<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118787</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/10/2021 08:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/10/2021 08:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เสี่ยเฮ้ง&#039;ยันปรับครม.เป็นเรื่องของ&#039;ผู้ใหญ่&#039; </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ต.ค.64- &amp;nbsp;นายสุชาติ​ ชมกลิ่น​ รมว.แรงงาน​ และกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ​ (พปชร.)​ ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการสรรหาบุคคลของพรรค​ พปชร.ในการมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี​ ทดแทนตำแหน่งที่ว่างลงว่า เรื่องการปรับครม.เป็นเรื่องของผู้ใหญ่ นายกรัฐมนตรี​ และหัวหน้าพรรค ส่วนตัวไม่มีความเห็นในเรื่องนี้ ส่วนในพรรคพปชร.เองก็ยังไม่ได้มีการคุยกันเรื่องนี้ เพราะการปรับครม.แต่ละครั้งจะเป็นดำริของหัวหน้าพรรค แต่ขณะนี้ยังไม่มีการประชุมพรรคและคุยกันเรื่องนี้ ย้ำว่าเรื่องการปรับครม.เป็นอำนาจของนายกฯ จึงไม่สามารถให้คำตอบในส่วนนี้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ผู้สื่อข่าวถามว่า​ การปรับครม.ครั้งนี้จะทำให้เกิดแรงกระเพื่อมหรือไม่ นายสุชาติ​ ตอบว่า เรื่องนี้ไม่สามารถออกความเห็นได้จริงๆ.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118787</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายสุชาติ ชมกลิ่น, ปรับครม., พปชร., รมว.แรงงงาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211005/image_big_615badd080e45.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117693</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/09/2021 06:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/09/2021 06:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ป่วนอีก!&#039;สุชาติ&#039;แอบชงชื่อ&#039;สรวุฒิ-อัฏฐพล&#039;ให้นายกฯ พิจารณาปรับครม. แกนนำพปชร.ไม่พอใจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;
24ก.ย.64- มีรายงานข่าวจากพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) แจ้งถึงความเคลื่อนไหวภายในพรรค พปชร.ขณะนี้ว่า มีการเตรียมการเสนอชื่อบุคคลของพรรคให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี แทนตำแหน่งที่ว่างลงหลังจาก ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา เลขาธิการพรรคพปชร. ถูกปลดพ้นรมช.เกษตรและสหกรณ์ และนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เหรัญญิกพรรค ถูกปลดพ้นรมช.แรงงาน ล่าสุด นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน ในฐานะกรรมการบริหารพรรค ได้เสนอชื่อนายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ ส.ส.ชลบุรี และกรรมการบริหารพรรค ซึ่งเป็นคนใกล้ชิดนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม และแกนนำกลุ่มสามมิตร และนายอัฏฐพล โพธิพิพิธ ส.ส.กาญจนบุรี ให้กับพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม พิจารณาปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่อย่างไรก็ตามการดำเนินการของนายสุชาติครั้งนี้ เป็นการข้ามขั้นตอนในการเสนอชื่อบุคคลที่เหมาะสมให้นายกฯ พิจารณาปรับครม. เนื่องจากต้องผ่านความเห็นชอบของกก.บห.พรรค และพล.อ.ประวิตร ก่อน แต่นายสุชาติ ได้เสนอชื่อกับนายกฯ โดยตรง สร้างความไม่พอใจให้กับแกนนำของพรรคเป็นอย่างมาก &amp;nbsp;เนื่องจากบุคคลที่เป็นแคนดิเดตที่พรรคพปชร. จะเสนอชื่อในการปรับครม. หรือ เป็น waiting list อันดับ1 ของพรรค คือนายไผ่ ลิกค์ ส.ส.กำแพงเพชร ในฐานะรองเลขาธิการพรรค โดยบรรดาแกนนำทุกกลุ่มของพรรคเห็นตรงกันว่า หากรายชื่อที่ทางพรรคเสนอให้นายกฯ ซึ่งได้ผ่านความเห็นชอบจากที่ประชุมกก.บห.แล้วนั้น หากนายกฯ ไม่เห็นชอบ ที่จะแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรี ก็ขอให้ส่งกลับมาเพื่อที่พรรคจะได้พิจารณาบุคคลที่เหมาะสมก่อนเสนอใหม่ และทางแกนนำของพรรคต่างไม่เห็นด้วย หากนายกฯ จะปฏิเสธคนที่พรรคเสนอ แล้วพิจารณาแต่งตั้งคนนอกพรรคในการปรับครม.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;
อย่างไรก็ดี ขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่า พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ประธานกรรมการยุทธศาสตร์ของพรรค จะถูกเสนอชื่อไปดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีด้วยหรือไม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117693</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายสุชาติ ชมกลิ่น, นายไผ่ ลิกค์, ปรับครม., สรวุฒิ  เนื่องจำนงค์, อัฏฐพล โพธิพิพิธ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210924/image_big_614d0e1a14efc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116236</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/09/2021 09:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/09/2021 09:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สุชาติ&#039;เชื่อไม่มีก๊วนใดตาม&#039;ธรรมนัส&#039;ออก ยันทุกคนมาอยู่ในพปชร.เพราะ&#039;บิ๊กตู่-บิ๊กป้อม&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ก.ย.64 -เมื่อเวลา 08.00 น.&amp;nbsp; ที่บริษัท เอส.บี.อุตสาหกรรมเครื่องเรือน จำกัด ตำบลละหาร อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน และกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์ถึงปัญหาภายในพรรคพปชร.จนมีกระแสข่าวว่าจะปรับโครงสร้างพรรค ว่า ในเรื่องของการเมืองไม่ว่าจะการประชุมพรรคหรือตำแหน่งต่างๆในพรรคต้องให้เป็นหน้าที่ของผู้ใหญ่ในพรรคตัดสินใจ ตนเป็นเพียงแค่สมาชิก ทั้งนี้เราในฐานะนักการเมืองก็ทำหน้าที่เพื่อประเทศไทย จุดยืนอยู่ตรงไหนก็ทำงานตรงนั้นให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า มองผลต่อเนื่องทางการเมืองหลัง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า อดีตรมช.เกษตรและสหกรณ์ ลาออก จะมีการลาออกจากตำแหน่งเลขาธิการพรรคพปชร. รวมทั้งตำแหน่งอื่นๆด้วยหรือไม่ นายสุชาติ กล่าวว่า เราคิดแทนคนอื่นไม่ได้ ในทางการเมืองส.ส.ทุกคน มีพื้นที่มาจากเสียงของประชาชน ทุกคนรู้ว่าเข้ามาเพื่อทำงาน และทุกคนที่มากับพรรคพลังประชารัฐ ก็ถือว่าเป็นพรรคพลังประชารัฐ มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี และมีหัวหน้าพรรค ณ วันนี้คือ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ถือเป็นศูนย์รวมจิตใจของทุกคนอยู่แล้ว สำหรับตนคิดว่าทุกคนไม่ได้มีประเด็นปัญหาอะไร เพราะเรามีศูนย์รวมจิตใจอยู่แล้ว คือพล.อ.