<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>71624</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/07/2020 13:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/07/2020 12:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยื่นนายกฯแล้ว &#039;อุตตม&#039; ยัน 4 กุมารลาออกเพื่อให้ชาติเดินหน้า เปิดทางปรับ ครม.ลดแรงกดดันการเมือง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ก.ค.63 - ผู้สื่อข่าวรายงานช่วงเช้าก่อนที่นายอุตตม สาวนายน อดีตรมว.คลัง นายสนธิรัตน์ สนธิจิระวงศ์ อดีตรมว.พลังงาน นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ อดีตรมว.อุดมศึกษาวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม และนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล อดีตรองเลขาธิการนายกฯ จะเดินทางมายื่นหนังสือลาออกกับนายดิสทัต โหตระกิตย์ เลขาธิการนายกฯ มีรายงานว่าทั้ง 4 คน ได้เดินทางไปโรงแรมหรรษา นัดหารือกันเพื่อพูดคุยลำดับขั้นตอนต่างๆ รวมถึงกำหนดตัวบุคคลและประเด็นที่จะให้สัมภาษณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นเวลา 10.00 น. ทั้ง 4 คน เดินทางถึงทำเนียบฯโดยลงรถหน้าตึกไทยคู่ฟ้า ก่อนจะเดินขึ้นตึกพร้อมๆกันและให้ช่างภาพถ่ายภาพ ทั้งหมดมีสีหน้าแจ่มใส พร้อมกันนี้หลังยื่นหนังสือลาออกได้ขึ้นชั้นบนตึกไทยคู่ฟ้าเพื่อสักการะพระพรหมประจำตึกไทยฯ และลงมาสักการะศาลพระภูมิเจ้าที่และศาลตายายสิ่งศักดิ์ประจำทำเนียบฯเพื่ออำลาตำแหน่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาเวลา 10.40 น.นายอุตตม กล่าวว่าวันนี้พวกตนทั้ง 4 คน ได้นำหนังสือลาออกจากการปฏิบัติหน้าที่ของแต่ละคนยื่นต่อนายกฯ ผ่านนายดิสทัต เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยจะมีผลตั้งแต่วันที่ 16 ก.ค.เป็นต้นไป พร้อมกันนี้นายกอบศักดิ์ ได้รับมอบหมายจากนายสมคิด ให้นำหนังสือลาออกของนายสมคิดมายื่นพร้อมกันด้วย จากนี้ถือว่าโล่งอกในระดับหนึ่ง การลาออกครั้งนี้พวกเราเห็นพ้องกันว่าเป็นเวลาที่เหมาะสม มองแล้วเหตุการณ์ที่เราเห็นกันอยู่เพื่อให้ประเทศชาติเดินหน้าไปได้ ความคลุมเครือหายไป เราจะได้มีส่วนช่วยลดความกดดันทางการเมืองที่อาจมีต่อนายกฯในช่วงเวลานี้ อาจส่งผลให้เกิดความชะงักในการบริหารงาน คิดร่วมกันแล้วจึงลาออกในช่วงนี้เพื่อให้เกิดความชัดเจน เช่น ในเรื่องการปรับครม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าการลาออกเพราะได้รับแรงกดดันทางการเมืองหรือไม่ นายอุตตมกล่าวว่าเราคิดของเราเอง ไม่ได้ถูกกดดัน ส่วนการลาออกเข้าใจว่าขณะนี้นายกฯทราบเรื่องแล้ว เพราะประสานนายดิสทัตมาก่อน ถือว่าจากกันด้วยดี และนายสมคิดไม่ได้เล่าอะไรเกี่ยวกับการพูดคุยกับนายกฯให้ฟัง ช่วงนี้พวกเราต้องช่วยกันประคับประคองสถานการณ์บ้านเมือง ส่วนอนาคตนั้น อะไรที่เป็นประโยชน์ต่อบ้านเมืองต่อสังคม เราสามารถทำสิ่งเหล่านั้น ไม่ปิดกั้นการร่วมมือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่ามีการทาบทามหรือตั้งกลุ่มการเมืองใหม่หรือไม่ นายอุตตม กล่าวว่าส่วนตัวไม่มี และเชื่อว่าทุกคนยังไม่ได้เดินในเรื่องนี้ เมื่อถามว่าการลาออกเพราะนายสมคิดขอให้ลาออกพร้อมกันหรือไม่ นายอุตตมกล่วาว่า ไม่ใช่ เราหารือและคิดกันเอง นายสมคิดก็เห็นพ้อง แต่ในส่วนของนายสมคิดนั้นสื่อมวลชนคงทราบแล้วบ้าง ว่าเรื่องสุขภาพเป็นเหตุผลหนึ่ง