<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>87206</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/12/2020 18:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/12/2020 08:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สกุลธร&#039;สะดุ้ง!อดีตบิ๊กข่าวกรองยกฎีกาคดีติดสินบนแต่ถูกเบี้ยว ศาลพิพากษาให้เป็นจำเลย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ธ.ค.63 - นายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ โพสต์ข้อความผ่านโพสต์บุ๊ก ระบุว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ติดสินบนหรือไม่​&amp;nbsp; ?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีเหตุการณ์หนึ่งที่เป็นที่สนใจของสังคมอย่างมาก​ คือ​ กรณีที่มีนายทุนใหญ่คนหนึ่งถูกสังคมตั้งข้อสงสัยว่า​ น่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องและมีความผิดในคดีติดสินบนสถานที่ราชการแห่งหนึ่ง​ ซึ่งเจ้าหน้าที่และนายหน้าถูกศาลตัดสินว่ามีความผิดและต้องโทษจำคุก​แล้ว​ แต่นายทุนใหญ่ยังเดินลอยนวล​&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สังคมจึงตั้งคำถามว่า​ ผู้เกี่ยวข้องรับโทษแล้ว​ ทำไมนายทุนยังสุขสบายดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อัยการและตำรวจจึงกลายเป็นจำเลยของสังคมที่ต้องรีบออกมาชี้แจง​ โดยอัยการแถลงว่า​ ตำรวจไม่ได้ทำสำนวนกล่าวโทษนายทุน​ ส่วนตำรวจชี้แจงว่า​ แยกสำนวนของนายทุนออกมาต่างหากแล้ว​ หลังศาลพิพากษาจะทำสำนวนส่งฟ้องต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่น่าสนใจ​ นายทุนใหญ่แถลงว่า​ ไม่รู้จักเจ้าหน้าที่​ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริต​ ติดสินบน​ และถูกหลอกให้ลงทุน​ พร้อมอ้างว่า​ เป็นผู้เสียหายจากเหตุการณ์​&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตกลงจะมีจำเลยเพิ่มอีกหนึ่งคนหรือมีผู้เสียหายอีกคนกันแน่​&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีผู้รู้เล่าให้ฟังว่า​ เคยมีคำพิพากษาฎีกา​หนึ่ง​&amp;nbsp; นาย​ ก.ติดสินบนเพื่อจะให้สามารถสอบเข้าโรงเรียนนายร้อยได้​ แต่ถูกเบี้ยว​ ศาลพิพากษาว่า​ นาย​ ก.ไม่ใช่ผู้เสียหายในคดีอาญา​ แต่กลับกลายเป็นจำเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้เสียหายในคดีอาญา​ ต้องมีลักษณะสำคัญคือ​ ต้องมีการกระทำผิดอาญา​ เป็นผู้ได้รับความเสียหายโดยตรงจากการกระทำความผิดอาญาและสุดท้าย​ ต้องเป็นผู้เสียหายในทางนิตินัยด้วย​ คือ​ ต้องไม่มีส่วนร่วมในการกระทำผิดนั้นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หมายความว่า​&amp;nbsp; ในทางพฤตินัยอาจเป็นผู้เสียหายร่วม​ แต่ในทางกฎหมายหรือนิตินัย​ อาจเป็นผู้กระทำผิด​ และศาลคงต้องพิจารณามือที่สุจริต​ ผู้ต้องฆ่าคนตายมักอ้างว่าตัวเองบริสุทธิ์ถูกใส่ร้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ใครจะถูกใครจะผิด​ ขอให้ศาลเป็นผู้พิจารณาตัดสิน​ สังคมจะเฝ้าจับตา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้โพสต์ดังกล่าวสืบเนื่องจากนายสกุลธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานบริษัท เรียลแอสเสท ดีเวลอปเม้นท์ จำกัด น้องชายของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ชี้แจงกรณี มีคำพิพากษาคดีจ่ายเงินใต้โต๊ะถึง 20 ล้านบาทให้กับเจ้าหน้าที่ของสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ โดยหวังจะฮุบสัมปทานที่ดินทำเลทองย่านชิดลม เพื่อนำมาพัฒนาที่ดินบริเวณองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย (ชิดลม) ซึ่งกำลังจะหมดสัญญาเช่า เมื่อปี 2560.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87206</URL_LINK>
