<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>106802</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/06/2021 14:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/06/2021 14:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘จุรินทร์’ รองนายกฯ เดินสายทัวร์อุดรธานี-ขอนแก่นเยี่ยม ‘บ้านมั่นคง’ ตั้งเป้าแก้ปัญหาที่ดิน-ที่อยู่อาศัยคนจน 1.3 ล้านหลังภายในปี 2579</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธานยกเสาเอกสร้างบ้านมั่นคงที่จังหวัดขอนแก่น&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;ภาคอีสาน / ระหว่างวันที่ 17-18 มิถุนายน &amp;nbsp;นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ &amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พร้อมคณะได้เดินทางมาที่จังหวัดอุดรธานีและขอนแก่น&amp;nbsp; เพื่อเยี่ยมเยียนกลุ่มเกษตรกร&amp;nbsp; และติดตามความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยตามโครงการ &amp;lsquo;บ้านมั่นคง&amp;rsquo; และการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนที่มีรายได้น้อย&amp;nbsp; โดยตั้งเป้าภายในปี 2579 จะแก้ปัญหาให้คนจนมีที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินเป็นของตัวเอง 1.3 ล้านหลัง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;โดยในวันที่ 17 มิถุนายน&amp;nbsp; นายจุรินทร์ได้เดินทางมาที่อำเภอกุมภวาปี&amp;nbsp; จ.อุดรธานี&amp;nbsp; เพื่อติดตามความคืบหน้าการพัฒนาที่อยู่อาศัยตามโครงการบ้านมั่นคงที่ชุมชนบ้านมั่นคงทรัพย์เพิ่มพูน &amp;nbsp;ตำบลพันดอน &amp;nbsp;อ.กุมภวาปี &amp;nbsp;ซึ่งมีการจัดงาน &amp;ldquo;บ้านมั่นคงพัฒนาคุณภาพชีวิต สร้างเศรษฐกิจชุมชน&amp;rdquo; และเป็นประธานในพิธีมอบบ้านมั่นคงทรัพย์เพิ่มพูนที่สร้างเสร็จแล้วจำนวน 37 &amp;nbsp;จากทั้งหมด 107 หลัง&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยมีนายสยาม ศิริมงคล ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี &amp;nbsp;นายปฏิภาณ&amp;nbsp; จุมผา รองผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp; และพี่น้องประชาชนให้การต้อนรับ&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;รองนายกรัฐมนตรี (ขวา) ทักทายประชาชน จ.อุดรธานี&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;ตั้งเป้าแก้ปัญหาที่ดินที่อยู่อาศัยคนจน 1.3 ล้านหลังภายในปี 2579&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.25in&quot;&gt;นายจุรินทร์&amp;nbsp; กล่าวว่า โครงการบ้านมั่นคงเป็นงานที่ต่อเนื่องมาตั้งแต่สมัยรัฐบาลนายชวน&amp;nbsp; หลีกภัย&amp;nbsp; ในปี&amp;nbsp; 2543 ซึ่งในขณะนั้นตนเป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีได้ให้ความเห็นชอบโครงการ โดยมีเป้าหมายให้คนจนหรือคนที่ไม่มีบ้านอยู่อาศัยหรือมีแต่ไม่มีที่ดินเป็นของตนเอง &amp;nbsp; ได้มีโอกาสมีบ้านอยู่&amp;nbsp; มีที่ดินเป็นของตนเอง&amp;nbsp; และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น&amp;nbsp;&amp;nbsp; โครงการบ้านมั่นคงจึงก่อกำเนิดขึ้นภายใต้หลักการที่มีองค์กรขึ้นมาบริหารจัดการเป็นการเฉพาะ &amp;nbsp; โดยรัฐบาลช่วยหาแหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำและสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐาน&amp;nbsp; โดยให้ประชาชนที่ไร้บ้านไร้ที่ดินรวมตัวกันเป็นสหกรณ์&amp;nbsp;&amp;nbsp; และใช้เงินของสหกรณ์เช่าซื้อหรือซื้อที่ดิน เพื่อสร้างบ้านราคาพิเศษให้สมาชิก&amp;nbsp; โดยสมาชิกผ่อนชำระเพื่อจะได้มีบ้านและที่ดินเป็นของตนเอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.25in&quot;&gt;นายจุรินทร์กล่าวต่อไปว่า&amp;nbsp; ตั้งแต่ปี พ.