<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>47594</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/10/2019 15:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/10/2019 15:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เพื่อไทยอุ้มนักวิชาการมาตรา1 ซัดรัฐบาลปิดกั้น ถูกบีบลงใต้ดินเตรียมลุกฮือ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ต.ค.62-นายสามารถ แก้วมีชัย รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะนี้ประเทศไทยไม่เป็นประชาธิปไตย ทั้งๆที่ในความเป็นจริงหลังเลือกตั้งบรรยากาศน่าจะดีกว่านี้ &amp;nbsp;มีบรรยากาศที่เป็นประชาธิปไตย ประชาชนควรมีสิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญมากกว่านี้ หลายเรื่องมาจากการแสดงความคิดเห็นผ่านสื่อโซเชียลมีเดียที่อาจจะไปกระทบกับฝ่ายผู้มีอำนาจ ส่งผลให้รัฐใช้กฎหมายเอาผิดฝ่ายเห็นต่าง กรณีที่ชัดเจนที่สุดคือการที่นักวิชาการไปขึ้นเวทีเพื่อแสดงความคิดเห็นตามรัฐธรรมนูญ การแสดงความคิดเห็นทางวิชาการไม่น่าจะมีความผิด เพราะคำว่าวิชาการเป็นการแสดงความคิดเห็นที่ไม่มีขอบเขตและได้รับการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ รัฐไม่ควรไปปิดกั้นความคิดเห็นทางวิชาการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสามารถกล่าวว่า ในวันนี้ทุกภาคส่วนกำลังระดมความคิดเห็นเพื่อหาทางออกที่ดีที่สุดให้บ้านเมือง แต่ฝ่ายรัฐบาลกลับมองว่าเป็นความผิด ต่อไปเชื่อว่าไม่มีใครกล้าแสดงความคิดเห็นเปิดเผยต่อสาธารณะอีก ในอนาคตหากแสดงเปิดเผยไม่ได้จะน่ากลัว เพราะคนเหล่านี้จะไปปรึกษาหารือกันในรูปแบบปิดหรือที่เรียกว่าลงใต้ดิน ฝ่ายรัฐจะไม่สามารถควบคุมได้เลยหากเกิดการลุกฮือ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;รัฐควรเปิดใจกว้าง อย่ามองทุกเรื่องเป็นอคติ พร้อมให้ทางเจ้าหน้าที่ไปดำเนินการเอาผิด บรรยากาศแบบนี้ประหนึ่งรัฐบาลกำลังเข้าตาจนไปไม่รอด ก็ให้หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายเอาผิดคนที่เห็นต่างกับรัฐบาล ทั้งๆที่รัฐควรเร่งสร้างความปรองดองสามัคคีของคนในชาติ แต่รัฐ ไม่เปิดรับฟังความเห็นของทุกฝ่าย &amp;nbsp; จ้องจับผิดประชาชนที่เห็นต่างซึ่งไม่ควรเกิดขึ้นในประเทศที่เป็นประชาธิปไตย&amp;quot;นายสามารถกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47594</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มใต้ดิน, นายสามารถ แก้วมีชัย, ลุกฮือ, เพื่อไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180428/image_big_5ae4697b919e8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42526</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/08/2019 10:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/08/2019 10:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ตามขยี้&#039;เนติบริกร&#039;ปมถวายสัตย์&#039;เพื่อไทย&#039;ซัดหมดสภาพไร้ทางออกฟันธงครม.ประยุทธ์ขัดรธน.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
