<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>16420</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/08/2018 14:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/08/2018 14:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขนส่งรับลูกนายกฯทบทวนเพิ่มโทษไม่พกใบขับขี่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขนส่งฯเด้งรับพร้อมนำร่างกฎหมายเพิ่มโทษใบขับขี่มาทบทวน หลังนายกฯไม่เอาด้วย พร้อมเดินหน้าฟังเสียงทุกภาคส่วนเพื่อประโยชน์ของบ้านเมือง เน้นปลอดภัยเป็นสำคัญ คาดเสนอร่างฯ ใหม่ได้ก่อนเลือกตั้งปี 62

29 ส.ค.61-นายสนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) เปิดเผยว่า จากกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ไม่เห็นด้วยและสั่งให้ทบทวนการเพิ่มอัตราโทษกรณีไม่พกใบอนุญาตขับรถ (ขบ.) ตาม &amp;ldquo;ร่างพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. ....&amp;rdquo;นั้น&amp;nbsp; รัฐบาลเป็นห่วงความปลอดภัยและให้ความสำคัญปัจจัยอุบัติเหตุ ส่วนอัตราเพิ่มโทษใบขับขี่จะยังเป็นข้อกังวล รัฐบาลให้มาพิจารณาเรื่องความเหมาะสม

อย่างไรก็ตามขณะนี้ยังเป็นร่างฯ ยังไม่เสนอ คณะรัฐมนตรี (ครม.) และสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) หลังจากนี้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ส่งร่างกฎหมายดังกล่าวกลับมาที่กระทรวงคมนาคม ขณะเดียวกัน ขบ. อยู่ระหว่างรวบรวมความคิดเห็นจากประชาชน หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สำนักโพลล์ และสื่อมวลชนต่างๆ เพื่อรวบรวมความเห็น ทบทวน และพิจารณาเพื่อเสนอร่างฯ ดังกล่าวต่อไป สำหรับเรื่องทบทวนต้องดูข้อกฎหมาย ตามที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เสนอ&amp;nbsp; โดยเน้นเรื่องความปลอดภัย ทั้งถนน รถ และคนขับรถ

นายสนิท กล่าวต่อว่า ส่วนการปรับลดโทษไม่พกใบขับขี่หรือไม่นั้น ต้องนำความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน ที่ท้วงติงและเสนอแนะเกี่ยวกับไม่มีใบขับขี่ ใบขับขี่หมดอายุ และการแสดงใบขับขี่ ที่มองว่า โทษสูงเกินไปหรือไม่ การบังคับใช้จะมีปัญหากับเจ้าพนักงานที่บังคับใช้มาพิจารณาร่วมกับหน่วยงานที่ร่วมออกบทบัญญัติก่อน โดยร่างกฎหมายฉบับนี้มีทั้งหมด 360 กว่ามาตรา ส่วนบทบัญญัติเป็นหนึ่งที่อยู่ในมาตรานั้น ซึ่งร่างดังกล่าวสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ได้รับฟังความคิดเห็นจากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการบังคับใช้ และบทบัญญัติมาจากการเสนอ ส่วนใหญ่มองว่าสิ่งเหล่านี้มีความเป็นไปไม่ได้ในทางปฏิบัติ ภาครัฐจึงมาทบทวนและพิจารณามาหา จุดที่มีความเหมาะสม และความลงตัวในการบังคับใช้ แต่ยืนยันว่าความปลอดภัยเป็นข้อห่วงใยและให้ความสำคัญ