                <HASHTAG>ติดสินบนเจ้าหน้าที่สำนักทรัพย์สิน, นันทิวัฒน์ สามารถ, นายสกุลธร จึงรุ่งเรืองกิจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200222/image_big_5e50ac8048863.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>87001</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/12/2020 12:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/12/2020 10:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ด่วน!สกุลธรโผล่แล้วออกเอกสาร3หน้าแจงปมสินบน20ล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ธ.ค. 2563 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสกุลธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานบริษัท เรียลแอสเสท ดิวิลอปเม้นท์ จำกัด น้องชายของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ได้ออก PRESS RELEASE ชี้แจงกรณีที่ดิน 3 หน้ามีเนื้อหาว่า ข้าพเจ้า นายสกุลธร จึงรุ่งเรืองกิจ อยากจะชี้แจงสังคมเกี่ยวกับเรื่องที่ดินบริเวณชิดลมว่าข้าพเจ้าขอยืนยันความบริสุทธิ์และมีประเด็นที่อยากชี้แจง ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.ข้าพเจ้าขอยืนยันว่าไม่เคยรู้จัก นายประสิทธิ์ อภัยพลชาญ เป็นการส่วนตัว รวมถึงข้าพเจ้าไม่เคยรู้จักเจ้าหน้าที่ในสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ท่านใดก็ตาม ข้าพเจ้ามารู้ว่าคุณประสิทธิ์คือใครหลังจากตำรวจได้ทำการสืบคดีแล้วเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.ในปี 2560 ข้าพเจ้าได้รู้จักนายสุรกิจผ่านนายหน้าที่รู้จักอีกท่านหนึ่ง ซึ่งไม่ได้มีความสัมพันธ์ส่วนตัวกันมาก่อน รวมถึงไม่มีความสนิทสนมใดๆ ตลอดระยะเวลาในการทำงาน ที่ดินแปลงนี้มีคณะนายหน้าจำนวนหลายท่านได้รวมตัวเข้ามาเสนอที่ดินให้กับข้าพเจ้า ดังนั้นการเจรจาต่างๆ มีผู้รับรู้หลายท่านเป็นสิ่งที่เปิดเผยมาก และการที่คนที่เพิ่งรู้จักกันมันเป็นไปไม่ได้ที่ข้าพเจ้าจะบอกให้คุณสุรกิจนำเงินไปดำเนินการในสิ่งที่ไม่ถูกต้องให้กับบุคคลที่สามหรือมีลักษณะเรียกเงินเพื่อให้มีการกระทำที่ทุจริตยิ่งเป็นไปไม่ได้ ซึ่งผมขอยืนยันว่าในกรณีนี้ผมไม่ได้ไปวิ่งหาที่ดินตั้งแต่แรก แต่เป็นนายหน้าเข้ามาเสนอที่ดินให้ข้าพเจ้า โดยที่ผมไม่ได้เป็นผู้มอบหมายให้นายหน้าไปจัดหาเมื่อผมพิจารณาแล้วเห็นว่ามีความคุ้มค่าในเชิงธุรกิจจึงมีการดำเนินโครงการต่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.ทั้งนี้ตลอดการทำงานข้าพเจ้าเน้นย้ำเสมอถึงความโปร่งใสและการทำงานบนความถูกต้อง โดยมีการระบุลงไปในสัญญาการจ้างอย่างชัดเจนว่า &amp;ldquo;ในการปฏิบัติงานนายหน้าจะต้องเคารพและปฏิบัติตามกฎหมาย ตามข้อบังคับหรือระเบียบต่างๆ และรวมถึงการปฏิบัติงานให้เป็นไปตามมาตรฐานของวิชาชีพของนายหน้า &amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.