2ส.ค.62-นายสามารถ แก้วมีชัย รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย อดีตสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ(สสร.)เปิดเผยว่า กรณีที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ไม่ยอมตอบคำถามผู้สื่อข่าวกรณีที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวคำถวายสัตย์ปฏิญาณไม่เป็นไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ระบุเพียงว่าสักวันจะรู้เองว่า เป็นการเบี่ยงประเด็นมากกว่า หรือจะเป็นเพราะไม่รู้ว่าจะตอบอย่างไร เพราะการกระทำที่ผ่านมาของรัฐบาลเป็นการกระทำผิดบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ การที่ไม่กล่าวแต่มีการพูดในสิ่งที่รัฐธรรมนูญไม่ได้บัญญัติไว้ พล.อ.ประยุทธ์ และครม.ทำการกล่าวคำถวายสัตย์ปฏิญาณโดยไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญเมื่อพิจารณาเนื้อหาว่า ส่วนที่ถูกตัดไปนั้นคือข้อความที่บอกว่า &amp;ldquo;ทั้งจะรักษาไว้ และปฏิบัติตามซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการ&amp;rdquo;โดยข้อความดังกล่าวถูกบรรจุไว้ในรัฐธรรมนูญที่นายกรัฐมนตรีต้องกล่าว แต่สิ่งกล่าวออกมานั้นส่งผลให้คณะรัฐมนตรีไม่สมบูรณ์ ดังนั้นการกระทำใดๆของคณะรัฐมนตรีก็เป็นการกระทำที่ไม่สมบูรณ์เช่นกัน&amp;nbsp;
&amp;quot;เรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องใหญ่การกล่าวคำถวายสัตย์ปฏิญาณเป็นเรื่องสำคัญที่ผู้นำทั่วโลกให้ความสำคัญกับพิธีดังกล่าวมาก &amp;nbsp;แต่รัฐบาลพลเอกประยุทธ์กับไม่ให้ความสำคัญและไม่ดำเนินการตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ ถือเป็นการกระทำที่ขัดกับรัฐธรรมนูญ แล้วประชาชนจะเชื่อใจได้อย่างไรกับนโยบายรัฐบาลที่ประกาศออกมา นอกจากนี้ผมมั่นใจว่ากรณีดังกล่าวนายวิษณุเลือกที่จะไม่พูดมากกว่าที่จะออกมาแก้ให้รัฐบาล เพราะไม่รู้จะหาทางออกเช่นไร&amp;quot;นายสามารถ กล่าว &amp;nbsp;&amp;nbsp;
ด้านนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ตอบข้อสงสัยเรื่องคำถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบถ้วน ของพล.อ.ประยุทธ์ว่า ในช่วงที่ผ่านมานายวิษณุ ตอบคำถามได้ทุกเรื่อง ตีความกฎหมายให้ฝ่ายตัวเองได้ประโยชน์ พยายามอุดช่องโหว่ทางกฎหมายช่วยรัฐบาลมาตลอด แต่มาถึงกรณีนี้ นายวิษณุ กลับพยายามไม่ตอบคำถาม และยังมีคำว่า ไม่รู้ ไม่ทราบ พูดไม่ได้ อีกหลายครั้ง ถือว่าผิดฟอร์มไปมาก อาจเข้าข่ายหมดสภาพ นายวิษณุ เคยเขียนบรรยายถึงการถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่ในหนังสือชื่อ หลังม่านการเมือง หน้า 25-53 ตีพิมพ์ปี 2554 โดยสำนักพิมพ์มติชน ระบุชัดว่า หากตกคำว่า &amp;ldquo;และ&amp;rdquo; คำว่า &amp;ldquo;หรือ&amp;rdquo; ไปสักตัว ก็อาจต้องส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความว่าได้ถวายสัตย์ฯ ครบถ้วนหรือยัง ซึ่งเป็นความเห็นในเรื่องเดียวกันที่แตกต่างกับนายวิษณุในปัจจุบัน ที่คำกล่าวหายไปทั้งบรรทัด จะไม่เป็นประเด็นปัญหาได้อย่างไร
&amp;quot;การถวายสัตย์ปฏิญาณตนก่อนเข้าปฏิบัติหน้าที่ของ ครม.มีการกำหนดข้อความในรัฐธรรมนูญ มาตรา 161 หากไม่ครบถ้วนตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดก็เท่ากับการถวายสัตย์ปฏิญาณไม่สมบูรณ์ จะเท่ากับไม่มีการถวายสัตย์ปฏิญาณ หากเป็นเช่นนั้นจะไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ในฐานะครม. ได้ตามปกติ และอาจส่งผลถึงการปฏิบัติหน้าที่ของรัฐบาลในขณะนี้อาจไม่ชอบได้ อีกทั้งถ้อยคำที่ขาดหายไปนั้นสำคัญมาก คือ &amp;ldquo;ทั้งจะรักษาไว้และปฏิบัติตามซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการ&amp;rdquo; ถ้าไม่มีคำนี้แล้ว หมายความว่าอย่างไร หมายความว่า นายกฯและครม.ชุดนี้ ไม่ต้องยึดถือตามรัฐธรรมนูญอย่างนั้นหรือไม่ ถ้านายวิษณุ ยังคงอยากรักษาคุณภาพมาตรฐานของตัวเอง ควรอธิบายเรื่องนี้ให้ชัด 7 พรรคร่วมฝ่ายค้านจะดำเนินการเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มีการดำเนินการที่ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ&amp;quot;นายอนุสรณ์ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42526</URL_LINK>
