<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>22123</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/11/2018 19:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/11/2018 19:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เลขาศาลฯ เผยมติที่ประชุมไม่ลบชื่อ &#039;ชำนาญ&#039; ออกจากบัญชีผู้มีสิทธิรับเลือกเป็น ก.ต. ชี้ไม่มีกฎหมายให้อำนาจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 พ.ย.61 - นายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการ สำนักงานศาลยุติธรรม กล่าวถึงกรณีที่นายสืบพงษ์ ศรีพงษ์กุล อธิบดีผู้พิพากษาภาค 2 ยื่นคำร้องขอให้มีการลบชื่อนายชำนาญ รวิวรรณพงษ์ ประธานแผนกคดีล้มละลายในศาลฎีกา ออกจากบัญชีรายชื่อและหมายเลขบุคคลผู้มีสิทธิ์รับเลือกเป็นกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) ในศาลฎีกา ในการเลือกตั้งซ่อม ก.ต.&amp;nbsp; เนื่องจากนายชำนาญถูกลงมติถอดถอนไปแล้ว ว่า&amp;nbsp; หลังจากที่ตนได้ประชุมร่วมกับคณะกรรมการจัดการเลือกตั้งซ่อม ก.ต. แล้ว ที่ประชุมมีมติเป็นเอกฉันท์ไม่ลบชื่อนายชำนาญออกจากเป็นผู้มีสิทธิ์รับเลือก ก.ต. เพราะนายชำนาญยังเป็นผู้พิพากษาชั้นศาลฎีกา จึงเป็นผู้มีสิทธิ์ได้รับเลือกเหมือนผู้พิพากษาศาลฎีกาคนอื่นๆ ส่วนกรณีที่เคยถูกถอดถอนออกจากตำแหน่ง ก.ต.ครั้งก่อน ก็ไม่มีกฎหมายใดให้อำนาจในการลบชื่อออก และไม่มีกฎหมายใดบัญญัติว่า ผู้ที่ถูกถอดถอนไปแล้วไม่สามารถเข้ารับการคัดเลือกเป็น ก.ต.ได้อีกต่อไป ดังนั้นนายชำนาญจึงเป็นผู้มีสิทธิ์รับคัดเลือกเป็น ก.ต.ชั้นศาลฎีกา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการเลือกตั้งซ่อม ก.ต. ชั้นศาลฎีกา ทางสำนักงานศาลยุติธรรมได้ดำเนินการส่งบัญชีรายชื่อและหมายเลขบุคคลที่มีสิทธิรับเลือกเป็น ก.ต.ชั้นศาลฎีกาไปให้ผู้พิพากษาศาลฎีกาคัดเลือกแล้ว โดยกำหนดให้ส่งกลับมายังสำนักงานศาลยุติธรรมภายในวันที่ 29 พ.ย.นี้ และจะมีการประกาศนับคะแนนในวันที่ 30 พ.ย.นี้ ซึ่งคนที่ได้คะแนนสูงสุดจะได้เป็น ก.ต.ชั้นศาลฎีกา แทนตำแหน่งที่ว่าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;สำหรับการลงคะเเนนนการเลือกตั้ง ก.ต.ชั้นศาลฎีกา นั้นจะเป็นเฉพาะในส่วนของผู้พิพากษาศาลฎีกาเท่านั้นที่มีสิทธิลงคะแนนคัดเลือกกันเอง ซึ่งในปัจจุบันมีผู้พิพากษาศาลฎีกาประมาณ 216 คน และผู้พิพากษาศาลฎีกา ทุกคนมีสิทธิได้รับเลือกเป็น ก.ต.ทุกคน ส่วนผู้ที่ไม่ประสงค์ได้รับคัดเลือกมีประมาณ 61 คน โดยมีผู้เสนอตัวประสงค์เป็น ก.ต. 2 คน คือนางนุจรินทร์ จันทร์พลายศรี ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา และนายสมเกียรติ ตั้งสกุล ผู้พิพากษาศาลฎีกา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับ ก.ต. นั้นเป็นองค์กรทำหน้าที่ในการบริหารงานบุคคลของข้าราชการตุลาการ มีมีหน้าที่ในการพิจารณาแต่งตั้ง โยกย้าย เลื่อนชั้น มีอำนาจให้คุณให้โทษผู้พิพากษาที่กระทำความผิดได้รวมถึงคุ้มครองความเป็นอิสระในการพิจารณาพิพากษาอรรถคดี โดย ก.ต. ทั้งคณะจะมีทั้งหมด 15 คน ประกอบด้วยประธานศาลฎีกา เป็นประธาน ก.ต.โดยตำแหน่ง มี ก.ต.ชั้นศาลฎีกา 6 คน ชั้นศาลอุทธรณ์ 4 คน และศาลชั้นต้น 2 คน และ ก.ต.ผู้ทรงคุณวุฒิที่วุฒิสภาคัดเลือกอีก 2 คน มีกำหนดอยู่ในตำแหน่งวาระละ 2 ปี และติดต่อกันได้ไม่เกิน 2 วาระ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22123</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชำนาญ รวิวรรณพงษ์, นายสราวุธ เบญจกุล, นายสืบพงษ์ ศรีพงษ์กุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180918/image_big_5ba07fae5b6b7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20787</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/10/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/10/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ท่วมท้นมติถอดก.ต.  3,165เสียงสร้างประวัติศาสตร์ตุลาการ/ชำนาญโวโล่งอกได้ลุยตามแนวตัวเอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;ชำนาญ&amp;quot; หลุดตำแหน่ง ก.ต. หลังผู้พิพากษาทั่วประเทศลงมติถอดถอนท่วมท้น 3,165 คน &amp;nbsp;จากทั้งหมด 4,635 คน กรณีถูกร้องก้าวก่ายและข่มขู่ผู้พิพากษา ถือเป็นครั้งแรกในวงการตุลาการที่มีการถอดถอน อธิบดีผู้พิพากษาภาค 2 แกนนำยื่นคำร้อง ชี้เป็นชัยชนะของศาลยุติธรรมที่มุ่งปกป้องความเป็นอิสระ ปราศจากการแทรกแซงแม้จะจากผู้พิพากษาด้วยกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม ที่ห้องประชุมใหญ่ สำนักงานศาลยุติธรรม ชั้น 12 อาคารศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก สำนักงานศาลยุติธรรมดำเนินการนับคะแนนผลการลงมติเพื่อถอดถอนหรือไม่ถอดถอน นายชำนาญ รวิวรรณพงษ์ ประธานแผนกคดีล้มละลายในศาลฎีกา และกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมผู้ทรงคุณวุฒิ (ก.ต.) ในศาลฎีกา ออกจากตำแหน่ง ก.ต. ตามมาตรา 43 แห่ง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติ
ธรรม พ.ศ.2543