ด้านนายกมล บูรณพงศ์ รองอธิบดี ขบ. กล่าวว่า การทบทวนใหม่จะปรับลดโทษหรือไม่นั้น ต้องหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่บังคับใช้กฎหมาย เช่น ตำรวจ ที่ดูแล พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522&amp;nbsp; โดยจะนำมาเทียบเคียงบทลงโทษที่เกี่ยวข้องนำมาประกอบ และพิจารณาโทษตามข้อหาและระดับของการกระทำความผิด ไม่ควรต่างกันมาก หรือต้องดูลักษณะการกระทำความผิดหรือวิธีการ ทั้งนี้ร่างกฎหมายฉบับใหม่นี้ก็เทียบจากกฎหมายเดิม เพราะกฎหมายปัจจุบัน พ.ร.บ.การขนส่งทางบก พ.ศ.2522 บทลงโทษการขับรถไม่มีใบขับขี่ จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาท ซึ่งเป็นโทษสูงอยู่แล้ว และร่างฯ นี้มีความเกี่ยวกับยานพาหนะขนาดเล็กลดตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ ตอนนี้เปิดรับฟังความคิดเห็นทุกช่องทาง ถึงวันที่ 11 ก.ย. 61 มาประกอบการพิจารณาและหารือร่วมด้วยกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการบังคับใช้กฎหมายต้องใช้ระยะเวลา

&amp;nbsp;ทั้งนี้จะไม่ขยายการรับฟังความคิดเห็น เพราะตอนนี้สามารถประเมินได้แล้วว่าความคิดเห็นจะเป็นช่วงระยะเวลาหนึ่ง อย่างไรก็ตามเมื่อนำร่างฯ กฎหมายดังกล่าวมาทบทวนแล้ว คาดว่าจะได้ข้อสรุปเสนอกระทรวง เสนอ ครม. และ สนช. ต่อไปตามกระบวนการคาดว่าจะเสนอได้ก่อนจะมีการเลือกตั้งในปี 62 แต่จะใช้ระยะเวลาดำเนินเท่าไหร่นั้นไม่สามารถตอบได้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16420</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทบทวน, นายสนิท พรหมวงษ์, บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, เพิ่มโทษหนักลืมพกใบขับขี่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180408/image_big_5ac9b073306b7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11657</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/06/2018 11:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/06/2018 11:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขนส่งฯโชว์บริการแสดงข้อมูลเดินทางแบบ Real-time</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19มิ.ย.61-นายสนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เป็นประธานเปิดตัวระบบ &amp;ldquo;Smart Bus Terminal&amp;rdquo; ภายใต้การดำเนินโครงการจัดให้มีระบบควบคุมการเดินรถโดยสารประจำทางและจอแสดงผลข้อมูลการเดินทางอัตโนมัติภายในสถานีขนส่งผู้โดยสารทั่วประเทศ ที่อยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของกรมการขนส่งทางบกและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศ การสร้างโอกาสเสมอภาคเท่าเทียมสำหรับประชาชนคนส่วนใหญ่ทั้งประเทศ ด้วยการให้บริการข้อมูลการเดินทางของรถโดยสารประจำทางที่เข้าใช้สถานชนส่งผู้โดยสารแบบ Real-time พร้อมเชื่อมโยงข้อมูลการเดินทางสู่ระบบขนส่งสาธารณะโหมดการเดินทางอื่นๆ เป็นการสร้างความต่อเนื่องการขนส่งสาธารณะทั้งระบบในทุกรูปแบบ (Connectivity) ตั้งแต่ต้นทางไปยังจุดหมายปลายทางสถานที่ที่ต้องการได้อย่างสะดวกรวดเร็วมากยิ่งขึ้น

สำหรับระบบ &amp;ldquo;Smart Bus Terminal&amp;rdquo; เป็นการต่อยอดใช้ประโยชน์จากระบบ GPS Tracking ที่ติดตั้งในรถโดยสารประจำทางตามที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด เพื่อสร้างมาตรฐานการเดินทางและมาตรฐานสถานีขนส่งผู้โดยสารที่ตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนและนักท่องเที่ยวจากประสิทธิภาพในการตรวจสอบตำแหน่งรถโดยสารประจำทางจากฐานข้อมูล GPS ของกรมการขนส่งทางบก ทำให้รู้เวลารถเข้าออกสถานีขนส่งผู้โดยสารล่วงหน้า และแจ้งข้อมูลดังกล่าวให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวทราบข้อมูลแบบ Real-time

