp;nbsp; ต่อมาในปี 2555&amp;nbsp; กรุงเทพมหานครและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงมีความเห็นให้มีการจัดระเบียบสิ่งปลูกสร้างรุกล้ำลำน้ำ&amp;nbsp; และสร้างเขื่อนระบายน้ำในคลองสายหลักในกรุงเทพฯ&amp;nbsp; แต่รัฐบาลในขณะนั้นยังไม่ได้ดำเนิน&amp;nbsp; จนมาถึงรัฐบาลชุดปัจจุบันจึงเริ่มดำเนินการในคลองลาดพร้าว&amp;nbsp; โดยให้สำนักการระบายน้ำ&amp;nbsp; กรุงเทพมหานคร&amp;nbsp; รับผิดชอบการสร้างเขื่อนระบายน้ำในคลองลาดพร้าว&amp;nbsp;&amp;nbsp; ความยาวทั้งสองฝั่งประมาณ&amp;nbsp; 45&amp;nbsp;&amp;nbsp; กิโลเมตร&amp;nbsp; ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการดำเนินการ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;ส่วน พอช.รัฐบาลมอบหมายให้จัดทำแผนงานรองรับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างเขื่อน&amp;nbsp; รวมทั้งหมด 50 ชุมชน&amp;nbsp; รวม 7,069&amp;nbsp; ครัวเรือน&amp;nbsp; โดยมีหลักการสำคัญคือ&amp;nbsp; 1.ชุมชนใดที่อาศัยอยู่ในชุมชนเดิมได้&amp;nbsp; หลังจากที่รื้อย้ายบ้านเรือนออกจากแนวคลองและแนวเขื่อนแล้ว&amp;nbsp; จะต้องรื้อย้ายบ้านเพื่อปรับผังชุมชนใหม่&amp;nbsp; เพื่อให้ทุกครอบครัวสามารถอยู่ในชุมชนเดิมได้&amp;nbsp; ซึ่งจะทำให้สะดวกต่อการประกอบอาชีพและการศึกษาเล่าเรียนของบุตรหลาน&amp;nbsp; ดังนั้นทุกครอบครัวจะได้รับการจัดสรรที่ดินเท่าๆ กัน&amp;nbsp; แต่เนื่องจากพื้นที่ริมคลองมีความคับแคบ&amp;nbsp; ดังนั้นบ้านที่สร้างใหม่จะเป็นบ้าน 2 ชั้น&amp;nbsp; ขนาดประมาณ&amp;nbsp; 4 X 7 ตารางเมตร&amp;nbsp;&amp;nbsp; และ 2.หากชุมชนใดอยู่ในที่ดินเดิมไม่ได้&amp;nbsp; เพราะที่ดินเหลือจากแนวสร้างเขื่อนไม่พอ&amp;nbsp; ชาวบ้านจะต้องรวมตัวกันไปจัดหาที่ดินเพื่อสร้างบ้านใหม่&amp;nbsp; ซึ่งขณะนี้ดำเนินการไปแล้วหลายชุมชน&amp;nbsp; โดย พอช.จะสนับสนุนงบประมาณ&amp;rdquo;&amp;nbsp; ผอ.พอช.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ผอ.พอช.กล่าวถึงงบประมาณสนับสนุนการก่อสร้างบ้านใหม่ว่า&amp;nbsp; พอช.จะสนับสนุนงบประมาณด้านสาธารณูปโภคครัวเรือนละ 50,000 บาท (ถนน&amp;nbsp; ไฟฟ้า&amp;nbsp; ประปา&amp;nbsp; ระบบบำบัดน้ำเสียรวม)&amp;nbsp; งบอุดหนุนการสร้างบ้านครัวเรือนละ 25,000 บาท&amp;nbsp; และเงินช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบครัวเรือนละ 72,000 บาท (ค่าเช่าบ้าน, ค่ารื้อย้าย, ลดหย่อนเงินกู้&amp;nbsp; ฯลฯ)&amp;nbsp; รวมเงินช่วยเหลือครัวเรือนละ 147,000&amp;nbsp;&amp;nbsp; บาท&amp;nbsp; และสินเชื่อก่อสร้างบ้านตามราคาก่อสร้างบ้านจริง (ไม่เกิน 400,000 บาท) ผ่อนชำระคืน 15-20 ปี&amp;nbsp; อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 4 บาท (คงที่ตลอดสัญญา)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;สำหรับความคืบหน้าในการสร้างบ้านมั่นคงริมคลองลาดพร้าว&amp;nbsp; หรือ &amp;ldquo;บ้านประชารัฐริมคลอง&amp;rdquo; นั้น&amp;nbsp; นายสมชาติกล่าวว่า&amp;nbsp; ขณะนี้สร้างเสร็จแล้ว 2,602 หลัง&amp;nbsp;&amp;nbsp; รวม&amp;nbsp; 31 ชุมชน&amp;nbsp; ในพื้นที่ 8 เขต&amp;nbsp; คือ&amp;nbsp; วังทองหลาง&amp;nbsp; ห้วยขวาง&amp;nbsp; วังทองหลาง&amp;nbsp; จตุจักร&amp;nbsp; บางเขน&amp;nbsp; หลักสี่&amp;nbsp; ดอนเมือง&amp;nbsp; และสายไหม&amp;nbsp; และเตรียมก่อสร้างเพิ่มเติมอีก 314&amp;nbsp; หลัง&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยมีผู้เข้าร่วมโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยในคลองลาดพร้าวจำนวน 5,196&amp;nbsp; ครัวเรือน&amp;nbsp; และยังมีผู้ที่ไม่เข้าร่วมจำนวน&amp;nbsp; 1,645 ครัวเรือน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ส่วนการดำเนินการฟ้องร้องแกนนำชาวบ้านที่ไม่เข้าร่วมหรือคัดค้านการจัดระเบียบชุมชนริมคลองนั้น&amp;nbsp; นายสมชาติกล่าวว่าเป็นอำนาจหน้าที่ของกรมธนารักษ์ในฐานะหน่วยงานที่ดูแลที่ดินราชพัสดุริมคลอง&amp;nbsp; &amp;nbsp;เนื่องจากที่ดินที่ชาวบ้านอาศัยอยู่ริมคลองส่วนใหญ่เป็นที่ดินราชพัสดุ&amp;nbsp; ชาวบ้านเข้าไปปลูกสร้างบ้านเรือนโดยไม่ได้รับอนุญาตจากกรมธนารักษ์&amp;nbsp; แต่เมื่อมีการจัดระเบียบชุมชนริมคลอง&amp;nbsp; กรมธนารักษ์จึงให้ชุมชนที่เข้าร่วมโครงการบ้านมั่นคงริมคลองเช่าที่ดินริมคลองจากกรมธนารักษ์ในอัตราผ่อนปรน&amp;nbsp; ราคาตารางวาละ 1.50 - 3 บาทต่อเดือน&amp;nbsp; ซึ่งถือว่าเป็นราคาที่ถูกมาก&amp;nbsp; และเช่าที่ดินได้คราวละ 30 ปี&amp;nbsp; เปลี่ยนจากผู้บุกรุกเป็นผู้เช่าอย่างถูกกฎหมาย&amp;nbsp; ทั้งนี้ประชาชนที่จะทำสัญญาเช่าที่ดิน&amp;nbsp; จะต้องรวมกลุ่มกันเป็นสหกรณ์เคหสถานและเข้าร่วมโครงการบ้านมั่นคง&amp;nbsp; เพื่อให้การบริหารจัดการทั้งเรื่องการเช่าที่ดินและก่อสร้างบ้านเป็นไปอย่างมีระบบและมีประสิทธิภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;พอช.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ได้ทอดทิ้งประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการจัดระเบียบชุมชนริมคลอง&amp;nbsp; เพราะมีการจัดทำแผนงานที่อยู่อาศัยรองรับ&amp;nbsp; มีงบประมาณสนับสนุน&amp;nbsp; แม้จะไม่ได้ช่วยเหลือทั้งหมด&amp;nbsp; แต่ประชาชนก็จะต้องมีส่วนร่วมในการพัฒนาที่อยู่อาศัยของตนเองด้วย&amp;nbsp; นอกจากนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp;&amp;nbsp; กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ&amp;nbsp; กรุงเทพมหานคร&amp;nbsp; สำนักงานเขตต่างๆ ในพื้นที่&amp;nbsp; กรมธนารักษ์&amp;nbsp; ธนาคารอาคารสงเคราะห์&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; ก็จะร่วมพัฒนาคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมในชุมชนให้ดีขึ้น&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; มีสวนหย่อม&amp;nbsp; มีทางจักรยานเลียบคลอง&amp;nbsp; มีสนามเด็กเล่น&amp;nbsp; มีบ้านกลางสำหรับผู้ด้อยโอกาสในชุมชนได้อยู่อาศัย&amp;nbsp; โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย&amp;nbsp; รวมทั้งส่งเสริมอาชีพต่างๆ เพื่อให้ชาวบ้านมีรายได้&amp;rdquo;&amp;nbsp; ผอ.