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 61 นายสืบพงษ์ ศรีพงษ์กุล อธิบดีผู้พิพากษาภาค 2, นายพงษ์ศักดิ์ ตระกูลศิลป์ ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ และ น.ส.มณี สุขผล ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะชั้นต้นในศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นผู้แทนยื่นคำร้องต่อนายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ขอให้มีการลงมติเพื่อถอดถอนนายชำนาญออกจากตำแหน่ง ก.ต. โดยกล่าวหาว่านายชำนาญมีพฤติการณ์ก้าวก่ายการปฏิบัติหน้าที่และข่มขู่ผู้พิพากษา ในคดีมรดกของครอบครัวนายชำนาญ ที่ศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา สำนักงานศาลยุติธรรมและศาลทั่วประเทศได้ติดประกาศคำร้องถอดถอน พร้อมรายชื่อผู้เข้าร่วมยื่นคำร้องขอถอดถอนที่ตรวจสอบความถูกต้องแล้วจำนวน 1,735 คน โดยภายหลังมีผู้ถอนรายชื่อ 1 คน เหลือ 1,734 คน และได้ติดประกาศคำชี้แจงของนายชำนาญ ซึ่งปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมดว่าเป็นความเท็จ ตามกรอบเวลาที่กฎหมายกำหนด จากนั้นได้จัดส่งบัตรลงคะแนนให้กับผู้พิพากษาทั่วประเทศทางไปรษณีย์ เพื่อลงมติว่าจะถอดถอนหรือไม่ถอดถอน ซึ่งมีผู้พิพากษาส่งบัตรลงคะแนนกลับมายังสำนักงานศาลยุติธรรมทั้งหมด 3,548 ใบ จากบัตรลงคะแนนที่ส่งให้ผู้พิพากษาทั่วประเทศ 4,635 ใบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปรากฏว่า มีผู้พิพากษาลงคะแนนให้ถอดถอนนายชำนาญจากตำแหน่ง ก.ต. จำนวน 3,165 ใบ ไม่ถอดถอน 193 ใบ และบัตรเสีย 190 ใบ จากจำนวนผู้พิพากษาทั่วประเทศ 4,635 คน ถือว่าไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง (2,318 คน) ของผู้พิพากษาทั่วประเทศ ดังนั้น นายชำนาญต้องพ้นจากตำแหน่ง ก.ต. ตาม พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ.2543 มาตรา 42 นับตั้งแต่วันนี้ 26 ต.ค.เป็นต้นไป อันเป็นวันที่นับคะแนนเสร็จสิ้น ตามระเบียบคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม ว่าด้วยการเข้าชื่อและการลงมติเพื่อถอดถอนกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมผู้ทรงคุณวุฒิ พ.ศ.2544 ข้อ 17
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสืบพงษ์ ศรีพงษ์กุล อธิบดีผู้พิพากษาภาค 2 ตัวแทนผู้เข้าชื่อร้องถอดถอน ก.ต. กล่าวว่า เป็นชัยชนะของศาลยุติธรรมที่มุ่งจะปกป้องความเป็นอิสระของศาล ไม่ใช่แค่ชัยชนะของศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา หรือผู้เข้าร่วมถอดถอน ซึ่งนับตั้งแต่มีระเบียบในการถอดถอน ก.ต.ผู้ทรงคุณวุฒิในปี 2544 เป็นต้นมา ครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรก การลงคะแนนเสียง 3,165 คะแนน ซึ่งเป็นเสียงส่วนใหญ่ของผู้พิพากษา ทำให้เห็นว่าศาลยุติธรรมให้ความสำคัญกับหลักความเป็นอิสระ ซึ่งประชาชนจะมั่นใจว่าจะได้รับการพิจารณาที่เที่ยงธรรม ปราศจากการแทรกแซง แม้ว่าจะเป็นผู้พิพากษาด้วยกันก็ต้องถูกลงโทษ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสืบพงษ์ยังได้เผยแพร่เอกสารขอบคุณผู้ร่วมลงมติ มีข้อความตอนหนึ่งว่า &amp;ldquo;ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมกันแสดงออกถึงเจตจำนงอันบริสุทธิ์อย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน เพื่อปกป้องรักษาหลักความเป็นอิสระและเที่ยงธรรมในการพิจารณาพิพากษาคดี ทำให้สังคมได้รับรู้ว่าผู้พิพากษาจะไม่ยอมตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของผู้ใด แม้กระทั่งผู้ที่มีอำนาจให้คุณให้โทษแก่ผู้พิพากษา ความสำเร็จในภารกิจครั้งนี้ ถือเป็นชัยชนะของสถาบันศาลยุติธรรมอันเป็นที่รักยิ่งของพวกเราทุกคน &amp;nbsp;และจะได้รับการจารึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ของศาลยุติธรรมตลอดไป&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวถึงการปฏิบัติหน้าที่ของนายชำนาญในตำแหน่งประธานแผนกคดีล้มละลายในศาลฎีกา ว่ายังคงปฏิบัติหน้าที่นี้ได้ต่อไป การลงมติวันนี้ เป็นกรณีที่นายชำนาญถูกยื่นถอดถอนให้พ้นจากการเป็น ก.ต.ชั้นฎีกาเท่านั้น คนละส่วนกับการปฏิบัติหน้าที่ผู้พิพากษาในการพิจารณาพิพากษาอรรถคดี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกรณีที่ประชุม ก.ต.ชุดใหญ่ (15 คน) มีมติวันที่ 10 ก.ย.ที่ผ่านมา ให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงชั้นต้นกับนายชำนาญ ในการรักษาวินัยผู้พิพากษา ตาม พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ.2543 มาตรา 68 กรณีคู่ความในคดีร้องเรียน และ ก.ต.ได้รับทราบรายงานข้อเท็จจริงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากผู้พิพากษาศาลชั้นต้นในศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา ในช่วงการพิจารณาความเหมาะสมวาระโยกย้ายตำแหน่งข้าราชการตุลาการทั่วประเทศ ส่อจะทำการขัดต่อประมวลจริยธรรม แทรกแซงการทำหน้าที่หรือไม่ มีความคืบหน้าอย่างไร นายสุริยัณห์กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวก็กำลังดำเนินการอยู่ตามขั้นตอนที่ ก.ต.มีมติให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายชำนาญกล่าวว่า มติถอดถอนให้พ้นจาก ก.ต.ชั้นฎีกาวันนี้ ไม่เกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของตนในตำแหน่งประธานแผนกคดีล้มละลายในศาลฎีกาที่จะต้องพิจารณาพิพากษาคดี ซึ่งตนก็จะปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งนี้ต่อไปจนครบอายุราชการ 65 ปี คือเดือน ก.ย. 2562 ขณะที่วันนี้ก็มีกลุ่มเพื่อนผู้พิพากษาโทร.มาให้กำลังใจด้วย ส่วนครอบครัวของตน ที่ผ่านมาเราก็ให้กำลังใจกัน ต่อไปคือการรอพิสูจน์ข้อเท็จจริงในส่วนที่ได้แจ้งความดำเนินคดีกับบุคคลต่างๆ ไว้ตามกระบวนการยุติธรรม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชำนาญกล่าวว่า กระบวนการถอดถอนมิได้มีการไต่สวน มีเพียงกระบวนการที่ให้ส่งคำชี้แจงเป็นเอกสารปิดประกาศให้ผู้พิพากษาทั่วประเทศได้รับทราบ ซึ่งระเบียบคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมว่าด้วยการเข้าชื่อและการลงมติเพื่อถอดถอนกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมผู้ทรงคุณวุฒิ พ.