<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>102923</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/05/2021 17:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/05/2021 17:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘พอช.’ หนุนองค์กรชุมชนทั่วประเทศสู้ภัยโควิด-19 พักหนี้สินเชื่อ 3 เดือน 149 องค์กร ช่วยแก้ปัญหาเฉพาะหน้า-พัฒนาคุณภาพชีวิต-สร้างงานสร้างรายได้ในชุมชน 30 ล้านบาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;พี่น้องชุมชนทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ/ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo; หนุนองค์กรชุมชนทั่วประเทศสู้ภัยโควิด-19 &amp;nbsp;โดยที่ประชุมบอร์ดมีมติพักชำระหนี้สินเชื่อและดอกเบี้ยองค์กรชุมชนทั่วประเทศ ระยะเวลา 3 เดือน&amp;nbsp; เริ่มพฤษภาคมนี้ รวม 149 องค์กร&amp;nbsp; ส่วนใหญ่เป็นสินเชื่อก่อสร้างบ้านตามโครงการ &amp;lsquo;บ้านมั่นคง&amp;rsquo; รวมยอดหนี้ 1,899 ล้านบาท&amp;nbsp; พักดอกเบี้ยรวม 18 ล้านบาท&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังเห็นชอบโครงการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนชุมชนผู้มีรายได้น้อยที่ได้รับผลกระทบจากโควิด &amp;nbsp;งบประมาณ 30 ล้านบาท เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า พัฒนาคุณภาพชีวิต&amp;nbsp; และซ่อมแซมสาธารณูปโภค-บ้านเรือน ทำให้เกิดการจ้างงาน&amp;nbsp; สร้างรายได้ให้คนในชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้ (14 พ.ค.) ระหว่างเวลา 08.30-12.30 น.&amp;nbsp; สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo;&amp;nbsp; จัดประชุมคณะกรรมการสถาบันฯ หรือ &amp;lsquo;บอร์ด พอช.&amp;rsquo;&amp;nbsp; โดยประชุมผ่านระบบ ZOOM มีนายไมตรี&amp;nbsp; อินทุสุต&amp;nbsp; ประธานคณะกรรมการสถาบันฯ เป็นประธานการประชุม&amp;nbsp; มีผู้บริหาร พอช.&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; นายสมชาติ&amp;nbsp; ภาระสุวรรณ&amp;nbsp; ผอ.พอช.&amp;nbsp; และคณะกรรมการสถาบันฯ เช่น&amp;nbsp; นายอนุกูล&amp;nbsp; ปิดแก้ว&amp;nbsp; รองปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ฯลฯ&amp;nbsp; รวม 18 คนร่วมประชุม&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;นายไมตรี&amp;nbsp; อินทุสุต&amp;nbsp; ประธานคณะกรรมการสถาบันฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บอร์ด พอช.เห็นชอบพักชำระสินเชื่อสหกรณ์ 149 องค์กร&amp;nbsp; ระยะเวลา 3 เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมชาติ&amp;nbsp; ภาระสุวรรณ&amp;nbsp; ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; การประชุมครั้งนี้มีวาระที่สำคัญคือ&amp;nbsp; 1.การขอความเห็นชอบมาตรการการบรรเทาความเดือดร้อนและให้การช่วยเหลือองค์กรชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ระลอก 3&amp;nbsp; และ 2. โครงการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนชุมชนผู้มีรายได้น้อยที่ได้รับผลกระทบจากโควิด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:1.05pt; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:1.05pt; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;ทั้งนี้เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 ระลอก 3 พบผู้ติดเชื้อในลักษณะเป็นกลุ่มก้อนขนาดใหญ่ โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และอีกหลายจังหวัด ซึ่งมีที่มาจากแหล่งสถานบันเทิง &amp;nbsp;รวมทั้งสถานประกอบการที่มีลักษณะคล้ายกัน&amp;nbsp; ทำให้เกิดการแพร่ระบาดอย่างรวดเร็วและกระจายไปในสถานที่ต่าง ๆ โดยเฉพาะในพื้นที่ชุมชนแออัด เริ่มจากเขตคลองเตย และมีแนวโน้มที่จะพบในหลายชุมชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:1.05pt; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:1.05pt; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0in 1.05pt 0in 0in; text-align: center;&quot;&gt;นายสมชาติ&amp;nbsp; ภาระสุวรรณ&amp;nbsp; ผอ.พอช.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:1.05pt; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:1.05pt; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp; แม้ว่ารัฐบาลจะไม่มีมาตรการล็อกดาวน์พื้นที่เหมือนกับมาตรการในปี 2563 แต่จำนวนผู้ติดเชื้อ ผู้เสียชีวิตซึ่งมีจำนวนสูงมากและมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้น้อยในชุมชน ซึ่งส่วนใหญ่มีอาชีพค้าขาย&amp;nbsp; รับจ้างทั่วไป อาชีพภาคบริการ จากการตกงาน ถูกพักงาน ความสามารถในการหารายได้ลดลง &amp;nbsp;และบางส่วนจำเป็นต้องได้รับการช่วยเหลือเยียวยาจากภาครัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp; ในช่วงต้นเดือนพฤษภาคม 2564 สถาบันฯ และเครือข่ายองค์กรชุมชน ได้ร่วมกันประเมินความเดือดร้อนของสหกรณ์โครงการบ้านมั่นคงที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 เพื่อพิจารณามาตรการด้านสินเชื่อที่จะช่วยคลี่คลายปัญหาดังกล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;จากการสำรวจพบว่า &amp;nbsp;มีสหกรณ์ในโครงการบ้านมั่นคงที่ได้รับผลกระทบและเสนอให้สถาบันฯ พิจารณาช่วยเหลือในเรื่องการชำระหนี้ &amp;nbsp;จำนวนทั้งสิ้น 271 องค์กร &amp;nbsp;(คิดเป็นร้อยละ 62.44 ขององค์กรผู้ใช้สินเชื่อโครงการบ้านมั่นคง) จำแนกเป็น 3 กลุ่ม &amp;nbsp;ดังนี้&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;กลุ่มที่ 1 องค์กรที่สามารถชำระคืนตามปกติ &amp;nbsp;ยังอยู่ในสถานการณ์ที่รับภาระสินเชื่อได้ จำนวน 163 องค์กร &amp;nbsp;&amp;nbsp;กลุ่มที่ 2 สหกรณ์ที่สมาชิกบางส่วนได้รับผลกระทบ &amp;nbsp;&amp;nbsp;จำนวน 122 องค์กร &amp;nbsp;และ กลุ่มที่ 3 สหกรณ์ที่ได้รับผลกระทบรุนแรง เช่น&amp;nbsp; สมาชิกเกินร้อยละ 50 ได้รับผลกระทบ&amp;nbsp; ต้องตกงาน&amp;nbsp; หรือมีรายได้ลดน้อยลง&amp;nbsp; ไม่มีความสามารถในการชำระหนี้ &amp;nbsp;&amp;nbsp;มีผู้ติดเชื้อหรือเสียชีวิตในชุมชน &amp;nbsp;โดยมีสมาชิกต้องกักตัวตามมาตรการป้องกันการแพร่กระจายเชื้อโควิด &amp;nbsp;จำนวน 149 องค์กร &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:1.05pt; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:1.05pt; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;นายสมชาติ กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้&amp;nbsp; พอช. ได้รับการร้องทุกข์จากชุมชนที่ประสบความเดือดร้อนจากการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ระลอก 3 &amp;nbsp;ซึ่งเครือข่ายชุมชนได้พยายามช่วยกันแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนเฉพาะหน้าเท่าที่จะทำได้&amp;nbsp; แต่เนื่องจากปัญหาครั้งนี้มีความรุนแรงและมีการแพร่ระบาดสู่ชุมชนในวงกว้างมากกว่าในช่วงปี 2563 ที่ผ่านมา&amp;nbsp; โดยเฉพาะชุมชนแออัดในเมืองและผู้มีรายได้น้อยที่ได้รับผลกระทบโดยตรงตามที่ปรากฏในพื้นที่และสื่อต่าง ๆ&amp;nbsp; (ข้อมูลเมื่อวันที่&amp;nbsp; 11&amp;nbsp; พ.ค. ที่ผ่านมา มีผู้ติดเชื้อในชุมชนบ้านมั่นคง/ชุมชนแออัด&amp;nbsp; 130 ชุมชน&amp;nbsp; มีผู้ติดเชื้อรวม 493 ราย ผู้ถูกกักตัว 1,388 ราย) &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:1.05pt; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:1.05pt; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;ดังนั้น พอช. จึงต้องเร่งดำเนินการช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนของชุมชนให้ทันการณ์&amp;nbsp;&amp;nbsp; ช่วยป้องกัน &amp;nbsp;ลดความรุนแรงของผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในวงกว้างต่อสังคมโดยรวม&amp;nbsp; ซึ่งเป็นไปตามแนวทางของรัฐบาลในการช่วยเหลือและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19&amp;nbsp; ไม่ว่าจะเป็นการพักชำระหนี้&amp;nbsp; การเสริมสภาพคล่องทางการเงิน&amp;nbsp; การลดภาระค่าใช้จ่าย&amp;nbsp; เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;ldquo;มติที่ประชุมเห็นชอบเห็นชอบการพักชำระหนี้ระยะเวลาไม่เกิน 3 เดือน&amp;nbsp; โดยไม่คิดดอกเบี้ยระหว่างการพักชำระหนี้ให้กับองค์กรผู้ใช้สินเชื่อ 149 องค์กร &amp;nbsp;ยอดหนี้รวม 1,899.31 ล้านบาท &amp;nbsp;รายได้ดอกเบี้ยที่จะลดลงในปี 2564 จำนวน 18.22 ล้านบาท&amp;nbsp; และเห็นชอบการพักชำระหนี้ให้กับองค์กรผู้ใช้สินเชื่อในระยะถัดไป ซึ่งสมาชิกส่วนใหญ่อาจได้รับผลกระทบเพิ่มขึ้นจนกระทบกับความสามารถในการชำระคืน &amp;nbsp;รวมถึงองค์กรสินเชื่อประเภทอื่น ๆ นอกจากโครงการบ้านมั่นคง โดยให้ผู้อำนวยการพิจารณาอนุมัติและรายงานให้คณะกรรมการทราบในการประชุมครั้งต่อไป&amp;rdquo; &amp;nbsp;นายสมชาติ&amp;nbsp; ผอ.พอช. บอกถึงมติของที่ประชุมบอร์ด &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนระยะเวลาในการพักชำระหนี้&amp;nbsp; จะเริ่มตั้งแต่เดือนพฤษภาคมนี้เป็นต้นไป ระยะเวลา 3 เดือน&amp;nbsp; หรือจนถึงเดือนกรกฎาคมนี้สำหรับสหกรณ์หรือองค์กรชุมชนที่มีความพร้อมจะพักชำระหนี้&amp;nbsp; ส่วนสหกรณ์หรือองค์กรอื่นๆ อาจจะขยับเป็นเดือนต่อไป&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp; ที่ประชุมบอร์ด พอช.ได้กำชับให้สหกรณ์และองค์กรชุมชนที่พักชำระหนี้ได้คำนึงถึงการรักษาวินัยทางการเงินด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หนุนแก้ปัญหาเฉพาะหน้า-พัฒนาคุณภาพชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สร้างงาน-สร้างรายได้ในชุมชนใช้งบ 30 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; margin-top:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; margin-top:0in&quot;&gt;นอกจากนี้ที่ประชุมบอร์ด พอช.ยังเห็นชอบโครงการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนชุมชนผู้มีรายได้น้อยที่ได้รับผลกระทบจากโควิด &amp;nbsp;โดยแยกเป็น 1.สนับสนุนการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนเร่งด่วนเฉพาะหน้าและพัฒนาคุณภาพชีวิต&amp;nbsp; งบประมาณรวม 20 ล้านบาท&amp;nbsp; เช่น ดูแลช่วยเหลือกลุ่มคนที่ได้รับความเดือดร้อน ผู้ป่วย ผู้ที่ต้องกักตัว และกลุ่มปราะบางในชุมชน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; การแจกจ่ายอาหาร&amp;nbsp; ข้าวสาร&amp;nbsp; อาหารแห้ง&amp;nbsp; เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; margin-top:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; margin-top:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in; margin-top: 0in; text-align: center;&quot;&gt;การวัดไข้และแจกอาหารที่ชุมชนในเขตวังทองหลาง&amp;nbsp; กรุงเทพฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ป้องกันและเฝ้าระวังในชุมชน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; แจกจ่ายหน้ากาก &amp;nbsp;เจลล้างมือ/น้ำยาฆ่าเชื้อ&amp;nbsp;&amp;nbsp; เครื่องวัดอุณหภูมิ-วัดไข้คนในชุมชน ตรวจเยี่ยม-คัดกรองคนเข้า-ออกในชุมชน&amp;nbsp; &amp;nbsp;การพัฒนาอาชีพและพื้นที่ในการผลิตอาหาร&amp;nbsp; เพื่อยังชีพและเลี้ยงชีพคนในชุมชน เป็นการสร้างความมั่นคงทางอาหารที่คนในชุมชนเข้าถึงและปลอดภัย &amp;nbsp;เช่น &amp;nbsp;ทำเกษตร &amp;nbsp;ปลูกผักบริเวณบ้านหรือพื้นที่ส่วนกลาง&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;การเชื่อมโยงการแลกเปลี่ยนผลผลิตทางการเกษตร &amp;nbsp;อาหารทะเล &amp;nbsp;สินค้า &amp;nbsp;ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ระหว่างเมืองกับชนบท&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระหว่างชุมชน&amp;nbsp; การเชื่อมโยงกลไกการขับเคลื่อนงานในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาคุณภาพชีวิตในชุมชน&amp;nbsp; โดยบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานและภาคีพัฒนาทุกภาคส่วน&amp;nbsp; โดยเฉพาะหน่วยงานในกระทรวง พม. รวมงบประมาณ 20 ล้านบาท &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;2.สนับสนุนการพัฒนา&amp;nbsp; ปรับปรุง&amp;nbsp; ซ่อมแซมระบบสาธาณูปโภคและที่อยู่อาศัยในชุมชนให้มีความมั่นคง&amp;nbsp; ปลอดภัย&amp;nbsp; และมีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม&amp;nbsp; งบประมาณรวม 10 ล้านบาท&amp;nbsp; ทั้งในชุมชนบ้านมั่นคงที่ก่อสร้างยังไม่แล้วเสร็จ &amp;nbsp;มีความจำเป็นต้องปรับปรุงเพิ่มเติม &amp;nbsp;และชุมชนแออัดที่ยังไม่เข้าสู่โครงการบ้านมั่นคง&amp;nbsp; ซึ่งจะช่วยสร้างงานให้กับคนในชุมชนได้มีงานทำและมีรายได้&amp;nbsp; หรือคนที่ตกงานกลับสู่ชุมชน &amp;nbsp;&amp;nbsp;และยังเป็นการกระจายเม็ดเงินไปยังร้านค้าและผู้ประกอบการในชุมชนให้มีเงินหมุนเวียน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:31.35pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;เผยโควิดรอบแรกปี 2563&amp;nbsp; พอช.พักชำระหนี้ 409 องค์กร &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;สนับสนุนโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิต1,754 โครงการ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ทั้งนี้ในช่วงการสถานการณ์โควิด-19 &amp;nbsp;ระลอกแรกในปี 2563&amp;nbsp; บอร์ด พอช.