<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>69666</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/06/2020 10:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/06/2020 09:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สนธิ&#039; เผยภาพหิ้วปีก &#039;สุจินดา&#039; พ่ายสังขาร บทเรียนสอนใจมีอำนาจล้นฟ้าก็ไม่เอาชนะธรรมชาติได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 มิ.ย.63 - นายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) โพสต์รูปภาพ พล.อ.สุจินดา คราประยูร พร้อมข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า อำนาจ คือ สิ่งสมมุติ หมกมุ่นในอำนาจ คือ สิ่งโง่เขลา เกิด เเก่ เจ็บ ตาย คือ สัจธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บุคคลที่ถูกประคองในภาพนี้คือ พล.อ.สุจินดา คราประยูร ในอดีตท่านใหญ่คับประเทศ แต่วันนี้แค่เรี่ยวแรงจะเดินยังไม่มี ถือเป็นบทเรียนสอนใจได้ว่า...สุดท้ายแล้วคนเราทุกคนก็ต้องพ่ายแพ้ต่อสังขาร พ่ายแพ้ต่อธรรมชาติ ถึงคุณจะมีอำนาจล้นฟ้า​ แต่คุณก็ไม่สามารถเอาชนะธรรมชาติได้​ ถึงคุณจะร่ำรวยมหาศาล​จากการกอบโกยมาทั้งชีวิต​ แต่เมื่อคุณตายไปแล้วก็เอาติดตัวไปไม่ได้สักบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่นำติดตัวไปได้เพียงอย่างเดียวคือ กรรมดี หรือ กรรมชั่ว ที่ได้ก่อไว้ในช่วงที่มีลมหายใจ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69666</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายสนธิ ลิ้มทองกุล, พธม., พล.อ.สุจินดา คราประยูร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200625/image_big_5ef410460896a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45920</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/09/2019 07:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/09/2019 07:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พระสยามเทวาธิราชมีจริง!&#039;ไพศาล&#039;ยัน&#039;สนธิ&#039;ได้รับนิรโทษกรรมโดยบังเอิญ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ก.ย.62- &amp;nbsp;นายไพศาล พืชมงคล อดีตสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Paisal Puechmongkol ว่าผมยืนยันให้คุณสนธิได้อีกคนหนึ่งว่าไม่มีข้อแลกเปลี่ยนใดๆกับใครในการได้รับอิสรภาพครั้งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในการร่างกฎหมายนิรโทษกรรม ก็มีคนคิดอ่านไม่ให้คุณสนธิ ได้รับประโยชน์อยู่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นเมื่อมีการออกกฎหมายนิรโทษกรรม คุณสนธิจึงยังคงถูกจองจำอยู่เหมือนเดิม! เพราะมีการระบุว่า ไม่อยู่ในข่ายได้รับนิรโทษกรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่แผ่นดินนี้ศักดิ์สิทธิ์ พระสยามเทวาธิราชมีจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ได้เกิดกรณี ผู้ต้องโทษรายอื่น ที่มีลักษณะคล้ายกัน และ ไม่ได้รับนิรโทษกรรมเหมือนกัน ไปอุทธรณ์ต่อศาลๆ ท่านวินิจฉัยว่าผู้อุทธรณ์มีสิทธิ์ได้รับผลตามกฎหมายนิรโทษกรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อมีการตีความกฎหมายนิรโทษกรรมเช่นนั้น จึงบังเกิดผลแก่คุณสนธิ ให้ได้รับนิรโทษกรรมโดยบังเอิญด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นจึงกล่าวได้เต็มปากเต็มคำว่า คุณสนธิ ได้อิสรภาพและได้รับนิรโทษกรรมครั้งนี้ มีมาแต่พระมหากรุณาธิคุณ ในการตรากฎหมายนิรโทษกรรมเนื่องในมหามงคลสมัยการพระราชพิธีบรมราชาภิเษกโดยแท้ ไม่เกี่ยวกับฝ่ายการเมืองฝ่ายใดเลย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45920</URL_LINK>
