<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>106039</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/06/2021 14:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/06/2021 14:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> กฟก. เผยอนุมัติโครงการฟื้นฟูฯ แล้วถึง 328 โครงการ รวมเงิน 172 ล้าน  ย้ำหากงบไม่พอ เตรียมโยกไปพิจาณาปีหน้า พร้อมสั่งสาขาจังหวัดติดตามดูแลต่อเนื่อง  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมยศ &amp;nbsp;ภิราญคำ &amp;nbsp;รองเลขาธิการรักษาการในตำแหน่งเลขาธิการสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร (กฟก.)เปิดเผยว่า สำหรับความคืบหน้าในการพิจารณาแผนและโครงการฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ที่องค์กรเกษตรกรสมาชิกได้ยื่นเสนอ ทางคณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรได้มีการประชุมและพิจารณาอนุมัติล่าสุดแล้วรวมจำนวน 328 โครงการ &amp;nbsp;งบประมาณรวม 172 ล้านบาท สำหรับขั้นตอนต่อไปของโครงการที่ได้รับการอนุมัติ ทางกองทุนฟื้นฟูฯ จะวางฎีกาเบิกเงินเพื่อให้สำนักบริหารกองทุนฯ โอนเงินไปที่สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรสาขาจังหวัด โดยทางสาขาจังหวัดจะจัดให้มีการประชุมร่วมกับตัวแทนกองค์กรเกษตรกรสมาชิก หรือเรียกว่า การปฐมนิเทศ เพื่อทำความเข้าใจพร้อมทำสัญญาเพื่อที่จะจ่ายงวดเงิน งวดงาน หลังจากนั้นองคกรเกษตรกรสมาชิก ไปดำเนินการตามแผนงานที่กำหนด และที่สำคัญต้องมีการจัดทำรายงานให้กับทางสาขาจังหวัดรับทราบถึงความคืบหน้า รวมถึงปัญหาอุสรรคที่เกิดขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;ldquo;จากที่กฟก.ได้เปิดให้องค์กรเกษตรกรสมาชิกได้ยื่นเสนอแผนงานและโครงการฯ ปรากฏว่าได้รับความสนใจและมีการยื่นเสนอเป็นจำนวนมาก โดยตั้งแต่ปลายปี 2563 เป็นต้นมาจนถึงต้นปี 2564 &amp;nbsp;มีองค์กรเกษตรกรสมาชิกยื่นมา ซึ่งแยกเป็นประเภทกิจกรรมได้ถึง 18 ประเภทรวมทั้งสิ้น 1,800 โครงการ รวมเป็นงบประมาณทั้งหมด 12,000 ล้านบาท ซึ่งถือว่ามีจำนวนมากและเกินงบประมาณที่กฟก.ได้รับการจัดสรรมา คือ 340 ล้าน ดังนั้น จึงต้องขอทำความเข้าใจกับเกษตรกรสมาชิกว่า กฟก.จำเป็นต้องมีการพิจารณาตามความสำคัญและอยู่ในงบประมาณที่กำหนด ซึ่งโครงการที่ไม่ได้รับการอนุมัติในปีงบประมาณ 2564 จะขอนำไปพิจารณาอนุมัติในปีงบประมาณ 2565 ต่อไป&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายสมยศ กล่าวต่อไปว่า สำหรับในการติดตามผลการดำเนินโครงการที่ได้รับการอนุมัตินั้น ทางกฟก. ได้มอบหมายให้สาขาจังหวัดเป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินการ ซึ่งจะมีการติดตาม ตรวจเยี่ยมอย่างต่อเนื่อง พร้อมการเข้าไปให้ข้อแนะนำต่าง ๆ โดยเป็นการทำงานแบบบูรณาการร่วมกับคณะอนุคณะกรรมการที่มีอยู่แต่ละสาขาจังหวัด ถ้ามีปัญหาจะได้เข้าไปช่วยแก้ไข อีกทั้งจะเป็นการประเมินในเบื้องต้นของแต่ละโครงการด้วยว่า ประสบความสำเร็จหรือไม่ และหากมีปัญหาที่จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ไม่ประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย ก็จะมีการเข้าไปช่วยเหลืออย่างเต็มที่ ส่วนในกรณีที่โครงการที่ได้รับการอนุมัติ ประสบปัญหาไม่สามารถดำเนินให้ประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย และอาจต้องยกเลิกโครงการหรือไม่นั้น ส่วนนี้จะต้องมีการพิจารณาเป็นกรณีไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;ldquo;อีกประการที่ต้องขอความร่วมมือจากองค์กรเกษตรกรสมาชิกที่ได้รับการอนุมัติโครงการที่เกี่ยวกับการเลี้ยงโคและกระบือว่า ขอให้ชะลอการเบิกจ่ายเงินในการดำเนินการในช่วงนี้ก่อน อันเป็นผลสืบเนื่องมาจากการการระบาดของโรคลัมปี สกิน ซึ่งมีการระบาดรุนแรงและทำให้โคกระบือป่วยเป็นจำนวนมาก ดังนั้นเพื่อลดความเสี่ยงจากความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากการระบาดของโรคดังกล่าว จึงขอให้ชะลอก่อน และหากสถานการณ์กลับมาเป็นปกติ สามารถควบคุมการระบาดได้เป็นผลสำเร็จ แล้วค่อยกลับมาเริ่มดำเนินการใหม่&amp;rdquo; &amp;nbsp;นายสมยศกล่าวในที่สุด.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106039</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายสมยศ  ภิราญคำ, สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร (กฟก.)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210611/image_big_60c3156eea72e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