ได้เห็นชอบการพักชำระหนี้องค์กรผู้ใช้สินเชื่อเป็นระยะเวลา 6 เดือน&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยมีองค์กรผู้ใช้สินเชื่อที่ได้รับประโยชน์ 409 องค์กร &amp;nbsp;ไม่ต้องชำระเงินต้นและดอกเบี้ยในระหว่างเดือนเมษายน &amp;ndash; กันยายน 2563 &amp;nbsp;รวมเป็นเงิน&amp;nbsp; 76.07&amp;nbsp; ล้านบาท &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:1.05pt; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:1.05pt; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;นอกจากนี้ยังสนับสนุนโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้มีรายได้น้อยในชุมชนเมืองและชนบท&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยใช้งบประมาณคงเหลือจากโครงการบ้านมั่นคงที่ไม่มีภาระผูกพัน 144.25 ล้านบาท&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยสนับสนุนโครงการของชุมชนไปทั้งหมด 1,754 โครงการ 535,577 ครัวเรือน &amp;nbsp;&amp;nbsp;แยกเป็นชุมชนเมือง 220 เมือง 2,931 ชุมชน&amp;nbsp; และพื้นที่ชนบท 1,534 ตำบล&amp;nbsp; ใช้งบประมาณรวม 126.52 ล้านบาท &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:1.05pt; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:1.05pt; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0in 1.05pt 0in 0in; text-align: center;&quot;&gt;โครงการพัฒนาคุณภาพชีวิต&amp;nbsp; ส่งเสริมการเลี้ยงไก่ไข่ที่ อ.เถิน จ.ลำปาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการแพร่ระบาดของโควิดในปี 2564 นี้&amp;nbsp; พอช.ร่วมกับเครือข่ายองค์กรชุมชนทั่วประเทศได้รวมตัวกันจัดตั้ง &amp;lsquo;เครือข่ายองค์กรชุมชนสู้ภัยโควิด&amp;rsquo; ขึ้นมา &amp;nbsp;เมื่อต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา&amp;nbsp; โดยมีคณะทำงาน 23 คน&amp;nbsp; เพื่อร่วมกันระดมทุนจากทุกภาคส่วนนำไปช่วยเหลือพี่น้องชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19&amp;nbsp; โดยช่วยเหลือชาวชุมชนในเขตกรุงเทพฯ ที่มีการแพร่ระบาดอย่างรวดเร็วไปแล้ว 47 ชุมชน&amp;nbsp; ขณะที่เครือข่ายชุมชนต่างๆ ทั่วประเทศได้ช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบในชุมชนท้องถิ่นของตนเองด้วยเช่นกัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102923</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชุมชน, นายสมชาติ  ภาระสุวรรณ, พอช, พักหนี้, สร้างรายได้, สินเชื่อ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210514/image_big_609e507bf2d1b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>88882</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/01/2021 17:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/01/2021 15:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พอช.ร่วมกับเครือข่ายชุมชนทั่วประเทศจับมือ อสม. - ท้องถิ่น  รับมือโควิด-19  ตรวจคัดกรอง-เฝ้าระวัง-ช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;บ้านมั่นคงเขาน้อยเมืองพัทยา&amp;nbsp; จ.ชลบุรี เข้มงวดป้องกันโควิด)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ / พอช. ร่วมกับเครือข่ายขบวนองค์กรชุมชนทั่วประเทศจับมือ อสม.&amp;nbsp; องค์กรปกครองท้องถิ่น&amp;nbsp; และหน่วยงานต่างๆ ปฏิบัติการเชิงรุก&amp;nbsp; ใช้กลไกที่มีอยู่&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; เครือข่ายบ้านมั่นคง&amp;nbsp; กองทุนสวัสดิการชุมชน เตรียมพร้อมรับมือโควิด-19&amp;nbsp; ตั้งด่านตรวจคัดกรอง&amp;nbsp; เฝ้าระวัง&amp;nbsp; ช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ&amp;nbsp; มีร้านค้าชุมชนขายสินค้าราคาต่ำกว่าทุน&amp;nbsp; เลี้ยงปลาดุก&amp;nbsp; ปลูกผัก ฯลฯ&amp;nbsp; เป็นแหล่งอาหารสำรอง&amp;nbsp; ขณะที่เครือข่ายบ้านมั่นคงเทศบาลเมืองชุมแพจัดกิจกรรมป้องกันและให้ความรู้เพื่อไม่ใช้ชาวบ้านตื่นกลัว &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ระลอกใหม่&amp;nbsp; ตั้งแต่ช่วงเดือนธันวาคมที่ผ่านมา&amp;nbsp; สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช.&amp;nbsp; และเครือข่ายขบวนองค์กรชุมชนทั่วประเทศ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; กองทุนสวัสดิการชุมชน&amp;nbsp; เครือข่ายบ้านมั่นคง&amp;nbsp; สภาองค์กรชุมชนตำบล&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; ได้ร่วมมือกับภาคีเครือข่ายในท้องถิ่น&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน&amp;nbsp; (อสม.)&amp;nbsp; อบต.&amp;nbsp; โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) เทศบาล&amp;nbsp; อำเภอ&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; ตั้งด่านตรวจวัดอุณหภูมิ&amp;nbsp; คัดกรองผู้ที่อาจจะมีเชื้อโควิด&amp;nbsp; เพื่อเป็นการเตรียมพร้อมและรับมือกับการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่มีแนวโน้มจะแพร่กระจายไปยังหลายพื้นที่ทั่วประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;วันนี้ (5 มกราคม) นายสมชาติ&amp;nbsp; ภาระสุวรรณ&amp;nbsp; ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&amp;nbsp; หรือ พอช. กล่าวว่า&amp;nbsp; ในฐานะที่ พอช.ทำงานร่วมกับเครือข่ายขบวนองค์กรชุมชนทั่วประเทศ&amp;nbsp; โดยมีภารกิจหลักที่ พอช.ให้การสนับสนุนและส่งเสริม&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; การแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยตามโครงการบ้านมั่นคงเมืองและชนบท&amp;nbsp; โครงการซ่อมสร้างบ้านให้ผู้ด้อยโอกาสหรือ &amp;lsquo;บ้านพอเพียงชนบท&amp;rsquo; &amp;nbsp;การจัดสวัสดิการเพื่อช่วยเหลือชาวชุมชน หรือ &amp;lsquo;กองทุนสวัสดิการชุมชน&amp;rsquo;&amp;nbsp; สภาองค์กรชุมชนตำบล&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;ldquo;ดังนั้นเมื่อเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 รอบใหม่&amp;nbsp; พอช.จึงได้ออกแบบการทำงานเชิงรุกในพื้นที่&amp;nbsp; เพื่อให้เครือข่ายต่างๆ ที่ทำงานร่วมกับ พอช.สามารถดำเนินมาตรการป้องกันและฟื้นฟูชุมชนจากสถานการณ์โควิดได้ทันทีเพื่อให้ทันต่อสถานการณ์โดยไม่ต้องรอความช่วยเหลือจากส่วนกลาง&amp;nbsp; เนื่องจากในช่วงปี 2563 ที่ผ่านมา&amp;nbsp; เครือข่ายขบวนองค์กรชุมชนต่างๆ ทั่วประเทศมีประสบการณ์ในการทำงานป้องกันและฟื้นฟูชุมชนมาแล้ว&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; การเฝ้าระวัง&amp;nbsp; ตรวจคัดกรอง&amp;nbsp; ทำหน้ากากผ้าอนามัยกว่า 1 ล้านชิ้น&amp;nbsp; ทำเจลล้างมือ&amp;nbsp; เพื่อป้องกันการแพร่ระบาด&amp;nbsp; รวมทั้งการส่งเสริมคุณภาพชีวิตชุมชนผู้มีรายได้น้อยทั้งในเมืองและชนบทในสถานการณ์โควิด&amp;rdquo;&amp;nbsp; ผอ.พอช.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in; text-align: center;&quot;&gt;นายสมชาติ&amp;nbsp; ภาระสุวรรณ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;สำหรับแผนการทำงานเชิงรุกนั้น&amp;nbsp; นายสมชาติกล่าวว่า&amp;nbsp; ขณะนี้ พอช.ได้ประสานงานไปยังสำนักงานภาค พอช.ทั้ง 5 ภูมิภาคทั่วประเทศ&amp;nbsp; เพื่อให้เครือข่ายขบวนองค์กรชุมชนในแต่ละจังหวัดติดตามข้อมูลและสถานการณ์จากหน่วยงานราชการว่าในแต่ละจังหวัด&amp;nbsp; แต่ละพื้นที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อเท่าไหร่&amp;nbsp; (จัดโซนเป็นพื้นที่สีแดง&amp;nbsp; สีเหลือง&amp;nbsp; สีเขียว)&amp;nbsp; และในแต่ละพื้นที่ดำเนินการอย่างไรไปบ้างแล้ว&amp;nbsp; หรือมีข้อเสนอ&amp;nbsp; หรือต้องการการสนับสนุนจาก พอช.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างไรบ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;ldquo;การรับมือและป้องกันสถานการณ์โควิดรอบใหม่นี้ พอช.จะใช้กลไกที่มีอยู่แล้ว&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; เครือข่ายบ้านมั่นคง&amp;nbsp; กองทุนสวัสดิการชุมชน&amp;nbsp; สภาองค์กรชุมชนตำบล&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; บูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานและภาคีเครือข่ายต่างๆ ในท้องถิ่น&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; อสม.&amp;nbsp; อบต.&amp;nbsp; รพ.สต.&amp;nbsp; เทศบาล&amp;nbsp; พมจ.&amp;nbsp; อำเภอ&amp;nbsp; และจังหวัด&amp;nbsp; ขณะเดียวกัน&amp;nbsp; พอช.จะสนับสนุนให้เครือข่ายขบวนองค์กรชุมชนทั่วประเทศจัดทำแผนงานเชิงรุกเพื่อป้องกันและฟื้นฟูชุมชนในช่วงสถานการณ์โควิดต่อไป&amp;rdquo;&amp;nbsp; ผอ.พอช.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;เครือข่ายชุมชนทั่วประเทศร่วมเฝ้าระวัง-ป้องกันโควิด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;นับแต่การแพร่ระบาดของโควิดในช่วงต้นปี 2563 ที่ผ่านมา&amp;nbsp; สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ ร่วมกับเครือข่ายขบวนองค์กรชุมชนทั่วประเทศ&amp;nbsp; สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) สำนักงานสุขภาพแห่งชาติ (สช.)&amp;nbsp; และภาคีเครือข่ายในท้องถิ่นต่างๆ&amp;nbsp; ร่วมกันป้องกันโควิดแพร่ระบาด&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ทำหน้ากากผ้าอนามัยแจกจ่ายพี่น้องประชาชนในชุมชนรวมกันกว่า 1 ล้านชิ้น&amp;nbsp; การตรวจวัดไข้ร่วมกับ อสม.เพื่อคัดกรองผู้ที่อาจจะติดเชื้อ&amp;nbsp; จัดทำเจล&amp;nbsp; แอลกอฮอล์ล้างมือ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;นอกจากนี้ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) พอช.และภาคเอกชนยังสนับสนุนการจัดทำครัวชุมชนในกรุงเทพฯ และปริมณฑล &amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp; ข้าวกล่อง&amp;nbsp; น้ำดื่ม&amp;nbsp; อาหารแห้ง&amp;nbsp; แจกจ่ายผู้ได้รับผลกระทบด้านเศรษฐกิจจากสถานการณ์โควิดกว่า&amp;nbsp; 340,000 กล่อง&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ขณะที่สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิดในช่วงเดือนธันวาคม 2563 เป็นต้นมา&amp;nbsp; เครือข่ายขบวนองค์กรชุมชนทั่วประเทศได้เกิดการตื่นตัว&amp;nbsp; และนำประสบการณ์จากการทำงานป้องกันการแพร่ระบาดในช่วงปีที่ผ่านมาเตรียมรับมือกับการแพร่ระบาดในครั้งนี้&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ภาคใต้&amp;nbsp; จังหวัดนครศรีธรรมราช&amp;nbsp;&amp;nbsp; กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลโพธิ์ทอง และสภาองค์กรชุมชนตำบลโพธิ์ทอง&amp;nbsp; อำเภอท่าศาลา &amp;nbsp;ร่วมกับหน่วยงานภาคีในพื้นที่ &amp;nbsp;จัดตั้งทีมอาสาจุดคัดกรอง covid-19 ตั้งแต่วันที่ 28 ธันวาคมเป็นต้นมา &amp;nbsp;โดยคณะกรรมการกองทุนสวัสดิการชุมชนร่วมกับทีมงานสภาองค์กรชุมชนตําบลโพธิ์ทอง &amp;nbsp;สนับสนุนอาสาสมัครและอุปกรณ์สำหรับตรวจวัดอุณหภูมิจำนวน 10 ชุด&amp;nbsp; เพื่อใช้ที่จุดคัดกรองบริเวณสี่แยกวัดโหนด ตำบลโพธิ์ทอง&amp;nbsp; ซึ่งเป็นรอยต่อของตำบล&amp;nbsp; เพื่อป้องกันความเสี่ยงในการแพร่กระจายของเชื้อโรค&amp;nbsp; โดยชุมชนได้ลุกขึ้นมาจัดการตนเองได้อย่างทันท่วงที&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in; text-align: center;&quot;&gt;อาสาสมัครที่ อ.ท่าศาลา&amp;nbsp; จ.นครศรีธรรมราช)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ภาคเหนือ&amp;nbsp; จังหวัดตาก&amp;nbsp; เครือข่ายขบวนองค์กรชุมชน&amp;nbsp; เตรียมแผนงานระยะสั้น&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ระดับตำบล&amp;nbsp; สภาองค์กรชุมชน&amp;nbsp; 86 แห่ง&amp;nbsp; ร่วมกับ อสม.&amp;nbsp; อบต.&amp;nbsp; เทศบาล&amp;nbsp; รพ.สต.&amp;nbsp; จัดตั้งจุดตรวจคัดกรองโควิดในพื้นที่&amp;nbsp; และแจกจ่ายสิ่งของจำเป็น&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; หน้ากากอนามัย&amp;nbsp; เจลล้างมือ&amp;nbsp; อาหาร&amp;nbsp; น้ำดื่ม&amp;nbsp; แก่ผู้ได้รับผลกระทบ&amp;nbsp; ผู้ที่ตกงาน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ระยะกลาง&amp;nbsp; ส่งเสริมการปลูกพืชระยะสั้น&amp;nbsp; โดยแจกเมล็ดพันธุ์&amp;nbsp; แจกพันธุ์ปลาดุก&amp;nbsp; เพราะใช้ระยะเวลาเลี้ยงสั้น&amp;nbsp; เพื่อนำมาเป็นอาหาร&amp;nbsp; และระยะยาว&amp;nbsp; จัดตั้งธนาคารหรือกองทุนเมล็ดพันธุ์พืช&amp;nbsp; การพัฒนากองทุนอาหารในตำบล&amp;nbsp; ส่งเสริมการใช้กองทุนที่มีอยู่แล้วในตำบล&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; กองทุนสวัสดิการชุมชนมาช่วยเหลือสมาชิกและประชาชนที่ได้รับผลกระทบ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;บ้านมั่นคงเขาน้อยเมืองพัทยาเข้มงวดหลังพบผู้ติดเชื้อโควิด 1 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;วาศินี&amp;nbsp; กาญจนกุล&amp;nbsp; ประธานสหกรณ์บ้านมั่นคงเขาน้อย&amp;nbsp; อ.บางละมุง&amp;nbsp; จังหวัดชลบุรี&amp;nbsp; บอกว่า&amp;nbsp; สหกรณ์บ้านมั่นคงเขาน้อยเมืองพัทยาฯ&amp;nbsp; เกิดจากการรวมตัวกันของคนจนที่ทำงานในเมืองพัทยาที่อยากจะมีบ้านเป็นของตัวเอง&amp;nbsp; จำนวน 304 ครอบครัว โดย พอช.