<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>7392</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/04/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/04/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จ่อเด้ง 3ผู้การฯเซ่น สงกรานต์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปิดฉาก 7 วันอันตรายสงกรานต์ปี 61 สถิติสูงกว่าปี 60 หลังเกิดอุบัติเหตุรวม 3,724 ครั้ง เสียชีวิต 418 ศพ บาดเจ็บ 3,897 คน &amp;quot;คสช.&amp;quot; ยึดรถขี้เมาก็เพิ่ม 100% &amp;quot;จักรทิพย์&amp;quot; เต้น! เตรียมเชือด &amp;quot;3 ผู้การจังหวัด&amp;quot; หย่อนยานไม่สนองคำสั่งดูแล ปชช. พร้อมรับลูก &amp;quot;บิ๊กป้อม&amp;quot; คุมเข้ม กม.จราจรต่อเนื่องทั้งปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 18 เม.ย.2561 นายสุธี มากบุญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะประธานแถลงสรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสม 7 วัน ระหว่างวันที่ 11-17 เม.ย. ของศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2561 ในการรณรงค์ &amp;quot;ขับรถมีน้ำใจ รักษาวินัยจราจร&amp;quot; ช่วง 7 วันอันตราย ว่าเกิดอุบัติเหตุ 3,724 ครั้ง เสียชีวิต 418 ราย บาดเจ็บ 3,897 คน จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิตหรือตายเป็นศูนย์ มี 4 จังหวัด ได้แก่ ระนอง สมุทรสงคราม หนองคาย และหนองบัวลำภู&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุธีกล่าวว่า จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ 133 ครั้ง จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ นครราชสีมา 20 ราย จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ 142 คน สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ดื่มแล้วขับ ร้อยละ 40.28 ขับรถเร็วเกินกำหนด ร้อยละ 26.50 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 79.85 รถปิกอัพ 7.17 ส่วนใหญ่เกิดในเส้นทางตรง ร้อยละ 64.66, &amp;nbsp;ถนนใน อบต./หมู่บ้าน ร้อยละ 37.57, บนถนนกรมทางหลวงร้อยละ 37.51 ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ช่วงเวลา 16.01-20.00 น. ร้อยละ 28.65
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รมช.มหาดไทยกล่าวว่า สำหรับอุบัติเหตุทางถนนเฉพาะวันที่ 17 เม.ย. ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการรณรงค์ &amp;nbsp;เกิดอุบัติเหตุ 307 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 26 ราย ผู้บาดเจ็บ 336 คน สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ขับรถเร็วเกินกำหนด ร้อยละ 27.69 ดื่มแล้วขับ ร้อยละ 25.73 และตัดหน้ากระชั้นชิด ร้อยละ 18.89 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 82.35 รถปิกอัพ 8.05 ส่วนใหญ่เกิดในเส้นทางตรง ร้อยละ 66.45, &amp;nbsp;บนถนนกรมทางหลวง ร้อยละ 42.35, ถนนใน อบต./หมู่บ้าน ร้อยละ 29.64 ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ช่วงเวลา 16.01-20.00 น. ร้อยละ 29.32&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จากสถิติอุบัติเหตุทางถนนพบสาเหตุหลักยังคงเกิดจากการดื่มแล้วขับ และขับรถเร็ว รวมถึงผู้ใช้รถจักรยานยนต์เป็นกลุ่มที่มีอัตราการเสียชีวิตสูงถึงร้อยละ 79.85 ซึ่ง ศปถ.