<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>21542</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/11/2018 14:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/11/2018 14:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อึดอัด&#039;ลูกตือ&#039;ไม่คอนเฟิร์มอนาคตร่วม&#039;ชทพ.&#039;หรือไม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 พ.ย.61 - นายภราดร ปริศนานันทกุล อดีต ส.ส.อ่างทอง พรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) กล่าวถึงความชัดเจนต่อการสังกัดพรรค ชทพ. หลังจากที่นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล บิดา ซึ่งเป็นอดีตแกนนำพรรค ประกาศยุติบทบาท ว่า ตนขอปรึกษากับครอบครัว รวมถึง นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล อดีต ส.ส.อ่างทอง พรรค ชทพ. น้องชาย อีกครั้ง ในวันที่ 9 พ.ย.นี้ เพราะยอมรับว่าสถานะในพรรคของตนมีความอึดอัด ตั้งแต่การปรับเปลี่ยนโครงสร้างชุดใหม่ของพรรค ซึ่งเปลี่ยนไปจากเดิมที่แกนนำคนรุ่นใหม่ภายในพรรค ที่นำโดย นายวราวุธ ศิลปอาชา แกนนำ และนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ซึ่งวางความชัดเจนต่อการสร้างพรรคให้เป็นสถาบันทางการเมือง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;วันนี้ผมพูดได้ว่ายังเป็นสมาชิกพรรค ชทพ.อยู่ แต่วันพรุ่งนี้คำยืนยันอาจเปลี่ยน การตัดสินใจของผมจะอยู่บนฐานของการทำงานเป็นหลัก หากผมคิดว่าผมแค่ได้ลงสมัคร และได้เป็น ส.ส. เข้าสภา&amp;nbsp;ยกมือโหวตแค่นั้นก็ไม่ต้องไปไหน แต่ผมมีอุดมการณ์และแนวคิดที่อยากจะสร้างและทำพรรคการเมืองให้เป็นสถาบันทางการเมือง เป็นทางเลือกให้กับประชาชน ที่ต้องการทางเลือกใหม่ ที่ไม่ใช่แค่พรรคเพื่อไทย หรือ พรรคประชาธิปัตย์เท่านั้น และเป็นพรรคที่มีทิศทางที่ชัดเจน อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่มีคณะกรรมการบริหารพรรรคชุดใหม่ ผมยังไม่มีโอกาสได้หารือ&amp;rdquo; นายภราดร กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายภราดร กล่าวว่า สำหรับโพสต์ของนายสมศักดิ์ ทางเฟซบุ๊คส่วนตัวนั้น ตนไม่เคยทราบมาก่อน และหลังจากที่ได้เห็นภายหลัง และฟังคำสัมภาษณ์จากข่าวรู้สึกตกใจเช่นกัน&amp;nbsp;หากตนได้พบกับนายสมศักดิ์ คงต้องสอบถามรายละเอียดอีกครั้ง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21542</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล, พรรคชาติไทยพัฒนา, ภราดร ปริศนานันทกุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180924/image_big_5ba8d55a9c020.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17627</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/09/2018 13:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/09/2018 13:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ได้คืบจะเอาศอก!นักการเมืองบอก &#039;คลายล็อก&#039; ไม่พอต้อง &#039;ปลดล็อก&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ก.ย. 61 - นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล อดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่คสช.มีคำสั่ง คลายล็อกให้กับพรรคการเมืองเพื่อดำเนินกิจกรรมทางการเมืองได้บางส่วน ว่า เท่าที่อ่านแล้วเหมือนยังไม่สุด เพราะบรรยากาศทางการเมืองในวันนี้เมื่อ ประกาศ พ.ร.ป.เลือกตั้งส.ส. และพ.ร.ป.ได้มาซึ่งส.ว.ลงมาแล้ว ทำให้บรรยากาศในเรื่องความเชื่อมั่นของการเลือกตั้งนั้นมีสูงมาก เห็นได้จากตลาดหุ้นที่พุ่งปรี๊ด สะท้อนให้เห็นว่าประชาชนมีความเชื่อมั่นและฝากความหวังไว้กับการเลือกตั้งจึงควรที่จะทำให้บรรยากาศการเลือกตั้งคืนสู่ภาวะปกติเพื่อให้สอดคล้องกับบรรยากาศและความรู้สึก ความหวัง และความเชื่อมั่นของผู้คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;วันนี้การที่ ยังไม่ปลดล็อกแต่คลายล็อกเพียงบางส่วนนั้น ทำให้เกิดมีความรู้สึกว่าอาจจะใช่หรือไม่ใช่ ซึ่งไม่ได้เกิดผลดีต่อรัฐบาลเลย ผมอยากให้รัฐบาลเชื่อมั่นศักยภาพของรัฐบาลและคสช. เพราะ4ปีกว่า เกือบ5 ปี ทุกอย่างอยู่ภายใต้สถานการณ์ที่รัฐบาลและคสช. ควบคุมได้ทั้งหมดแล้ว ดังนั้นควรจะมีความเชื่อมั่นและไว้วางใจประชาชนด้วย ทำให้เป็นประชาธิปไตยตามที่ทุกคนต้องการอยากจะเห็น&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมศักดิ์ กล่าวว่าการคลายล็อกเป็นเพียงส่วนหนึ่งที่ทำให้สถานการณ์ไม่ตึงเครียดจนเกินไป ทำให้บางอย่างสามารถทำได้แต่ก็ทำไม่ได้หมดคือไม่สุด จึงดูเหมือนกับว่าจะกึ่งเชือกกึ่งไม่เชื่อ ว่าจะมีการเลือกตั้งจริงในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562 เพราะการที่ไม่ปลดล็อกไปให้สุดนั้นเหมือนกับยังกั๊กๆอะไรอยู่ จึงอาจทำให้เกิดเปลี่ยนแปลงได้ และถ้า นับเวลาตามโร้ดแม็ปจริงๆ แล้วจะต้องไปสิ้นสุดในเดือนพฤษภาคม 2562 ทำให้รู้สึกว่ามันยังไม่สุด อย่างไรก็ตามการทำงานทางการเมืองของพรรคการเมืองคงไม่สามารถทำได้เต็มที่ตามที่พรรคการเมืองควรจะ สามารถทำได้ การจะทำให้ประชาชนเชื่อมั่นได้คือต้องปลดล็อก&amp;nbsp;ทำให้เกิดความรู้สึกว่าเป็นบรรยากาศของความประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามปกติ เป็นไปตามครรลอง เชื่อว่าถ้าเช่นนั้นจะทำให้ประชาชนเกิดความมั่นใจอย่างแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกรณีล้มไพรมารี่โหวตนั้นก็ สะท้อนความเป็นจริงให้เห็นแล้วว่ากฎหมายเขียนมาแล้วก็มาใช้มาตรา 44 ที่ดูเหมือนจะยิ่งใหญ่กว่าทำให้คลายความศักดิ์สิทธิ์ลงไป ทำให้ผู้คนเริ่มงง ทำให้คนมองเห็นว่าหรือในอนาคตจะมีการยกเลิกเลยหรือไม่ หรือจะมีการแก้ไขหรือไม่ เพราะเห็นในข้อจำกัดแล้วว่า ไพรมารี่โหวตนั้น กลับสถานการณ์การเมืองไทยในวันนี้มันยังไม่ใช่ อย่างไรก็ตามการที่คลี่คลายออกมาอย่างนี้ทำให้ดีคือพรรคการเมืองไม่ต้องเกร็ง ทำให้พรรคการเมืองมีความรู้สึกคล่องตัวขึ้น ไม่งั้นมัวมาเกร็งกับเรื่องเหล่านี้ว่าจะทำทันหรือไม่ทันแล้วจะเป็นไปตามเจตนารมย์ของพรรคการเมืองที่วางไว้หรือไม่ ทั้งนี้ การมีคณะกรรมการสรรหาผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งของพรรคการเมืองอย่างน้อยก็เป็นการเปิดโอกาสให้คนที่ไม่ใช่กรรมการบริหารพรรคได้เป็น โดยเฉพาะการที่กำหนดว่าจะต้องมีทุกภูมิภาคและคำนึงถึงความเท่าเทียมชายหญิง ถือว่ามีส่วนที่ทำให้ดีขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ขอฝากคสช. รัฐบาล ว่าหลายพรรคการเมืองอยากเห็นบรรยากาศการเลือกตั้งคืนสู่สภาวะปกติและเป็นไปตามธรรมชาติ ในเมื่อการเลือกตั้งเห็นอนาคตแล้วก็ควรจะปล่อยให้ไปกันอย่างเต็มที่ ขอให้เชื่อมั่นประชาชนว่าไม่มีใครอยากจะฉุดรั้ง ประเทศให้ ถอยหลังกลับไปสู่สภาวะเดิมหรอก มีแต่จะช่วยกันผลักให้ก้าวรุดไปข้างหน้า เพราะฉะนั้นขอให้ ไว้วางใจและเชื่อมั่นประชาชนและมีความเชื่อมั่นในตัวเองและศักยภาพของตัวเองว่าสามารถทำให้ บรรยากาศเป็นประชาธิปไตยได้โดยไม่มีเหตุการณ์ใดมาแทรกซ้อน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17627</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลายล็อกพรรค, นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล, ปลดล็อกพรรค, หาเสียงเลือกตั้ง, เลือกตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180602/image_big_5b12447353188.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14785</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/08/2018 12:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/08/2018 12:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ตือ&#039;สอนเจ็บ&#039;สนช.&#039;อย่าก้มไปดูดน้ำลายตัวเองที่ถ่มลงพื้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ส.ค.61- นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล อดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีความพยายามจะแก้ไขพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง ในประเด็นการคัดเลือกผู้ตรวจการเลือกตั้งประจำจังหวัดว่า การจะออกกฏหมายมาแต่ละครั้งควรคิดให้รอบคอบ และเมื่อกฎหมายมีผลบังคับใช้แล้วต้องไปดูว่าผลที่ออกมานั้นทำให้เกิดปัญหาอย่างไร มีอุปสรรคอย่างไรแล้วจึงมาแก้ไข ตรงนี้คือหลักการทั่วไป แต่พอมาถึงกฎหมายที่ออกมาแล้วยังไม่ทันได้ใช้ พอได้ตัวผู้ตรวจการ กกต.แล้ว เท่านั้นกลับไปมองที่ตัวบุคคลมากกว่ามองที่หลักการ ถือว่ามีความไม่สุจริตใจในการที่จะมองคนที่จะมาทำงาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ต่อให้แก้ไขกฎหมายอย่างไรก็แล้วแต่ ถ้าไม่มีความสุจริตใจ ในการมองคนที่จะมาทำงานเรื่องนี้คงไม่สามารถที่จะตรงใจหรือตรงความประสงค์ของ สนช. หรือคนที่มีส่วนต้องการให้แก้ไขกฎหมายนี้ได้ คิดว่าควรให้ความเคารพตัวเองมากกว่าในเมื่อเป็นผู้ที่ออกกฏหมายมาเองแล้วยังไม่ทันใช้แต่กลับมาแก้ไขเหมือนกับกำลังจะถ่มน้ำลายแล้วไปเอาคืนน้ำลายที่ตัวเองถ่มลงไปที่พื้นนั้น จะไม่รู้สึกขยะแขยงตัวเองอย่างนั้นหรือ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมศักดิ์ กล่าวว่า สำหรับผู้ตรวจการการเลือกตั้งถือเป็นนวัตกรรมใหม่ที่จะเกิดขึ้นในการเลือกตั้ง ที่ยังไม่เคยมีหลังจากที่ยุบ กกต.จังหวัด ตนเชื่อว่าเป็นวิธีการที่ดีสำหรับนวัตกรรมใหม่นี้เพื่อให้แต่ละจังหวัดดำเนินวิธีการ และจับสลากต่อหน้าคนที่เป็นกกต. และต่อหน้าสาธารณะชนอย่างเปิดเผย ซึ่งถือเป็นกระบวนการที่พอรับได้ ส่วนเรื่องการได้เปรียบเสียเปรียบในพื้นที่นั้นหากใช้ความรู้สึกนึกคิดอะไรก็ไม่ยุติธรรมทั้งนั้น อย่าคิดไปเองแต่ต้องใช้หลักการและใช้ความเชื่อมั่นในองค์กรรวมถึงความสุจริตใจในการที่จะมองคนที่จะเข้ามาดำรงตำแหน่งโดยผ่านกระบวนการตามที่กฎหมายเขียนไว้ ตนคิดว่าน่าจะสบายใจกว่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;นี่ยัง ไม่ทันทำอะไรเลยแต่ไปคิดหวาดระแวงอย่างนั้นอย่างนี้ก็ในเมื่อพวกคุณเป็นคนเขียนกฎหมายออกมาเอง