<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>106555</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/06/2021 12:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/06/2021 12:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ได้คืบเอาศอก!สมยศยื่นขอถอดกำไลEM </HEADLINE>
                <CONTENT>



&lt;p&gt;16 มิ.ย.64 - ที่ศาลอาญา นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข กับพวก รวม 6 คน ซึ่งเป็นผู้ต้องหากลุ่มรีเด็มที่ศาลกำหนดเงื่อนไขการปล่อยชั่วคราวโดยให้ใส่กำไล EMเดินทางมาพร้อมทนายความ ได้ยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอถอดกำไล EM&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมยศ กล่าวว่า ตลอดระยะเวลาในช่วงที่ติดกำไลอีเอ็ม ยังไม่มีการกระทำความผิดใด ๆ เกิดขึ้น และอยู่ในเงื่อนไขของศาล ทั้งนี้การติดกำไลอีเอ็ม นั้น เป็นการจำกัดเสรีภาพเราเกินควร เนื่องจากมีการวางเงินประกันแล้ว และปฎิบัติตามเงื่อนไขของศาลมาโดยตลอด ซึ่งให้ไม่สามารถดำรงชีวิตตามปกติได้และไม่ได้รับความสะดวก
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106555</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มรีเด็ม, การปล่อยชั่วคราว, กำไล EM, นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210425/image_big_6084bda8eb2fa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>103690</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/05/2021 14:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/05/2021 14:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แกนนำ 3 นิ้ว ร้องยธ.แก้ปัญหาโควิดในเรือนจำ จี้&#039;สมศักดิ์&#039;อย่าโทษม็อบนำเชื้อแพร่ในคุก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
21 พ.ค.64&amp;nbsp; -&amp;nbsp; เมื่อเวลา 11.00 น. ณ บริเวณด้านหน้าอาคารกระทรวงยุติธรรม (ยธ.) ว่าที่ ร.ต.ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ เลขานุการ รมว.ยธ. พร้อมด้วย นายวัลลภ นาคบัว รองปลัด ยธ. และในฐานะโฆษก ยธ. รับเรื่องจากกลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย นำโดย นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข , น.ส.วรรณวลี ธรรมสัตยา , น.ส.ณัฏฐธิดา มีวังปลา , นายเอกชัย หงษ์กังวาน เพื่อเรียกร้องให้กระทรวงยุติธรรมแก้ปัญหาโควิด-19 ในเรือนจำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมยศ กล่าวว่า สืบเนื่องเมื่อวันที่ 17 พ.ค.ที่ผ่านมา นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยธ. ได้แถลงข่าวถึงสาเหตุการแพร่ระบาดเชื้อโควิดในเรือนจำ มาจากกลุ่มนักโทษการเมือง 7 คน ไม่ให้ความร่วมมือตรวจโควิด เมื่อวันที่ 15 มี.ค.64 ในเวลายามวิกาลนั้นเป็นข้อมูลไม่ครบถ้วนเพราะทุกคนกลัวไม่ได้รับความปลอดภัย รวมทั้ง กรมราชทัณฑ์ยังปฏิเสธว่า น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือ รุ้ง ไม่ได้ติดเชื้อโควิดในเรือนจำ ก่อนมาแพร่เชื้อให้คนในครอบครัว ซึ่งจริงแล้วในทัณฑสถานหญิงกลางมีผู้ติดเชื้อเป็นจำนวนมากแต่กลับถูกปกปิดข้อมูล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมยศ กล่าวอีกว่า วันนี้ในตัวแทนกลุ่มจึงข้อเรียกร้องแก้ปัญหาในเรือนจำ 10 ข้อ คือ 1.ให้กระทรวงยุติธรรมและกรมราชทัณฑ์เปิดเผยข้อมูลการแพร่ระบาดอย่างตรงไปตรงมา ซึ่งหากไม่มีข่าวนักโทษแกนนำการเมืองติดเชื้อ สาธารณชนก็จะไม่มีวันทราบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในเรือนจำ 2.ส่งบุคลากรสาธารณสุขมาช่วยควบคุมการแพร่ระบาดเชื้อในเรือนจำ ดีกว่าคาดโทษเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ที่ไม่สามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้ และเพิ่มเบี้ยเลี้ยงเจ้าหน้าที่ควบคุมนักโทษเพราะได้ทำงานล่วงเวลาและเสี่ยงภัยในการปฏิบัติหน้าที่ 3.ลดความแออัดในเรือนจำ จากจำนวน 3 แสนรายให้เหลือ 2 แสนราย หรือติดกำไลEM ผู้ต้องขังกลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้สูงอายุและผู้พิการผู้ป่วยจิตเวช รวมทั้ง จ่ายเงินชดเชยเยียวยาผู้ติดเชื้อในเรือนจำ โดยคำนวณตามอัตราประกันภัยทั่วไปจากการโควิด-19 เพราะมาจากความบกพร่องและได้ประสิทธิภาพในการป้องกันโรคของหน่วยงานรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.