<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119175</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/10/2021 18:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/10/2021 18:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มท.1 ตรวจเยี่ยมการให้ความช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบอุทกภัย พื้นที่จังหวัดขอนแก่น </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้ (8 ต.ค.64) เวลา 10:00 น. ที่วัดสว่างศรีวิชัย บ้านโนนตุ่น ต.เมืองเก่า อ.เมืองขอนแก่น จ.ขอนแก่น พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม รองปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านพัฒนาชุมชนและส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านสาธารณภัยและพัฒนาเมือง นายธนาคม จงจิระ อธิบดีกรมการปกครอง นายนิสิต จันทร์สมวงศ์ อธิบดีกรมที่ดิน นายประยูร รัตนเสนีย์ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น นายพรพจน์ เพ็ญพาส อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง นายบุญธรรม เลิศสุขีเกษม อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และนายนิวัติ น้อยผาง รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย โดยมี นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น พร้อมด้วย รองผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้การต้อนรับและนำตรวจเยี่ยม &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา กล่าวว่า ในวันนี้ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ติดภารกิจการประชุมอาเซียน จึงได้มอบหมายให้ผมเป็นผู้แทน ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนให้กำลังใจพี่น้องประชาชนผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น รวมทั้งให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน อาสาสมัคร มูลนิธิ จิตอาสา ซึ่งสิ่งที่น่าดีใจในพื้นที่ขอนแก่น คือ ความร่วมไม้ร่วมมือกันในการให้ความช่วยเหลือพี่น้องผู้ประสบภัย จะเห็นได้ว่าจังหวัดขอนแก่นได้มีการเตรียมแผนเผชิญเหตุไว้อย่างครอบคลุม ตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุ ด้วยการเตรียมความพร้อมบุคลากร วัสดุอุปกรณ์ เครื่องจักรกลสาธารณภัย ในระหว่างเกิดเหตุ ได้น้อมนำพระบรมราโชบายของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการทำให้พี่น้องประชาชนกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุขโดยเร็ว โดยได้มีการจัดตั้งโรงครัวพระราชทาน มีอาหาร น้ำดื่ม ถุงยังชีพ แจกจ่ายให้กับพี่น้องประชาชน นอกจากนี้ ได้เน้นย้ำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลความปลอดภัยในชีวิตของพี่น้องประชาชนในช่วงสถานการณ์อุทกภัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งความปลอดภัยจากกระแสไฟฟ้าช็อต ทั้งนี้ ในขั้นต่อไป จังหวัดขอนแก่นจะได้ร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เร่งสำรวจความเสียหาย ทั้งด้านที่อยู่อาศัย ที่ทำมาหากิน เพื่อเยียวยาฟื้นฟูตามระเบียบของทางราชการต่อไป รวมทั้งบูรณาการหน่วยงานในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา มาซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า ยานพาหนะของประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวต่อว่า สำหรับพายุลูกใหม่ &amp;quot;ไลออนร็อก&amp;quot; ที่มีการคาดการณ์ว่าจะส่งผลกระทบกับประเทศไทยนั้น ทางจังหวัดขอนแก่นได้มีการเตรียมการรับมือในเบื้องต้นแล้ว และได้สั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดได้บูรณาการทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเตรียมการรับมือสถานการณ์ดังกล่าว และหารือร่วมกับคณะอนุกรรมการลุ่มน้ำในการบริหารจัดการน้ำในลุ่มน้ำต่าง ๆ ในจังหวัดต่อไป และสำหรับนโยบายการจูงน้ำจากพื้นที่เปียกไปแห้ง ให้พิจารณาว่าพื้นที่ใดไม่มีน้ำก็สูบน้ำไปเติม โดยต้องประเมินร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ให้ดีว่าเป็นพื้นที่แล้ง เพื่อสามารถจูงน้ำไปกักเก็บไว้ได้ โดยต้องให้คนในพื้นที่พิจารณาร่วมกัน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สุดท้าย พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า ขอขอบคุณ ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น หัวหน้าส่วนราชการ ทหาร ตำรวจ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อาสาสมัคร จิตอาสา และทุกภาคส่วน ที่ได้ร่วมกันในการดูแลช่วยเหลือพี่น้องประชาชนผู้ประสบอุทกภัยมาด้วยดีอย่างต่อเนื่อง และขอเป็นกำลังใจให้กับพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดขอนแก่นและพี่น้องประชาชนที่ประสบอุกภัยในจังหวัดอื่น ๆ ให้ผ่านพ้นสถานการณ์อุทกภัยและกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติในเร็ววัน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้น พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และคณะ มอบเครื่องอุปโภคบริโภค ถุงยังชีพจำนวน 300 ชุด ให้กับประชาชนผู้ประสบอุทกภัย พพ้อมทั้งตรวจเยี่ยมโรงครัวพระราชทาน โรงครัว และรถผลิตน้ำดื่ม บริเวณหน้าวัดสว่างศรีวิชัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และในเวลา 12.30 น. ที่ศูนย์ราชการจังหวัดขอนแก่น พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และคณะ ตรวจเยี่ยมศูนย์ Drive thru สำนักทะเบียนจังหวัดขอนแก่น พร้อมด้วย ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาสินค้า OTOP ซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณศูนย์ราชการจังหวัดขอนแก่น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119175</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงมหาดไทย, จังหวัดขอนแก่น, ชุดปันน้ำใจช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย, นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม, นายธนาคม จงจิระ, นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร, นายนิวัติ น้อยผาง, นายนิสิต จันทร์สมวงศ์, นายบุญธรรม เลิศสุขีเกษม, นายประยูร รัตนเสนีย์, นายพรพจน์ เพ็ญพาส, นายสมศักดิ์ จังตระกุล, นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ, พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา, มท.1, ไลออนร็อก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211008/image_big_616026fd3734c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118190</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/09/2021 10:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/09/2021 10:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เตือน’ชาวขอนแก่น’เตรียมรับน้ำจากชัยภูมิในอีก 2 วัน  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ก.ย.2564 - &amp;nbsp;ที่ศาลากลาง จ.ขอนแก่น นายสมศักดิ์ &amp;nbsp;จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบปริมาณน้ำล่าสุดพบว่า เขื่อนอุบลรัตน์มีปริมาณน้ำไหลเข้าพื้นที่วันเดียวมากถึง 74 ล้าน ลบ.ม. ทำให้ขณะนี้ระดับน้ำในความจุอ่างมีจำนวนที่เพิ่มขึ้นและมวลน้ำจากลุ่มน้ำพรม-เชิญ ที่มีการระบายน้ำจากเขื่อนจุฬาภรณ์ ผ่าน อ.ชุมแพ-หนองเรือและไหลลงสู่เขื่อนอุบลรัตน์ตามแผนการบริหารจัดการน้ำและการระบายน้ำนั้นมีระดับที่เพิ่มขึ้นประกอบกับน้ำค้างทุ่งได้ไหลมาตามลำน้ำและเส้นทางน้ำอย่างต่อเนื่องจากปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมาตลอดทั้งช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้จังหวัดดั่งการให้มีการตรวจความมั่นคงแข็งแรง ทั้งในส่วนของประตูระบายน้ำ อ่างเก็บน้ำ รวมไปถึงเขื่อนกั้นริมตลิ่งต่างๆ ซึ่งล่าสุดมีรายงานจากโยธาธิการจังหวัดว่า เขื่อนกั้นริมตลิ่งของแนวแม่น้ำพอง ที่ ต.บึงเนียม ทรุดตัวลง 1 จุด ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้เข้าทำการเสริมคันดินและแก้ไขสถานการณ์จนแล้วเสร็จและพร้อมรับมือมวลน้ำที่จะไหลผ่านพื้นที่ จ.ขอนแก่นแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;จังหวัดยังคงเน้นย้ำ 3 มาตรการสำคัญ คือการเน้นหนักในเรื่องของการคมนาคมขนส่ง โดยเฉพาะ ถ.มิตรภาพ และ ถ.มะลิวัลย์ ที่หากมีสถานการณ์น้ำท่วม พื้นที่อำเภอที่รับผิดชอบจะต้องเร่งกู้ถนนให้กลับคืนมาเป็นสิ่งเร่งด่วน ซึ่งจะต้องทำแนวกั้นน้ำ หรือการเจาะเกาะกลางถนนหรือการผันน้ำไปในจุดใดก็สามารถดำเนินการได้ทันที ตามด้วยเส้นทางถนนสายรอง ที่หากประเมินแล้วสามารถกู้คืนกลับมาได้ก็ขอให้ทำทันที แต่ประเด็นที่พบคือการระบายน้ำผ่านที่ดินส่วนบุคคลส่วนใหญ่เจ้าของทีไม่ยินยอม ทำให้การดำเนินงานต้องหยุดชะงักซึ่งมีเหตุการณ์เกิดขึ้นแล้วที่ อ.