ให้การสนับสนุนกระบวนการรวมกลุ่มและสินเชื่อเพื่อสร้างที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; ก่อสร้างแล้วเสร็จทั้งหมดในปี 2558 &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in; text-align: center;&quot;&gt;จุดตรวจบริเวณทางเข้า-ออกบ้านมั่นคงเขาน้อย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;ldquo;ตั้งแต่โควิดปีที่แล้ว&amp;nbsp; เราได้ตั้งจุดคัดกรองโควิดบริเวณป้อมยามทางเข้าชุมชน&amp;nbsp; โดยจ้าง รปภ. 2 คนมาสลับกันตรวจวัดไข้ผู้ที่จะเข้า-ออก&amp;nbsp; พอถึงช่วงเดือนธันวาคมที่ผ่านมา&amp;nbsp; เราเริ่มเข้มงวดมากขึ้น&amp;nbsp; เพราะที่บางละมุงมีคนติดเชื้อแล้วหลายคน&amp;nbsp; ชุมชนจึงเพิ่มความเข้มงวดมากขึ้น&amp;nbsp; โดยประกาศให้ชาวบ้านทุกคนใส่หน้ากากอนามัยหากจะออกจากบ้าน&amp;nbsp; และหากออกไปนอกชุมชนเมื่อกลับเข้ามาจะต้องตรวจวัดอุณหภูมิ&amp;nbsp; และใช้เจลล้างมือทุกครั้ง&amp;nbsp; ส่วนคนข้างนอกไม่ว่าจะเป็นคนส่งอาหาร&amp;nbsp; ไปรษณีย์&amp;nbsp; คนขายอาหารเราจะไม่ให้เข้า&amp;nbsp; ให้เอาของฝากไว้ที่ป้อมยาม&amp;rdquo;&amp;nbsp; ประธานสหกรณ์บอก&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;วาศินีบอกด้วยว่า&amp;nbsp; ขณะนี้มีแม่ค้าอาหารในชุมชนตรวจพบเชื้อโควิดแล้ว 1 ราย&amp;nbsp; เนื่องจากแม่ค้ารายนี้ทำอาหารเข้าไปส่งที่บ่อนการพนันแห่งหนึ่งในบางละมุง&amp;nbsp; ซึ่งพบว่าในบ่อนมีการแพร่เชื้อและมีผู้ที่ติดเชื้อแล้วหลายคน&amp;nbsp; จนโรงพยาบาลบางละมุงไม่มีเตียงพอที่จะรองรับ&amp;nbsp; แม่ค้ารายนี้จึงต้องนำตัวไปส่งที่โรงพยาบาลพนัสนิคม&amp;nbsp; จ.ชลบุรี&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;ldquo;ตอนนี้เราจึงบอกให้คนในครอบครัวแม่ค้ารายนี้กักตัวเองก่อน 14 วัน&amp;nbsp; หากมีอาการไม่ดี&amp;nbsp; เราจะติดต่อทางโรงพยาบาลทันที &amp;nbsp;โดยคณะกรรมการชุมชนจะช่วยกันเฝ้าสังเกตอาการ &amp;nbsp;ส่วนคนอื่นๆ ที่อาจจะใกล้ชิดก็ให้กักตัวเอง&amp;nbsp; รวมทั้งขอความร่วมมือจากผู้ปกครองไม่ให้เด็กๆ ออกมาเล่นนอกบ้านหรือในสนามเด็กเล่นในชุมชนด้วย&amp;nbsp; เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อ&amp;nbsp; และขณะนี้ชุมชนได้ประสานงานหน่วยให้เข้ามาฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อโรคในชุมชนแล้ว&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in; text-align: center;&quot;&gt;เจ้าหน้าที่เข้ามาฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อโรคหลังมีผู้ติดเชื้อ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;นอกจากมาตรการดังกล่าวที่บ้านมั่นคงเขาน้อยฯ แล้ว&amp;nbsp; วาศินีบอกว่า&amp;nbsp; ขณะนี้ชาวชุมชนได้รับผลกระทบด้านเศรษฐกิจจากการแพร่ระบาดของโควิดรอบใหม่&amp;nbsp; เพราะชาวชุมชนส่วนใหญ่หากินในเมืองพัทยา&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ทำงานในโรงแรม&amp;nbsp; บาร์&amp;nbsp; นวดแผนโบราณ&amp;nbsp; ขายอาหาร&amp;nbsp; เมื่อไม่มีนักท่องเที่ยวจึงขาดรายได้&amp;nbsp; บางคนเคยขายปลาซาบะย่างได้วันละหลายสิบตัว&amp;nbsp; แต่พอช่วงโควิดขายได้วันละ 1&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตัว&amp;nbsp; จึงต้องเลิกขาย&amp;nbsp; ส่งผลกระทบต่อรายได้-รายจ่ายในครัวเรือน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;ldquo;เมื่อสมาชิกชุมชนมีปัญหาเศรษฐกิจ&amp;nbsp; สหกรณ์ฯ จึงต้องให้การช่วยเหลือ&amp;nbsp; เพราะสมาชิกจะต้องผ่อนชำระค่าที่ดินและสร้างบ้านประมาณเดือนละ 2,400 บาท&amp;nbsp; ช่วงนี้สหกรณ์จึงพักชำระหนี้ให้สมาชิกที่เดือดร้อนคนละ 3 เดือน&amp;nbsp; ตอนนี้พักชำระไปแล้วประมาณ 20 ราย&amp;rdquo;&amp;nbsp; ประธานสหกรณ์บอกถึงมาตรการช่วยเหลือสมาชิกในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจจากโควิด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;พอช.หนุน โครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตชุมชนผู้มีรายได้น้อยในเมืองและชนบท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ในช่วงสถานการณ์โควิด 2563 ที่ผ่านมา&amp;nbsp; พอช.มีมาตรการช่วยเหลือชุมชนต่างๆ&amp;nbsp; ทั่วประเทศ&amp;nbsp; โดยการพักหนี้ให้แก่สหกรณ์ผู้ใช้สินเชื่อในโครงการบ้านมั่นคงเป็นเวลา 6 เดือน&amp;nbsp; รวมทั้งหมด&amp;nbsp; 395 องค์กร&amp;nbsp; รวม 119,956&amp;nbsp; ครัวเรือน&amp;nbsp; ช่วยให้กลุ่มและองค์กรที่ใช้สินเชื่อทั่วประเทศไม่ต้องชำระดอกเบี้ยรวม 74.50 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;นอกจากนี้ยังมีโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตชุมชนผู้มีรายได้น้อยในเมืองและชนบทในช่วงสถานการณ์โควิด&amp;nbsp; แยกเป็น 1.การพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้มีรายได้น้อยในชุมชนเมือง จำนวน 220 โครงการ 234 เครือข่ายเมือง ครอบคลุม 2,931 ชุมชน 535,557 ครัวเรือน วงเงินอนุมัติทั้งสิ้น 55,835,000 บาท 2.การพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้มีรายได้น้อยในชนบท จำนวน 1,529 โครงการ 1,558 ตำบลวงเงินอนุมัติทั้งสิ้น 71,558,375 บาท&amp;nbsp; โดยมีกิจกรรมต่างๆ เช่น&amp;nbsp; การรณรงค์ให้ความรู้&amp;nbsp; การป้องกัน&amp;nbsp; ทำหน้ากากผ้าอนามัย&amp;nbsp; ทำเจลล้างมือ&amp;nbsp; ช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ&amp;nbsp; สร้างอาชีพ&amp;nbsp; สร้างแหล่งอาหาร&amp;nbsp; ปลูกผัก&amp;nbsp; เลี้ยงปลา&amp;nbsp; ไก่ ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;ตัวอย่างเช่น&amp;nbsp; ชุมชนบ้านมั่นคงเขาน้อยพัทยา&amp;nbsp; นำงบประมาณที่ได้รับการสนับสนุนจาก พอช.จำนวน 300,000 บาท&amp;nbsp; มาจัดตั้งร้านค้าคุณภาพชีวิตในชุมชน&amp;nbsp; ใช้เงินลงทุน 150,000 บาท&amp;nbsp; จำหน่ายสินค้าจำเป็นในราคาต่ำกว่าทุน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; เนื้อหมูซื้อมากิโลกรัมละ 170 บาท&amp;nbsp; ขาย 100 บาท&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังมีข้าวสาร&amp;nbsp; ไข่ไก่&amp;nbsp; น้ำมันพืช&amp;nbsp; น้ำปลา&amp;nbsp; อาหารแห้ง&amp;nbsp; นม&amp;nbsp; เครื่องใช้ในบ้านต่างๆ&amp;nbsp; ขายราคาต่ำกว่าทุน&amp;nbsp; เพื่อเป็นการช่วยเหลือชาวชุมชนที่มีรายได้น้อย&amp;nbsp; และนำเงินอีก 150,000 บาท มาช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง&amp;nbsp; ด้อยโอกาส&amp;nbsp;จำนวน 22 ชุมชนในเมืองพัทยา&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp; ผู้ป่วยติดเตียง&amp;nbsp; คนแก่&amp;nbsp; แม่เลี้ยงเดี่ยว&amp;nbsp; เด็กนักเรียน&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; โดยมอบข้าวสาร&amp;nbsp; อาหารแห้ง&amp;nbsp; ผ้าอ้อมผู้ใหญ่&amp;nbsp; นมผง&amp;nbsp; ชุดนักเรียน ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in; text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;ร้านค้าช่วยเหลือสมาชิกในชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;นุชจรี&amp;nbsp; พันธ์โสม&amp;nbsp; แกนนำชาวชุมชนเขตวังทองหลาง&amp;nbsp; กรุงเทพฯ&amp;nbsp; บอกว่า&amp;nbsp; ในช่วงสถานการณ์โควิดปี 2563 &amp;nbsp;สภาองค์กรชุมชนเขตวังทองหลางซึ่งมีสมาชิก 20 ชุมชน&amp;nbsp; ประชากรกว่า 20,000 คนได้รับผลกระทบจากโควิดเช่นกัน&amp;nbsp; เพราะส่วนใหญ่มีอาชีพรับจ้าง&amp;nbsp; ทำงานในร้านอาหาร&amp;nbsp; ขับมอเตอร์ไซค์&amp;nbsp; แท็กซี่&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; สภาองค์กรชุมชนฯ ได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ&amp;nbsp; และ พอช. จัดทำครัวชุมชนแจกอาหารให้แก่ผู้ได้รับผลกระทบตั้งแต่เดือนเมษายน 2563 เป็นมา&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังได้รับอนุญาตจากสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ให้ใช้พื้นที่ว่างที่อยู่ติดชุมชน 1 ไร่&amp;nbsp; ปลูกผักต่างๆ และเลี้ยงปลาดุก 6 บ่อซีเมนต์แจกจ่ายกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;สภาองค์กรชุมชนเขตวังทองหลางได้รับงบสนับสนุนการพัฒนาคุณภาพชีวิตชุมชนเมืองจาก พอช.จำนวน 300,000 บาท&amp;nbsp; จึงนำมาทำครัวชุมชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปลูกผัก เช่น คะน้า&amp;nbsp; กวางตุ้ง&amp;nbsp; ผักบุ้ง&amp;nbsp; กะเพรา&amp;nbsp; มะเขือ&amp;nbsp; และเลี้ยงปลาดุก&amp;nbsp; ตอนนี้เลี้ยงปลาดุกไปแล้ว 5 รุ่นๆ ละ 600 ตัว&amp;nbsp; เราจะแจกเฉพาะคนที่ได้รับผลกระทบ&amp;nbsp; ครอบครัวละ 1 กิโลฯ อาทิตย์ละครั้ง &amp;nbsp;และผักเก็บได้ฟรี&amp;nbsp; เพื่อเอาไปทำกับข้าว&amp;nbsp; แต่จะต้องทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายมาให้ดู&amp;nbsp; เพื่อฝึกการทำบัญชีครัวเรือน&amp;nbsp; ควบคุมรายจ่ายด้วย&amp;rdquo;&amp;nbsp; นุชจรีบอก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in; text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;บ่อปลาดุก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in; text-align: center;&quot;&gt;แปลงผักที่ชุมชนเขตวังทองหลาง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;ส่วนการรับมือกับสถานการณ์โควิดช่วงนี้&amp;nbsp; นุชจรีบอกว่า&amp;nbsp; สภาองค์กรชุมชนฯ ยังมีเจลล้างมือแจกจ่ายให้แก่สมาชิกเครือข่ายเพื่อป้องกันเชื้อโรค&amp;nbsp; ส่วนหน้ากากอนามัยมีเพียงพอแล้ว โดยใช้เงินจากกองทุนสวัสดิการชุมชนที่มีอยู่ &amp;nbsp;และยังมีกองทุนข้าวสารที่ซื้อข้าวสารมาขายให้สมาชิกเดือนละ 1 ครั้งในราคาต่ำกว่าทุน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ข้าวหอมมะลิกิโลกรัมละ 45 บาท&amp;nbsp; ขายผู้ได้รับผลกระทบ 30 บาท&amp;nbsp; คนทั่วไปขายบวกกำไรนิดหน่อยเพื่อให้มีเงินมาหมุนเวียน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;เครือข่ายบ้านมั่นคงเมืองชุมแพจัดกิจกรรมให้ความรู้ไม่ให้ชาวบ้านตื่นกลัว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;ป้าสนอง&amp;nbsp; รวยสูงเนิน&amp;nbsp; ที่ปรึกษาเครือข่ายบ้านมั่นคงเทศบาลเมืองชุมแพ&amp;nbsp; อ.ชุมแพ&amp;nbsp; จ.ขอนแก่น&amp;nbsp; บอกว่า&amp;nbsp; แม้ว่าตอนนี้ในเขตเทศบาลเมืองชุมแพยังไม่มีผู้ติดเชื้อ&amp;nbsp; และยังเป็นพื้นที่ควบคุม&amp;nbsp; แต่ข่าวต่างๆ ที่ประโคมเรื่องโควิดทุกค่ำเช้าทำให้ชาวบ้านเกิดความหวาดกลัว&amp;nbsp; บางคนกินไม่ได้&amp;nbsp; นอนไม่หลับ&amp;nbsp; เพราะกลัวว่าจะติดเชื้อ&amp;nbsp; เครือข่ายบ้านมั่นคงเทศบาลเมืองชุมแพที่มีสมาชิก 13 ชุมชน&amp;nbsp; จำนวน 1,052 ครอบครัว&amp;nbsp; จึงได้เริ่มจัดกิจกรรมสร้างความรู้&amp;nbsp; ความเข้าใจ&amp;nbsp; เพื่อไม่ให้ชาวบ้านตื่นกลัว&amp;nbsp; และช่วยกันป้องกันโรค&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;วันนี้ (5 มกราคม)&amp;nbsp; เครือข่ายฯ&amp;nbsp; ร่วมกับเทศบาลเมืองชุมแพจึงได้จัดอบรมการทำเจลล้างมือจากแอลกอฮอล์ให้แก่ผู้แทนชุมชนต่างๆ 13 ชุมชน&amp;nbsp; เพื่อให้นำกลับไปสอนลูกบ้าน&amp;nbsp; และสอนวิธีใช้เจลล้างมือ&amp;nbsp; ใช้แอลกอฮอล์มาเช็ดประตู&amp;nbsp; ลูกบิดที่ต้องจับบ่อยๆ&amp;nbsp; เวลาไปไหนก็ให้พกเจลไปด้วย&amp;nbsp; ส่วนหน้ากากผ้าอนามัยเราทำไปตั้งแต่ปีที่แล้ว&amp;nbsp; ยังมีใช้กันอยู่&amp;nbsp; แต่ที่น่าห่วงคือ&amp;nbsp; ชาวบ้านที่ตื่นกลัว&amp;nbsp; เพราะเหมือนกับโควิดมันมาอยู่ใกล้ๆ ตัว&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดังนั้นหลังจากวันนี้แล้ว&amp;nbsp; เครือข่ายจะร่วมกับเทศบาลฯ เข้าไปจัดกิจกรรมในชุมชนต่างๆ เพื่อให้ความรู้ในการป้องกันตัว&amp;nbsp; และหากิจกรรมต่างๆ ทำ&amp;nbsp; จะได้ไม่เครียด&amp;nbsp; ไม่กังวล มีสติ ไม่กลัวเกินเหตุ &amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp; ปลูกผักในกระถาง&amp;nbsp; หรือปลูกที่ว่างในชุมชน&amp;rdquo;&amp;nbsp; ป้าสนองบอกถึงแผนงาน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in; text-align: center;&quot;&gt;การทำเจลล้างมือป้องกันเชื้อโควิดที่บ้านมั่นคงชุมแพ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;ส่วนงบประมาณในการจัดทำเจลใน&amp;nbsp; ป้าสนองบอกว่าใช้งบพัฒนาคุณภาพชีวิตจาก พอช.ประมาณ 30,000 บาท&amp;nbsp; คาดว่าจะทำแจกจ่ายและใช้งานใน 13 ชุมชนได้นานประมาณ 2 เดือน&amp;nbsp; หรือจนกว่าสถานการณ์โควิดจะบรรเทาลง&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังใช้งบประมาณในการปลูกผักสวนครัวต่างๆ เพื่อเป็นอาหารแจกจ่ายในช่วงนี้ด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88882</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, นายสมชาติ  ภาระสุวรรณ, สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210105/image_big_5ff426d25416e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71138</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/07/2020 15:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/07/2020 15:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>16 หน่วยงานร่วมลงนาม MOU.พัฒนาชุมชนชาวแพสะแกกรัง   จ.