<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119154</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/10/2021 14:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/10/2021 14:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมทางหลวง ผุดทางเลี่ยงเมือง อ.ธาตุพนม หนุนส่งเสริมการค้าประเทศเพื่อนบ้าน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
8 ต.ค.2564-นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง(ทล.) เปิดเผยว่าตามที่นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ได้ผลักดันโครงการก่อสร้างทางหลวงแนวใหม่ ทางเลี่ยงเมือง อ.ธาตุพนม ถือเป็นหนึ่งในแผนการพัฒนาโครงข่ายทางหลวงจังหวัดนครพนม ในปีงบประมาณ 2564 &amp;nbsp;หลังจากที่รัฐบาลได้ประกาศให้จังหวัดนครพนมเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพด้านคมนาคม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เนื่องจากเป็นประตูเศรษฐกิจการค้าของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีที่ตั้งบริเวณชายแดนติด สปป.ลาว เชื่อมโยงเส้นทางการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวเพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) &amp;nbsp;โดยมีทางหลวงหมายเลข 212 เป็นทางหลวงสายหลักสำหรับการเดินทางเข้าตัวเมือง แต่ด้วยสภาพเขตทางแคบ พื้นที่ข้างทางเป็นเขตเมือง ยากต่อการขยายช่องจราจร ทำให้เกิดปัญหาการจราจรติดขัดและเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามดังนั้นการก่อสร้างทางเลี่ยงเมืองจึงเป็นแนวทางหนึ่งที่จะแก้ไขปัญหาการจราจร ช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทางให้กับประชาชน รวมทั้งยกระดับด้านความปลอดภัยทางถนน และพัฒนาคุณภาพการให้บริการของระบบทางหลวง &amp;nbsp;อีกทั้งยังช่วยเลี่ยงรถบรรทุกขนาดใหญ่ให้มาใช้เส้นทางเลี่ยงเมือง เพื่อลดผลกระทบด้านการสั่นสะเทือนต่อพระธาตุพนมที่เป็นศาสนสถานศักดิ์สิทธิ์คู่เมืองนครพนม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้กรมทางหลวง โดยสำนักสำรวจและออกแบบ ได้จัดจ้างกลุ่มบริษัทที่ปรึกษาเพื่อสำรวจและออกแบบทางหลวงขนาด 4 ช่องจราจร ทางเลี่ยงเมือง อ.ธาตุพนม จังหวัดนครพนม &amp;nbsp;โดยแนวเส้นทางโครงการมีจุดเริ่มต้นบนทางหลวงหมายเลข 212 เลยสะพานข้ามลำน้ำก่ำ ไปจนถึงบริเวณก่อนทางโค้งบ้านดงคราม จากนั้นแนวเส้นทางจะเกาะไปตามขอบพื้นที่ของกรมชลประทานบริเวณลำน้ำก่ำ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อออกจากพื้นที่บ้านดงครามแล้วจะเบี่ยงแนวไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ และตัดกับแนวรถไฟในอนาคตโครงการทางรถไฟสายบ้านไผ่-นครพนม และทางหลวงชนบท นพ.3048 ข้ามห้วยแคน แล้วไปบรรจบจุดสิ้นสุดโครงการบริเวณทางหลวงหมายเลข 212 ประมาณหลัก กม. ที่ 364 ครอบคลุมพื้นที่ 5 ตำบล ได้แก่ ต.ธาตุพนม ต.ธาตุพนมเหนือ ต.ฝั่งแดง ต.น้ำก่ำ และต.พระกลางทุ่ง รวมระยะทางประมาณ 7.86 กิโลเมตร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;
สำหรับรูปแบบโครงการออกแบบเป็นถนนคอนกรีตขนาด 4 ช่องจราจร กว้างช่องละ 3.50 เมตร แบ่งทิศทางจราจรด้วยเกาะกลางแบบร่องกว้าง 9.10 เมตร (รูปหลัก) &amp;nbsp;ไหล่ทางด้านในกว้าง 1.50 &amp;nbsp;เมตรและด้านนอกกว้าง 2.50 เมตร เขตทางกว้าง 60 เมตร โดยใช้วงเงินงบประมาณในการก่อสร้างโครงการ 950 &amp;nbsp;ล้านบาท &amp;nbsp;ปัจจุบันอยู่ระหว่างจัดทำข้อมูลเพื่อขอออกพระราชกฤษฎีกาเวนคืนที่ดิน &amp;nbsp;ทั้งนี้หากโครงการมีการเวนคืนที่ดินแล้วจะมีความพร้อมเพื่อเสนอของบประมาณดำเนินการก่อสร้าง คาดว่าสามารถเริ่มดำเนินการได้ในปีงบประมาณ 2566 โดยใช้ระยะเวลาก่อสร้างทั้งสิ้น 3 ปีโดยประมาณ มีรายละเอียดงานออกแบบดังนี้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.ทางแยกบริเวณลำน้ำก่ำ กม. 1+006 จุดตัดกับทางหลวงหมายเลข 212 ที่จะเลี้ยวขวาเข้าสู่ อ.ธาตุพนม ซึ่งเป็นเส้นทางไปวัดพระธาตุพนม ออกแบบเป็นสามแยกระดับพื้น ควบคุมด้วยระบบสัญญาณไฟจราจร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.ทางแยกจุดสิ้นสุดโครงการ ก.ม. 8+606 จุดตัดกับทางหลวงหมายเลข 212 เลี้ยวซ้ายไปนครพนม เลี้ยวขวาไป อ.ธาตุพนม ออกแบบเป็นสามแยกระดับพื้น