ให้เปิดเผยความจริงและรายละเอียดการแพร่ระบาดในเรือนจำให้ญาติผู้ต้องขัง และสาธารณชนรับทราบ รวมทั้งจัดให้มีการ สื่อสารเยี่ยมญาติทางออนไลน์ให้นักโทษทุกคน 5.จัดหาวัคซีนให้กับเจ้าหน้าที่และนักโทษโดยเร็ว 6.ประสานงานให้ศาลยุติธรรมให้ประกันตัวผู้ถูกกล่าวหาทุกรายแทนการสั่งคุมขัง ให้ตำรวจทำการสอบสวนตามกระบวนการปกติ หลีกเลี่ยงการขอฝากขัง 7.จัดสวัสดิการพื้นฐานสำหรับผู้ถูกกักกันโรค เช่น การแจกหน้ากากอนามัย เจลล้างมือ หรือของใช้จำเป็นสำหรับผู้หญิง คือ ผ้าอนามัยให้เพียงพอ และปรับปรุงคุณภาพอาหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8.กรณีผู้ต้องขังที่ติดเชื้อที่รักษาอยู่ในห้องขังให้ส่งตัวไปรักษายังสถานพยาบาลอื่นๆ เพื่อลดความแออัดของผู้ป่วยในทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ 9.จัดการสาธารณูปโภคให้เพียงพอเช่น ไฟฟ้า น้ำประปา และผ้าห่มนอน และ 10.จัดยารักษาโควิดให้เพียงพอกับผู้ป่วยในเรือนจำ รวมทั้งอำนวยความสะดวกการปล่อยตัวนักโทษที่ติดเชื้อและติดตามผลหลังการปล่อยตัวไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน น.ส.วรรณวลี กล่าวว่า อยากให้ทางเรือนจำได้มีการให้ความรู้แก่ผู้ต้องขังรู้วิธีป้องกันเชื้อโควิดเพราะเป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน อีกทั้งทราบว่าหน้ากากอนามัยมีไม่พอใช้บางคนต้องนำมาซักและนำกลับมาใช้ใหม่ จึงอยากให้ราชทัณฑ์แจกสิ่งของจำเป็นเพียงพอแก่ผู้ต้องขังทุกคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนทาง นายเอกชัย กล่าวว่า ตนเชื่อว่ากรมราชทัณฑ์มีการปกปิดข้อมูลการเสียชีวิตของโควิด เพราะปกติในเรือนจำจะมีการเสียชีวิตจากสาเหตุต่างๆ จึงอยากให้เปิดเผยว่ามีผู้ป่วยหนักหรือน้อยจำนวนเท่าใด นอกจากนี้ อยากให้เปิดเผยผู้ติดโควิดในเรือนจำอื่นๆ นอกเหนือจาก 13 เรือนจำที่มีการเสนอข่าวไปก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ตาม การแพร่ระบาดเชื้อในเรือนจำคาดว่ามีมานาน แต่ทางกรมราชทัณฑ์และกระทรวงยุติธรรมกลับไม่นำเสนอข้อเท็จจริง เพื่อให้ผู้ต้องขังระวังตัว จนเกิดการระบาดเป็นคลัชเตอร์ใหญ่ จากประสบการณ์ที่เคยถูกคุมขัง และรับทราบข้อมูลจากผู้ต้องขังในคดีการเมืองด้วยกัน พบว่าในเรือนจำสภาพแวดล้อมไม่เอื้ออำนวยต่อการรักษาผู้ป่วย เนื่องจากยังมีความแออัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ ว่าที่ ร.ต.ธนกฤต เปิดเผยว่า ตนได้รับมอบหมายจาก นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยธ. เป็นผู้แทนรับเรื่องเพื่อไว้พิจารณาซึ่งมีหลายข้อที่น่าสนใจ ซึ่งตั้งแต่ รมว.ยธ. มารับตำแหน่งได้พยายามแก้ปัญหาในเรือนจำมาตลอด ทั้งเรื่องคุณภาพอาหารหรือลดความแออัด และดูแลผู้ต้องขังที่หลากหลายคดีในภาพรวมไม่ใช่เพราะคดีการเมือง กระทั่งมีการแพร่ระบาดโควิดในเรือนจำ ซึ่งก็ยอมรับในข้อบกพร่องที่ต้องใช้เวลา และที่สำคัญคืองบประมาณการสนับสนุน แต่จะเร่งแก้ไขโดยด่วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103690</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมราชทัณฑ์, คลัสเตอร์เรือนจำ, นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข, ว่าที่ ร.ต.ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์, แกนนำ3นิ้วติดโควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210521/image_big_60a75966c0b88.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>89878</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/01/2021 07:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/01/2021 07:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อดีตนักโทษการเมืองตะลึง!ตร.จับมือมืดติดป้ายยกเลิกม.112เป็นเด็กหญิงอายุแค่15,18ขวบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