อุทัยธานี  ซ่อมแพ 127 ครัวเรือน-พัฒนาคุณภาพชีวิต-สร้างแหล่งท่องเที่ยว-วิถีชีวิตชาวแพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พิธีลงนามความร่วมมือพัฒนาชุมชนชาวแพสะแกกรัง จ.อุทัยธานี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อุทัยธานี/ 16 หน่วยงานร่วมลงนามความร่วมมือพัฒนาชุมชนชาวแพสะแกกรัง จ.อุทัยธานี&amp;nbsp; ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตน้ำแล้งหนักในรอบ 50 ปี&amp;nbsp; ทำให้เรือนแพเกยตื้น&amp;nbsp; ลูกบวบไม้ไผ่แตกหัก&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังส่งผลกระทบต่อการเดินทาง&amp;nbsp; การทำมาหากิน&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; โดย พอช.จะสนับสนุนการซ่อมแพจำนวน 127 ครัวเรือน&amp;nbsp; เริ่มซ่อมแซมเดือนสิงหาคมนี้&amp;nbsp; ขณะที่หน่วยงานต่างๆ&amp;nbsp; ร่วมพัฒนาคุณภาพชีวิต&amp;nbsp; สิ่งแวดล้อม&amp;nbsp; และส่งเสริมให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว อนุรักษ์วิถีชาวแพแห่งสุดท้ายของประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตามที่ชุมชนชาวแพที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำสะแกกรัง&amp;nbsp; อ.เมือง&amp;nbsp; จ.อุทัยธานี&amp;nbsp; กว่า 100 ครัวเรือนได้รับผลกระทบจากความแห้งแล้ง&amp;nbsp; เนื่องจากแม่น้ำสะแกกรังมีปริมาณลดน้อยลง&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทำให้เรือนแพที่ปลูกอาศัยอยู่ริมแม่น้ำสะแกกรังเกยตื้น&amp;nbsp; ลูกบวบแพที่ใช้พยุงแพได้รับความเสียหาย&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังเกิดปัญหาต่างๆ ติดตามมา&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; มีผักตบชวาอยู่ในแม่น้ำเป็นจำนวนมาก&amp;nbsp; ทำให้การสัญจรทางเรือลำบาก&amp;nbsp; การเลี้ยงปลาในกระชังได้รับความเสียหาย&amp;nbsp; เนื่องจากน้ำเริ่มเน่าเสีย&amp;nbsp; การทำมาหากินลำบาก&amp;nbsp; ส่งผลกระทบต่อครอบครัวผู้สูงอายุ&amp;nbsp; ผู้พิการ&amp;nbsp; เด็ก&amp;nbsp; และผู้ด้อยโอกาส&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; นายจุติ&amp;nbsp; ไกรฤกษ์&amp;nbsp; รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) จึงสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในสังกัดลงพื้นที่เพื่อให้ความช่วยเหลือแก่ชุมชนชาวแพที่ได้รับความเดือดร้อน&amp;nbsp; โดยร่วมกับจังหวัดอุทัยธานีเริ่มสำรวจข้อมูลตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์เป็นต้นมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สภาพแพที่เกยตื้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดวันนี้ (11 กรกฎาคม ) ระหว่างเวลา 10.30-12.00&amp;nbsp; น. &amp;nbsp;ที่เทศบาลเมืองอุทัยธานี&amp;nbsp; มีพิธีลงนามความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่อยู่อาศัยชาวแพสะแกกรังและโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้มีรายได้น้อยในชุมชนเมืองและชนบทจังหวัดอุทัยธานี&amp;nbsp; โดยมีนายณรงค์&amp;nbsp; รักษ์ร้อย&amp;nbsp; ผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานีเป็นประธาน&amp;nbsp; มีนายสมชาติ&amp;nbsp; ภาระสุวรรณ&amp;nbsp; ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการต่างๆ&amp;nbsp; 16 หน่วยงาน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ชาวแพสะแกกรังและผู้แทนชุมชนต่างๆ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เข้าร่วมงานประมาณ&amp;nbsp; 300 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณรงค์&amp;nbsp; รักษ์ร้อย&amp;nbsp; ผวจ.อุทัยธานี&amp;nbsp; กล่าวว่า แนวคิดการพัฒนาชุมชนชาวแพริมแม่น้ำสะแกกรังเริ่มมานานหลายปีแล้วจากเทศบาลเมืองอุทัยธานีและทางจังหวัดอุทัยธานี&amp;nbsp; แต่ติดขัดด้วยเงื่อนไขการใช้งบประมาณและระเบียบของทางราชการ&amp;nbsp; การพัฒนาชุมชนชาวแพจึงไม่มีความคืบหน้า&amp;nbsp; จนกระทั่งนายจุติ&amp;nbsp; ไกรฤกษ์&amp;nbsp; รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ทราบเรื่อง&amp;nbsp; จึงสั่งการให้หน่วยงานในสังกัดเข้ามาดูแลและพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องชาวแพ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี (กลาง)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ขอขอบคุณทุกหน่วยงานที่มาร่วมกันลงนามเพื่อพัฒนาชีวิตชาวแพในวันนี้&amp;nbsp; &amp;nbsp;และไม่ใช่จะทำแล้วจบ&amp;nbsp; แต่จะต้องทำอย่างต่อเนื่องตลอดไป&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ปัญหาน้ำเน่าเสีย&amp;nbsp; ซึ่งกรมชลประทานพยายามดึงน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาเข้ามาไล่น้ำเสียในแม่น้ำสะแกกรัง&amp;nbsp; และต่อไปจะมีเครื่องสูบน้ำเข้ามาช่วยเพื่อดันน้ำเสียออกไป&amp;nbsp; ส่วนปัญหาเรื่องผักตบชวา&amp;nbsp; ขณะนี้กำลังจัดเก็บ&amp;nbsp; แต่ชาวชุมชนเรือนแพตั้งแต่ต้นน้ำจะต้องลงมาช่วยกันดูแลเรื่องผักตบและสิ่งแวดล้อมทั้งสองฝั่งแม่น้ำด้วย&amp;rdquo;&amp;nbsp; ผวจ.อุทัยธานีกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมชาติ&amp;nbsp; ภาระสุวรรณ&amp;nbsp; ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ &amp;nbsp;หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo; กล่าวว่า&amp;nbsp; ชุมชนชาวแพริมแม่น้ำสะแกกรังถือเป็นชุมชนเรือนแพแห่งสุดท้ายในประเทศไทยที่ควรจะช่วยกันอนุรักษ์เอาไว้&amp;nbsp; แต่การจะพัฒนาชุมชนชาวแพให้ประสบผลสำเร็จจะต้องประกอบด้วยปัจจัยต่างๆ&amp;nbsp; คือ&amp;nbsp; 1.เกิดจากความต้องการของพี่น้องชาวชุมชนเรือนแพ&amp;nbsp; 2.การลงนามทำความตกลงในวันนี้ของ 16 หน่วยงานเป็นปัจจัยสำคัญที่จะหนุนเสริมให้การพัฒนาชุมชนประสบความสำเร็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;พอช.เข้ามาสำรวจชุมชนเรือนแพสะแกกรังจากข้อสั่งการของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ เพื่อให้เข้ามาพัฒนาคุณภาพชีวิตชาวชุมชนเรือนแพซึ่งมีเอกลักษณ์และเป็นแห่งเดียวของประเทศ&amp;nbsp; เพื่อพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของประเทศต่อไป&amp;nbsp; ซึ่งจากการสำรวจข้อมูลเราพบจุดอ่อนของชุมชน&amp;nbsp; แต่ก็จะพัฒนาให้เป็นจุดแข็งได้&amp;nbsp; ซึ่งหากทำได้สำเร็จก็จะเป็นต้นแบบในการพัฒนาชุมชนอย่างรอบด้าน &amp;nbsp;ทั้งด้านที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; ความยากจน&amp;nbsp; คุณภาพชีวิต&amp;nbsp; ตั้งแต่เด็ก&amp;nbsp; ผู้สูงวัย&amp;nbsp; คนพิการ&amp;nbsp; คนด้อยโอกาส&amp;nbsp; เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความเป็นธรรม&amp;nbsp; และเป็นโอกาสท่ามกลางสถานการณ์โควิด-19 &amp;nbsp;ไปพร้อมกัน&amp;nbsp; โดยมีแนวคิดคือเราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง&amp;rdquo;&amp;nbsp; นายสมชาติกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมชาติ&amp;nbsp; ภาระสุวรรณ&amp;nbsp; ผอ.พอช.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้นับตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา&amp;nbsp; เจ้าหน้าที่จากกระทรวง พม.&amp;nbsp; คือ พอช. และ พมจ.อุทัยธานีร่วมกับชุมชนชาวแพ&amp;nbsp; ได้จัดกระบวนการสำรวจข้อมูลผู้เดือดร้อน&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยใช้วิธีการต่างๆ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; การลงพื้นที่สร้างความเข้าใจกับชุมชนชาวแพ&amp;nbsp; การสำรวจข้อมูลปัญหาและความต้องการ&amp;nbsp; การจัดทำแผนที่ทำมือ&amp;nbsp; ถ่ายรูป&amp;nbsp; จับพิกัด GPS&amp;nbsp; ถอดข้อมูลการซ่อมแซมเรือนแพผู้เดือดร้อน&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; โดยมีผู้แทนชุมชนชาวแพจำนวน 13 คนร่วมเป็นคณะทำงาน&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำรวจพบปัญหาและความต้องการของชุมชนชาวแพทั้งหมด&amp;nbsp; 127 ครัวเรือน&amp;nbsp; รวม 8 ด้าน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ปัญหาน้ำแล้ง&amp;nbsp; สิ่งแวดล้อม&amp;nbsp; ที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; การจัดการท่องเที่ยวชุมชน&amp;nbsp; คุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ&amp;nbsp; ผู้พิการ&amp;nbsp; เด็ก&amp;nbsp; ผู้ด้อยโอกาส&amp;nbsp; อาชีพ-รายได้&amp;nbsp; ด้านวัฒนธรรม&amp;nbsp; และการสร้างความเข้มแข็งของชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตามแผนงานการพัฒนาที่อยู่อาศัยและคุณภาพชีวิตชาวชุมชนเรือนแพจะเริ่มได้ภายในเดือนสิงหาคมนี้&amp;nbsp; โดยจะเริ่มซ่อมแซมเรือนแพซึ่งส่วนใหญ่มีสภาพชำรุดทรุดโทรมเนื่องจากก่อสร้างมานาน&amp;nbsp; ประกอบกับลูกบวบที่ใช้พยุงแพซึ่งส่วนใหญ่สร้างด้วยไม้ไผ่ชำรุดแตกหัก&amp;nbsp; เนื่องจากน้ำในแม่น้ำสะแกกรังและเจ้าพระยามีปริมาณน้อย&amp;nbsp; ทำให้เรือนแพเกยตื้น&amp;nbsp; ลูกบวบจึงได้รับความเสียหาย&amp;nbsp; รวมทั้งหมด&amp;nbsp; 127 ครัวเรือน&amp;nbsp; โดย พอช.จะสนับสนุนงบพัฒนาสาธารณูปโภค&amp;nbsp; กายภาพ&amp;nbsp; อุดหนุนการซ่อมแพ &amp;nbsp;การพัฒนาความเข้มแข็งของชุมชน&amp;nbsp; เฉลี่ยครัวเรือนละ 60,000 บาท&amp;nbsp; รวมงบประมาณทั้งหมด&amp;nbsp; 7,420,000 บาท&amp;nbsp; และคาดว่าการซ่อมแพและพัฒนาที่อยู่อาศัยจะแล้วเสร็จบางส่วนในช่วงเดือนตุลาคมนี้&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการพัฒนาชุมชนเรือนแพสะแกกรังให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวต่อไปนั้น&amp;nbsp; ตามแผนงานจะมีการส่งเสริมด้านต่างๆ เช่น 1.กลุ่มสืบสานวัฒนธรรม&amp;nbsp; อบรมให้เกิดวิทยากรชุมชน&amp;nbsp; มัคคุเทศชาวชุมชนเรือนแพ&amp;nbsp; 2.กลุ่มสืบทอดการทำเรือนแพ&amp;nbsp; ถ่ายทอดความรู้ไม่ให้สูญหายไป&amp;nbsp; 3.กลุ่มความเข้มแข็งของชุมชน&amp;nbsp; พัฒนาคนรุ่นใหม่ให้ดำรงวิถีชีวิตชาวแพ&amp;nbsp; 4.การส่งเสริมอนุรักษ์ปลาพื้นถิ่น&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ปลาแรด&amp;nbsp; 5.การแปรรูปปลา&amp;nbsp; สร้างมูลค่า&amp;nbsp; สร้างรายได้ให้ชุมชน&amp;nbsp; 6.เปลี่ยนผักตบชวาให้เป็นของใช้&amp;nbsp; ทำเป็นภาชนะใส่อาหารต่างๆ&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp; นอกจากการลงนามความร่วมมือในวันนี้แล้ว&amp;nbsp; สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนยังได้มอบงบประมาณสนับสนุนโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้มีรายได้น้อยในชุมชนเมืองและชนบทจังหวัดอุทัยธานี&amp;nbsp; รวมทั้งหมด 20 พื้นที่&amp;nbsp; ซึ่งส่วนใหญ่เป็นตำบลที่มีการจัดตั้งสภาองค์กรชุมชนตำบล&amp;nbsp; หรือทำโครงการบ้านมั่นคง&amp;nbsp; โครงการละ&amp;nbsp; 45,000 บาท&amp;nbsp; รวมทั้งหมด 900,000 บาท&amp;nbsp; โดยชุมชนส่วนใหญ่จะนำไปใช้ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตในช่วงสถานการณ์โควิด-19&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ส่งเสริมการปลูกผัก&amp;nbsp; เกษตรอินทรีย์&amp;nbsp; เลี้ยงสัตว์&amp;nbsp; ทำปุ๋ย&amp;nbsp; ส่งเสริมอาชีพต่างๆ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากการพัฒนาคุณภาพชีวิตชาวเรือนแพสะแกกรังแล้ว สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ ยังมีโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยทั้งเมืองในเขตเทศบาลเมืองอุทัยธานีด้วย&amp;nbsp; ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชุมชนแออัด&amp;nbsp; มีรายได้น้อย&amp;nbsp; สภาพบ้านเรือนทรุดโทรม&amp;nbsp; ไม่มีที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; ไม่มีที่ดินเป็นของตัวเอง&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; โดยจะเริ่มสำรวจข้อมูลทั้งเมืองภายในเดือนสิงหาคมนี้&amp;nbsp; ทั้งนี้ในช่วงที่ผ่านมา&amp;nbsp; สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&amp;nbsp; ได้สนับสนุนการจัดทำครัวชุมชนเพื่อทำอาหารแจกจ่ายให้แก่ชาวชุมชนที่มีรายได้น้อย&amp;nbsp; ได้รับผลกระทบในช่วงโควิด&amp;nbsp; เพื่อช่วยเหลือแก้ไขปัญหาปากท้องในช่วงภาวะวิกฤต&amp;nbsp; และเป็นการกระตุ้นให้ชาวชุมชนเกิดการรวมตัวกันเพื่อแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับ 16 หน่วยงานที่มีการลงนามความร่วมมือ MoU. (Memorandum of Understanding)&amp;nbsp; ในวันนี้&amp;nbsp; ประกอบด้วย&amp;nbsp; สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน&amp;nbsp; พมจ.อุทัยธานี&amp;nbsp; เทศบาลเมืองอุทัยธานี&amp;nbsp; ปกครองอำเภอเมืองอุทัยธานี&amp;nbsp; กอ.รมน.จังหวัด&amp;nbsp; ส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น&amp;nbsp; โครงการชลประทานจังหวัดอุทัยธานี&amp;nbsp; สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด&amp;nbsp; ประชาสัมพันธ์จังหวัด&amp;nbsp;&amp;nbsp; เกษตรจังหวัด&amp;nbsp; ประมงจังหวัด&amp;nbsp; สหกรณ์จังหวัด&amp;nbsp; การท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัด&amp;nbsp; ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด&amp;nbsp; เจ้าท่า (นครสวรรค์) และองค์การบริหารส่นจังหวัด (อบจ.)