ได้ประสานจังหวัดบูรณาการสร้างความปลอดภัยทางถนนและต่อเนื่องตลอดทั้งปี ในรูปแบบการประสานพลังประชารัฐวางกลไกการบริหารจัดการอุบัติเหตุครอบคลุมทุกปัจจัยเสี่ยง ทั้งคน รถ ถนน และสิ่งแวดล้อม รวมถึงบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง โดยเฉพาะพฤติกรรมเสี่ยงดื่มแล้วขับ ขับรถเร็ว การไม่ใช้อุปกรณ์นิรภัย และรถจักรยานยนต์ไม่ปลอดภัย&amp;quot; รมช.มหาดไทยกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ สำหรับสถิติอุบัติเหตุทางถนนรวม 7 วันของเทศกาลสงกรานต์ปี 2560 (11-17 เม.ย.60) เกิดอุบัติเหตุรวม 3,690 ครั้ง ผู้เสียชีวิตรวม 390 ราย ผู้บาดเจ็บรวม 3,808 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) สรุปมาตรการ &amp;ldquo;ดื่มไม่ขับ จับยึดรถ&amp;rdquo; ตลอดช่วง 7 วัน ระหว่างวันที่ 11-17 เม.ย.2561 ว่า ตรวจพบผู้ฝ่าฝืนมาตรการ 490,512 ครั้ง แยกเป็น รถจักรยานยนต์ 280,631 ครั้ง, รถโดยสารสาธารณะ/รถยนต์ 209,881 ครั้ง ซึ่งลดลงจากสถิติผู้กระทำผิดในปี 2560 ประมาณร้อยละ 38&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;​​&amp;quot;สำหรับการยึดรถที่ฝ่าฝืนมาตรการดื่มไม่ขับในปี 2561 นี้ มีจำนวนทั้งสิ้น 16,288 คัน แยกเป็นจักรยานยนต์ 11,768 คัน และรถยนต์ 4,520 คัน ซึ่งสถิติการยึดรถเพิ่มขึ้นคิดเป็น 100 เปอร์เซ็นต์ จากมาตรการดื่มไม่ขับห้วงสงกรานต์ 2560 ยึดรถรวม 8,128 คัน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองโฆษก คสช.กล่าวว่า ในส่วนของการดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดในปีนี้ มีทั้งหมด 310,299 คน แยกเป็น รถจักรยานยนต์ 196,613 คน รถโดยสารสาธารณะ/รถยนต์ส่วนบุคคล 113,686 คน ซึ่งเป็นสถิติที่ลดลงจากปี 2560 คิดเป็นร้อยละ 35
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กล่าวถึงยอดอุบัติเหตุทางถนนช่วง 7 วันอันตรายสงกรานต์เพิ่มขึ้นว่า รัฐบาลมีความห่วงใยประชาชน โดยให้ทุกส่วนของภาครัฐและเอกชน ทั้งตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง ร่วมกันหามาตรการ เอาบทสรุปของแต่ละปีมาเป็นตัวตั้ง ซึ่งมาตรการต่างๆ เราสามารถควบคุมได้ แต่วินัยผู้ขับขี่เป็นเรื่องสำคัญ ทั้งรถยนต์ จักรยานยนต์ ต้องปฏิบัติตามกฎจราจรเป็นเรื่องสำคัญมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ได้สั่งการให้ปฏิบัติแบบนี้ตลอดไปด้วยซ้ำ และให้ไปประชุมแต่ละภาค ให้สรุปแต่ละภาคจะมีมาตรการอย่างไรต่อ และให้ออกคำสั่งเน้นการบังคับใช้กฎหมายมากขึ้น ไม่เฉพาะเทศกาลต่างๆ เพราะยอดการเสียชีวิตจะอยู่ที่ถนนรอง และถนนชนบท ดังนั้นแต่ละภาคต้องร่วมประชุมหารือร่วมกัน&amp;quot; พล.ต.อ.จักรทิพย์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผบ.ตร.กล่าวว่า ในส่วนตำรวจในวันที่ 19 เม.ย. ตนจะมีคำสั่งให้ตำรวจระดับผู้บังคับการ 3 จังหวัด มาช่วยราชการ แต่จะตั้งกรรมการสอบหรือไม่ จะพิจารณาอีกที เพราะได้สั่งกำชับการปฏิบัติงานไปแล้วกลับไม่สนองตอบหรือหย่อนยานปล่อยปละละเลย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ชีวิตประชาชนสำคัญ เป็นผู้การจังหวัด เป็นหัวหน้าหน่วย การดูแลพี่น้องประชาชนในพื้นที่สำคัญ ซึ่งส่วนใหญ่เขาก็ทำงานอยู่ในพื้นที่ แต่มีส่วนน้อยเท่านั้นเอง&amp;quot; ผบ.ตร.