ทั้งนี้ตลอดในช่วงระยะเวลาดังกล่าวมีการทำงานหลายขั้นตอนจน Final project development proposal ได้ออกมาเป็นโครงการเป็นลักษณะ Mix-Use ขนาด 160,000 ตารางเมตร ประกอบไปด้วย โรงแรม ศูนย์การค้า สำนักงาน และคอนโดมิเนียม (ดูเอกสารประกอบที่ 1) ซึ่งตลอดการทำงานมีการจ้างที่ปรึกษาหลายหน่วยงานเพื่อส่งแผนการพัฒนานี้ ซึ่งมีการทำงานจริง เพราะขณะนั้นเชื่อเพียงว่าการผ่านการพิจารณาได้จะต้องทำโครงการให้มีความโดดเด่นเท่านั้น ดังนั้นการชำระเงินตามที่มีข่าวอออกไป เป็นการชำระค่าจ้างในลักษณะของ real estate consultancy ตามคู่สัญญาการค้าที่มีการระบุในสัญญาตามมาตรฐานธุรกิจทั่วไป โดยแบ่งจ่ายเมื่อแผนงานมีความคืบหน้า ทุกครั้งมีการชำระเงินเป็นเช็คและได้มีการบันทึกใบรับเช็คตามมาตรฐานสัญญาธุรกิจทั่วไป ซึ่งไม่ได้มีเจตนาที่จะหลบหลีกการตรวจสอบ ในกรณีนี้ได้มีการทำเอกสารราชการปลอมนำมาแสดงกับข้าพเจ้าเพื่อยืนยันความคืบหน้าในการทำงานอันจะทำให้มีสิทธิ์ขอเบิกค่าจ้างตามที่สัญญากำหนดไว้ได้ซึ่งทำให้ข้าพเจ้าเกิดความเสียหาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.ในวันที่ 16 พฤศจิกายน 2560 ข้าพเจ้าได้รับหนังสือจากสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ เพื่อเชิญไปนำเสนอแผนพัฒนาโครงการในวันที่ 23 พฤศจิกายน 2560 (ภายหลังทราบว่าเป็นหนังสือที่ได้ถูกปลอมแปลงขึ้นมา) ปรากฏว่า ข้าพเจ้าได้รับโทรศัพท์จากนายหน้าว่าขอยกเลิกการประชุมล่วงหน้า 1 วันก่อนถึงวันประชุม จึงเป็นเหตุที่ทำให้เริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติ จึงได้ส่งหนังสือถึงสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์เพื่อสอบถามเกี่ยวกับการเช่าที่ดินแปลงดังกล่าวโดยมีการบันทึกรับเอกสารจากสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ และได้รับหนังสือตอบกลับจากสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์แจ้งว่า ยังไม่มีนโยบายในการหาผู้เช่ารายใหม่แต่อย่างใด ข้าพเจ้าจึงได้ยกเลิกสัญญาและส่งหนังสือทวงหนี้ 2 ครั้งตามระบบ ซึ่งจากการที่เราตรวจสอบเอกสารจนค้นพบข้อเท็จจริงทั้งหมดแสดงถึงความบริสุทธิ์ว่าเราไม่มีการไหว้วานใครให้ไปกระทำการที่ผิดกฎหมาย จนทำให้สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ได้ทำการตรวจสอบและได้ทำการสืบสวนต่อจนทราบว่ามีการปลอมแปลงเอกสารจนสามารถจับกุมผู้กระทำความผิดได้และที่ผ่านมาได้ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่จนสามารถจับกุมผู้กระทำความผิดได้จากเหตุการณ์นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6.ข้าพเจ้าขอยืนยันว่า ข้าพเจ้าเป็นผู้เสียหายจากเหตุการณ์นี้และขอยืนยันในความบริสุทธิ์ ทั้งนี้ข้าพเจ้าขอชี้แจงเพิ่มเติมว่า จากข่าวที่สังคมได้รับนั้นเป็นเพียงคำกล่าวอ้างของบุคคลอื่น ซึ่งโดยความเป็นจริงแล้วกรณีนี้ข้าพเจ้าเป็นผู้เสียหายจากการปลอมแปลงเอกสาร สำหรับสิ่งที่ข้าพเจ้าได้ชี้แจงนั้นได้ถูกปรากฏอยู่ในเอกสารสำนวนสอบสวนตั้งแต่แรก ในส่วนของค่านายหน้านั้นเป็นการตกลงตามมาตรฐานในวิชาชีพตามหลักสากลของธุรกิจนี้และจะทำการชำระก็ต่อเมื่อได้ทำธุรกรรมจดสิทธิ์การเช่าที่สำนักงานที่ดินให้แล้วเสร็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้าพเจ้าขอยืนยันสิ่งที่ชี้แจงมาทั้งหมดเป็นความสัตย์จริง และยืนยันว่าไม่เคยใช้ให้ผู้ใดไปดำเนินการสิ่งที่ไม่ถูกต้องตามที่เป็นข่าว อย่างไรก็ตาม จากเหตุการณ์ในครั้งนี้ข้าพเจ้าจะใช้ความระมัดรังวังให้มากยิ่งขึ้นกับการดำเนินธุรกิจต่อไปในภาคหน้า เพื่อไม่ให้เกิดข้อครหาใดๆ ทั้งกับตนเองและหน่วยงานอื่น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87001</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะก้าวหน้า, นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, นายสกุลธร จึงรุ่งเรืองกิจ, ประธานบริษัท เรียลแอสเสท ดิวิลอปเม้นท์ จำกัด, สินบน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201216/image_big_5fd980754020d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86557</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/12/2020 09:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/12/2020 09:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พุทธะอิสระ&#039;หายสงสัยทำไม&#039;ทอน&#039;เรียกร้องปฏิรูปสถาบันหลังมีคดีน้องติดสินบนเจ้าหน้าที่ทรัพย์สินฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