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119154</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทางเลี่ยงเมือง อ.ธาตุพนม, นายสราวุธ ทรงศิวิไล, อธิบดีกรมทางหลวง(ทล.)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211008/image_big_615ff118b9e7e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116517</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/09/2021 10:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/09/2021 10:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;กรมทางหลวง&#039; ลุยขยาย 4 เลน จ.ร้อยเอ็ด หนุนขนส่งโลจิสติกส์ภาคอีสาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
13 ก.ย.2564 นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง(ทล.) เปิดเผยว่า กรมทางหลวง โดย สำนักก่อสร้างทางที่ 2 ดำเนินการก่อสร้างขยายทางหลวงหมายเลข 202 &amp;nbsp;สาย อ.พยัคฆภูมิพิสัย &amp;ndash; อ. เกษตรวิสัย ตอน บ.เมืองเตา &amp;ndash; อ. เกษตรวิสัย &amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.ร้อยเอ็ด ระยะทาง 15.6 กิโลเมตร แล้วเสร็จ ตามนโยบายด้านการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออกเฉียงเหนือของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เพื่อรองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับทางหลวงหมายเลข 202 เป็นทางหลวงสายสำคัญในการเดินทางของภาคอิสาน &amp;nbsp;ทางหลวงสายนี้มีจุดเริ่มต้นที่ แยกทางหลวงหมายเลข 201 บริเวณสี่แยกโรงต้ม อ.เมือง จ.ชัยภูมิ ผ่านพื้นที่ จ.นครราชสีมา จ.บุรีรัมย์ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; จ.มหาสารคาม จ.ร้อยเอ็ด จ.ยโสธร จ.อำนาจเจริญ สิ้นสุดที่ อ.เขมราฐ จ.อุบลราชธานี &amp;nbsp;ระยะทางรวมทั้งหมด 387 กิโลเมตร &amp;nbsp;โดยอยู่ในความรับผิดชอบของกรมทางหลวง 380 กิโลเมตร &amp;nbsp;ที่ผ่านมากรมทางหลวงได้ก่อสร้างขยายเป็น 4 ช่องจราจรแล้วเสร็จ 148 กิโลเมตร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เนื่องด้วยมีผู้ใช้เส้นทางสายนี้เป็นจำนวนมากและมีปริมาณการจราจรที่หนาแน่นเพิ่มขึ้นทุกๆปี ทำให้เกิดปัญหาจราจรติดขัดเนื่องจากมีขนาด 2 ช่องจราจร กรมทางหลวงเล็งเห็นความสำคัญจึงได้ปรับปรุงขยายทางหลวงสายดังกล่าวในส่วนที่เหลือ โดยขณะนี้มีส่วนที่อยู่ในขั้นตอนการออกแบบรายละเอียดและเสนอขอรับการจัดสรรงบประมาณเป็นระยะทาง 81 กิโลเมตร &amp;nbsp;และอยู่ระหว่างดำเนินโครงการก่อสร้างอีกระยะทาง 135.4 กิโลเมตร &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามปัจจุบันได้ก่อสร้างแล้วเสร็จบางส่วนในพื้นที่ จ.ร้อยเอ็ด ระยะทาง 15.6 กิโลเมตร &amp;nbsp;ระหว่าง กม.162+000 &amp;ndash; กม.164+024 , กม.165+411 &amp;ndash; กม.167+300 และ กม.172+000 &amp;ndash; กม.183+772 &amp;nbsp;โดยก่อสร้างเป็นมาตรฐานทางชั้นพิเศษ 4 ช่องจราจร (ไป-กลับ) ผิวทางและไหล่ทางเป็นแอสฟัลต์คอนกรีต &amp;nbsp; ผิวจราจรกว้างช่องละ 3.50 เมตร ไหล่ทางด้านในกว้าง 1.50 เมตร ส่วนไหล่ทางด้านนอกกว้าง 2.50 เมตร พร้อมปรับปรุงเกาะกลาง มีการก่อสร้างสะพานเพื่อให้รถขนาดเล็กสามารถลอดกลับใต้สะพานได้ จำนวน 2 แห่ง และก่อสร้างสะพานข้ามคลอง จำนวน 5 แห่ง พร้อมติดตั้งไฟฟ้าแสงสว่างบนทางหลวง งบประมาณ 796,296,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เมื่อโครงการก่อสร้างแล้วเสร็จ จะเชื่อมโยงระบบโลจิสติกส์ระหว่างจังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดยโสธร จังหวัดอำนาจเจริญ และจังหวัดอุบลราชธานี บรรเทาปัญหาการจราจรติดขัด เพิ่มประสิทธิภาพโครงข่ายการคมนาคมขนส่งให้มีความสะดวกรวดเร็วและความปลอดภัย สามารถรองรับปริมาณจราจรที่เพิ่มขึ้นในอนาคต &amp;nbsp;ช่วยลดอุบัติเหตุในการเดินทางบนถนน ยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับประชาชนในพื้นที่และพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศนี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116517</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายสราวุธ ทรงศิวิไล, อ.พยัคฆภูมิพิสัย, อธิบดีกรมทางหลวง(ทล.), เกษตรวิสัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210913/image_big_613ec115150aa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112076</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/08/2021 15:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/08/2021 15:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทล.ผุดสร้างสะพานเชื่อมมอเตอร์เวย์บางปะอิน – นครราชสีมา คาดเปิดใช้ปี66</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ก.ค.2564 นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง(ทล.) เปิดเผยว่า กรมทางหลวงจะเริ่มดำเนินการก่อสร้างทางแยกต่างระดับเชื่อมทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สาย บางปะอิน &amp;ndash; นครราชสีมา กับ ทางหลวงชนบทหมายเลข นม.1120 (ถนนสุรนารี2) จังหวัดนครราชสีมา โดยเป็นโครงการที่มีการบูรณาการระหว่างหน่วยงานภาครัฐในการนำพื้นที่เขตทางของกรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบท มาพัฒนาก่อสร้างสะพานข้ามแยก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการจราจรและอำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้ทางจากทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองเข้าสู่ถนนสุรนารี2 ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ซึ่งผู้ใช้ทางจะได้รับความสะดวกโดยไม่ต้องไปใช้จุดกลับรถระดับพื้นบนทางหลวงหมายเลข 204 ที่มีปริมาณการจราจรค่อนข้างหนาแน่น &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับรูปแบบโครงการเป็นสะพานคอนกรีตอัดแรงชนิดรูปกล่องชื้นส่วนสำเร็จรูป (Precast Segment Box Girder) จำนวน 1 แห่ง ขนาด 1 ช่องจราจร ความกว้าง 6 เมตร ความยาวสะพาน 1,037 เมตร ใช้การติดตั้งแบบคานยื่นสมดุล (Balance Cantilever) ในการลดระยะเวลาและผลกระทบระหว่างการก่อสร้าง พร้อมปรับปรุงรูปแบบกำแพงคอนกรีต เพื่อช่วยป้องกันไม่ให้รถยนต์ตกจากสะพานบริเวณช่วงทางโค้ง โดยกรมทางหลวงจะลงนามสัญญาก่อสร้างภายในเดือนสิงหาคม 2564 ใช้ระยะเวลาก่อสร้างประมาณ 840 วัน มูลค่าการก่อสร้าง 400 ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสราวุธ กล่าวต่อไปอีกว่า โครงการทางหลวงพิเศษหมายเลข 6 &amp;nbsp;สาย บางปะอิน &amp;ndash; นครราชสีมา จำนวน 40 ตอน ระยะทาง 196 กิโลเมตร ปัจจุบันอยู่ระหว่างการก่อสร้าง คาดว่าจะเปิดใช้งานเต็มรูปแบบได้ในปี&amp;nbsp; 2566 ซึ่งเมื่อโครงการแล้วเสร็จจะช่วยแก้ไขปัญหาการจราจรติดขัดบนถนนมิตรภาพที่มีปริมาณการจราจรหนาแน่น ส่งผลให้ผู้ใช้ทางสามารถเดินทางได้สะดวก รวดเร็วและปลอดภัยอีกด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112076</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก่อสร้างทางแยกต่างระดับเชื่อมทางหลวงพิเศษระหว่าง, นายสราวุธ ทรงศิวิไล, บางปะอิน – นครราชสีมา, อธิบดีกรมทางหลวง(ทล.)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210803/image_big_610903e59185e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105758</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/06/2021 11:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/06/2021 11:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เฮ  คมนาคมเตรียมเปิดวิ่งมอเตอร์เวย์บางปะอิน-โคราช เพิ่มอีก 40 กม.ช่วงปีใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