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. กล่าวว่า หลังจากนี้จะนำปัญหาและอุปสรรคที่เกิดขึ้นทั้งหมดมาปรับปรุงและแก้ไข เพื่อเพิ่มมาตรการในการดูแลความปลอดภัยให้กับประชาชนในช่วงเทศกาลอื่นต่อไป โดยเฉพาะในส่วนของการเกิดอุบัติเหตุบนถนนสายรองที่มีการสูญเสีย และเกิดการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุเป็นจำนวนมาก ทั้งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ มีแนวคิดจะเพิ่มด่าน จุดสกัด และเจ้าหน้าที่ตำรวจ รวมถึงประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมการปกครอง ศูนย์ความปลอดภัยทางถนน กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เพื่อเพิ่มมาตรการลดการสูญเสียในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนต่อไปในอนาคต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. แถลงสรุปผลการปฏิบัติงานตามมาตรการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม และโครงการประชารัฐร่วมใจ ดูแลความปลอดภัยบ้านประชาชน ช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2561 ว่า ห้วงวันที่ 11-17 เมษายน 2561 ที่ผ่านมา มีประชาชนสนใจเข้าร่วมโครงการจำนวนทั้งสิ้น 8,348 หลัง คืนแล้ว 6,598 หลัง คงเหลือ 1,750 หลัง &amp;nbsp; โดยมีผู้เข้าร่วมโครงการเพิ่มขึ้นจากปี 2560 จำนวน 2,421 หลัง หรือคิดเป็นร้อยละ 40.8 อยู่ระหว่างการคืนบ้านให้กับผู้เข้าร่วมโครงการ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจจะดูแลความปลอดภัย ไปจนกว่าจะคืนบ้านหลังสุดท้ายให้กับเจ้าของบ้าน ซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงานจากสถานีตำรวจพื้นที่ที่รับผิดชอบตามโครงการว่ามีเหตุการณ์ไม่ปกติกับบ้านที่เข้าร่วมโครงการแต่อย่างใด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7392</URL_LINK>
                <HASHTAG>7 วันอันตรายสงกรานต์ปี 61, การรณรงค์, ขับรถมีน้ำใจ รักษาวินัยจราจร, ดื่มไม่ขับ จับยึดรถ, นายสุธี มากบุญ, พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด, เตรียมเชือด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180418/image_big_5ad75c943150a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6966</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/04/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/04/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลงัด&#039;อีเอ็ม&#039;ตามคนเมาขับ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เริ่มแล้วเทศกาลสงกรานต์ ประชาชนทยอยเดินทางกลับภูมิลำเนา มหาดไทยตั้งศูนย์อำนวยการลดอุบัติเหตุ เพิ่มความเข้มข้นการบังคับใช้กฎหมาย เมาไม่ขับ ส่วนกองทัพส่งทหารปูพรมคุมพื้นที่เสี่ยงเกิดการเจ็บ-ตาย ทีเด็ดกรมคุมประพฤติจับมือศาลยุติธรรม งัดอุปกรณ์อีเอ็มใช้กับคดีเมาขับ ใครอยากได้กำไรฟรีก็เชิญ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 11 เมษายน พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ประธานกรรมการและผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.) ในฐานะประธานพิธีเปิดศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ.2561 เปิดเผยว่า รัฐบาลห่วงใยความปลอดภัยในการเดินทางของประชาชนช่วงเทศกาลสงกรานต์ จึงได้มอบหมายให้ ศปถ. โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการลดอุบัติเหตุทางถนน โดยยึดแผนบูรณาการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ.2561 เป็นกรอบแนวทางการดำเนินงานในมิติเชิงพื้นที่ ภายใต้แนวคิด &amp;ldquo;ขับรถมีน้ำใจ รักษาวินัยจราจร&amp;rdquo; มุ่งสานพลังประชารัฐลดปัจจัยเสี่ยงอุบัติเหตุ ครอบคลุมทั้งด้านคน ยานพาหนะ ถนน และสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้วยการเพิ่มความเข้มข้นในการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด คุมเข้มพฤติกรรมเสี่ยงอุบัติเหตุ โดยเฉพาะขับรถเร็ว เมาแล้วขับ และไม่ใช้อุปกรณ์นิรภัย รวมถึงตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ผู้ขับขี่ทุกรายกรณีเกิดอุบัติเหตุ และสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับเงื่อนไขและข้อยกเว้นของการประกันภาคสมัครใจกรณีดื่มแล้วขับ ควบคู่กับการบูรณาการจัดตั้งจุดตรวจในเส้นทางเสี่ยงอุบัติเหตุ ทั้งเส้นทางสายหลัก สายรอง และเส้นทางโดยรอบพื้นที่เล่นน้ำสงกรานต์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คุมเข้มความปลอดภัยของยานพาหนะทุกประเภท เพิ่มความถี่ในการเรียกตรวจรถโดยสารประจำทางและไม่ประจำทาง เพื่อกวดขันความพร้อมของพนักงานขับรถ อีกทั้งใช้กลไกกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชน และอาสาสมัครในการจัดตั้งด่านชุมชนป้องปรามพฤติกรรมเสี่ยงอุบัติเหตุและรณรงค์สร้างจิตสำนึกด้านความปลอดภัยทางถนนในรูปแบบเคาะประตูบ้าน&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุธี มากบุญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า จากสถิติอุบัติเหตุทางถนนในช่วงเทศกาลสำคัญย้อนหลัง 3 ปี มีพื้นที่เฝ้าระวังอุบัติเหตุทางถนนใน 198 อำเภอ และ 1 เขต แยกเป็นพื้นที่สีแดง 109 อำเภอ และพื้นที่สีส้ม 89 อำเภอ 1 เขต กระทรวงมหาดไทย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) ถ.ราชดำเนิน พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก กล่าวว่า วันนี้เป็นวันแรกที่กองทัพบกได้เริ่มเข้าอำนวยความสะดวกประชาชนที่เดินทางกลับภูมิลำเนาและท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ทั่วประเทศ โดยตลอดเทศกาลสงกรานต์ระหว่างวันที่ 11-17 เม.ย.นี้ พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ได้มอบหมายให้หน่วยทหารของกองทัพบกร่วมกับภาคส่วนต่างๆ จัดตั้งจุดบริการประชาชน 553 จุด ในพื้นที่สำคัญของแต่ละจังหวัด ได้แก่ บริเวณเส้นทางคมนาคมสายหลัก พื้นที่หน้าค่ายทหาร พื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ สถานที่ท่องเที่ยว เส้นทางก่อนถึงด่านชายแดน เป็นต้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยมีการอำนวยความสะดวกประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง ในหลายด้าน อาทิ เป็นพื้นที่พักรถ-พักคน &amp;nbsp;สอบถามเส้นทาง การปฐมพยาบาลเบื้องต้น ตรวจเช็กสภาพรถ บริการน้ำดื่ม-กาแฟ รวมถึงเป็นจุดรับแจ้งเหตุด่วน นอกจากนี้ หน่วยทหารของกองทัพบกในนามกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย (กกล.รส.) จะดำเนินการตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 46/2558 &amp;ldquo;เรื่องมาตรการแก้ไขปัญหาอันเกิดจากการขับขี่ยานพาหนะ&amp;rdquo; โดยปฏิบัติงานร่วมกันระหว่างฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่ตำรวจ ประชาชนในพื้นที่และจิตอาสา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.