พอช.กล่าว&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp; ก่อนหน้านี้ในปี 2559 ได้มีกลุ่มชาวบ้านชุมชนวังหิน&amp;nbsp; เขตจตุจักร&amp;nbsp; รวม 54 คน&amp;nbsp; ซึ่งคัดค้านโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองลาดพร้าวได้ฟ้องร้องต่อศาลปกครอง&amp;nbsp; โดยกล่าวหาว่าผู้อำนวยการเขตจตุจักรและผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ ปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย&amp;nbsp; กรณีเขตจตุจักรมีคำสั่งให้ชาวชุมชนวังหินรื้อย้ายบ้านเรือนออกจากพื้นที่ริมคลอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ต่อมาในเดือนเมษายน 2560 ศาลปกครองกลางได้มีคำพิพากษาไม่รับคำฟ้องไว้พิจารณาและให้จำหน่ายคดีนี้ออกจากสารบบความ&amp;nbsp; โดยให้เหตุผลตอนหนึ่งว่า...&amp;rdquo;คดีนี้มีข้อเท็จจริงปรากฏว่า&amp;nbsp; ผู้ฟ้องร้องคดีที่ 43&amp;nbsp; ได้เข้าไปปลูกสร้างบ้านพักอาศัยในที่ดินราชพัสดุของกรมธนารักษ์&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยไม่มีเอกสารสิทธิตามประมวลกฎหมายที่ดิน&amp;nbsp;&amp;nbsp; กรณีจึงเป็นการบุกรุกที่ดินซึ่งเป็นที่ราชพัสดุ&amp;nbsp; อันเป็นการกระทำโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย...ดังนั้นโดยนิตินัย&amp;nbsp; ผู้ฟ้องร้องคดีที่ 43 จึงไม่ใช่ผู้ได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหายที่จะมีสิทธิฟ้องร้องในคดีได้....&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ขณะที่ นายสกลธี&amp;nbsp; ภัททิยกุล&amp;nbsp; รองผู้ว่า กทม. กล่าวเมื่อเร็วๆ นี้ว่า&amp;nbsp; การสร้างเขื่อนระบายน้ำในคลองลาดพร้าวจะทำให้พื้นที่คลองเปิด &amp;nbsp;&amp;nbsp;ทำให้การขุดลอกคูคลองได้ง่ายขึ้น&amp;nbsp; มีทางระบายน้ำได้ดียิ่งขึ้น&amp;nbsp; และนอกจากเรื่องระบายน้ำแล้วยังเป็นเรื่องทางสัญจรด้วย&amp;nbsp; เพราะเป็นนโยบายของทางกรุงเทพมหานคร&amp;nbsp; คือ &amp;ldquo;ล้อ&amp;nbsp; ราง&amp;nbsp; เรือ&amp;rdquo;&amp;nbsp; ซึ่งในอนาคตจะเป็นจุดเชื่อมต่อนั่งเรือแล้วไปขึ้นรถไฟฟ้า&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;ส่วนเรื่องกลุ่มผู้ที่คัดค้านและยังไม่เข้าร่วมโครงการทำให้การก่อสร้างเขื่อนฯ ล่าช้า&amp;nbsp; และทาง กทม.มีมาตรการจะใช้ ปว.44 &amp;nbsp;เพื่อดำเนินการตามกฎหมายนั้น&amp;nbsp; ขณะนี้จะให้เจ้าหน้าที่เขตทั้ง 8 เขตเข้าไปพูดคุยอีกครั้งหนึ่งก่อน&amp;nbsp; แต่ถ้าพูดคุยแล้วยังไม่เรียบร้อย&amp;nbsp; เพื่อให้งานเดินและให้เสร็จตามเป้าอาจจะมีความจำเป็นต้องใช้ ปว.44&amp;nbsp; ซึ่งทางรองผู้ว่า กทม. นายจักรพันธ์ ผิวงาม &amp;nbsp;ที่คุมสำนักระบายน้ำจะเป็นผู้พิจารณาและนำเสนอผู้ว่าฯ อีกครั้งภายใน&amp;nbsp; 1- 2 เดือนนี้&amp;rdquo;&amp;nbsp; นายสกลธีกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;รองผู้ว่า กทม.