<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117026</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/09/2021 15:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/09/2021 15:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดีป้า - จังหวัดอุบลราชธานี ปักหมุดพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล สร้างระบบนิเวศกระตุ้นเศรษฐกิจดิจิทัล พัฒนากำลังคนในพื้นที่อย่างยั่งยืน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;17 กันยายน 2564, อุบลราชธานี &amp;ndash; ดีป้า จับมือ จังหวัดอุบลราชธานี เดินหน้าพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล ปักหมุดพื้นที่ศาลากลางจังหวัด จัดตั้งสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล สาขาภาคอีสานตอนล่าง และศูนย์ ASEAN Smart Cities Network Center หวังเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนความรู้ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล กระตุ้นให้เกิดการพัฒนาระบบนิเวศด้านดิจิทัล รวมถึงศูนย์สั่งการและบริหารจัดการเมืองอัจฉริยะ ช่วยยกระดับเมืองด้วยฐานของข้อมูลที่เป็นประโยชน์ กระตุ้นเศรษฐกิจดิจิทัล และพัฒนากำลังคนดิจิทัลในพื้นที่ คาดพร้อมให้บริการหน่วยงานรัฐ เอกชน และประชาชนทั่วไปปลายปี 2565&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า พร้อมผู้บริหารและพนักงาน ร่วมพิธีเปิดป้ายอาคารสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล สาขาภาคอีสานตอนล่าง และศูนย์ ASEAN Smart Cities Network Center บนพื้นที่ 3 ไร่ บริเวณศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานี โดยได้รับเกียรติจาก นายสฤษดิ์ วิฑูรย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี เป็นประธาน ซึ่งมีคณะผู้บริหาร รวมถึงพนักงานจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมพิธีกันโดยพร้อมเพรียง โดยทั้งหมดปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) อย่างเคร่งครัด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;โดย นายสฤษดิ์ กล่าวว่า กิจกรรมในวันนี้ถือเป็นนิมิตรหมายที่ดีสำหรับการปักหลักของ ดีป้า และศูนย์ ASEAN Smart Cities Network Center ในพื้นที่ภาคอีสานตอนล่าง ณ จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งเชื่อว่าจะเป็นหมุดหมายสำคัญในการเชื่อมโยงและส่งเสริมเส้นทางเพื่อมุ่งสู่การเป็นเมืองอัจฉริยะ (Smart City) ของอุบลราชธานี และกลุ่มจังหวัดในพื้นที่ใกล้เคียง และขอแสดงความยินดีกับ ดีป้า ภายใต้การนำของ ดร.ณัฐพล รวมไปถึงคณะเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานทุกท่าน อีกทั้งขออำนวยพรให้การดำเนินการก่อสร้างอาคารสำนักงานสาขาฯ ในครั้งนี้ประสบความสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี และสามารถดำเนินภารกิจอันเป็นประโยชน์ต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลของประเทศต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ด้าน ดร.ณัฐพล กล่าวว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ดีป้า บูรณาการการทำงานกับจังหวัดอุบลราชธานีอย่างต่อเนื่องในการสำรวจและวางแผนความร่วมมือการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล โดยมุ่งหวังที่จะขับเคลื่อนอุบลราชธานีสู่การเป็นศูนย์กลางการให้บริการด้านดิจิทัลในพื้นที่ภาคอีสานตอนล่าง ก่อนพัฒนาไปสู่การเป็น ASEAN Digital Hub ในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;ldquo;อาคารสำนักงาน ดีป้า สาขาภาคอีสานตอนล่าง และศูนย์ ASEAN Smart Cities