อ.หญิงศิริจันทร์กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมากองทัพบกได้มีการวิเคราะห์สถิติข้อมูลการเกิดอุบัติเหตุในแต่ละจังหวัด เช่น เส้นทางที่เกิดอุบัติเหตุ ช่วงเวลา สาเหตุ พฤติกรรมเสี่ยง พร้อมวางมาตรการป้องกันในแต่ละพื้นที่ เพื่อเพิ่มความปลอดภัยและลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุให้มากยิ่งขึ้น จากสถิติดังกล่าว พบว่ารถจักรยานยนต์เกิดอุบัติเหตุสูงสุด สาเหตุส่วนใหญ่มาจากการดื่มสุราและความประมาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับจุดที่เกิดอุบัติเหตุบ่อย คือพื้นที่ที่มีการจราจรหนาแน่น เส้นทางตรงยาว และทางโค้ง โดยจากข้อมูลดังกล่าวหน่วยทหารในพื้นที่ได้ประสานการปฏิบัติร่วมกับส่วนราชการท้องถิ่น ชุมชน และจิตอาสา เพิ่มมาตรการป้องกันอุบัติเหตุ อาทิ ติดตั้งป้ายสัญลักษณ์แจ้งเตือน เพิ่มไฟฟ้าส่องสว่าง ปรับภูมิทัศน์ข้างทาง การตัดแต่งต้นไม้ การติดตั้งอุปกรณ์เสริมความปลอดภัย เช่น ยางรถยนต์, ปลูกต้นกล้วยลดแรงปะทะข้างทาง, ติดตั้งลูกระนาดเพิ่มความฝืดของถนน เป็นต้น นอกจากนี้ได้ร่วมกับชุมชนในการจัดตั้ง &amp;ldquo;ด่านชุมชน&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;ด่านครอบครัว&amp;rdquo; ช่วยยับยั้งไม่ให้คนดื่มสุราใช้ยานพาหนะ รวมทั้งรณรงค์หลีกเลี่ยงการใช้จักรยานยนต์ช่วงเทศกาลเพื่อลดการสูญเสียด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กรมคุมประพฤติ นายประสาร มหาลี้ตระกูล อธิบดีกรมคุมประพฤติ พร้อมด้วยนายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม และนายประเสริฐ โหล่วประดิษฐ์ ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลแขวงดอนเมือง ร่วมแถลงข่าวการใช้อีเอ็ม (EM) กับคดีเมาแล้วขับ ช่วงเทศกาลสงกรานต์ เพื่อสร้างประสิทธิภาพความปลอดภัยให้ประชาชนบนท้องถนน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประสารกล่าวว่า การนำเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว หรืออุปกรณ์อีเอ็ม มาใช้เป็นการบูรณาการที่สำคัญเพื่อเสริมมาตรการลดอุบัติเหตุ เมื่อศาลมีคำสั่งลงโทษและกำหนดเงื่อนไขให้ใช้อุปกรณ์อีเอ็ม พนักงานคุมประพฤติจะรับอีเอ็มไปจะติดให้ผู้ถูกคุมประพฤติ โดยจะมีการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างศูนย์ควบคุมและติดตามการปล่อยตัวชั่วคราวโดยใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ของสำนักงานศาลและสำนักงานคุมประพฤติในการติดตามผู้ถูกคุมความประพฤติ เชื่อว่าจะเป็นการกระตุ้นเตือนให้ผู้ใช้รถใช้ถนนในช่วงสงกรานต์ระวังมากขึ้น ไม่ขับรถขณะเมาสุรา ส่วนกรมคุมประพฤติอยู่ระหว่างการจัดซื้อจัดจ้างอุปกรณ์อีเอ็ม ซึ่งจะทำสัญญาเช่ากับบริษัทเอกชนคู่สัญญา 4,000 เครื่อง และคาดว่าจะสามารถนำอีเอ็มมาใช้ทั่วประเทศภายในเดือน ก.