กล่าวด้วยว่า&amp;nbsp; การก่อสร้างเขื่อนระบายน้ำคลองลาดพร้าวตามสัญญาจะแล้วเสร็จภายในเดือนมิถุนายน 2562&amp;nbsp; แต่จากปัญหากลุ่มชาวบ้านที่ยังไม่เข้าร่วมโครงการ&amp;nbsp; ซึ่ง กทม.จะดำเนินการตามกฎหมายมีทั้งหมดประมาณ 470 หลังในพื้นที่ริมคลองลาดพร้าว 8 เขต&amp;nbsp; ทำให้ผู้รับเหมาไม่สามารถเข้าไปตอกเสาเข็มได้ตามเป้าหมาย&amp;nbsp; จึงคาดว่าจะทำให้การก่อสร้างเขื่อนต้องล่าช้าออกไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ทั้งนี้ประกาศคณะปฏิวัติฉบับที่ 44&amp;nbsp; ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครมีอำนาจในการติดประกาศเพื่อให้ผู้รุกล้ำลำคลองรื้อย้ายสิ่งปลูกสร้างออกจากพื้นที่ภายใน 15 วัน&amp;nbsp; หากยังดื้อแพ่งและไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง&amp;nbsp; เจ้าหน้าที่จากสำนักงานเขตสามารถรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างได้ทันที&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp; ก่อนหน้านี้กรมธนารักษ์ในฐานะหน่วยงานเจ้าของที่ดินราชพัสดุริมคลองได้แจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษกลุ่มแกนนำชุมชนริมคลองประมาณ 65 &amp;nbsp;รายที่ปลูกสร้างบ้านเรือนรุกล้ำที่ดินราชพัสดุต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว&amp;nbsp; ขณะนี้อยู่ในระหว่างดำเนินการในชั้นอัยการ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16969</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมธนารักษ์, ชุมชนริมคลองลาดพร้าว, นายสกลธี  ภัททิยกุล, นายสมชาติ  ภาระสุวรรณ, บ้านมั่นคง, บ้านริมคลอง, พอช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180906/image_big_5b9111ca49b20.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15987</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/08/2018 08:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/08/2018 08:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เร่งถกจัดระเบียบถนนข้าวสารก่อนเริ่มจริง28ส.ค.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสกลธี ภัททิยกุล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยถึงความคืบหน้าการจัดระเบียบถนนข้าวสาร ว่า ในวันที่ 23 ส.ค.นี้ เวลา 10.30 น.จะมีการประชุมที่สำนักงานเขตพระนคร เพื่อพิจารณาแนวทางการจัดระเบียบถนนข้าวสาร รวมถึงพิจารณาข้อร้องเรียนการแก้ไขปัญหาและยุติปัญหาร้องเรียน หลังจากนั้น ในวันจันทร์ที่ 27 ส.ค. สำนักงานเขตพระนครจะจัดประชุมผู้ค้าถนนข้าวสาร เพื่อกำหนดจุดว่าผู้ค้าที่จะได้ค้าขายในจุดใดบ้าง ในเบื้องต้นกำหนดขนาดแผงค้าไม่เกิน 1.5&amp;times;1 เมตร ขณะที่ทางเดินเท้าบริเวณถนนข้าวสารมีความกว้าง 2-3 เมตร ทั้งนี้ ให้ผู้ค้าตั้งแผงค้าขายได้ตั้งแต่ 16.00-24.00 น. คาดว่าจะเริ่มดำเนินการตามแผนจัดระเบียบนี้ตั้งวันที่ 28 ส.ค.เป็นต้นไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15987</URL_LINK>
