<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>19708</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/10/2018 11:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/10/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โวยรีดคนรักหมา ตู่ไหวทันสั่งเบรก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวานยังเห็นชอบด้วยกันแท้ๆ วันนี้บิ๊กตู่กลับลำสั่งทบทวนร่างกฎหมายตีทะเบียนหมาแมวหลังชาวบ้านโวยลั่นต้องจ่ายตัวละ 450 บาท แถมค่าปรับโหด 2 หมื่น 5 &amp;quot;พุทธิพงษ์&amp;quot; ยันนายกฯ แสดงความกังวลในที่ประชุม ครม.ว่าส่งผลกระทบประชาชน และขณะนี้มีการแปรเจตนารมณ์ของท่านผิดไป วิษณุแย้มไม่ทันใช้ในรัฐบาลชุดนี้ หมอธีระวัฒน์ออกโรงค้าน ชี้คนใจบุญจะแบกรับไม่ไหว กลายเป็นเพิ่มจำนวนสุนัขจรจัดส่งผลโรคพิษสุนัขบ้าพุ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง กล่าวเมื่อวันที่ 11 ต.ค.นี้ กรณีคณะรัฐมนตรีรับทราบหลักการร่าง พ.ร.บ.ป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ.... ว่า เรื่องนี้นายกฯ มีความกังวลและได้ให้ข้อสังเกตในที่ประชุมเมื่อวันที่ 10 ต.ค. ว่าเป็นเรื่องการจัดระเบียบ รวมถึงการทารุณสัตว์ที่มีมาในอดีต นอกจากนี้นายกฯ ยังให้ข้อสังเกตอีกว่าขอให้กลับไปพิจารณาเรื่องอัตราค่าปรับ การขึ้นทะเบียน และรายละเอียดต่างๆ ที่จะมีผลกระทบกับประชาชนในการดำเนินการ จึงมอบหมายให้กระทรวงเกษตรฯ และสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณาหาข้อสรุปในเรื่องดังกล่าวก่อนจะเสนอเข้า ครม.พิจารณาอีกครั้ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นายกฯ บอกว่า ท่านก็มีสุนัขและรักสุนัขเหมือนกัน อย่างไรก็ตาม เห็นด้วยว่ากฎหมายดังกล่าวนั้นดี แต่ไม่อยากสร้างภาระให้กับประชาชน เนื่องจากมีการแปรเจตนารมณ์ไม่ตรงกับที่นายกฯ ตั้งไว้&amp;quot; นายพุทธิพงษ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า ร่างกฎหมายดังกล่าวเกิดขึ้นจากกรณีที่นายกฯ เคยแสดงความเป็นห่วงสุนัขจรจัดที่จังหวัดระยองหรือไม่ นายพุทธิพงษ์กล่าวว่า เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น เพราะมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการดูแลสวัสดิภาพสัตว์มาร่วมกันออกกฎหมายนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ร่างกฎหมายนี้เป็นปัญหามาก อาจจะถอนไปเลยหรือไม่ นายพุทธิพงษ์กล่าวว่า คงไม่ถึงกับถอนร่างกฎหมาย แต่เป็นการทบทวน ซึ่งข้อดีของร่าง พ.ร.บ.นี้มีจำนวนมาก แต่การดำเนินการต้องออกให้รอบคอบไม่กระทบกับประชาชน เพราะทุกคนมีสัตว์เลี้ยง ถ้าทุกคนขึ้นทะเบียนก็ถือเป็นเรื่องดี แต่ต้องมีขั้นตอนที่ถูกต้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า กระทรวงเกษตรฯ เป็นผู้สื่อกฎหมาย จึงควรชี้แจงรายละเอียดให้สังคมได้รับทราบ แต่ทั้งนี้ คณะกรรมการกฤษฎีกายังต้องพิจารณาปรับแก้อีกมากและต้องใช้เวลานาน ทั้งยังต้องมีการรับฟังความคิดเห็นก่อนด้วย แล้วจึงส่งกลับเข้ามาให้ ครม.