ชุมแพ ขณะเดียวกันการกำหนดพื้นที่ที่ปลอดภัยสำหรับการอพยพประชาชนในพื้นที่เสี่ยงโดยเฉพาะผู้ป่วยติดเตียง คนสูงอายุ ที่จะต้องอพยพออกมาไว้ในจุดที่อำเภอและจังหวัดได้จัดเตรียมไว้ทันทีเราจะให้เกิดการสูญเสียกับคนขอนแก่นไม่ได้ ซึ่งขณะนี้พื้นที่อำเภอที่เกิดน้ำท่วมขังโดยเฉพาะ อ.มัญจาคีรี ได้มีการจัดตั้งโรงครัวสภากาชาดไทยในการให้บริการอาหารกับผู้ประสบภัยทั้ง 3 มื้อแล้วและสุดท้ายคือพื้นที่ทางการเกษตรที่จะต้องเร่งสำรวจและตรวจสอบความเสียหายหากจะต้องเก็บเกี่ยวผลผลิตก็ให้ประสานขอรับการสนับสนุนกำลังพลจากหน่วยงานของรัฐได้โดยทันทีเช่นกัน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผวจ.ขอนแก่น กล่าวต่ออีกว่า อ.มัญจาคีรี ที่ขณะนี้ยังคงเกิดน้ำท่วมจังในเขตเมืองและขยายตัวเป็นวงกว้างซึ่งมีผลมาจากน้ำในแม่น้ำชีที่สูงขึ้น ประกอบกับน้ำค้างทุ่งและมวลน้ำที่ไหลลงมาจากเทือกเขาซึ่งได้ไหลมาบรรจบกัน ทำให้ขณะนี้การบริหารจัดการเหตุการณ์ได้ส่งเรือท้องแบน 8 ลำ และรถบรรทุกจาก มทบ.23 รวม 2 คันประจำการในพื้นที่ตลอดทั้ง 24 ชม.เพื่อเร่งอพยพประชาชนออกมาไว้ในจุดที่ปลอดภัยพร้อมกันกับการจัดสายตรวจทางน้ำคอยรักษาความปลอดภัยให้กับเจ้าหน้าที่ตลอดทั้ง 24 ชม. อย่างไรก็ตามจากกาคาดการณ์พบว่ามวลน้ำก้อนใหญ่จาก จ.ชัยภูมิ ที่จะไหลเข้าสู่ขอนแก่น ตามเส้นทางการระบายน้ำต้นทางจากชัยภูมิผ่านขอนแก่นเข้ามหาสารคาม-ร้อยเอ็ด และไหลลงแม่น้ำมูล ที่ จ.ยโสธร และ ไหลลงสู่แม่น้ำโขง ที่ จ.อุบลราชธานี นั้นพบว่า มวลน้ำก้อนใหญ่จะมาถึงขอนแก่นในอีก 2 วันต่อจากนี้จึงขอให้ประชาชนในพื้นที่เส้นทางน้ำและตามแนวแม่น้ำชีเตรียมการรับมือและเฝ้าระวังสถานการณ์ในระยะนี้อย่างเข้มงวดด้วย
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118190</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายสมศักดิ์  จังตระกุล, ปริมาณน้ำ, ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น, เขื่อนอุบลรัตน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210929/image_big_6153dc582a57b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116776</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/09/2021 12:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/09/2021 12:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ขอนแก่น’เกาะติดสภาพน้ำในพื้นที่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ก.ย.2564 - นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เปิดเผยว่า จากพายุฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องจากอิทธิพลของพายุฤดูร้อนโกนเซิน ส่งผลให้ภาพรวมของ จ.ขอนแก่น มีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่องตลอดตั้งแต่ช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมาจนถึงขณะนี้ ทำให้ปริมาณน้ำเก็บกักในพื้นที่ต่างๆ มีปริมาณน้ำที่ไหลลงสู่ความจุอ่างอย่างต่อเนื่องทุกวัน ในขณะที่เขื่อนอุบลรัตน์ อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ของจังหวัด ยังคงสามารถรับปริมาณน้ำได้อีกว่า 1,500 ล้าน ลบ.ม.ทำให้ขณะนี้การบริหารจัดการน้ำรับมือมวลน้ำหนุน และน้ำจากพื้นที่ต่างๆ ที่จะไหลเข้าพื้นที่ขอนแก่น โดยเฉพาะพื้นที่อำเภอทางตอนบนของจังหวัดที่การบริหารจัดการน้ำในลุ่มน้ำพรมและเชิญ เขตพื้นที่ อ.ชุมแพ-ภูผาม่าน-หนองเรือ และไหลลงสู่เขื่อนอุบลรัตน์จึงต้องทำทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เราได้มีการติดตามสถานการณ์น้ำในพื้นที่รอยต่อของขอนแก่นกับ จ.เลย อย่างใกล้ชิด ทั้งมวลน้ำที่ไหลท่วมในพื้นที่ อ.หล่มสักและหล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์ซึ่งมวลน้ำก่อนนี้จะไหลลง จ.เลย ไม่ไหลมาที่ขอนแก่น แต่มวลน้ำในก้อนที่ติดกับ อ.ภูกระดึง ที่ล่าสุดไหลท่วมถนน เส้นทางผานกเค้าในช่วงค่ำของเมื่อวานที่ผ่านมา รวมทั้งการจับตาน้ำก้อนของ อ.น้ำหนาว จ.เพชรบูรณ์ ซึ่งทั้ง 2 จุดจัดเป็นมวลน้ำที่คณะกรรมการบริหารจัดการน้ำจังหวัดจะต้องจัดการจราจรทางย้ำและกำหนดแผนงานเพื่อไม่ใฟ้เกิดผลกระทบพื้นที่ในภาพรวมอย่างเข้มงวด&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผวจ.ขอนแก่น กล่าวต่ออีกว่า ขณะนี้การเก็บกักของเขื่อนจุฬาภรณ์ จ.ชัยภูมิ มีปริมาณน้ำในความจุอ่าง อยู่ที่ 87% ดังนั้นการระบายน้ำเพื่อรองรับมวลน้ำที่จะไหลลงสู่ความจุอ่างเป็นสิ่งที่คณะทำงานจะต้องวางแผนรับมือและระบายน้ำ เพื่อให้มวลน้ำทุกสายนั้นลงสู่ แม่น้ำพอง และแม่น้ำชี รวมไปถึงการเก็บกักในอ่างเก็บน้ำทุกแห่งตามการบริหารจัดการน้ำในภาพรวมที่จังหวัดกำหนด ควบคู่กับการประกาศแจ้งเตือนและการให้ความช่วยเหลือที่จะต้องทำทันทีแบบคู่ขนานไปพร้อมกัน อย่างไรก็ตามในช่วงปลายสัปดาห์นี้ กรมอุตุนิยมวิทยา สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือยังคงเฝ้าติดตามพายุอีก 1 ลูกที่ขณะนี้เริ่มมีการรวมตัวกันแล้ว ซึ่งทางจังหวัดจะได้เตรียมการรับมือกับสถานการณ์ต่างๆที่จะเกิดขึ้นโดยเฉพาะกับภาวะน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่เสี่ยงทุกจุดอย่าเข้มงวดและตลอดทั้ง 24 ชม.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116776</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายสมศักดิ์ จังตระกุล, ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น, อิทธิพลของพายุฤดูร้อน, โกนเซิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210915/image_big_61417dad617f6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114465</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/08/2021 11:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/08/2021 11:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้ป่วยโควิดสะสมจ.ขอนแก่นใกล้แตะหลักหมื่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ส.ค.2564 - ที่วัดป่าแสงอรุณ ต.พระลับ อ.เมือง จ.ขอนแก่น สถานที่ที่ รพ.ขอนแก่น ได้กำหนดเป็นหน่วยบริการวัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้กับประชาชนในเขต ต.พระลับ และ ต.บึงเนียม ในกลุ่มเป้าหมาย 608 ตามที่ กระทรวงสาธารณสุขกำหนดยังคงมีประชาชนกลุ่มเป้าหมายและประชาชนจากทั้ง &amp;nbsp;2 ตำบล ทยอยเดินทางมาเข้ารับการฉีดวัคซีนตามที่รัฐบาลได้จัดสรรให้กับ จ.ขอนแก่น อย่างต่อเนื่อง เพื่อเร่งสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ให้เกิดขึ้นโดยเร็วที่สุด ซึ่งประชาชนชาว ต.พระลับ ละ ต.บึงเนียม ต่างให้ความสนใจทยอยกันเข้ารับการฉีดวัคซีนเข็มที่ 1 ชิโนแวคอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางมาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดอย่างเข้มงวด ซึ่งนายพงศ์ธร &amp;nbsp;พิศาพิทักษ์กุล นายกเทศมนตรี ตำบลพระลับ พร้อมด้วย นายวัฒนา &amp;nbsp;ช่างเหลา ส.ส.ขอนแก่น เขต 2 พรรคพลังประชารัฐ ,นายเข็มชาติ &amp;nbsp;สมใจวงษ์ ประธานกิตติมศักดิ์หอการค้า จ.ขอนแก่น และนายวินัย &amp;nbsp;ทองทัพ กำนัน ต.พระลับ &amp;nbsp;นำคณะผู้นำชุมชน,คณะผู้บริหารและสมาชิกสภาเทศบาลฯ รวมไปถึงคณะเจ้าหน้าที่จาก รพ.สต.ในเขต ต.พระลับ และ ต.บึงเนียม รวมทั้งทีมแพทย์ รพ.ขอนแก่น คอยอำนวยความสะดวกและจัดการบริการประชาชนที่เข้ารับการฉีดวัคซีนให้เป็นไปอย่างคล่องตัว ขณะเดียวกันยังคงมีผู้มีจิตศรัทธาและผู้ที่ใจบุญนำอาหาร,น้ำดื่ม รวมไปถึงเครื่องดื่มชูกำลัง,ขนม,ผลไม้ และสิ่งของต่างๆมามอบให้กับทีมแพทย์,พยาบาล รวมทั้งบุคลากรทางการแพทย์และคณะทำงาน เพื่อส่งมอบกำลังใจให้กับคณะทำงานในภาวะวิกฤติเหตุการณ์ที่กลังเกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพงศ์ธร &amp;nbsp;พิศาพิทักษ์กุล นายกเทศมนตรีตำบลพระลับ กล่าวว่า การทำงานของบุคลากรทางการแพทย์ และบุคลากรด่านหน้าในพื้นที่ ต.พระลับ รวมทั้งในส่วนของเทศบาลฯและฝ่ายปกครอง ทุกคนทำงานกันอย่างหนัก เนื่องจากพื้นที่ ต.พระลับเป็นพื้นที่ผสมผสานระหว่างเขตเมือง,กึ่งเมืองและเขตชานเมือง แม้ประชากรในพื้นที่ตามทะเบียนบ้านจะมีรวมกว่า 15,000 คน แต่ในข้อเท็จจริงแล้ว ต.พระลับ อ.