9 มิ.ย.2564-นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.) เปิดเผยว่า จากที่เมื่อวันที่ 9-19 เม.ย. 2564&amp;nbsp;หรือช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2564 ที่ผ่านมา ทล. ได้เปิดให้บริการวิ่งฟรีชั่วคราวบนทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) หมายเลข 6 (M6) สายบางปะอิน-นครราชสีมา ช่วงปากช่อง-สีคิ้ว (ตอนที่ 24-27) ระยะทาง 35.75 กิโลเมตร (กม.) โดยมีผู้ใช้บริการในช่งงเวลาดังกล่าว รวมทั้งสิ้น 206,105 คัน สามารถช่วยแบ่งเบาการจราจรบนทางหลวงหมายเลข 2 (มิตรภาพ) ได้ประมาณ 20-30% นั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ทล. มีแผนจะเปิดให้ประชาชนได้ทดลองใช้บริการมอเตอร์เวย์ หมายเลข 6 เพิ่มอีก 3 ตอน คือ ตั้งแต่ตอนที่ 38-40 ช่วงบริเวณด่านสีคิ้ว-ด่านขามทะเลสอ ระยะทางรวมประมาณ 40 กม. โดยเมื่อรวมกับตอนที่ 24-37 ระยะทางประมาณ 35.75 กม. ที่ ทล. ได้เคยเปิดให้ประชาชนได้ใช้บริการ จะทำให้ประชาชนสามารถเดินทางบนมอเตอร์เวย์ได้ตั้งแต่ อ.ปากช่อง ถึงถนนเลี่ยงเมืองโคราช ซึ่งเป็นจุดสิ้นสุดโครงการ รวมระยะทางประมาณ 75 กม. โดยไม่เสียค่าผ่านทาง โดยคาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการในช่วงปลายเดือน ธ.ค.นี้ เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ 2565 มอบให้กับประชาชน ซึ่งจะเสนอให้กระทรวงคมนาคมพิจารณาต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสราวุธ กล่าวต่ออีกว่า การเปิดให้บริการในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2564 ที่ผ่านมา ได้รับเสียงตอบรับที่ดี มีปริมาณรถเข้ามาใช้บริการเป็นจำนวนมาก และสามารถช่วยบรรเทาการจราจรบนถนนมิตรภาพ ช่วงลำตะคอง-สีคิ้วได้เป็นอย่างดี ดังนั้น ทล. จึงมีแผนจะเปิดให้บริการมอเตอร์เวย์ สายบางปะอิน-นครราชสีมา เพิ่มมากขึ้น โดยหลังจากที่ในขณะนี้ ประชาชนได้ทยอยฉีดวัคซีนโควิด-19 มากขึ้น ประกอบกับคาดว่า ในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2564 ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) จะเริ่มผ่อนคลายการเดินทาง และประชาชนหันมาเดินทางกลับต่างจังหวัด และท่องเที่ยวกันมากขึ้น ส่วนรูปแบบการเปิดให้บริการ ตอนที่ 24-40 จะยังคงเปิดวิ่งทางเดียว (วันเวย์) จากนั้นถึงจะพิจารณาและประเมินผลว เพื่อเปิดวิ่งฝั่งขาไป-ขากลับ เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเปิดให้บริการเต็มรูปแบบในอนาคต พร้อมทั้งประเมินผลว่า จะเปิดให้บริการถาวรหรือไม่ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับความคืบหน้าการการก่อสร้างมอเตอร์เวย์สายบางปะอิน-นครราชสีมา ระยะทาง 196 กม. วงเงิน 8.46 หมื่นล้านนั้น นายสราวุธ กล่าวว่า ในปัจจุบัน มีความคืบหน้าประมาณ 93% โดยยอมรับว่า การก่อสร้างจะล่าช้าออกไปประมาณ 6 เดือน เนื่องจากเกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้การตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องการปรับแบบโครงการฯ จำนวน 17 ตอน มีความล่าช้า ส่งผลให้การเสนอขออนุมัติวงเงินปรับแบบที่เพิ่มขึ้นจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) ล่าช้าตามไปด้วย ซึ่งเดิมจะเสนอ ครม. ตั้งแต่เดือน ม.ค. 2564&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ขณะนี้อยู่ระหว่างเร่งรวบรวมผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงฯ คาดว่าจะเสนอให้ ครม. พิจารณาภายใน มิ.ย.