11 ธ.ค.63 - นายสุวิทย์ ทองประเสริฐ หรือ พุทธะอิสระ อดีตเจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก หลวงปู่พุทธะอิสระ (Buddha Isara) มีเนื้อหาดังนี้
สงสัยนะจ๊ะสงสัย
แรกๆ ก็สงสัยว่า ทำไม ทอน ถึงไม่เรียกร้องให้ปฎิรูปนักการเมือง ทั้งที่เป็นต้นตอ ของสารพัดปัญหาในช่วงเวลาที่ผ่านมา
สงสัย ทำไม ทอน ถึงไม่เรียกร้องให้ปฎิรูป ระบบราชการทั้งที่ทำงานเกี่ยวกับ สุข ทุกข์ ของประชาชนโดยตรง
สงสัย ทำไม ทอน ถึงไม่เรียกร้องให้ปฎิรูปครู และขบวนการศึกษา ทั้งที่เป็นรากฐานของการพัฒนาประเทศ
สงสัย ทำไม ทอน ถึงไม่เรียกร้องให้ปฎิรูป ตำรวจ และกระบวนการยุติธรรม ทั้งที่ในช่วงเวลาที่ผ่านมา สร้างข้อกังขาในการทำหน้าที่มาตลอด
สงสัย ทำไม ทอน ถึงไม่เรียกร้องอะไร ที่มันเกิดผลต่อประชาชนโดนตรง
แต่ ทอน และพวกกลับเรียกร้องให้มีการปฎิรูป สถาบันพระมหากษัตริย์
ทั้งที่มองไม่เห็นเลยว่า พระมหากษัตริย์ สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนตรงไหน
แต่พอมีคดีน้อง ทอน ติดสินบนเจ้าหน้าที่ทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ จึงทำให้หายสงสัย นั้นเป็นเพราะ สมบัติของพระมหากษัตริย์นี่เอง ที่ญาติ ทอน อยากได้ เลยหาวิธีทำให้พระมหากษัตริย์อ่อนแอ ตกอยู่ภายใต้อำนาจของ ทอน และพวก
ด้วยข้ออ้างว่า ปฎิรูป
หากไม่มีคดีติดสินบนนี้ พวกเราคงจะยังสงสัยไปอีกนาน
พุทธะอิสระ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86557</URL_LINK>
                <HASHTAG>ติดสินบนเจ้าหน้าที่สำนักทรัพย์สิน, ธนาธร จึงรุงเรืองกิจ, นายสกุลธร จึงรุ่งเรืองกิจ, พุทธะอิสระ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201120/image_big_5fb77f79ae310.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86392</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/12/2020 13:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/12/2020 13:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คณะโฆษกอัยการสูงสุด ร่ายยาวคดี&#039;น้องธนาธร&#039; ก่อนเทกระจาดไปที่ &#039;ตำรวจ&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ธ.ค. 2563 - ที่สำนักงานอัยการสูงสุด คณะโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุดชุดใหม่ นำโดย นายอิทธิพร แก้วทิพย์ โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด, นายชาญชัย ชลานนท์นิวัฒน์ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด และนายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ร่วมแถลงข่าวกรณีการเสนอข่าวอัยการสั่งไม่ฟ้องและไม่ดำเนินคดีนายสกุลธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานบริษัทเรียลแอสเสท ดิวิลอปเม้นท์ จำกัด น้องชายของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า กรณีให้สินบนเจ้าหน้าที่สำนักทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ (ชื่อเดิม) จำนวน 20 ล้านบาท โดยคดีดังกล่าว เป็นคดีระหว่างสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์มอบอำนาจให้ นายอิศรา จารุวนิชกุล ผู้กล่าวหา ดำเนินคดีกับ นายประสิทธิ์ อภัยพลชาญ ผู้ต้องหาที่ 1 และนายสุรกิจ ตั้งวิทูวนิช ผู้ต้องหาที่ 2 &amp;nbsp;ซึ่งถูกตั้งข้อกล่าวหา ร่วมกันปลอมเอกสารราชการและใช้เอกสารราชการปลอม และร่วมกันเรียกรับหรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด สำหรับตนเองหรือผู้อื่น เป็นการตอบแทนในการที่จะจูงใจ หรือได้จูงใจเจ้าพนักงานโดยทุจริต หรือผิดกฎหมาย ให้ทำการหรือไม่กระทำการในหน้าที่ เหตุเกิดเมื่อ มี.