                <HASHTAG>การถวายสัตย์ปฏิญาณ, ขัดรัฐธรรมนูญ, ครม. ประยุทธ์ 2/1, นายวิษณุ  เครืองาม, นายสามารถ แก้วมีชัย, นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180428/image_big_5ae4697b919e8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18685</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/09/2018 15:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/09/2018 15:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เพื่อไทยจี้ปลดล็อก 2 คำสั่งห้ามพรรคทำกิจกรรม-ห้ามชุมนุมทางการเมือง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ก.ย.61 -&amp;nbsp;นายสามารถ แก้วมีชัย อดีตส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการหารือระหว่างคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กับพรรคการเมืองเมื่อวันที่ 28 ก.ย.ที่ผ่านมา ว่า การประชุมดังกล่าวถือว่าพรรคการเมืองไม่ได้ความชัดเจนอะไรจาก กกต.เท่าที่ควร เนื่องจาก กกต.ไม่ใช่เป็นผู้ร่างคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 13/2561 เพื่อคลายล็อกกิจกรรมทางการเมืองบางอย่าง ทำให้เกิดการตีความที่แตกต่างกันระหว่างพรรคการเมืองกับ กกต. เช่น เรื่องสาขาพรรคและผู้แทนพรรคประจำจังหวัด ที่ในคำสั่งระบุว่าให้พรรคการเมืองดำเนินการจัดตั้งภายใน 1 ปี แต่ในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ(พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมือง บอกให้พรรคการเมืองต้องดำเนินการให้มีสาขาพรรค หรือผู้แทนพรรคประจำจังหวัด อย่างน้อยจังหวัดละ 1 แห่งในการเลือกตั้งครั้งแรก พรรคเพื่อไทยมองว่าควรยึดตามคำสั่ง แต่ กกต.มองว่าควรยึดตามกฎหมายลูกเป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสามารถ กล่าวต่อว่า หรือแม้แต่เรื่องการติดต่อและการสื่อสารประชาสัมพันธ์กับสมาชิกพรรคผ่านโซเชียลมิเดีย กกต.ก็ยังไม่มีความชัดเจนในถ้อยคำที่ว่าห้ามเป็นลักษณะการหาเสียง รวมถึงการรุณรงค์หาสมาชิกพรรคจะใช้รถแห่ได้หรือไม่ กกต.ก็ตอบไม่ได้ ทางที่ดีควรให้คณะกรรมการกฤษฎีกา หรือผู้ร่างคำสั่ง คสช. ซึ่งรู้เจตนารมณ์ของคำสั่งเป็นผู้ชี้แจงจะชัดเจนมากกว่า ทางออกจากความสับสนวุ่นวายทั้งหมด คือ คสช.ควรปลดล็อกคำสั่ง 2 ฉบับ ที่ห้ามชุมนุมทางการเมือง และห้ามพรรคการเมืองดำเนินกิจกรรม ทุกอย่างก็จะไม่ต้องสับสนกันอีก.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18685</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลายล็อก, นายสามารถ แก้วมีชัย, ปลดล็อกพรรค, เพื่อไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180428/image_big_5ae4697b919e8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16077</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/08/2018 14:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/08/2018 14:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พรรคเพื่อไทยไม่เอา&#039;คลายล็อก&#039;ลั่นต้อง&#039;ปลดล็อก&#039;สถานเดียว!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ส.