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71138</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.อุทัยธานี, นายสมชาติ  ภาระสุวรรณ, พัฒนาชุมชน, สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200711/image_big_5f097494342db.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65366</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/05/2020 12:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/05/2020 11:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รมว.พม.รับมอบอาหารส่งต่อให้ชุมชนใน กทม.จัดทำครัวกลาง  ช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบในกรุงเทพฯ - ข้าว 1 แสนกล่อง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจุติ&amp;nbsp; ไกรฤกษ์&amp;nbsp; รมว.พม. (ที่ 4 จากซ้าย) รับมอบสิ่งของบริจาคจากภาคเอกชนและกลุ่มองค์กรต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระทรวง พม. / &amp;lsquo;จุติ&amp;nbsp; ไกรฤกษ์&amp;rsquo; รมว.พม.รับมอบอาหารและสิ่งของจากผู้บริจาคส่งต่อให้ผู้แทนชุมชนในกรุงเทพฯ 39 แห่งจัดทำครัวกลางเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อนจากสถานการณ์โควิด-19 &amp;nbsp;โดยภาคเอกชนและกลุ่มองค์กรต่างๆ ร่วมสมทบการจัดทำครัวกลาง&amp;nbsp; ขณะที่สภาองค์กรชุมชนเขตวังทองหลางส่งเสริมปลูกผักครัวเรือนและใช้พื้นที่ส่วนกลางผลิตอาหารเพื่อสร้างความมั่นคงในระยะยาว&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้ (8 พฤษภาคม) เวลา 09.45 น.&amp;nbsp; ที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.)&amp;nbsp; นายจุติ&amp;nbsp; ไกรฤกษ์&amp;nbsp; รมว.พม.เป็นประธานในการรับมอบอาหารและสิ่งของบริจาคจากภาคเอกชนและกลุ่มองค์กรต่างๆ&amp;nbsp; เพื่อนำอาหารและสิ่งของมอบให้แก่ชุมชนต่างๆ ในกรุงเทพฯ&amp;nbsp; จำนวน 39 ชุมชน&amp;nbsp; เพื่อจัดทำครัวกลางช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบด้านเศรษฐกิจจากสถานการณ์โควิด-19&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยมีหน่วยงานที่ร่วมบริจาค&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ &amp;nbsp;วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) มอบงบประมาณสนับสนุนครัวกลาง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตัวแทนเครือข่ายชาวนาจังหวัดยโสธร &amp;nbsp;มอบข้าวสาร 3.5 ตัน &amp;nbsp;(สามารถทำข้าวกล่องได้ประมาณ 1 แสนกล่อง) &amp;nbsp;บริษัท TESCO Lotus &amp;nbsp;และบริษัทเจริญโภคภัณฑ์&amp;nbsp; จำกัด (มหาชน)&amp;nbsp; มอบผักสด&amp;nbsp; ไก่&amp;nbsp;&amp;nbsp; พนักงานบริษัทซีพีเอฟมอบข้าวกล่อง &amp;nbsp;บริษัทหยั่นหว่อหยุ่นมอบเครื่องปรุงอาหาร&amp;nbsp; บริษัท เอช เค&amp;nbsp; ฟาร์มาซูติคอล จํากัด&amp;nbsp; มอบยาสามัญประจำบ้าน&amp;nbsp; สถาบันพระปกเกล้ามอบอาหารสุขภาพ&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจุติ&amp;nbsp; ไกรฤกษ์&amp;nbsp; รมว.พม.&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; การจัดทำครัวกลางเป็นความต้องการของประชาชนในชุมชนต่างๆ ที่กระทรวง พม.&amp;nbsp; การเคหะแห่งชาติ&amp;nbsp; และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ ลงไปสำรวจข้อมูลระหว่างวันที่ 20-30 เมษายนที่ผ่านมา&amp;nbsp; จำนวน 286 ชุมชน&amp;nbsp; เพื่อให้ตรงกับความต้องการของพี่น้องประชาชนที่ต้องการความช่วยเหลือต่างๆ&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยกระทรวง พม.เป็นศูนย์รับบริจาค&amp;nbsp; และจะทำให้ทุกอย่างเกิดความโปร่งใส&amp;nbsp; กระจายความช่วยเหลือไปถึงมือพี่น้องจริงๆ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;วันนี้เราต้องยอมรับความจริงว่าเศรษฐกิจทั่วโลกตกต่ำ&amp;nbsp; ประเทศไทยก็ไม่เว้น&amp;nbsp; โดยเฉพาะผู้ที่ทำงานเกี่ยวข้องกับธุรกิจบริการ&amp;nbsp; งานอิสระจะฟื้นยาก&amp;nbsp; ต้องใช้เวลาหลายปี&amp;nbsp; ดังนั้นในช่วง&amp;nbsp; 3 เดือนนี้เราจะต้องระดมความช่วยเหลือกัน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; การเคหะฯ ยกเว้นค่าเช่า 3 เดือน&amp;nbsp; โรงรับจำนำของสำนักงานธนานุเคราะห์ลดดอกเบี้ย&amp;nbsp; และคาดว่าช่วงเดือนสิงหาคมถึงกันยายนเศรษฐกิจจะตกต่ำยิ่งกว่านี้&amp;nbsp; จึงต้องกอดคอช่วยเหลือกัน&amp;nbsp; เฉลี่ยทุกข์&amp;nbsp; เฉลี่ยสุขกัน&amp;nbsp; และขอขอบพระคุณทุกท่าน&amp;nbsp; ทุกหน่วยงานที่มีน้ำใจไม่ทิ้งกัน&amp;nbsp; และถ้าเศรษฐกิจฟื้น&amp;nbsp; เราจะฟื้นกันทั่วประเทศ&amp;rdquo;&amp;nbsp; รมว.พม.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รมว.พม.มอบอาหารและสิ่งของให้แก่ผู้แทนชุมชนต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เครือข่ายองค์กรชุมชนเปิด &amp;lsquo;ครัวกลางและธนาคารอาหารชุมชน&amp;rsquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากผลกระทบด้านเศรษฐกิจอันเนื่องมาจากสถานการณ์โควิด-19 &amp;lsquo;เครือข่ายองค์กรชุมชนสู้ภัยโควิด-19&amp;rsquo; ซึ่งเกิดจากการรวมตัวของพี่น้องเครือข่ายองค์กรชุมชนทั่วประเทศได้จัดทำโครงการ &amp;lsquo;ครัวกลางและธนาคารอาหารชุมชน&amp;rsquo; ขึ้นมา&amp;nbsp; เพื่อจัดตั้งครัวกลางผลิตข้าวหรืออาหารกล่องแจกจ่ายให้แก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบด้านเศรษฐกิจ&amp;nbsp; โดยมีเป้าหมาย (ระยะแรก) ภายในเดือนพฤษภาคมนี้&amp;nbsp; จำนวน&amp;nbsp; 103,000 กล่อง&amp;nbsp;&amp;nbsp; ให้แก่ประชาชนในชุมชนต่างๆ ในกรุงเทพฯ&amp;nbsp; จำนวน 15 เขต&amp;nbsp; 208 ชุมชน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยมีครัวกลางที่ผลิตอาหารจำนวน 19 จุดทั่วกรุงเทพฯ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทำครัวกลางแจกอาหารที่ชุมชนซอยสวนพลู&amp;nbsp; เขตสาธร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนชุมชนที่จะทำครัวกลางและแจกจ่ายอาหารใน 15&amp;nbsp; เขต&amp;nbsp; คือ&amp;nbsp; เขตบางบอน&amp;nbsp; ภาษีเจริญ&amp;nbsp; หนองแขม&amp;nbsp; บางขุนเทียน&amp;nbsp; บางซื่อ&amp;nbsp; บางพลัด&amp;nbsp; บางกอกน้อย&amp;nbsp; วังทองหลาง&amp;nbsp; บางกะปิ&amp;nbsp; ประเวศ&amp;nbsp; คลองเตย&amp;nbsp; สาธร&amp;nbsp; ป้อมปราบศัตรูพ่าย&amp;nbsp; สายไหม&amp;nbsp; และบางนา&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังจัดทำครัวกลางที่ศูนย์ฟื้นฟูและพัฒนาศักยภาพคนไร้บ้านในต่างจังหวัด&amp;nbsp; คือ&amp;nbsp; กรุงเทพฯ (ศูนย์สุวิทย์&amp;nbsp; วัดหนู)&amp;nbsp; ศูนย์คนไร้บ้าน จ.ปทุมธานี&amp;nbsp; บ้านเตื่อมฝัน&amp;nbsp; จ.เชียงใหม่&amp;nbsp; และบ้านโฮมแสนสุข&amp;nbsp; จ.ขอนแก่น&amp;nbsp; เพื่อแจกจ่ายอาหารให้แก่ผู้ที่พักพิงในศูนย์คนไร้บ้านและนอกศูนย์ประมาณ 500 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้งบประมาณในการจัดทำครัวกลางมาจากการสมทบของชาวชุมชน&amp;nbsp; และกองทุนต่างๆ ที่ชุมชนแต่ละแห่งมีอยู่&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; กองทุนสวัสดิการชุมชน&amp;nbsp; สหรณ์เคหสถานบ้านมั่นคง&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังมาจากการบริจาคของภาคเอกชน&amp;nbsp; กลุ่มและองค์กรต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รวมน้ำใจสู้ภัยโควิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเมื่อวันที่&amp;nbsp; 7 พฤษภาคมที่ผ่านมา &amp;nbsp;มีการจัดงาน &amp;lsquo;เครือข่ายบ้านมั่นคง&amp;nbsp; เครือข่ายองค์กรชุมชนตำบล&amp;nbsp; ตื่นรู้&amp;nbsp; สู้ภัยโควิด-19&amp;rsquo; &amp;nbsp;ที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ &amp;nbsp;ถนนนวมินทร์&amp;nbsp; เขตบางกะปิ&amp;nbsp; กรุงเทพฯ&amp;nbsp; มีเวทีแลกเปลี่ยนประสบการณ์การจัดการครัวกลาง&amp;nbsp; และรับมอบสิ่งของสนับสนุนให้แก่เครือข่ายองค์กรชุมชนสู้ภัยโควิด-19 &amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยกลุ่มนิสิตเก่า &amp;nbsp;น้องใหม่จุฬาฯ รุ่น 2514&amp;nbsp; มอบข้าวสารและเงิน&amp;nbsp; รวม&amp;nbsp; 331,000 บาท &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;โครงการปันกันกิน &amp;nbsp;โดยเครือข่ายเพื่อนปลูกเพื่อนกินมอบข้าวสารหอมมะลิอินทรีย์&amp;nbsp; จำนวน&amp;nbsp; 3,500 กิโลกรัม&amp;nbsp; บริษัทน้ำตาลมิตรผล จำกัด มอบแอลกอฮอล์จำนวน 600 ลิตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้แทน พอช.และเครือข่ายองค์กรชุมชนรับมอบสิ่งของจากกองทุนมิตรผล-บ้านปู&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมชาติ&amp;nbsp; ภาระสุวรรณ&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ กล่าวว่า&amp;nbsp; สถาบันฯ&amp;nbsp; เป็นเครื่องมือที่สำคัญของขบวนองค์กรชุมชน&amp;nbsp; เพื่อให้ชุมชนพึ่งพาตัวเองและช่วยเหลือกันได้&amp;nbsp; นอกจากนี้สถาบันฯ ยังเป็นสะพาน&amp;nbsp; สร้างระบบเชื่อมต่อระหว่างขบวนองค์กรชุมชน&amp;nbsp; หน่วยงานรัฐและภาคเอกชน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยเฉพาะในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ซึ่งชุมชนต่างๆ ในกรุงเทพฯ&amp;nbsp; จัดทำครัวกลางขึ้นมาจำนวน 208&amp;nbsp; ชุมชน&amp;nbsp; โดยมีหน่วยงานรัฐและเอกชนร่วมสนับสนุน&amp;nbsp; ถือเป็นมิติใหม่และเป็นทางออกของสังคมในการช่วยเหลือแบ่งปันกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวสมสุข&amp;nbsp; บัญญะบัญชา&amp;nbsp; ประธานคณะอนุกรรมการบ้านมั่นคง&amp;nbsp; สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ กล่าวว่า &amp;nbsp;โครงการบ้านมั่นคงเป็นโครงการที่ชุมชน&amp;nbsp; ชาวบ้านผู้เดือดร้อนร่วมกันสำรวจข้อมูลเพื่อนำมาใช้แก้ไขปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; โดยชาวบ้านเป็นเจ้าของโครงการ&amp;nbsp; สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&amp;nbsp; สนับสนุนงบประมาณและความรู้&amp;nbsp; ทำให้ชาวชุมชนมีที่อยู่อาศัยที่มั่นคง&amp;nbsp; และไม่ได้ทำเฉพาะเรื่องบ้านและที่ดินเท่านั้น&amp;nbsp; แต่ยังทำเรื่องอื่นๆ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; สวัสดิการชุมชน&amp;nbsp; การพัฒนาคุณภาพชีวิต&amp;nbsp; และทำร่วมกันทั้งเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เมื่อเกิดปัญหาโควิด&amp;nbsp; เราจึงแปลงงบประมาณบ้านมั่นคงบางส่วนมาทำเรื่องนี้ (โครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้มีรายได้น้อยทั้งในเมืองและชนบท) เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาในช่วงนี้&amp;nbsp; และจะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาระยะยาว&amp;nbsp; รวมทั้งปัญหาเรื่องอื่นๆ ต่อไป&amp;nbsp; โดยใช้เรื่องโควิดเป็นเครื่องมือ&amp;rdquo;&amp;nbsp; นางสาวสมสุขกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางทิพย์รัตน์&amp;nbsp; นพลดารมย์&amp;nbsp; อดีตผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&amp;nbsp; และตัวแทน &amp;lsquo;กลุ่มนิสิตเก่า &amp;nbsp;น้องใหม่&amp;nbsp; จุฬาฯ รุ่น 2514&amp;rsquo;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กล่าวว่า &amp;nbsp;กลุ่มนิสิตเก่าฯ&amp;nbsp; มีการจัดกิจกรรมต่างๆ เพื่อสังคมตั้งแต่ปีที่แล้ว&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; การทำฝายชะลอน้ำ&amp;nbsp; มอบอุปกรณ์คอมพิวเตอร์&amp;nbsp; จักรยาน&amp;nbsp;&amp;nbsp; อาหาร&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp;&amp;nbsp; ให้แก่เด็กและชุมชนในชนบทที่ขาดแคลน&amp;nbsp; ซึ่งในช่วงสถานการณ์โควิดนี้&amp;nbsp; กลุ่มได้เปิดรับบริจาคเพื่อสนับสนุนอุปกรณ์ทางการแพทย์ให้แก่โรงพยาบาลในชนบทที่ขาดแคลน&amp;nbsp; รวมทั้งการสนับสนุนการจัดทำครัวกลางของเครือข่ายองค์กรชุมชนสู้ภัยโควิด-19 ในครั้งนี้ด้วย&amp;nbsp; เพื่อให้เครือข่ายองค์กรชุมชนบริหารจัดการกันเองให้ตรงกับความต้องการของชุมชน&amp;nbsp; และสนับสนุนการแก้ไขปัญหาระยะยาว&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; การใช้พื้นที่ในชุมชนปลูกผักเพื่อให้เกิดความยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;กลุ่มนิสิตเก่า&amp;nbsp; จุฬาฯ น้องใหม่ 2514&amp;nbsp; มอบเงินและข้าวสารให้แก่ผู้แทน พอช.