                <HASHTAG>การนิรโทษกรรม, นายสนธิ ลิ้มทองกุล, นายไพศาล พืชมงคล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180127/image_big_5a6c0c7045a8c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45054</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/09/2019 11:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/09/2019 11:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฎีการอลงอาญา3 ปี&#039;บ.ไทยเดย์-จิตตนาถ-พชร&#039;พร้อมปรับ 6 หมื่นทำกิจการ ASTV ไม่ได้รับอนุญาต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ก.ย.62 - ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา คดีหมายเลขดำ อ.1870/2558 ที่พนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 7 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องบริษัท ไทยเดย์ ด็อท คอม จำกัด, นายจิตตนาถ ลิ้มทองกุล และนายพชร สมุทวณิช ผู้บริหารบริษัทฯ เป็นจำเลยที่ 1-3 ในความผิดฐานร่วมกันส่งวิทยุกระจายเสียงหรือวิทยุโทรทัศน์เพื่อให้บริการสาธารณะหรือชุมชนโดยไม่ได้รับอนุญาต ประกอบกิจการกระจายเสียงหรือกิจการโทรทัศน์โดยไม่ได้รับอนุญาต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อัยการโจทก์ฟ้องว่า ระหว่างเดือน ก.ย. 2548 ถึงวันที่ 3 ก.พ. 2549 จำเลยทั้งสามร่วมกันประกอบกิจการกระจายเสียงหรือกิจการโทรทัศน์ โดยร่วมกันทำการบันทึกรายการภาพและเสียง หรือทำการถ่ายทอดสดรายการตามที่มีกำหนดไว้ในผังรายการ แล้วส่งข้อมูลสัญญาณภาพและเสียงผ่านทางสายเคเบิลใยแก้ว ซึ่งเช่าจากบริษัท กสท.โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) เพื่อส่งต่อไปที่เกาะฮ่องกง ประเทศจีน จากนั้นมีการส่งสัญญาณภาพและเสียงต่อไปยังดาวเทียม NSS6 แล้วดาวเทียมส่งข้อมูลสัญญาณภาพและเสียงกลับมาที่ประเทศไทยทางสถานีวิทยุโทรทัศน์เอเอสทีวี ช่องนิวส์วัน ซึ่งบุคคลทั่วไปสามารถซื้อจานรับสัญญาณดาวเทียมเพื่อดูรายการโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย อันเป็นการส่งวิทยุกระจายเสียงหรือวิทยุโทรทัศน์โดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งจำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษา เมื่อวันที่ 15 ส.ค. 2559 โดยเห็นว่าพยานโจทก์ที่นำมาเบิกความ รวม 4 ปาก ไม่มีพยานคนใดเบิกความให้ศาลเห็นว่าการประกอบกิจการกระจายเสียงหรือกิจการโทรทัศน์โดยการส่งภาพและเสียง กระทำความผิดตาม พ.ร.บ.วิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ พ.ศ.2498, พ.ร.บ.วิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2530 และ พ.ร.บ.การประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ.2551 พิพากษายกฟ้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาอัยการโจทก์ยื่นอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 18 ก.ค. 2560 ว่า คดีนี้โจทก์นำพยานมาเบิกความในชั้นศาลรวม 4 ปาก ไม่มีพยานคนใดเบิกความให้เห็นว่า การประกอบกิจการกระจายเสียงหรือกิจการโทรทัศน์โดยการส่งภาพและเสียงของจำเลยทั้งสามในขั้นตอนใดที่จะถือได้ว่า จำเลยทั้งสามได้กระทำผิดตาม พ.ร.บ.วิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ พ.