15 ม.ค.64 -นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข&amp;nbsp; แกนนำกลุ่ม 24 มิถุนายน และแนวร่วมกลุ่มราษฎร 2563&amp;nbsp; อดีตนักโทษการเมือง ตามมาตรา 112 โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก มีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตำรวจชัยนาทดักจับ &amp;quot;มือมืด&amp;quot; ติดป้ายผ้ายกเลิก ม.112 ตะลึงเป็นเด็กหญิงอายุแค่ 18ขวบ&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนที่สมุทรปราการ เจอมือมืดเป็นเด็กหญิง 15 ขวบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(15.1.64 เวลา 23.00)ตำรวจชัยนาท แกะรอย มือมืดติดป้ายผ้าขนาดใหญ่ที่สะพานข้ามถนน(สะพานลอยรถบัส) ในอำเภอเมือง จ.ชัยนาท ทำการตรวจตรากันตลอด 24 ชั่วโมง&amp;nbsp; จนสามารถดักจับได้หนึ่งรายก่อนลงมือ เป็นเด็กนร.หญิงอายุ 18 ขวบ อยู่จังหวัดชัยนาท เป็นแกนนำ คณะราษฎร จ.ชัยนาทขับรถยนต์ส่วนตัวมาถึงสะพานข้ามถนนในอำเภอเมือง&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตำรวจเข้าตรวจค้น ยึดป้ายผ้าข้อความ &amp;quot;ยกเลิกมาตรา 112&amp;quot; จำนวน 3 ผืน และแผ่นปลิวข้อความต่างๆขนาด&amp;nbsp; A4 อ้างว่าการติดป้ายข้อความต้องขออนุญาตก่อน แล้วปล่อยตัวไป โดยมีรถยนต์คันหนึ่งวิ่งประกบรถของเด็กหญิงดังกล่าวมาจนถึง จ.สิงห์บุรี จึงได้หยุดติดตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในขณะที่ สยามพารากอน และ ไอคอน สยาม และเซ็นทรัลเวิล์ด ยามรักษาความปลอดภัยได้ตรวจตราประตูทางเข้าทุกจุด พร้อมกับภาพถ่ายบุคคลต้องห้าม เป็นเด็กนักเรียนหญิงชั้นมัธยมจากโรงเรียนชื่อดังในกรุงเทพ อายุ 15ขวบ จำนวน 5 คน&amp;nbsp; ซึ่งนำป้ายผ้ายกเลิก ม.112ขนาดใหญ่เข้าไปติดตั้งภายในสยามพารากอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่จ.สมุทรปราการ ตำรวจดักจับมือมืดติดป้ายผ้า ยกเลิก ม. 112 ที่สะพานข้ามถนน บริเวณซ.แบริ่ง เป็นเด็กหญิงอายุ 14 ขวบ และ 15 ขวบ&amp;nbsp; ชั้น ม. 2และ ม.3 เรียนอย่ที่โรงเรียนสตรีแห่งหนึ่งในจ.สมุทรปราการ ตำรวจ ยึดป้ายผ้า คัดเตอร์และเชือก 1 ม้วนแล้วปล่อยตัวไป ( 14.1.64)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในขณะที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติออกคำสั่งให้ตำรวจทั่วประเทศเฝ้าตรวจตราพระบรมฉายาลักษณ์รัชกาลที่ 10 และพระราชินี เพื่อป้องกันไม่ให้ถูกมือมืด พ่นสีใส่ และนำป้ายข้อความหรือรูปภาพหมิ่นพระบรมเดชานุภาพไปติดตั้งบนพระบรมฉายาลักษณ์ ซึ่งเกิดขึ้นหลายแห่งในหลายจังหวัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งพระบรมฉายาลักษณ์ที่บางปู เหตุเกิดเมื่อวันที่ 7 มค.64 โดยตร.กระจายกำลังเฝ้าติดตามบุคคลต้องสงสัยทั้งในกรุงเทพและสมุทรปราการหลายคนด้วยกัน (15.1.64)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89878</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มคณะราษฎร, นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข, ยกเลิกมาตรา 112</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201208/image_big_5fcf8dd944c0e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>82628</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/11/2020 10:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/11/2020 08:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลปล่อยยกก๊วน &#039;อานนท์- สมยศ- เอกชัย- สุรนาถ&#039; ออกจากคุกแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 พ.ย.63 - &amp;nbsp; เมื่อวันที่ 2 พ.ย. ที่ศาลแขวงดุสิต ศาลอ่านคำพิพากษาคดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีศาลแขวง 3 (ดุสิต) เป็นโจทก์ฟ้องนายอานนท์ นำภา, น.ส.ชลธิชา แจ้งเร็ว, นายกรกช แสงเย็นพันธ์, นายอานันท์ ลุ่มจันทร์, นายโชคชัย ไพบูลย์รัชตะ, นายเอฐ์เรียฐ์ ฟอฟิ และนายปิยรัฐ จงเทพ กลุ่มแกนนำและผู้ชุมนุมคณะราษฎร 2563 เป็นจำเลยที่ 1-7 ในความผิดต่อ พ.ร.บ.รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ร.บ.จราจรทางบก และพ.ร.บ.ควบคุมการโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โจทก์ฟ้องจำเลยทั้ง 7 และให้การรับสารภาพ ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าเมื่อวันที่ 24 มิ.