เมือง มีประชาชนแฝง หรือประชาชนที่เดินทางเข้ามาทำงานหรือมาพักหรือมาทำธูรกิจหรือธุรกรรมต่างๆวันละหลายหมื่นคน ซึ่งผู้นำชุมชนและคณะทำงานด้านการควบคุมโรค จึงจะต้องเข้มงวดและรัดกุมในแผนการดำเนินงานตามที่รัฐบาลกำหนดย่างเข้มงวดการ์ดไม่ตก แม้จะมีคลัสเตอร์ของการระบาดเกิดขึ้นในกลุ่มบริษัทฯขนาดใหญ่แต่การควบคุมสถานการณ์และความร่วมมือของทุกฝ่ายจึงควบคุมสถานการณ์ได้ในวงที่จำกัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ขณะนี้การฉีดวัคซีนตามที่รัฐบาลจัดสร ซึ่ง ต.พระลับ เป็นแม่ข่ายหลักในการให้บริการวัคซีนให้กับปะชาชนทั้ง 2 ตำบล ที่ขณะนี้ให้บริการกับประชาชนในพื้นทีไปแล้วกว่าร้อยละ 30 &amp;nbsp;เฉพาะสัปดาห์นี้ได้รับการจัดสรรวัคซีนมาเพิ่มอีก 3,000 คน ทำให้การฉีดวัคซีนในกลุ่ม เป้าหมายคือ ผู้สูงอายุที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป,กลุ่มผู้ป่วย 7 กลุ่มโรค รวมทั้งกลุ่มหญิงตั้งครรภ์ที่มีอายุครรภ์ 12 สัปดาห์ขึ้นไป ที่ขณะนี้แทบทุกหมู่บ้านได้ลงพื้นที่สำรวจและติดตามเพื่อให้ทุกคนได้รับการฉีดวัคซีนให้เร็วที่สุด รวมไปถึงกลุ่มผู้ป่วยติดเตียง กลุ่มเปราะบาง หรือผู้ที่ไม่สะดวกมาฉีดวัคซีนในจุดทีให้บริการ คณะทำงานก็จะลงพื้นที่ฉีดวัคซีนให้ถึงบ้านอีกด้วย อย่างไรก็ตาม เทศบาลฯพร้อมให้ความร่วมมือกับทางจังหวัดในการใช้เป็นจุดบริการวัคซีน หากคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อเลือกใช้เป็นจุดฉีดวัคซีนให้กับพื้นที่ตำบลอื่นๆ ในการเร่งสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ให้เกิดขึ้นกับชาวขอนแก่นให้เร็วที่สุด&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ นายสมศักดิ์ &amp;nbsp;จังตระกุล ผวจ.ขอนแก่น กล่าวว่า ผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ล่าสุดวันนี้เพิ่มขึ้น 115 ราย ทำให้ยอดสะสมของผู้ป่วยในการะบาดระลอกใหม่ ขณะนี้รวม 9,580 ราย ในจำนวนนี้รักษาหายขาดจากอาการแล้ว 4,211 ราย โดยมีผู้ป่วยที่ยังคงรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลในเขต จังหวัด 5,330 ราย และมีผู้เสียชีวิตสะสม 43 ราย อย่างไรก็ดีขณะนี้จังหวัดมีปริมาณเตียงรองรับผู้ป่วยโควิดและกลุ่มเสี่ยงที่ต้องกักตัวตามที่จังวัดได้เตรียมไว้กว่า &amp;nbsp;5,700 &amp;nbsp;เตียง โดยขณะนี้ยังคงเหลือเตียงใช้งานได้อีกกว่า 2,000 เตียง ซึ่งจาสกจำนวนผู้ติดเชื้อในพื้นที่เริ่มมีแนวโน้มลดลง ซึ่งถือเป็นสัญญานที่ดีที่เกิดขึ้น ขณะที่แผนการเร่งฉีดวัคซีน ตามยุทธศาสตร์ดาวกระจาย ทั้งจังหวัดนั้นยังคงมั่นใจว่า ภายในสิ้นเดือน ส.ค. ขอนแก่นจะมีผู้ได้รับวัคซีนแล้วร้อยละ 33 และภายในสิ้นเดือน ก.ย. จะมีผู้ได้รับวัคซีนแล้วมากถึงร้อยละ 70 ตามเป้าหมายที่จังหวัดได้วางเอาไว้
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114465</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.ขอนแก่น, นายสมศักดิ์  จังตระกุล, ผู้ติดเชื้อโควิด-19, รายใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190129/image_big_5c4fc889c697d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112406</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/08/2021 13:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/08/2021 13:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขอนแก่น พบผู้ป่วยโควิดรายใหม่เกือบ 200  ราย เร่งเปิดจุดกักตัว-พักคอยระดับตำบล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
6 ส.ค.64 -ที่วิทยาลัยป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.ขอนแก่น นายสมศักดิ์&amp;nbsp; จังตระกุล ผวจ.ขอนแก่น พร้อมด้วย นพ.สมชายโชติ&amp;nbsp; ปิยวัชร์เวลา นายแพทย์สาธารณสุข จ.ขอนแก่น ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมศูนย์พักพิงสังเกตุอาการผู้ที่ตรวจหาเชื้อโควิด-19 ที่อยู่ระหว่างรอผลตรวจ ซึ่งคณะกรมการควบคุมโรคติดต่อ จ.ขอนแก่น ได้จัดตั้งขึ้นเพื่อรองรับคนขอนแก่นเพินทางกลับภูมิลำเนาตามระบบการส่งต่อของกระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงมหาดไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมศักดิ์&amp;nbsp; จังตระกุล ผวจ.