ศ.2498 แต่โจทก์มีคำให้การในชั้นสอบสวนของ นายอานนท์ ลอยกุลนันท์ เจ้าหน้าที่กรมประชาสัมพันธ์ พยานโจทก์สรุปได้ความว่า สถานีโทรทัศน์เอเอสทีวีของจำเลยที่ 1 มีการส่งสัญญาณภาพและเสียงผ่านสายเคเบิลใยแก้ว ซึ่งจำเลยที่ 1 เช่าสายเคเบิล จากบริษัท กสท. และเป็นการส่งข้อมูลสัญญาณภาพและเสียงในประเทศไทย จากนั้นส่งข้อมูลดังกล่าวไปยังสายเคเบิลใต้น้ำจากประเทศไทย ไปที่เขตบริหารพิเศษฮ่องกง สาธารณรัฐประชาชนจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นส่งสัญญาณภาพและเสียงไปยังดาวเทียม NSS-6 และส่งสัญญาณจากดาวเทียวดังกล่าวกลับมายังประเทศไทย แม้คำให้การในชั้นสอบสวนดังกล่าวเป็นเพียงพยานบอกเล่า ซึ่งห้ามมิให้ศาลรับฟัง แต่ก็มิได้ห้ามโดยเด็ดขาด และเหตุที่โจทก์ไม่สามารถนำตัวเจ้าหน้าที่กรมประชาสัมพันธ์ดังกล่าวมาเบิกความได้ เป็นเพราะอาการป่วยต้องให้ออกซิเจน อันเป็นเหตุจำเป็นเข้าข้อยกเว้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาอาญา มาตรา 226/3 (2) พยานหลักฐานโจทก์จึงฟังได้ว่า จำเลยทั้งสามร่วมกันส่งวิทยุโทรทัศน์หรือ ประกอบกิจการโทรทัศน์โดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พิพากษาว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดตาม พ.ร.บ.วิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ พ.ศ.2495 มาตรา 3, 5, 17 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 จำคุกจำเลยที่ 2 และ 3 คนละ 2 ปี และปรับจำเลยที่ 1 เป็นเงิน 90,000 บาท ทางนำสืบของจำเลยทั้งสาม เป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง กรณีมีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้คนละ 1 ใน 3 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกจำเลยที่ 2 และ 3 คนละ 1 ปี 4 เดือน และปรับจำเลยที่ 1 เป็นเงิน 60,000 บาท กับให้ปรับจำเลยทั้งสามเป็นรายวันๆ ละ 2,000 บาท นับตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค. 2548 - 23 ม.ค. 2549&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาจำเลยฎีกาสู้คดี วันนี้ศาลฎีกาตรวจสำนวนปรึกษาแล้ว พิพากษาว่า การกระทำของจำเลยที่ 1-3 มีความผิดตาม พ.ร.บ.วิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ พ.ศ.2495 มาตรา 3, 5, 17 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 แต่ที่ศาลอุทธรณ์ลงโทษจำคุกจำเลยที่ 2 และ 3 โดยไม่รอลงอาญานั้นเห็นว่าหนักเกินไป เนื่องจากขณะนั้นก็ยังไม่มีหน่วยงาน กสช.มาทำหน้าที่ออกใบอนุญาต จึงควรปรับโทษให้เหมาะสม โดยโทษจำคุกให้รอลงอาญาไว้คนละ 3 ปีและปรับจำเลยที่ 2 และ 3 คนละ 60,000 บาท&amp;nbsp;นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้นายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และผู้ก่อตั้งสื่อเครือเอเอสทีวี ผู้จัดการ (บ.ไทยเดย์ ด็อท คอม) เดินทางมาศาลเพื่อให้กำลังใจนายจิตตนาถ บุตรชายของนายสนธิ หลังนายสนธิได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำเมื่อวานนี้ (4 ก.ย.) ในการพักโทษคดีกระทำความผิด พ.ร.บ.ตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยไม่ได้ให้สัมภาษณ์ใดๆ ต่อสื่อมวลชน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45054</URL_LINK>
                <HASHTAG>จิตตนาถ ลิ้มทองกุล, นายสนธิ ลิ้มทองกุล, ผู้จัดการ, ไทยเดย์ ด็อท คอม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190905/image_big_5d708218d87e5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27930</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/01/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/01/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พธม.เฮ!อุทธรณ์ยกฟ้อง คดีดาวกระจายไล่สมัคร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;9 แกนนำ พธม.เฮ! ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องคดีดาวกระจายไล่ &amp;ldquo;สมัคร&amp;rdquo; เมื่อปี 2551 ชี้ชุมนุมโดยสงบ ใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ ส่วนเหตุรุนแรงต้นตอไม่ได้เกิดจากผู้ชุมนุม อาวุธที่ค้นพบมีพิรุธ&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อวันพุธ ที่ห้องพิจารณาคดี 907 ศาลอาญา ศาลได้อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีหมายเลขดำที่ อ.3973/2558 ที่พนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 5 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง พล.ต.จำลอง ศรีเมือง อายุ 79 ปี, นายสนธิ ลิ้มทองกุล อายุ 68 ปี, นายพิภพ ธงไชย อายุ 69 ปี, นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ อายุ 64 ปี, นายสมศักดิ์ โกศัยสุข อายุ 69 ปี, นายสุริยะใส กตะศิลา อายุ 42 ปี, นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ อายุ 65 ปี, นายอมร อมรรัตนานนท์ หรือนายรัชต์ยุตม์ ศิรโยธินภักดี อายุ 58 ปี และนายเทิดภูมิ ใจดี อายุ 73 ปี เป็นจำเลยที่ 1-9 ในความผิดฐานร่วมกันกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หนังสือ หรือวิธีอื่นใด อันมิใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ หรือมิใช่เพื่อแสดงความคิดเห็นหรือติชมโดยสุจริตเพื่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในกฎหมายแผ่นดินหรือรัฐบาล โดยใช้กำลังข่มขืนใจหรือใช้กำลังประทุษร้าย เพื่อให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน ถึงขนาดที่จะก่อให้เกิดความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักร หรือเพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน, ร่วมกันมั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปใช้กำลังประทุษร้าย ขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้ายหรือกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใด ให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง โดยเป็นหัวหน้าหรือเป็นผู้มีหน้าที่สั่งการ โดยผู้กระทำคนหนึ่งคนใดมีอาวุธ เมื่อเจ้าพนักงานสั่งผู้ที่มั่วสุมเพื่อกระทำความผิดให้เลิกแล้ว แต่ไม่เลิก ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116, 215, 216 กรณีที่มีการรวมตัวชุมนุมต่อต้านและขับไล่รัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช อดีตนายกรัฐมนตรีเมื่อปี 2551
&amp;nbsp; &amp;nbsp; อัยการโจทก์ฟ้องเมื่อวันที่ 3 ธ.ค.2558 ระบุว่า เมื่อวันที่ 25 พ.ค.2551 เวลากลางวัน จำเลยทั้ง 9 คนซึ่งเป็นแกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) หรือกลุ่มคนเสื้อเหลือง ได้จัดชุมนุมใหญ่ที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย โดยใช้รถยนต์บรรทุกหกล้อ 5 คันเป็นเวทีปราศรัยเคลื่อนที่ ติดตั้งเครื่องขยายเสียงและลำโพง ต่อมาเวลากลางคืนจำเลยทั้งหมดได้นำกลุ่มพันธมิตรฯ จำนวนมากเคลื่อนขบวนไปตาม ถ.ราชดำเนิน มุ่งหน้าไปที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อรถเวทีปราศรัยเคลื่อนผ่านไปบริเวณสะพานผ่านฟ้าลีลาศ ตำรวจตั้งแถวสกัดกั้นเอาไว้ แต่กลุ่มผู้ชุมนุมสามารถฝ่าแนวกั้นไปได้ และได้ปิดการจราจรใน ถ.ราชดำเนินนอก ตั้งแต่สี่แยกมัฆวานรังสรรค์ไปจนถึงสี่แยก จปร. เป็นที่ชุมนุมประท้วงไปจนถึงวันที่ 5 ต.ค.2551 โดยได้ตั้งเวทีถาวร กางเต็นท์ มีโรงครัวปรุงอาหาร ขึงลวดหนามกั้น ถ.