หากได้พักผ่อนพื้นฟูสุขภาพน่าจะเป็นสิ่งที่ดี รวมถึงพวกตนจะถือโอกาสพักผ่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าการเข้าสู่การเมืองครั้งนี้มีอะไรได้มา เสียไปอย่างไรบ้าง นายอุตตม กล่าวว่า ในนามของพวกตน ขอขอบคุณนายกฯ ที่ให้ความไว้วางใจให้โอกาสมาทำงานให้บ้านเมืองมาระยะหนึ่ง ผ่านเหตุการณ์ต่างๆมาพอประมาณ ตนขอขอบคุณที่ไว้วางใจให้พวกเรามาทำงานให้ชาติบ้านเมืองและทำงานให้นายกฯ สำหรับตนนี่คือสิ่งที่ทำสำคัญที่สุดที่พวกเราได้มาในครั้งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามอีกว่าจะพูดได้หรือไม่ว่ายังไม่เข็ดการเมือง นายอุตตมกล่าวว่า &amp;ldquo;เอาเป็นว่าวันนี้ยังไม่ได้คิดจริงๆ เอาทีละขั้นตอน&amp;nbsp;ขอคิดนิดนึง เราคนไทยมีหน้าที่กันทุกคน ในการประคับประคองให้ประเทศเดินหน้าไปได้ในภาวะเช่นนี้ เรามีเหตุผลในการลาออกของเราที่เชื่อว่าเป็นประโยชน์กับการบริหาร ทำให้บ้านเมืองผ่านพ้นวิกฤติ ส่วนใครจะมารับหน้าที่ต่อนั้นเราไม่ทราบแต่เชื่อว่านายกฯมีความสามารถ คงหาคนมีความสามารถมาร่วมทีม ขณะที่ตำแหน่งในกมธ.งบประมาณรายจ่ายปี 2564 นั้นคงหลุดไปโดยปริยาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าเสียดายหรือไม่ที่ต้องลาออกขณะที่มีงานค้างอยู่ นายอุตตมกล่าวว่า พวกตนไม่ยึดติดตำแหน่งและไม่เสียดาย เราได้รับโอกาสมาทำงานก็ทำงาน เมื่อไม่มีตำแหน่งก็สามารถทำงานเป็นประโยชน์ได้ เมื่อถามว่าเจ็บตัวในการเข้าการเมืองหรือไม่นายอุตตม กล่วาว่า ไม่เจ็บตัว เพราะไม่ว่าใส่หมวกใบไหนก็ทำประโยชน์ให้ประเทศชาติได้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71624</URL_LINK>
                <HASHTAG>4 กุมาร, กอบศักดิ์ ภูตระกูล, นายสนธิรัตน์ สนธิจิระวงศ์, นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์, สุวิทย์ เมษินทรีย์, อุตตม สาวนายน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200716/image_big_5f0fe93c64b26.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71298</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/07/2020 13:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/07/2020 13:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สมคิด&#039;สั่งออมสินผุดสินเชื่อ1.2แสนล.อุ้มรายย่อย-ท่องเที่ยวแก้สภาพคล่องตึง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ก.ค. 2563 นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังตรวจเยี่ยมและมอบนโยบาย ให้ นายวิทัย รัตนากร ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน ในโอกาสเข้ารับตำแหน่ง ว่า ได้มอบนโยบาย 2 เรื่องให้ธนาคารออมสินไปเร่งดำเนินการ คือ 1.ลดผลกระทบจากปัญหาโควิด-19 ให้ผู้ประกอบการรายย่อย (คนตัวเล็ก) กลุ่มพ่อค้า แม่ค้า หาบเร่แผงลอย ที่ไม่มีที่พึ่งพิง จนต้องไปกู้หนี้นอกระบบดอกเบี้ย 24-28% ต่อปี โดยขยายมาตรการพักชำระหนี้และให้สินเชื่อเพิ่ม โดยเฉพาะธุรกิจท่องเที่ยวและบริการให้ดูแลเป็นพิเศษ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาสภาพคล่องตึงตัว

2.เตรียมแผนในระยะต่อไป ในการดูแลผู้ประกอบการรายย่อย ที่ต้องการเริ่มต้นทำธุรกิจในยุคหลังนิวนอร์มัล ให้เป็นธนาคารสำหรับผู้ประกอบการรายใหม่ พัฒนาสตาร์ทอัพ และร่วมกับมหาวิทยาลัย ในการเสริมองค์ความรู้ และดูแลกุล่มที่ต้องการเงินทุน เช่น นักศึกษาจบใหม่ไม่มีงานทำ แม่บ้านที่ต้องการทำอาหารขาย ก็ให้มาขอสินเชื่อจากออมสินได้ โดยออมสินต้องพร้อมให้ความร่วมมือ ซึ่งจะให้มีบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เข้ามาร่วมด้วย