                <HASHTAG>จัดระเบียบถนนข้าวสาร, นายสกลธี ภัททิยกุล, ผู้ค้าถนนข้าวสาร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180823/image_big_5b7e107f8e4c9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7269</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/04/2018 15:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/04/2018 15:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อัศวิน&#039;โยนถามรบ.เหตุตั้ง&#039;สกลธี&#039;นั่งรองผู้ว่าฯกทม.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 เม.ย.61-พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯกทม. กล่าวถึงการแต่งตั้ง นายสกลธี ภัททิยกุล อดีต แกนนำ กปปส. และ อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ดำรงตำแหน่งรองผู้ว่าฯกทม. และการแบ่งงานที่รับผิดชอบว่า การปรับตำแหน่งและมอบหมายงานรองผู้ว่าฯกทม.คนใหม่นั้น ทำเพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการทำงานให้มากกว่าเดิม ซึ่งคนที่ปรับเปลี่ยนออกไป คือ พล.ต.อ.ชินทัต มีศุข เปลี่ยนจากรองผู้ว่าฯกทม.เป็นที่ปรึกษาผู้ว่าฯกทม.นั้น ก็ไม่ได้มีอะไรเสียหายหรือมีอคติ แต่อยากให้ทำงานหลากหลายขึ้น ทั้งนี้ ตนต้องการทั้งประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการทำงานเพิ่มมากขึ้น และขอยืนยันว่าไม่มีเหตุผลความขัดแย้งหรือนัยยะทางการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ถามว่า ทำไมต้องเลือกนายสกลธีมาเป็นรองผู้ว่าฯกทม. &amp;nbsp;พล.ต.อ.อัศวิน กล่าวว่า ถ้าอยากรู้ว่าทำไมต้องเป็นคนนี้ ต้องไปถามรัฐบาลว่าทำไมรัฐบาลถึงเลือกอัศวินมาเป็นผู้ว่าฯกทม. เพราะรัฐบาลเองก็มีเหตุผลอยู่ในตัว และตนก็มีเหตุผลอยู่ในตัวว่าทำไมถึงต้องเลือกคนนี้มาเป็นรองผู้ว่าฯกทม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ซักว่า นายสกลธียังมีคดีฟ้องร้องในชั้นศาลอยู่ จะส่งผลกระทบต่อการทำงานหรือไม่ ผู้ว่าฯกทม.กล่าวว่า &amp;nbsp;ขณะที่ศาลยังไม่ตัดสิน ถือว่าเขายังไม่มีความผิด และถือว่ายังเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่ &amp;nbsp;หากศาลตัดสินว่ามีความผิด ต้องรับโทษจำคุก คือหมดสภาพจากตำแหน่งทันที แต่ขณะที่ศาลยังไม่ตัดสิน ก็ต้องให้ความเป็นธรรมเขาด้วย อย่าไปมองว่าถูกฟ้องแล้วจะแต่งตั้งเป็นอะไรไม่ได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7269</URL_LINK>