ราชดำเนินนอก ห้ามบุคคลเข้า-ออกบริเวณที่ชุมนุม มีการตั้งกองกำลังรักษาความปลอดภัยเรียกว่านักรบศรีวิชัย&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; นอกจากนี้ยังมีการจัดเตรียมเครื่องมือ เช่น ไม้เบสบอล หนังสติ๊ก ท่อนเหล็ก เพื่อใช้เป็นอาวุธ ส่อไปในทางที่จะก่อให้เกิดความรุนแรงถึงขนาดก่อความไม่สงบขึ้นในประเทศ ส่วนบนเวทีปราศรัยจำเลยทั้ง 9 คน ได้ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันขึ้นกล่าวปราศรัยโจมตีการทำงานของรัฐบาลนายสมัคร โดยปราศรัยปลุกระดมมวลชนที่มาฟังและร่วมชุมนุมไปตลอด 24 ชั่วโมง ภายหลังได้ร่วมกันชักชวนผู้ชุมนุมหลายหมื่นคนกระทำการปิดถนนสาธารณะและเคลื่อนกำลังไปในลักษณะดาวกระจาย ใช้รถยนต์บรรทุกเป็นเวทีปราศรัยเคลื่อนที่ไปกดดันบริเวณสถานที่ราชการหลายแห่ง เช่น กระทรวงการต่างประเทศ, สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง, กระทรวงมหาดไทย และสำนักงานตำรวจ เป็นต้น เป็นเหตุให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง โรงเรียน สถานศึกษา ซึ่งตั้งอยู่ใกล้บริเวณที่ชุมนุม ต้องหยุดการเรียนการสอนหลายครั้ง เนื่องจากเกรงว่าจะไม่มีความปลอดภัยจากการชุมนุม
&amp;nbsp; &amp;nbsp; โดยจำเลยทั้งหมดให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา และได้รับการประกันตัวในชั้นพิจารณา ยกเว้นนายสนธิ แม้ได้รับการประกันตัว แต่ถูกคุมขังในเรือนจำคลองเปรม รับโทษจำคุก 20 ปี คดีทำผิด พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 ซึ่งศาลเบิกตัวนายสนธิจากเรือนจำคลองเปรมเพื่อมาฟังคำพิพากษา ขณะที่อดีตแกนนำ พธม.อีก 8 คนก็ได้เดินทางมาศาล
&amp;nbsp; &amp;nbsp; คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาเมื่อวันที่ 20 ก.ค.2560 ยกฟ้องจำเลยที่ 1-6 เนื่องจากเป็นการฟ้องซ้ำกับคดี พธม.บุกรุกทำเนียบรัฐบาล หมายเลขดำ อ.4925/2555 ซึ่งศาลพิพากษาให้จำคุกจำเลยที่ 1-6 คนละ 2 ปี อัยการโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ส่วนจำเลยที่ 7-9 นั้น ศาลเห็นว่าการกระทำเป็นความผิดฐานมั่วสุม 10 คนขึ้นไปก่อความวุ่นวายในบ้านเมือง ตามมาตรา 215 วรรคหนึ่ง แต่เห็นควรให้รอการกำหนดโทษจำเลยที่ 7-9 ไว้มีกำหนด 2 ปี
&amp;nbsp; &amp;nbsp; ศาลอุทธรณ์ตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว ประเด็นวินิจฉัยคดีที่อัยการโจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1-6 เป็นการฟ้องซ้ำกับคดีหมายเลขแดง อ.1877/2558 และคดีหมายเลขแดง อ.1878/2558 หรือไม่ เห็นว่าคดีนี้มีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดในความผิดซึ่งได้ฟ้องแล้ว โจทก์จึงนำการกระทำความผิดในคราวเดียวกันมาฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยที่ 1-6 เป็นคดีนี้อีกไม่ได้ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนจำเลยที่ 7-9 นั้น เห็นว่าไม่ได้กระทำความผิดฐานก่อความวุ่นวายตามมาตรา 215 วรรคแรก เนื่องจากการกลุ่มพันธมิตรฯ ชุมนุมโดยสงบ แม้โจทก์มีพยานเจ้าหน้าที่เบิกความกรณีผู้ชุมนุมต่อสู้ขัดขวางการปฏิบัติงาน จากการที่เจ้าหน้าที่ได้เข้ารื้อเวทีและเต็นท์ของกลุ่มผู้ชุมนุม ซึ่งกรณีดังกล่าวไม่ได้เริ่มจากกลุ่มผู้ชุมนุม ส่วนที่ตรวจค้นพบขวานและเหล็กแป๊บในพื้นที่ภายหลังกลุ่มผู้ชุมนุมขนย้ายเต็นท์และข้าวของออกไปหมดแล้ว จึงค่อนข้างผิดวิสัย อีกทั้งก็ไม่ได้ค้นพบจากตัวผู้ชุมนุม ทำให้มีข้อสงสัยว่าอาจไม่ใช่ของผู้ชุมนุมเอง เห็นว่าการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ เป็นการชุมนุมโดยสงบ ใช้สิทธิของประชาชนตามรัฐธรรมนูญ จึงพิพากษาแก้เป็นให้ยกฟ้องจำเลยที่ 7-9 ด้วย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; ภายหลังพิพากษา นายสมเกียรติกล่าวว่า ศาลยกฟ้องทุกข้อหา เพราะคำให้การของพยานระบุว่ากลุ่มผู้ชุมนุมกระทำตามรัฐธรรมนูญด้วยความบริสุทธิ์ใจ และการกระทำหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญถือเป็นหน้าที่ของพลเมืองด้วย ซึ่งตนเองถูกดำเนินคดีทั้งหมด 11 คดี ไม่เคยเห็นศาลอ้างรัฐธรรมนูญเหมือนคดีดาวกระจายนี้ ซึ่งศาลเริ่มเอารัฐธรรมนูญมาใช้แล้ว คิดว่าบรรยากาศจะดีขึ้น
&amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนนายสุริยะใสกล่าวว่า ขอบคุณกระบวนการยุติธรรม เพราะเราเชื่อมั่นและยืนยันมาตลอดว่า พร้อมสู้ทุกคดี ไม่หนี และใช้สิทธิทางศาลอย่างเต็มที่ ไม่ว่าผลจะเป็นอย่างไรก็น้อมรับ วันนี้เป็นอีกกรณีที่ยืนยันว่าสิ่งที่พวกเราชุมนุมต่อสู้กันมากระทำโดยสุจริตใจ อยู่ในกรอบของรัฐธรรมนูญ ศาลชี้ให้เห็นว่าการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ ที่ทำเนียบฯ เป็นการชุมนุมโดยสงบ ปราศจากอาวุธ แต่เหตุของความรุนแรงที่เกิดขึ้นมาจากภายนอก เป็นพยานหลักฐานสำคัญที่ยกมาต่อสู้ในทุกคดี&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;เราไม่ได้ยกพวกไปตีกับใคร เราชุมนุมโดยสงบที่ทำเนียบฯ เดี๋ยวก็มีระเบิดเอ็ม 79 ยิงมา มีชายฉกรรจ์ชายชุดดำออกมา สุดท้ายความจริงปรากฏว่าความตั้งใจของพวกเราที่ต่อสู้เพื่อบ้านเมือง ซึ่งศาลท่านเห็นและสังคมก็จะเห็นตาม ไม่ว่าวันหน้าจะเกิดอะไรขึ้น ก็ยังมั่นใจในความสุจริตที่ต่อสู้มาทั้งหมดเพื่อส่วนรวม&amp;rdquo;นายสุริยะใสกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27930</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายสนธิ ลิ้มทองกุล, นายสมศักดิ์ โกศัยสุข, นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์, พล.ต.จำลอง ศรีเมือง, พิภพ ธงไชย, รัชต์ยุตม์ ศิรโยธินภักดี, สมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์, สุริยะใส กตะศิลา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อมร อมรรัตนานนท์, เทิดภูมิ ใจดี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190130/image_big_5c51ba9a7b6dd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27853</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/01/2019 10:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/01/2019 10:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยกฟ้องแกนนำพันธมิตรฯดาวกระจายไล่&#039;สมัคร&#039; ปี 2551</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ม.ค.61 -&amp;nbsp; ที่ห้องพิจารณา 907 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ชุมนุมดาวกระจายปี 2551 คดีหมายเลขดำ อ.3973/2558 ที่อัยการสำนักงานคดีอาญา 5 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง พล.ต.จำลอง ศรีเมือง, นายสนธิ ลิ้มทองกุล, นายพิภพ ธงไชย, นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์, นายสมศักดิ์ โกศัยสุข, นายสุริยะใส กตะศิลา, นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์, นายอมร อมรรัตนานนท์ หรือรัชต์ยุตม์ ศิรโยธินภักดี และนายเทิดภูมิ ใจดี อดีตแกนนำ พธม.เป็นจำเลยที่ 1-9 ในความผิดฐานร่วมกันกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจาหรือวิธีอื่นใดฯเพื่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงรัฐบาลโดยใช้กำลังข่มขืนใจหรือใช้กำลังประทุษร้ายเพื่อให้เกิดความปั่นป่วนในหมู่ประชาชนและก่อให้เกิดความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักร , ร่วมกันมั่วสุมตั้งแต่ 10 คน ขึ้นไปใช้กำลังประทุษร้ายหรือกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใด ให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง โดยเป็นหัวหน้าหรือเป็นผู้มีหน้าที่สั่งการโดยผู้กระทำคนหนึ่งคนใดมีอาวุธ และเมื่อเจ้าพนักงานสั่งให้เลิก แต่ไม่เลิก ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 , 215 , 216 กรณีที่มีการรวมตัวกันต่อต้านและขับไล่รัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช อดีตนายกรัฐมนตรีเมื่อปี 2551&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยอัยการยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 30 ธ.