&amp;ldquo;ธนาคารออมสินรายงานว่าในพอร์ตสินเชื่อของออมสินมีการดำเนินงานและมีลูกค้าตามนโยบายรัฐบาลกว่า 30% จะต้องเพิ่มสัดส่วนลูกค้ากลุ่มคนตัวเล็ก และกลุ่มเอสเอ็มอีเข้าไปอีก เพื่อให้เป็นธนาคารรัฐแห่งแรกที่โดดออกมาดูแลในเรื่องนี้ เป็นธนาคารสำหรับอนาคต คนตัวเล็กที่แท้จริง ไม่ใช่เก่งแต่เรื่องรับฝากเงิน&amp;rdquo; นายสมคิด กล่าว

นายอุตตม สาวนายน รมว.การคลัง กล่าวว่า ธนาคารออมสินจะเตรียมวงเงินไว้สำหรับ 2 มาตรการ คือ 1.เพิ่มวงเงินสินเชื่อฉุกเฉินสำหรับคนตัวเล็ก จำนวน 2 หมื่นล้านบาท จากเดิมที่ปล่อยสินเชื่อฉุกเฉินลดผลกระทบโควิด-19 เต็มวงเงินแล้ว ช่วยประชาชนได้กว่า 1 ล้านราย และ 2.มาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (ซอฟท์โลน) รอบใหม่ 1 แสนล้านบาท โดยจะปล่อยให้กับธุรกิจท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะ ซึ่งจะใช้ปล่อยให้กับธนาคารพาณิชย์และ มี บสย.ค้ำประกัน ซึ่งน่าจะออกมาเร็ว ๆ นี้

นายวิทัย กล่าวว่า มาตรการสินเชื่อคนตัวเล็ก จะใช้หลักเกณฑ์เดียวกันกับ สินเชื่อฉุกเฉิน แต่มีการปรับเงื่อนไขจากเดิม เป็นรายละไม่เกิน 3-5 หมื่นบาท ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน และไม่ต้องมีผู้ค้ำประกัน อัตราดอกเบี้ย 0.35% ต่อเดือน โดยผู้เข้าโครงการจะต้องมาลงทะเบียนใช้สิทธิ์ เพราะเป็นการเปิดรอบใหม่ โดยจะมีการนำเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบในสัปดาห์หน้า

ส่วนมาตรการซอฟท์โลน 1 แสนล้านบาท จะมีการกำหนดเงื่อนไขชัดเจน และแตกต่างจากซอฟท์โลน 5 แสนล้านบาทของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) โดยปล่อยให้กลุ่มอุตสาหกรรมท่องเที่ยวโดยเฉพาะ ไม่รวมธุรกิจสายการบิน และจะปล่อยให้ทั้งลูกค้าใหม่และลูกค้าเก่า ไม่กำหนดว่าจะต้องเป็นหนี้ที่อยู่ในช่วงวันที่ 31 ธ.ค.2562 รายละไม่เกิน 50 ล้านบาท โดยยังคิดอัตราดอกเบี้ย 0.01% ต่อปี ปล่อยให้ธนาคารไปคิดดอกเบี้ยไม่เกิน 2% ต่อปี ส่วนซอฟท์โลนออมสินรอบแรก 1.5 แสนล้านบาท ปล่อยได้แล้ว 1.2 แสนล้านบาทใกล้ครบวงเงินแล้ว

&amp;ldquo;ในระยะ 6 เดือนข้างหน้า ธนาคารออมสินจะเร่งแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ เพื่อให้กลับมาเป็นธนาคารเพื่อสังคมโดยแท้จริง จากข้อมูลพบว่าปัจจุบันมีหนี้นอกระบบ จากพิโกไฟแนนซ์และ นาโนไฟแนนซ์ ที่ยังคิดอัตราดอกเบี้ยสูงมาก 24-28% โดยธนาคารออมสิน จะดึงอัตราดอกเบี้ยในตลาดให้เหลือไม่เกิน 18% ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการทำแผน ถือเป็นแผนระยะกลาง&amp;rdquo; นายวิทัย กล่าว
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71298</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระตุ้นท่องเที่ยว, ขยายวงเงินปล่อยกู้, ธ.ออมสิน, นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์, รายย่อย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200713/image_big_5f0bfe509abfa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71034</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/07/2020 13:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/07/2020 13:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> นายกฯถกที่ปรึกษาศก.