-เครือข่ายองค์กรชุมชนฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สภาองค์กรชุมชนเขตวังทองหลาง 20 ชุมชนสร้างแหล่งอาหารระยะยาว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นุชจรี&amp;nbsp; พันธ์โสม&amp;nbsp; เลขานุการสภาองค์กรชุมชนเขตวังทองหลาง&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; สภาองค์กรชุมชนเขตวังทองหลาง&amp;nbsp; มีสมาชิก 20 ชุมชน&amp;nbsp; ชุมชนตั้งอยู่ในย่านวัดเทพลีลา&amp;nbsp; จำนวน 5,294&amp;nbsp; ครัวเรือน&amp;nbsp; ประชากรประมาณ&amp;nbsp; 27,000&amp;nbsp; คน&amp;nbsp; ส่วนใหญ่เป็นผู้มีรายได้น้อย&amp;nbsp; หาเช้ากินค่ำ&amp;nbsp; มีอาชีพขับมอเตอร์ไซค์รับจ้าง&amp;nbsp; ลูกจ้างร้านอาหาร&amp;nbsp; ผับ&amp;nbsp; บาร์&amp;nbsp; และรับจ้างทั่วไป&amp;nbsp; ได้รับผลกระทบเนื่องจากถูกเลิกจ้าง&amp;nbsp; พักงาน&amp;nbsp; หรือมีรายได้ลดลง&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สภาองค์กรชุมชนฯ จึงให้สมาชิกแต่ละชุมชนสำรวจข้อมูลผู้เดือดร้อน&amp;nbsp; พบผู้เดือดร้อนประมาณ&amp;nbsp; 1,300 คน&amp;nbsp; จึงจัดทำครัวกลางเพื่อช่วยเหลือเหลือพี่น้องที่เดือดร้อน&amp;nbsp; โดยจัดทำข้าวกล่องแจกตั้งแต่ช่วงปลายเดือนเมษายนจนถึงสิ้นเดือนพฤษภาคมนี้&amp;nbsp; ครั้งละ 400-500 กล่อง&amp;nbsp;&amp;nbsp; รวม 34&amp;nbsp; วัน&amp;nbsp; ประมาณ&amp;nbsp; 17,000 กล่อง&amp;nbsp; ใช้งบประมาณจากกองทุนสวัสดิการชุมชน (กองทุนวันละบาทที่สมาชิกสมทบเงินเข้ากองทุนเพื่อนำมาช่วยเหลือกัน&amp;nbsp; ก่อตั้งในปี 2551 ปัจุบันมีเงินกองทุนประมาณ 3 ล้านบาท) และเงินสนับสนุนจากสภาองค์กรชุมชนเขตวังทองหลาง&amp;nbsp; ประมาณ&amp;nbsp; 130,000 บาท &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การทำครัวกลางจะช่วยแก้ปัญหาได้เฉพาะหน้า&amp;nbsp; แต่ไม่ยั่งยืน&amp;nbsp; เราจึงคิดว่าชุมชนควรจะสร้างแหล่งอาหาร&amp;nbsp; เพราะเรามีพื้นที่อยู่แล้วเป็นที่ดินของสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์&amp;nbsp; เนื้อที่ &amp;nbsp;400 ตารางวา&amp;nbsp; เริ่มปลูกผักตั้งแต่เดือนมีนาคม &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;มีผักบุ้ง&amp;nbsp; คะน้า&amp;nbsp; กวางตุ้ง&amp;nbsp; และเลี้ยงปลาดุกในบ่อซีเมนต์จำนวน 6 บ่อ &amp;nbsp;เร็วๆ นี้จะนำมาทำอาหารได้ &amp;nbsp;แต่ตอนนี้คงจะไม่เพียงพอ&amp;nbsp; เพราะตอนแรกเราสำรวจพบว่ามีคนที่เดือดร้อนได้รับผลกระทบด้านเศรษฐกิจประมาณ 1,300 คน&amp;nbsp; แต่ตอนนี้เพิ่มมากขึ้นเป็น 2,000 คน&amp;nbsp; ดังนั้นทุกครัวเรือนจะต้องมีแหล่งอาหาร&amp;nbsp; คือ ปลูกผักกินเอง&amp;nbsp; เลี้ยงปลา&amp;nbsp; หรือเลี้ยงไก่&amp;rdquo; &amp;nbsp;เลขาฯ สภาองค์กรชุมชนเขตวังทองหลางบอก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และขยายความว่า &amp;nbsp;แม้จะมีพื้นที่เล็กน้อย&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่สามารถปลูกผักสวนครัวในกระถาง&amp;nbsp; ตะกร้า&amp;nbsp; หรือสวนแนวตั้ง&amp;nbsp; ถ้าทำทุกครัวเรือนก็จะเพียงพอ&amp;nbsp; ถ้าขาดเหลือ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; มีผัก&amp;nbsp; ไม่มีน้ำมันจะผัดก็มาเอาที่ส่วนกลางเรามีให้ &amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยสภาฯ จะแจกเมล็ดพันธุ์ให้ทุกครัวเรือนไปปลูก&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ถั่วงอก &amp;nbsp;ทานตะวัน&amp;nbsp; ใช้เวลาประมาณ 7 วันก็นำมาทำอาหารกินได้&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แปลงผักที่ชุมชนรุ่งมณีพัฒนา&amp;nbsp; เขตวังทองหลาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้สภาฯ ยังมีแผนจะส่งเสริมเรื่องกลุ่มอาชีพเพื่อให้ชาวชุมชนมีรายได้ในระยะยาว&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; เย็บผ้า&amp;nbsp; หรือทำอาหาร &amp;nbsp;ทำน้ำพริกจำหน่าย &amp;nbsp;เชื่อมโยงกับเครือข่ายบ้านมั่นคงเมืองทั่วประเทศ&amp;nbsp; โดยค้าขายหรือแลกเปลี่ยนสินค้ากันทางออนไลน์&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนในกรุงเทพฯ&amp;nbsp; เรามีมอเตอร์ไซค์รับจ้างในชุมชนอยู่แล้ว&amp;nbsp; สามารถใช้รับส่งสินค้าหรืออาหารได้&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;และจะสนับสนุนให้แต่ละครัวเรือนทำบัญชีรับ-จ่าย&amp;nbsp; เพื่อให้รู้รายจ่ายที่ไม่จำเป็นและตัดออกไป&amp;nbsp; &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65366</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.), จุติ  ไกรฤกษ์, นายสมชาติ  ภาระสุวรรณ, สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200508/image_big_5eb4e73beb2ab.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59099</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/03/2020 16:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/03/2020 16:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พอช.-พมจ.จับมือจังหวัดอุทัยธานีช่วยเหลือชุมชนชาวแพสะแกกรัง  ซ่อมลูกบวบเฟสแรก 123 ครัวเรือน-พัฒนาคุณภาพชีวิตครบวงจร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้บริหาร พอช.สำรวจชุมชนชาวแพริมแม่น้ำสะแกกรัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อุทัยธานี/ พอช.-พมจ.จับมือจังหวัดอุทัยธานีช่วยเหลือชุมชนชาวแพสะแกกรังที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตน้ำแล้งหนักในรอบ 50 ปี&amp;nbsp; ทำให้เรือนแพเกยตื้น&amp;nbsp; ลูกบวบไม้ไผ่แตกหัก&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังส่งผลกระทบต่อการเดินทาง&amp;nbsp; การทำมาหากิน&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; โดยชุมชนชาวแพจะร่วมกับหน่วยงานต่างๆ จัดทำแผนแก้ไขปัญหา&amp;nbsp; พัฒนาชุมชน &amp;nbsp;และคุณภาพชีวิตรอบด้าน&amp;nbsp; ขณะที่ พอช.จะสนับสนุนการซ่อมแพเฟสแรก 123 ครัวเรือน&amp;nbsp; และเสนอ รมว.พม.เพื่อชงเรื่องการแก้ไขปัญหาชุมชนชาวแพเป็นตัวอย่างการลดความเหลื่อมล้ำเข้าสู่ ครม.ต่อไป&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตามที่ชุมชนชาวแพที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำสะแกกรัง&amp;nbsp; อ.เมือง&amp;nbsp; จ.อุทัยธานี&amp;nbsp; กว่า 100 ครัวเรือนได้รับผลกระทบจากความแห้งแล้ง&amp;nbsp; เนื่องจากแม่น้ำสะแกกรังมีปริมาณลดน้อยลง&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทำให้เรือนแพที่ปลูกอาศัยอยู่ริมแม่น้ำสะแกกรังเกยตื้น&amp;nbsp; ลูกบวบแพที่ใช้พยุงแพได้รับความเสียหาย&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังเกิดปัญหาต่างๆ ติดตามมา&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; การสัญจรทางเรือลำบาก&amp;nbsp; การเลี้ยงปลาในกระชังได้รับความเสียหาย&amp;nbsp; การทำมาหากินลำบาก&amp;nbsp; ส่งผลกระทบต่อครอบครัวผู้สูงอายุ&amp;nbsp; ผู้พิการ&amp;nbsp; เด็ก&amp;nbsp; และผู้ด้อยโอกาส&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; นายจุติ&amp;nbsp; ไกรฤกษ์&amp;nbsp; รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) จึงสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในสังกัดลงพื้นที่เพื่อให้ความช่วยเหลือแก่ชุมชนชาวแพที่ได้รับความเดือดร้อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สภาพแพที่เกยตื้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดวันนี้ (7 มีนาคม)&amp;nbsp; นายสมชาติ&amp;nbsp; ภาระสุวรรณ&amp;nbsp; ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo;&amp;nbsp; พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดอุทัยธานี (พมจ.) และทีม&amp;nbsp; One Home&amp;nbsp; ได้จัดประชุมร่วมกับผู้แทนชุมชนชาวแพที่วัดอุโปสถาราม (วัดโบสถ์)&amp;nbsp; อ.เมือง&amp;nbsp; จ.อุทัยธานี&amp;nbsp; เพื่อสรุปข้อมูลการสำรวจและวิเคราะห์ปัญหาของชุมชนชาวแพก่อนที่จะนำไปสู่การแก้ไขปัญหา&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมประมาณ&amp;nbsp; 100 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวสมคิด&amp;nbsp; คงห้วยรอบ&amp;nbsp; ผู้แทนชุมชนชาวแพ&amp;nbsp; อายุ 51 ปี&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; เดิมชุมชนชาวแพในแม่น้ำสะแกกรังมีมากกว่า&amp;nbsp; 200 แพ&amp;nbsp;&amp;nbsp; อยู่อาศัยในเรือนแพติดต่อกันมานานนับร้อยปี&amp;nbsp; ครอบครัวของตนอยู่อาศัยตั้งแต่รุ่นปู่ย่า&amp;nbsp; ปลูกแพอยู่ตรงหน้าวัดโบสถ์&amp;nbsp; แต่ในช่วงหลายสิบปีมานี้ชาวแพส่วนหนึ่งได้โยกย้ายขึ้นไปอยู่บนบก&amp;nbsp; เพราะเรือนแพจะต้องซ่อมแซมลูกบวบ(ทำด้วยไม้ไผ่เพื่อใช้พยุงแพ) ทุก ๆ 3-5 ปี&amp;nbsp; ทำให้มีภาระค่าใช้จ่าย&amp;nbsp; เพราะการซ่อมหรือเปลี่ยนลูกบวบแต่ละครั้งจะต้องใช้เงินไม่น้อยกว่า 20,000 บาท&amp;nbsp; ประกอบกับช่างซ่อมลูกบวบมีน้อย&amp;nbsp; ค่าแรงก็แพง&amp;nbsp; คนที่พอจะมีเงินจึงย้ายขึ้นไปหาที่อยู่บนฝั่ง&amp;nbsp; เพราะมีความมั่นคงถาวรกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมคิด&amp;nbsp; คงห้วยรอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ตอนนี้คนที่อยู่ในเรือนแพ&amp;nbsp; ส่วนใหญ่จะมีฐานะยากจน&amp;nbsp; หาเช้ากินค่ำ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ค้าขายเล็กๆ น้อยอยู่ในตลาด&amp;nbsp; และรับจ้างทั่วไป&amp;nbsp; เมื่อเจอกับปัญหาความแห้งแล้งในแม่น้ำสะแกกรังที่คนแก่คนเฒ่าบอกว่าแล้งมากที่สุดในรอบ 50 ปี&amp;nbsp; จึงทำให้เกิดผลกระทบไปทั่ว&amp;nbsp; โดยเฉพาะเรื่องที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; เพราะทำให้แพเกยตื้น&amp;nbsp; จากที่เคยอยู่ในน้ำ&amp;nbsp; ต้องมาอยู่บนบก&amp;nbsp; ทำให้ลูกบวบที่ทำด้วยไม้ไผ่แตกหัก&amp;nbsp; การเดินทางด้วยเรือก็ไม่สะดวกเพราะน้ำแห้ง&amp;nbsp; ต้องจ้างรถสามล้อ&amp;nbsp; ทำให้เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น&amp;nbsp; จึงอยากให้หน่วยงานต่างๆ มาให้ความช่วยเหลือ&amp;rdquo;&amp;nbsp; ผู้แทนชุมชนชาวแพยกตัวอย่างปัญหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมชาติ&amp;nbsp; ภาระสุวรรณ&amp;nbsp; ผอ.พอช.&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; เจ้าหน้าที่จากกระทรวง พม.&amp;nbsp; ทั้ง พอช.&amp;nbsp; พมจ.&amp;nbsp; และทีม One Home ร่วมกับชุมชนชาวแพ&amp;nbsp; และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในจังหวัดได้จัดกระบวนการสำรวจข้อมูลผู้เดือดร้อนตั้งแต่วันที่ 22-23 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา&amp;nbsp; โดยใช้วิธีการต่างๆ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; การลงพื้นที่สร้างความเข้าใจกับชุมชนชาวแพ&amp;nbsp; การสำรวจข้อมูลปัญหาและความต้องการ&amp;nbsp; การจัดทำแผนที่ทำมือ&amp;nbsp; ถ่ายรูป&amp;nbsp; จับพิกัด GPS&amp;nbsp; ถอดข้อมูลการซ่อมแซมเรือนแพผู้เดือดร้อน&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; โดยมีผู้แทนชุมชนชาวแพจำนวน 13 คนร่วมเป็นคณะทำงาน&amp;nbsp;&amp;nbsp; และมีการจัดประชุมเพื่อสรุปข้อมูลในวันนี้ &amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยมีปัญหาและความต้องการของชุมชนชาวแพทั้งหมด&amp;nbsp; 123 ครัวเรือน&amp;nbsp; รวม 8 ด้าน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ปัญหาน้ำแล้ง&amp;nbsp; สิ่งแวดล้อม&amp;nbsp; ที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; การจัดการท่องเที่ยวชุมชน&amp;nbsp; คุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ&amp;nbsp; ผู้พิการ&amp;nbsp; เด็ก&amp;nbsp; ผู้ด้อยโอกาส&amp;nbsp; อาชีพ-รายได้&amp;nbsp; ด้านวัฒนธรรม&amp;nbsp; และการสร้างความเข้มแข็งของชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมชาติ&amp;nbsp; ภาระสุวรรณ&amp;nbsp; ผอ.พอช.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ชุมชนชาวแพแม่น้ำสะแกกรังถือเป็นชุมชนชาวแพแห่งสุดท้ายของประเทศไทยที่เหลืออยู่&amp;nbsp; เป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดอุทัยธานี&amp;nbsp; มีประวัติศาสตร์&amp;nbsp; และวัฒนธรรมประเพณีต่างๆ ที่ทุกฝ่ายต้องช่วยกันรักษาเอาไว้&amp;nbsp; ดังนั้น พอช.จะร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและชุมชนชาวแพจัดทำแผนปฏิบัติการทั้ง 8 ด้านขึ้นมา&amp;nbsp; เพื่อเสนอแผนไปยัง &amp;lsquo;คณะทำงานขับเคลื่อนการให้ความช่วยเหลือชุมชนชาวแพสะแกกรัง&amp;rsquo; ที่มีผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานีเป็นประธานเพื่อแก้ไขปัญหาในเร็วๆ นี้&amp;rdquo;&amp;nbsp; ผอ.พอช. กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผอ.พอช.กล่าวด้วยว่า&amp;nbsp; ส่วนเรื่องการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยของชุมชนชาวแพนั้น&amp;nbsp; พอช.สามารถสนับสนุนการแก้ไขปัญหาได้โดยตรง&amp;nbsp; โดยเน้นให้ชาวชุมชนมีส่วนร่วม&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; พอช.สนับสนุนงบประมาณ&amp;nbsp; และให้ชาวชุมชนช่วยกันซ่อมหรือเปลี่ยนลูกบวบไม้ไผ่&amp;nbsp; เบื้องต้นมีทั้งหมด 123 ครัวเรือน&amp;nbsp; นอกจากนี้ชาวชุมชนจะต้องรวมตัวกันเพื่อสร้างความเข้มแข็งขึ้นมา&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; จัดตั้งคณะกรรมการเป็นกลุ่มย่อยเพื่อช่วยกันดูแลแก้ไขปัญหา&amp;nbsp; จัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อเป็นทุนแก้ปัญหาระยะยาว&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; เพื่อใช้ซื้อลูกบวบหรือซ่อมแซมบ้าน&amp;nbsp; และเมื่อชุมชนมีความเข้มแข็งแล้วก็จะสามารถรวมกลุ่มกันไปช่วยเหลือผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนกลุ่มอื่นๆ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; กลุ่มชาวชุมชนแออัดในเขตเทศบาลเมืองอุทัยธานีที่ พอช.