ค. 2558 ระบุถึงการชุมนุมขับไล่รัฐบาลลักษณะดาวกระจายนั้น พวกจำเลยใช้รถบรรทุกเป็นเวทีปราศรัยเคลื่อนที่ไปยังสถานที่ราชการหลายแห่ง เช่น กระทรวงการต่างประเทศ , สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) , กระทรวงมหาดไทย , สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) , กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ , กระทรวงการคลัง และสำนักงานอัยการสูงสุด ส่งผลให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง ทำให้โรงเรียน และสถานศึกษาที่ตั้งอยู่ใกล้ชุมนุมต้องหยุดการเรียนการสอนหลายครั้งเนื่องจากเกรงว่าจะไม่มีความปลอดภัยจากการชุมนุมดังกล่าว นอกจากนี้พวกจำเลยยังได้เคลื่อนขบวนไปยังทำเนียบรัฐบาลอีกด้วยในช่วงเวลาระหว่างวันที่ 25 พ.ค.- ต.ค. 2551 ซึ่งจำเลย อดีตแกนนำ พธม.ทั้งเก้าให้การปฏิเสธ ขอต่อสู้คดี โดยทั้งหมดได้รับการประกันตัวในชั้นพิจารณา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้สำหรับนายสนธิ อดีตแกนนำ พธม. จำเลยที่ 2 แม้จะได้รับการประกันตัวในคดีนี้ แต่ปัจจุบันนายสนธิ ถูกคุมขังในเรือนจำโทษจำคุก 20 ปีคดีทำผิด พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาเมื่อวันที่ 20 ก.ค. 2560 ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 1-6 เนื่องจากเป็นการฟ้องจำเลยซ้ำกับคดี พธม.บุกรุกทำเนียบรัฐบาล หมายเลขดำ อ.4925/2555 ซึ่งศาลพิพากษาให้จำคุกจำเลยที่ 1-6 คนละ 2 ปี อัยการโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ส่วนจำเลยที่ 7-9 นั้น ศาลเห็นว่าการกระทำเป็นความผิดฐานมั่วสุม 10 คนขึ้นไปก่อความวุ่นวายในบ้านเมือง ตามมาตรา 215 วรรคหนึ่ง แต่เห็นควรให้รอการกำหนดโทษจำเลยที่ 7-9 ไว้ก่อนมีกำหนด 2 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้ศาลเบิกตัวนายสนธิจากเรือนจำเพื่อมาฟังคำพิพากษา ขณะที่อดีตแกนนำ พธม. อีก 8 คนก็ได้เดินทางมาศาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลอุทธรณ์ตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว พิพากษาแก้เป็นยกฟ้องจำเลยทั้ง 9 คน โดยเห็นพ้องกับศาลชั้นต้นกรณีจำเลยที่ 1-6 เป็นการฟ้องซ้ำกับคดีบุกรุกทำเนียบรัฐบาล ส่วนจำเลยที่ 7-9 ก็ไม่มีความผิดฐานก่อความวุ่นวายตามมาตรา 215 ด้วย แม้โจทก์จะยกกรณีการต่อสู้ขัดขวางเจ้าหน้าที่ในการรื้อถอนเวทีและเต๊นท์ของผู้ชุมนุม ศาลเห็นว่ากรณีดังกล่าวไม่ได้เริ่มจากผู้ชุมนุม และการตรวจค้นพบเหล็กแป๊บและขวานในพื้นที่หลังผู้ชุมนุมถอยออกไปก็ไม่ได้ค้นจากตัวผู้ชุมนุม มีข้อสงสัยว่าไม่ใช่ของผู้ชุมนุม จึงเป็นการใช้สิทธิชุมนุมโดยสงบตามรัฐธรรมนูญ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27853</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายพิภพ ธงไชย, นายสนธิ ลิ้มทองกุล, นายสมศักดิ์ โกศัยสุข, นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์, นายสุริยะใส กตะศิลา, นายอมร อมรรัตนานนท์, นายเทิดภูมิ ใจดี, นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์, พธม., พล.ต.จำลอง ศรีเมือง, พันธมิตร, ศาลยกฟ้องแกนนำพันธมิตรฯ, ไล่สมัคร สุนทรเวช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190130/image_big_5c511fcd8fe1d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