ดังนั้นเมื่อกฎหมายออกมาใช้แล้วก็ต้องเชื่อมั่นในสิ่งที่ได้เขียนลงไป แต่เมื่อ ทำตามที่เขียนแล้วมีปัญหา มีอุปสรรค ทำให้ทุกอย่างไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ ก็ยังสามารถแก้ไขได้ กกต. ซึ่งเป็นผู้ปฏิบัติย่อมต้องเสนอขอแก้ไขอยู่แล้ว ก่อนที่จะออกวิธีปฏิบัติมาเพื่อขจัดปัญหา ซึ่งนั่นก็เป็นสิ่งที่ทำได้อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นอย่าเพิ่งติเรือทั้งโกรน อย่าพึ่งตีตนไปก่อนใคร่ ต้องลองปฏิบัติก่อนไม่เช่นนั้นคนจะขบขันพวกคุณไปเสียเปล่า อย่าเพิ่งก้มลงไปดูดเอา น้ำลายที่ตัวเองถ่มลงไปเลย จะอายคน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14785</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., ตือ, นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล, ผู้ตรวจการเลือกตั้งประจำจังหวัด, สนช.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180806/image_big_5b67dda387f02.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9355</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/05/2018 22:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ชวน&#039;ปัดมหาเธร์2 หนุน&#039;มาร์ค&#039;นำปชป.สู้ต่อ รบ.เดินหน้าถกพรรคมิ.ย.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ชวน&amp;rdquo; ปัดข้อเสนอคัมแบ็กนายกฯ ยัน ปชป.มีกติกาที่ดี พร้อมหนุน &amp;quot;อภิสิทธิ์&amp;rdquo; เป็นหัวหน้าต่อไป &amp;nbsp; ปล่อยมุกเป็นไปได้ต้องรออีก 12-13 ปีตอนอายุเท่ามหาเธร์ &amp;quot;มาร์ค&amp;quot; เผยกลุ่มหนุนมาเลเซียโมเดลหวังดันชวนสู้พรรคนอมินีทหาร &amp;quot;เพื่อแม้ว&amp;quot; ลั่นไม่ร่วมหารือเวที คสช.จวกไม่จริงใจ &amp;quot;เสี่ยตือ&amp;quot; แนะรัฐบาลเปิดกว้างปล่อยคนอยากเลือกตั้งชุมนุมตามครรลอง ปชต. ยกบทเรียนประวัติศาสตร์เตือนอย่าให้ลุกลาม &amp;quot;จตุพร&amp;quot; โวยปิดพีซทีวีคสช.กลัวเกินเหตุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพุธ นายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี และประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์กรณีที่มีกระแสข่าวหนุนให้นายชวนกลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง เหมือนนายมหาเธร์ โมฮัมหมัด นายกฯ มาเลเซีย ว่าขอบคุณความตั้งใจดีเหล่านั้น แต่ว่าโดยส่วนตัวแล้วการเป็นนักการเมืองในระบอบประชาธิปไตย ที่มีกฎเกณฑ์กติกาที่เราต้องปฏิบัติ แล้วต้องเคารพกฎเกณฑ์กติกาในระบบนี้ โดยส่วนตัวไม่ว่าจะมีเรื่องมาเลเซียหรือไม่ก็ตาม ตนก็หนุนนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นหัวหน้าอยู่แล้ว ก็ขอบคุณความหวังดี แต่ว่าส่วนตัวไม่ได้มีความคิดเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่นเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เป็นไปได้ก็ต้องรออีก 12-13 ปี ตอนนั้นก็จะอายุเท่ากับมหาเธร์ค่อยว่า แต่ตอนนี้เป็นไม่ได้ครับ&amp;quot; นายชวน กล่าวติดตลกเมื่อถามว่าจะมีโอกาสกลับมาหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงเรื่องโพลมีคะแนนต่ำลง นายชวนกล่าวว่า มันก็ไม่ค่อยแน่นอน การเป็นโพลหรือเป็นการสุ่มของกลุ่มไหน ก็ไม่ค่อยแน่นอน บางทีบางคณะหรือบางโพลก็ไม่ตรงกัน อันนี้ก็ธรรมดา