                <HASHTAG>กทม., นายสกลธี ภัททิยกุล, พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง, รองผู้ว่าฯกทม., รัฐบาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180122/image_big_5a6585ecabe86.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7027</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/04/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/04/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สกลธี&#039; ไขก๊อก  ปชป.ระวังเลือดไหลไม่หยุด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายสกลธี ภัททิยกุล ดีกรีอดีต ส.ส.กรุงเทพมหานคร เขตพญาไท บางซื่อ หลักสี่ และจตุจักร ครั้นการเลือกตั้งเมื่อปี 2550 ร่อนจดหมายลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ และต่อมาเปิดเผยว่า ไปรับตำแหน่งเป็นรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร โดยมีผู้ใหญ่ในรัฐบาลคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ทาบทาม อีกทั้ง พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการจังหวัดกรุงเทพมหานคร ก็เห็นดีเห็นงามด้วยนั้น หลายฝ่ายเกิดคำถามว่าเป็นรองพ่อเมือง กทม.จำเป็นต้องไขก๊อกหรือไม่ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คำตอบ คือ &amp;quot;ไม่ต้อง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่หากสังเกตจากคำให้สัมภาษณ์ของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค ก็จะพบว่า เหตุผลที่ต้องหันหลังให้ เพราะการรับตำแหน่งครั้งนี้ไปในนามทหาร ไม่ใช่ในนามพรรคประชาธิปัตย์ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะเดียวกัน ท่านรองผู้ว่าฯ กทม. กลับไม่ได้อธิบายเหตุผลตามที่ เดอะมาร์ค ระบุไว้ โดยเจ้าตัวชี้แจงทำนองว่า คิดได้โดยตัวเองว่า &amp;ldquo;เมื่อได้รับตำแหน่งใหม่นี้มาจากผู้ใหญ่ในรัฐบาล ผมรู้สึกลำบากใจหากจะเป็นรองผู้ว่าฯ กทม. โดยที่ยังเป็นสมาชิกพรรคอยู่ด้วย ดังนั้นเพื่อความสบายใจ จึงแจ้งลาออก&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นี่ก็เป็นลีลาพลิ้วๆ ที่อยากยกตัวอย่างให้ได้รู้จักนักการเมืองมากขึ้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ประเด็นที่สำคัญกว่านั้นคือ จากเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นการตอกย้ำคำพูดที่ใครต่อใครว่ากันว่า นายสกลธีเป็นตัวคอนเน็กทหารชั้นดี โดยเฉพาะช่วงชุมนุมมวลมหาประชาชน เขาคือคนหนึ่งที่เป็นผู้เชื่อมระหว่าง กปปส.และทหาร โดยได้บารมีบิดา พล.อ.วินัย ภัททิยกุล อดีตเลขาธิการคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) สนับสนุน ด้วยเหตุเดียวกันนี้เองทำให้มือประสานสิบทิศของรัฐบาลทหาร ดึงตัวให้ไปนั่งเก้าอี้รองผู้ว่าฯ กทม.เล่นไปพลางๆ ก่อน เพราะระยะเวลารองผู้ว่าฯ กทม. เหลือเวลาอีกไม่เท่าไหร่ ก็จะต้องมีการเลือกตั้งเก้าอี้พ่อเมือง กทม.อีกครั้ง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังทำให้แน่เสียยิ่งกว่าแน่ว่า รัฐบาลทหารทำพรรคการเมืองแน่นอน และมี สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นแมวมอง โดยมีข้อสังเกตว่า ก่อนหน้านายสกลธี ลาออก ปรากฏว่าได้เข้าพบนายสมคิด ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 3 เม.ย.