ย.2563 จำเลยที่ 1-7 ร่วมกันกางจอภาพสีขาว มีเสาด้านข้างวางหมุดคณะราษฎรลงบนทางเดินรถ วางเครื่องฉายโฮโลแกรมบนทางเท้าถนนราชดำเนินกลาง บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิป ไตย แล้วฉายโฮโลแกรมอ่านประกาศของคณะราษฎรลงบนจอภาพ &amp;quot;ลบยังไง ก็ไม่ลืม&amp;quot; อันเป็นการตั้ง วาง กองวัตถุ หรือสิ่งของ สิ่งใดสิ่งหนึ่ง หรือกระทำด้วยประการใดๆ บนถนน ทาง ซึ่งมิใช่บริเวณที่เจ้าพนักงานท้องถิ่น หรือพนักงานเจ้าหน้าที่ประกาศกำหนดด้วยความเห็นชอบของเจ้าพนักงานจราจร มีลักษณะกีดขวางการจราจร กีดขวางทางสาธารณะ จนอาจเป็นอุปสรรคต่อความปลอดภัย หรือความสะดวกในการจราจร อันเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลพิพากษาว่าจำเลยที่ 1 มีความผิดหลายกรรม ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ฐานร่วมกันตั้ง วาง กองวัตถุใดๆ บนถนนโดยไม่ได้รับอนุญาตฯ หรือกระทำด้วยประการใดๆ ในลักษณะที่เป็นการกีดขวางการจราจรฯ เป็นการกระทำความผิดกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานร่วมกันตั้งวางกองวัตถุใดๆ บนถนนโดยไม่ได้รับอนุญาตฯ ซึ่งเป็นบทหนักสุด ปรับจำเลยที่ 1 จำนวน 1,000 บาท ฐานใช้เครื่องขยายเสียงด้วยกำลังไฟฟ้าโดยไม่ได้รับอนุญาต ปรับ 200 บาท รวมปรับจำเลยที่ 1 จำนวน 1,200 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนจำเลยที่ 2-7 มีความผิดฐานร่วมกัน ตั้ง วาง กองวัตถุใดๆ บนถนนโดยไม่ได้รับอนุญาตฯ หรือกระทำด้วยประการใดๆ ในลักษณะที่เป็นการกีดขวางการจราจรฯ เป็น การกระทำความผิดกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานร่วมกันตั้งวางกองวัตถุใดๆ บนถนนโดยไม่ได้รับอนุญาตฯ ซึ่งเป็นบทหนักสุด ปรับจำเลยที่ 2-7 คนละ 1,000 บาท จำเลยทั้ง 7 ให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงปรับจำเลยที่ 1 จำนวน 600 บาท คงปรับจำเลยที่ 2-7 คนละ 500 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ศาลแขวงปทุมวัน พนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน ยื่นผัดฟ้องฝากขังน.ส.ปนัสยา หรือรุ้ง สิทธิจิรวัฒนกุล จำนวน 2 สำนวน คดีความผิดตาม พ.ร.บ.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2558 จากกรณีนำมวลชนร่วมชุมนุมที่สกายวอล์ก สี่แยกปทุมวัน กทม. วันที่ 5 มิ.ย. และวันที่ 22 มิ.ย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลพิเคราะห์คำร้อง คำคัดค้านข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าผู้ต้องหาคดีนี้ถูกกล่าวหาว่าร่วมกันกระทำความผิดกับผู้ต้องหาอื่นอีก 2 คน รวมเป็น 3 คน การสอบสวนได้เสร็จสิ้นแล้ว โดยส่งสำนวนการสอบสวน ผู้ต้องหาที่ร่วมกระทำความผิดอีก 2 คน ไปให้พนักงานอัยการฟ้องคดี สำหรับผู้ต้องหาคดีนี้เหลือเพียงรอผลการตรวจสอบประวัติ การกระทำความผิดเท่านั้น ประกอบกับ ผู้ต้องหายังเป็นนักศึกษามีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง ไม่ปรากฏว่ามีเหตุอันควรเชื่อว่าจะหลบหนี หรือจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน หรือ ก่อเหตุอันตรายประการอื่น จึงยังไม่มีความจำเป็นให้คุมขังไว้ จึงยกคำร้องขอฝากขัง โดยอนุญาตให้ผัดฟ้องได้ 6 วัน และให้ เพิกถอนหมายจับผู้ต้องหาออกจากฐาน ข้อมูล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากกรณีศาลอาญากรุงเทพใต้ไม่เห็นควรอนุมัติหมายจับ น.ส.ภัสราวลี หรือมายด์ ธนกิจวิบูลย์ผล อายุ 25 ปี, นายกรกช แสงเย็นพันธ์ อายุ 28 ปี, นายชนินทร์ วงษ์ศรี อายุ 20 ปี, นายชลธิศ โชติสวัสดิ์ อายุ 21 ปี และน.ส.เบนจา อะปัญ อายุ 21 ปี ตามที่ตำรวจยื่นคำร้องขอ สืบเนื่องจากผู้ต้องหาร่วมกันชุมนุมหน้าสถานทูตเยอรมนีประจำประเทศไทย โดยศาลเห็นว่าทั้ง 5 คนยังเป็นนักศึกษา และให้ออกหมายเรียกตามปกติแทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกรณีพนักงานสอบสวน สภ.เพ อ.เมือง จ.ระยอง ดำเนินคดีนายภาณุพงศ์ หรือไมค์ จาดนอก สืบเนื่องจากชูป้ายประท้วง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ขณะไปตรวจสถานการณ์โควิด จ.ระยอง เมื่อวันที่ 15 ก.ค.