Network Center จะเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนความรู้ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล พร้อมมุ่งสู่การเป็นศูนย์กลางของภูมิภาคในการพัฒนาระบบนิเวศด้านดิจิทัล (Digital Ecosystem) ที่กระตุ้นให้เกิดการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล โดยตั้งใจให้เป็นพื้นที่ที่ประชาชนเข้าใช้งานได้อย่างสะดวก เหมาะกับการคิดค้นสิ่งใหม่ต่อยอดองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีดิจิทัล มี Co-working Space รองรับการเจรจาจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) และการประชุม เป็นศูนย์สั่งการและบริหารจัดการเมืองอัจฉริยะ (City Data Platform) ที่จะช่วยยกระดับการพัฒนาเมืองด้วยฐานของข้อมูลที่เป็นประโยชน์ สามารถให้บริการภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนทั่วไป รวมถึงชาวต่างชาติ อีกทั้งมีส่วนช่วยในการกระตุ้นเศรษฐกิจดิจิทัล ควบคู่ไปกับการพัฒนากำลังคนดิจิทัลในพื้นที่ โดยคาดว่า การก่อสร้างจะแล้วเสร็จและพร้อมเปิดให้บริการช่วงปลายปี 2565&amp;rdquo; ผู้อำนวยการใหญ่ ดีป้า กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;นอกจากนี้ ดีป้า และ จังหวัดอุบลราชธานี เตรียมจัดกิจกรรมส่งเสริมการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลเพื่อขับเคลื่อนเมืองเศรษฐกิจอัจฉริยะต้นแบบ (Smart Economy Showcase) เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในภาคอุตสาหกรรมการเกษตรและอุตสาหกรรมอาหารในจังหวัดอุบลราชธานี และพื้นที่ใกล้เคียงที่สนใจสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัลที่มีคุณภาพจากเครือข่ายดิจิทัลสตาร์ทอัพสัญชาติไทย ซึ่งผู้ประกอบการที่สนใจสามารถติดตามรายละเอียดการจัดกิจกรรม Smart Economy Showcase ได้ทาง Facebook Page: depa Thailand&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117026</URL_LINK>
                <HASHTAG>ASEAN Digital Hub, City Data Platform, co-working space, Smart City, Smart Economy Showcase, ขับเคลื่อนเมืองเศรษฐกิจอัจฉริยะต้นแบบ, จังหวัดอุบลราชธานี, ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์, ดีป้า, นายสฤษดิ์ วิฑูรย์, บริหารจัดการเมืองอัจฉริยะ, ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี, ศูนย์ ASEAN Smart Cities Network Center, สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล, อุบลราชธานี, เมืองอัจฉริยะ, โครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210917/image_big_6144528f49379.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45655</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/09/2019 07:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/09/2019 07:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้ว่าฯอุบลฯแจงไม่มีมวลน้ำเข้ามาใหม่วอนประชาชนอย่างแตกตื่นปริมาณอยู่ระดับทรงตัว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
13ก.ย.62-เมื่อกลางดึกคืนวันพฤหัสบดี ที่ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดอุบลราชธานี ศาลากลางจังหวัด นายสฤษดิ์ วิฑูรย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี ออกแถลงเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่เป็นครั้งแรกตั้งแต่เกิดเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ของจังหวัด และเริ่มมีกระแสความไม่พอใจการทำงานของจังหวัดว่ามีความล่าช้าต่อเหตุการณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายสฤษดิ์ กล่าวว่า จากกรณีที่นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โพสต์เฟซบุ๊กว่า เตือนชาวอุบลราชธานีเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์มวลน้ำจำนวนมากที่จะเดินทางถึงในวันที่13ก.