ที่ผ่านมา และมีกระแสข่าวว่าหารือเรื่องอนาคตทางการเมือง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หากไม่มีอะไรพลิกล็อก ต่อจากนี้ไป &amp;quot;สกลธี&amp;quot; คงสวมเสื้อเขียวเต็มตัว จะเหลือก็เพียงการตัดสินใจว่าต้องการลุยกับสนามเลือกตั้งระดับใด ระหว่างเวทีเมืองหลวงของประเทศหรือเวทีระดับชาติ ซึ่งตรงนี้ก็ขึ้นอยู่กับอีกปัจจัย เนื่องจากการส่งตัวผู้สมัครชิงที่นั่ง ส.ส.ต้องเหลียวหลังแลหน้าดูคู่แข่งด้วย และอย่าลืมว่า แม้ปี 50 เขาจะชนะเลือกตั้ง แต่การเลือกตั้งครั้งต่อมาในปี 54 เขาพ่ายแพ้ให้กับนายสุรชาติ เทียนทอง บุตรชายของนายเสนาะ เทียนทอง แห่งพรรคเพื่อไทย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม ในส่วนของสถานการณ์พรรคประชาธิปัตย์ที่ถูกรัฐบาลทหารดึงอดีต ส.ส.ไป 1 คน คงไม่สะเทือน เพราะมีข่าวแว่วว่าขณะนี้มีคนอยากลงมากกว่าจำนวนพื้นที่เลือกตั้ง ดั่งจะเห็นจากคำพูดของหัวหน้าพรรค ที่ไม่เหลือเยื่อใยแม้แต่น้อย โดยระบุว่า &amp;ldquo;ในส่วนของพรรค ผมว่าเราเดินต่อได้ ไม่ได้มีปัญหาอะไร ผู้สมัครเขตหลักสี่ ผมคิดว่ามีหลายคนสนใจอยู่&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ก็อย่าประมาท เพราะแมวมองคงจะต้องดูดคนร่วมพรรคทหารอีกแน่ โดยเฉพาะในกลุ่มอดีต ส.ส.กรุงเทพมหานคร สาย กปปส. ซึ่งหากกางประสบการณ์ด้านการเมืองจะพบว่า &amp;ldquo;ตั้น&amp;rdquo; ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ น่าสนใจ เพราะเป็นอดีต ส.ส.กทม. 2 สมัย ได้แก่ การเลือกตั้งซ่อมปี 52 และเลือกตั้งปี 54 เขตราษฎร์บูรณะ และทุ่งครุ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หากประชาธิปัตย์ในส่วนกรุงเทพมหานครเกิด เลือดไหลไม่หยุด จริง คงสะเทือนไม่น้อย เพราะนอกจากปัญหาเรื่องผู้สมัครหน้าใหม่ที่ชาวบ้านในพื้นที่จะไม่คุ้นเคยแล้วนั้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่าลืมว่ามีแผลเก่าที่คนของพรรค อย่าง ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร อดีตผู้ว่าฯ กทม.สร้างไว้ ทำให้คนกรุงรู้สึกผิดหวังและเข็ดขยาด ซึ่งแน่นอนว่าจุดนี้จะเป็นจุดอ่อนให้คู่แข่งขยี้ และมีผลเสียต่อทั้งสนามเลือกตั้งทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับประเทศ ฉะนั้น ประชาธิปัตย์อย่าทะนงตนว่ากรุงเทพมหานครยังคงเป็นฐานเสียงของตัวเอง เพราะอะไรๆ ก็เกิดขึ้นได้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เหนือสิ่งอื่นใด หากดูคะแนนสนามเลือกตั้งทุกระดับ จะพบว่าสนามกรุงเทพมหานครคู่แข่งที่น่ากลัวอย่างพรรคเพื่อไทยหายใจรดต้นคอทีเดียว!!!&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7027</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรองสถานการณ์, การเลือกตั้ง, คงสะเทือนไม่น้อย, ทะนงตน, นายสกลธี ภัททิยกุล, นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ, มวลมหาประชาชน, ร่อนจดหมายลาออก, ลีลาพลิ้วๆ, เดอะมาร์ค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180412/image_big_5acf766750735.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