ศ.2544 ก็มิได้กำหนดขั้นตอนให้มีการไต่สวน ต่างกับระเบียบที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาว่าด้วยการพิจารณาพิพากษาคดีเกี่ยวกับการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง พ.ศ.2561 (บังคับใช้กับผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและองค์กรอิสระ) ซึ่งเป็นระเบียบจากที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาที่ออกมาเมื่อวันที่ 18 ต.ค.ที่ผ่านมา ได้กำหนดวิธีการ ขั้นตอนการพิสูจน์ข้อเท็จจริงด้วยการไต่สวนไว้อย่างละเอียด ซึ่งตนเห็นว่าระเบียบดังกล่าว นักการเมืองยังมีโอกาสมากกว่า ก.ต.เสียอีก ที่จะได้นำข้อเท็จจริงมาชี้แจงและมีการไต่สวน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกรณีที่ประชุม ก.ต.มีมติเมื่อวันที่ 10 ก.ย.ที่ผ่านมา ให้ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงชั้นต้นว่านายชำนาญได้กระทำการขัดต่อประมวลจริยธรรมผู้พิพากษาหรือไม่ นายชำนาญกล่าวว่า นี่แหละ ก็แสดงให้เห็นว่าข้อกล่าวหาของตนยังไม่ได้ดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริงให้ยุติ แต่กลับมีกระบวนการถอดถอนขึ้นมาก่อน ที่ผ่านมามีเพียงหนังสือแจ้งให้ทราบจาก ก.ต.เท่านั้นว่าให้ตั้งคณะกรรมการสอบฯ แต่กระบวนการอื่นๆ ที่จะมาสู่การชี้แจงยังไม่ได้ทำอะไรเลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ที่ผ่านมาคิดว่าการทำหน้าที่ในฐานะ ก.ต.ก็เป็นเรื่องยากอยู่เหมือนกัน เพราะต้องทำหน้าที่ให้ดีที่สุดในการดูแลให้ความเป็นธรรมแก่ผู้พิพากษา เมื่อวันนี้ต้องพ้นภารกิจนี้ที่หนักและเครียดอยู่เหมือนกัน ก็ไม่มีอะไร ผมรู้สึกโล่งใจ I&amp;rsquo;m free. ที่ได้เป็นอิสระ จากนี้ไปผมก็จะดำเนินการในส่วนของผมแบบ My Way&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศรีอัมพร ศาลิคุปต์ ผู้พิพากษาอาวุโสศาลอุทธรณ์ กล่าวถึงขั้นตอนดำเนินการของศาลหลังจากนายชำนาญพ้นตำแหน่งว่า ตาม พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ.2543 บัญญัติว่า จะต้องจัดให้มีการเลือกตั้งซ่อม ก.ต.ผู้ทรงคุณวุฒิในศาลฎีกาแทนตำแหน่งที่ว่างลง 1 ตำแหน่ง ภายใน 45 วัน เพื่อให้ได้ ก.ต. ครบ 15 คน โดยตำแหน่ง ก.ต.ที่ว่างลง จะมีการเลือกตั้งของผู้พิพากษาในชั้นศาลฎีกา ส่วนคณะ ก.ต. ที่ยังเหลืออยู่ 14 คน ในขณะนี้ก็ยังสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ตามปกติต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชำนาญ ปัจจุบันอายุ 64 ปี ยังคงดำรงตำแหน่งประธานแผนกคดีศาลล้มละลายในศาลฎีกา ซึ่งมีวาระดำรงตำแหน่งผู้พิพากษานี้ถึงอายุราชการ 65 ปี โดยการโยกย้ายล่าสุด นายชำนาญต้องพลาดการขึ้นตำแหน่งรองประธานศาลฎีกา อาวุโสลำดับที่ 1 เนื่องจากติดปัญหาชั้นพิจารณาความเหมาะสมการดำรงตำแหน่ง จากกรณีที่ถูกร้องเรียนเรื่องที่เป็นประเด็นถอดถอนดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระหว่างมีการดำเนินกระบวนการถอดถอน นายชำนาญได้ใช้สิทธิตามกฎหมายแจ้งความดำเนินคดีคณะผู้รวบรวมรายชื่อและผู้พิพากษาเผยแพร่ข้อมูลที่นำมาสู่มาการถอดถอนจำนวน 2 ครั้ง ครั้งแรกประกอบด้วย นายสมชาติ ธัญญาวินิชกุล ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา, นายเกียรติพงศ์ อมาตยกุล ประธานศาลอุทธรณ์ภาค 4, นายสืบพงษ์ ศรีพงษ์กุล อธิบดีผู้พิพากษาภาค 2, นายพงษ์ศักดิ์ ตระกูลศิลป์ ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์, นายพัลลอง มั่นดี ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา และ น.ส.มณี สุขผล ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะชั้นต้นในศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา รวม 6 คน ฐานหมิ่นประมาท, หมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326, 328 และนำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ และเผยแพร่หรือส่งต่อซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 14 พร้อมแจ้งความเพิ่มนายสืบพงษ์ฐานเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ด้วย ส่วนครั้งที่สอง ได้แจ้งความดำเนินคดีกับกลุ่มผู้พิพากษาและบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการโพสต์-แชร์ข้อความประเด็นยื่นถอดถอนอีก 12 คน ในข้อหาหมิ่นประมาทฯ เช่นกัน.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20787</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก้าวก่ายและข่มขู่ผู้พิพากษา, น.ส.มณี สุขผล, นายชำนาญ รวิวรรณพงษ์, นายพงษ์ศักดิ์ ตระกูลศิลป์, นายสราวุธ เบญจกุล, นายสืบพงษ์ ศรีพงษ์กุล, ปราศจากการแทรกแซงแม้จะจากผู้พิพากษาด้วยกัน, มุ่งปกป้องความเป็นอิสระ, ลงมติถอดถอน, หนังสือพิมพ์, แผนกคดีล้มละลายในศาลฎีกา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181026/image_big_5bd30b9174d9a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20762</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/10/2018 13:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/10/2018 13:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สืบพงษ์&#039;ชี้ผลถอดถอน&#039;ชำนาญ&#039;พิสูจน์ความเป็นอิสระเป็นชัยชนะของศาลยุติธรรม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