นั้น นายธีรพันธ์ พันธ์คีรี ทนายความศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน แจ้งว่าศาลแขวงระยองไต่สวน และคำสั่งยกคำร้องขอฝากขัง ไม่อนุญาตให้ตำรวจนำตัวไปควบคุม หรือขัง โดยศาลให้เหตุผล ว่าการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมของ ผู้ต้องหา เป็นขั้นตอนที่ดำเนินการได้โดยไม่จำเป็นต้องควบคุมผู้ต้องหา และปัจจุบัน ผู้ต้องหาเข้ารับการรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล จึงไม่มีพฤติการณ์หลบหนี หรือจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน จึงให้ยกคำร้องขอฝากขัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันเดียวกัน เวลา 17.00 น. ศาลอาญายกคำร้องขอฝากขังนายสมยศ พฤกษาเกษมสุข, นายเอกชัย หงส์กังวาน, นายสุรนาถ แป้นประเสริฐ และนายอานนท์ นำภา ภายหลังทั้ง 4 ถูกคุมขังเกือบ 20 วัน โดยทั้งหมดได้รับการปล่อยตัวที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครในช่วงค่ำที่ 2 พ.ย.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82628</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข, นายเอกชัย หงส์กังวาน, ปล่อยตัว, ม็อบ, อานนท์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201103/image_big_5fa0ac3e844d5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79605</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/10/2020 07:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/10/2020 07:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โลกกลม!อดีตนักโทษม.112 เล่าทั้งน้ำตาลูกสาวเป็นอดีตแฟน&#039;วันเฉลิม&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
6 ต.ค.63- นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข แกนนำกลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย อดีตนักโทษความผิดม.112 &amp;nbsp;โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Somyot Pruksakasemsuk ว่า น้ำตาไหลอีกแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นี่ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ต้องสูญเสียน้ำตาอีกครั้ง เราสองคนพ่อ-ลูกตกอยู่ในสภาพของความสูญเสียคนรักอันเนื่องมาจากการเมืองอำมหิต ไม่เคยบอกใครเรื่องนี้มาก่อน เพราะอยากจะให้เวลาได้ปลอบประโลมและเยียวยาความเจ็บปวดในครั้งนี้ จนกระทั่งลูกสาวคนนี้ตัดสินใจบอกเรื่องราวของวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ หรือต้าร์ ให้กับมูลนิธิกระจกเงา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศูนย์ข้อมูลคนหาย มูลนิธิกระจกเงา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ตุลาคม เวลา 20:25 น. &amp;bull;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เจอพี่ต้าร์ครั้งแรกเมื่อ 7 ปีที่แล้ว ตอนนั้นมีการเลือกตั้งผู้ว่ากรุงเทพฯ หนูได้ไปทำงานเป็นทีมแคมเปญของผู้สมัครท่านหนึ่ง แล้วได้เจอกันที่นั่น พี่ต้าร์เขาเป็นทีมดาต้า ทำข้อมูลอะไรพวกนี้ ก็รู้สึกว่า เขาเป็นรุ่นพี่ในที่ทำงานที่น่าเคารพ แล้วมันตลกมาก คือ หนูเป็นเด็กที่สุดในนั้น เหมือนเด็กฝึกงาน พวกพี่ๆเขาก็ไปกินข้าวด้วยกัน ก็เหลือหนูอยู่คนเดียว แล้วพี่ต้าร์เขาเข้างานไม่เป็นเวลา ส่วนใหญ่มาทำงานตอนเที่ยง ก็เจอหนูอยู่คนเดียว พวกพี่ๆเขาก็เแซว ก็เชียร์ บอกต้าร์พาน้องไปกินข้าวสิ เขาก็มาเทคแคร์มาจีบ
.
&amp;ldquo;พ่อหนูติดคุกคดีอาญามาตรา 112 ตอนหนูเรียนมัธยม ทำให้ตัวหนูเริ่มสนใจเรื่องการเมือง หนูก็ชอบคนที่สนใจเรื่องการเมืองเหมือนกัน แล้วพี่ต้าร์เขามีภาวะผู้นำ เป็นคนมีความรู้ กล้าแสดงออกมีความเป็นผู้ใหญ่ อายุเราห่างกัน 12 ปีนะ แต่เขาสามารถเข้าสังคม เข้ากับเพื่อนๆหนูได้ เพื่อนๆ รู้จักพี่ต้าร์กันหมดเลย แล้วคนอื่นอาจมองว่า พี่ต้าร์เป็นคนร่าเริง เข้ากับคนง่าย แต่สำหรับหนู เขาเป็นคนร่าเริงเกินคนทั่วไป เบอร์ใหญ่มาก สามารถเข้าหาได้ทุกคน ทุกแบบ นั่นคือตัวเขา
.
&amp;ldquo;จริงๆ พี่ต้าร์ก็มีมุมอื่นที่คนไม่ค่อยเห็น มีจุดเศร้า เหนื่อย ท้อ เสียใจ เขาไม่ค่อยแสดงออกกับคนอื่นแต่หนูได้เห็น ถ้ามีใครเห็นมุมนี้ของเขา นั่นคือ ความเศร้าที่เขายังพอโอเคกับมัน แต่สำหรับหนู เมื่ออยู่ด้วยกัน มันเป็นความเศร้าในเวอร์ชั่นร้องไห้ด้วยกันสองคน โดยเฉพาะช่วงปี 2019 มันเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากสำหรับเราทั้งคู่ เมื่อความสัมพันธ์มันไม่สามารถเดินหน้าไปยังอนาคตที่เป็นครอบครัวได้
.