ขอนแก่น กล่าวว่า ศุนย์พักพิงฯจุดนี้จะทำหน้าที่สังเกตุอาการของผู้ที่เดินทางกลับมาจากต่างจังหวัดโดยเฉพาะกลุ่มจังหวัดสีแดงเข้ม ที่จะต้องเฝ้าดูอาการและสังเกตุอาการ ที่ทุกคนจะต้องตรวจหาเชื้อโควิด-19 ดังนั้นในช่วงของการรอผลตรวจ ทุกคนจะต้องอยู่ในการกำกับควบคุมของศุนย์พักพิงแห่งนี้ ควบคู่กับการกักตัวผู้ที่ต้องสงสัยว่าติดเชื้อตามแผนการดำเนินงานที่คณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อกำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ล่าสุดเราได้รับการรายงานยืนยันจำนวนผ้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ 188 ราย ทำให้ขณะนี้มีผู้ป่วยสะสม 5,520 ราย ในจำนวนนี้อยู่ในระหว่างการรักษา 4,314 ราย หายป่วยแล้ว 1,094 ราย และมีจำนวนผู้เสียชีวิต 19 ราย ขณะที่ศุนย์พักพิงแห่งนี้จะสามารถบรรจุรองรับคนขอนแก่นกลับบ้านได้ประมาณ 100 เตียง โดยทุกคนจะต้องเข้ารับการสังเกตอาการในเบื้องต้น และแม้ว่าศูนย์พักพิงแห่งนี้จะอยู่ในพื้นที่เทศบาลเมืองศิลา ซึ่งคนในชุมชนนั้นได้เข้าใจความจำเป็นที่กำลังเกิดขึ้นและพร้อมให้การสนับสนุนในทุกเรื่องที่จะดูแลผู้ป่วยหรือผู้มาพักพิงเพื่อมาสังเกตอาการ โดยศุนย์ฯแห่งนี้ รพ.ขอนแก่น จะเป็น รพ.ฯหลัก ในการกำกับดูแลตามมาตรฐานความปลอดภัยด้านสาธารณสุขอย่างเข้มงวด&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผวจ.ขอนแก่น กล่าวอีกว่า จากจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้น คระทำงานร่วมทุกฝ่ายได้จับตาดูกลุ่มคัสเตอร์ ทั้งในส่วนของเรือนจำกลางขอนแก่น ,ตลาดศรีเมืองทอง และกลุ่มคลัสเตอร์ใหม่ๆในพื้นที่อำเภอต่างๆ ขณะที่กลุ่มคลัสเตอร์แรงงาน ขณะนี้การกักตัวใกล้ครบ 28 วันแล้ว ขณะที่การเตรียมการปล่อยตัวผู้ต้องราชทัณฑ์ที่ได้รับการอภัยโทษนั้น เรือนจำกลางขอนแก่นได้ประสานงานมาที่คณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อในการพขอปล่อยตัวชุดละ 300 คน และจะมีผู้ต้องขังได้รับการพักโทษอีก 187 คน&amp;nbsp; ซึ่งทุกคนจะเข้าสู่กระบวนการคัดกรองและเข้ารับการตรวจร่างกายและพบแพทย์ ก่อนที่จะได้รับการปล่อยตัวอย่างข้มงวดทุกคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112406</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขอนแก่นติดโควิด, นายสมศักดิ์  จังตระกุล, ศูนย์พักคอย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210806/image_big_610cdcffe30f3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>103390</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/05/2021 09:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/05/2021 09:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขอนแก่นผวา!โควิดคุกผู้ว่าฯสั่งดูแลเข้มงวด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 พ.ค.2564 - นายสมศักดิ์ &amp;nbsp;จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เปิดเผยว่า ในพื้นที่ 26 อำเภอของจังหวัด มีพื้นที่ที่คุมขังผู้ต้องหาและสถานพินิจฯ รวมไปถึงศูนย์ฝึกอบรม ฯ ในสังกัดกระทรวงยุติธรรม รวมทั้งหมด 5 แห่ง มีผู้ที่ถูกคุมขังกว่า 7,000 คน ซึ่งขณะนี้ผู้บัญชาการเรือนจำกลางขอนแก่น, ผู้บัญชาการทัณฑสถานบำบัดพิเศษขอนแก่น, ผู้บัญชาการเรือนจำ อ.พล, ผู้อำนวยการสถานพินิจและคุ้มครองและเด็กและเยาวชนขอแก่นและศูนย์ฝึกอบรมเด็กและเยาวชนเขต 4 ขอนแก่น ได้สรุปรายงานมาตรการคุมเข้มจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 เพื่อให้คณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อได้รับทราบแล้ว และที่สำคัญคณะทำงานได้ลงพื้นที่ตรวจติดตามและเน้นย้ำในทุกมาตรการที่การ์ดห้ามตกแม้แต่วินาทีเดียวและให้เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยด้านสาธารณสุขอย่างเข้มงวด ซึ่งพบว่าขณะนี้เจ้าหน้าที่ผู้ปฎิบัติงานอยู่ภายใน 5 หน่วยงานได้รับวัคซีนไปแล้วมากกว่าร้อยละ 80 และมีการปฎิบัติตามมาตรการป้องกันย่างเข้มงวด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;จากการระบาดของกลุ่มคัสเตอร์ที่คุมขังนักโทษในหลายจังหวัด ซึ่งต้องยอมรับว่าเป็นพื้นที่ที่มีคนอยู่ร่วมกันจำนวนมาก โดยเฉพาะในช่วงของการพักผ่อนยามค่ำคืนที่นอนชิดติดกันเนื่องจากสภาพพื้นที่ที่จำกัด ขณะที่พื้นที่ขอนแก่น มีผู้ที่ถูกคุมขังและถูกควบคุมตัวรวมกว่า 7,000 คน ดังนั้นมาตรการป้องกันและควบคุม ทุกแห่งมีการดำเนินการอย่างเข้มงวด มีการออกคำสั่งให้สวมใส่หน้ากากอนามัยอยู่ตลอดเวลา, การเยี่ยมผ่านระบบวิดีโอคอลหรือระบบไลน์ รถส่งสินค้าจากภายนอก จะต้องทำความสะอาดรถด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อทั้งเข้าและออกภายในเรือนจำทุกครั้ง โดยไม่อนุญาตให้คนขับจากภายนอกขับรถเข้าไปภายในเด็ดขาดเพื่อป้องกันการนำเชื้อโรคเข้าไปภายในเรือนจำ และที่สำคัญคือนักโทษแรกรับ จะต้องได้รับการตรวจคัดกรองอย่างเข้มงวด ตามระเบียบที่กรมราชทัณฑ์กำหนดและมีการกักตัวจากเดิม 14 วันเป็น 21 วันตามมาตรฐานความปลอดภัยด้านสาธารณสุขอย่างเข้มงวด&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผวจ.ขอนแก่น กล่าวต่ออีกว่า มาตรฐานด้านสุขอนามัยในพื้นที่คุมขัง และสถานที่จัดกิจกรรมต่างๆ ภายในเรือนจำและสถานที่ควบคุมทั้ง 5 แห่ง ได้เน้นย้ำในเรื่องของความสะอาดและการจัดจุดบริการแอลกอฮอล์ล้างมือและจุดล้างมือ ให้เพิ่มมากยิ่งขึ้น ขณะที่แผนเผชิญเหตุรับมือหากเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินนั้นคณะทำงานได้กำหนดแนวทางรับ-ส่งผู้ป่วยแบบเชื่อมโยงกับโรงพยาบาลใกล้กับสถานที่ควบคุมเป็นจุดแรก รวมทั้งการจัดเตรียม รพ.สนาม แห่งที่ 2 พุทธมณฑลอีสานสำหรับการรับมือกับผู้ป่วยที่เป็นกลุ่มใหญ่ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ อย่างไรก็ตามแม้ขณะนี้ยังคงไม่มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ภายในเรือนจำและสถานที่ควบคุมภายในจังหวัด แต่การป้องกันและควบคุมยังคงเป็นไปอย่างรัดกุมและมีการจัดสรรวัคซีนให้กับกลุ่มผู้ที่ถูกคุมขังอยู่ภายในเรือนจำที่ขณะนี้เริ่มทยอยฉีดวัคซีนไปแล้วบางส่วนอีกด้วย
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103390</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายสมศักดิ์  จังตระกุล, ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น, พื้นที่ที่คุมขัง, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210519/image_big_60a475f759951.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98617</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/04/2021 11:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/04/2021 11:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ขอนแก่น’ประเดิมฉีดวัคซีนป้องกันโควิดแล้วเชื่อ3วันแล้วเสร็จ5พันโดส </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 เม.ย.2564 &amp;nbsp;- ห้องประชุมจำลอง มุ่งการดี ชั้น 4 อาคารสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี รพ.ขอนแก่น นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น พร้อมด้วย นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 7 เป็นประธานในพิธีเปิดปฏิบัติการคิกออฟฉีดวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในเขตพื้นที่ จ.ขอนแก่น ตามการได้รับการจัดสรรจากรัฐบาลชุดแรกจำนวน 10,000 โดส ที่จะเริ่มทำการฉีดตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมศักดิ์กล่าวว่าขอนแก่นเป็น 1 ใน 8 จังหวัดที่ได้รับจัดสรรวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 จากกระทรวงสาธารณสุข เพื่อนำมาฟื้นฟูเศรษฐกิจในระยะที่ 1 รอบเดือน เม.ย. 2564 จำนวน 10,000 โดส เป็นยี่ห้อ ซิโนแวคจากประเทศจีน โดยผู้ที่จะได้รับการฉีดวัคซีนนั้ย 1 ราย ต่อ 2 โดส ทำให้ในรอบนี้จะทำการฉีดวัคซีนทั้งสิ้น จำนวน 5,000 ราย โดยกำหนดให้หน่วยบริการที่มีความพร้อมดำเนินการฉีดกลุ่มเป้าหมายให้แล้วเสร็จ 9 แห่ง ในระหว่างวันที่ 7 - 9 เม.ย. 2564 ตามหลักเกณฑ์ที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด คือที่ โรงพยาบาลขอนแก่น, โรงพยาบาลศรีนครินทร์, โรงพยาบาลชุมแพ ,โรงพยาบาลสิรินธร , โรงพยาบาลพล ,โรงพยาบาลบ้านไผ่ . โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชกระนวน อละ โรงพยาบาลน้ำพอง โดยที่กลุ่มเป้าหมายที่จะได้รับวัคซีนชุดแรก คือ กลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ด่านหน้าที่มีความเสี่ยงสูง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ส่วนในเดือน มิ.