26 ต.ค.61- ที่หน้าห้องประชุมใหญ่ สำนักงานศาลยุติธรรม ชั้น 12 อาคารศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก นายสืบพงษ์ ศรีพงษ์กุล อธิบดีผู้พิพากษาภาค 2 ตัวแทนผู้เข้าชื่อร้องถอดถอน ก.ต. ซึ่งเดินทางมาสังเกตการณ์ การดำเนินการนับคะแนนผลการลงมติเพื่อถอดถอนหรือไม่ถอดถอน นายชำนาญ รวิวรรณพงษ์ ประธานแผนกคดีล้มละลายในศาลฎีกาและกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมผู้ทรงคุณวุฒิ (ก.ต.) ในศาลฎีกา ออกจากตำแหน่ง ก.ต.&amp;nbsp; ให้สัมภาษณ์ภายหลังประกาศผลการลงมติว่า เป็นชัยชนะของศาลยุติธรรมที่มุ่งจะปกป้องความเป็นอิสระของศาล ไม่ใช่แค่ชัยชนะของศาลจังหวัดฉะเชิงเทราหรือผู้เข้าร่วมถอดถอน ซึ่งนับตั้งแต่มีระเบียบในการถอดถอน ก.ต.ผู้ทรงคุณวุฒิในปี 2544 เป็นต้นมา ครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรก การลงคะแนนเสียง 3,165 คะแนน ซึ่งเป็นเสียงส่วนใหญ่ของผู้พิพากษา ทำให้เห็นว่าศาลยุติธรรมให้ความสำคัญกับหลักความเป็นอิสระ ซึ่งประชาชนจะได้รับความมั่นใจว่าจะได้รับการพิจารณาที่เที่ยงธรรม ปราศจากการแทรกแซง แม้ว่าจะเป็นผู้พิพากษาด้วยกันเองก็ต้องถูกลงโทษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่าคาดว่ามีปัจจัยอะไรที่ทำให้ผลคะแนนถอดถอนออกมาจำนวนมาก และจะฝากอะไรถึงผู้เข้าร่วมลงมติในครั้งนี้ นายสืบพงษ์ กล่าวว่า เชื่อว่าเรามีจุดยืนเหมือนกันคือดำรงไว้ซึ่งความเป็นอิสระในอำนาจหน้าที่ของตุลาการ ขอขอบคุณทุกคะแนนเสียงที่ทุกท่านได้ช่วยกันลงมติในครั้งนี้ ซึ่งจะทำให้ผู้พิพากษาในศาลชั้นต้นทุกท่านที่ปฏิบัติหน้าที่พิพากษาคดีเกิดความมั่นใจว่าจะได้รับความคุ้มครองปกป้องจากข้าราชการตุลาการด้วยกัน จะต้องยืนหยัดอยู่บนพื้นฐานของความเป็นอิสระ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงความคืบหน้าคดีที่โดนนายชำนาญแจ้งความฐานหมิ่นประมาทและปฏิบัติหน้าที่มิชอบ จากการล่ารายชื่อยื่นถอดถอดถอนครั้งนี้ นายสืบพงษ์ กล่าวว่า เข้าใจว่าขั้นตอนอยู่ในชั้นพนักงานสอบสวน ซึ่งยังไม่ได้มีการทำหนังสือเชิญหรือออกหมายเรียกมายังตนแต่อย่างใด ไม่หวั่นวิตก เชื่อมั่นว่าเราทำในสิ่งที่ถูกต้องตามกฎหมายและระเบียบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ นายสืบพงษ์ ยังได้เผยแพร่เอกสารขอบคุณผู้ร่วมลงมติมีข้อความตอนหนึ่งว่า &amp;ldquo;ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมกันแสดงออกถึงเจตจำนงอันบริสุทธิ์อย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน เพื่อปกป้องรักษาหลักความเป็นอิสระและเที่ยงธรรมในการพิจารณาพิพากษาคดี ทำให้สังคมได้รับรู้ว่า ผู้พิพากษาจะไม่ยอมตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของผู้ใด แม้กระทั่งผู้ที่มีอำนาจให้คุณให้โทษแก่ผู้พิพากษา ความสำเร็จในภารกิจครั้งนี้ถือเป็นชัยชนะของสถาบันศาลยุติธรรมอันเป็นที่รักยิ่งของพวกเราทุกคน และจะได้รับการจารึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ของศาลยุติธรรมตลอดไป&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20762</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชำนาญ รวิวรรณพงษ์, ถอดถอนกต., นายสืบพงษ์ ศรีพงษ์กุล, สำนักงานศาลยุติธรรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181026/image_big_5bd2afa289062.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20751</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/10/2018 08:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/10/2018 07:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลุ้นระทึก!นับคะแนน3,537ผู้พิพากษาลงมติถอดถอน&#039;ชำนาญ&#039;สำเร็จหรือไม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26ต.ค.61- มีรายงานความคืบหน้ากรณีเมื่อวันที่ 28 ส.ค.ที่ผ่านมา นายสืบพงษ์ ศรีพงษ์กุล อธิบดีผู้พิพากษาภาค 2 และผู้แทนผู้เข้าชื่ออีก 2 คนนำรายชื่อผู้พิพากษากว่า 1,700 คน ที่ร่วมเข้าชื่อยื่นถอดถอน นายชำนาญ รวิวรรณพงษ์ ประธานแผนกคดีล้มละลายในศาลฎีกาและกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมผู้ทรงคุณวุฒิ (ก.ต.) ในศาลฎีกา ออกจากตำแหน่ง ก.ต. ในประเด็นข้อกล่าวหาว่านายชำนาญมีพฤติการณ์ก้าวก่ายการปฏิบัติหน้าที่และข่มขู่ผู้พิพากษาในคดีมรดกที่ศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา ต่อนายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากสำนักงานศาลยุติธรรมได้ปฏิบัติตามขั้นตอน ติดคำร้องถอดถอนพร้อมรายชื่อผู้เข้าร่วมคำร้องขอให้ถอดถอน และคำชี้เเจงของนายชำนาญที่ศาลทั่วประเทศ พร้อมจัดส่งบัตรลงคะแนนให้กับผู้พิพากษาทั่วประเทศทางไปรษณีย์ เพื่อลงมติว่าจะถอดถอนหรือไม่ถอดถอนก่อนส่งกลับมาภายในวันที่ 25 ต.ค.นี้ โดยจะจัดให้มีการนับผลคะแนนในวันที่ 26 ต.ค.นี้ ซึ่งวันที่25ต.ค.เป็นวันส่งบัตรลงคะแนนวันสุดท้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดมีรายงานว่า จำนวนบัตรลงคะแนนว่าจะถอดถอนนายชำนาญพ้นจากตำแหน่ง ก.ต.หรือไม่ จากจำนวนบัตรที่ส่งไปถึงผู้พิพากษาทั่วประเทศที่มีสิทธิลงคะแนนทั้งหมด 4,635 ใบ มีผู้พิพากษาทั่วประเทศส่งกลับมาแล้ว 3,293 ใบ และรับจากไปรษณีย์ในเวลา 16.30 น. ของวันที่25ต.ค.อีกจำนวน 244 ใบ รวมเป็นทั้งหมด 3,537 ใบ คิดเป็นร้อยละ 76.31 โดยทางสำนักงานศาลยุติธรรมจะมีการจัดเริ่มนับคะแนนเพื่อลงมติว่าจะถอดถอนนายชำนาญหรือไม่ในวันที่ 26 ต.ค.