ค.61 - นายสามารถ แก้วมีชัย อดีตส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ระบุเตรียมคลายล็อกกิจกรรมทางการเมือง&amp;nbsp;6ประเด็นว่า ไม่เข้าใจจะคลายล็อก&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ประเด็นให้วุ่นวายทำไม ต่อให้คลายล็อก&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ประเด็น แต่คำสั่งคสช.ที่&amp;nbsp;53/2560&amp;nbsp;ให้ยุบสาขาพรรค แล้วจะจัดประชุมได้อย่างไร เพราะตามกฎหมายว่าด้วยพรรคการเมือง การประชุมพรรคต้องมีสาขาพรรค ระบบไพรมารี่โหวตที่จะให้ทำวันนี้ก็ยังไม่รู้จะให้ทำแบบไหน แบบจังหวัดหรือแบบภาค ทุกอย่างยังคลุมเครือ มองว่าคลายล็อกเป็นประเด็นแบบนี้ไม่เกิดประโยชน์ หากกฎหมายลูกว่าด้วยพรรคการเมืองยังไม่ชัดเจน และยังขัดแย้งกันอยู่กับคำสั่งคสช. เมื่อรัฐบาลจะให้มีการเลือกตั้งในเดือนก.พ.&amp;nbsp;62&amp;nbsp;ก็ควรทำทุกอย่างให้ชัดเจน แล้วเปิดให้พรรคการเมืองเดินหน้าทำกิจกรรม โดยแก้คำสั่งคสช. ที่ห้ามพรรคการเมืองทำกิจกรรม และห้ามชุมนุมเกิน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;คน เพียงแค่แก้2เรื่องนี้ทุกฝ่ายจะได้เดินหน้าได้ไปสู่การเลือกตั้งได้ไม่ใช่ต้องมานั่งตีความให้วุ่นวายเช่นนี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16077</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลายล็อกพรรคการเมือง, นายสามารถ แก้วมีชัย, ปลดล็อกพรรคการเมือง, เพื่อไทย, เลือกตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180428/image_big_5ae4697b919e8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9185</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/05/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พท.โหนบวรศักดิ์ปฏิรูปเหลว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เพื่อไทยได้ทีขี่แพะไล่ ยืมมือ &amp;quot;บวรศักดิ์&amp;quot; ไล่ถลุง คสช. 4 ปีปฏิรูปเหลว ผิดตั้งแต่รัฐธรรมนูญเขียนล็อกตายตัว เย้ยขบวนการนกหวีด ไหนบอกไม่ยอมเลือกตั้งถ้าไม่ปฏิรูปก่อน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านกฎหมาย ยอมรับเหนื่อยกับการปฏิรูปกับรัฐบาล เพราะหลงทางให้ราชการทำมา 4 ปี มีแต่แผน แล้วให้ส่วนราชการเป็นผู้ปฏิบัติ ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะสำเร็จนั้น ฝ่ายการเมืองต่างขานรับและเห็นด้วยกับสิ่งที่นายบวรศักดิ์กล่าว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การปฏิรูปของ คสช.เริ่มต้นผิดตั้งแต่แรก เพราะเริ่มต้นปฏิรูปด้วยคำสั่งเขียนล็อกตายตัวในรัฐธรรมนูญ โดยให้ข้าราชการปฏิรูปตัวเอง ซึ่งคงไม่มีใครอยากปฏิรูปตัวเอง ไม่ทราบว่าใช้หลักคิดอะไรถึงได้ทำเช่นนี้ หลักการปฏิรูปควรเริ่มจากการรับฟังทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องอย่างรอบด้านมากที่สุดก่อน แต่เมื่อกฎหมายกำหนดไว้ก็ต้องเดินหน้าต่อไปแต่ดูแล้วสำเร็จยาก ทางออกควรปรับให้คนมีส่วนร่วมมากที่สุด โดยจะแก้กฎหมายหรืออะไรก็แล้วแต่ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสามารถ แก้วมีชัย อดีต ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การปฏิรูปจำเป็นต้องใช้เวลา ไม่ใช่ทำในวันเดียวที่ คสช.