จะมีโครงการสนับสนุนการแก้ไขปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัยในเร็วๆ นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การแก้ไขปัญหาชุมชนชาวแพริมแม่น้ำสะแกกรังนี้&amp;nbsp; จะเป็นตัวอย่างในการแก้ไขปัญหาของชุมชนต่างๆ อย่างรอบด้าน&amp;nbsp; ทั้งด้านที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; ความยากจน&amp;nbsp; คุณภาพชีวิต&amp;nbsp; ตั้งแต่เด็ก&amp;nbsp; ผู้สูงวัย&amp;nbsp; คนพิการ&amp;nbsp; คนด้อยโอกาส&amp;nbsp; เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความเป็นธรรม&amp;nbsp; ซึ่งสอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ชาติ&amp;nbsp; โดย พอช.จะนำเรื่องนี้เข้าหารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ เพื่อพิจารณานำเสนอเข้าสู่คณะรัฐมนตรี&amp;nbsp; เพื่อเป็นตัวอย่างในการแก้ไขปัญหาและนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนต่อไป&amp;rdquo;&amp;nbsp; นายสมชาติ&amp;nbsp; ภาระสุวรรณ&amp;nbsp; ผอ.พอช.กล่าวในตอนท้าย&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ในการแก้ไขปัญหาชาวชุมชนเรือนแพริมแม่น้ำสะแกกรังที่ได้รับผลกระทบทางด้านที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; พอช.จะดำเนินการให้ความช่วยเหลือตามโครงการ &amp;lsquo;บ้านมั่นคงชนบท&amp;rsquo; ซึ่งจากการสำรวจข้อมูลเบื้องต้นมีผู้ได้รับความเดือดร้อนรวมทั้งหมด 123 ครัวเรือน&amp;nbsp; คาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้หลังจากที่ปริมาณน้ำในแม่น้ำสะแกกรังมีปริมาณเพิ่มขึ้น&amp;nbsp; (ประมาณเดือนมิถุนายน-กรกฎาคมนี้) เพื่อความสะดวกในการซ่อมหรือเปลี่ยนลูกบวบใหม่&amp;nbsp; เพราะหากน้ำแล้งหรือแพเกยตื้นอยู่บนบกจะไม่สามารถเปลี่ยนลูกบวบได้&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดย พอช.จะสนับสนุนงบประมาณครัวเรือนหนึ่งไม่เกิน&amp;nbsp; 25,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59099</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณภาพชีวิต, ชุมชนชาวแพสะแกกรัง, ซ่อมลูกบวบ, นายสมชาติ  ภาระสุวรรณ, พมจ, สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช., อุทัยธานี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200307/image_big_5e63680c06e7e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56546</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/02/2020 14:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/02/2020 14:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พอช.ชี้แจงกรณีชาวชุมชนคลองตันได้รับผลกระทบจากโครงการป้องกันน้ำท่วมคลอง 13 จ.ปทุมธานี  ยืนยันไม่ได้บังคับให้ชาวบ้านเข้าร่วมโครงการบ้านมั่นคง  แต่ให้ประชาชนเลือกอนาคตของตนเอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ พอช.ลงพื้นที่สำรวจข้อมูลชุมชนคลองตัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระทรวง พม. / พอช.ชี้แจงกรณีชาวชุมชนคลองตันได้รับผลกระทบจากโครงการป้องกันน้ำท่วมคลอง 13 จ.ปทุมธานี โดยกรมชลประทานจะใช้พื้นที่เพื่อก่อสร้างประตูระบายน้ำและแนวกำแพงป้องกันน้ำท่วม&amp;nbsp; แต่ติดปัญหาชาวบ้านปลูกบ้านรุกล้ำแนวก่อสร้าง&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยกรมชลฯ เสนอให้ใช้พื้นที่ว่างพัฒนาเป็นที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; แต่ต้องรวมตัวกันเป็นสหกรณ์เคหสถานเพื่อขอเช่าที่ดินจากกรมธนารักษ์&amp;nbsp; เปลี่ยนจากผู้บุกรุกเป็นเช่าที่ดินอย่างถูกต้อง&amp;nbsp; สร้างความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; โดย พอช.จะให้การสนับสนุนตามโครงการบ้านมั่นคง &amp;nbsp;ยืนยันไม่ได้บังคับให้ชาวบ้านเข้าร่วมโครงการ &amp;nbsp;แต่ให้ประชาชนเลือกอนาคตของตนเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตามที่ปรากฎข่าวในหนังสือพิมพ์และสถานีโทรทัศน์บางสำนักเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาว่า&amp;nbsp; ชาวบ้านชุมชนคลองตัน (คลอง 13)&amp;nbsp; ต.บึงน้ำรักษ์&amp;nbsp; อ.ธัญบุรี&amp;nbsp; จ.ปทุมธานี&amp;nbsp; ได้ร้องเรียนผ่านสื่อมวลชนกรณีได้รับผลกระทบด้านที่อยู่อาศัยจากโครงการก่อสร้างคลองส่งน้ำและประตูระบายน้ำเพื่อป้องกันน้ำท่วมของกรมชลประทานบริเวณคลอง&amp;nbsp; 13 &amp;nbsp;อ.ธัญบุรี&amp;nbsp; ซึ่งจะต้องมีการรื้อย้ายบ้านเรือนออกจากแนวก่อสร้างของกรมชลประทาน&amp;nbsp; รวม 62 หลังคาเรือน&amp;nbsp; โดยสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo; เตรียมโครงการบ้านมั่นคงรองรับ&amp;nbsp; แต่ชาวบ้านส่วนใหญ่ไม่อยากเข้าร่วมโครงการ&amp;nbsp; เพราะมีรายได้น้อย&amp;nbsp; ไม่อยากกู้เงินจาก พอช.มาสร้างบ้านใหม่นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้ (7 ก.พ.) ที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กรุงเทพฯ&amp;nbsp; นางสาวเฉลิมศรี ระดากูล&amp;nbsp; ผู้อำนวยการภาคกรุงเทพฯ ปริมณฑลและตะวันออก สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) ได้ชี้แจงกรณีชาวบ้านชุมชนคลองตัน&amp;nbsp; ต.บึงน้ำรักษ์&amp;nbsp; อ.ธัญบุรี&amp;nbsp; จ.ปทุมธานี &amp;nbsp;ร้องเรียนว่า&amp;nbsp; โครงการดังกล่าว&amp;nbsp; กรมชลประทานมีแผนระบายน้ำในช่วงน้ำท่วม&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยการผันน้ำผ่านคลองตันที่เชื่อมระหว่างคลอง 13 กับคลองรังสิตประยูรศักดิ์&amp;nbsp; จึงจำเป็นต้องขุดเปิดคลองตันที่ถูกปิดด้วยดินทั้ง 2 ฝั่ง&amp;nbsp; และสร้างสะพานทดแทนเพื่อใช้เป็นเส้นทางสัญจร&amp;nbsp; พร้อมทั้งสร้างอาคารประตูระบายน้ำกว้าง 6 เมตร&amp;nbsp; จำนวน 3 ช่อง&amp;nbsp; และตลอดแนวลำคลองจะสร้างแนวกำแพงป้องกันน้ำท่วม&amp;nbsp; ความยาว 1,646 เมตร&amp;nbsp; สร้างถนนเลียบคลองความกว้าง 12 เมตร&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พื้นที่แนวก่อสร้างกำแพงป้องกันน้ำท่วม (ซ้าย) และคลอง 13 (ขวา)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยกรมชลประทานเริ่มก่อสร้างโครงการดังกล่าวในปี 2561&amp;nbsp; คือ&amp;nbsp; สะพานทิศเหนือ&amp;nbsp; ทิศใต้&amp;nbsp; และประตูระบายน้ำ&amp;nbsp; ต่อมาในปี 2562&amp;nbsp; จะสร้างแนวกำแพงป้องกันน้ำท่วม&amp;nbsp; แต่มีปัญหาอุปสรรค&amp;nbsp; คือบ้านเรือนของชาวบ้านที่ปลูกสร้างอยู่ริมคลอง&amp;nbsp; ซึ่งเป็นที่ดินราชพัสดุอยู่ในการครอบครองของกรมชลประทาน&amp;nbsp; โดยมีชาวบ้านหมู่ที่ 3&amp;nbsp; และหมู่ที่ 5 ปลูกสร้างบ้านเรือนอยู่จำนวน 62 หลังคาเรือน&amp;nbsp; กรมชลประทานจึงมีมาตรการให้ชาวบ้านรื้อย้ายบ้านเรือนออกจากแนวก่อสร้าง&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาชาวบ้านได้ร้องเรียนผ่านศูนย์ดำรงธรรม จ.ปทุมธานี&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; พมจ.ปทุมธานี&amp;nbsp;&amp;nbsp; สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&amp;nbsp; ธนารักษ์ จ.ปทุมธานี&amp;nbsp; เทศบาลเมืองสนั่นรักษ์&amp;nbsp; โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษารังสิตใต้&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; ลงพื้นที่สำรวจข้อมูลเมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2561 &amp;nbsp;ต่อมาในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2562 &amp;nbsp;หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและชาวบ้านที่ร้องเรียนได้ประชุมร่วมกันที่ศาลากลางจังหวัดปทุมธานี&amp;nbsp; โดยมีข้อสรุปเบื้องต้นในการแก้ไขผลกระทบด้านที่อยู่อาศัยของชาวบ้าน&amp;nbsp; ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บ้านเรือนของชาวบ้าน(ขวา)ที่ปลูกสร้างอยู่ในแนวก่อสร้างของกรมชลประทาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.พื้นที่ว่างหลังแนวก่อสร้างถนน&amp;nbsp; ความกว้าง 12 &amp;nbsp;เมตร &amp;nbsp;ความยาว 1,646 เมตร&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งเดิมกรมชลประทานจะใช้พื้นที่เพื่อปรับภูมิทัศน์&amp;nbsp; สามารถพัฒนาเป็นที่อยู่อาศัยของชาวบ้านได้ถูกต้องตามกฎหมาย&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยให้สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ สำรวจข้อมูลและวางแผนการใช้พื้นที่เพื่อเป็นที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; หลังจากนั้นจึงส่งเรื่องให้กรมชลประทาน&amp;nbsp; เพื่อให้กรมชลประทานแจ้งคืนพื้นที่ให้แก่ธนารักษ์พื้นที่ จ.ปทุมธานี&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.ชาวบ้านที่ประสงค์จะเข้าอยู่อาศัยในพื้นที่ดังกล่าวจะต้องรวมตัวกันจัดตั้งเป็นสหกรณ์เคหสถานขึ้นมาเพื่อขอเช่าที่ดินจากกรมธนารักษ์อย่างถูกต้อง&amp;nbsp; ในอัตราผ่อนปรน&amp;nbsp; โดยสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ จะสนับสนุนเรื่องงบประมาณตามโครงการบ้านมั่นคง&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; การก่อสร้างสาธารณูปโภค&amp;nbsp; งบช่วยเหลือก่อสร้างบ้าน&amp;nbsp; และสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ&amp;nbsp; ผ่อนชำระคืนระยะยาว &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้จากการสำรวจข้อมูลของสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในช่วงที่ผ่านมา&amp;nbsp; พบว่า&amp;nbsp; มีชาวบ้านปลูกสร้างบ้านในที่ดินแนวก่อสร้างของกรมชลประทานทั้งหมด 62&amp;nbsp; หลังคาเรือน&amp;nbsp; ชาวบ้านมีความประสงค์จะเข้าร่วมโครงการบ้านมั่นคง 10 หลังคาเรือน&amp;nbsp; (12 ครัวเรือน)&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีความประสงค์จะเช่าที่ดินอย่างเดียวจำนวน 32 หลังคาเรือน &amp;nbsp;&amp;nbsp;ย้ายออกไปซื้อที่ดินใหม่ 13 &amp;nbsp;หลังคาเรือน &amp;nbsp;ย้ายออกไปโดยไม่มีเงื่อนไข 6 หลังคาเรือน&amp;nbsp; และไม่แจ้งความจำนงค์ 1 หลังคาเรือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;โครงการบ้านมั่นคง&amp;nbsp; เป็นโครงการที่มีกลุ่มเป้าหมายเป็นชาวบ้านที่มีรายได้น้อย&amp;nbsp; ไม่มีความมั่นคงในที่อยู่อาศัย &amp;nbsp;และต้องการให้สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปช่วยเหลือ&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยมีหลักการ&amp;nbsp; คือ ให้ประชาชนมีส่วนร่วมและตัดสินใจในการเลือกอนาคตของตัวเอง &amp;nbsp;และทำตามความต้องการของพี่น้องประชาชน&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่ได้บังคับให้พี่น้องประชาชนเข้าร่วมโครงการบ้านมั่นคงแต่อย่างใด&amp;rdquo;&amp;nbsp; นางสาวเฉลิมศรีกล่าวชี้แจง &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ พอช. ลงพื้นที่ชุมชนคลองตันเพื่อสำรวจข้อมูลความเดือดร้อนของชาวบ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับชาวบ้านชุมชนคลองตัน 62 หลังคาเรือนที่อยู่อาศัยในแนวก่อสร้างโครงการของกรมชลประทานนั้น&amp;nbsp; นางสาวเฉลิมศรีกล่าวว่า&amp;nbsp; ขณะนี้อยู่ในระหว่างการทำความเข้าใจกับชาวบ้าน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนครอบครัวที่มีความประสงค์จะเข้าร่วมกับโครงการบ้านมั่นคงชาวบ้านก็จะต้องรวมกลุ่มกันเป็นสหกรณ์เคหสถาน&amp;nbsp; เพื่อขอเช่าที่ดินจากกรมธนารักษ์อย่างถูกต้อง&amp;nbsp; เปลี่ยนสถานะจากผู้บุรุกเป็นผู้เช่าที่ดินอย่างถูกต้องตามกฎหมาย&amp;nbsp; โดยเบื้องต้นกรมธนารักษ์จะให้สัญญาเช่าช่วงแรก 30 ปี&amp;nbsp; เหมือนกับที่ดำเนินการในคลองลาดพร้าว&amp;nbsp; ทำให้ประชาชนมีที่อยู่อาศัยที่มั่นคง&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนพี่น้องในชุมชนคลองตัน ที่มีข้อสงสัยหรือไม่เข้าใจการในการดำเนินงานโครงการบ้านมั่นคง ให้ไปสอบถามเพิ่มเติมได้ที่เทศบาลเมืองสนั่นรักษ์ ซึ่งทางนายกเทศมนตรีฯ ได้แต่งตั้งคณะกรรมการและคณะทำงานแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยโครงการบ้านมั่นคงเทศบาลเมืองสนั่นรักษ์ให้กับประชาชนผู้มีรายได้น้อยและได้รับผลกระทบด้านที่อยู่อาศัยในพื้นที่ รวมทั่งการตรวจสอบสิทธิ์การรับรองการอยู่อาศัย หรือติดต่อได้ที่ พอช.โดยตรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;นอกจากนี้สถาบันฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็จะช่วยกันพัฒนาคุณภาพชีวิต&amp;nbsp; ส่งเสริมอาชีพชาวชุมชน&amp;nbsp; เพื่อให้มีรายได้ สำหรับประชาชนในส่วนที่เหลือที่มีความประสงค์อย่างอื่นก็เป็นภารกิจหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่จะร่วมกันแก้ไขปัญหาตามความต้องการของพี่น้องประชาชนต่อไป&amp;rdquo;&amp;nbsp; นางสาวเฉลิมศรีกล่าวในตอนท้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้โครงการบ้านมั่นคงของสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&amp;nbsp; เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2546&amp;nbsp; ทั้งในเมืองและชนบททั่วประเทศ&amp;nbsp; ปัจจุบันดำเนินการแล้ว&amp;nbsp; 1,231 โครงการ&amp;nbsp;&amp;nbsp; รวม&amp;nbsp; 112,610 ครัวเรือน&amp;nbsp; และในปี 2563 นี้&amp;nbsp; จะดำเนินการสนับสนุนการพัฒนาที่อยู่อาศัยผู้มีรายได้น้อยทั่วประเทศ&amp;nbsp; รวม 21,115 ครัวเรือน&amp;nbsp; นอกจากนี้ในช่วงที่ผ่านมา&amp;nbsp; สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ ได้สนับสนุนการแก้ไขปัญหาชุมชนบุกรุกริมคลองที่ชุมชนแก้วนิมิตร ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง&amp;nbsp; จำนวน 98&amp;nbsp; ครัวเรือน&amp;nbsp; ซึ่งเดิมปลูกบ้านรุกล้ำลำคลอง โดยชาวบ้านได้เข้าร่วมโครงการบ้านมั่นคง&amp;nbsp; โดยจัดซื้อที่ดินและสร้างบ้านใหม่&amp;nbsp; ขณะนี้ก่อสร้างเสร็จและชาวบ้านเข้าอยู่อาศัยแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชุมชนแก้วนิมิตรเดิม (ซ้าย)&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชุมชนใหม่ที่รื้อย้ายออกจากคลอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56546</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชุมชนคลองตัน, นายสมชาติ  ภาระสุวรรณ, บ้านมั่นคง, ป้องกันน้ำท่วมคลอง, สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200207/image_big_5e3d09efa612b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56084</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/02/2020 19:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/02/2020 19:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘จุติ ไกรฤกษ์’ รมว.