ค. - พ.ย. 2560 ต่อเนื่องกัน ในท้องที่แขวงดุสิต เขตดุสิต และแขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง โดยคดีดังกล่าวศาลมีคำสั่งจำคุกผู้ต้องหาที่ 1-2 ไปแล้ว เมื่อวันที่ 27 พ.ย. 2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอิทธิพรกล่าวว่า จากการตรวจสำนวน เมื่อต้นปี 2560 นายประสิทธิ์ และนายสุรกิจได้ร่วมกันปลอมหนังสือราชการของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ &amp;nbsp;2 ฉบับ แล้วนำไปแสดงต่อนายสกุลธร ว่าสำนักงานทรัพย์สินฯ มีที่ดินจะให้เช่าเพื่อทำธุรกิจ 2 แปลง ในซอยร่วมฤดี และในเขตสำนักงานใหญ่องค์การโทรศัพท์ชิดลม นายสกุลธรสนใจจึงตกลงว่าจ้างนายสุรกิจ เป็นผู้แทนดำเนินการในเรื่องดังกล่าว ในวงเงินสัญญาจ้าง 500 ล้านบาท เพื่อให้นายสุรกิจให้ติดต่อนายอิศรา โดยอ้างว่านำไปจ่ายค่าจ้างดำเนินการเพี่อ &amp;rdquo;ล็อคผู้ใหญ่&amp;rdquo; โดยมีการจ่ายเงินงวดแรกเมื่อเดือน ม.ค. 2560 จำนวน 5 ล้านบาท โดยให้นายประสิทธิ์ ผู้ต้องหาที่ 1 นำไปให้เจ้าหน้าที่สำนักงานทรัพย์สินทำเอกสารปลอม ส่งให้นายสุรกิจนำไปให้นายสกุลธร เพื่อยืนยันว่าผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติที่จะเป็นผู้เช่าที่ดิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอิทธิพร กล่าวต่อไปว่า เมื่อวันที่ 5 พ.ย. 2560 นายสกุลธรได้จ่ายเงินให้อีก 5 ล้านบาท มีการนัดทำสัญญาโดยระบุว่านายสกุลธรได้สิทธิเช่าที่ดินทั้ง 2 แปลง และขอให้ผู้ต้องหาที่ 2 เร่งดำเนินการ พร้อมกับออกเอกสารเชิญบริษัทฯ ให้เข้าร่วมประชุม จึงทำให้นายสกุลธร จ่ายเงินให้ผู้ต้องหาที่ 2 อีกจำนวน 10 ล้านบาท รวมจ่าย 3 ครั้งเป็นเงิน 20 ล้านบาท แต่ปรากฏว่าเมื่อถึงวันนัดหมายได้มีการยกเลิกการประชุม นายสกุลธรจึงได้ทวงเงินคืน โดยผู้ต้องหาที่สองได้คืนเงินให้จำนวน 7 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอิทธิพร กล่าวด้วยว่า ต่อมาสำนักงานทรัพย์สินฯ ทราบเรื่อง จึงให้นายอิศราเข้าร้องทุกข์กับกองปราบฯ และได้มีการออกหมายจับผู้ต้องหา 2 คน คือนายประสิทธิ์และนายสุรกิจ ซึ่งผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ ศาลมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 27 พ.ย. 2562 จำคุกจำเลยทั้ง 2 คนละ 6 ปี ลดโทษให้เหลือคนละ 3 ปี เนื่องจากจำเลยรับสารภาพให้การที่เป็นประโยชน์ โดยอัยการสำนักงานพิเศษฝ่ายปราบปรามการทุจริต 4 ได้เสนออัยการศาลสูงไม่อุทธรณ์ และได้ส่งสำนวนความเห็นคำสั่งไม่อุทธรณ์ไปที่ ผบ.ตร.เพื่อพิจารณาแล้ว ซึ่งทาง ผบ.