พิจารณาอีกครั้ง ซึ่งยังต้องใช้เวลาอีกหลายเดือน และคาดว่าไม่ทันในรัฐบาลชุดนี้ นายกฯ ยังบอกอีกว่ามีกฎหมายจัดระเบียบเป็นเรื่องที่ดี แต่ต้องระวังอย่าให้เป็นการสร้างภาระให้แก่ประชาชน โดยเฉพาะคนที่เขาเมตตาสัตว์ เลี้ยงสัตว์และนำสัตว์มาไว้จำนวนมาก เพื่อดูแลจากการทิ้งขว้าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผยว่า กฎหมายที่กระทรวงเกษตรฯ เสนอเป็นเพียงร่างกฎหมายที่ต้องผ่านกระบวนการพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติอีก 3 วาระ ประการสำคัญในการประชุม ครม. วันที่ 10 ต.ค. นายกรัฐมนตรีได้พิจารณาแล้วเห็นว่ายังมีบทบัญญัติบางประการ เช่น การขึ้นทะเบียนและการทำเครื่องหมายประจำสัตว์ การกำหนดอัตราค่าธรรมเนียมและอัตราค่าปรับ ที่อาจเป็นภาระแก่ประชาชนเกินสมควร ครม.จึงมีมติให้กระทรวงเกษตรฯ นำร่าง กม.นี้กลับไปพิจารณาทบทวนร่วมกับสำนักคณะกรรมการกฤษฎีกาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดังนั้น ในช่วงนี้หากพี่น้องประชาชนท่านใดมีความเห็นประการใดเกี่ยวกับการร่าง พ.ร.บ.ป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ (ฉบับที่...) พ.ศ.... ขอให้เสนอข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะ สามารถแจ้งข้อมูลได้ที่แอปพลิเคชัน DLD 4.0 ที่ดาวน์โหลดและติดตั้งได้ในโทรศัพท์ทุกระบบ หรือทาง E-mail: info@dld.go.th หรือทางเฟซบุ๊ก ปศุสัตว์ก้าวหน้า (www.facebook.com/livestocknews)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ร่างกฎหมายดังกล่าวได้ก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ไม่เห็นด้วยอย่างกว้างขวางในหมู่ผู้เลี้ยงสุนัขและแมวเกี่ยวกับค่าปรับที่ตั้งไว้สูงถึง 25,000 บาท นอกจากนี้ยังมีค่าธรรมเนียมขึ้นทะเบียนสัตว์เลี้ยงตกตัวละ 450 บาท โดยแยกเป็น คำร้องขอขึ้นทะเบียน ฉบับละ 50 บาท สมุดประจำตัวสัตว์ ฉบับละ 100 บาท และเครื่องหมายประจำตัวสัตว์ ตัวละ 300 บาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา หัวหน้าศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคพิษสุนัขบ้า กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยกับการขึ้นทะเบียนสัตว์เลี้ยงในเวลานี้ เพราะประเทศไทยยังไม่มีความพร้อม เนื่องจากปัจจุบันเราอาศัยความร่วมมืของประชาชนที่มีความการุณสัตว์ เลี้ยงสุนัขและแมวจำนวนมากๆ หลายพื้นที่มีคนเลี้ยงเป็นสิบตัว แต่ปล่อยให้เดินอิสระ หากมีการขึ้นทะเบียนสัตว์เลี้ยงจริง และให้ขึ้นทะเบียน 450 บาทต่อตัว จะยิ่งสร้างปัญหา เป็นภาระ และเกิดการทิ้งสัตว์เลี้ยงมากขึ้น สุดท้ายสัตว์เหล่านี้จะไร้คนดูแล อดอยาก และเข้าไม่ถึงการคุมกำเนิด สุนัขจะดุร้ายมากขึ้น โอกาสเป็นโรคพิษสุนัขบ้าก็สูงขึ้น และเสี่ยงที่จะกัดคน กัดเด็กมากกว่าเดิม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ตอนนี้ต้องดำเนินการเรื่องการฉีดวัคซีนและทำหมัน เพื่อควบคุมประชากรสุนัขแมวให้ได้มากที่สุด ทำให้ได้ดีและมีประสิทธิภาพจริงๆ เพราะทุกวันนี้ยังไม่มีประสิทธิภาพมากพอ ซึ่งที่ผ่านมา กรมปศุสัตว์ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำดีแล้วหรือไม่ มีประสิทธิภาพจริงหรือไม่ คนที่จะออกกฎหมายคิดดีแล้วหรือไม่ หรือไม่คิดถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้น