ย.นี้ โดยคาดว่าจะมีมวลน้ำสูงสุด 4,500-4,800 ล้าน ลบ.ม.เดินทางถึง อ.เมืองอุบลฯ วัดปริมาณน้ำไหลผ่านที่สถานีสะพานเสรีประชาธิปไตย อ.วารินชำราบ คาดว่าในวันที่ 13 ก.ย.สูงสุดอยู่ที่ 5,300-5,500 ลบ.ม./วินาที โดยน้ำยังมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งจะมีน้ำล้นตลิ่งและท่วมขังในหลายพื้นที่ หากต้องการความช่วยเหลือ ให้แจ้งมาที่สายด่วน 1784 เพราะมีพื้นที่ประสบภัยเป็นวงกว้างเจ้าหน้าที่อาจจะดูแลไม่ทั่วถึง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;จากกรณีดังกล่าวทำให้ประชาชนในพื้นที่เกิดความแตกตื่นตกใจมาก โดยชี้แจงว่ามวลน้ำตามที่โฆษกรัฐบาลระบุนั้น เป็นมวลน้ำก้อนเดิมที่ไหลอยู่ในทุ่งเขตอำเภอเขื่องใน จ.อุบลราชธานี และบางส่วนในพื้นที่ จ.ยโสธร และขณะนี้มวลน้ำดังกล่าวมากกว่าครึ่งหนึ่งได้อยู่ที่แม่น้ำมูลเขตอำเภอวารินชำราบ และอำเภอเมืองอุบลราชธานีแล้ว ซึ่งจะไม่มีมวลน้ำก้อนใหม่เข้ามา โดยปัจจุบันปริมาณน้ำที่วัดได้ บริเวณสะพานเสรีประชาธิปไตย หรือจุด M7 อยู่ที่ความสูง 10.91 เมตร ก็ถือว่าเป็นปีที่ปริมาณมากที่สุดในรอบ 17 ปี ของจังหวัด&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
สำหรับกรณีที่มีการโจมตีว่าทางจังหวัดไม่มีแผนการรองรับบริหารจัดการน้ำ ทำให้น้ำท่วมหนักในปีนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี ยืนยันว่า ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ทางจังหวัดได้วางแผนทั้งก่อนเหตุ ระหว่างเหตุ และหลังเกิดเหตุไว้ทั้งหมด ซึ่งการดำเนินการให้ความช่วยเหลือนั้นยอมรับว่าเจ้าหน้าที่ไม่เพียงพอ จึงมีความล่าช้าบ้าง ส่วนสาเหตุที่ทำให้น้ำมีปริมาณมากนั้น เพราะเป็นมวลน้ำที่มาจาก ลำเซบาย ลำเซบก แม่น้ำซี ไหลลงมาสมทบกับแม่น้ำมูลเดิม โดยในช่วงแรกระดับแม่น้ำมูลยังถือว่าบริหารจัดการได้ แต่ด้วยในช่วงก่อนวันที่ 5 ก.ย.ระดับน้ำในแม่น้ำโขง มีปริมาณสูงกว่าแม่น้ำมูลอยู่ที่ 1.25 เมตร ทำให้การระบายได้ช้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;ซึ่งหลังจากวันที่ 9 ก.ย.ก็มีปริมาณน้ำจากอีสานตอนบนลงมาสมทบ ทำให้น้ำเอ่อน้ำในริมแม่น้ำมูลทั้งอำเภอวารินชำราบ และอำเภอเมือง แต่ในปัจจุบันนี้ปริมาณน้ำเริ่มทรงตัว ซึ่งในวันนี้ถือเป็นจุดปริมาณน้ำมากที่สุด และจะเริ่มทยอยลดลง หากไม่มีปริมาณน้ำฝนเข้ามาเติมสำหรับการระบายน้ำ ทางจังหวัดได้วางแผนใช้เครื่องผักดันน้ำลงสู่แม่น้ำโขง ซึ่งมีปริมาณต่ำกว่าแม่น้ำมูลอยู่ที่ 1.79 เมตร โดยคาดว่าประมาณ 2 สัปดาห์ ระดับน้ำจะกลับมาสู่ภาวะปกติ และเวลาไม่เกิน 1 เดือน น้ำที่ท่วมขังในพื้นที่ต่างๆจะลดลง&amp;quot;นายสฤษดิ์ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45655</URL_LINK>
                <HASHTAG>นฤมล ภิญโญสินวัฒน์, นายสฤษดิ์ วิฑูรย์, น้ำท่วมอุบลราชธานี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190913/image_big_5d7ae6650b7f2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10456</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/06/2018 10:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/06/2018 10:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ชาวบ้านร้องผวจ.อุบลฯช่วยจับคนรุกที่สาธารณะ906ไร่ โวยจนท.เกียร์ว่างสร้างปัญหาเรื้องรัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