ประวิตร ในฐานะหัวหน้าพรรค ส่วนการทำงานในภาพรวมของพรรค ก็ต้องมีการหารือกัน ซึ่งหัวหน้าพรรคก็คงจะได้พิจารณา ซึ่งวันนี้ถือว่าไม่มีประเด็นอะไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนที่มีการมองกันว่าอาจจะต้องมีการปรับโครงสร้างพรรค นายสุชาติกล่าวว่า ตนไปพูดเกินเลยตรงนั้นไม่ได้ เพราะตนเป็นแค่หนึ่งในคณะกรรมการบริหาร หนึ่งเสียงเท่านั้น ทั้งหมดอยู่ที่หัวหน้าพรรค และสมาชิก ส.ส. แต่อย่าลืมว่าทุกคนมาด้วยเสียงของประชาชนที่เลือกตั้งเข้ามา และการพูดคุยทุกคนต่างก็รู้ว่ามีหน้าที่ของตัวเอง อย่างวันนี้ก็ต้องทำหน้าที่ในสภา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นส่วนหนึ่งให้พรรคพลังประชารัฐกลับมาสามัคคีกันหรือไม่ นายสุชาติ กล่าวว่า ส่วนหนึ่งที่พรรคมีความเหนียวแน่น เพราะเรามีหัวหน้าพรรคที่ทุกคนให้ความเคารพ ในส่วนของเลขาธิการพรรค ก่อนหน้านี้เรามีนายอนุชา นาคาศัย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นเลขาธิการพรรค ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร พอเปลี่ยนมาเป็นร.อ.ธรรมนัส ก็เหมือนเดิม เพราะหัวหน้าพรรคเราคือพล.อ.ประวิตร เราอาจจะไม่เหมือนกับพรรคอื่น แม้จะเป็นพรรคที่ตั้งขึ้นมาใหม่ ระยะเวลา 2-3 ปี แต่ความแข็งแรงความสามัคคี ความเข้มแข็งของส.ส.ทุกคน ก็มีมากขึ้น และทุกคนต่างรู้บทบาทหน้าที่ ส.ส. ในพรรคก็มีทั้งส.ส.ใหม่และส.ส.เก่า ซึ่งตนเชื่อว่าไม่ได้มีปัญหาอะไรเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot; เพราะทุกคนที่มาอยู่กับพรรคนี้ เพราะพรรคเสนอชื่อคนเดียว คือพล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรี ผมจึงเชื่อว่าไม่มีอะไร การเมืองก็ปรับเปลี่ยนไปเรื่อยๆ เหมือนเราเปลี่ยนผู้บริหารบริษัท ลักษณะคล้ายกัน ส่วนจะมีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างพรรคหรือไม่นั้น ผมยังไม่ทราบและยังไม่ถึงเวลา&amp;quot;นายสุชาติกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามอีกว่า แสดงว่าทุกอย่างขึ้นอยู่กับหัวหน้าพรรคใช่หรือไม่ นายสุชาติกล่าวว่า ทุกอย่างขึ้นอยู่กับหัวหน้าพรรค โดยหัวหน้าพรรคต้องใช้องคาพยพทั้งหมด ทั้งพวกผม สมาชิก และกรรมการบริหารพรรค ทุกคนก็รักกันดีอยู่แล้ว พรรคมีความสามัคคี และเชื่อว่าจะไม่มีเอฟเฟคตามมา ไม่ว่าจะเป็น 2 ช. 3 ช. โดยภาพรวมนักการเมืองทุกคนมีความสนิทสนมกัน แต่ไม่ใช่ว่าจะต้องแบ่งเป็นกลุ่มเป็นก๊วน เพียงแต่มีความสนิทสนมกันบ้าง อย่างตนอยู่ภาคกลางก็มีเพื่อนอยู่ภาคกลาง แต่ทุกคนฟังหัวหน้าพรรคและนโยบายของพรรค ถ้าเราอยู่ในพรรคแล้วไม่เคารพหัวหน้าพรรคหรือมติพรรค ก็คงอยู่ด้วยกันไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่าถือเป็นบทเรียนครั้งใหญ่หรือไม่ในเหตุการณ์ครั้งนี้ นายสุชาติ&amp;nbsp; กล่าวว่า จะไปพูดตรงนั้นไม่ได้เพราะตนไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้อง แต่อย่างตนที่มาอยู่พรรคพลังประชารัฐ เพราะรู้ว่าพรรคเสนอชื่อพล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ ตนถึงเข้ามา เพราะเราต้องดูก่อนว่าเราจะมาอยู่พรรคนี้เพราะอะไร เพราะยังไม่รู้เลยว่ามาอยู่พรรคนี้แล้วจะได้เป็นรัฐบาลหรือเปล่า แต่ถ้าได้เป็นรัฐบาลเราก็รู้ว่า นายกรัฐมนตรีคือพล.อ.ประยุทธ์ เราถึงมา อย่างเพื่อนของตนที่มาจากหลายจังหวัดและชักชวนกันมาก็เพราะเรื่องนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า คิดว่านายกรัฐมนตรีมีระยะห่างระหว่างส.ส.มากไปหรือเปล่า นายสุชาติ กล่าวปฏิเสธว่า ไม่ วันนี้นายกฯทำงานหนักมาก ขณะที่พล.อ.ประวิตรก็ดูแลลูกพรรคเป็นอย่างดี พล.อ.ประยุทธ์มีอะไรก็คุยผ่านหัวหน้าพรรคอยู่แล้ว ซึ่งก็เป็นไปในแนวทางเดียวกันทั้งหมด ต้องยอมรับว่าขนาดเป็นรัฐมนตรีอย่างเดียวงานก็หนักและเหนื่อยมาก มีเวลาน้อยที่จะได้พบกับเพื่อน แต่ทุกคนเข้าใจว่าอยู่บนพื้นฐานการทำงานเพื่อประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าการที่ร.อ.ธรรมนัสลาออกไป คิดว่าจะมีกลุ่มก๊วนใดตามออกไปบ้างหรือไม่ นายสุชาติกล่าวว่า นักการเมืองไม่มีอย่างนั้นแน่นอน เมื่อถามย้ำว่า แสดงว่าในพรรคจะไม่มีใครตามร.อ.ธรรมนัสไป นายสุชาติกล่าวว่า &amp;quot;วันนี้ท่านก็ยังอยู่ในพรรคพลังประชารัฐ และผมคิดว่าผู้แทนทุกคนที่มาอยู่กับพรรค มาอยู่เพราะเลือกนายกฯและหัวหน้าพรรคลุงป้อม ไม่ได้มาเพราะร.อ.ธรรมนัสเป็นหัวหน้าพรรค จึงอย่าไปกังวลเพราะเรื่องนี้ ยืนยันว่าไม่มีความกังวล และคิดว่าไม่มีประเด็นในเรื่องนี้ เพียงแต่เดี๋ยวรอเวลาหน่อย&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116236</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ, นายสุชาติ ชมกลิ่น, บิ๊กตู่-พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา, ปลดธรรมนัส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210910/image_big_613abcef2716c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115484</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/09/2021 12:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/09/2021 12:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สมคิด&#039;จ่อฟ้องรมว.แรงงานต่อกกต.ไม่ขึ้นค่าแรงตามที่หาเสียง &#039;เสี่ยเฮ้ง&#039;ปัดไม่รู้จัก&#039;ดาบจ.-เจ๊อ.&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
3 ก.ย.64-เมื่อเวลา 9.30 น. ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ ทำหน้าที่ประธานการประชุม มีอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล เป็นวันสุดท้าย ก่อนที่จะลงมติไว้วางใจหรือไม่ไว้วางใจ ในวันเสาร์ที่ 4 ก.ย. โดยวันนี้เป็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน โดยนายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตั้งแต่นายสุชาติเข้ามารับตำแหน่ง คาดหวังว่าจะทำตามนโยบายที่ได้เคยหาเสียงไว้ว่าถ้าได้เป็นรัฐบาลเมื่อใด ค่าแรงขั้นต่ำต้องเพิ่มขึ้นเป็น 400-425 บาท จบปริญญาตรีได้เงินเดือน 20,000 บาท จบอาชีวะได้ 18,000 บาท แต่พอผ่านมาหนึ่งปีกลับไม่ทำ ทั้งที่เคยหาเสียงไว้ถือว่าหลอกลวง ไปสัญญาประชาคมไว้ แต่ไม่ทำ ดังนั้น จะไปยื่นเรื่องเพื่อร้องทุกข์ต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต. ) ขอให้ตรวจสอบนายสุชาติ รวมทั้งพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เนื่องจากการโกหกหลอกลวงประชาชนทั้งประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นายสมคิด กล่าวต่อว่า ส่วนตัวเลขแรงงานต่างด้าวซึ่งมีประมาณ 2.3 ล้านคน แบ่งเป็น กทม.7.5 แสนคน ปริมณฑล 1.3 แสนคน มีแรงงานผิดกฎหมายมาขึ้นทะเบียน 5 หมื่นคน แต่บางกลุ่มซึ่งเป็นกลุ่มใหญ่ไม่ยอมขึ้นทะเบียน และไม่มีมาตรการตรวจคัดกรอง ทำให้วันนี้โควิดมันกระจาย เพราะมาจากแรงงานต่างชาติที่เข้ามาทางอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ที่มีการลักลอบขนแรงงานเข้ามา โดยกระบวนการนี้มีดาบ จ. ซึ่งรู้จักกันทั้งแม่สอด โดยส่งไปดาบนั่นดาบนี่ต่อไปข้างบนสุดท้าย คือ&amp;quot;บิ๊ก ป &amp;quot; และมี &amp;ldquo;เจ๊ อ.