ศ.2543 &amp;nbsp; จนถึงปัจจุบัน&amp;nbsp; สร้างบ้านเสร็จแล้วประมาณ  200,000 หลัง&amp;nbsp; แต่ขณะนี้ได้มีการกำหนดเป้าหมายใหม่ &amp;nbsp; เพื่อเร่งรัดดำเนินการภายใน 15 ปี&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยภายในปี 2579&amp;nbsp; จะต้องสร้างบ้านให้ได้&amp;nbsp; 1,300,000 หลัง เพื่อให้คนจนได้มีที่ดินทำกินและมีบ้านอยู่อาศัยเป็นของตนเอง&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังมีโครงการบ้านพอเพียงชนบท&amp;nbsp; ซึ่งเป็นโครงการซ่อมแซมปรับปรุงบ้านเรือนที่มีฐานะยากจน&amp;nbsp; โดยรัฐบาลสนับสนุนงบประมาณผ่านทางสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.25in&quot;&gt;&amp;ldquo;จังหวัดอุดรธานีได้ดำเนินโครงการบ้านมั่นคงทั้งหมด 18 โครงการ  สร้างบ้านเสร็จแล้ว  1,700 หลัง วันนี้มาทำหน้าที่มอบบ้านมั่นคงที่สร้างเสร็จแล้ว 37 หลัง และมอบเงินสร้างบ้านเพิ่มอีก 70 หลัง  ช่วยให้พี่น้องมีบ้านรวม 107 หลัง และมอบเงินช่วยซ่อมแซมบ้านพอเพียงอีก 104 หลัง&amp;nbsp; เป็นเงิน 2 ล้านบาท &amp;nbsp; มอบเงินสวัสดิการชุมชนเพื่อช่วยสมาชิก 7,500 คนอีก 2 ล้านบาท มอบงบพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนเรื่องผลิตภัณฑ์ตามความต้องการของตลาด 5 แสนบาท และมอบถุงยังชีพให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโควิดอีก 300 ครัวเรือน&amp;rdquo; นายจุรินทร์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.25in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.25in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.25in&quot;&gt;รองนายกฯ มอบเงินสนับสนุนกองทุนสวัสดิการชุมชนจังหวัดอุดรธานี 12 กองทุน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.25in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;ทั้งนี้ที่ผ่านมา&amp;nbsp; รัฐบาลมีแผนแม่บทการพัฒนาที่อยู่อาศัยระยะ 20 ปี (พ.ศ.2560-2579)&amp;nbsp; โดยมีเป้าหมายผู้มีรายได้น้อยทั่วประเทศ&amp;nbsp; ประมาณ 3 ล้านครัวเรือน&amp;nbsp; โดยมอบหมายให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ดำเนินการ&amp;nbsp; โดยมีวิสัยทัศน์ว่า &amp;ldquo;คนไทยทุกคนจะมีที่อยู่อาศัยถ้วนทั่ว&amp;nbsp; และมีคุณภาพชีวิตที่ดีในปี 2579&amp;rdquo;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;แยกเป็น&amp;nbsp; 1.การเคหะแห่งชาติดำเนินการในรูปแบบการเช่าหรือเช่าซื้อประมาณ 2 ล้านครัวเรือน&amp;nbsp; 2.สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ สนับสนุนการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยผู้มีรายได้น้อยทั้งในเมืองและชนบท&amp;nbsp; รวมทั้งกลุ่มคนไร้บ้าน&amp;nbsp; ตามโครงการบ้านมั่นคงเมืองและชนบท&amp;nbsp; การพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองลาดพร้าว-คลองเปรมประชากร&amp;nbsp; บ้านพอเพียงชนบท (ซ่อมสร้างบ้านเรือนที่มีฐานะยากจน&amp;nbsp; สภาพทรุดโทรม)&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; รวม 1,050,000 ครัวเรือนทั่วประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;บ้านมั่นคงทรัพย์เพิ่มพูนแก้ปัญหาที่อยู่อาศัย 5 ชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;โครงการบ้านมั่นคงทรัพย์เพิ่มพูน &amp;nbsp;เกิดจากการรวมกลุ่มของชาวบ้าน 5 ชุมชนในเขตเทศบาลตำบลพันดอน&amp;nbsp; อำเภอกุมภวาปีที่มีปัญหาความเดือดร้อนเรื่องที่อยู่อาศัยและมีฐานะยากจน&amp;nbsp; โดยชาวบ้านเริ่มรวมกลุ่มกันตั้งแต่ปี 2557 จัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อเป็นทุนในการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; มีการแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาดำเนินงาน&amp;nbsp; ช่วยกันสำรวจข้อมูล&amp;nbsp; พบว่า มีผู้เดือดร้อนจำนวน 732 &amp;nbsp;ราย จาก 5 ชุมชน&amp;nbsp; แบ่งเป็น&amp;nbsp; กลุ่มบุกรุกที่ดินเอกชน 29 ครัวเรือน&amp;nbsp; กลุ่มเช่าที่ดินราชพัสดุสร้างบ้าน &amp;nbsp;15 ครัวเรือน &amp;nbsp;&amp;nbsp;กลุ่มบ้านเช่า 16 &amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp; &amp;nbsp;และกลุ่มครอบครัวขยาย &amp;nbsp;รวม 107 ครัวเรือน&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;ต่อมาในปี 2559&amp;nbsp; ได้จดทะเบียนเป็นสหกรณ์เคหสถาน&amp;nbsp; ใช้ชื่อว่า &amp;lsquo;สหกรณ์เคหสถานทรัพย์เพิ่มพูน จำกัด&amp;rsquo;&amp;nbsp; เพื่อเตรียมจัดทำโครงการบ้านมั่นคง&amp;nbsp; มีชาวบ้านที่มีความเดือดร้อนเรื่องที่อยู่อาศัยเข้าเป็นสมาชิกจำนวน 106 ครัวเรือน&amp;nbsp; และต่อมาได้รับการสนับสนุนจากสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo; จัดทำโครงการบ้านมั่นคง &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;บ้านมั่นคงชุมชนทรัพย์เพิ่มพูน &amp;nbsp;ตำบลพันดอน &amp;nbsp;อ.กุมภวาปี&amp;nbsp; ส่วนที่กำลังก่อสร้าง&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;โดยสหกรณ์ฯ ขอใช้สินเชื่อจาก พอช. เพื่อซื้อที่ดิน&amp;nbsp; เนื้อที่&amp;nbsp; 4 ไร่ 2 งานเศษ&amp;nbsp; และปลูกสร้างบ้านใหม่&amp;nbsp; รวม 107 หลัง&amp;nbsp; โดย พอช.สนับสนุน 1.สินเชื่อเพื่อซื้อที่ดินและปลูกสร้างบ้าน&amp;nbsp; รวม 24 ล้านบาทเศษ&amp;nbsp; 2.อุดหนุนการพัฒนาที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; พัฒนาด้านสาธารณูปโภค &amp;nbsp;และงบบริหารจัดการชุมชน &amp;nbsp;รวม&amp;nbsp; 8.5&amp;nbsp; ล้านบาทเศษ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;ส่วนแบบบ้านมี 2 แบบ&amp;nbsp; คือ 1.บ้านแถวชั้นเดียว &amp;nbsp;ขนาด 10 และ 16.5 ตารางวา &amp;nbsp;ราคาก่อสร้างหลังละ &amp;nbsp;181,312 บาท &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ผ่อนชำระเดือนละ 2,055 บาท&amp;nbsp; จำนวน 30 หลัง &amp;nbsp;และ 2. บ้านแถวสองชั้น &amp;nbsp;ขนาด 11 ตารางวา &amp;nbsp;ราคาก่อสร้างหลังละ 277,137 บาท &amp;nbsp;ผ่อนชำระเดือนละ 2,155 บาท&amp;nbsp; จำนวน 76 &amp;nbsp;หลัง &amp;nbsp;(ผ่อน 15 ปี) &amp;nbsp;เริ่มก่อสร้างบ้านในเดือนธันวาคม 2562 &amp;nbsp;ขณะนี้ก่อสร้างแล้วเสร็จจำนวน 37 หลัง&amp;nbsp; อยู่ในระหว่างการก่อสร้าง 70 หลัง&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตามแผนงานจะก่อสร้างแล้วเสร็จทั้งหมดภายในปีนี้&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;รองนายกฯ ยกเสาเอกบ้านมั่นคงแก่นนคร&amp;nbsp; จ.