เข้ามาแล้วจะปฏิรูป 10 กว่าเรื่อง ซึ่งล้วนแต่เป็นเรื่องใหญ่มันไม่สามารถทำได้ในระยะสั้น ดังนั้นควรเร่งดำเนินการเรื่องสำคัญที่จำเป็นก่อน แล้วจะส่งการปฏิรูปด้านอื่นๆ ตามมา หากทำทีเดียวมันลำบาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช่นการปฏิรูปเรื่องการเมือง อย่าไปคิดแทนประชาชนว่าต้องเลือกใครแบบไหน ต้องให้ประชาชนซึ่งเป็นเจ้าของอำนาจได้ตัดสินใจเลือกผู้แทนของเขาเอง ให้เขาได้เรียนรู้ด้วยตัวเอง เพราะการเลือกตั้งมีวาระอยู่ เมื่อประชาชนเลือกไปแล้วประชาชนจะได้เรียนรู้ว่าอะไรดีไม่ดี ตรงนี้ต้องอดทนใช้เวลาค่อยๆ เรียนรู้ แต่ถ้าจะมาปฏิรูป 11 ด้านพร้อมกัน มันจะได้แค่กองกระดาษที่ไม่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.เหวง โตจิราการ สมาชิกพรรคเพื่อไทยและแกนนำคนเสื้อแดง กล่าวว่าปฏิรูป 4 ปีแล้วไม่มีอะไรเป็นมรรคเป็นผล ไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน แล้ว คสช.ใช้เวลา 4 ปีไปทำอะไรบ้าง อาจจะมีบางคำตอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.เอาไปจับคนที่มีความคิดเห็นทางการเมืองต่างเพื่อไปดำเนินคดีตามประกาศคำสั่งของ คสช. (คณะรัฐประหาร)&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.เอาไปทำรัฐธรรมนูญฉบับสร้างรัฐข้าราชการ (ทหาร) โดยการจับผู้มีความเห็นต่างไปดำเนินคดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.เอาไปลบล้างความศรัทธาเชื่อมั่นต่อระบอบประชาธิปไตยของมวลชนคนรากหญ้าทั่วทั้งประเทศ (โดยการทุ่มงบประมาณจำนวนมหาศาลลงไปทำในสิ่งที่เรียกว่า ประชารัฐ ไทยนิยมยั่งยืน เพื่อสร้างความนิยมให้ คสช. หวังว่าจะลบล้างความเชื่อมั่นศรัทธาต่อระบอบทักษิณและ นปช.คนเสื้อแดง แต่ไม่เห็นผลงานเป็นชิ้นเป็นอันแต่อย่างใด)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;4.เอาไปสร้างหนี้สาธารณะเพิ่มอีกเกือบสองล้านล้าน โดยที่ผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจเป็นของกลุ่มทุนขนาดใหญ่เพียงไม่กี่กลุ่ม แต่ประชาชนยากจนลงทั่วหน้า หนี้สินครัวเรือนเพิ่มอย่างน่าตกใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;5.เอาไปออกกฎหมายที่ลิดรอนสิทธิเสรีภาพของประชาชนจำนวนเกือบ 800 ฉบับ เป็นต้น อีกไม่กี่วันจะครบสี่ปีลองตามดูว่าจะมีผลงานอะไรบ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ไม่เหนือความคาดหมาย เพราะกระบวนการผิดตั้งแต่ต้นหรือไม่ ขบวนการนกหวีดก่อจลาจลชัตดาวน์ประเทศจะว่าอย่างไร &amp;nbsp; เพราะเคยบอกไม่ยอมให้มีเลือกตั้งถ้าไม่ปฏิรูป งบประมาณที่ใช้ไปมหาศาลกับการทำหน้าที่ปฏิรูปตั้งแต่ &amp;nbsp;สปช., สปท., คณะกรรมการชุดต่างๆ ที่ตั้งขึ้นมาทั้งหมด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อล้มเหลวไม่เป็นท่าอย่างที่นายบวรศักดิ์พูด ใครต้องรับผิดชอบ ใครต้องชดใช้งบประมาณที่เสียไปแล้วไม่เกิดประโยชน์ ใครเป็นคนทำให้การปฏิรูปเป็นเพียงวาทกรรม ที่ไม่สามารถทำให้เกิดผลได้จริง &amp;nbsp;เรื่องน่าเศร้าใจคือ พอทำอะไรไม่สำเร็จก็ไปโทษคนอื่น ปราบทุจริตไม่ได้ก็โทษรัฐบาลก่อน ปฏิรูปไม่สำเร็จก็โทษข้าราชการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่าทั้งๆ ที่รัฐบาล คสช.และเครือข่ายแม่น้ำ 5 สายมีเครื่องมือมากมาย มีมาตรา 44 ในมือ &amp;nbsp;ถ้าต้องการออกกฎหมายก็มี สนช.พร้อมสนองให้ ไม่มีฝ่ายค้านคอยอภิปรายหรือเป็นอุปสรรค ปรับ ครม.