&amp;rdquo; ร่วมขบวนการด้วยในการเป็นเอเย่น กระจายแรงงานเถื่อนไปตามจุดต่างๆในประเทศ ซึ่งตนไม่แน่ใจว่านายสุชาติ เกี่ยวข้องด้วยหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ค่าหัวแรงงานเถื่อนตกอยู่ที่ 5,000 บาทต่อคน ซึ่งที่ผ่านมาตัวเลขแรงงานเถื่อนมีถึง 5 หมื่นคน คิดเป็นมูลค่า 250 ล้านบาท เรื่องนี้เคยพูดไปแล้วเมื่อการอภิปรายครั้งที่แล้ว แต่ก็ไม่ได้มีการจัดการจากรัฐบาลเลย วันนี้จึงได้พูดซ้ำอีก และหากยังไม่มีการจัดการอีก ก็จะพูดต่อไปเรื่อยๆ ซึ่งกระบวนการเหล่านี้ ทำให้สถานการณ์โควิดย่ำแย่และเกิดความเสียหายต่อประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;จากนั้นเวลา 10.25 น. นายสุชาติ ชี้แจงว่า การเยียวยาแรงงานไม่ได้เฉพาะช่วยเหลือแต่ลูกจ้าง แต่กระทรวงแรงงานช่วยเหลือนายจ้างด้วย การปิดแคมป์คนงานช่วงที่ตัวเลขสูงขึ้น ตนอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องปฏิบัติ เนื่องจากฝ่ายวิเคราะห์มองว่าแคมป์คนงาน 626 แคมป์ในกทม. ประมาณ 8 หมื่นคน พักอาศัยในกทม. และจ.นนทุบรี เรากลัวระหว่างทางจะแวะข้างทาง เราปิดเพื่อให้จบ ตนเชิญนายกสมาคมก่อสร้างไทย และผู้ประกอบการมาประชุมร่วมกัน ตนให้คำมั่นสัญญาในวันนั้นว่า ปิดแล้วต้องจบ มีการตรวจ และฉีดวัคซีน 100% ซึ่งวันนี้แคมป์คนงานในกทม. และจังหวัดใกล้เคียงฉีดวัคซีนครบหมดแล้ว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นายสุชาติ กล่าวต่อว่า ส่วนการขึ้นค่าแรงนั้น ก็เกรงว่าจะทำให้ผู้ประกอบที่อยู่ในจังหวัดค่าแรงน้อยต้องปิดกิจการ อย่างไรก็ตาม ตนก็มีแนวคิดเสมอ แต่ตอนนี้ขอเวลาแก้ไขปัญหาการเลิกจ้างงาน การเร่งฉีดวัคซีนให้กับแรงงานก่อน และในโอกาสต่อไปจะขอความรู้เรื่องขึ้นค่าแรงกับนายสมคิดด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมไม่รู้จักดาบ จ. เจ๊ อ. ตามที่ผู้อภิปรายพูด กระบวนการตรงนี้ตน และกระทรวงแรงงาน มีหน้าที่ตรวจในสถานประกอบกิจการ ว่าคนที่อยู่ในโรงงานนั้น มีใบอนุญาตทำงานถูกต้องหรือไม่ ตนเคยถามคนที่มีหน้าที่ตรวจ ว่าเวลาที่ตรวจเจอ อย่างเช่น ปีที่ผ่านมาตรวจไป 3 หมื่นกว่ากิจการ ตรวจแรงงาน 5 แสนกว่าคน หากพบว่ามีการกระทำผิดก็ดำเนินคดี&amp;rdquo; รมว.แรงงาน กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115484</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค่าแรงขั้นต่ำ, ค้าแรงงานเถื่อน, นายสมคิด เชื้อคง, นายสุชาติ ชมกลิ่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210903/image_big_6131b36216c93.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115203</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/09/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/09/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฟาด‘บิ๊กตู่’สิ่งไร้ค่า! ฝ่ายค้านเปิดฉากซักฟอกเงินทอนซิโนแวค/นายกฯโต้ค้าความตาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เปิดศึกน้ำลายอภิปรายไม่ไว้วางใจวันแรก ดาหน้าถล่ม &amp;ldquo;ประยุทธ์&amp;rdquo; พ่วงตอดอนุทิน &amp;ldquo;สมพงษ์&amp;rdquo; ปล่อยไก่เปิดญัตติซักฟอก &amp;ldquo;ลุงจิ๋ว&amp;rdquo; ก่อนสับลุงตู่เป็นความอับอายของประเทศ เป็นเพียงสิ่งที่ไร้ค่า &amp;ldquo;ประเสริฐ&amp;rdquo; ข้องใจเงินทอนวัคซีนซิโนแวค 2 พันล้าน นายกฯ ลั่นสวดมนต์ทุกวันไม่ทำผิดแน่ ปัดค้าความตายเสียใจกับความสูญเสีย &amp;ldquo;ประวิตร&amp;rdquo; ขึงขังเรื่องยกมือโหวต &amp;ldquo;จุรินทร์&amp;rdquo; ยันประชาธิปัตย์ไม่มีแตกแถว &amp;ldquo;ธรรมนัส&amp;rdquo; เดินสายพบพรรคเล็ก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอังคารที่ 31 สิงหาคม ถือเป็นวันแรกในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 25 ปีที่ 3 ครั้งที่ 16 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) เป็นพิเศษ เพื่อพิจารณาญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยในเวลา 08.40 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เดินทางมาถึงอาคารรัฐสภาด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสและทักทายสื่อมวลชนตามปกติ โดยเมื่อถามถึงการพูดคุยกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กรณีมีกระแสข่าวไลน์ถึง พล.อ.ประวิตร เพื่อสอบถามข่าว ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลจะโหวตคว่ำ โดยพ ล.อ.ประยุทธ์ได้แต่พยักหน้าหลายครั้งในเชิงยอมรับ และเมื่อถามว่ามีความพร้อมชี้แจงอภิปรายแค่ไหน พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า &amp;quot;ก็พร้อมนะ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุชาติ ชมกลิ่น &amp;nbsp;รมว.แรงงาน กล่าวในเรื่องนี้ว่า พร้อม ไม่ได้มีการเตรียมตัวหรือฝึกซ้อมอะไรเป็นพิเศษ เพราะทำงานทุกวัน ส่วนกระแสข่าวภายใน พปชร. ไม่มีปัญหา ตราบใดที่มี พล.อ.ประวิตรเป็นหัวหน้าพรรค&amp;nbsp;
นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข &amp;nbsp;ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวว่า ไม่กังวล เพราะเตรียมตัวมา ซึ่งเมื่อวันที่ 30 ส.ค.ก็ได้โทร.ไปหา พล.อ.ประวิตรเอง ไม่ใช่เสียงนายเนวิน ชิดชอบ ประธานบริหารสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด โดยโทร.เช็กกันว่าเรียบร้อยหรือไม่ ส่วนเรื่องความสัมพันธ์พรรคร่วมมีรัฐบาลนั้น ไม่มีอะไร เราทำงานร่วมกันเต็มที่&amp;nbsp;
&amp;ldquo;มีความมั่นใจ เพราะ พล.อ.ประวิตรบอกว่าเชื่อพี่คนเดียว ไม่ต้องคุยกับใคร เราต่างเป็นหัวหน้าพรรคด้วยกัน ก็ต้องเชื่อกัน ถ้าไม่เชื่อหัวหน้าพรรคแล้วจะไปเชื่อใคร&amp;rdquo; นายอนุทินกล่าว
นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคมกล่าวย้ำว่า พร้อมชี้แจง เช่นเดียวกับนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯ ในฐานะเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) แม้ไม่ได้ตอบคำถามว่าพร้อมหรือไม่ แต่ได้ชูสองนิ้วแสดงความมั่นใจพร้อมยิ้มให้ผู้สื่อข่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวจากพรรค พปชร.แจ้งว่า ในการประชุมที่มูลนิธิป่ารอยต่อฯ นั้น ช่วงหนึ่ง พล.อ.ประวิตรได้อ่านข้อความในไลน์ ซึ่งเป็นคำถามของ พล.อ.ประยุทธ์ที่ฝากมาถาม ส.ส.ให้ทุกคนได้ฟัง อาทิ ทำไม ส.ส.ถึงไม่สนับสนุนผม มีเหตุผลอะไร ผมผิดอะไร, แล้วถ้าจะไม่สนับสนุน จะหาใครมาเป็นนายกฯ, ผมทำงานเหนื่อยขนาดนี้ แล้วจะให้ใครมาเป็น ซึ่งเมื่ออ่านคำถามเสร็จ พล.อ.ประวิตรได้พูดกับ ส.ส.ว่า กระแสข่าวที่เกิดขึ้นมาก็เป็นกระแสที่เปิดขึ้นมา ซึ่งไม่มีอะไร และที่นายกฯ ต้องถาม เพราะตอนนี้มีการเคลื่อนไหวของรัฐมนตรีและ ส.ส.หลายส่วน พล.อ.