อย่างไรก็ตามจะมีการติดตั้งจอแสดงตารางการเดินรถ ขาเข้าและขาออก จำนวน 2 จุด ภายในสถานีขนส่งผู้โดยสารที่อยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของกรมการขนส่งทางบกและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้ง 81 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งข้อมูลที่ปรากฏในจอแสดงข้อมูลการเดินทางของรถโดยสารประจำทาง ประกอบด้วย ข้อมูลทะเบียนรถ มาตรฐานรถ สายรถ เส้นทาง เวลาเข้า เวลาออก ชานชาลา และสถานีปลายทาง ส่งผลให้สามารถวางแผนเดินทางได้อย่างมั่นใจ ไม่ต้องเสียเวลานั่งรอคอยรถโดยสารเป็นเวลานาน เป็นการยกระดับความเชื่อมั่นในการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะที่สามารถวางแผนการเดินทาง บริหารจัดการเวลาได้อย่างคุ้มค่าและลงตัว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11657</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมการขนส่งทางบก, การจราจร, การจัดการจราจร, นายสนิท พรหมวงษ์, สถานีขนส่ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180619/image_big_5b2888f01f0fc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11012</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/06/2018 17:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/06/2018 17:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แห่ประมูลเลขสวย 1กก1111 ทะลุ25ล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขนส่งฯเปิดประมูลทะเบียนรถเลขสวยของกรุงเทพมหานคร กลุ่ม Super Series Super Number หมวดอักษรเบิ้ล &amp;ldquo;6กก&amp;rdquo; จำนวน 301 หมายเลข 1 กก 1111 แห่ประมูลสูงสุด&amp;nbsp; 25 ล้าน

9 มิ.ย.61-นายสนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เป็นประธานเปิดงาน HAPPINESS IS ALL AROUND &amp;hellip;พลังความสุขรอบตัวคุณ เพื่อเปิดให้ผู้สนใจเข้าร่วมประมูลหมายเลขทะเบียนรถเลขสวยของกรุงเทพมหานคร หมวดอักษรเบิ้ล &amp;ldquo;6กก&amp;rdquo; ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่ม Super Series Super Number โดยนำออกประมูลเพียง 301 หมายเลข ดำเนินการประมูลทั้งหมด 2 วัน คือ วันเสาร์ที่ 9 มิถุนายน 2561 และวันอาทิตย์ 10 มิถุนายน 2561 เพื่อให้ผู้ที่ชื่นชอบหมวดอักษรสองตัวเหมือนและหมายเลขทะเบียนรถเลขสวยเข้าถึงหมายเลขทะเบียนรถเลขสวยได้อย่างเท่าเทียม รวมถึงผู้ที่ต้องการส่งมอบความสุขให้แก่ผู้พิการที่ประสบภัยจากการใช้รถใช้ถนน เนื่องจากรายได้ทั้งหมดจากประมูลสมทบเข้ากองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน (กปถ.)