ฟื้นฟูประเทศจากพิษโควิด&#039;สมคิด-อุตตม-กอบศักดิ์&#039;ร่วมวง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ก.ค.63 -เมื่อเวลา 10.30 น.ที่ห้องสีเขียว ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธานประชุมหารือแนวทางการช่วยเหลือและฟื้นฟูเศรษฐกิจจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19)โดยมีนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี นายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp; นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษานายกฯนายทศพร ศิริสัมพันธ์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.) นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)นายปรีดี ดาวฉาย ประธานสมาคมธนาคารไทย นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานกรรมการ สภาธุรกิจตลาดทุนไทย และคณะกรรมการที่ปรึกษาที่นายกฯแต่งตั้งเพื่อทำหน้าที่ให้คำปรึกษาและพิจารณาเสนอความเห็นหรือข้อเสนอแนะต่างๆตามที่นายกฯมอบหมาย อาทิ นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร อดีตรมช. คมนาคม นายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ กรรมการในนโยบายการเงิน (กนง.) ธนาคารแห่งประเทศไทย นายปิติ ตัณฑเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารธนาคารทหารไทย และนายสุพัฒนาพงษ์ พันธ์มีเชาว์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) เข้าร่วมด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯกล่าวตอนหนึ่งว่า สำหรับการประชุมครั้งนี้ เนื่องจากตนเคยพูดไปแล้วจะต้องทำงานแบบ New Normal จึงจำเป็นที่จะต้องรับฟังความคิดเห็นจากทุกๆฝ่าย และทุกภาคส่วน เพื่อนำมาหารือกัน เพราะตนจะทำงานคนเดียวไม่ไหว ตอนนี้ก็ต้องช่วยกันคิด เพื่อนำข้อมูลไปประกอบให้การทำงานปัจจุบันทันกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะไทยได้รับผลกระทบเกือบทั้งหมด รวมถึงสงครามการค้า ทุกคนต้องช่วยกัน ไปสร้างกลไกมาให้รัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เป็นการประชุมเพื่อรับฟังรายงานสถานการณ์เศรษฐกิจ และกรอบการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในช่วงที่เหลือของปี 2563 การช่วยเหลือและฟื้นฟูวิสาหกิจขนา ดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เป็นการประชุมร่วมกันของนายกฯและหลัง 4 กุมารลาออกจากสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71034</URL_LINK>
                <HASHTAG>การระบาดของไวรัสโควิด-19, นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์, นายอุตตม สาวนายน, ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ฟื้นฟูเศรษฐกิจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200710/image_big_5f080d860737e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>70394</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/07/2020 11:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/07/2020 11:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กป้อม&#039;โวโครงสร้างพปชร.เรียบร้อยปัดมีความพยายามเลื่อยขา&#039;สมคิด&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ก.