ประวิตรจึงย้ำให้ทุกคนเข้มแข็งและให้โหวตให้รัฐมนตรีทั้ง 6 คนเท่ากัน ส่วนเรื่องการจ่ายเงินให้พรรคเล็กนั้น ยืนยันว่าไม่มีการจ่ายเงิน 10 ล้าน โกหกสร้างราคา และขออย่าให้ใครไปจ่ายด้วย ซึ่งบรรยากาศการประชุม พล.อ.ประวิตรมีท่าทีขึงแข็งและดูจริงจังเป็นพิเศษ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ก่อนที่ พล.อ.ประวิตรจะพูดคุยกับ ส.ส. ได้เรียกรัฐมนตรีและแกนนำของพรรคพูดคุยเป็นวงแรกก่อน โดย ร.อ.ธรรมนัสได้เปิดใจสะท้อนถึงปัญหาภายในพรรค รวมถึงกระแสข่าวต่างๆ ที่ออกมาซึ่งพุ่งเป้ามาที่ตัวเองว่าอยู่เบื้องหลังการเคลื่อนไหว โดยปฏิเสธว่าไม่เกี่ยวข้อง แต่ยอมรับว่าได้รับความคิดเห็นจาก ส.ส.หลายคนที่ไม่พอใจถึงการทำงานของรัฐมนตรี โดยเฉพาะ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ที่ลอยตัวไม่เห็นส.ส.ในสายตา จึงควรดึงโควตา มท.ให้กลับมาเป็นของพรรค ส่วนโควตากลาง​ เช่น กระทรวงการคลัง และพลังงาน ถ้ารัฐมนตรีคนใดยังทำงานได้และตอบสนองต่อประชาชน จะไม่เข้าไปยุ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวแจ้งว่า พล.อ.ประวิตรได้แต่รับฟังโดยไม่ได้แสดงความเห็นเมื่อมีการพูดถึง พล.อ.อนุพงษ์ พร้อมแสดงความมั่นใจว่าเสียงโหวตไม่น่ามีปัญหาอะไร
ปชป.ย้ำโหวตทิศทางเดียวกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ ในฐานะหัวหน้าพรรค ปชป. กล่าวว่า ปชป.และนายเฉลิมชัยมีความพร้อม และไม่มีประเด็นอะไรที่น่ากังวลทั้งสิ้น และสามารถชี้แจงได้ทุกประเด็น ไม่ต้องเป็นห่วง ส่วนเรื่องปรับ ครม.ตอบไปหลายครั้งแล้วว่าเป็นอำนาจของนายกฯ และขณะนี้นายกฯ ไม่ได้ส่งสัญญาณอะไร ขณะที่การโหวตนั้น จะมีการคุยกัน พรรคมีหลักชัดเจนอยู่แล้วว่าเมื่ออยู่ร่วมรัฐบาลด้วยกันต้องไว้เนื้อเชื่อใจกัน การตัดสินใจอย่างใดอย่างหนึ่งต้องตัดสินในทิศทางเดียวกัน เรายึดถือปฏิบัติกันมาในระบบรัฐสภา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เพจศูนย์ปฏิบัติการนายกรัฐมนตรี PMOC ได้นำภาพผลงานด้านต่างๆ ของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์มาเผยแพร่ควบคู่กับการอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยระบุหัวข้อ &amp;quot;เดินหน้าประเทศไทย โครงสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐาน&amp;quot; พร้อมระบุมีอะไรดีๆ เช่น การพัฒนาการรถไฟไทย สร้างรางขยายทั่วไทย การทำมอเตอร์เวย์ ตั้งแต่ปี 2557-2564, รถไฟทางคู่ เช่น ช่วงนครปฐม-หัวหิน, ช่วงลพบุรี-ปากน้ำโพ เป็นต้น พร้อมระบุด้วยว่า ยังมีอีกเยอะใน 7 ปี ที่สร้างไทยไปด้วยกัน
ส่วนนายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้านยืนยัน ว่าพรรคฝ่ายค้านมีความพร้อมที่สุด โดยจะเริ่มต้นด้วยนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคและผู้นำฝ่ายค้าน จากนั้นนายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทยจะขยายความต่อ ส่วนตนเองจะอภิปรายสรุปเป็นคนสุดท้าย ซึ่งคิวรัฐมนตรีเริ่มต้นจาก พล.อ.ประยุทธ์ และนายอนุทิน เชื่อว่าจะใช้เวลาเกือบ 3 วัน จากนั้นก็เป็นรัฐมนตรีรายอื่นๆ เนื้อหาจะเริ่มตั้งแต่เรื่องโควิด-19 จนถึงการทุจริตต่างๆ&amp;nbsp;
เมื่อถามว่า ฝ่ายค้านจะถูกยืมมือไปใช้ในการเลื่อยขากันเองในพรรคใหญ่หรือไม่ นายสุทินกล่าวว่า ก็เป็นไปได้ ในการอภิปรายทุกครั้งรัฐบาลจะใช้โอกาสนี้เล่นงานกันเอง ซึ่งเป็นเรื่องที่สุดวิสัย ถ้ามองในแง่ดีใครเป็นจุดอ่อนก็ถูกอภิปราย ซึ่งเราก็มองแบบนั้นเหมือนกัน ดังนั้นก็ไม่เหนือความคาดหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2565 กล่าวถึงหนังสือของพรรคเพื่อไทย ที่ พท 0762/2564 ขอให้ ส.ส.พรรคทุกคนลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีทั้ง 6 คน ซึ่งข้อความในหนังสือน่าจะขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 124 วรรคหนึ่ง ทั้งนี้ ตามแนวคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 1/2542 การออกหนังสือดังกล่าว ในเชิงบังคับล่วงหน้าว่า ส.ส. จะต้องลงมติตามความในหนังสือส่อเข้าข่ายอาจเป็นปฏิปักษ์ ตามแนวที่ศาลรัฐธรรมนูญเคยมีคำวินิจฉัยที่ 3/2562 ด้วย ดังนั้นจึงส่งหนังสือทางไปรษณีย์ EMS เพื่อให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พิจารณาส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า จะมีคำสั่งยุบพรรค พท.หรือไม่ และจะเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของกรรมการบริหารพรรค พท.หรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และในเวลา 09.45 น. ได้เริ่มเข้าสู่ญญัติอภิปราย โดยนายสมพงษ์ได้กล่าวเปิดญัตติอภิปรายทั่วไป แต่เมื่ออ่านถึงรายชื่อรัฐมนตรีที่ฝ่ายค้านจะอภิปรายไม่ไว้วางใจ ปรากฏว่านายสมพงษ์อ่านออกเสียงชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็น พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ และผิดซ้ำเป็นครั้งที่สองว่า พล.อ.ประยุทธ์ ยงใจยุทธ ซึ่งเจ้าตัวก็ได้กล่าวขอโทษ และอ่านแก้จนถูกต้อง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายสมพงษ์ได้อภิปรายตามญัตติที่ได้เสนอต่อสภา โดยระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์เป็นบุคคลที่ไร้ภูมิปัญญา ไร้องค์ความรู้ ไร้จิตสำนึกรับผิดชอบ ไร้คุณธรรมจริยธรรม และไร้ความสามารถที่จะเป็นหัวหน้ารัฐบาล ผู้นำประเทศ ทำให้การบริหารราชการแผ่นดินเกิดความล้มเหลว ผิดพลาดบกพร่องเสียหายอย่างร้ายแรงทุกด้าน ทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม ทั้งในภาวะปกติและในภาวะวิกฤตโดยเฉพาะในยามที่บ้านเมืองต้องประสบกับปัญหาการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&amp;nbsp;
ซัดบิ๊กตู่เป็นสิ่งไร้ค่า
&amp;ldquo;พฤติการณ์ของ พล.อ.ประยุทธ์ มีลักษณะค้าความตาย เหิมเกริม คิดการใหญ่โตในการสร้างกำไรจากวัคซีนร่วมกับนายอนุทิน โดยหวังการกอบโกยผลประโยชน์บนซากศพและคราบน้ำตาของพี่น้องประชาชน พล.อ.ประยุทธ์และพวกพ้องไม่ยึดประโยชน์ของประเทศและประชาชนโดยส่วนรวมเป็นที่ตั้ง ใจดำทรยศต่อความไว้วางใจของประชาชน เป็นโรคโอหังคลั่งอำนาจ (Hubris Syndrome) ไม่อยู่ในภาวะที่จะเป็นผู้นำประเทศได้อีกต่อไป&amp;rdquo; นายสมพงษ์อภิปราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมพงษ์ยังได้ไล่เรียงอ่านตามญัตติที่ได้ยื่นไปอีก 5 รัฐมนตรี ก่อนย้ำว่า ไทยมาถึงจุดวิกฤตอีกครั้ง นั่นคือการแพร่ระบาด แต่ที่ร้ายกว่าคือวิกฤตผู้นำรัฐบาลที่โอหัง ขาดความรู้ ความสามารถในการจัดการปัญหา บริหารประเทศไร้ระบบ ไร้ศักยภาพการเชื่อมโยง ทุกวันนี้ประชาชนต้องด่าออกมาจากความคับแค้นใจ แต่ผู้นำก็ยังจ๊ะจ๋าอยู่ทุกวัน ท่านจะยอมรับหรือไม่ว่าท่านใจดำ ไร้หัวใจความเป็นมนุษย์ โอหัง คลั่งอำนาจ แต่เชื่อว่าท่านไม่ยอมรับ แต่นี่เป็นคำอธิบายตัวท่านที่ชัดเจนที่สุดในเวลานี้ ฝ่ายค้านยังยืนยันว่าท่านเป็นรัฐบาลที่จะกล้าค้าความตายกับประชาชน ทางที่ดีนายกฯ ต้องพิจารณาลาออก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผู้นำเช่น พล.