ขอนแก่น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.25in&quot;&gt;นอกจากภารกิจที่จังหวัดอุดรธานีแล้ว&amp;nbsp; ในวันนี้ (18 มิถุนายน) นายจุรินทร์&amp;nbsp; รองนายกรัฐมนตรี และคณะได้เดินทางมาที่จังหวัดขอนแก่น&amp;nbsp; เพื่อร่วมพิธียกเสาเอกสร้างบ้านมั่นคงสหกรณ์เคหสถานแก่นนคร&amp;nbsp; จำกัด &amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp; จ.ขอนแก่น&amp;nbsp; เพื่อก่อสร้างบ้านมั่นคงเฟสสุดท้าย&amp;nbsp; จำนวน&amp;nbsp; 46 หลัง&amp;nbsp; โดยก่อนหน้านี้สร้างบ้านเสร็จไปแล้วจำนวน&amp;nbsp; 287 หลัง &amp;nbsp;&amp;nbsp;ทำให้ผู้มีรายได้น้อยมีบ้านและที่อยู่อาศัยที่มั่นคง&amp;nbsp; รวม 333 ครัวเรือน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.25in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.25in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.25in&quot;&gt;รองนายกฯ ยกเสาเอกบ้านมั่นคงสหกรณ์เคหสถานแก่นนคร จ.ขอนแก่น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.25in&quot;&gt;นายปฏิภาณ จุมผา &amp;nbsp;รองผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ &amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp; พอช. เป็นองค์กรในการกำกับดูแลโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ &amp;nbsp;ดำเนินโครงการบ้านมั่นคงอย่างเป็นทางการตั้งแต่ปี 2546&amp;nbsp; เพื่อแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยของผู้มีรายได้น้อย &amp;nbsp;สร้างความมั่นคงในการอยู่อาศัยและการพัฒนาคุณภาพชีวิตชุมชนคนจนในเมือง ครอบคลุมทั้งมิติด้านกายภาพ &amp;nbsp;เศรษฐกิจ &amp;nbsp;สังคม&amp;nbsp; และความเข้มแข็งของชุมชน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;ldquo;พอช.มียุทธศาสตร์การดำเนินงาน&amp;nbsp; โดยส่งเสริมให้ชุมชนและเครือข่ายเป็น &amp;lsquo;เจ้าของโครงการ&amp;rsquo; &amp;nbsp;ทำงานร่วมกับหน่วยงานท้องถิ่นและภาคีที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp; โดยเน้นการมีส่วนร่วมของชุมชนและท้องถิ่น &amp;nbsp;ตั้งแต่กระบวนการรวมกลุ่ม &amp;nbsp;การจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์ &amp;nbsp;การหาที่ดินรองรับ &amp;nbsp;&amp;nbsp;การออกแบบบ้านและผังชุมชน &amp;nbsp;&amp;nbsp;รวมถึงการบริหารจัดการโครงการ &amp;nbsp;และการบริหารการเงินด้วยระบบกลุ่มออมทรัพย์และสหกรณ์&amp;nbsp; โดยมีหน่วยงานท้องถิ่นทำหน้าที่สนับสนุนการดำเนินการ&amp;rdquo; &amp;nbsp;รอง ผอ.พอช.กล่าวถึงกระบวนการสนับสนุนการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยตามโครงการบ้านมั่นคง &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;รอง ผอ.พอช. กล่าวว่า &amp;nbsp;พอช.จะสนับสนุนงบประมาณในการพัฒนาระบบสาธารณูปโภค &amp;nbsp;และสินเชื่อเพื่อการพัฒนาที่อยู่อาศัย &amp;nbsp;ซึ่งรูปแบบในการดำเนินโครงการบ้านมั่นคงมีความหลากหลายตามสภาพปัญหาและความต้องการของชุมชน &amp;nbsp;เช่น &amp;nbsp;การปรับปรุงที่อยู่อาศัยในที่ดินเดิมการรื้อย้ายสร้างชุมชนใหม่ &amp;nbsp;การแบ่งปันที่ดินสร้างชุมชนใหม่ ฯลฯ &amp;nbsp;โดยขณะนี้ พอช.