ย. โดยจะเช่าต่อเนื่อง 3 ปี ตั้งแต่ปี ‭2561-2563‬&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสราวุธกล่าวว่า การใช้อุปกรณ์อีเอ็มเป็นนโยบายของนายชีพ จุลมนต์ ประธานศาลฎีกา ที่นำมาใช้ดูแลการปล่อยชั่วคราว ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 56 เพื่อให้กระบวนการยุติธรรมมีประสิทธิภาพมากขึ้น ในกรณีเมาแล้วขับหรือขับรถเร็ว เมื่อศาลมีคำสั่งลงโทษและมีเงื่อนไขคุมประพฤติก็สามารถนำอุปกรณ์อีเอ็มของสำนักงานศาลมาใช้กับกลุ่มผู้ถูกคุมความประพฤติได้ ซึ่งมีอยู่ 5,000 เครื่อง ระหว่างนี้ไม่ทราบตัวเลขของผู้กระทำผิดเมาแล้วขับหากมีไม่ถึง 5,000 คน ก็สามารถใส่อุปกรณ์ติดตามตัวอีเอ็มได้ครบทุกคน จะทำให้การบังคับใช้กฎหมายมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยจะนำมาใช้กับกลุ่มผู้ถูกคุมความประพฤติในคดีขับรถขณะเมาสุราช่วงเทศกาลสงกรานต์ ระยะแรกจะนำร่องในพื้นที่ กทม. ในเขตอำนาจศาลแขวงดอนเมือง และศาลแขวงพระนครเหนือ ในช่วงสงกรานต์นี้ เนื่องจากที่ผ่านมาพื้นที่ดังกล่าวมีสถิติคดีเมาแล้วขับสูงเป็นอันดับต้นๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประเสริฐกล่าวว่า ภารกิจของศาลจะนำอุปกรณ์ติดตามตัวอีเอ็มมาปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของจำเลยที่ต้องพิพากษาแล้ว โดยเฉพาะกลุ่มผู้กระทำผิดเมาแล้วขับที่มีปริมาณแอลกอฮอล์ 251 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ขึ้นไปในช่วงเทศกาลสงกรานต์ จะใช้นโยบายเคร่งครัดสั่งขัง 15 วัน ที่สถานกักขังกลางจังหวัดปทุมธานี โดยไม่อนุญาตให้ประกัน ส่วนผู้กระทำผิดเมาแล้วขับที่มีปริมาณแอลกอฮอล์ต่ำกว่า 250 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ จะมีเงื่อนไขคุมความประพฤติเพิ่มเติมโดยใช้อุปกรณ์ติดตามตัวอีเอ็ม ห้ามออกนอกบ้านหรือพื้นที่ควบคุมตั้งแต่ 22.00-05.00 น. หลังจากนี้จะมีการประเมินผล หากใช้อุปกรณ์ติดตามตัวอีเอ็ม หรือกักขัง 15 วันแล้วไม่หลาบจำ จะเพิ่มโทษให้หนักขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยในทางคดีสามารถจำคุกได้สูงสุดนานถึง 1 ปี สำหรับผู้กระทำความผิดนอกเขตอำนาจศาล 2 แห่งนี้ ขอให้เป็นดุลพินิจของศาล โดยการตัดสินจะต้องพิจารณาจากพฤติกรรม ความรุนแรงของคดี รวมถึงมีผู้ได้รับผลร้ายจากการเมาแล้วขับหรือไม่ โดยมีโทษตั้งแต่ปรับ รอลงอาญา คุมประพฤติ เข้ารับการอบรม แต่กรณีถูกสั่งให้ใส่อุปกรณ์ติดตามตัวอีเอ็มแล้วฝ่าฝืนเงื่อนไขโดยเจตนาจงใจ จะลงโทษจำคุกตามที่รอลงอาญาไว้ก่อนหน้านี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับบรรยากาศการเดินทางกลับภูมิลำเนาของประชาชนนั้น พบว่าท่าอากาศยานทั่วประเทศมีประชาชนหนาแน่นกว่าเดิม เช่นเดียวกับสถานีรถไฟโดยเฉพาะหัวลำโพง ผู้คนหลั่งไหลกลับภูมิลำเนาเกือบทั้งวัน ส่วนสถานีขนส่งหมอชิต มีสภาพไม่ต่างกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ประชาชนที่เดินทางโดยรถส่วนตัว พบว่าทยอยกลับตั้งแต่คืนวันอังคาร เนื่องจากเกรงว่า หากเดินทางวันที่ 12 หรือ 13 เมษายน จะทำให้การจราจรติดขัดเหมือนหลายปีที่ผ่านมา ฉะนั้นจึงพบว่าถนนสายหลัก ไม่ว่าจะเป็นพหลโยธิน มิตรภาพ การจราจรยังไม่ติดขัดมากนัก.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6966</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุมเข้มพฤติกรรมเสี่ยง, ตรวจเช็กสภาพรถ, นายสุธี มากบุญ, บริการน้ำดื่ม-กาแฟ, ประชาชนหนาแน่นกว่าเดิม, พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา, พื้นที่พักรถ-พักคน, ลดอุบัติเหตุ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อุปกรณ์อีเอ็ม, เคร่งครัด, เดินทางกลับภูมิลำเนา, เทศกาลสงกรานต์, เมาไม่ขับ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180411/image_big_5ace1c50cf893.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