อ.ประยุทธ์ คือความอับอายของประเทศโดยแท้ ผู้นำเช่นนี้ไม่สามารถนำประเทศพ้นวิกฤตได้อีกต่อไป พล.อ.ประยุทธ์ไม่ใช่ผู้นำของอนาคต และไม่ใช่ความหวังของลูกหลาน แต่เป็นเพียงสิ่งที่ไร้ค่า ไร้ความหมายในความทรงจำของคนรุ่นต่อๆ ไปเท่านั้น&amp;rdquo; ผู้นำฝ่ายค้านในสภาฯ กล่าวทิ้งท้าย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ในระหว่างนายสมพงษ์อ่านญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค พปชร.ประท้วงขัดจังหวะเป็นระยะ ทำให้นายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ กล่าวว่า ฟังและอ่านข้อความตามผู้นำฝ่ายค้านอยู่ ซึ่งอ่านข้อความตามญัตติที่เสนอไว้ ขณะที่นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ส.ส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ลุกขึ้นตำหนินายไพบูลย์ว่า ขอสอนมารยาท ตามปกติเวลาที่ผู้นำฝ่ายค้านอ่านญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจจะไม่ค่อยมีประท้วง เพราะต้องให้เกียรติ แต่ผู้แทนประเภทก้าวเขย่ง ไม่ค่อยรู้มารยาท &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเวลา 10.55 น. นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา พรรค พท. อภิปรายตอนหนึ่งว่า ได้หลักฐานจากข้าราชการ สธ. ที่ทนต่อการกระทำของ พล.อ.ประยุทธ์และนายอนุทินไม่ไหว โดยได้มอบข้อมูลการจัดซื้อวัคซีนซิโนแวคที่แสดงให้เห็นถึงแผนการนำเข้าราคาซื้อต่อโดส และราคาที่ ครม.อนุมัติ ซึ่งการจัดซื้อโดยราคาตามที่ ครม.อนุมัติในการจัดซื้อทั้ง 5 ครั้ง คือ 331,500,000 เหรียญสหรัฐ คิดเป็นเงินบาท 10,846,680,000 บาท ส่วนราคาที่จัดซื้อจริงคือ 267,364,000 เหรียญสหรัฐ คิดเป็นเงินบาท 8,748,150,080 บาท ทำให้เกิดส่วนต่างในการจัดซื้อทั้งสิ้น 2,098,529,920 บาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;บันทึกการประชุมของคณะอนุกรรมาธิการ (กมธ.) เพื่อการแก้ไขปัญหาการคุ้มครองผู้บริโภค ในคณะ กมธ.คุ้มครองผู้บริโภค เมื่อวันที่ 15 ส.ค.64 ที่ระบุว่ามีการจัดซื้อวัคซีนซิโนแวค 5 ครั้ง พบว่าราคาที่ ครม.อนุมัติทั้ง 5 ครั้ง คือ 17 เหรียญสหรัฐต่อโดส แต่ราคาซื้อจริงครั้งที่ 2-5 ราคาลดลงตามลำดับตรงกับข้อมูลของเจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุขที่ให้มา จึงอยากถามถึงเงินส่วนต่างว่าหายไปไหน&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ นายประเสริฐยังกล่าวถึงการทำสัญญากับบริษัท แอสตร้าเซนเนก้า ว่าเป็นการสัญญาที่ผูกขาด ตัดตอน ขัดกันแห่งผลประโยชน์ ทำให้รัฐเสียเปรียบ และยังมีหลักฐานว่า พล.อ.ประยุทธ์ กระทำการมิบังควร แอบอ้างพาดพิงสถาบันในการจัดซื้อวัคซีนด้วย ซึ่งข้อสังเกตความผิดพลาดในวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า ประการแรก รัฐบาลแทงม้าตัวเดียว ประการที่สอง สัญญาซื้อขายเสียเปรียบบริษัทแอสตร้าเซนเนก้า UK เพราะต้องสั่งซื้อล่วงหน้า และประการที่สาม ความสับสนในการทำสัญญาระหว่างบริษัท แอสตร้าฯ กับทางการไทย&amp;nbsp;
&amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo;สวดมนต์ทุกวัน &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ผมขอกล่าวหา พล.อ.ประยุทธ์และนายอนุทินจงใจปฏิบัติ ละเว้นการปฏิบัติผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ ส่อไปในทางทุจริต ไม่โปร่งใส เอื้อประโยชน์ต่อพวกพ้อง แสวงหาประโยชน์จากการจัดซื้อวัคซีนบนความตายของประชาชน ทั้งยังกีดกันวัคซีนอื่นที่มีประสิทธิภาพสูงกว่า&amp;rdquo; ส.ส.นครราชสีมากล่าว และว่า ข้อเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ลาออก เพราะท่านไม่สามารถแก้ไขปัญหาวิกฤตนี้ได้ ถ้าอยู่ต่อ เกรงว่าประเทศจะเสียหายมากกว่านี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 13.48 น. พล.อ.ประยุทธ์ชี้แจงกรณีจัดซื้อวัคซีนซิโนแวค ว่าขอให้ไปหามาว่าใครได้ เพราะยอมรับการตรวจสอบทุกชนิด อย่าบอกว่าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ไม่ถูกตรวจสอบ ที่ผ่านมามีการตรวจสอบทั้งหมด คิดว่าท่านเข้าใจอะไรไม่ค่อยถูกต้องเท่าไหร่ และที่บอกว่าท่านใช้เงินส่วนตัวช่วยเหลือประชาชนมากว่าตนเอง ทุกวันนี้รับแต่เงินเดือน ไม่มีลูกหลานทำธุรกิจอะไรใช้แต่เงินเดือนเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมสวดมนต์ทุกวัน ดังนั้นจะไม่ทำอะไรที่ผิด อยากฝากไปถึงประชาชนที่ฟังอยู่ ให้ดูหน้าผม ผมพูดจากหัวใจ จากสมองที่ท่านบอกว่าน้อยนิดของผม แต่ท่านอย่าลืมว่าผมมีประสบการณ์ 6-7 ปีมาแล้ว นี่คือความแตกต่างที่ผมอาจรู้มากกว่าท่าน ส่วนเรื่องโควิดกับเศรษฐกิจก็ต้องว่ากันต่อไป ส่วนเรื่องการบริหารจัดการวัคซีน เราพยายามแก้ปัญหามาตลอด รายละเอียดต่างๆ รองนายกฯ พร้อมชี้แจงอยู่แล้ว ผมยืนยันรัฐบาลทำหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ เป็นห่วงเป็นใยประชาชน และพิจารณาตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นระยะมาตลอด ตอนที่รองนายกฯ ชี้แจง ขอให้ท่านฟังด้วยก็แล้วกัน ถ้าไม่ใช่ก็ตรวจสอบ แต่ถ้าไปพูดข้างนอกอาจมีปัญหา ผมไม่ได้ขู่ เพราะแม้จะเป็นการพูดในสภาก็ต้องระมัดระวังเหมือนกัน&amp;rdquo; นายกฯ กล่าว
จากนั้นเวลา 14.40 น. พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ กล่าวอภิปราย พล.อ.ประยุทธ์และนายเฉลิมชัยในปัญหาเรื่องราคายาง ว่าตอนนี้มีปัญหา โดยทุจริตเชิงนโยบาย ด้วยการแต่งตั้งผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทยคนใหม่ขึ้นมา รัฐบาลไม่จริงใจแก้ไขปัญหาราคายางที่แท้จริง เปรียบเป็นการใช้คำสั่งบ่งการจ้างวานโดยนำมติ ครม.มาใช้ที่ส่อไปในทางผิดกฎหมายหลายประการด้วยการทุบราคายาง รวมทั้งมีกระบวนการกีดกันเอารัดเอาเปรียบสกัดกั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อชาติ กล่าวว่า นายกฯ เลือกที่รักมักที่ชัง คนอยู่ใกล้ศูนย์กลางอำนาจได้รับการจัดสรรวัคซีน ปล่อยให้เกิดการแสวงหาประโยชน์ทางการเมือง การจัดซื้อชุดตรวจโควิดแบบ ATK กลับไปเลือกซื้อยี่ห้อที่ไม่ได้รับความนิยม คุณภาพด้อยกว่า รวมไปถึงการเลือกบุคลากรที่เข้ามาทำงานใน ศบค. นายกฯเลือกแต่คนที่มีความใกล้ชิดมาทำงาน ขอให้ ส.ส.พรรครัฐบาล ร่วมกันโหวตออกเสียงไล่ประยุทธ์ จะได้ทำลายระบบประยุทธ์ บ้านเมืองจะดีขึ้นกว่าเดิม ประเทศไทยจะได้เจริญขึ้น เวลา 16.10 น. นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยศรีวิไลย์ อภิปราย ซึ่งส่วนใหญ่มีแต่การใช้คำกล่าวหาเสียดสี และโวหารทำให้มี ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลหลายคนประท้วงให้ถอนคำพูดต่างๆ ซึ่งประธานก็ให้มีการถอน อาทิ น่าทุเรศ, ค่าคอมมิชชันชั่นสูง, หน้าด้านหน้าไม่มียางอาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเวลา 16.50 น. นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจวันนี้ จะไม่เกิดขึ้นถ้า พล.อ.ประยุทธ์ นายอนุทิน มีสำนึกรับผิดชอบในสิ่งที่เกิดขึ้นกับประชาชน และประเทศชาติบ้านเมือง ตัวเลขผู้ป่วย และผู้เสียชีวิตที่เกิดขึ้นในแต่ละวันน่าหดหู่มาก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการอภิปราย นพ.ชลน่านนำ ส.ส.พรรคเพื่อไทย ที่พร้อมใจกันสวมใส่ชุดดำ ผูกเนคไทดำกันทุกคน เป็นสัญลักษณ์แสดงให้เห็นถึงการบริหารราชการแผ่นดินที่ผิดพลาดร้ายแรง ร่วมทำพิธียืนไว้อาลัยพร้อมแผ่เมตตาแด่ดวงวิญญาณทุกดวงที่สูญเสียจากโควิด-19&amp;nbsp;เป็นเวลา&amp;nbsp;1&amp;nbsp;นาที&amp;nbsp;