คนออกกฎหมายไม่เข้าใจสภาพความเป็นจริงของสังคมไทยหรืออย่างไร หากออกจริงและเกิดปัญหาต้องรับผิดชอบเรื่องนี้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ธีระวัฒน์กล่าวว่า การดูแลสัตว์เลี้ยง เราจะทำแบบเมืองนอกไม่ได้ อย่างบางประเทศใช้วิธีฆ่าหมาแมวไม่มีเจ้าของ และค่อยออกกฎหมายขึ้นทะเบียนควบคุม แต่ประเทศไทยทำไม่ได้ เราก็ต้องใช้วิธีควบคุมประชากรด้วยการทำหมันและฉีดวัคซีน อาศัยความร่วมมือกับประชาชน ไม่ใช่มาออกกฎหมายแบบไม่คิดผลกระทบเช่นนี้ ส่วนเรื่องการฝังชิปสุนัขแมวนั้น ไม่ต้องทำ ทำมานานก็ไม่ได้ช่วยอะไรมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนของผู้ใจบุญที่รับเลี้ยงสุนัขและแมวจรจัด &amp;quot;ป้าจิ๋ม ใจบุญ&amp;quot; หรือนางจันทราทิพย์ เพชรเมืองทอง อายุ 59 ปี อยู่บ้านเลขที่ 53/1 หมู่ 4 ต.ย่านซื่อ อ.เมือง จ.อ่างทอง ที่เก็บสุนัขและแมวจรจัดมาเลี้ยงร่วม 100 ตัว โดยใช้เงินที่ลูกสาวส่งให้แต่ละเดือน 4,500-5,000 บาท เป็นค่าอาหารสุนัขและแมว รวมทั้งเพื่อนที่เป็นลูกศิษย์พระวัดโบสถ์ย่านซื่อ นำเศษอาหารที่เหลือจากการทำบุญมาช่วยเลี้ยงหมาแมว กล่าวว่า หลังรู้ข่าวจะมีกฎหมายเก็บภาษีสุนัขและแมวก็รู้สึกเครียดมาก ลำพังค่าอาหารแต่ละวันยังไม่พอ ไม่รู้ว่าจะหาเงินจากไหนไปเสียภาษี โดยตนเองเมื่อพบสุนัขและแมวถูกทำร้ายหรือนำมาปล่อยทิ้งตามข้างทาง ก็จะเก็บเลี้ยงพร้อมดูแลรักษา บางครั้งก็มีชาวบ้านนำใส่กล่องมาปล่อยทิ้งไว้ที่บริเวณหน้าบ้าน แล้วต่อไปถ้าตนไม่เลี้ยง จะให้สุนัขและแมวเหล่านี้ไปอยู่ที่ไหน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนป้าแอ๊ด หรือนางผ่องฤดี ราศี วัย 65 ปี ผู้เลี้ยงดูสุนัขและแมวพิการจรจัด ที่บ้านพักพิงสุนัขและแมวพิการจรจัดลำปาง ได้เปิดเผยว่า เห็นด้วยกับกฎหมายดังกล่าว เป็นสิ่งที่ดีที่จะมีการควบคุมสัตว์เลี้ยง โดยเฉพาะหมาและแมว เพื่อให้คนที่เลี้ยงมีความรับผิดชอบ และเชื่อว่าจะลดการปล่อยทิ้งหมาและแมว แต่อาจจะสร้างภาระให้กับชาวบ้านรากหญ้าที่เลี้ยงสุนัขตามบ้าน เพราะชาวบ้านบางรายที่มีรายได้น้อย ตนจึงเห็นว่าราคาที่เหมาะสมน่าจะอยู่ตัวละประมาณ 100-150 บาทเท่านั้น และอยากให้ผู้เกี่ยวข้องดำเนินการหาทุนหรือจัดการเรื่องการทำหมันไว้ด้วย.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19708</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต, พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์, วิษณุ เครืองาม, ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181011/image_big_5bbf52936b1db.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17715</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/09/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/09/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อธิบดีปศุสัตว์สั่งแจ้งเอาผิดชำแหละวัวบ้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อธิบดีปศุสัตว์สั่งปศุสัตว์จังหวัดแจ้งความดำเนินคดีเจ้าของวัวที่ตายเพราะพิษสุนัขบ้า ชำแหละเนื้อขายโดยไม่เชื่อฟังคำแนะนำเจ้าหน้าที่ที่ให้กลบฝัง พบมีผู้ซื้อไปปรุงอาหารกระจาย 2 อำเภอ เข้าฉีดวัคซีนแล้ว 35 คน แพทย์ชี้ผู้ชำแหละมีโอกาสติดโรคมากที่สุด รองลงไปคือผู้ปรุงอาหาร และหากปรุงสุก คนกินเสี่ยงน้อย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 16 กันยายนนี้ นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยกรณีชาวบ้าน อ.