แล้วแต่ถามใคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชวนกล่าวย้ำว่า ตนสนับสนุนนายอภิสิทธิ์เป็นหัวหน้าพรรคอย่างแน่นอน โดยพรรคประชาธิปัตย์ก็เป็นพรรคการเมืองที่มีกติกาที่ดี และการเลือกคนมาเป็นหัวหน้าพรรค ก็ให้โอกาสโดยไม่เลือกปฏิบัติ และนักการเมืองในพรรคนี้ก็มาจากวิถีทางประชาธิปไตย มาจากระบบการเลือกตั้งที่บริสุทธิ์ยุติธรรม อันนี้คือสาระสำคัญมาก เพราะว่าประเทศเรามีปัญหา แม้เราจะมีประชาธิปไตยมานานหลายสิบปีแล้วก็ตาม แต่ว่าถ้าเราไม่สามารถสกัดการโกงเลือกตั้ง การทุจริต การซื้อเสียง การแลกเสียงกับผลประโยชน์ได้ นักการเมืองก็ยังโกงอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;สิ่งที่ประชาธิปัตย์ภูมิใจก็คืออันนี้ สิ่งที่เรายึดมั่น แพ้-ชนะ เราก็ยอมรับผล แต่ว่าเราไม่ปฏิบัติอะไรที่ผิดทำนองคลองธรรม ไม่นิยม ไม่ยอมให้มีการซื้อเสียง ผมเป็นคนหนึ่งที่ต่อต้านการซื้อเสียงมาตลอด เพราะได้มีประสบการณ์ในฐานะที่เป็นผู้แทนฯ มายาวนานที่สุดในประเทศไทย ก็ได้เห็นว่าคนที่ทุจริตหรือซื้อเสียงมาแล้วไม่โกงนั้นหายากมาก ขณะเดียวกัน คนที่มาโดยบริสุทธิ์ยุติธรรมแล้วไปโกงนั้นก็หายากมาก จุดเริ่มต้นที่แนวประชาธิปัตย์เขาทำมานี้ ถูกต้องและดีแล้ว ไม่ว่าสถานการณ์บ้านเมืองจะเป็นอย่างไร หลักอันนี้ก็ยังต้องดำเนินอยู่ &amp;nbsp;อีกประการหนึ่ง จากสถานการณ์ของมาเลเซียแล้ว มองเห็นความสำคัญพูดถึงผมขึ้นมา แต่ใจผมคิดว่าการเมืองเป็นของคนทุกวัย ควรเป็นของคนทุกวัย บ้านเมืองต้องอาศัยคนทุกวัย ไม่ใช่คนสูงวัย กลางคน หรือคนรุ่นใหม่อย่างเดียว ต้องทุกวัยต้องมีส่วนร่วมในการรับผิดชอบต่อบ้านเมืองด้วยความตั้งใจจริง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานสภาที่ปรึกษาพรรค ปชป.กล่าวอีกว่า อยากเชิญชวนคนที่คิดว่าเป็นคนดี เป็นคนซื่อสัตย์ สุจริต และมีความสามารถ มาร่วมงานการเมือง เพื่อว่าจะได้มีคนเข้ามาดูแลรับผิดชอบงานบ้านเมืองมากขึ้น แม้จะเป็นคนดีอยากทำงานการเมือง แต่ว่ามักจะไม่อยากเปลืองตัว ก็ทำให้บางทีเราจะได้คนที่เก่งและมีความสามารถมากกว่านี้ก็หายาก ทั้งนี้ อะไรที่เป็นของดีในอดีตก็ต้องเก็บเอาไว้ ไม่ใช่ว่ายุคใหม่จะดีไปทุกเรื่อง ของใหม่ๆ บางทีก็ไม่ใช่ของดีเสมอไป ต้องอาศัยพี่น้องประชาชนในฐานะเจ้าของประเทศ ว่าเราต้องช่วยสนับสนุนแนวทางการปกครองในระบอบประชาธิปไตยที่บริสุทธิ์ ยุติธรรม จะต้องช่วยกันปกป้องอย่าให้มีพฤติกรรมอะไรที่ไม่ถูกต้อง อย่ายอมรับการทำอะไรที่ไม่ถูกต้อง ไม่ว่าฝ่ายการเมืองหรือฝ่ายไหนก็ตาม
ชวนสู้พรรคนอมินีทหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอภิสิทธิ์กล่าวว่า กลุ่มที่สนับสนุนมาเลเซียโมเดล โดยสนับสนุนให้นายชวนกลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีนั้น เนื่องจากมองว่านายชวนน่าจะแข่งกับพรรคที่เป็นนอมินีของทหารในอนาคตได้ อย่างไรก็ตาม พรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้มีความต้องการที่จะต่อสู้แข่งขันหรือจับมือกับใคร ซึ่งที่ผ่านมาบทบาทของนายชวนก็เป็นที่ปรึกษาให้กับพรรคประชาธิปัตย์ และรับฟังปัญหาพร้อมทั้งเป็นตัวแทนในการช่วยเหลือประชาชนมาตลอด ซึ่งเมื่อมีโอกาสพบกัน นายชวนก็ยังพูดแซวอยู่เลยว่า ตัวเองยังเป็นนายมหาเธร์ตอนนี้ไม่ได้ คงต้องรออีก 12 ปี ถึงจะมีอายุเท่ากับนายมหาเธร์ในปัจจุบันซึ่งมีอายุ 92 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนการที่ คสช.