4 ข้อหาจับนายกฯ ติดคุก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากนั้น นพ.ชลน่านได้อภิปรายต่อถึงการบริหารงานที่ผิดพลาด บกพร่อง ล้มเหลว เสียหายอย่างร้ายแรง ทุจริตหากินบนความตายของประชาชน เรียกได้ว่า&amp;nbsp;&amp;ldquo;โง่ บ้า โกง&amp;rdquo;&amp;nbsp;ซึ่งเรื่องที่จะเอา พล.อ.ประยุทธ์เข้าคุก ข้อกล่าวหาที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;คือ ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และไม่สุจริต มีพฤติกรรมฉ้อฉลทุจริตต่อหน้าที่ จงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ กฎหมาย มติ ครม. และข้อสั่งการนายกฯ เช่น วันที่&amp;nbsp;21&amp;nbsp;พ.ค.64&amp;nbsp;ที่ระบุว่าประชาชนที่ประสงค์ฉีดวัคซีนทุกคนต้องได้ฉีด ขัดรัฐธรรมนูญมาตรา&amp;nbsp;47&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;55&amp;nbsp;กรณีการฉีดวัคซีน การรักษาพยาบาล ไม่เสียค่าใช้จ่าย เป็นการบริการสาธารณสุขของรัฐ และการไม่เข้าร่วมโครงการโคแวกซ์ เป็นต้น, ข้อกล่าวหาที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ทำระบบสาธารณสุขล้มเหลว ล้มละลาย, ข้อกล่าวหาที่&amp;nbsp;3 เลือกปฏิบัติ ไม่สร้างการมีส่วนร่วมของภาคเอกชนในการจัดหาวัคซีน และข้อกล่าวหาที่&amp;nbsp;4 ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ จงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ กฎหมาย มติ ครม. และข้อสั่งการของนายกฯ ในการจัดหาจัดซื้อชุดตรวจ&amp;nbsp;ATK&amp;nbsp;หลังการอภิปรายเสร็จสิ้น เราจะยื่นต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อส่งต่อไปยังศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นอกจากนี้ ยังจะร้องไปยังศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางด้วย ถ้าท่านลาออก&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เดือนหลังจากนี้ ท่านจะเป็นวีรบุรุษต่อพวกเราทุกคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;18.45&amp;nbsp;น. พล.อ.ประยุทธ์ชี้แจงทันทีว่า ระบบสาธารณสุขไทยไม่ได้ล้มเหลว ไม่มีใครต้องการละเว้นในสิ่งที่ต้องกำกับดูแล มีมาตรการเฝ้าระวัง ควบคุมโรค การสุ่มตรวจเชิงรุก ส่วนเรื่องชุดตรวจ ATK นั้น รัฐบาลจัดหามา&amp;nbsp;8.5 ล้านชิ้น ให้สอดคล้องสถานการณ์ ยืนยันไม่เคยสั่งการให้ซื้อชุดเอทีเคที่ผ่านการรับรองจาก&amp;nbsp;WHO&amp;nbsp;จำได้ว่าไม่ได้พูด ถอดเทปการประชุมดูก็ไม่มี เรื่องโควิด จะไม่โทษใคร เพราะเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องช่วยกัน ช่วงแรกอาจมีการตกหล่น เพราะโรงพยาบาลเต็ม แต่แก้ปัญหาจนสถานการณ์ดีขึ้น ไม่มีการปกปิดยอดตามที่พูด เสียใจที่มีการสูญเสีย ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น ไม่อาจไปค้าความตาย อย่าใช้คำพูดเวอร์เกินไป เข้าใจหัวอกครอบครัว ตนก็มีพ่อแม่ ไม่สามารถไปสั่งการให้ฉีดวัคซีนอย่างไรก็ได้ ขอให้ฟังหมอด้วย&amp;nbsp;วันนี้เราต้องอยู่กับโควิดให้ได้ การตัดสินใจของตน ยึดหลักการ สถิติ ไม่ได้ตัดสินใจอะไรเอง ไม่เคยสั่งการอะไรลับ ไม่เคยทุจริต&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ที่บอกรวบอำนาจ ก็เป็นการโอนอำนาจแค่ชั่วคราว ไม่ใช่อะไรเป็นเรื่องฉุกเฉินตลอด ถ้าเป็นเช่นนั้นก็บ้าแล้ว เรื่องแทงม้าตัวเดียว วัคซีนล่าช้า ไม่เข้าร่วมโครงการโคแวกซ์ ไปดูประเทศที่เป็นสมาชิก ในวันนี้ยังไม่ได้วัคซีนตามจำนวนที่ต้องการ เราไม่ได้ร้องบริจาคใคร เขาบริจาคให้เราเองด้วยความเป็นมิตรประเทศ คิดว่าจะไปร้องขอใครเหรอ สิ่งที่ได้รับการสั่งสอนจากพ่อแม่ ครูบาอาจารย์ ให้พูดจาสุภาพเรียบร้อย ไม่พูดหยาบคาย เหยียดหยาม ดูถูก สอนไว้ว่า สำเนียงส่อภาษา กิริยาส่อสกุล พยายามจะทำให้สภาแห่งนี้เป็นสภาของผู้ทรงเกียรติอย่างแท้จริง&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว&amp;nbsp;
มีรายงานว่า ช่วงเย็นระหว่างการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรี ร.อ.ธรรมนัสได้เดินเข้าไปนั่งกลางวงพูดคุยกับหัวหน้าพรรคการเมืองเล็กซึ่งเป็นพรรคร่วมรัฐบาล ทั้งนี้ นายพิเชษฐ สถิรชวาล &amp;nbsp;ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาธรรมไทย กล่าวถึงเรื่องดังกล่าวว่า มานั่งดื่มกาแฟร่วมกัน เนื่องจากไม่ได้พบปะกันมานาน แต่ไม่ได้มาขอคะแนนให้ใคร เพราะการลงมตินั้นพรรคเล็กตกลงกันว่า จะฟังการอภิปรายของฝ่ายค้านและคำชี้แจงของรัฐมนตรีก่อน จึงจะตัดสินใจ &amp;nbsp;ด้านนายสุรทิน พิจารณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาธิปไตยใหม่ กล่าวเช่นกันว่า ไม่ใช่ล็อบบี้พรรคเล็กลงคะแนน ซึ่งการลงมติของพรรคเล็กในส่วนของนายกฯ จะโหวตไว้วางใจไปในทางเดียวกัน ส่วนรัฐมนตรีคนอื่นๆ ขึ้นอยู่กับแต่ละพรรคจะลงคะแนนเองตามใจชอบ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115203</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดาหน้าถล่ม, นายสุชาติ ชมกลิ่น, นายอนุทิน ชาญวีรกูล, ประยุทธ์, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เปิดศึกน้ำลายอภิปรายไม่ไว้วางใจวันแรก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210818/image_big_611d14809da71.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112642</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/08/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/08/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ต.ค.ใช้คนละครึ่งเดลิเวอรี ‘โคราช’บี้‘18นักการเมือง’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สุชาติ&amp;rdquo; ปลื้มตัวเลขเยียวยา ม.33 แจงโอนเงินกว่า 2.2 ล้านรายแล้ว เผยยังให้สิทธิ์พวกตกหล่นรีบแจ้งสิทธิ์ คาดได้รับต้น ก.ย. &amp;ldquo;ธนกร&amp;rdquo; โอ่สารพัดมาตรการรัฐเห็นผลกระตุ้นเศรษฐกิจกว่า 5 หมื่นล้าน แพลมคนละครึ่งตุลาคมใช้เดลิเวอรีได้ &amp;ldquo;เอกชน&amp;rdquo; โคราชฮึ่ม ชง 4 ข้อให้ 18 นักการเมืองช่วยลูกหลานย่าโม