ตร. เห็นชอบคำสั่งไม่อุทธรณ์คดี จึงถึงที่สุดตามคำพิพากษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายชาญชัย กล่าวเสริมว่า ข้อเท็จจริงในคดีมีผู้ต้องหา 2 คนที่เกี่ยวข้องกับนายสกุลธร โดยอัยการได้สั่งฟ้องผู้ต้องหาทั้งสองในความผิดฐานเรียกรับสินบน ส่วนนายสกุลธรอยู่ในฐานะพยาน แต่เมื่อปรากฏข้อมูลในศาลว่านายสกุลธรอาจไม่ใช่ผู้เสียหายตามกฎหมาย พนักงานสอบสวนก็ได้ตั้งสำนวนอีก 1 คดี และกำลังดำเนินการสอบสวนพฤติการณ์ของนายสกุลธรมีความผิดฐานให้สินบนหรือไม่ ซึ่งอัยการยังไม่สามารถเข้าไปดำเนินการใดๆ ได้ ถ้าพนักงานสอบสวนทำสำนวนเสร็จและส่งให้อัยการแล้ว อัยการจึงสั่งสอบเพิ่มเติมได้ ดังนั้น ตามที่ปรากฏข่าวว่าอัยการไม่ดำเนินคดีหรือไม่สั่งฟ้องนายสกุลธรนั้นไม่เป็นความจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามมีการสอบถามไปยังพนักงานสอบสวนหรือไม่ว่าปัจจุบันดำเนินการถึงไหน นายชาญชัย กล่าวว่ากระบวนการสอบสวนของตำรวจมีขั้นตอนเป็นอิสระ และเป็นคนละส่วนกับอัยการ ซึ่งอัยการไม่สามารถเข้าไปก้าวก่ายล้วงลูกได้ แต่สุดท้ายแล้วผลการสอบสวนของตำรวจจะต้องจะส่งมาให้อัยการทำความเห็นเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามต่อว่าคำพิพากษาของศาลในสำนวนแรกสามารถใช้เป็นหลักฐานเอาผิดนายสกุลธรได้หรือไม่ นายชาญชัย กล่าวว่า ศาลวินิจฉัยได้เท่าที่มีการกล่าวหาหรือฟ้องร้องกัน ส่วนข้อเท็จจริงที่ปรากฏขึ้นหลังจากนั้นพนักงานสอบสวนกำลังทำการสอบสวนอยู่ และไม่สามารถนำคำพิพากษามาเป็นส่วนหนึ่งของพยานได้ แต่ข้อเท็จจริงเดียวกันสามารถตามพยานที่ปรากฏมารวบรวมพยานหลักฐานได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วน นายประยุทธ กล่าวเสริมว่า ข่าวที่ปรากฏว่าอัยการสั่งไม่ฟ้องหรือไม่ดำเนินคดีนายสกุลธรมีความคลาดเคลื่อน เพราะนายสกุลธรยังไม่ได้เป็นผู้ต้องหาในสำนวน หากจะถามว่าทำไมไม่แนะนำให้สอบเพิ่ม เนื่องจากพนักงานสอบสวนกำลังดำเนินการ เราไม่สามารถก้าวก่ายได้ และประการสำคัญคำพิพากษาของศาลมีจำเลยเพียงแค่ 2 คน ซึ่งจำเลยรับสารภาพ จึงไม่มีการสืบพยาน ดังนั้น สำนวนคดีใหม่จะไม่อยู่ในคำพิพากษา
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86392</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายชาญชัย ชลานนท์นิวัฒน์, นายประยุทธ เพชรคุณ, นายสกุลธร จึงรุ่งเรืองกิจ, นายอิทธิพร แก้วทิพย์, สำนักงานอัยการสูงสุด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201209/image_big_5fd06ca2cbcfa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86379</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/12/2020 11:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/12/2020 11:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘วัชระ’ ร้อง‘กมธ.กฎหมาย’บี้สอบ‘น้องธนาธร’ปมยัดใต้โต๊ะ20ล้าน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ธ.ค.2563 - &amp;nbsp;นายวัชระ เพชรทอง อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ยื่นหนังสือต่อนายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอให้ตรวจสอบกรณีที่นายสกุลธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทเรียล แอสเสท ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด น้องชายของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ให้เงินเจ้าหน้าที่สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ (ชื่อเดิม) จำนวน 20 ล้านบาท แลกกับการได้สิทธิเช่าที่ดินระยะยาวบริเวณองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย ย่านชิดลม มูลค่า 500 ล้านบาท ซึ่งเป็นทรัพย์สินของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์โดยไม่ผ่านการประมูลแข่งขันตามขั้นตอนปกติ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้ยื่นเรื่องดังกล่าวต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.) และสำนักงานอัยการสูงสุด(อสส.) มาแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวัชระ กล่าวว่า มายื่นเรื่องต่อ กมธ.