<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>46481</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/09/2019 13:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/09/2019 13:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไต่สวนคดีกู้กรุงไทย&#039;ป.ป.ง.&#039;ยัน &#039;โอ๊ค&#039;ร่วมฟอกเงิน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
24 ก.ย.62-ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ถ.นครไชยศรี ศาลไต่สวนพยานโจทก์นัดแรก คดีฟอกเงินกู้แบงก์กรุงไทย อท.245/2561 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 4 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายพานทองแท้ หรือโอ๊ค ชินวัตร อายุ 39 ปี บุตรชายคนโตของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นจำเลย ในความผิดฐานร่วมกันฟอกเงิน และสมคบคบกันฟอกเงิน ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มาตรา 5, 9, 60 และ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2558 มาตรา 10 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 91&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยอัยการยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 10 ต.ค. 2561 จากกรณีนายพานทองแท้รับโอนเงินเป็นเช็คจำนวน 10 ล้านบาทเข้าบัญชี ซึ่งมีการกล่าวหาว่าเงินนั้นเป็นส่วนหนึ่งของการกระทำจากการทุจริตปล่อยกู้สินเชื่อระหว่างธนาคารกรุงไทยฯ กับเอกชนกลุ่มกฤษดามหานคร ที่มีนายวิชัย กฤษดาธานนท์ อายุ 80 ปี ผู้บริหารกฤษดามหานคร กับนายรัชฎา กฤษดาธานนท์ อายุ 53 ปี ซึ่งเป็นบุตรชายของนายวิชัย และอดีตคณะผู้บริหารธนาคารกรุงไทย ตกเป็นจำเลยในคดีของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ซึ่งศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้วให้จำคุกนายวิชัยและนายรัชฎา บุตรชายคนละ 12 ปีร่วมกับพวก โดยในส่วนของนายวิชัย, นายรัชฎา และกลุ่มอดีตกรรมการบริษัทเอกชนในเครือกฤษดา รวม 6 คนนั้น ก็ถูกอัยการยื่นฟ้องความผิดฟอกเงินการทุจริตปล่อยกู้ดังกล่าวต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบเช่นกันด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีนี้ในชั้นศาล นายพานทองแท้ จำเลยให้การปฏิเสธ ต่อสู้คดีว่าไม่ได้กระทำผิดตามฟ้อง ซึ่งเงินดังกล่าวเป็นที่ได้ร่วมลงทุนกับนายรัชฎา บุตรชายของนายวิชัย อดีตผู้บริหารกฤษดามหานคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยช่วงเช้าศาลได้ไต่สวนพยานอัยการโจทก์ 1 ปากเสร็จสิ้นคือ นายสุนทรา พลไตร ผู้อำนวยการส่วนบริหารทรัพย์สิน สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ป.ป.ง.) ในฐานะผู้กล่าวหาคดีนี้ ได้เบิกความตอบคำถามศาลสรุปว่า ในการตรวจสอบคดีนี้ช่วงปี 2559-2560 พยานเป็นผู้อำนวยการส่วนข้อมูลคดีและมาตรการพิเศษทางกฎหมาย ป.ป.ง. โดยได้ตรวจสอบเอกสารจากการประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ที่ได้ตรวจสอบเส้นทางการเงิน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และที่พยานเห็นว่ามีการร่วมกันฟอกเงินระหว่างจำเลยกับนายวิชัย กฤษดาธานนท์ เนื่องจากมีการรับโอนและโยกย้ายเงินในหลายบัญชี ซึ่งในส่วนของจำเลยมีการนำเงินเข้าบัญชีธนาคารกรุงเทพต่างสาขาระหว่างบางพลัดและซอยอารีย์ ขณะที่ทั้งสองก็ไม่ได้มีนิติสัมพันธ์ใดๆ กันทางธุรกิจ นอกจากนี้ยังพบว่าจำเลยได้โอนเงิน 10 ล้านบาทคืนนายวิชัย เมื่อธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ร้องทุกข์กล่าวโทษดำเนินคดีกับผู้บริหารธนาคารกรุงไทย และนายวิชัย เมื่อปี 2548&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนที่มีการระบุว่าจำเลยทำธุรกิจรถยนต์กับนายรัชฎานั้น ก็ไม่น่าเชื่อถือ โดยการตรวจสอบเชื่อว่าการรับโอนเงินระหว่างจำเลยและนายวิชัย