เตรียมเรียกพรรคการเมืองไปพูดคุยหารือในเดือนมิถุนายนนี้ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า พรรคปชป.พร้อมเข้าไปพูดคุยกับ คสช. ซึ่งจะบอกกับ คสช. ว่าแนวทางต่างๆ ของ คสช.ที่ออกมา เป็นอุปสรรคขัดขวางการดำเนินการของพรรคอย่างไร โดยขณะนี้ ปชป.ต้องจ้างนักศึกษาจำนวนมากมาดำเนินการเรื่องจัดทำสมาชิกพรรคตั้งแต่เวลา 08.00-21.00 น. เพื่อทำตามคำสั่ง คสช. โดยที่พรรคไม่ได้ประโยชน์อะไร&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนความเคลื่อนไหวของนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ, นายอุตตม สาวนายน รมว.อุตสากรรม และนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พาณิชย์ หารือกันที่ทำเนียบฯ แล้วเข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ท่ามกลางกระแสข่าวการดูดอดีต ส.ส.และการจัดตั้งพรรคพลังประชารัฐ นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า คุณยิ่งอึมครึมเท่าไหร่คนก็ยิ่งวิพากษ์วิจารณ์มากเท่านั้น แต่ถ้าประกาศความชัดเจนออกมาเลย และรู้จักขอบเขตว่าควรทำอะไรได้แค่ไหน ก็เหมือนกับรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งทั่วไป ก็ไม่ต่างกัน &amp;nbsp;เปิดตัวออกมาให้ชัดเจน ไม่ได้มีอะไรเสียหาย ทุกคนกลับจะชื่นชมที่คุณกล้าเปิดให้รู้ว่าถึงเวลาแล้ว ไม่มีใครว่าถ้าคุณอยู่ในที่สว่าง อย่าไปแอบทำลับๆ ในที่มืด เพราะกติกาก็ไม่ได้ห้ามว่าคนที่เป็นรัฐมนตรีจะตั้งพรรคอะไร ในเมื่ออยากทำงานการเมือง เป็นเรื่องที่ดี แต่ต้องเปิดเผยและสุจริตใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี คสช.จะเชิญพรรคการเมืองต่างๆ ในเดือน มิ.ย. เพื่อพูดคุยเรื่องการจัดการเลือกตั้งว่า การจัดการเลือกตั้งเป็นอำนาจหน้าที่โดยตรงของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) คสช.ไม่มีหน้าที่ และในคำสั่ง คสช.ที่ 53/2560 ระบุถึงการเชิญพรรคการเมืองหารือว่าอาจเชิญพรรคการเมืองเข้าร่วมหรือไม่ก็ได้ แสดงให้เห็นถึงความไม่จริงใจเชิญพรรคการเมืองเข้าร่วม อีกทั้งถ้า คสช.คิดจะเล่นการเมืองต่อไปเพื่อสืบทอดอำนาจ ก็ยิ่งไม่มีความเหมาะสมเชิญพรรคการเมืองไปหารือ ดังนั้นพรรคเพื่อไทยคงยืนยันจุดยืนเดิมที่เคยพูดไปแล้ว คือไม่เข้าร่วม
&amp;quot;ป้อม&amp;quot;ปัดแนบแน่นเสนาะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความคืบหน้าการเชิญพรรคการเมืองมาพูดคุยเกี่ยวกับการเลือกตั้งในเดือน มิ.ย.ว่า เรื่องนี้นายกฯ พูดแล้ว พูดอย่างไรก็อย่างนั้น แต่ในส่วนของเจ้าหน้าที่ ยังอยู่ในช่วงของการเตรียมการเท่านั้น ตอนนี้ยังไม่ถึงขั้นจะกำหนดว่าจะมาพบกันวันไหน ถ้ามาน้อยสามารถเลื่อนได้ แต่คงไม่ยกเลิก เพราะความจำเป็นที่ต้องพบกันมันยังมีอยู่ โดยเฉพาะคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 53/2560 กำหนดให้ต้องมีการพูดคุยกัน เพียงแต่ไม่ได้กำหนดว่าจะเป็นเมื่อไร ที่บอกเดือน มิ.ย.