พรหมคีรี จ.นครศรีธรรมราช รับประทานเนื้อวัวที่ตายจากโรคพิษสุนัขบ้า โดยเจ้าของนำมาชำแหละขายโดยไม่เชื่อฟังคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ที่ให้ฝังกลบทำลายซาก ว่า ได้สั่งการปศุสัตว์จังหวัดนครศรีธรรมราชแจ้งความดำเนินคดีกับเจ้าของวัวแล้ว กรณีจำหน่ายสัตว์ตายโดยมิได้ถูกฆ่า และไม่ได้ตรวจโรคโดยพนักงานตรวจโรคสัตว์ ผิดกฎหมาย พ.ร.บ.ควบคุมการฆ่าสัตว์ มาตรา 36/ 37/ 38 มีโทษตามมาตรา 56/ 60/ 62 จำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 2 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และโทษฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าพนักงาน มีโทษจำคุก 1-2 ปี ปรับ 1-2 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และในวันอาทิตย์ได้จัดประชุมภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ทั้งปศุสัตว์ สาธารณสุข นายอำเภอ ฝ่ายปกครอง ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหามาตรการในการแก้ไขปัญหา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสัตวแพทย์สรวิศกล่าวว่า ได้รับรายงานข้อเท็จจริงว่า เมื่อวันที่ 7 ก.ย.61 เจ้าหน้าที่ผสมเทียม อ.พรหมคีรี ได้รับแจ้งวัวป่วย มีอาการซึม น้ำลายไหลยืด และถ่ายเหลวเป็นเลือด เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการรักษาวัวตัวดังกล่าว จนวันที่ 12 ก.ย. วัวได้ตายลง เจ้าของวัวได้ทำการผ่าซาก และปศุสัตว์อำเภอพรหมคีรีได้เข้าตรวจสอบ พบม้ามมีลักษณะดำคล้ำ บริเวณลำไส้มีจุดเลือดออก ร่วมกับอาการจากการซักประวัติ สงสัยโรคพิษสุนัขบ้า จึงได้เก็บซากหัวส่งมายังสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดนครศรีธรรมราช พร้อมให้คำแนะนำและกำชับเจ้าของว่าให้ทำการฝังซาก ห้ามนำมารับประทาน ซึ่งวันที่ 13 ก.ย. เจ้าหน้าที่สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดนครศรีธรรมราชทำการผ่าซากหัว เก็บเฉพาะส่วนสมองส่งตรวจยังศูนย์วิจัยและพัฒนาการสัตวแพทย์ภาคใต้&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาวันที่ 14 ก.ย. ศูนย์วิจัยและพัฒนาการสัตวแพทย์ภาคใต้ แจ้งพบผลบวกต่อเชื้อโรคพิษสุนัขบ้า สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดนครศรีธรรมราช ร่วมกับสำนักงานปศุสัตว์อำเภอพรหมคีรี จึงได้ดำเนินการออกสอบสวนโรค พบว่า เหตุเกิด ณ หมู่ 1 ต.นาเรียง อ.พรหมคีรี เจ้าของวัวมีวัวทั้งหมด 12 ตัว ป่วยและเสียชีวิต 1 ตัว เป็นวัวพันธุ์พื้นเมือง เพศผู้ อายุ 3 ปี เจ้าของได้ทำการแจกจ่ายและขายเนื้อวัวออกไปในพื้นที่ใกล้เคียง โดยไม่เชื่อคำแนะนำของปศุสัตว์อำเภอพรหมคีรี เบื้องต้นไม่พบผู้โดนวัวตัวนี้กัด แต่มีผู้สัมผัสกับเนื้อวัวจำนวน 6 ราย สาเหตุการติดเชื้อพิษสุนัขบ้า คาดว่าน่าจะเกิดมาจากโดนสุนัขกัดในช่วงเวลากลางวัน ซึ่งเจ้าของได้นำวัวไปผูกล่ามไว้ในทุ่งหญ้าสาธารณะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนองค์การบริหารส่วนตำบลนาเรียงได้ดำเนินการจัดซื้อและฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าให้กับสุนัขและแมวพื้นที่ ต.