การกฎหมายฯ ขอให้บรรจุเรื่องดังกล่าว เพื่อค้นหาความยุติธรรม เนื่องจากประชาชนมีความสงสัยว่า เหตุใดพนักงานสอบสวนจึงไม่มีการสั่งฟ้องนายสกุลธร จะเป็นการซ้ำรอยคดีบอสกระทิงแดงหรือไม่ ซึ่งก่อให้เกิดความเหลื่อมล้ำ ขณะเดียวกันตนยังมีข้อสังเกตว่านายธนาธร ได้มีการถือหุ้นในบริษัท เรียล แอสเสทฯ ในช่วงที่มีการติดสินบนเจ้าหน้าที่สำนักงานทรัพย์สินฯหรือไม่ ซึ่งขณะเกิดเหตุการณ์กระทำผิดตามคำพิพากษานี้ คือเดือนมี.ค. 2560 - 18 ก.ย. 2560 บริษัทเรียล แอทเสทฯ ได้แสดงบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นเมื่อวันที่ 3 ก.ค. 2560 ลำดับที่1นางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ (มารดาของนายธนาธรและนายสกุลธร) ลำดับที่ 2 นายธนาธร (บุตรชายคนโตของนางสมพร และพี่ชายของนายสกุลธร) และลำดับที่6นายสกุลธร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ทางตำรวจ และอัยการ จะดำเนินการต่อนายสกุลธรหรือไม่ อย่างไร จึงขอให้ กมธ.การกฎหมายฯเชิญผู้เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูลต่อไป&amp;rdquo; นายวัชระ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวัชระ กล่าวด้วยว่า หลังจากยื่นเรื่องต่อตำรวจ และอัยการ ขณะนี้ยังไม่มีเสียงตอบรับจากหน่วยงานดังกล่าวแต่อย่างใด เมื่อเห็นความเหลื่อมล้ำ ทำไมลูกคนรวยมีอำนาจ ไม่ถูกดำเนินคดี หลุดแทบทุกคดี เช่นกรณีของบอส กระทิงแดง นายพานทองแท้ ชินวัตร และบุตรหลานของผู้มีอิทธิพล ทำไมตำรวจ อัยการทำงานแบบนี้ มีการวิ่งตำรวจ อัยการหรือไม่ สังคมไทยรู้อยู่ จึงต้องมีการปฏิรูปหน่วยงานเหล่านี้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า การออกมาเรียกร้องครั้งนี้เกี่ยวข้องกับประเด็นการเมืองหรือไม่ นายวัชระ กล่าวว่า ยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเมืองเลยแม้แต่น้อย เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรม ต้องการค้นหาความจริง และตนเคลื่อนไหวเรื่องเหล่านี้มาตลอด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายสิระ กล่าวว่า คาดว่าจะนำเรื่องดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาของ กมธ. ได้ในวันที่ 16 ธ.ค.นี้ โดยจะเชิญฝั่งของนายสกุลธรมาให้ข้อมูล จะสอบถามว่า รอดได้อย่างไร ใช้วิธีไหนถึงไม่ผิด ส่วนนายธนาธร จะเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่ ต้องขอตรวจสอบก่อน ถ้าทำในนามบริษัท ตนก็จะเชิญทั้งตระกูล ก็ขอให้ครอบครัวจึงรุ่งเรืองกิจสบายใจได้ในเรื่องนี้ เพราะมีนายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อยู่ใน กมธ.ด้วย ถือว่าเป็นลูกน้องเก่าของนายธนาธร เราจะหาความยุติธรรม ตรวจสอบเรื่องนี้ ทั้งด้านกฎหมาย ผู้บังคับใช้กฎหมาย หากพบว่ามีการละเว้น ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ จะดำเนินการให้ถึงที่สุด ยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับการเมือง ถ้าถามว่ายื่นเรื่องช่วงนี้เหมาะสมหรือไม่ ถ้าพบว่าผิด จะยื่นเวลาใดก็ได้ แต่ต้องดูเนื้อหา กระบวนการมีปัญหาหรือไม่ คนรวยไม่ต้องติดคุก คนจนติดคุกหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ถ้านายธนาธร หาเสียงเรียกร้องในเรื่องความโปร่งใส เสมอภาค วันนี้ก็ต้องให้ความร่วมมือผม น้องชายเหลื่อมล้ำมั้ย มีตังค์ใช่มั้ย ทำยังไงหลุดคดี ไม่ติดคุก&amp;rdquo;นายสิระกล่าว.