เป็นการให้ค่าตอบแทนบางประการ หลังจากที่นายวิชัยได้รับเงินปล่อยกู้จากธนาคารกรุงไทย ซึ่งบิดาของจำเลย คือนายทักษิณ ชินวัตร ในขณะนั้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และการตรวจสอบเส้นทางการเงินนั้นก็ดูจากต้นเงิน ที่เมื่อธนาคารกรุงไทยได้ปล่อยกู้ให้กับบริษัทโกลเด้น เทคโนโลยี อินดัสเทรียล พาร์ค แล้ว จนผ่านไปถึงนายวิชัย จากนั้นจำเลยก็ได้รับเช็คโอนเงินเข้าบัญชี 10 ล้านบาท จากนายวิชัย ส่วนที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีคำพิพากษายกฟ้องนายทักษิณจากคดีอนุมัติให้ธนาคารกรุงไทยปล่อยกู้นั้น จะด้วยเหตุผลใด อย่างไร พยานไม่ทราบ เพราะไม่ได้เกี่ยวข้องในคดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เมื่อพยานโจก์ปากแรกเบิกความเสร็จช่วงเที่ยงเศษ ศาลได้นัดไต่สวนพยานโจทก์ปากที่ 2 ในเวลา 13:30 น. อีกทั้งในวันนี้ นายพานทองแท้ได้ยื่นคำให้การใหม่เพิ่มเติม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายหลังนายพานทองแท้ ให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้ที่ตนได้ยื่นคำให้การใหม่นั้น เป็นการเพิ่มเติมหลังจากมีเหตุการณ์ที่ทำให้เปลี่ยนแปลงแนวทางการต่อสู้คดี จึงเลือกให้การใหม่ทั้งหมด แต่ยังคงปฎิเสธข้อกล่าวหา โดยในวันพฤหัสบดีที่ 26 ก.ย.นี้ ตนจะขึ้นเบิกความนัดไต่สวนพยานจำเลยซึ่งมีตนเพียงปากเดียว เบิกความในประเด็นเรื่องการลงทุนและเงินจำนวน 10 ล้านบาท ว่านำไปใช้จ่ายอะไร เพื่อให้ศาลเข้าใจว่าจริงๆ แล้วไม่ใช่เป็นเรื่องใหญ่ และที่ผ่านมาตนเองยังไม่เคยขึ้นเบิกความ จึงยังไม่ได้ให้ข้อมูลกับศาล แต่ยืนยันเจตนาไม่เคยฟอกเงินตามข้อกล่าวหาตั้งแต่แรกเริ่มที่มีการฟ้องร้องดำเนินคดี และหากศาลกรุณาอ่านก็จะเข้าใจ.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46481</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดคีกรุงไทย, นายพานทองแท้ ชินวัตร, นายสุนทรา พลไตร, ป.ป.ง., ฟอกเงิน, วิชัย กฤษดาธานนท์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190924/image_big_5d89bb1c2da63.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26262</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/01/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/01/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เงินทอนวัดเฟส3 แจ้งจับ4จนท.พศ. พ่วงเจ้าอาวาสวัด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปปง.แจ้งจับ 4 จนท.สำนักพุทธฯ พ่วงเจ้าอาวาสวัดดังนนทบุรีโกงงบปริยัติธรรม ฆราวาสอีก 1 ราย โยงเงินทอนวัดเฟส 2-3 เผยยังมีวัดอีกหลายแห่งต้องตรวจสอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) เวลา 11.00 น. วันที่ 10 มกราคม นายสุนทรา พลไตร ผอ.ส่วนข้อมูลคดีและมาตรการพิเศษทางกฎหมาย สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) พร้อมเจ้าหน้าที่ ปปง. นำเอกสารหลักฐานเดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.จักษ์ เพ็งสาธร รอง ผบก.ปปป. เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องการทุจริตฟอกเงินงบประมาณสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) จำนวน 6 ราย จากวัดหลายแห่ง ซึ่งหนึ่งในนั้นมีพระระดับเจ้าอาวาสรวมอยู่ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.จักษ์กล่าวว่า จากการตรวจสอบพบว่าวัดทั้ง 7 แห่งในพื้นที่ทั้งหมด 4 จังหวัด คือ นนทบุรี,อุดรธานี, นครศรีธรรมราช และลำปาง ได้มีการเบิกของบปริยัติธรรม โดยกองทุนพุทธศาสนศึกษาในปีงบประมาณ 2559-2560 ไปเป็นวงเงินกว่า 60 ล้านบาท จากวงเงินรวมทั้งสิ้น 75 ล้านบาท แต่ปรากฏว่าวัดเหล่านั้นไม่มีโรงเรียนสอนปริยัติธรรมแต่อย่างใด ทาง ปปง.