นี้ ส่วนวงเงินที่ปรับเพิ่มขึ้นนั้น อยู่ระหว่างการหารือกับกรมบัญชีกลาง ทั้งนี้ ยืนยันว่า วงเงินที่เพิ่มขึ้น น้อยกว่า 6,800 ล้านบาท และยังอยู่ในกรอบวงเงินก่อสร้างที่ ครม.เคยอนุมัติไว้อย่างแน่นอน นอกจากนี้ ยังยืนยันอีกว่า การปรับแบบทั้ง 17 ตอนดังกล่าว เป็นไปตามหลักวิศวกรรม และมีการเปลี่ยนแปลงของสภาพความเป็นจริงในปัจจุบันที่เปลี่ยนไปจากผลการศึกษาเมื่อปี 2555 นอกจากนี้ ยังเป็นไปตามการพิจารณาของคณะกรรมการตรวจสอบฯ ซึ่งประกอบด้วย อาจารย์จากสถาบันอุดมศึกษา 12 สถาบัน รวมถึงสภาวิศวกร และวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้การก่อสร้างงานโยธามอเตอร์เวย์ สายบางปะอิน-นครราชสีมา ตามแผนเดิมจะแล้วเสร็จประมาณปลายปี 2565 แต่เมื่องานล่าช้าออกไปนั้น คาดว่า งานก่อสร้างจะแล้วเสร็จ และสามารถเปิดให้บริการได้ครบตลอดทั้งเส้นทางประมาณกลางปี 2566 สำหรับความคืบหน้าการลงนามสัญญาการก่อสร้างงานระบบ พร้อมการดำเนินงานและบำรุงรักษา (O&amp;amp;M) มอเตอร์เวย์ บางปะอิน-นครราชสีมา ซึ่งกลุ่มกิจการร่วมค้าบีจีเอสอาร์ นำโดยบริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ชนะการประมูลนั้น เบื้องต้นจะรอให้ ครม. อนุมัติวงเงินปรับแบบที่เพิ่มขึ้นก่อน หากเห็นชอบภายใน มิ.ย.นี้ ก็จะสามารถดำเนินการลงนามสัญญา O&amp;amp;M ภายใน มิ.ย.นี้เช่นกัน นอกจากนี้ การยืนยันราคาของเอกชน ที่จะครบกำหนดใน มิ.ย.นี้ หากมีการเปลี่ยนแปลง เอกชนสามารถขอขยายการยืนยันราคาออกไปได้อีกครั้งละ 3 เดือน ซึ่งไม่กระทบกับราคาที่ชนะการประมูล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับโครงการมอเตอร์เวย์บางใหญ่-กาญจนบุรี หมายเลข 81 ระยะทาง 96.41 กม. วงเงิน 5.59 หมื่นล้านบาทนั้น นายสราวุธ กล่าวว่า ภาพรวมการก่อสร้างมีความคืบหน้าประมาณ 55% คาดว่าจะลงนามสัญญา O&amp;amp;M ได้ภายใน มิ.ย. 64 ส่วนจะเปิดให้ประชาชนได้ทดลองใช้บริการมอเตอร์เวย์บางใหญ่-กาญจนบุรีบางช่วง เหมือนกับมอเตอร์เวย์บางปะอิน-นครราชสีมาหรือไม่นั้น คงต้องรอให้ผลงานการก่อสร้างคืบหน้าประมาณ 70-80% ก่อนจึงจะพิจารณาอีกครั้ง ซึ่งปัจจุบันนี้ก่อสร้างแล้วเสร็จ 3 ตอนจากทั้งหมด 25 ตอน โดยในส่วนของ 3 ตอนนี้ ปกติเป็นช่วงที่ไม่มีปัญหาการจราจรอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม ตามแผนจะเปิดให้บริการตลอดทั้งเส้นประมาณปลายปี 2566&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105758</URL_LINK>
                <HASHTAG>ช่วงบริเวณด่านสีคิ้ว-ด่านขามทะเลสอ ระยะทางรวมประมาณ 40 กม., นายสราวุธ ทรงศิวิไล, มอเตอร์เวย์, อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210316/image_big_6050348389e8f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>102905</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/05/2021 14:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/05/2021 14:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทล.ผุดถนนสายใหม่เชื่อมขนส่งชายแดนไทย-กัมพูชา รองรับอีอีซีคาดแล้วเสร็จก.พ.65</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
14 &amp;nbsp;พ.ค. 2564 นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง(ทล.) เปิดเผยว่าสำนักก่อสร้างทางที่ 1 ดำเนินโครงการก่อสร้างขยายทางหลวงสายใหม่หมายเลข 3646 &amp;nbsp;สาย อ.อรัญประเทศ &amp;nbsp; -ชายแดนไทย/กัมพูชา (บ.หนองเอี่ยน-สตึงบท) ตั้งแต่ กม. 0+000 &amp;ndash; กม.25+211 ระยะทาง 25.211 &amp;nbsp;กิโลเมตร เพื่อเชื่อมโยงโครงข่ายทางหลวงหมายเลข 33 &amp;ndash; ทางหลวงหมายเลข 3366 &amp;ndash; สะพานข้ามคลองพรมโหด &amp;ndash; &amp;nbsp; &amp;nbsp;บ้านหนองเอี่ยน ต.ท่าข้าม &amp;nbsp; อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ไปยัง บ้านสตึงบท ต.ปอยเปต อ.โอโจรว จ.