นาเรียง แล้ว จำนวน 1,200 ตัว ครบตามยอดที่ได้สำรวจสัตว์ไว้ ซึ่งการดำเนินการ สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดนครศรีธรรมราช สำนักงานปศุสัตว์อำเภอพรหมคีรี ร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขนครศรีธรรมราช เข้าสอบสวนจุดเกิดโรคเพื่อค้นหาผู้สัมผัสโรคเพิ่มเติม ในเบื้องต้นพบว่ามีการนำเนื้อโคไปขาย ณ ตลาด ต.ท่างิ้ว อ.เมือง และ อ.นบพิตำ ซึ่งสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครศรีธรรมราชจะได้ทำการประสานงานค้นหาผู้สัมผัสเชื้อในอำเภออื่นๆ ต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับผู้ที่สัมผัสเชื้อ เบื้องต้นได้เข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าที่โรงพยาบาลพรหมคีรีแล้ว จำนวน 35 ราย พร้อมกันนี้ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครศรีธรรมราชยังได้ประสานงานไปยังสำนักงานสาธารณสุขอำเภอใกล้เคียง เพื่อค้นหาผู้สัมผัสโรคและนำส่งไปฉีดวัคซีน ณ โรงพยาบาลประจำอำเภอใกล้เคียง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จากประเด็นปัญหาเจ้าของและชาวบ้านนำซากโคชำแหละไปปรุงอาหารและมีอาการผิดปกติ เช่น เซื่องซึม ขนพอง ตาแดงก่ำนั้น ขอยืนยันว่าไม่มีประชาชนที่กินเนื้อโคที่ชำแหละแล้วเกิดอาการดังกล่าว &amp;nbsp;แต่มีกระบวนการค้นหาผู้สัมผัสกับเนื้อโค ผู้นำเนื้อโคไปปรุงอาหาร การนำส่งประชาชนผู้สัมผัสเนื้อโคดังกล่าวเข้ารับบริการฉีดวัคซีนตามกระบวนการของกระทรวงสาธารณสุข&amp;quot; อธิบดีกรมปศุสัตว์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา หัวหน้าศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ กล่าวว่า หากสัตว์ตายผิดธรรมชาติจะแนะนำให้ฝังกลบ หรือแจ้งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์มาตรวจเพื่อหาเชื้อ ไม่แนะนำให้นำมารับประทาน สำหรับการรับประทานเนื้อวัวที่ตายเพราะพิษสุนัขบ้า คนที่เสี่ยงมากที่สุดคือคนที่ชำแหละ เพราะมีการสัมผัสกับสัตว์โดยตรง มีโอกาสเชื้อเข้าทางบาดแผล เนื้อเยื่อต่างๆ รองลงมาคือคนที่ปรุงอาหาร เพราะยังมีโอกาสสัมผัสเนื้อสัตว์ที่ยังไม่สุก ช่องทางที่เชื้อโรคเข้าร่างกายเช่นเดียวกับกลุ่มชำแหละ ส่วนคนที่รับประทานมีความเสี่ยงน้อย เพราะอาหารผ่านการปรุงสุกแล้ว ยกเว้นว่าเป็นเมนูดิบ นอกจากนี้ เชื้อพิษสุนัขบ้าไม่ได้เข้าไปในเส้นเลือด เพราะฉะนั้นเชื้อไม่ได้ถ่ายทอดจากน้ำนม แม่ที่อยู่ในช่วงให้นมบุตร หากติดเชื้อพิษสุนัขบ้า เด็กก็ไม่ต้องรับวัคซีน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17715</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต, ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180916/image_big_5b9e5cea22712.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