ได้สนับสนุนการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยในภาคตะวันออกเฉียงเหนือแล้ว 19 จังหวัด &amp;nbsp;84 เมือง &amp;nbsp;537 ชุมชน &amp;nbsp;รวม 28,912&amp;nbsp; ครัวเรือน&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;ldquo;เฉพาะจังหวัดขอนแก่น &amp;nbsp;พอช.ได้สนับสนุนการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยภายใต้โครงการบ้านมั่นคง รวม 75 โครงการ 163&amp;nbsp; ชุมชน &amp;nbsp;จำนวน 7,057&amp;nbsp; ครัวเรือน &amp;nbsp;&amp;nbsp;และดำเนินการปรับปรุงซ่อมแซมที่อยู่อาศัยให้ครัวเรือนยากจน &amp;nbsp;กลุ่มคนเปราะบางที่มีปัญหาความเดือดร้อนด้านที่อยู่อาศัยตามโครงการบ้านพอเพียงชนบท&amp;nbsp; ตั้งแต่ปี 2560 &amp;nbsp;ถึงปัจจุบัน &amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp; 831ครัวเรือน &amp;nbsp;ใน 81 ตำบล &amp;nbsp;รวมทั้งเกิดการประสานความร่วมมือกับภาคีพัฒนามากกว่า &amp;nbsp;10 &amp;nbsp;องค์กร&amp;rdquo; &amp;nbsp;รอง ผอ. พอช.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;บ้านมั่นคงสหกรณ์เคหสถานแก่นนคร&amp;nbsp; จำกัด &amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp; จ.ขอนแก่น&amp;nbsp; สร้างเสร็จแล้ว 287 หลัง&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106802</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, กระทรวงพาณิชย์, กลุ่มเกษตรกร, การพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนที่มีรายได้น้อย, ขอนแก่น, ตั้งเป้าแก้ปัญหาที่ดินที่อยู่อาศัยคนจน, นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์, นายปฏิภาณ  จุมผา, นายสยาม ศิริมงคล, บ้านมั่นคงทรัพย์เพิ่มพูน, บ้านมั่นคงพัฒนาคุณภาพชีวิต สร้างเศรษฐกิจชุมชน, ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี, รองนายกรัฐมนตรี, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์, สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน), สหกรณ์เคหสถานทรัพย์เพิ่มพูน จำกัด, อุดรธานี, โครงการ ‘บ้านมั่นคง’, โครงการบ้านมั่นคงทรัพย์เพิ่มพูน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210618/image_big_60cc46ed2e51e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33488</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/04/2019 10:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/04/2019 10:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประเดิม7วันอันตรายนครพนมจับเมาแล้วขับแล้ว92 ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12เม.ย.62- ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากวันที่ 11 เม.ย.ที่ผ่านมาที่ได้มีการปล่อยขบวนรณรงค์ขับขี่ปลอดภัย และเปิดศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนเทศกาลสงกรานต์ โดย นายสยาม ศิริมงคล ผวจ.นครพนม มอบหมายให้นายรังสรรค์ คัมภิรานนท์ รองผวจ.ฯ เป็นประธานปล่อยขบวนรณรงค์สร้างการตระหนักรู้ และกระตุ้นเตือนให้ประชาชนได้เข้าใจถึงความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน ภายใต้แนวคิดขับขี่มีน้ำใจ รักษาวินัยจราจร ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2562 และเปิดศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนของจังหวัดนครพนม หรือ7 วันอันตราย ระหว่างวันที่ 12-17 เม.