ย. 2564 ขอนแก่นจะได้รับวัคซีนอีกจำนวน 200,000 โดส เป็นวัคซีนของแอสตร้าเซนเนก้า โดยระยะที่ 2 จะนำมาฉีดให้แก่กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง กลุ่มผู้สูงอายุ และกลุ่มผู้ที่เกี่ยวข้องอื่นๆ ซึ่งจะเน้นฉีดกับผู้ที่เกี่ยวข้องกับการกระตุ้นเศรษฐกิจที่มีการสำรวจและขึ้นทะเบียนไว้แล้วตามความสมัครใจ และประชาชนตามลำดับกลุ่มเสี่ยงมากเสี่ยงน้อยทั้งนี้สำหรับขั้นตอนการฉีดวัคซีนในวันนี้ ใช้ระบบเดียวกับที่กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข กำหนดไว้ &amp;nbsp;8 ขั้นตอน ประกอบด้วย ขั้นตอนที่ 1 การลงทะเบียน (ทำบัตร) ขั้นตอนที่ 2 การชั่งน้ำหนัก วัดความดันโลหิต ขั้นตอนที่ 3 การคัดกรอง ซักประวัติประเมินความเสี่ยง และลงนามในใบยินยอมการรับวัคซีน ขั้นตอนที่ 4 รอฉีดวัคซีน ขั้นตอนที่ 5 ฉีดวัคซีน ขั้นตอนที่ 6 พักสังเกตอาการ 30 นาที สแกนไลน์ &amp;quot;หมอพร้อม&amp;quot; ขั้นตอนที่ 7 ตรวจสอบก่อนกลับพร้อมรับเอกสารคำแนะนำการปฏิบัติตัวหลังการฉีดวัคซีน และขั้นตอนที่ 8 ประเมินความครอบคลุมการฉีดวัคซีนและอาการไม่พึงประสงค์ และในการฉีดวัคซีนครั้งนี้จะใช้เวลาตั้งแต่เริ่มกระบวนการลงทะเบียนขั้นตอนการฉีดวัคซีนประมาณ 5-7 นาทีต่อคน พักสังเกตอาการอีก 30 นาที ในระหว่างการสังเกตอาการจะมีเจ้าหน้าที่ให้คำแนะนำ สังเกต และสอบถามอาการผู้ได้รับวัคซีนเป็นระยะ ส่วนการประเมินผลหลังการฉีดวัคซีน แบ่งเป็นหลังการฉีดวัคซีนทันที และประเมินผลที่ระยะเวลา 1 วัน 7 วัน และ 30 วัน หลังการได้รับวัคซีน โดยบันทึกการประเมินในไลน์ หมอพร้อมอีกด้วย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผวจ.ขอนแก่น กล่าวต่ออีกว่า ภายหลังจากทางจังหวัดขอนแก่นพบผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 รายใหม่เพิ่มขึ้น 2 ราย ทางคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อจังหวัดขอนแก่นก็ได้มีการประชุมและมีมติที่ประชุมออกประกาศคำสั่งฉบับที่ 30 เรื่องมาตรการ การเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคติดต่อเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) โดยมีคำสั่ง 2 เรื่องประกอบด้วย 1.ให้งดการจัดคอนเสิร์ตในทุกสถานที่และทุกเขตพื้นที่จังหวัดขอนแก่น ตั้งแต่วันที่ 6 - 18 เม.ย.2564 และ2.เป็นเรื่องของการบังคับใช้มาตรการป้องกันโรค ให้เจ้าของ ผู้ประกอบการ หรือผู้ดูแลรับผิดชอบสถานที่กิจกรรมและกิจการต่างๆ จัดให้มีมาตรการป้องกันโรคตามที่ทางราชการกำหนด และให้ผู้ใช้บริการหรือเข้าไปยังสถานที่หรือร่วมทำกิจกรรมเช่นว่านั้น ถือปฏิบัติ 6 ข้อ ประกอบด้วย การจัดบริการตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย หรือคัดกรองอาการป่วยในระบบทางเดินหายใจ การให้ทุกคนสวมหน้ากากอนามัย หรือหน้ากากผ้า การอำนวยความสะดวกในการเว้นระยะห่างระหว่างบุคคลอย่างน้อยหนึ่งเมตร และจำกัดจำนวนผู้เข้าร่วมกิจกรรมมิให้แออัด หากมีการจัดกิจกรรมให้พิจารณาตามสัดส่วนของพื้นที่ กับผู้ร่วมกิจกรรมในพื้นที่ปิดขนาด 5 ตารางเมตรต่อคน ในพื้นที่เปิดขนาด 4 ตารางเมตรต่อคน การจัดให้มีที่ล้างมือด้วยสบู่ แอลกอฮอล์ หรือน้ำยาฆ่าเชื้อโรค การจัดให้มีการเช็ดทำความสะอาดพื้นผิวสัมผัสของสถานที่ที่เกี่ยวข้องก่อนการทำกิจกรรม รวมทั้งระหว่าง และภายหลังการทำกิจกรรมด้วย และจัดให้มีการลงทะเบียนแพลตฟอร์มไทยชนะ หรือแพลตฟอร์มหมอชนะ ในการเข้าออกสถานที่สาธารณะ และสแกน QR Code รายงานตัวของจังหวัดขอนแก่น เมื่อเข้ามาในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ในส่วนการตรวจบุคลาการในคณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น บุคลากรทางการแพทย์ของโรงพยาบาลศรีนครินทร์ รวมทั้งผู้ที่เข้ามาใช้บริการในสถานบันเทิงมาเจนต้า ผลออกมาเป็นลบ ซึ่งจะต้องมีการตรวจซ้ำเป็นรอบที่ 2 อีกครั้ง โดยทั้งหมดจะต้องมีการกักตัวเป็นเวลา 14 วัน เพื่อจะมาตรวจรอบที่ 2 ต่อไป รวมทั้งจะมีการเรียกสถานประกอบการทุกแห่งในจังหวัด ได้มาทำความเข้าใจ หลังจังหวัดขอนแก่นได้ประกาศฉบับที่ 30 ออกไป เพื่อจะได้ไม่ให้มีการจัดคอนเสิร์ต รวมทั้งมาตรการป้องกันโควิด-19 ที่เข้มข้นและรัดกุม&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98617</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน, นายสมศักดิ์ จังตระกุล, ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข, ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น, วัคซีน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210407/image_big_606d330feb9fc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