สำหรับหมายเลขทะเบียนรถเลขสวยที่นำออกประมูล ประกอบด้วย กลุ่มเลขตัวเดียว (1-9) เลขสองตัวเหมือน (11-99), สามตัวเหมือน (111-999), สี่ตัวเหมือน (1111-9999), เลขคู่ 8, คู่ 9 (8899 9988 8998 8989 9898 9889) เลขหลักพัน (1000-9000) เลขเรียง (123-789, 1234-6789) และกลุ่มเลขคู่ (1122, 3434, 5665) ซึ่งการประมูลการประมูลหมวดอักษรเบิ้ล กก ที่ผ่านมา ได้รับความนิยมจากประชาชนเป็นจำนวนมาก โดยหมายเลขทะเบียนรถหมวดอักษรเบิ้ล 1กก ที่ประมูลได้ในราคาสูงสุด คือ 1กก 1111 ราคา 25,000,000 บาท หมวด 2กก หมายเลขที่ประมูลได้ในราคาสูงสุด คือ 2กก 2222 ราคา 11,111,111 บาท หมวด 3กก หมายเลขที่ประมูลได้ในราคาสูงสุด คือ 3กก 3333 ราคา 13,000,000 บาท&amp;nbsp; หมวด 4กก หมายเลขที่ประมูลได้ในราคาสูงสุด คือ 4กก 4444 ราคา 7,000,000 บาท หมวด 5กก หมายเลขที่ประมูลได้ในราคาสูงสุด 5กก 5555 ราคา 11,111,111 บาท

สำหรับผู้ร่วมประมูลหมวดพิเศษ &amp;ldquo;6กก&amp;rdquo; เฉพาะวันเสาร์ที่ 9 มิถุนายน 2561 จะได้ร่วมเพิ่มพลังความสุข กับ &amp;ldquo;หมอช้าง&amp;rdquo; ทศพร ศรีตุลา ผู้เชี่ยวชาญศาสตร์แห่งการพยากรณ์ โดยผู้ชนะการประมูลหมายเลขทะเบียน &amp;ldquo;6กก 6666&amp;rdquo; ได้รับสิทธิ์ทันที และสุ่มรายชื่อผู้ร่วมประมูลที่โชคดีอีก 5 ท่าน เติมพลังความสุขกับหมอช้าง เมื่อลงทะเบียนร่วมงานก่อน 10.30 น. สำหรับแผ่นป้ายทะเบียนรถจะมีความพิเศษ เป็นแผ่นป้ายกราฟิกที่มีลวดลายพื้นหลังเป็นเอกลักษณ์ สถานที่สำคัญของกรุงเทพมหานคร เช่น รูปวัดพระแก้ว อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย สะพานพระราม 8 ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะสำหรับแผ่นป้ายทะเบียนประมูลเท่านั้น และสามารถมอบเป็นของขวัญ โอนเปลี่ยนแปลงกรรมสิทธิ์ เป็นมรดกส่งต่อให้บุคคลอันเป็นที่รัก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11012</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมการขนส่งทางบก, ทะเบียนรถ, นายสนิท พรหมวงษ์, ประมูล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180609/image_big_5b1baa560ca56.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8787</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/05/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขนส่งฯตรวจเข้มคนใช้บริการอุ่นใจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;เป็นที่ทราบกันดีว่าก่อนหน้านี้กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) มีมาตรการการกำหนดให้รถตู้โดยสารต้องจัดวางที่นั่งผู้โดยสารไม่เกิน 13 ที่นั่ง เป็นมาตรการเพิ่มความปลอดภัยในรถโดยสารสาธารณะ โดยมีวัตถุประสงค์ให้ผู้โดยสารมีช่องทางเดินเพื่อออกประตูด้านท้ายของรถเมื่อเกิดอุบัติเหตุ เพื่อลดการสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สิน ซึ่งก่อนหน้านี้พบว่ามีการเกิดอุบัติเหตุกับรถตู้ขึ้นบ่อยครั้ง &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;สำหรับการกำหนดให้มีที่นั่งผู้โดยสารไม่เกิน 13 ที่นั่งนั้น &amp;nbsp;เพื่อให้สามารถออกทางด้านหลังได้สะดวกขึ้นหากประตูทางเข้าไม่สามารถเปิดได้ และเพื่อให้ผู้ประกอบการขนส่งหรือเจ้าของรถตู้มีห้วงเวลาในการเตรียมความพร้อมที่ต้องปรับปรุงจำนวนที่นั่งให้เป็นไปตามกฎหมาย ซึ่งต้องปรับปรุงที่นั่งแถวหลังสุดต้องมีช่องทางเดิน ขนาดความกว้างไม่น้อยกว่า 20 เซนติเมตร &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;และอีกประการเพื่อให้ผู้โดยสารใช้เป็นทางออกฉุกเฉินด้านท้าย