พม. Kick Off ‘บ้านพอเพียงชนบท 2563’ที่ระยอง  ด้าน พอช.เดินหน้าสนับสนุนการซ่อมสร้าง 11,500 หลังทั่วประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาวบ้านที่ได้รับมอบบ้านพอเพียงหลังแรก (ที่ 2 จากขวา) และนายจุติ&amp;nbsp; ไกรฤกษ์&amp;nbsp; รมว.พม. (ที่ 3 จากขวา)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ระยอง/ &amp;lsquo;จุติ&amp;nbsp; ไกรฤกษ์&amp;rsquo; รมว.พม.ประเดิมมอบบ้านพอเพียงให้ผู้ด้อยโอกาสที่จังหวัดระยองตามโครงการ &amp;lsquo;มอบของขวัญปีใหม่จากใจรัฐบาลโดย พม.&amp;rsquo; โดยสนับสนุนการซ่อมสร้างบ้านเรือนครอบครัวที่มีฐานะยากจน&amp;nbsp; สภาพบ้านชำรุดทรุดโทรมให้มีความมั่นคงแข็งแรง เหมาะสมแก่การอยู่อาศัย&amp;nbsp; ตามโครงการบ้านพอเพียงชนบทของ พอช.ที่ใช้กระบวนการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน&amp;nbsp; มีเป้าหมาย 11,500 ครัวเรือนทั่วประเทศ&amp;nbsp; ใช้งบประมาณ 218.5 ล้านบาท&amp;nbsp; ตั้งเป้าซ่อมสร้างแล้วเสร็จทั้งหมดภายในเดือนมิถุนายนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตามที่รัฐบาลมอบหมายให้ทุกหน่วยงานดำเนินโครงการ &amp;lsquo;มอบของขวัญปีใหม่จากใจรัฐบาล&amp;rsquo; ให้แก่ประชาชนกลุ่มเป้าหมาย&amp;nbsp; ซึ่งในส่วนของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) ได้จัดเตรียมของขวัญด้านที่อยู่อาศัยให้แก่ประชาชนที่มีรายได้น้อยตามโครงการ&amp;lsquo;บ้านพอเพียงชนบท&amp;rsquo; จำนวน&amp;nbsp; 11,500 ครัวเรือนทั่วประเทศ&amp;nbsp; ซึ่งโครงการนี้เป็นการสนับสนุนให้ครอบครัวที่มีรายได้น้อย&amp;nbsp; มีฐานะยากจน&amp;nbsp; สภาพบ้านเรือนทรุดโทรม&amp;nbsp; มีสภาพไม่ปลอดภัย&amp;nbsp; ไม่เหมาะแก่การอยู่อาศัย&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; หลังคารั่ว&amp;nbsp; เสาเรือนผุ&amp;nbsp; บันไดโยกคลอน&amp;nbsp; พื้นบ้าน&amp;nbsp; ฝาบ้าน&amp;nbsp; ห้องน้ำ&amp;nbsp; ห้องครัวชำรุด&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; ได้ซ่อมแซมบ้านเรือนให้มีความมั่นคง&amp;nbsp; แข็งแรง&amp;nbsp; มีความปลอดภัยในการอยู่อาศัย&amp;nbsp; โดย พอช.จะสนับสนุนงบประมาณครัวเรือนหนึ่งไม่เกิน 19,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยในวันนี้ (2 กุมภาพันธ์) ที่บ้านหนองกรับ หมู่ที่ 3 ตำบลหนองบัว อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง นายจุติ&amp;nbsp; ไกรฤกษ์&amp;nbsp; รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ&amp;nbsp; เป็นประธานในงาน &amp;lsquo;Kick Off มหกรรมบ้านพอเพียง ซ่อมบ้าน สร้างโอกาส ส่งความสุข ปี 2563&amp;rsquo; &amp;nbsp;ให้แก่ประชาชนที่มีรายได้น้อย&amp;nbsp; สภาพบ้านเรือนทรุดโทรม&amp;nbsp; โดยมีผู้บริหารหน่วยงานในสังกัด พม.&amp;nbsp; นายไมตรี&amp;nbsp; อินทุสุต&amp;nbsp; ประธานกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&amp;nbsp; ผู้บริหารสถาบันฯ&amp;nbsp; ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง&amp;nbsp; นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดระยอง&amp;nbsp; และประชาชนเข้าร่วมงานประมาณ 500 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;งาน &amp;lsquo;Kick Off มหกรรมบ้านพอเพียง : ซ่อมบ้าน สร้างโอกาส ส่งความสุข ปี 2563&amp;rsquo; ที่ตำบลหนองบัว&amp;nbsp; อ.บ้านค่าย จ.ระยอง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เป็นการซ่อมสร้างบ้านพอเพียงชนบท&amp;nbsp; 10&amp;nbsp; หลังแรกในจังหวัดระยอง&amp;nbsp; (จากทั้งหมด 1,525 หลังใน 8 จังหวัดภาคตะวันออก) โดยรัฐมนตรี พม.ได้มอบบ้านพอเพียงหลังแรกที่เพิ่งสร้างเสร็จให้แก่ผู้สูงอายุ&amp;nbsp; ครอบครัวนายอัมรินทร์ อุ่นเรือน&amp;nbsp; ซึ่งมีฐานะยากจน&amp;nbsp; บ้านเดิมเป็นเพิงก่อสร้างด้วยเศษไม้&amp;nbsp; หลังคาสังกะสี&amp;nbsp; สภาพผุผังทรุดโทรม&amp;nbsp; โดยชาวชุมชนและช่างอาสาช่วยกันสร้างบ้านใหม่&amp;nbsp; ขนาด 5X7 ตารางเมตร&amp;nbsp; ชั้นเดียว&amp;nbsp; ก่อสร้างด้วยอิฐบล็อค&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สภาพบ้านของนายอัมรินทร์ก่อนสร้างใหม่และสภาพบ้านใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้รัฐมนตรี พม. ได้มอบงบประมาณโครงการบ้านพอเพียงชนบทภาคตะวันออก 8 จังหวัด ปี 2563&amp;nbsp; จำนวน 1,525 หลัง&amp;nbsp; งบประมาณรวม 27,360,000 บาท&amp;nbsp; มอบบ้านพอเพียงจังหวัดระยองที่สร้างเสร็จแล้วปี 2562 จำนวน 212 หลัง&amp;nbsp; มอบใบประกาศเกียรติคุณแก่ช่างชุมชน&amp;nbsp; หน่วยงาน ร้านค้าที่ให้การสนับสนุนโครงการบ้านพอเพียงชนบท&amp;nbsp; รวมทั้งมอบของขวัญปีใหม่สำหรับผู้สูงอายุจังหวัดระยอง &amp;ldquo;ส่งความสุข&amp;nbsp; ลดทุกข์ปรับโถ&amp;rdquo; (ซ่อมห้องสุขา) โดยภาคเอกชนจังหวัดระยอง และมอบงบประมาณสนับสนุนการพัฒนาขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดระยอง&amp;nbsp; จำนวน 4 ล้านบาทจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดระยองให้แก่ผู้แทนขบวนองค์กรชุมชน จ.ระยอง &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจุติ&amp;nbsp; ไกรฤกษ์&amp;nbsp; รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ กล่าวว่า&amp;nbsp; พอช.ทำงานอย่างเต็มที่ วันนี้มีความพร้อม งบประมาณที่ได้รับจากรัฐบาลเพียงแค่ 1 ใน 4 ของเป้าหมาย&amp;nbsp; ยังสามารถซ่อม-สร้างบ้าน ได้อีกเยอะ&amp;nbsp; โดยใช้สภาองค์กรชุมชนตำบลขับเคลื่อนเรื่องบ้านพอเพียง จะขจัดปัญหาความเหลื่อมล้ำ&amp;nbsp; ต้องสนับสนุน พอช.ให้ดำเนินงานได้เต็มที่&amp;nbsp; และขอขอบคุณทุกฝ่ายที่มีส่วนร่วมในการสร้างบ้านพอเพียงจนสำเร็จ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;บ้านพอเพียงเป็นบ้านที่เกิดขึ้นตามมติของชุมชนในตำบล&amp;nbsp; โดยการผ่านเวทีประชาคมที่เห็นร่วมกันว่าครอบครัวใดสมควรจะได้รับ&amp;nbsp; ไม่ใช่ว่าหน่วยงานต้องเป็นผู้ชี้เป้าหรือชี้นำ&amp;nbsp;&amp;nbsp; สภาองค์กรชุมชนเป็นฐานรากของประชาธิปไตยอย่างแท้จริง&amp;nbsp; เพราะว่าฟังเสียงของชาวบ้านส่วนใหญ่&amp;nbsp; เป็นการสนองตอบการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำในชุมชน&amp;nbsp; เพราะว่าชุมชนเป็นผู้พิจารณากันเอง&amp;nbsp; ปัจจุบันมีสภาองค์กรชุมชนตำบลจำนวน 7 พันกว่าตำบลทั่วประเทศไทย ซึ่งปี 2563 ได้ของบประมาณบ้านพอเพียง จำนวน 11,500 หลัง&amp;nbsp; โดยจะให้สภาองค์กรชุมชนตำบลเป็นผู้ขับเคลื่อนเรื่องบ้านพอเพียงต่อไป&amp;rdquo;&amp;nbsp; รมว.พม.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมชาติ&amp;nbsp; ภาระสุวรรณ&amp;nbsp; ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo; กล่าวถึง&amp;nbsp; โครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยที่ดำเนินการโดย พอช.ในปี 2563 ว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp; พอช. มีแผนงานสนับสนุนให้ประชาชนที่มีรายได้น้อยในเมืองและชนบททั่วประเทศมีความมั่นคงในที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกิน&amp;nbsp; จำนวน 21,115 ครัวเรือน&amp;nbsp; รวมงบประมาณ 1,708 ล้านบาทเศษ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นายสมชาติ ภาระสุวรรณ&amp;nbsp; ผอ.พอช.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แยกเป็น 1. โครงการบ้านมั่นคง จำนวน 5,500 ครัวเรือน&amp;nbsp; 2. โครงการบ้านพอเพียงชนบท (ซ่อมสร้างบ้านที่ทรุดโทรม มีฐานะยากจน) จำนวน 11,500 ครัวเรือน&amp;nbsp; 3. โครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองเปรมประชากร 3,115 ครัวเรือน&amp;nbsp; และ 4. ที่อยู่อาศัยชั่วคราว&amp;nbsp; กรณีไฟไหม้&amp;nbsp; ไล่รื้อ&amp;nbsp; 1,000 ครัวเรือน&amp;nbsp; ทั้งนี้โครงการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของแผนแม่บทการพัฒนาที่อยู่อาศัยระยะ 20 ปี (พ.ศ.2560-2579) ของกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ ดำเนินการโดย พอช. มีเป้าหมายทั้งหมดประมาณ 1,050,000 ครัวเรือนทั่วประเทศ&amp;nbsp; โดยมีวิสัยทัศน์ คือ &amp;ldquo;คนไทยทุกคนมีที่อยู่อาศัยถ้วนทั่วและมีคุณภาพชีวิตที่ดีภายในปี 2579&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ส่วนกระบวนการดำเนินโครงการบ้านพอเพียงชนบทนั้น&amp;nbsp; จะให้องค์กรชุมชนที่มีการจัดตั้งอยู่ในพื้นที่แล้ว&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; สภาองค์กรชุมชนตำบล&amp;nbsp; กองทุนสวัสดิการตำบล&amp;nbsp; เป็นแกนหลักในการดำเนินโครงการ&amp;nbsp; เริ่มตั้งแต่การจัดตั้งคณะทำงานขึ้นมา&amp;nbsp; เพื่อสำรวจข้อมูลครัวเรือนที่มีความเดือดร้อน&amp;nbsp; โดยมีทีมช่างชุมชนช่วยสำรวจ&amp;nbsp; คำนวณวัสดุอุปกรณ์ที่จะต้องใช้ในการซ่อมแซมบ้านเรือน&amp;nbsp; นำข้อมูลจากการสำรวจครัวเรือนมาจัดเวทีประชาคมให้ชาวชุมชนช่วยกันรับรองสิทธิ&amp;nbsp; เพื่อให้ได้ครัวเรือนที่มีความเดือดร้อนจริง&amp;nbsp; จากนั้นชุมชนจะเสนอโครงการมายัง พอช. เพื่ออนุมัติโครงการและงบประมาณ&amp;rdquo;&amp;nbsp; รมว.พม. ชี้แจงกระบวนการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เวทีเสวนาบ้านพอเพียง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการซ่อมสร้างบ้านเรือนนั้น&amp;nbsp; ชุมชนและครัวเรือนที่เดือดร้อนจะช่วยกันซ่อมสร้าง โดยนำงบประมาณที่ได้รับมาจัดซื้อวัสดุพร้อมกันในปริมาณมาก&amp;nbsp; ทำให้ได้ส่วนลด ใช้แรงงานจิตอาสา&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; หน่วยทหารในพื้นที่&amp;nbsp; และช่างชุมชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทำให้ซ่อมสร้างได้เร็วและประหยัดงบประมาณ&amp;nbsp; ในกรณีที่สภาพบ้านทรุดโทรมและผุพังมาก&amp;nbsp; ไม่สามารถรื้อเพื่อซ่อมแซมได้&amp;nbsp; จำเป็นต้องสร้างบ้านใหม่&amp;nbsp; ชุมชนและหน่วยงานในท้องถิ่น&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; อบต.&amp;nbsp; เทศบาล&amp;nbsp; รวมทั้งภาคเอกชนจะช่วยกันสนับสนุนงบประมาณและวัสดุอุปกรณ์เพิ่มเติม&amp;nbsp; ใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 5-7 วันจนได้บ้านหลังใหม่&amp;nbsp; ถือเป็นกระบวนการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน&amp;nbsp; ทั้งภาครัฐ&amp;nbsp; เอกชน&amp;nbsp; และชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มอบงบประมาณซ่อมบ้านพอเพียงในระยองรวม 212&amp;nbsp; ครัวเรือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผอ.พอช. กล่าวด้วยว่า&amp;nbsp; โครงการบ้านพอเพียงชนบทปี 2563&amp;nbsp; จำนวน&amp;nbsp; 11,500 หลังทั่วประเทศ&amp;nbsp; ขณะนี้กำลังดำเนินการในทุกภูมิภาค&amp;nbsp; แยกเป็น&amp;nbsp; 1.ภาคเหนือ จำนวน 2,200 ครัวเรือน 2.ภาคอีสาน 2,700 ครัวเรือน 3.ภาคกลางและตะวันตก 2,200 ครัวเรือน &amp;nbsp; 4. กรุงเทพฯ ปริมณฑลและตะวันออก 2,200 ครัวเรือน และ 5.ภาคใต้ 2,200 ครัวเรือน งบประมาณไม่เกินครัวเรือนละ 19,000 บาท รวมงบประมาณทั้งสิ้น 218,500,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;โครงการบ้านพอเพียงชนบท เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปีงบประมาณ 2560 ปัจจุบัน (มกราคม 2563) ดำเนินการซ่อมสร้างแล้วเสร็จ &amp;nbsp; รวม 39,194 ครัวเรือน ในพื้นที่ 2,391 ตำบล ใช้งบประมาณ 713 ล้านบาทเศษ ส่วนในปี 2563 &amp;nbsp;จำนวน 11,500&amp;nbsp; ครัวเรือน&amp;nbsp; ตามแผนงานจะดำเนินการแล้วเสร็จทั้งหมดภายในเดือนมิถุนายนนี้&amp;rdquo;&amp;nbsp; นายสมชาติกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มอบความช่วยเหลือให้แก่ผู้ด้อยโอกาส&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56084</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.), จุติ ไกรฤกษ์, ที่อยู่อาศัย, นายสมชาติ  ภาระสุวรรณ, บ้าน, บ้านพอเพียง, สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200202/image_big_5e36c0b39d3c2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