ค.64 - เมื่อเวลา 10.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์กรณีต้องกำชับ ส.ส.พปชร. ในการลงมติร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2564 หลังการประชุมสภาฯเมื่อวันที่ 2 ก.ค.เกือบต้องนับองค์ประชุมว่า&amp;nbsp; เขาก็อยู่กันทั้งหมด อยู่กันรอบๆ ไม่ได้ไปไหนหรอก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า การลงมติวันที่ 3 ก.ค.นี้ ต้องกำชับอะไรหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า &amp;ldquo;เขาก็อยู่กันรู้แล้ว เขาโตแล้ว&amp;rdquo;
เมื่อถามถึงการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.สมุทรปราการเขต 5 กดดันหรือไม่ เพราะการเลือกตั้งซ่อม พปชร.ชนะมาตลอด พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า กดดันเรื่องอะไร ก็ว่าไป แล้วแต่ประชาชน เมื่อถามว่า ครั้งที่ผ่านมาชนะฉิวเฉียด ครั้งนี้น่าจะซื้อใจประชาชนได้หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า &amp;ldquo;ผมชนะหมื่นนึง ก็แล้วแต่ประชาชน ต้องให้เกียรติประชาชน&amp;rdquo;
เมื่อถามถึงโครงสร้างพรรค พปชร.เรียบร้อยดีหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า เรียบร้อย เมื่อถามอีกว่า ในพรรคมีความพยายามเลื่อยขานายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีอยู่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่มีหรอก&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70394</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ, นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, ร่างพรบ.งบประมาณปี64</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200703/image_big_5efeb1783e660.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>70103</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/06/2020 09:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/06/2020 09:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เอี่ยม&#039;ฟันธงรัฐบาลต่ออายุพรก.ฉุกเฉินเพราะมือไม่ถึงจนไปต่อไม่ได้ แย่งชามข้าวฉุดการเมืองถอยหลัง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 มิ.ย.63-นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เสนอยุบสภาตั้งรัฐบาลใหม่แก้ปัญหาโควิด19 เหมือนสิงคโปร์ ว่า สภาพปัญหาของรัฐบาลในขณะนี้ อธิบายให้เห็นภาพชัดได้ด้วยคำพูดของนายสมคิดก่อนหน้านี้ คือ คนเก่าอยู่แก้ปัญหาไม่ได้ ไม่ควรอยู่ คนใหม่มาทำอะไรไม่เป็น ไม่ควรมา เกิดสภาพลักลักลั่น เป็นสุญญากาศทางการบริหาร คนเก่าจะอยู่ต่อก็คายฟันยางสารภาพว่า รัฐบาลมีปัญหา มือไม่ถึง จนต้องเสนอให้ยุบสภาเป็นทางออก คนที่มีชื่อจะมาเป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจคนใหม่ ประชาชนก็ยี้ ไม่เชื่อมั่นกันทั้งเมือง ยึดอำนาจ ยึดเก้าอี้ จนกลายเป็นการยึดโอกาสจากคนไทย ที่ควรจะมีความหวังอยู่รอดจากวิกฤติเศรษฐกิจที่วิกฤติหนัก เพราะเป็นวิกฤติเศรษฐกิจโลก ซ้อนวิกฤติเศรษฐกิจไทย กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ชี้ชัด จีดีพีโลกหดตัว 4.9 เปอร์เซ็นต์ สอดคล้องกับคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ที่คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะติดลบร้อยละ 8.1 หดตัวมากที่สุดในประวัติศาสตร์ ประเทศที่รัฐบาลมีเสถียรภาพยังแก้ปัญหายาก รัฐบาลที่มีปัญหาหนักขนาดนี้ โอกาสแก้ปัญหาสำเร็จเป็นเรื่องที่ยากมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน หรือ เสนอยุบสภา สาเหตุหลักอาจไม่ใช่เพราะโควิด แต่เพราะรัฐบาล มีปัญหา มือไม่ถึง จนไปต่อไม่ได้ อย่าไปพูดถึง นิวนอร์มอลทางการบริหาร ถ้ายังสาละวนอยู่กับโอลด์นอร์มอล แย่งชามข้าว ฉุดการเมืองถอยหลัง ทำประเทศชาติและประชาชนเสียโอกาส &amp;rdquo;นายอนุสรณ์ กล่าว.