นี้ เวลา 8.30 น. เป็นต้นไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20751</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชำนาญ รวิวรรณพงษ์, ถอดถอนกต., นายสราวุธ เบญจกุล, นายสืบพงษ์ ศรีพงษ์กุล, สำนักงานศาลยุติธรรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181001/image_big_5bb1d66bf139c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20621</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/10/2018 17:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/10/2018 17:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วงการตุลาการระทึก!นับถอยหลังสนง.ศาลฯนับผลมติถอด&#039;ชำนาญ&#039;พ้น ก.ต.หรือไม่ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชำนาญ รวิวรรณพงษ์ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ต.ค. 61 - ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีเมื่อวันที่ 28 ส.ค.ที่ผ่านมา&amp;nbsp;นายสืบพงษ์ ศรีพงษ์กุล อธิบดีผู้พิพากษาภาค 2 และผู้แทนผู้เข้าชื่ออีก 2 คนนำรายชื่อผู้พิพากษากว่า&amp;nbsp;1,700&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ที่ร่วมเข้าชื่อยื่นถอดถอน นายชำนาญ รวิวรรณพงษ์ ประธานแผนกคดีล้มละลายในศาลฎีกาและกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมผู้ทรงคุณวุฒิ (ก.ต.) ในศาลฎีกา&amp;nbsp;ออกจากตำแหน่ง ก.ต.&amp;nbsp;ในประเด็นข้อกล่าวหาว่านายชำนาญมีพฤติการณ์ก้าวก่ายการปฏิบัติหน้าที่และข่มขู่ผู้พิพากษาในคดีมรดกที่ศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา&amp;nbsp;ต่อนายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ซึ่งหลังจากที่สำนักงานศาลยุติธรรมได้ปฏิบัติตามขั้นตอน ติดคำร้องถอดถอนพร้อมรายชื่อผู้เข้าร่วมคำร้องขอให้ถอดถอน และคำชี้เเจงของนายชำนาญที่ศาลทั่วประเทศ&amp;nbsp;พร้อมจัดส่งบัตรลงคะแนนให้กับผู้พิพากษาทั่วประเทศทางไปรษณีย์&amp;nbsp;เพื่อลงมติว่าจะถอดถอนหรือไม่ถอดถอนก่อนส่งกลับมาภายในวันที่ 25 ต.ค.นี้ ซึ่งจะจัดให้มีการนับผลคะแนนในวันที่ 26 ต.ค.นี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดมีรายงานถึงยอดผู้ส่งบัตรลงคะแนนในวันที่ 22 ต.ค.&amp;nbsp;ที่ผ่านมา จากผู้พิพากษาจากทั่วประเทศส่งบัตรลงคะแนนมาแล้วจำนวน 3,240&amp;nbsp;ใบ ซึ่งเมื่อวันที่ 23 ต.ค. ที่ผ่านมาเป็นวันหยุดราชการ&amp;nbsp;ทำให้ยังเหลือเวลาที่จะส่งบัตรลงคะแนนอีกสองวันคือ&amp;nbsp;24-25 ต.ค.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยในวันที่ 26 ต.ค.นี้ การนับคะแนนช่วงเช้าที่ชั้น&amp;nbsp;12 สำนักงานศาลยุติธรรม อาคารศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก&amp;nbsp;จะมีการตรวจสอบบัตรลงคะแนนก่อนที่จะมีการเริ่มนับคะแนนในเวลา 8.30&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;การนับคะเเนนดังกล่าวจะมีการบันทึกเทปวีดีโอไว้&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ทางสำนักงานศาลยุติธรรมได้เชิญผู้ร้องและผู้ถูกร้องเข้าร่วมสังเกตการณ์การนับคะแนนดังกล่าวเพื่อความโปร่งใสด้วย โดยสื่อมวลชนก็สามารถเข้าร่วมสังเกตการณ์การนับคะแนนถอดถอน ก.ต.ในครั้งนี้ได้ด้วยเช่นกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการยื่นถอดถอน ก.ต.ผู้ทรงคุณวุฒินั้น&amp;nbsp;กฎหมายระบุไว้ว่าจะต้องมีคะแนนเสียงถอดถอนจากผู้พิพากษาทั่วประเทศไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งจากจำนวนผู้พิพากษาทั่วประเทศที่มีสิทธิ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;4,635 คน ต้องใช้คะแนนเสียง&amp;nbsp;2,318&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;จึงจะสามารถถอดถอน&amp;nbsp;ก.ต.ผู้ทรงคุณวุฒิได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายชำนาญ ผู้ถูกร้องเปิดเผยว่า&amp;nbsp;การนับคะแนนดังกล่าวต้องให้เกียรติผู้พิพากษาทั่วประเทศที่ส่งบัตรลงคะแนนมา&amp;nbsp;เนื่องจากเป็นดุลพินิจของท่านผู้พิพากษาทุกคน ตนคงไม่วิตกกังวลใดๆ&amp;nbsp;ทั้งสิ้น&amp;nbsp;ถ้าผู้พิพากษาให้ตนทำหน้าที่ ก.ต.&amp;nbsp;ตนก็ทำเท่านั้นเอง ส่วนที่ทางสำนักงานศาลฯ&amp;nbsp;จะเชิญตนไปร่วมสังเกตการณ์นั้น&amp;nbsp;ตนได้เรียนผ่านไปยังนายสราวุธ เลขาศาลฯ&amp;nbsp;ว่าตนไว้วางใจนายสราวุธอยู่แล้ว&amp;nbsp;คงไม่ได้เดินทางหรือส่งผู้แทนไปร่วมสังเกตการณ์ เป็นเรื่องที่เราไว้วางใจว่าสามารถทำหน้าที่ตรงนี้ได้อยู่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นายสืบพงษ์ ผู้ร้องระบุว่า จากที่สำนักงานศาลยุติธรรมได้เชิญไปร่วมสังเกตการณ์การนับคะแนนนั้น&amp;nbsp;ตนจะเดินทางไปร่วมสังเกตการณ์ตามคำเชิญ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20621</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก.ต., ชำนาญ รวิวรรณพงษ์, นายสืบพงษ์ ศรีพงษ์กุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181001/image_big_5bb1d8d66db9b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19373</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/10/2018 16:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/10/2018 15:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ชำนาญ&#039; เผยน้องเมียฟ้อง &#039;สืบพงษ์-วราวุธ-มณี&#039; ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8&amp;nbsp;ต.