และประตูหลังสามารถเปิดออกจากภายในตัวรถได้ในกรณีที่มีเหตุจำเป็นหรือเกิดอุบัติเหตุ และมีค้อนทุบกระจก &amp;nbsp;ดังนั้น เพื่อให้มีการปรับตัว รับรู้ ปรับเปลี่ยน และลดผลกระทบ กำหนดแนวทางดำเนินการบังคับใช้เป็นขั้นตอน กรมการขนส่งทางบกกำหนดแผนปฏิบัติการควบคู่การบังคับใช้กฎหมายแบบมีห้วงเวลาสำหรับดำเนินการให้มีความเหมาะสม คู่ขนานกับการสร้างความเข้าใจ การรับรู้ ตลอดจนการให้คำปรึกษาแนะนำผู้ประกอบการอย่างใกล้ชิด &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม เป็นที่ทราบกันว่าการบังคับใช้มาตรการทางกฎหมาย ตรวจสอบการปรับปรุงรถตู้ทุกคัน เริ่มโครงการตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคม 2560 ที่ผ่านมา โดยให้ทุกหน่วยงานเร่งประชาสัมพันธ์ให้ผู้ประกอบการขนส่งรับทราบ รวมทั้งประชาสัมพันธ์ผ่านคณะกรรมการจัดระเบียบรถโดยสารสาธารณะ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;และล่าสุด นายสนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก ได้มีการดำเนินการลงโทษผู้ประกอบการขนส่งและพนักงานขับรถตามมาตรการเข้มงวดเด็ดขาด กรณีที่มีผู้ร้องเรียนพฤติกรรมการให้บริการผ่านสื่อสังคมออนไลน์รถตู้โดยสารประจำทางสายที่ 386 (ฉะเชิงเทรา-จันทบุรี) ทะเบียน 10-2624 ฉะเชิงเทรา บรรทุกผู้โดยสารเกิน โดยมีผู้โดยสารจำนวนทั้งสิ้น 21 คน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;จากกรณีดังกล่าว สำนักงานขนส่งจังหวัดจันทบุรี ตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการตามกฎหมายทันที สำหรับรถตู้โดยสารดังกล่าวเป็นของ บริษัท พนมชัยแอร์ จำกัด ซึ่งได้สั่งพักใช้รถทันที 15 วัน พร้อมเปรียบเทียบปรับตามมาตรา 31 (4) ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขเกี่ยวกับจำนวนที่นั่ง จำนวน 20,000 บาท ด้านพนักงานขับรถ คือ นายชูชาติ กระสังข์ มีใบอนุญาตขับรถทุกประเภทชนิดที่ 3 เลขที่ 1ฉช.00134/60 สิ้นอายุวันที่ 9 มีนาคม 2563 ได้ลงโทษสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับรถทันที 15 วัน เปรียบเทียบปรับ 5,000 บาท และบันทึกประวัติการกระทำความผิดไว้ที่ศูนย์ข้อมูลประวัติผู้ขับรถเพื่อติดตามตรวจสอบใกล้ชิด หากพบความผิดซ้ำ หรือได้รับการร้องเรียนไม่มีการปรับปรุงการให้บริการให้เป็นไปตามระเบียบของกรมการขนส่งทางบก พิจารณาเพิกถอนใบอนุญาตขับรถทันที และมีผลต่อการพิจารณาการต่ออายุใบอนุญาตของผู้ประกอบการขนส่ง ดังนั้น ผู้ประกอบการขนส่งจึงต้องมีมาตรการในการควบคุม กำกับดูแลพนักงานขับรถในสังกัดอย่างใกล้ชิด&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม กรมการขนส่งทางบกออกมายืนยันว่า กรมมีนโยบายเพื่อเพิ่มความปลอดภัยและสร้างความเชื่อมั่นในการใช้บริการระบบรถโดยสารสาธารณะ กำหนดให้รถตู้โดยสารสาธารณะทุกคันทุกเส้นทางมีที่นั่งผู้โดยสารไม่เกิน 13 ที่นั่ง และจะต้องมีช่องทางออกด้านท้าย เพื่อให้ผู้โดยสารใช้เป็นทางออกฉุกเฉิน พร้อมดำเนินมาตรการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด เด็ดขาด ลงโทษขั้นสูงสุดในทุกกรณีความผิดกับรถโดยสารสาธารณะทุกประเภท &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;ส่วนกรณีที่พบการนำรถที่มีสภาพไม่มั่นคงแข็งแรงมาใช้งาน ไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดว่าด้วยความปลอดภัย หรือการกระทำผิดเอาเปรียบผู้โดยสาร การให้บริการไม่มีคุณภาพ ไม่มีความปลอดภัย พร้อมสั่งกำชับทุกหน่วยงานทั้งในส่วนกลางและสำนักงานขนส่งจังหวัดทุกพื้นที่ตรวจและจับกุมรถที่ให้บริการผิดกฎหมายเข้มข้นจริงจังในทุกพื้นที่ทุกเส้นทาง สำหรับประชาชนหากพบปัญหาจากการใช้บริการรถโดยสารสาธารณะ ระบุหมายเลขทะเบียนรถ ชื่อ-นามสกุลผู้ขับรถ สถานที่ใช้บริการ ร้องเรียนได้ทุกช่องทาง อาทิ ศูนย์คุ้มครองผู้โดยสารและรับเรื่องร้องเรียน สายด่วน 1584 ตลอด 24 ชั่วโมง, แอปพลิเคชัน DLT GPS, แอปพลิเคชัน Taxi OK, Line ID &amp;ldquo;1584dlt&amp;rdquo; เป็นต้น &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;จะเห็นได้ว่าจากการตรวจเข้มของกรมขนส่งทางบก ถือเป็นเรื่องที่ดีของประชาชนที่ใช้บริการรถตู้โดยสาธารณะ หากหน่วยงานที่รับผิดชอบยังเพิกเฉย ก็ไม่แน่ใจว่าผู้ใช้บริการจะต้องเสี่ยงในการใช้บริการอย่างไร เมื่อกรมขนส่งทางบกเอาใจใส่ ตรวจเข้มเรื่องนี้ก็ถือเป็นเรื่องดีๆ ที่ต้องชื่นชม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8787</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระจกไร้เงา, กัลยา ยืนยง, ทางออกฉุกเฉิน, นายสนิท พรหมวงษ์, บริษัท พนมชัยแอร์ จำกัด, ปรับปรุงรถตู้, ผู้ประกอบการขนส่ง, ลดการสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สิน, อุบัติเหตุกับรถตู้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180114/5a5b68b2a156d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7171</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/04/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/04/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปชช.ทยอยกลับ ถ.มิตรภาพแน่น เพิ่มบขส.-รถไฟ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ประชาชนทยอยกลับกรุงหลังเทศกาลสงกรานต์ ขนส่งทางบกสั่งทุกจังหวัดจัดรถโดยสารให้เพียงพอ พร้อมมาตรการคุมเข้มคนขับ บขส.เสริมรถเกือบ 2 พันเที่ยว รองรับ 1.8 แสนคนต่อวัน รฟท.เพิ่มรถไฟ 11 ขบวน มิตรภาพ-เอเชียจราจรหนาแน่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 15 เมษายน นายสนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยถึงการเตรียมความพร้อม &amp;ldquo;รับคนกลับจากบ้าน&amp;rdquo; หลังสิ้นสุดเทศกาลสงกรานต์ 2561 กำชับสำนักงานขนส่งจังหวัดทุกแห่งจัดเตรียมรถโดยสารและรถเสริมให้เพียงพอกับความต้องการ เพื่อไม่ให้มีผู้โดยสารตกค้าง รถโดยสารทุกคันต้องเข้าใช้สถานีขนส่งผู้โดยสารและผ่านการตรวจสอบความปลอดภัยตาม Checklist จากเจ้าหน้าที่ โดยเฉพาะพนักงานขับรถต้องพักผ่อนเพียงพอ ไม่มีอาการอ่อนเพลีย ไร้สารเสพติด และระดับแอลกอฮอล์ต้องเป็นศูนย์ ส่วนมาตรการเข้มข้นระหว่างทาง ตรวจสอบความปลอดภัยรถโดยสารเช่าเหมาบนเส้นทางหลัก 16 จังหวัด 19 แห่งทั่วประเทศ พร้อมติดตามการเดินรถโดยสารผ่านระบบ GPS Tracking ออนไลน์แบบเรียลไทม์ 24 ชั่วโมง ประสานหน่วยงานในพื้นที่เข้าสกัดทันทีหากพบพฤติกรรมเสี่ยง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับในช่วงที่ประชาชนเริ่มทยอยเดินทางกลับเข้ากรุงเทพมหานครหลังสิ้นสุดวันหยุดยาว กรมการขนส่งทางบก ร่วมกับบริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.), องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพฯ (ขสมก.) อำนวยความสะดวกจัดพื้นที่ภายในกรมการขนส่งทางบก จตุจักร เป็นสถานีขนส่งผู้โดยสารชั่วคราวเป็นกรณีพิเศษ ระหว่างวันที่ 16-18 เม.