บันเตียเมียนเจย ประเทศกัมพูชา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เพื่อรองรับปริมาณจราจรที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคต เนื่องจากการค้าบริเวณชายแดนระหว่างประเทศไทยกับประเทศกัมพูชาที่บริเวณจุดผ่านแดนถาวร บ้านคลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว (บริเวณตลาดโรงเกลือ) ปัจจุบันมีการเติบโตอย่างรวดเร็ว ทำให้จุดผ่านแดนมีความหนาแน่น เกิดการติดขัดของการจราจรบริเวณด่านพรมแดนจากรถที่มาขนส่งสินค้า รวมถึงนักท่องเที่ยวที่มาซื้อสินค้าที่ตลาดโรงเกลือ ดังนั้นเพื่อขยายพื้นที่การค้าการลงทุนชายแดนบริเวณบ้านหนองเอี่ยน จึงมีได้ก่อสร้างทางหลวงแนวใหม่เพื่อให้รองรับการขนส่งที่เพิ่มมากขึ้นในอนาคต
&amp;nbsp;
อย่างไรก็ตามกรมทางหลวงได้ดำเนินโครงการก่อสร้างทางหลวงสายดังกล่าวโดยแบ่งการก่อสร้างเป็น 2 ตอน ตอนที่ 1 ระหว่าง กม.0+000 &amp;ndash; กม.10+500 ระยะทาง 10.5 กิโลเมตร และตอนที่ 2 &amp;nbsp;ระหว่าง กม.10+500 &amp;ndash; กม.25+211 ระยะทาง 14.7 กิโลเมตร ก่อสร้างเป็นมาตรฐานทางชั้นพิเศษ 4 ช่องจราจร ผิวทางคอนกรีตกว้างช่องละ 3.50 &amp;nbsp;เมตร ไหล่ทางด้านในกว้าง 1.50 เมตร &amp;nbsp;ไหล่ทางด้านนอกกว้าง 2.50 เมตร เกาะกลางเป็นแบบกดเป็นร่อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมสะพานข้ามทางรถไฟเป็นสะพานคู่ที่มีช่องจราจรรวม 4 ช่องจราจร กว้างช่องละ 3.50 เมตร ไหล่ทางด้านในกว้าง 1.50 เมตร ไหล่ทางด้านนอกกว้าง 2.50 เมตร ช่องว่างระหว่างสะพาน 9 เมตร ทางกลับรถใต้สะพาน 2 ช่องจราจรกว้างช่องละ &amp;nbsp;3.50 เมตร ไหล่ทางกว้าง 1.50 เมตร และ 2.50 เมตร เพื่ออำนวยความสะดวกปลอดภัยให้กับประชาชน และติดตั้งไฟฟ้าแสงสว่างตลอดเส้นทาง งบประมาณ 2,070 ล้านบาท ปัจจุบันการก่อสร้างคืบหน้ากว่า &amp;nbsp;70% &amp;nbsp;คาดว่าจะก่อสร้างจะแล้วเสร็จประมาณเดือนกุมภาพันธ์ 2565 &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;
ทั้งนี้ เมื่อโครงการก่อสร้างแล้วเสร็จจะช่วยลดระยะเวลาการเดินทาง ประหยัดค่าใช้จ่าย และลดปัญหาการติดขัดของการจราจรจากรถขนส่งสินค้าบริเวณด่านพรมแดน บ.คลองลึก รวมถึงสนับสนุนศักยภาพจุดผ่านแดนถาวรแห่งใหม่โดยการขยายพื้นที่การค้าการลงทุนบริเวณชายแดนในการรับการส่งออกและการนำเข้าสินค้าระหว่างประเทศตามนโยบายด้านโลจิสติกส์ของประเทศ และเป็นส่วนในการส่งเสริมนโยบายและแนวทางความร่วมมือทางเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community : AEC) ในอนาคต&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102905</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทางหลวงสายใหม่หมายเลข 3646  สาย อ.อรัญประเทศ, นายสราวุธ ทรงศิวิไล, สำนักก่อสร้างทางที่ 1, อธิบดีกรมทางหลวง(ทล.)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210514/image_big_609e2d600654f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100195</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/04/2021 13:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/04/2021 13:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ทล.สรุปตัวเลขคนแห่ใช้มอเตอร์เวย์ &#039;ปากช่อง-สีคิ้ว&#039;7วันรวม 2แสนคัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
21เม.ย.64-นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง(ทล.) เปิดเผยว่าตามที่กรมทางหลวงได้ยกเว้นค่าธรรมเนียมผ่านทาง&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 กรุงเทพ &amp;ndash; ชลบุรี &amp;ndash; พัทยา ทางหลวงพิเศษหมายเลข 9 บางปะอิน &amp;ndash; บางพลี และ พระประแดง &amp;ndash; ต่างระดับบางขุนเทียน ตั้งแต่เวลา 00.01 น. ของวันที่ 9 เมษายน 2564 ถึง เวลา 24.00 น. ของวันที่ 16 เมษายน 2564 ระยะเวลา 8 วัน พบว่ามีจำนวนรถทุกประเภทที่ใช้บริการทั้งสิ้นจำนวน 5,235,901 คัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ แบ่งเป็น รถ 4 ล้อ จำนวน 4,774,232 คัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;, รถ 6 ล้อ&amp;nbsp;&amp;nbsp;จำนวน 158,032 คัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;และรถมากกว่า 6 ล้อ จำนวน 303,635 คัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งประมาณการจำนวนเงินที่ช่วยลดภาระรายจ่ายให้แก่ประชาชนจากการยกเว้นค่าผ่านทาง ระหว่างวันที่ 9 เมษายน 2564 - 16 เมษายน 2564&amp;nbsp;&amp;nbsp;เป็นเงิน&amp;nbsp;&amp;nbsp;183,702,894&amp;nbsp;&amp;nbsp;บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการเปิดให้บริการวิ่งฟรีชั่วคราวบนทางหลวงพิเศษหมายเลข 6 ช่วง ปากช่อง &amp;ndash; สีคิ้ว เพื่อรองรับการเดินทางสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พบว่ามีผู้ใช้บริการในระหว่างวันที่ 9-19 เมษายน 2564&amp;nbsp;&amp;nbsp;รวมทั้งสิ้น 206,105 คัน คิดเป็นร้อยละ 18.84% ของปริมาณรถทั้งหมดที่วิ่งบนทางหลวงหมายเลข 2 (มิตรภาพ)&amp;nbsp;&amp;nbsp;จำนวน 1,093,808 คัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยแบ่งเป็น มอเตอร์เวย์สาย 6 ฝั่งขาออก ระหว่างวันที่ 9-13 เมษายน 2564&amp;nbsp;&amp;nbsp;มีจำนวน 102,117 คัน คิดเป็น 26.82%&amp;nbsp;&amp;nbsp;ของปริมาณรถขาออกทั้งหมด 380,619 คัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ส่วนปริมาณรถวิ่งบนทางหลวงหมายเลข 2 ช่วงลำตะคอง มีจำนวน&amp;nbsp;&amp;nbsp;278,502 คัน ฝั่งขาเข้า ระหว่างวันที่ 14-19 เม.ย.64 มีจำนวน 103,988 คัน คิดเป็น25.62% ของปริมาณรถขาเข้าทั้งหมด 405,752 คัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ส่วนปริมาณรถวิ่งบนทางหลวงหมายเลข 2 ช่วงลำตะคอง มีจำนวน 301,764&amp;nbsp;&amp;nbsp;คัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ กรมทางหลวงยังได้สรุปปริมาณจราจรเข้าและออกจากกรุงเทพมหานคร บนทางหลวงสายหลัก และทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 (ลาดกระบัง) ในช่วงระหว่างวันที่ 9 &amp;ndash; 18 เม.ย.64&amp;nbsp;&amp;nbsp;รวมทั้งสิ้น 9,486,460 คัน โดยมีรายละเอียดดังนี้ ฝั่งขาออก จำนวน 4,810,259 คัน แยกเป็น ทางหลวงหมายเลข 32 (บางปะอิน) จำนวน 615,915 คัน, ทางหลวงหมายเลข 347 (บางปะอิน)&amp;nbsp;&amp;nbsp;จำนวน 198,822 คัน , ทางหลวงหมายเลข 340 (บางบัวทอง)&amp;nbsp;&amp;nbsp;จำนวน 373,156 คัน , ทางหลวงหมายเลข 4 (นครชัยศรี) จำนวน 548,331 คัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทางหลวงหมายเลข 35 (สมุทรสาคร)&amp;nbsp;&amp;nbsp;จำนวน 627,657 คัน , ทางหลวงหมายเลข 1 (วังน้อย)&amp;nbsp;&amp;nbsp;จำนวน 678,847 คัน , ทางหลวงหมายเลข 305 (องค์รักษ์)&amp;nbsp;&amp;nbsp;จำนวน 207,370 คัน , ทางหลวงหมายเลข 304 (มีนบุรี) จำนวน 288,767 คัน , ทางหลวงหมายเลข 34 (สมุทรปราการ)&amp;nbsp;&amp;nbsp;จำนวน 773,361 คัน และทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 (ด่านลาดกระบัง)&amp;nbsp;&amp;nbsp;จำนวน 498,033 คัน โดยปริมาณจราจรที่มีประชาชนเดินทางมากที่สุดคือวันที่ 10 เมษายน 2564 มีจำนวน 698,675 คัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับฝั่งขาเข้า จำนวน 4,676,201 คัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;แยกเป็น ทางหลวงหมายเลข 32 (บางปะอิน)&amp;nbsp;&amp;nbsp;จำนวน 620,741 คัน, ทางหลวงหมายเลข 347 (บางปะอิน) จำนวน 194,258 คัน , ทางหลวงหมายเลข 340 (บางบัวทอง) จำนวน 363,967 คัน , ทางหลวงหมายเลข 4 (นครชัยศรี) จำนวน 527,133 คัน , ทางหลวงหมายเลข 35 (สมุทรสาคร) จำนวน 513,202 คัน , ทางหลวงหมายเลข 1 (วังน้อย) จำนวน 699,744 คัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทางหลวงหมายเลข 305 (องค์รักษ์) จำนวน 194,456 คัน , ทางหลวงหมายเลข 304 (มีนบุรี) จำนวน 299,609 คัน , ทางหลวงหมายเลข 34 (สมุทรปราการ) จำนวน 740,823 คัน และทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 (ด่านลาดกระบัง)&amp;nbsp;&amp;nbsp;จำนวน 522,211 คัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยปริมาณจราจรช่วงขาเข้าที่มีประชาชนเดินทางมากที่สุดคือวันที่ 15 เม.