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70103</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์, นายอนุสรณ์  เอี่ยมสะอาด, ยุบสภา, สิงคโปร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200127/image_big_5e2e7a2f64e9e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>70035</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/06/2020 14:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/06/2020 14:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สมคิดยกสิงคโปร์โมเดล &#039;ยุบสภา&#039;ตั้งรัฐบาลรับมือพิษโควิด-19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 มิ.ย. 63 - นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยระหว่างเป็นประธานมอบนโยบายช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอี สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ว่า สสว. เป็นหน่วยงานสำคัญในการดูแลธุรกิจจนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) จึงอยากให้รู้ว่าประชาชนคาดหวังว่ารัฐจะช่วยอย่างเต็มที่ หน่วยงานที่รับผิดชอบเกี่ยวเนื่อง ต้องร่วมมือกัน อยากให้ประชาชนอุ่นใจว่ามีความช่วยเหลือเยอะ แต่ต้องตั้งใจจริง และต้องช่วยกัน

&amp;quot;รู้กันอยู่แล้วว่าประเทศไทยตอนนี้กำลังเจอพายุ คงไม่ใช่แค่ไทยประเทศเดียว ทุกประเทศในโลกกำลังเจอพายุลูกใหญ่ ดังนั้นพายุใหญ่ลูกนี้ถ้าไม่ตั้งรับดี ๆ จะเหนื่อยกันหมด เช่น สิงคโปร์ต้องยุบสภา เพราะคาดคะเนว่าเศรษฐกิจจะย่ำแย่ลงมาก จึงยุบก่อน เพื่อเลือกตั้งจะได้มีรัฐบาลที่มีประสิทธิภาพ&amp;quot; นายสมคิดกล่าว

นายสมคิด กล่าวว่า พายุวิกฤตปี 2540 ได้ผ่านมาแล้ว ซึ่งผู้ที่ได้รับกระทบก่อนคือ เอสเอ็มอี เพราะตัวเล็กเงินน้อย แต่มีการจ้างงานพอสมควร แต่ปกติเอสเอ็มอีได้รับสินเชื่อยากมาก ฉะนั้นเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่ต้องดูแลตั้งแต่ต้นทาง ถ้าไม่ดูแลตรงนี้ แต่ไปดูแลตอนปลายทางเอสเอ็มอีจะไปกันหมด คนตกงาน ก็ต้องเยียวยาเพิ่ม ฉะนั้นจะต้องไม่โฟกัสที่เยียวยา แต่ต้องโฟกัสว่าทำอย่างไรให้อยู่รอดได้ มีการจ้างงานต่อไป

นายสมคิด กล่าวว่า รู้กันดีว่าเมื่อเอสเอ็มอีทุนน้อย ธนาคารส่วนใหญ่ จะโฟกัสธุรกิจใหญ่ เมื่อเศรษฐกิจลงลึกมาเท่าไหร่ยิ่งไม่กล้าปล่อยสินเชื่อมากเท่านั้น เพราะกลัวธนาคารจะเป็นปัญหา ทั้งที่หนี้เสียไม่ได้มาจากความผิดของนักธุรกิจ แต่เป็นเพราะไม่สามารถช่วยเขาตั้งแต่ต้น ถ้ายังเป็นอย่างนี้ ไม่ช่วยแต่ต้นทุกธนาคารจะลำบาก เพราะไม่มีทางที่จะอุ้มชูด้วยสินเชื่อลูกค้าที่มี ถ้าเศรษฐกิจข้างนอกมีปัญหา มันจะพันกันทั้งหมด