1 มิ.ย. 61- ที่บ้านตุงลุง หมู่ 5 ต.โขงเจียม อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี นายสมบัติ องค์แก้ว ประธานคณะกรรมการหมู่บ้านตุงลุง &amp;nbsp;ได้นัดสมาชิกคณะกรรมการหมู่บ้านตุงลุง รวมตัวกันหารือเกี่ยวกับกรณีมีบุคคลบุกรุกพื้นที่สาธารณะประโยชน์ของชุมชน ที่ใช้เป็นทำเลเลี้ยงสัตว์ของ 4 ชุมชน คือ บ้านตุงลุง ม.5 บ้านปากห้วยแคน ม.6 บ้านหัวเห่ว ม.11 และชุมชนโนนสูง ซึ่งการบุกรุกดังกล่าวทำให้พื้นที่สาธารณะที่ทุกคนมีสิทธิใช้ประโยชน์ร่วมกันถูกยึดถือไปเป็นของส่วนตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายสมบัติ &amp;nbsp;กล่าวว่า สืบเนื่องมาจากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ได้มีกลุ่มบุคคลแอบอ้างว่าได้ถือครองกรรมสิทธิ์ในที่ดินทำกินบนพื้นที่สาธารณะประโยชน์แห่งนี้ และได้กระทำนี้การบุกรุกแผ้วถาง พร้อมทั้งนำเครื่องยนต์จักรกลและนำรถไถ มาไถปรับพื้นที่เพื่อยกร่องปลูกมันสำปะหลัง เป็นพื้นที่บริเวณกว้าง ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวอยู่ในเขตของที่ดินสาธารณะ บริเวณหมายเลข 36 ตามรูปแผนที่หนังสือสำคัญสำหรับที่หลวงแปลงเลขที่ อบ 4760 ซึ่งในเวลาขณะนั้นได้มีนายปรมินทร์ เชื่องดี ได้เป็นผู้ขับรถไถปรับพื้นที่อยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ต่อมาได้มีนายอาคม ผลเพิ่ม ผู้ใหญ่บ้านบ้านตุงลุง พร้อมด้วยนายสมบัติ องค์แก้ว ประธานคณะกรรมการหมู่บ้าน ได้เข้ามาห้ามปรามเพื่อไม่ให้ดำเนินการใดๆ ในพื้นที่สาธารณะประโยชน์นี้ แต่นายปรมินทร์ กลับไม่สนใจและทำการไถปรับพื้นที่ต่อ ซึ่งก่อนหน้านี้ไม่กี่วันชาวบ้านและคณะกรรมการหมู่บ้านได้ไปห้ามปรามอยู่หลายครั้ง แต่นายปรมินทร์ ก็ยังดำเนินการบุกรุกอยู่เช่นเคย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ทั้งนี้ชาวบ้านได้เคยแจ้งทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอโขงเจียม ทหารและตำรวจ สภ.โขงเจียม เข้าดำเนินการจับกุม เมื่อเจ้าหน้าที่ได้เข้ามาในพื้นที่ นายปรมินทร์ ก็พยามขับรถไถเพื่อที่จะหลบหนีแต่ถูกเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองได้ล้อมไว้เพื่อที่จะนำนายปรมินทร์ มาพูดคุยให้หยุดการกระทำดังกล่าว พร้อมทั้งได้นำป้ายประกาศมาติดให้ชาวบ้านทั้งหมด อพยพออกจากทำเลเลี้ยงสัตว์ ซึ่งเป็นที่ดินสาธารณประโยชน์บ้านตุงลุง ตามหนังสือสำคัญที่หลวง ลงวันที่ 6 ต.ค.51 แปลงหมายเลข อบ 7460 บนเนื้อที่ 906 ไร่ 25 ตารางวา ซึ่งเป็นทรัพย์สินส่วนรวมประชาชนให้ใช้ร่วมกัน ห้ามบุกรุก จับจอง หรือครอบครอง เพื่อประโยชน์ส่วนตน แต่ก็ไม่เป็นผล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;กลุ่มผู้บุกรุกก็ไม่ได้เกรงกลัวและทำการบุกรุกต่อเนื่อง แต่เจ้าหน้าที่ก็ไม่ได้ดำเนินการใดๆอีกเลย &amp;nbsp;และไม่มีความคืบหน้าว่าจะแก้ปัญหาอย่าไร ส่งผลให้เกิดความขัดแย้งขึ้นในชุมชนลายเป็นปัญหาเรื้อรัง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายสมบัติ กล่าวอีกว่า วันนี้ชาวบ้านได้เดินทางไปยื่นหนังสือขอความช่วยเหลือจากนายสฤษดิ์ วิฑูรย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี ให้มีคำสั่งการในการแก้ไขปัญหาลงมายังพื้นที่และดำเนินการอย่างเด็ดขาดกับกลุ่มผู้บุกรุก เพราะเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10456</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายสมบัติ องค์แก้ว, นายสฤษดิ์ วิฑูรย์, บุกรุกที่สาธารณะ, ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี, หมู่บ้านตุงลุง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180601/image_big_5b10c0b5ecd70.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