ย. เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่สัญจรไปมา โดยก่อนจะถึงพิธีเปิดปรากฏว่าเกิดพายุฝนพัดกระหน่ำ งัดเต็นท์พังกระจุยกระจาย หลายคนต้องหนีไปหลบลมพายุในที่ปลอดภัย กว่า 30 นาที ฝนจึงหยุดตก และเริ่มพิธีปล่อยขบวนดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายรังสรรค์ เปิดเผยว่า มาตรการในช่วงเทศกาลสงกรานต์ของจังหวัดนครพนมปีนี้ ได้มอบหมายให้ทุกอำเภอและทุกตำบล หมู่บ้าน มีการตั้งจุดตรวจ จุดบริการประชาชนที่เดินทางไปมา โดยตั้งเป้าหมายอยากจะให้ประชาชนทุกคนปลอดภัยจากการเดินทาง ไม่อยากให้มีการสูญเสียหรือเกิดการบาดเจ็บขึ้น ซึ่งนอกจากเส้นทางหลักแล้วจะเน้นไปที่เส้นทางรองในชุมชนหมู่บ้านด้วย เพราะปกติช่วงเทศกาลสงกรานต์จะมีงานรื่นเริงในหมู่บ้าน ชุมชน มีการสังสรรค์กันในครอบครัว ซึ่งเมื่อดื่มหรือกินเลี้ยงเสร็จก็จะมีการย้ายจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง ทำให้มีความน่าเป็นห่วงว่าจะเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย ดังนั้นจึงจะใช้มาตรการชุมชนเข้ามาป้องกันอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้น กับพฤติกรรมการขับขี่ในส่วนนี้ โดยจะเป็นลักษณะชุมชนคอยดูแลชุมชนด้วยกันเอง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับข้อห่วงใยพิเศษในช่วงเทศกาลสงกรานต์ก็อยากให้ทุกคนเล่นน้ำสงกรานต์ หรือเฉลิมฉลองอยู่ในประเพณีอันดีงามของไทย ถ้าดื่มหรือเมาก็ไม่อยากให้ไปไหนต่อ เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของตนเองและเพื่อนร่วมทาง รวมถึงอยากขอฝากไปยังประชาชนในจังหวัดนครพนมและนักท่องเที่ยวที่เดินทางผ่านไปมาด้วย เกี่ยวกับการการเตรียมความพร้อมก่อนออกเดินทาง ไม่ว่าจะเป็น คน รถที่ใช้งาน รวมถึงศึกษาเส้นทางการจราจร และการขอความช่วยเหลือต่าง ๆ ด้วยเพื่อความปลอดภัยของทุกคน สุดท้ายนี้ก็ขอให้ทุกคนได้เฉลิมฉลองกันอย่างมีความสุข โดยปราศจากการบาดเจ็บและเสียชีวิตในช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปรากฏว่าประเดิมวันแรกช่วง 7 วันอันตราย ได้รับรายงานจากเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 18 สภ. สามารถจับกุมผู้กระทำความผิดเมาแล้วขับ รวมทั้งสิ้น 92 ราย โดยกฎหมายกำหนดโทษเมาแล้วขับ จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับตั้งแต่ 10,000 &amp;ndash; 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับขี่มีกำหนดไม่น้อยกว่า 6 เดือน หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่และยึดรถที่ใช้ไม่เกินเจ็ดวัน แต่ยังไม่มีเหตุการณ์เสียชีวิตจากยานพาหนะ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33488</URL_LINK>
                <HASHTAG>7วันอันตรายสงกรานต์, นายสยาม ศิริมงคล, รังสรรค์ คัมภิรานนท์, ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุ, เมาแล้วขับ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190412/image_big_5cb0035b02e76.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26493</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/01/2019 10:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/01/2019 10:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ผู้ว่าฯนครพนม&#039;เต้นงานเดิน-วิ่งทำเสียชื่อจังหวัด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