&amp;ldquo;หนูรู้สึกไม่อยากไปต่อแล้วนะ หนูบอกเขาว่าหนูไม่โอเคแล้ว หนูอยากเห็นอนาคตที่เป็นรูปธรรม อยากสร้างครอบครัว พี่ต้าร์ก็ร้องไห้ เขาก็เสียใจที่ทำให้เราไม่ได้ ยังไงก็ทำให้ไม่ได้ ด้วยสถานะที่เป็นอยู่ ด้วยเหตุผลทางการเมืองนี่แหละ มันหาทางออกไม่ได้ หนูอยากมีอนาคต มีครอบครัวแบบปกติทั่วไป หนูก็มีความฝันของตัวเอง ความเป็นผู้ลี้ภัยของเขามันต้องเสียสละอยู่ตลอด
.
&amp;ldquo;ก่อนหน้านั้น หนูไปใช้ชีวิตกับพี่ต้าร์ที่นั่นมาปีสองปีเลยนะ ตอนนั้นไปเรียนปริญญาโทเป็นโครงการความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยฝรั่งเศสกับกัมพูชา ในประเด็นเอเชียศึกษาประวัติศาสตร์เขมรโบราณ ก็ใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นเลย การเป็นผู้ลี้ภัยตามความหมายในแต่ละคนมันแตกต่างกันนะ ขึ้นอยู่กับว่าคนถามว่าเป็นใคร มันมีทั้งผู้ลี้ภัยแบบเป็นทางการ และแบบที่ไม่เปิดเผย มันมีรายละเอียดในแต่ละเคส ซึ่งก็คือคนที่ไม่มีสิทธิทางพื้นที่อย่างแท้จริง ไม่สามารถเลือกที่อยู่ในไทยได้ ต้องออกจากประเทศตัวเองแล้ว มันต้องไปรอประเทศที่สอง ก่อนที่จะได้ไปประเทศที่สาม ผู้ลี้ภัยที่ยังติดอยู่ประเทศที่สอง รอการไปประเทศที่สาม ยังมีเยอะมาก บางคนอาจไปได้แต่ก็เลือกที่จะไม่ไป เพราะเขาคุ้นเคยกับการใช้ชีวิตในแถบนี้ บางคนพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ การจะใช้ชีวิตในยุโรปมันก็ไม่ง่ายนัก ยังมีอาชีพที่ต้องทำมาหากินเลี้ยงตัวเอง การอยู่ใกล้ประเทศไทยมันก็ง่ายต่อการใช้ชีวิต
.
&amp;ldquo;หนูคิดว่าที่พี่ต้าร์ ไม่ยอมไปประเทศที่สาม ส่วนหนึ่งเป็นเพราะตัวหนูด้วย สมัยก่อนตอนที่ยังไม่ย้ายไปอยู่ด้วยกันที่นั่น หนูบินไปหาเขาเกือบทุกเดือน พี่ต้าร์เคยถามหนูว่า ถ้าย้ายไปอยู่ฝรั่งเศสเราจะยังไงกันต่อ ก็ทะเลาะกันเลย เพราะการจะได้เจอกันมันคงไม่ง่ายนักแบบที่เขมร เขาเคยบอกนะว่าที่พี่ยังอยู่ที่นี่ก็เพราะเรานั่นแหละ อีกส่วนหนึ่งคือ เขารู้สึกใกล้ชิดกับเพื่อนกับครอบครัว อยู่ที่นั่นมันง่าย แล้วพี่ต้าร์เขาชอบกินอาหารแถบเอเชีย เขาไม่ชอบกินอาหารยุโรปเลย
.
&amp;ldquo;พี่ต้าร์เขาค่อนข้างมั่นใจ ว่าเขาอยู่ที่นั่นได้ ไม่ได้อันตรายอะไร คิดว่าไม่มีอะไร แต่เราเคยคิดกันนะ ว่าถ้าเกิดเหตุการณ์แบบนี้จะทำยังไง แต่มันก็พูดก็คิดกันแบบขำๆ เพราะคิดว่ามันไม่มีอะไร แต่แล้วมันก็เกิดขึ้น หนูรู้จักพี่ต้าร์ดีมากที่สุดคนหนึ่งนะ หนูเคยอยู่กับเขา อยู่ที่คอนโดที่เขาหายไป หนูจินตนาการเรื่องอื่นไม่ออกเลยว่าเขาจะหายไปจากการหนีไปเองหรือเรื่องส่วนตัวได้อย่างไร ถ้าไม่ใช่การถูกอุ้ม
.
&amp;quot;ตอนที่หนูรู้ข่าวว่าพี่ต้าร์หายไป หนูก็งงไปหมด ไม่รู้จะโทรให้ใครช่วย การหายไปของพี่ต้าร์ มันส่งผลกระทบต่อตัวหนู แม้เราจะบอกเลิกกันไปแล้ว หนูต้องกลับไปพบจิตแพทย์ นอนไม่หลับ หลับก็ฝันถึงเขา บางทีก็มีร้องไห้ออกมา มันส่งผลกระทบต่อแนวคิดในการใชัชีวิตของหนูเลย เหมือนมีหลุมดำบางอย่างในชีวิต
.