ค.61 -&amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีที่นายสืบพงษ์ ศรีพงษ์กุล อธิบดีผู้พิพากษาภาค&amp;nbsp;2&amp;nbsp;กับพวก ล่ารายชื่อผู้พิพากษายื่นขอถอดถอน นายชำนาญ&amp;nbsp;รวิวรรณพงษ์ ประธานแผนกคดีล้มละลายในศาลฎีกา และกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมผู้ทรงคุณวุฒิ (ก.ต.) ในศาลฎีกา พ้นจากตำแหน่ง ก.ต. ด้วยข้อกล่าวหาว่าก้าวก่ายการปฏิบัติหน้าที่และข่มขู่ผู้พิพากษาในคดีมรดกที่ศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา โดยต่อมาวันที่&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ก.ย.ที่ผ่านมา นายชำนาญได้ส่งเอกสารคำชี้แจงต่อสำนักงานศาลยุติธรรมเพื่อเผยแพร่ ระบุถึงคดีดังกล่าวเกี่ยวกับทรัพย์มรดกของครอบครัว พร้อมปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาว่าเป็นความเท็จ ไม่เคยก้าวก่ายแทรกแซงข่มขู่ผู้พิพากษาในการพิจารณาคดี ซึ่งจะนำไปสู่การลงมติถอดถอนหรือไม่ถอดถอนโดยผู้พิพากษาทั่วประเทศที่จะมีการนับผลคะแนนวันที่&amp;nbsp;26&amp;nbsp;ต.ค.นี้ นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชำนาญ เปิดเผยว่า จากคดีดังกล่าวเป็นคดีของครอบครัวเกี่ยวกับทรัพย์มรดก ซึ่งภรรยาตนเป็นทายาทและเป็นผู้ถือหุ้นของบริษัท ตนและโจทก์ในคดีเพียงใช้สิทธิร้องเรียนผู้พิพากษาเจ้าของสำนวนเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ในวันที่&amp;nbsp;22&amp;nbsp;มิ.ย.&amp;nbsp;2561&amp;nbsp;นายสืบพงษ์นอกจากจะไม่ตรวจสอบข้อเท็จจริงและแก้ไขปัญหาแล้ว ยังให้ผู้พิพากษาที่ถูกร้องเรียนขึ้นนั่งพิจารณาคดีในวันที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ส.ค.&amp;nbsp;2561&amp;nbsp;ทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าโจทก์ร้องเรียนการปฏิบัติหน้าที่ต่อประธานศาลฎีกา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อโจทก์คัดค้านและมีการเปลี่ยนผู้พิพากษาเจ้าของสำนวนและองค์คณะ นายวราวุธ ถาวรศิริ รองอธิบดีผู้พิพากษาภาค&amp;nbsp;2&amp;nbsp;(ตำแหน่งขณะเกิดเหตุ) พร้อมองค์คณะผู้พิพากษาใหม่ขึ้นนั่งพิจารณาคดีให้งดการถามค้าน ให้ถามติงจำเลยต่อในทันที จนคดีเสร็จการพิจารณาและนัดฟังคำพิพากษา กระทั่งประธานศาลฎีกามีคำสั่งให้โอนคดีนี้ไปยังศาลแขวงสมุทรปราการ เนื่องจากเห็นว่า &amp;ldquo;กรณีอาจเกิดผลกระทบต่อประโยชน์ที่สำคัญในการอำนวยความยุติธรรมของศาลยุติธรรม&amp;rdquo; ก็ปรากฏว่ามีสื่อมวลชนรายงานข่าวว่ามีกลุ่มผู้พิพากษามีปฏิกิริยาไม่เห็นด้วยต่อคำสั่งโอนคดีดังกล่าว เหตุใดกลุ่มผู้พิพากษาตามข่าวจึงดึงดันให้พิจารณาคดีนี้ที่ศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา ทั้งที่ปรากฏเหตุความขัดแย้งรุนแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;นายสืบพงษ์และนายวราวุธมีหน้าที่รับผิดชอบราชการของศาล แต่ไม่ให้คำแนะนำผู้พิพากษาที่ถูกร้องเรียนว่าการนั่งพิจารณาคดีต่อไปจะเป็นข้อครหาในเรื่องความเป็นกลางและกระทบกระเทือนต่อความยุติธรรม กลับยังคงให้นั่งพิจารณาคดีต่อไป นอกจากนี้นายสืบพงษ์เมื่อได้รับการร้องเรียนการปฏิบัติหน้าที่ของผู้พิพากษาแล้ว มีหน้าที่ต้องตรวจสอบว่ามีการกระทำเช่นนั้นจริงหรือไม่ และต้องแก้ไขปัญหาเพื่อให้การพิจารณาพิพากษาคดีเป็นไปโดยเรียบร้อยและเป็นธรรมแก่คู่ความทุกฝ่าย ไม่เกิดข้อครหาและผลเสียหายร้ายแรงต่อราชการของศาลยุติธรรมและประโยชน์ของคู่ความทุกฝ่าย แต่กลับเพิกเฉย ก่อให้เกิดความเสียหายแก่คดีของโจทก์&amp;rdquo; นายชำนาญ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชำนาญ กล่าวต่อไปว่า เมื่อวันที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ต.ค.&amp;nbsp;2561&amp;nbsp;น.ส.เยาวมาลย์ จิระเลิศพงษ์ น้องสาวของภรรยาในฐานะโจทก์ในคดี จึงได้มอบอำนาจให้ทนายความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองฉะเชิงเทรา ให้ดำเนินคดีแก่นายสืบพงษ์, นายวราวุธ และ น.ส.มณี สุขผล ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะชั้นต้นในศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา เจ้าของสำนวนคดีนี้ ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา&amp;nbsp;157&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งหลังจากพนักงานสอบสวนทำการสอบสวนเสร็จสิ้น ก็จะเป็นอำนาจหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ดำเนินการต่อไป และถ้าส่งฟ้องก็ส่งต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบในท้องที่ เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญที่บัญญัติหลักเรื่องความเป็นอิสระของผู้พิพากษา ก็เพื่อเป็นหลักประกันให้แก่ประชาชนในการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของบุคคลในทางการศาลว่า ประชาชนจะได้รับการพิจารณาพิพากษาคดีด้วยความเป็นธรรมอย่างแท้จริง แต่ความเป็นอิสระต้องเป็นไปตามกรอบของกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ส.ค.&amp;nbsp;2561&amp;nbsp;แสดงให้เห็นว่าไม่มีทางที่ผมจะไปแทรกแซงหรือข่มขู่ผู้พิพากษาเจ้าของสำนวนคดีนี้ ผมได้แจ้งให้ ก.ต.ทราบพร้อมทั้งได้โต้แย้งการปฏิบัติหน้าที่ของ ก.ต.และอนุ ก.ต. ในการพิจารณาความเหมาะสมในการดำรงตำแหน่งรองประธานศาลฎีกาว่าไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากไม่แจ้งข้อเท็จจริงที่เป็นผลร้ายและให้โอกาสผมได้ชี้แจงแก้ข้อเท็จจริงนั้น ดังนั้น จะถือว่าเป็นมติที่ชอบด้วยกฎหมายและเป็นข้อเท็จจริงที่ยุติได้อย่างไร ก.ต.เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ การอภิปรายในที่ประชุมต้องเป็นเรื่องจริงที่ผ่านการตรวจสอบและต้องรับผิดชอบ ถ้ากระทำโดยไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ก็มีความรับผิดชอบไม่ต่างจากเจ้าหน้าที่ของรัฐทั่วไป&amp;rdquo; นายชำนาญ กล่าวถึงการพิจารณาของ ก.ต.ที่มีมติเสียงข้างมากไม่เห็นชอบให้นายชำนาญขึ้นดำรงตำแหน่งรองประธานศาลฎีกาจากกรณีคดีดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่าขบวนการทั้งหมดที่โจมตีท่านตั้งแต่แรกในการยื่นร้องขอถอดถอนครั้งนี้ ท่านคิดว่ามีแรงจูงใจจากอะไรที่ทำให้พวกเขาดำเนินการเช่นนี้ นายชำนาญ กล่าวว่า ถ้าดูจากคำชี้แจงของตนจะเห็นได้ว่าทำไม แต่ถ้าจะให้ชัดเจนต้องรอ ป.ป.ช.สอบแล้วจะเห็นชัด ก็จะรู้ว่าทำไม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าทำไมคดีที่ฟ้องทั้งหมด ท่านถึงไม่เป็นโจทก์ฟ้องในฐานะผู้เสียหายโดยตรงต่อศาล แต่ไปร้องทุกข์กับสถานีตำรวจ ทางตำรวจกับอัยการจะกดดันในการทำคดีหรือไม่ที่ต้องทำเรื่องฟ้องผู้พิพากษา นายชำนาญ ระบุว่า ทำได้ทั้ง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ทาง ฟ้องเองหรือแจ้งความได้ ที่ตนเลือกแจ้งความเพราะเป็นคนกลางจะดีกว่า ให้องค์กรที่มีหน้าที่ดำเนินการ ทั้งพนักงานสอบสวนและอัยการมีหน้าที่ดำเนินคดีแทนประชาชนอยู่แล้ว จะได้เป็นกลาง ไม่เป็นการกดดันเพราะทั้งสองส่วนมีหน้าที่อยู่แล้ว ไม่มีปัญหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามถึงคดีที่ได้โอนไปศาลแขวงสมุทรปราการแล้วมีความรู้สึกและความคืบหน้าอย่างไร นายชำนาญ กล่าวว่า ตามคำสั่งของประธานศาลฎีกาชัดเจนอยู่แล้ว ต่อไปก็เป็นหน้าที่ของทนายความที่รอทางศาลนัดพร้อมคู่ความ ส่วนจะนัดวันไหนตนยังไม่ทราบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงกรณีวันนี้ (8 ต.ค.) ทางสำนักงานศาลยุติธรรมกำหนดส่งบัตรลงมติยื่นถอดถอนให้ผู้พิพากษาทั่วประเทศเป็นวันแรก ท่านหนักใจหรือไม่ กระแสตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง หากเสียงถอดถอนเกินกึ่งหนึ่งจะดำเนินการอย่างไรต่อไป นายชำนาญ กล่าวว่า ถ้าท่านผู้พิพากษาได้อ่านคำชี้แจงของตนแล้ว เชื่อในวิจารณญาณของท่าน ปล่อยให้เป็นดุลพินิจของท่าน ขณะนี้มีการหาเสียงเป็น ก.ต.แทนตนกันแล้ว ก็เป็นเรื่องน่าแปลก บางท่านคงอยากเป็น ก.ต. ส่วนตัวไม่กังวลใดๆ ทั้งสิ้น หากท่านผู้พิพากษาประสงค์ให้ทำหน้าที่ต่อตนก็ทำ ไม่ให้ทำตนก็พักผ่อน ไม่ไปดำเนินการอะไร อายุงานตนผ่านมานานขนาดนี้ มีหน้าที่อื่นอีกมากที่ต้องทำ การดำรงตำแหน่ง ก.ต.เป็นหน้าที่ส่วนหนึ่ง จากนี้ไม่มีอะไรแล้ว คงจะให้เวลาท่านได้ไตร่ตรอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ทางสำนักงานศาลยุติธรรมเริ่มส่งบัตรลงมติยื่นถอดถอนหรือไม่ถอดถอนนายชำนาญ จากตำแหน่ง ก.ต. ให้ผู้พิพากษาทั่วประเทศเป็นวันแรกทางไปรษณีย์ หรือส่งผ่านเจ้าหน้าที่ทางธุรการถึงผู้พิพากษาในศาลบางแห่งตามความสะดวก ซึ่งกำหนดให้ผู้พิพากษาทั่วประเทศส่งบัตรลงมติที่ได้ลงคะแนนแล้วกลับมายังสำนักงานศาลยุติธรรมภายในวันที่&amp;nbsp;25&amp;nbsp;ต.ค.นี้&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;16.30&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ก่อนจะมีการนับผลคะแนนในวันที่&amp;nbsp;26ต.ค.นี้ ที่สำนักงานศาลยุติธรรม โดยการจะถอดถอนได้ตามระเบียบต้องมีคะแนนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของผู้พิพากษาทั่วประเทศที่มีสิทธิลงคะแนน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19373</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก.ต., ชำนาญ รวิวรรณพงษ์, ตุลาการ, นายสืบพงษ์ ศรีพงษ์กุล, วราวุธ ถาวรศิริ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181001/image_big_5bb1d66bf139c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18818</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/10/2018 15:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/10/2018 15:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตุลาการระส่ำ!&#039;ชำนาญ&#039;ฟ้องเพิ่มผู้พิพากษา-บุคคล หมิ่นประมาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1&amp;nbsp;ต.ค.61 -&amp;nbsp; ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีที่นายสืบพงษ์ ศรีพงษ์กุล อธิบดีผู้พิพากษาภาค&amp;nbsp;2&amp;nbsp;กับพวก ล่ารายชื่อผู้พิพากษายื่นขอถอดถอน นายชำนาญ รวิวรรณพงษ์ ประธานแผนกคดีล้มละลายในศาลฎีกา และกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมผู้ทรงคุณวุฒิ (ก.ต.) ในศาลฎีกา พ้นจากตำแหน่ง ก.ต. ด้วยข้อกล่าวหาว่าก้าวก่ายการปฏิบัติหน้าที่และข่มขู่ผู้พิพากษาในคดีมรดกที่ศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา โดยต่อมาวันที่&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ก.ย.ที่ผ่านมา นายชำนาญได้ส่งเอกสารคำชี้แจงต่อสำนักงานศาลยุติธรรมเพื่อเผยแพร่ ระบุถึงคดีดังกล่าวเกี่ยวกับทรัพย์มรดกของครอบครัว พร้อมปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาว่าเป็นความเท็จ ไม่เคยก้าวก่ายแทรกแซงข่มขู่ผู้พิพากษาในการพิจารณาคดี ซึ่งจะนำไปสู่การลงมติถอดถอนหรือไม่ถอดถอนโดยผู้พิพากษาทั่วประเทศที่จะมีการนับผลคะแนนวันที่&amp;nbsp;26&amp;nbsp;ต.ค. นี้ นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชำนาญ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่&amp;nbsp;30&amp;nbsp;ก.