14 ม.ค.62- ที่ศาลากลางจังหวัดนครพนม ห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติการจังหวัดนครพนม(ศปก.นพ.) นายรังสรรค์ คัมภิรานนท์ รอง ผวจ.ฯ นายราเชนทร์ คูวงษ์วัฒนาเสรี ปลัดจังหวัดฯ พร้อมหน่วยงานทุกภาคส่วนร่วมประชุม กรณีงานเดิน-วิ่ง นครพนมซุปเปอร์ฮาล์ฟมาราธอน ครั้งที่ 1 &amp;nbsp;ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 13 ม.ค. บริเวณลานพญาศรีสัตตนาคราช ริมฝั่งแม่น้ำโขง ถนนสุนทรวิจิตร เขตเทศบาลเมืองนครพนม มี นายพชรวัฒน์ &amp;nbsp;นวกุลภูวนันท์ (โหน่ง) อดีตศิษย์เก่าโรงเรียนชื่อดัง รุ่น 35 เป็นผู้ดำเนินการ โดยชิงถ้วยรางวัลของมูลนิธิมิราเคิลออฟไลฟ์ และรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายจากการแข่งขัน จะนำไปมอบให้แก่โรงพยาบาลนครพนม จัดซื้อเครื่องเอ็กซเรย์ดิจิตอล อีกส่วนหนึ่งจะมอบให้มูลนิธิมิราเคิลออฟไลฟ์ ปรากฎว่าเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่าการจัดงานห่วยแตก &amp;nbsp;และสร้างความผิดหวังให้ผู้มาร่วมงาน &amp;nbsp;พร้อมทั้งเรียกร้องให้ผู้จัดงานออกมาชี้แจงกับชาวจังหวัดนครพนม เพราะเป็นการสร้างความเสียหายแก่จังหวัดในภาพรวม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในห้องประชุมมี นางบุญร่วม ปริปุณณะ รองผู้อำนวยการด้านการพยาบาล โรงพยาบาลนครพนม และ น.ส.นันทิยา โรจนาพงษ์ นักรังสีการแพทย์ชำนาญการพิเศษ มาร่วมให้รายละเอียดแก่ผู้เข้าฟังการชี้แจง ขณะนายรังสรรค์ฯ รองผวจ.ฯ กำลังให้ผู้เกี่ยวข้องในการจัดงานเดินวิ่งดังกล่าว ปรากฏว่ามีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นในมือถือของ รอง ผวจ.นครพนม ผู้ที่โทรเข้ามาในระหว่างประชุมคือ นายสยาม ศิริมงคล ผวจ.นครพนม ซึ่งอยู่ในระหว่างไปราชการที่กรุงเทพฯ รอง ผวจ.ฯจึงเปิดโฟนอินให้ ผวจ.นครพนม ซักถามตัวแทนของโรงพยาบาลนครพนม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.นันทิยา ยอมรับว่ารู้จักกับนายพชรวัฒน์ &amp;nbsp;นวกุลภูวนันท์ หรือโหน่ง ในฐานะเป็นเพื่อนร่วมรุ่นปิยะ 35 เจอกันครั้งวันเลี้ยงศิษย์เก่าปิยะเมื่อเดือนตุลาคม 61 โดยนายโหน่งอยากจะตอบแทนบุญคุณบ้านเกิด ด้วยการกีฬาเดินวิ่งแข่งขัน พร้อมกับอ้างจะนำรายได้ส่วนหนึ่งไปจัดซื้อเครื่องเอ็กซเรย์ดิจิตอล จึงเห็นว่าเป็นโครงการช่วยเหลือประชาชน จึงเป็นสะพานพานายโหน่งเข้าพบผู้บริหารโรงพยาบาล ส่วนเรื่องการดำเนินงานต่างๆนายโหน่งรับไปจัดการเองหมด กระทั่งเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผวจ.นครพนม ได้แนะนำให้ทางโรงพยาบาลนครพนม มีหนังสือสอบถามไปยังมูลนิธิมิราเคิลออฟไลฟ์ถึงวัตถุประสงค์ในการจัดงานให้ชัดเจน เพราะเป็นปัญหาของคนนครพนมทั้งจังหวัด ที่ต้องมารองรับความเสียหาย แต่ไม่ใช่หาตัวคนผิด เพราะโครงการดังกล่าวดี แต่ทำไมถึงเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ได้ ซึ่งตัวแทนของโรงพยาบาลฯ รับจะเร่งทำหนังสืออย่างเร่งด่วน ขณะที่นายโหน่งหลังเกิดเรื่องได้เข้า กทม.เก็บตัวเงียบ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26493</URL_LINK>
                <HASHTAG>งานเดิน-วิ่ง นครพนมซุปเปอร์ฮาล์ฟมาราธอน ครั้งที่ 1, นายสยาม ศิริมงคล, ผวจ.นครพนม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190114/image_big_5c3c0536d1506.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