เมื่อวันอาทิตย์ที่ 7 สิงหาคม นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานให้สัมภาษณ์ถึงมาตรการเยียวยาผู้ประกันตนมาตรา 33 ใน 10 จังหวัด 9 กิจการ ว่าผลเป็นที่น่าพอใจ โดยสำนักงานประกันสังคม (สปส.) รายงานว่ามีการโอนเงินแล้ว 2,227,900 ราย เป็นเงิน 5,569,750,000 บาท ซึ่งไม่มีอะไรติดขัด &amp;nbsp;มีเพียงผู้ประกันตนประมาณ 200,000 ราย ที่ไม่ได้ผูกพร้อมเพย์กับบัตรประชาชน ซึ่งกำลังเร่งดำเนินการให้ผู้พร้อมเพย์กับบัตรประชาชนให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 9 ส.ค. เพื่อโอนเงินในวันที่ 13 ส.ค.นี้ ส่วน 3 จังหวัดเพิ่มเติม ได้แก่ ชลบุรี, ฉะเชิงเทรา และพระนครศรีอยุธยา จะโอนเงินในวันที่ 9 ส.ค.นี้ และอีก 16 จังหวัดที่เหลือคาดว่าจะได้รับเงินชดเชยได้ไม่เกิน 24 ส.ค. โดยผู้ประกันตนสามารถตรวจสอบสิทธิ์ได้ที่เว็บไซต์สำนักงานประกันสังคม www.sso.go.th/eform_news/
&amp;ldquo;ได้รายงานภาพรวมการจ่ายเงินเยียวยามาตรา 33 ใน 10 จังหวัด ให้นายกรัฐมนตรีทราบแล้ว และท่านพอใจในภาพรวมที่สามารถบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่พี่น้องประชาชนได้ในระดับหนึ่ง ตามนโยบายของรัฐบาลโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง&amp;rdquo; นายสุชาติกล่าว และว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 10 ส.ค.นี้ กระทรวงจะเสนอให้ที่ประชุมได้พิจารณากรอบวงเงินชดเชยเพิ่มเติมในกลุ่มมาตรา 30 และมาตรา 40 ใน 29 จังหวัดที่อยู่ในกลุ่มประกาศให้ล็อกดาวน์ เพื่อให้กลุ่มอาชีพอิสระได้รับเงินเยียวยาความเดือดร้อนคนละ 5,000 บาทไปดำรงชีพต่อไปได้ ซึ่งหาก ครม.อนุมัติแล้ว น่าจะโอนเงินเยียวยาได้ในวันที่ 24 ส.ค.นี้ ส่วนนายจ้างจะได้รับเงินชดเชยตั้งแต่วันที่ 10 ส.ค.เป็นต้นไป ในขณะที่ผู้ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียนขอรับความช่วยเหลือใน 2 มาตราดังกล่าว กระทรวงเปิดโอกาสให้มาขึ้นทะเบียนโดยเร็ว ซึ่งกลุ่มที่ขึ้นทะเบียนภายหลังคาดว่าจะได้รับเงินเยียวยาภายในต้นเดือน ก.ย.ที่จะถึงนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ ในฐานะโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 (ศบศ.) กล่าวว่า ล่าสุด สปส.รายงานได้โอนเงินเยียวยาใน 10 จังหวัดเข้าบัญชีแล้ว 2,434,182 คน เบิกจ่ายเป็นเงินรวม 6,085.45 ล้านบาท ส่วนมาตรการเยียวยาและฟื้นฟูเศรษฐกิจต่างๆ นั้น ยังมีการใช้สิทธิ์ต่อเนื่อง โดยเฉพาะในต่างจังหวัดซึ่งมีผู้ใช้สิทธิ์สะสมรวม 37.66 ล้านคน ยอดใช้จ่ายสะสมรวม 58,495.4 ล้านบาท แบ่งเป็น 1.โครงการคนละครึ่ง เฟส 3 มีผู้ใช้สิทธิ์ 23.22 ล้านคน ยอดใช้จ่าย 52,466.8 ล้านบาท 2.โครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ มีผู้ใช้สิทธิ์ 63,093 คน ยอดใช้จ่าย 977.5 ล้านบาท 3.โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ มีผู้ใช้สิทธิ์ 13.45 ล้านคน ยอดใช้จ่ายสะสม 4,760.2 ล้านบาท และ 4.โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ มีผู้ใช้สิทธิ์ &amp;nbsp;931,228 คน ยอดใช้จ่ายสะสม 290.9 ล้านบาท
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;โครงการคนละครึ่ง ตอนนี้อยู่ระหว่างการพัฒนาระบบบริการแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรี คาดว่าจะดำเนินการเชื่อมระบบเสร็จสิ้นและพร้อมใช้งานได้ในเดือน ต.ค.นี้ เพื่อรองรับการใช้จ่าย หลังกระทรวงการคลังโอนเงินคนละครึ่งรอบ 2 อีก 1,500 บาท ที่ประชาชนสามารถใช้จ่ายได้จนถึงสิ้นปี 2564&amp;rdquo; นายธนกรกล่าว &amp;nbsp;
วันเดียวกัน มีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจ เมื่อองค์กรภาคเอกชน 5 สถาบันจังหวัดนครราชสีมา ประกอบด้วย หอการค้าจังหวัดนครราชสีมา, สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดนครราชสีมา, สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทยจังหวัดนครราชสีมา, เครือข่าย Biz Club นครราชสีมา และชมรมผู้ประกอบการร้านอาหารจังหวัดนครราชสีมา นำโดยนายศักดิ์ชาย ผลพานิชย์ ประธานหอการค้าจังหวัดออกแถลงการณ์ผ่านสื่อโซเชียล เรียกร้องให้นักการเมืองโคราชเร่งแก้ไขปัญหาผลกระทบด้านเศรษฐกิจและความเป็นอยู่ของประชาชนชาวโคราช
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศักดิ์ชายระบุว่า เราอยากเรียกร้องไปยังผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับความเป็นอยู่ของประชาชน ผู้ประกอบการขนาดเล็ก ขนาดกลางในโคราช อันได้แก่ &amp;nbsp;2 รัฐมนตรี, 2 ส.ว. และ 14 ส.ส.ที่เป็นตัวแทนของพวกเราชาวโคราช ได้ออกมารวมกันเป็นน้ำหนึ่งใจเดียว ออกมาช่วยคิด ช่วยทำ ร่วมกับจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคเอกชน ในการที่จะบรรเทาวิกฤติครั้งนี้ให้ผ่านพ้นไปให้เร็วที่สุด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ท่านรัฐมนตรี ส.ส.และ ส.ว.ที่เป็นคนโคราชทุกท่านครับ ช่วงนี้เป็นโอกาสอันดีที่จะได้แสดงให้เห็นถึงผลงานให้เป็นที่ประจักษ์ชัด ให้คนโคราชได้เห็นว่าทุกท่านได้ร่วมมือกันเพื่อช่วยชาวโคราช ออกมาเถอะครับ เพราะทุกวินาทีที่ท่านล่าช้าคือการทำงานหนักขึ้นของบุคลากรทางการแพทย์ คือตัวเลขความตายที่สูงขึ้น&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับข้อเรียกร้องนั้น ประกอบด้วย &amp;nbsp;1.ขอให้เร่งจัดหาวัคซีนทั้งวัคซีนของทางภาครัฐ และวัคซีนทางเลือก นำมาฉีดให้กับประชาชนในจังหวัดให้ครอบคลุมได้มากกว่า 70% โดยเร็วที่สุด 2.ขอให้ใช้ศักยภาพในทุกทางจัดหาชุดตรวจโควิด Antigen Test Kits (ATK) เพื่อทำการตรวจคัดกรองกลุ่มเสี่ยงและประชาชนทั่วไปให้ทั่วถึงรวดเร็วที่สุด 3.ช่วยหาแหล่งเงินทุนแก่ผู้ประกอบการ Micro SME และ SME โดยเน้นไปที่สถาบันการเงินของรัฐ และ 4.ขอขยายเวลาการลงทะเบียนผู้ประกันตนมาตรา 40 ออกไปอีกอย่างน้อย 1 เดือน และเพิ่มวงเงินเยียวยา เพื่อให้กลุ่มอาชีพอิสระที่มีอายุตั้งแต่ 15-65 ปี ได้เข้าถึง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดร.วัชรี ปรัชญานุสรณ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า สิ่งที่คนโคราชต้องการด่วนที่สุดในเวลานี้คือวัคซีน จึงขอเรียกร้องให้รัฐมนตรี, ส.ส. และ ส.ว. ตัวแทนของคนโคราช ออกมาผลักดันตามบทบาทหน้าที่ของท่าน คือเป็นกระบอกเสียงแทนประชาชนในจังหวัด และหาทางแก้ไขปัญหานี้โดยเร่งด่วน ภายในเดือน ก.ย.นี้คนโคราชควรได้รับวัคซีน 70% ของประชากรทั้งหมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.สุรีวัลย์ จันทร์ประทักษ์ ประธานสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทยจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า เห็นด้วยใน 4 ข้อเรียกร้อง เพราะในฐานะตัวแทนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่กำลังจะตาย ซึ่งไม่รู้ว่าจะตายเพราะติดโควิดหรือจะตายเพราะอดตาย หรือจะตายเพราะต้องฆ่าตัวตายจากปัญหาทุกอย่างที่มันรุมเร้าแล้วไม่มีทางออก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.