นั้น ตนเป็นคนกำหนดเอง ความจริงเหตุของการเลื่อนยังมีปัจจัยอื่นอีกที่ต้องตกลงกัน ดังนั้นขอให้รอฟังความชัดเจนจากนายกฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า หาก 2 พรรคใหญ่อย่างพรรคประชาธิปัตย์และพรรคเพื่อไทยไม่เข้ามาร่วม จะมีผลอะไรหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า เราคุยกับ 60 พรรคเล็กหรือ 30 พรรคขนาดกลางได้ เดี๋ยวพรรคใหญ่ได้ยินเอง ความจริงอยากเชิญ แต่อย่าเพิ่งไปพูดเลย ส่วนปัจจัยที่พร้อมที่จะนัดพูดคุยกันได้ ก็เหมือนการพูดคุยทั่วไป คือมีผู้พูด ผู้ฟัง และเนื้อเรื่อง โดยเนื้อเรื่องที่จะพูดคุยกันจะเกี่ยวกับการเลือกตั้ง โรดแมป แต่ตอบไม่ได้ว่าจะรู้วันเลือกตั้งในวันนั้นเลยหรือไม่ มันอาจต้องคุยกันหลายครั้ง เดิมทีเราคิดว่าจะคุยจบในครั้งเดียว แต่ตอนนี้มีประเด็นส่งศาลรัฐธรรมนูญ เลยต้องรอกันไปก่อน เดือน พ.ค.น่าจะรู้ผลแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีเคยให้สัมภาษณ์ว่าสนิทกับนายเสนาะ เทียนทอง แกนนำกลุ่มวังน้ำเย็น ว่าไม่เคยไปหากันเลย รู้จักกันมาตั้งแต่สมัยเป็นทหารอยู่กองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์มากว่า 30 ปี แต่ปัจจุบันไม่ได้เจอกัน ส่วนในอนาคตจะมีการมาร่วมทำงานทางการเมืองหรือไม่ ขอให้ไปสอบถามนายเสนาะเอาเอง เพราะตนไม่ทราบ และขณะนี้ยังไม่มีการจัดตั้งพรรคการเมือง มีเพียงสื่อมวลชนเท่านั้นที่นำไปเขียนข่าวเอาเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี ดังนี้ 1.นายอิทธิพล คุณปลื้ม ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี อยู่ในบังคับบัญชารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และ 2.นายสันติ กีระนันทน์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงอุตสาหกรรม อยู่ในบังคับบัญชารัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป นอกจากนี้ ยังมีคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 93/2661 เรื่อง แต่งตั้งข้าราชการการเมือง โดยให้นายสนธยา คุณปลื้ม ดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมือง ตำแหน่งที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ตั้งแต่วันที่ 17 เมษายน 2561 เป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวถึงกรณีกลุ่มคนอยากเลือกตั้งเตรียมชุมนุมทางการเมืองใหญ่ครบรอบ 4 ปี รัฐประหาร วันที่ 22 พ.ค.นี้ ว่า คสช.และรัฐบาลควรปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ เพราะไม่ใช่เฉพาะคนหนุ่มสาว คนรุ่นใหม่ หรือกลุ่มคนอยากเลือกตั้งเท่านั้น แต่เป็นความรู้สึกของคนทั้งโลกที่รู้สึกว่าเมื่อประกาศใช้รัฐธรรมนูญใหม่แล้วสิทธิเสรีภาพน่าจะได้รับการคุ้มครอง หลายคนยังมีความเชื่อว่ารัฐธรรมนูญใหญ่กว่ามาตรา 44 ฉะนั้นหากฝืนความรู้สึกของคนทั้งโลก ฝืนความเป็นจริงที่ควรเกิดขึ้นในระบอบประชาธิปไตย จะเหมือนการเอาแพ้เอาชนะ ซึ่งไม่เกิดผลดี&amp;nbsp;
&amp;quot;จตุพร&amp;quot;โวยปิดพีซทีวี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมศักดิ์กล่าวว่า อย่าใช้ความรุนแรง ยิ่งในสถานการณ์ที่ทุกคนคาดหวังให้เป็นประชาธิปไตยนี้ ก็ต้องใจกว้างและยอมรับกับสิ่งที่มันจะเกิดขึ้น ส่วนที่ฝ่ายความมั่นคงกำลังพยายามจำกัดขอบเขตการชุมนุมตรงนี้ ยิ่งน่าเป็นห่วง เพราะเท่ากับว่ายิ่งจำกัดขอบเขต ยิ่งมองว่าเขาเป็นกลุ่มคนที่จะก่อความไม่สงบ จะกลายเป็นเรื่องของความรู้สึก ไม่ใช่เรื่องของเหตุผล อย่าไปมองว่าเขาถูกครอบงำ ถูกชักจูงจากกลุ่มไหน อยากให้มองด้วยสายตาที่บริสุทธิ์ ด้วยสายตาที่ให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย รัฐบาลรู้อยู่แล้วว่าบทเรียนในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา ทั้งกรณี 14 ตุลา, เหตุการณ์พฤษภาคม, เป็นบทเรียนที่ต้องรู้ว่าเพราะอะไรถึงลุกลาม มีการสูญเสีย เกิดการปะทะ เพราะวันนี้ไม่มีใครต้องการให้เกิดเหตุการณ์ภาพนั้นขึ้นอีก&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นางธิดา ถาวรเศรษฐ ประธานที่ปรึกษา นปช. ให้สัมภาษณ์ภายหลังเข้าเยี่ยมนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ว่า นายจตุพรได้มองว่ากรณีคำสั่ง กสทช.ปิดพีซทีวีเป็นเวลา 30 วัน สอดคล้องกับช่วงเวลาครบกำหนด 4 ปีรัฐประหารในวันที่ 22 พ.ค.นี้ ไม่รู้เป็นการกลัวมากเกินไปหรือไม่ เมื่อเรามาทบทวนอดีตในการปิดพีซทีวีก็สัมพันธ์กับสถานการณ์ทางการเมืองทุกครั้ง พีซทีวีเกิดขึ้นหลังการรัฐประหาร และการยุยงปลุกปั่นให้ประชาชนออกมาต่อต้านนั้นมีจริงหรือไม่ ก็ไม่เคยมี แต่มีความพยายามจะปิดพีซทีวีมาตั้งแต่ต้น แต่ที่ผ่านมาศาลปกครองให้การคุ้มครอง สงสัยว่าการปฏิบัติงานของ กสทช.เป็นไปโดยชอบหรือไม่ เรื่องนี้เหมือนเป็นการเล่นละคร ทั้งนี้ หากมีการเลือกตั้งแล้วพีซทีวียังปิดอยู่ เขาก็จะใช้อำนาจปิดอีกเป็นครั้งละ 30 วัน ให้เปิด 7 วันตลอดช่วงเวลาเลือกตั้ง ซึ่งเราถูกกระทำสอดคล้องสถานการณ์การเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงการครบรอบ 4 ปีของ คสช.ว่า ไม่ได้มีการเตรียมความพร้อมรับมือเหตุการณ์ใด เพราะรัฐบาลได้ชี้แจงไปหมดแล้ว และเมื่ออยากให้มีการเลือกตั้งแล้วจะอะไรอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า ตกลงว่ากลุ่มคนอยากเลือกตั้งจะเดินทางมาที่ทำเนียบรัฐบาลในวันที่ 22 พ.ค.แน่นอนใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า &amp;ldquo;ไม่ให้มา จะมายังไง&amp;rdquo; เมื่อถามย้ำว่า ถ้าไม่ให้แล้วหากส่งเจ้าหน้าที่ไปสกัด อาจเกิดการปะทะกันได้ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่ปะทะหรอก ไม่มี กฎหมายปกติสามารถรับมือกับสถานการณ์ได้ ไม่จำเป็นต้องใช้กฎหมายพิเศษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวระหว่างนายเพค อุนยู รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการค้า อุตสาหกรรม และพลังงานเกาหลีใต้ เข้าเยี่ยมคารวะว่า ขณะนี้ประเทศไทยอยู่ในช่วงเวลาที่มีเสถียรภาพมากที่สุด ตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลได้เดินหน้าบริหารประเทศตามโรดแมป โดยจะมีการเลือกตั้งทั่วไปในช่วงต้นปีหน้า ขณะเดียวกันก็ได้มีการกำหนดยุทธศาสตร์ในการพัฒนาประเทศในระยะยาว หรือแผนยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี เพื่อให้เศรษฐกิจและสังคมไทยมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน โดยเน้นประชาชน. &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9355</URL_LINK>
                <HASHTAG>4 ปี รัฐประหาร, คัมแบ็กนายกฯ, นายชวน หลีกภัย, นายชูศักดิ์ ศิรินิล, นายวิษณุ เครืองาม, นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล, พรรคนอมินีทหาร, พรรคประชาธิปัตย์, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เพื่อแม้ว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180516/image_big_5afc314f73190.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