ย.นี้ เวลา 04.00-07.00 น. สำหรับผู้โดยสารที่เดินทางมากับรถโดยสารของ บขส. เส้นทางจากภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งจะช่วยบรรเทาปัญหาความแออัด ลดปัญหาจราจรทั้งภายในและภายนอกสถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ (จตุจักร) หรือสถานีขนส่งหมอชิต 2 รวมทั้ง ขสมก. จัดรถโดยสารประจำทางให้บริการรับ-ส่งฟรี และประสานสหกรณ์แท็กซี่ ให้จัดเตรียมรถรอรับให้บริการประชาชนอย่างเพียงพอ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ได้จัดเตรียมผู้ตรวจการขนส่งทางบกเพื่ออำนวยความสะดวกและดูแลความปลอดภัยทั้งที่กรมการขนส่งทางบก สถานีขนส่งผู้โดยสารหมอชิต สายใต้ เอกมัย ท่าอากาศยานดอนเมือง ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ บริเวณโดยรอบอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ห้างสรรพสินค้าฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต เป็นต้น ป้องกันการฉวยโอกาสเอาเปรียบผู้โดยสาร บังคับใช้มาตรการทางกฎหมายการลงโทษเข้มข้นจริงจังทันที กับผู้ให้บริการผิดกฎหมาย ทั้งนี้ สามารถร้องเรียนได้ที่สายด่วน 1584&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจิรศักดิ์ เยาว์วัชสกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) กล่าวว่า บขส.คาดการณ์ว่าประชาชนจะทยอยเดินทางกลับเข้ากรุงเทพฯ ตั้งแต่วันที่ 15-18 เม.ย. โดย บขส.ได้จัดเที่ยววิ่ง (เที่ยวกลับ) จากปกติวันละประมาณ 6,095 เที่ยว เพิ่มเที่ยวเสริมวันละประมาณ 1,987 เที่ยว รวม 8,082 เที่ยว รองรับผู้โดยสารได้ถึงวันละประมาณ 181,547 คน นอกจากนี้ ขสมก.จัดรถโดยสารให้บริการรับผู้โดยสารที่ลงรถ บขส.บริเวณชานชาลาขาเข้าเพื่อต่อรถ ขสมก. ระหว่างวันที่ 15-18 เม.ย. เวลา 04.00-09.00 น. และ เวลา 15.00-20.00 น. วิ่งในสายประจำทาง 12 สาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งการให้กองบัญชาการตำรวจนครบาล จัดรถตู้โดยสารรองรับประชาชนประชาชนที่จะเดินทางกลับกรุงเทพฯ เป็นจำนวนมาก ในช่วงวันที่ 15-17 เม.ย. ณ บริเวณหน้าสถานีขนส่งหมอชิต 2 จำนวน 20 คัน ระหว่างเวลา 04.00-09.00 น. และ 16.00-20.00 น. เดินทางไปยัง 2 จุด คือ สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสหมอชิต และอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ รวมทั้งจัดจิตอาสามาช่วยประชาชนขนสัมภาระ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอานนท์ เหลืองบริบูรณ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม รักษาการตำแหน่งผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เปิดเผยว่า มีผู้โดยสารใช้บริการเดินทางที่สถานีรถไฟกรุงเทพ (หัวลำโพง) ระหว่างวันที่ 11-13 เม.ย. รวมทั้งสิ้น 342,898 คน เฉลี่ยวันละ 114,300 คน ซึ่งไม่มีผู้โดยสารตกค้างที่สถานี และคาดว่าเย็นวันที่ 15 เม.