&amp;ldquo;บางทีลึกๆ เคยหวังว่าจะได้เจอกันอีก ถ้าเราเลิกกันแล้ว หนูก้าวเดินไปข้างหน้าได้ มันคงดีกว่านี้ แต่มันคือการบอกเลิกที่ยังมีเยื่อใยต่อกัน ลึกๆยังรักและห่วงเขา แต่มันบอกเขาไม่ได้แล้ว เขาไม่อยู่แล้ว หนึ่งเดือนก่อนเขาหายไป ยังได้คุยกัน พี่ต้าร์ถามว่า ถ้าเขาได้กลับมาประเทศไทย เราจะกลับมาคบกันเหมือนเดิมได้มั้ย หนูตอบกลับไปว่ารอให้วันนั้นมาถึงก่อนเถอะ ก็เสียใจที่มันเป็นบทสนทนาสุดท้ายแบบนั้น มันไม่ใช่อนาคตที่เราเดินออกมาเพื่อตามหา มันไม่มีแล้ว
.
&amp;ldquo;ช่วงที่เลิกกันจนถึงวันที่เขาหายไป มันเป็นเวลาที่หนูเสียดายนะ แต่มันก็ย้อนเวลากลับไปไม่ได้ มันมีแต่สิ่งที่คิดว่า ถ้าเป็นอย่างนั้น ถ้าเป็นแบบนี้ ถ้าคิดให้มากกว่านี้ ถ้าๆๆ... แต่มันก็ทำอะไรไม่ได้เลย เอาจริงๆหนูไม่คิดว่าจะได้เจอเขาแล้วนะ แต่หนูจะไม่พูดกับคนที่กำลังมีความหวังแบบนี้นะ แค่หนูไม่อยากเป็นคนที่เฝ้ารออะไรแบบนี้ มันทรมานมากนะ ถ้าไม่คิดแบบนี้ หนูคงยืนอยู่ไม่ได้แล้ว ไม่สามารถใช้ชีวิตต่อไปได้อีกแล้ว ถ้าต้องอยู่บนความหวังว่า เขายังอยู่และรอเพื่อจะได้กลับมาเจอกัน
.
&amp;ldquo;หนูอยากให้ผู้ลี้ภัยคนอื่นๆ ได้มีวันข้างหน้าที่ดีกว่านี้ ไม่ใช่แบบนี้ อยากให้เขามีชีวิตที่ดี อยากให้เขาอย่างน้อย ๆ มีสิทธิ์เลือกที่จะอยู่ที่ไหนก็ได้ที่เขาอยากอยู่ อยากเห็นทุกคนได้กลับมาสู้ด้วยกัน ถ้าทุกคนอยู่พร้อมหน้าพร้อมตามันจะดีกว่านี้ อยากให้พวกเขาได้กลับบ้าน หนูไม่อยากให้มีใครต้องถูกอุ้มหายไปอีก ไม่อยากให้มีเหตุการณ์แบบนี้อีก หนูรู้สึกสูญเสียช่วงวัยเยาว์ สูญเสียความฝันทุกอย่างไปเลย&amp;rdquo;
&amp;mdash;&amp;mdash;
-ประกายดาว พฤกษาเกษมสุข -
อดีตคนรักของต้าร์ วันเฉลิม
&amp;mdash;&amp;mdash;
#พรุ่งนี้จะครบรอบสี่เดือนเต็มที่ต้าร์หายไป
คนหาย
ชื่อ :นายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์
ชื่อเล่น : ต้าร์ อายุ : 38 ปี
สัญชาติ : ไทย
สถานะ: ผู้ลี้ภัยทางการเมือง
วันที่หาย : 4 มิถุนายน 2563 เวลา 16.40 น.