ทั้งนี้ ต้องขอความร่วมมือทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะธนาคารรัฐ ส่วนธนาคารเอกชนไม่พูดถึง เพราะเป็นสิทธิ์ของการทำธุรกิจ ธนาคารรัฐมีคลังถือหุ้นใหญ่ ถ้ายังไม่ช่วยกันจะลำบากมาก ๆ ดังนั้น แนวคิดที่คุยกับ นายอุตตม สาวนายน รมว.การคลัง คือ เอสเอ็มอีมีปัญหาสารพัด แต่ว่าหน่วยงานที่ต้องเป็นด่านแรกอุ้มชู คือ สสว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70035</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์, ยุบสภา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200615/image_big_5ee779ab66a13.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>68717</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/06/2020 09:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/06/2020 09:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชงแผนผลิตและพัฒนาครูให้&quot;สมคิด&quot;ตัดสินใจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
15มิ.ย.63-แผนผลิตและพัฒนาครู ยังไม่เป็นรูปเป็นร่าง &amp;nbsp;&amp;quot;หมอสรนิต&amp;quot; แจกการบ้าน 2กระทรวง ทำข้อมูลหาคำตอบ 4 ด้าน แต่พุ่งเป้าตัวเลขที่ต้องการ &amp;nbsp;ก่อนเสนอให้ รมว.ศธ.และรมว.อว. พิจารณา ชงเข้า บอร์ดแห่งชาติ &amp;nbsp;และจบที่ รองนายกฯสมคิด ตัดสินใจ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.สรนิต ศิลธรรม ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ปลัด อว.) กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ในการประชุมหารือเรื่องการผลิตและพัฒนาครู ที่ประชุมได้มีการมอบหมายงานให้แก่ผู้ที่เกี่ยวข้องไปดำเนินการเตรียมข้อมูล เพื่อที่จะเสนอให้นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (รมว.อว.) และนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) พิจารณา โดยจะแบ่งข้อมูลออกเป็น 4 ด้าน ดังนี้ 1.กรอบนโยบายการผลิตและพัฒนาครู ว่า จะดำเนินงานไปในทิศทางใด และมีโครงการอะไรที่จะนำมาใช้ประกอบกับการผลิตและพัฒนาครูให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นบ้าง 2.จำนวนความต้องการใช้ครูของโรงเรียนแต่ละระดับจากทุกสังกัด เช่น สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กรุงเทพมหานคร องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เป็นต้น ว่าต้องการจำนวนเท่าไร และสาขาใดบ้าง 3.แผนพัฒนาการผลิตครู และ 4.ระเบียบ ข้อกฎหมายต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ว่า มีเรื่องใดที่เป็นปัญหาอุปสรรคและต้องการที่จะได้รับการปรับปรุงแก้ไข&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;นอกจากประเด็นเหล่านี้แล้ว เราจะศึกษาในภาพรวมประกอบกันไปด้วย เพื่อที่จะได้ยกร่างแผนดำเนินการเรื่องการผลิตและพัฒนาครูที่ครบถ้วนสมบูรณ์ที่สุด ซึ่งผมคาดว่าจะเสนอแผนดังกล่าวให้ทั้ง รมว.อว.และรมว.ศธ.พิจารณาได้ในช่วงต้นเดือนกรกฎาคมนี้ อย่างก็ตาม หากแผนดังกล่าวได้รับการเห็นชอบจากทั้ง 2 รัฐมนตรีเรียบร้อยแล้ว ก็จะมีการเสนอให้นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยการผลิตและพัฒนาครู พิจารณาต่อไป&amp;rdquo;ปลัด อว.กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68717</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ศธ., #อว., .สรนิต ศิลธรรม, นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์, แผนผลิตครู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191118/image_big_5dd24ff09f9ca.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