ก็ไม่ต้องฟังเสียงพรรคร่วมรัฐบาล งบประมาณถูกใช้อย่างมากและการตรวจสอบอาจทำได้ไม่เต็มที่ &amp;nbsp;สถานการณ์มันเข้าทางท่านอย่างเบ็ดเสร็จทั้งหมด ท่านสามารถใช้อำนาจ ใช้เครื่องมืออย่างไม่จำกัด ใช้งบประมาณตามต้องการ ไม่พอก็อนุมัติงบเพิ่ม แล้วพอทำไม่สำเร็จท่านหันไปโยนบาป ไปโทษข้าราชการ มันเป็นธรรมต่อประเทศชาติและประชาชนที่สูญเสียทั้งงบประมาณ เวลา และความรู้สึกหรือไม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในเมื่อพวกท่านเองยังยอมรับว่าการปฏิรูปล้มเหลว ท่านก็ไม่ควรคาดหวังว่าฝ่ายการเมืองหลังการเลือกตั้งต้องปฏิบัติตาม เพราะถ้าสิ่งใดที่ไม่เป็นปัจจัยหนุนและยังก่อให้เกิดปัญหาอุปสรรคในการทำงาน &amp;nbsp;ควรให้เอกสิทธิ์ในการปรับแก้หรือปฏิบัติตามแนวนโยบายที่ยึดเอาประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นสำคัญ&amp;quot; รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทยกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอลงกรณ์ พลบุตร อดีตรองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศคนที่ 1 ให้สัมภาษณ์ว่า ท้อได้แต่อย่าถอย ในฐานะที่เคยร่วมงานการปฏิรูปประเทศมาด้วยกัน การปฏิรูปประเทศเป็นการทำงานแบบปลายเปิด ไม่มีหลักกิโลเมตรสุดท้ายจึงไม่มีวันสิ้นสุด ประเทศของเราต้องพัฒนาเปลี่ยนแปลงให้ดีขึ้น หยุดไม่ได้เพราะโลกเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและมีการแข่งขันสูง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการปฏิรูปที่ผ่านมา มีทั้งความคืบหน้าและติดขัดตามความยากง่ายของปัญหาและวิธีการปฏิรูป เช่นขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศมีอันดับดีขึ้น 3 ปีต่อเนื่อง จากการวัดผลและจัดอันดับโดยสถาบันระหว่างประเทศ เช่น ไอเอ็มดี (IMD) และเวิลด์อีโคโนมิกฟอรัม (World Economic &amp;nbsp;Forum : WEF) หรือกรณีธนาคารโลกที่จัดอันดับความยากง่ายในการทำธุรกิจของประเทศต่างๆ ทั่วโลก ก็ประเมินว่าประเทศไทยของเรามีการปฏิรูปด้านนี้มากที่สุด และเร็วที่สุดดีขึ้นแบบก้าวกระโดด ปีเดียวขยับขึ้น 20 อันดับ ซึ่งเป็นผลมาจากการปฏิรูปกฎระเบียบที่ล้าหลังและการทำงานที่ล่าช้า (red tape) ของราชการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมเห็นด้วยที่ว่านายกรัฐมนตรีจะต้องลงมาเป็นผู้นำขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศเหมือนช่วงปีแรกๆ การปฏิรูปจะเดินหน้าเร็วขึ้น&amp;quot; นายอลงกรณ์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศุภชัย ใจสมุทร รองเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า อย่างน้อยๆ ก็ทำให้คนไม่ตีกัน แต่ก็หวังว่าจากนี้ไปการปฏิรูปประเทศตามหัวข้อต่างๆ ของ คสช.จะทำได้จริงหรือไม่ ซึ่งเราต้องยอมรับว่าในยามนี้การปฏิรูปประเทศไม่ใช่ของง่าย และถ้า พล.อ.ประยุทธ์จะมาเล่นการเมืองและตัดสินใจอยู่ในระบอบรัฐสภา คสช.มาอยู่ด้วยกันกับพรรคการเมือง นักการเมือง ก็เชื่อว่าจะร่วมกันทำงานได้ ซึ่งพรรคภูมิใจไทยพร้อมให้ความร่วมมือหากประชาชนและประเทศชาติจะได้ประโยชน์สูงสุด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9185</URL_LINK>
                <HASHTAG>การปฏิรูปของ คสช., คสช., นพ.เหวง โตจิราการ, นายชูศักดิ์ ศิรินิล, นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ, นายศุภชัย ใจสมุทร, นายสามารถ แก้วมีชัย, นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด, นายอลงกรณ์ พลบุตร, พรรคเพื่อไทย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เย้ยขบวนการนกหวีด, ได้ทีขี่แพะไล่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180514/image_big_5af98cc6da9b4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