สถานที่หาย : กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา
สาเหตุการหาย : คาดถูกบังคับให้สูญหาย.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79605</URL_LINK>
                <HASHTAG>นักโทษม.112, นายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์, นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข, ลูกสาว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201006/image_big_5f7bb6232c9bf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69047</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/06/2020 12:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/06/2020 12:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;กลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย&#039; บุกทำเนียบฯ &#039;เพนกวิน&#039; ตะโกนลั่นยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 มิ.ย.63 - ที่บริเวณประตู 3 ทำเนียบรัฐบาล กลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย, คณะประชาชนเพื่ออิสรภาพ (คปอ.), แนวร่วมนิสิต นักศึกษา และประชาชน นำโดย นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข, นายโชติศักดิ์ อ่อนสูง และนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ ทำกิจกรรมอ่านแถลงการณ์ โดยนายพริษฐ์ ปราศรัยเรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน &amp;nbsp;เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจอย่างเร่งด่วน ด้วยการขยายเงินเยียวยา 5,000 บาทไปจนถึงสิ้นปีนี้ และขยายประโยชน์ทดแทนการหยุดงานชั่วคราวจาก 62 เปอร์เซ็นต์ เป็น 75 เปอร์เซ็นต์ ไปจนถึงสิ้นปีนี้ รวมทั้งประกันรายได้คนตกงานในอัตราค่าจ้างขั้นต่ำทุกคน ลดเงินค่าลงทะเบียนระดับมหาวิทยาลัยลงอีก 50 เปอร์เซ็นต์ เพิ่มเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเป็นเดือนละ 3,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายพริษฐ์ และสมาชิกกลุ่มแนวร่วมต่างๆได้ตะโกนพร้อมกัน 3 ครั้ง ว่า &amp;ldquo;ยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน&amp;rdquo; และกล่าวว่า ที่ผ่านมารัฐได้ยกเลิกเคอร์ฟิวไปแล้วซึ่งแสดงให้เห็นว่าการแพร่ระบาดไวรัสโควิดในประเทศไทยยังอยู่ในระดับที่ยังสามารถควบคุมได้ จึงไม่มีความจําเป็นที่จะต้องใช้พ.ร.ก. ฉุกเฉินอีกต่อไป การที่รัฐบาลยังคงประกาศใช้พ.ร.ก. ฉุกเฉินต่อไปอีกจะส่งผลกระทบทําให้เศรษฐกิจตกต่ำ ยิ่งไปอีกจะนำมาซึ่งความทุกข์ยากเดือดร้อนของประชาชน การจำกัด สิทธิเสรีภาพการแสดงความคิดเห็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนที่ประตูทางเข้าหน้าทำเนียบ กลุ่มแอมนาสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล จำนวน 10 คน ร่วมแจกจ่ายเอกสาร และอ่านแถลงการณ์เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีกัมพูชา มีการสอบสวนและนำตัวผู้ต้องสงสัยเข้าสู่กระบวนการพิจารณาอย่างเป็นธรรม และปฏิบัติตามอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการคุ้มครองบุคคลมิให้สูญหายเกี่ยวกับการหายตัวไปของนายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ ก่อนจะเดินทางกลับ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69047</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่ม 24 มิถุนา, นายพริษฐ์ ชิวารักษ์, นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข, พ.ร.ก.ฉุกเฉิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200618/image_big_5eeaf53683967.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67900</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/06/2020 15:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/06/2020 15:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สมยศ&#039;ฟันธง&#039;วันเฉลิม&#039;ตายแล้วเผยตร.ไทยไปหาที่บ้านอุบลฯก่อนโดนคนร้ายชาวเขมรอุ้มใส่รถหน้าคอนโด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
5 มิ.ย.63 - นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข แกนนำกลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย อดีตผู้ต้องหาตามความผิดมาตรา112 ได้โพสต์ข้อควาผ่านเฟซบุ๊ก กรณีมีกระแสข่าวนายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ ผู้ต้องหาถูกตำรวจไทยออกหมายจับ ข้อหาทำผิด พรบ. คอมพิวเตอร์ ถูกอุ้มที่กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีเนื้อหาดังนี้ &amp;nbsp;
หลับตาลงให้สนิทเถิดลูกรัก&amp;nbsp; แด่วันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์
ก่อนหน้านี้ไม่นาน ตำรวจไทยไปที่บ้านเขาที่จังหวัดอุบลราชธานี ถัดมาเพียงสัปดาห์เดียววันที่ 4 มิถุนายน 2563 เวลาราว 17.00 เขาถูกอุ้มจับใส่รถยนต์ ที่หน้าคอนโด มีคนพยายามเข้าไปช่วยแต่ถูกคนร้ายชักปืนขึ้นขู่&amp;nbsp; ริมถนน National Road 6&amp;nbsp; ในเขตอำเภอ Chrouy Chungvar กรุงพนมเปญ เพื่อนคนหนึ่งโทรศัพท์ขณะที่เขาโดนอุ้ม ได้ยินเสียงตึงตังของการดิ้นรนที่คาดว่า เขาอยู่ในรถแล้วถูกคลุมด้วยถุงดำ ทำให้เขาร้องออกมาว่า &amp;ldquo;หายใจไม่ออก&amp;rdquo;&amp;nbsp; คาดว่า คนร้ายเป็นชาวเขมรท้องถิ่น ที่นำรถยนต์มาจอดเฝ้าดูจนกระทั่ง&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;lsquo;Wanchalearm Satsaksit&amp;rsquo;&amp;nbsp; หรือ ต้า ลงจากคอนโดมาซื้อลูกชิ้นปิ้งหน้าร้านมินิมาร์ท ใช้เวลาเข้าไปชาร์ทตัวเขาไม่ถึง 10 นาที
ดูจากสภาพการอุ้มเช่นนี้ &amp;ldquo;ต้า&amp;rdquo; คงถึงแก่ชีวิตไปแล้ว
หลับตาลงให้สนิทเถิดลูกรัก ลูกของประชาชนคนไทย ผู้ซึ่งต่อสู้เพื่อ เสรีภาพ ประชาธิปไตย&amp;nbsp; จนถึงลมหายใจสุดท้าย
ขอวิญญาณ&amp;rdquo;ต้า&amp;rdquo; ไปสู่สุคติสัมปรายภพ
สมยศ พฤกษาเกษมสุข รายงาน 5.6.63&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67900</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์, นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข, ผิดพรบ.คอมพ์, ลี้ภัยการเมือง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190712/image_big_5d2864a4cb531.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