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86379</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายวัชระ เพชรทอง, นายสกุลธร จึงรุ่งเรืองกิจ, นายสิระ เจนจาคะ, พรรคประชาธิปัตย์, พรรคพลังประชารัฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201209/image_big_5fd055329d93a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86377</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/12/2020 11:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/12/2020 11:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อัยการสูงสุด&#039;ก้นร้อนทีมโฆษกยกคณะแถลงข่าวกรณี&#039;สกุลธร&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ธ.ค.2563 - &amp;nbsp;นายอิทธิพร แก้วทิพย์ โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด (อสส.) พร้อมด้วยคณะรองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด แถลงข่าวด่วนกรณีการดำเนินการทางกฎหมาย ต่อนายสกุลธร จึงรุ่งเรืองกิจ ในกรณีที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการติดสินบนเจ้าหน้าที่สำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ จำนวน 20 ล้านบาท เพื่อได้สิทธิครอบครองที่ดินย่านชิดลม ณ ห้องประชุม 301 ปี ชั้น 3 อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ สำนักงานอัยการสูงสุด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86377</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายสกุลธร จึงรุ่งเรืองกิจ, นายอิทธิพร แก้วทิพย์, อสส., โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201209/image_big_5fd052afb1869.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86112</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/12/2020 08:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/12/2020 18:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อดีตผู้พิพากษา&#039;ข้องใจสื่อ-ฝ่ายค้าน-กมธ.ปปช.ปล่อยคดีน้องธนาธรให้สินบนเงียบฉี่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ธ.ค.63-นายชูชาติ ศรีแสง อดีตผู้พิพากษาหัวหน้าศาลฎีกา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Chuchart Srisaeng โดยมีรายละเอียดดังนี้ .....เรื่องนายสกุลธร จึงรุ่งเรืองกิจ เสนอให้สินบนรองผู้อำนวยการสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ สื่อมวลชนไม่เสนอข่าว ส.ส. ฝ่ายค้าน และกรรมาธิการ ป.ป.ช. ของสภาผู้แทนราษฎรเงียบฉี่&amp;nbsp;
.....ถ้านายสกุลธรเป็นญาติหรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ หรือพลเอกอนุพงศ์ เผ่าจินดา .....สื่อมวลชนคงเสนอข่าวกันครึกโครมตลอดวัน ส.ส. พรรคเพื่อไทย พรรคก้าวไกล และพรรคฝ่ายค้านอื่นๆ คงออกมาถล่มผู้กระทำ และพลเอกประยุทธ์ พลเอกประวิตร หรือพลเอกอนุพงศ์ จนเละเทะไม่มีชิ้นดีแล้ว .....แต่เมื่อนายสกุลธรมีส่วนเกี่ยวข้องกับผู้อยู่เบื้องหลังม็อบที่ประกาศต่อต้านสถาบันพระมหากษัตริย์ .....สื่อมวลชนจึงไม่เสนอข่าว พรรคการเมืองและ ส.ส.ฝ่ายค้านจึงเงียบฉี่ .....นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นและเป็นอยู่ในประเทศไทย
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86112</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.ป.ป.ช., นายชูชาติ ศรีแสง, นายสกุลธร จึงรุ่งเรืองกิจ, ฝ่ายค้าน, สื่อ, ให้สินบนเจ้าพนักงาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181214/image_big_5c136f43c4a63.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