ย.64 มีจำนวน 516,543 คัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100195</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายสราวุธ ทรงศิวิไล, ปากช่อง – สีคิ้ว, มอเตอร์เวย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210316/image_big_6050348389e8f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86803</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/12/2020 11:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/12/2020 11:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทล.ลุยขยายถนน4เลนสายเชียงใหม่ – เชียงราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
14 ธ.ค.63 นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง(ทล.)เปิดเผยว่าสำนักก่อสร้างทางที่ 1 ดำเนินโครงการก่อสร้างขยายทางหลวงหมายเลข 118 สาย เชียงใหม่ &amp;ndash; เชียงราย ตอน บ.ปางน้ำถุ &amp;ndash; บ.โป่งป่าตอง ตอน 1 โดยปรับปรุงและขยายตามแนวทางหลวงเดิมที่มีขนาด 2 ช่องจราจร เป็น 4 ช่องจราจร เริ่มต้นก่อสร้างที่ กม.51 ตำบลป่าเมี่ยง อำเภอดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ &amp;nbsp;และสิ้นสุดการก่อสร้างที่ กม.57 ที่ตำบลแม่เจดีย์ใหม่ อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย ระยะทางยาวประมาณ 6.6 กิโลเมตร (กม.)
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามเนื่องจากทางหลวงสายนี้มีแนวเส้นทางพาดผ่านสภาพภูมิประเทศเป็นแนวเขาสลับกัน มีเส้นทางคดเคี้ยวทำให้การเดินทางไม่สะดวก และมีโอกาสเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย กรมทางหลวงจึงดำเนินการก่อสร้างขยายทางหลวงสายดังกล่าว โดยมีทั้งหมด 2 ตอน ตอนที่ 1 เริ่มต้นที่ กม.51 (ปางน้ำถุ) ถึง กม.57 อุทยานแห่งชาติขุนแจ เหลือเพียงตอนที่ 2 เริ่มต้นที่ กม.57 อุทยานแห่งชาติขุนแจ ถึง กม.62 (โป่งป่าตอง)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับลักษณะโครงการก่อสร้างเป็นมาตรฐานทางชั้นพิเศษ 4 ช่องจราจร ไป &amp;ndash; กลับข้างละ 2 ช่องจราจร)โดยปรับปรุงและขยายตามคันทางเดิมจาก 2 ช่องจราจรเป็น 4 ช่องจราจร ผิวทางแอสฟัลท์คอนกรีต ผิวจราจรกว้างช่องละ 3.5 เมตร ไหล่ทางชนิดเดียวกับผิวทาง ด้านนอกกว้างข้างละ 2.5 เมตร มีช่องจราจรพิเศษสำหรับไต่ความลาดชัน ในช่วงที่มีความลาดชันสูงเพิ่มอีกช่องทาง &amp;nbsp;รวมงานไฟฟ้าแสงสว่างและไฟสัญญาณจราจร &amp;nbsp;งบประมาณ 238,422,908 บาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp;
อย่างไรก็ตามโครงการดังกล่าว จะช่วยให้การเดินทางของประชาชนมีความสะดวก รวดเร็ว ปลอดภัยมากยิ่งขึ้น &amp;nbsp;เพิ่มสมรรถนะด้านความปลอดภัย ลดการเกิดอุบัติเหตุ ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ทางทั้งในปัจจุบันและอนาคต &amp;nbsp; กรมทางหลวงขอความร่วมมือผู้ใช้ทางขับขี่ด้วยความระมัดระวังเพื่อความปลอดภัยของตัวท่านและผู้ร่วมทาง ประชาชนสามารถสอบถามเส้นทางการเดินทางได้ที่ สายด่วนกรมทางหลวง โทร 1586 (โทรฟรีทุกเครือข่ายตลอด 24 ชั่วโมง)&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86803</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถนนสี่เลน, นายสราวุธ ทรงศิวิไล, เชียงราย, เชียงใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201214/image_big_5fd6ed47e940c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