สมลักษณ์ ศรีสุวรรณ ประธานคณะกรรมการเครือข่ายธุรกิจบิสคลับ กล่าวว่า พวกเราต้องการชุดตรวจโควิด ATK ซึ่งพวกเราเชื่อว่าผู้แทนราษฎรทุกท่านจะช่วยดำเนินการส่งให้ประชาชนทุกบ้านเหมือนตอนส่งเอกสารมาเชิญชวนให้ประชาชนมาเลือกตั้งท่านด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจีระศักดิ์ คาระวิวัฒนา ประธานชมรมผู้ประกอบการร้านอาหาร กล่าวว่า ขอให้นักการเมืองโคราชทั้ง 18 คนออกมาช่วยกันบ้าง ลองสู้ ลองคิด ช่วยชาวโคราช ก่อนที่จะไม่มีลมหายใจตายกันหมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ องค์กรภาคเอกชน 5 สถาบันยังได้เดินทางไปยื่นหนังสือต่อนายกอบชัย บุญอรณะ ผู้ว่าฯ นครราชสีมา เพื่อให้ช่วยดำเนินการเร่งผลักดันข้อเรียกร้องทั้งหมดให้ประสบผลสำเร็จด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112642</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายสุชาติ ชมกลิ่น, ปลื้มตัวเลขเยียวยา ม.33, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เผยยังให้สิทธิ์พวกตกหล่นรีบแจ้งสิทธิ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210520/image_big_60a61f781c70a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109395</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/07/2021 22:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/07/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลุ้น!บิ๊กตู่เคาะ‘เยียวยา’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ประยุทธ์&amp;rdquo; ตื่น! เรียกทีมเศรษฐกิจถกด่วน &amp;nbsp;หารือเคาะเยียวยาล็อกดาวน์-เคอร์ฟิว 10 จังหวัด คาดชงเข้า ครม.อนุมัติอังคาร 13 ก.ค.ทันที หอการค้าฯ ชงเพิ่มคนละครึ่ง-อุ้มเอสเอ็มอี &amp;ldquo;อนุสรณ์&amp;rdquo; ชี้ 14 วันสูญเสียเฉียด 7 หมื่นล้าน
มีรายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล​แจ้งว่า ในวันจันทร์ที่ 12 กรกฎาคม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. ได้เรียกประชุมทีมเศรษฐกิจในเวลา 15.30 น.ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ โดยมีผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วม อาทิ นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกฯ และ รมว.พลังงาน, นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.การคลัง, นายสุชาติ ชมกลิ่น &amp;nbsp;รมว.แรงงาน, นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และนายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจ &amp;nbsp;(ศบศ.) เพื่อหารือถึงแนวทางการเยียวยาประชาชนและผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากคำสั่ง ศบค.ที่ &amp;nbsp;9/2564 เรื่อง พื้นที่สถานการณ์ที่กำหนดเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด พื้นที่ควบคุมสูงสุด พื้นที่ควบคุม และพื้นที่เฝ้าระวังสูงตามข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 &amp;nbsp;แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ใน 10 จังหวัด ซึ่งมีการห้ามออกนอกเคหสถานในเวลา 21.00-04.00 น. พร้อมกำหนดการปิดและเปิดกิจการ กิจกรรมต่างๆ อย่างน้อย 14 วัน &amp;nbsp;ที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 12 ก.ค.
นายธนกรกล่าวว่า การประชุมวันที่ 12 ก.ค.ที่มีนายกฯ เป็นประธาน เพื่อหารือแนวทางการเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากคำสั่งและข้อกำหนดห้ามต่างๆ ซึ่งนายกฯ ได้ติดตามการทำงานอย่างใกล้ชิดเพื่อแก้ปัญหาโควิด-19 โดยจะเร่งช่วยเหลือประชาชนทุกกลุ่ม &amp;nbsp;เพราะเข้าใจความรู้สึกของประชาชนเป็นอย่างดีและจะทำทุกอย่างเพื่อให้สถานการณ์คลี่คลาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวจากกระทรวงการคลังแจ้งว่า มาตรการเยียวยาประชาชนที่จะออกมาเบื้องต้นอาจมีการแจกเงินเยียวยาให้ผู้ขาดรายได้ รวมไปถึงมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบที่อยู่ใน 10 จังหวัด โดยนายกฯ ได้มอบหมายให้กระทรวงการคลังและสภาพัฒน์จัดทำข้อเสนอทั้งหมดมาให้พิจารณาในวันที่ 12 ก.ค.นี้ จากนั้นจะเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบในวันที่ 13 ก.ค.
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวถึงมาตรการเยียวยาว่า กระทรวงการคลังและสภาพัฒน์ได้ประชุมหารือเบื้องต้นไปแล้ว โดยมีนายสุพัฒนพงษ์เป็นประธานการประชุม ซึ่งยังไม่ได้ข้อยุติและต้องประชุมกันต่อเนื่องในสัปดาห์นี้ ส่วนข้อเสนอผ่อนปรนให้โครงการคนละครึ่งสามารถใช้จ่ายซื้อสินค้าผ่านแพลตฟอร์มสั่งอาหารทางออนไลน์นั้น กระทรวงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังพิจารณาอยู่ ซึ่งต้องพิจารณาเรื่องการเชื่อมระบบถึงกันด้วยเพื่อป้องกันการทุจริต รวมถึงให้แพลตฟอร์มผู้เข้าร่วมมีแนวทางช่วยเหลือลดค่าครองชีพให้ประชาชนในช่วงล็อกดาวน์ เช่น ลดค่าส่วนแบ่งกำไร (จีพี) เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ได้หารือกับนายสุพัฒนพงษ์พร้อมด้วยผู้แทนจากหน่วยงานต่างๆ อาทิ &amp;nbsp;ดร.ทศพร ศิริสัมพันธ์ ประธานที่ปรึกษานายกฯ, เลขาธิการสภาพัฒน์, ผู้แทนธนาคารแห่งประเทศไทย และผู้แทนสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม &amp;nbsp;โดยได้เสนอให้มีมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ได้เข้าถึงแหล่งเงินทุนง่ายขึ้น รวมทั้งให้ภาครัฐผ่อนคลายกฎระเบียบ เพื่อให้สถาบันทางการเงินสามารถใช้ดุลยพินิจปล่อยสินเชื่อได้
สำหรับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจนั้น หอการค้าไทยเห็นด้วยกับการเติมเงินเข้าระบบ เช่น โครงการคนละครึ่ง ที่ขอให้เพิ่มวงเงินจาก 3,000 บาท เป็น 6,000 บาท &amp;nbsp;ส่วนมาตรการยิ่งใช้ยิ่งได้ที่ยุ่งยาก ไม่ตรงกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย ได้เสนอให้ปรับเงื่อนไขใหม่หรือเสนอโครงการใหม่ในรูปแบบเดียวกับช้อปดีมีคืน
นายอนุสรณ์ ธรรมใจ อดีตกรรมการนโยบายและกำกับการบริหารหนี้สาธารณะ กระทรวงการคลัง และอดีตคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวว่า การประเมินในเบื้องต้นคาดว่าการล็อกดาวน์กิจกรรมทางเศรษฐกิจตั้งแต่วันที่ 12 ก.ค.จะทำให้เกิดความสูญเสียทางเศรษฐกิจประมาณอย่างต่ำวันละ 3,500-4,500 &amp;nbsp;ล้านบาท เมื่อรวมสองสัปดาห์จะอยู่ที่ประมาณ &amp;nbsp;49,000-63,000 ล้านบาท ซึ่งความสูญเสียทางเศรษฐกิจครั้งนี้น้อยกว่าการล็อกดาวน์ในช่วงปี 2563 &amp;nbsp;แต่ก็เป็นการซ้ำเติมความยากลำบากทางเศรษฐกิจต่อครัวเรือนที่รายได้น้อย ผู้ใช้แรงงานรายวัน และเอสเอ็มอีอย่างรุนแรง.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109395</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม, นายดนุชา พิชยนันท์, นายธนกร วังบุญคงชนะ, นายสุชาติ ชมกลิ่น, นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์, นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210616/image_big_60c9dc30183a7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