ย.ที่ผ่านมา ตนได้มอบอำนาจให้ทนายความร้องทุกข์กล่าวโทษกลุ่มบุคคลรวม&amp;nbsp;12&amp;nbsp;ราย ในข้อหาหมิ่นประมาท, หมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา&amp;nbsp;326, 328&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;1.นายเดชา อัชรีวงศ์ไพศาล อธิบดีผู้พิพากษาศาลแรงงานภาค&amp;nbsp;2,2.นายธนะรัตน์ ศิริพัฒนโกศล ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะชั้นต้นในศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา,&amp;nbsp;3.นายรพี แพ่งสภา ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะชั้นต้นในศาลจังหวัดชลบุรี,&amp;nbsp;4.นายศุภชัย ประไพนพ เลขานุการศาลยุติธรรมประจำภาค&amp;nbsp;2,&amp;nbsp;5.นายสุพจน์ หนูเกลี้ยง ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลจังหวัดมีนบุรี,&amp;nbsp;6.ผู้ใช้ชื่อโปรไฟล์ว่า &amp;ldquo;Isaret&amp;rdquo; และ&amp;nbsp;7.ผู้ใช้ชื่อโปรไฟล์ว่า &amp;ldquo;กรกฎ&amp;rdquo; จากการที่กลุ่มบุคคลดังกล่าวได้โพสต์ข้อความและแสดงความคิดเห็นในไลน์กลุ่มผู้พิพากษาใส่ความหมิ่นประมาทตน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กล่าวโทษ&amp;nbsp;8.น.ส.ตรีทิพย์ วิเศษจินดา ผู้พิพากษาศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา,&amp;nbsp;9.นางปรานต์ปวร ศิริเวช เจ้าหน้าที่ศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา และ&amp;nbsp;10.นายพิพัฒน์ อินทร์พงษ์พันธุ์ ทนายความของสำนักงานทนายความวิชัย ทองแตง ที่ให้ถ้อยคำอันเป็นเท็จต่ออนุ ก.ต.ในการพิจารณาความเหมาะสมเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองประธานศาลฎีกา ใส่ความหมิ่นประมาทตน นอกจากนี้ ยังได้ร้องทุกข์กล่าวโทษ&amp;nbsp;11.นายอาเล็ก จรรยาทรัพย์กิจ ผู้พิพากษาศาลฎีกา ซึ่งเป็นกรรมการบริหารศาลยุติธรรม (ก.บ.ศ.) และ&amp;nbsp;12.นายดุสิต ฉิมพันธุ์ทวีสุทธิ์ ผู้พิพากษาศาลจังหวัดพัทยา ที่นำหนังสือทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาของจำเลยซึ่งใส่ความหมิ่นประมาทตนมาลงเผยแพร่ในไลน์กลุ่มผู้พิพากษา ทำให้มีข้อสงสัยว่าหนังสือของจำเลยมาอยู่ที่ผู้พิพากษาและนำออกเผยแพร่ได้อย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชำนาญ กล่าวต่อไปว่า การกระทำของคนกลุ่มนี้ทำให้ตนเสียหายต่อตำแหน่งหน้าที่และชื่อเสียงเกียรติยศ ไม่มีการถอดถอนตำแหน่งสำคัญใดในโลกที่กระทำได้ง่ายเช่นนี้ ไม่ต้องมีกระบวนการไต่สวนเพื่อการถอดถอน เพียงหนังสือฉบับเดียวกับการใช้โซเชียลมีเดียปลุกระดมล่ารายชื่อก็ร้องขอให้ถอดถอนได้แล้ว เป็นเรื่องง่ายมากแต่มีผลเสียหายร้ายแรงแก่องค์กรและผู้ถูกร้องขอให้ถอดถอน ฝากไปถึงหัวโจกว่าเป็นผู้พิพากษาต้องสง่าผ่าเผย ตรงไปตรงมา อย่าบิดเบือนข้อเท็จจริง มีตรงไหนที่เป็นการก้าวก่ายความเป็นอิสระของผู้พิพากษา ประชาชนทุกคนมีสิทธิที่จะร้องเรียนการปฏิบัติหน้าที่ของผู้พิพากษา ไม่ใช่การก้าวก่ายแทรกแซง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;และถ้าจะอ้างเรื่องการต่อสู้เพื่อให้ได้มาซึ่งหลักความเป็นอิสระของผู้พิพากษานั้น ให้ไปศึกษาประวัติศาสตร์ดูว่าใครเป็นผู้ต่อสู้ แต่ความเป็นอิสระต้องอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมาย ไม่ถูกนำมาบิดเบือนเพื่อใช้ในทางที่ไม่ถูกต้อง ปัจจุบันหลักการนี้เข้มแข็ง ไม่มีใครแทรกแซงความเป็นอิสระของผู้พิพากษาได้ มีแต่ผู้พิพากษาบางคนที่ไม่สุจริตเท่านั้นที่ชอบอ้างความเป็นอิสระเพื่อกระทำในสิ่งที่ผู้พิพากษาทั่วไปไม่กระทำกัน ซึ่งถูกลงโทษไล่ออกไปหมดแล้ว ถ้ากล้าบิดเบือนก็ต้องกล้าลงชื่อ เปิดเผยตัว จะได้ปราบไม่ผิดตัว&amp;rdquo; นายชำนาญ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชำนาญ ยังกล่าวเพิ่มเติมถึงกรณีของนายอาเล็ก ซึ่งมีตำแหน่งเป็น ก.บ.ศ.ด้วยทำนองว่า การนำหนังสือทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาของจำเลยมาเผยแพร่ถือเป็นเรื่องใหญ่ ซึ่งผู้พิพากษาจะทำอย่างนี้ไม่ได้ เป็นการไม่สนใจความถูกต้อง ไม่เหมาะสม การกระทำเช่นนี้ควรถอดถอนใครกันแน่ ควรต้องลาออกจากการเป็นผู้พิพากษา ส่วนกรณีของนายดุสิตส่งแล้วยังกดยกเลิกข้อความ&amp;nbsp;(Unsend)&amp;nbsp;เด็กกว่ายังรู้ การเป็น ก.บ.ศ.ซึ่งเป็นตัวแทนระดับสูงในการบริหารศาลยุติธรรมนั้น ตนเคยเป็น ก.บ.ศ.มาก่อน โดยไม่ต้องหาเสียง ใช้แค่การแสดงวิสัยทัศน์ ผู้พิพากษาก็เลือกมาเป็น ก.บ.ศ.โดยมีคะแนนเป็นอันดับ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ของศาลฎีกา ไม่ต้องเล่นการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงกรณีที่มีรายงานว่ามีผู้พิพากษาบางรายไม่เห็นด้วยกรณีประธานศาลฎีกามีคำสั่งโอนคดีมรดกของครอบครัวนายชำนาญ จากศาลจังหวัดฉะเชิงเทราไปศาลแขวงสมุทรปราการ นายชำนาญ ระบุว่า มีที่ไหนอยากตัดสิน ให้โอนแล้วกลับคัดค้าน แปลก เป็นผู้พิพากษาแบบไหนอยากรู้ถึงมาคัดค้านคำสั่งประธานศาลฎีกา ไม่เคยพบเห็น มีแต่กลุ่มนี้อยากรู้กี่คน แสดงตัวมาได้ไหมจะได้ปราบให้ดู แปลกที่กล่าวหาว่าตนข่มขู่แทรกแซงแต่อยากตัดสิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18818</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก.ต., ตุลาการ, นายชำนาญ รวิวรรณพงษ์, นายสืบพงษ์ ศรีพงษ์กุล, ศาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181001/image_big_5bb1d66bf139c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