ย. จะเริ่มกลับมาคึกคักจากการเริ่มทยอยเดินทางกลับเข้ากรุงเทพฯ จึงได้จัดขบวนรถพิเศษช่วยการโดยสารเพิ่มเติมนอกเหนือจากขบวนรถที่เดินประจำในเส้นทางต่างๆ ตั้งแต่วันที่ 15-17 เม.ย. อีก 11 ขบวน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.เชิงรณ ริมผดี รองผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 2 (รอง ผบก.ตม.2) ในฐานะรองโฆษกสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) เปิดเผยว่า พล.ต.ต.พฤทธิพงษ์ ประยูรศิริ ผบก.ตม.2 ได้สั่งการกำชับให้เจ้าหน้าที่ ตม.เตรียมกำลังรับมือสถานการณ์ผู้โดยสารช่วงหลังเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งจะมีคนไทยที่อาศัยวันหยุดยาวไปต่างประเทศ เดินทางกลับเข้าประเทศ และนักท่องเที่ยวต่างชาติที่จะเดินทางออกหลังจากเข้ามาเที่ยวในช่วงเทศกาล คาดว่าสนามบินสุวรรณภูมิจะมียอดพุ่งราววันละ 1.5 แสนคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สถานีขนส่งผู้โดยสารนครราชสีมาแห่งที่ 2 ตลอดทั้งวันมีประชาชนเดินทางไปซื้อตั๋วรอขึ้นรถโดยสารเดินทางเข้ากรุงเทพฯ กันอย่างต่อเนื่อง ทางสำนักงานขนส่งจังหวัดนครราชสีมา โดยนายศิระ บุญธรรมกุล ผู้อำนวยการสำนักงานขนส่ง จ.นครราชสีมา ได้สั่งให้เพิ่มเที่ยวรถโดยสารสาย 21 นครราชสีมา-กรุงเทพฯ จากเดิมปกติที่วิ่งให้บริการวันละ 200 เที่ยว เพิ่มขึ้นอีกเท่าตัวเป็นวันละ 400 เที่ยว พร้อมเตรียมรถโดยสารสำรองไว้อีกจำนวน 60 คัน ให้บริการเดินรถตลอด 24 ชั่วโมง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่สภาพการจราจรบนถนนมิตรภาพช่วงผ่านจังหวัดนครราชสีมามุ่งหน้าเข้าสู่กรุงเทพฯ เริ่มมีปริมาณรถยนต์เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะบริเวณตามแยกสัญญาณไฟจราจรในเขตชุมชนต่างๆ ทำให้ตำรวจทางหลวงได้เปิดช่องทางพิเศษเพื่อเร่งระบายปริมาณรถที่สะสมมาก 2 จุด คือที่บริเวณถนนมิตรภาพเขตอำเภอโนนสูง และบริเวณทางขึ้นเขาเขตตำบลคลองไผ่ อำเภอสีคิ้ว และคาดว่าจะหนาแน่นต่อเนื่องไปถึงช่วงค่ำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้านถนนสายเอเชีย บริเวณจังหวัดอ่างทอง เส้นขาเข้ากรุงเทพฯ ปริมาณรถยนต์เริ่มหนาแน่น มี การชะลอตัวตามทางแยกทางโค้งและตามคอสะพาน &amp;nbsp;ซึ่งมีเจ้าหน้าที่นำป้ายประชาสัมพันธ์เส้นทางเลี่ยงการจราจรที่ติดขัดสายเอเชีย ให้เลี้ยวเข้าตัวเมืองอ่างทอง ผ่านไปยังอำเภอป่าโมก ตรงไปสี่แยกกำนันดิเรก และตรงไปสี่แยกวรเชษฐ์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เดินทางเข้ากรุงเทพฯ แทน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7171</URL_LINK>
                <HASHTAG>1584, GPS Tracking, ขสมก., จิรศักดิ์ เยาว์วัชสกุล, นายสนิท พรหมวงษ์, นายอานนท์ เหลืองบริบูรณ์, บขส., พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ, พ.ต.อ.เชิงรณ ริมผดี, พล.ต.ต.พฤทธิพงษ์ ประยูรศิริ, มิตรภาพ-เอเชีย, สตม., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เทศกาลสงกรานต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180415/image_big_5ad354a6075b9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