จึงนำเรื่องเข้าแจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับผู้มีส่วนกระทำผิดในครั้งนี้ ซึ่งแบ่งเป็นเจ้าหน้าที่ พศ. 4 ราย พระระดับเจ้าอาวาส 1 รูป จากวัดแห่งหนึ่งใน จ.นนทบุรี และฆราวาส 1 ราย แต่ในขณะนี้ยังไม่มีการจับเจ้าอาวาสสึก เนื่องจากเพิ่งจะเริ่มกระบวนการสอบสวน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.จักษ์กล่าวอีกว่า ก่อนหน้านี้ ทาง ปปป.ได้ดำเนินคดีความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ มาตรา 157 กับเจ้าหน้าที่ พศ. 4 คน ซึ่งได้สั่งฟ้องไปแล้วแต่ ในส่วนของคดีฟอกเงิน ยังอยู่ระหว่างการสอบสวน ซึ่งจะออกหมายเรียกผู้กระทำผิดทั้ง 6 รายมารับทราบข้อกล่าวหา ขณะที่การอายัดทรัพย์สินนั้น ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ จึงยังไม่ได้ดำเนินการแต่อย่างใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ในคดีดังกล่าวได้เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบทุจริตเงินทอนวัดในช่วงเฟสที่ 2 ต่อ 3 ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.จักษ์กล่าวต่อว่า สำหรับในกระบวนการต่อไป ก็จะเรียกผู้กระทำผิดทั้งหมดเข้าสอบปากคำ พร้อมรวบรวมเอกสารหลักฐานจาก ปปง. ก่อนดำเนินการตามขั้นตอนต่อๆ ไปอย่างเร็วที่สุด ขณะที่ยังมีวัดอีกหลายแห่งที่จะต้องทำการตรวจสอบเช่นกัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26262</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายสุนทรา พลไตร, พ.ต.อ.จักษ์ เพ็งสาธร, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190110/image_big_5c37553638dd2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26219</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/01/2019 13:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/01/2019 12:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปปง.แจ้งจับ 4 จนท.พศ.พ่วงเจ้าอาวาสวัดดังนนทบุรีโกงงบปริยัติธรรม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ม.ค.62 - เมื่อเวลา 11.00 น. ที่กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ(บก.ปปป.) นายสุนทรา พลไตร ผอ.ส่วนข้อมูลคดีและมาตรการพิเศษทางกฎหมาย สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) พร้อมเจ้าหน้าที่ ปปง. นำเอกสารหลักฐานเดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.จักษ์ เพ็งสาธร รอง ผบก.ปปป. เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องการทุจริตฟอกเงินงบประมาณสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) จำนวน 6 ราย จากวัดหลายแห่ง ซึ่งหนึ่งในนั้นมีพระระดับเจ้าอาวาสรวมอยู่ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.จักษ์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบพบว่าวัดทั้ง 7 แห่ง ในพื้นที่ทั้งหมด 4 จังหวัด คือนนทบุรี,อุดรธานี,นครศรีธรรมราช และลำปาง ได้มีการเบิกของบปริยัติธรรม โดยกองทุนพุทธศาสนศึกษาในปีงบประมาณ 2559-2560 ไปเป็นวงเงินกว่า 60 ล้านบาท จากวงเงินรวมทั้งสิ้น 75 ล้านบาท แต่ปรากฎว่า วัดเหล่านั้นไม่มีโรงเรียนสอนปริยัติธรรมแต่อย่างใด ทาง ปปง.จึงนำเรื่องเข้าแจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับผู้มีส่วนกระทำผิดในครั้งนี้ ซึ่งแบ่งเป็นเจ้าหน้าที่ พศ. 4 ราย พระระดับเจ้าอาวาส 1 รูปจากวัดแห่งหนึ่งใน จ.นนทบุรี และฆราวาส 1 ราย แต่ในขณะนี้ยังไม่มีการจับเจ้าอาวาสสึก เนื่องจากเพิ่งจะเริ่มกระบวนการสอบสวน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.จักษ์ กล่าวอีกว่า ก่อนหน้านี้ ทาง ปปป. ได้ดำเนินคดีความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ มาตรา 157 กับ เจ้าหน้าที่ พศ. 4 คนซึ่งได้สั่งฟ้องไปแล้วแต่ ในส่วนของคดีฟอกเงิน ยังอยู่ระหว่างการสอบสวนซึ่งจะออกหมายเรียกผู้กระทำผิดทั้ง 6 ราย มารับทราบข้อกล่าวหา ขณะที่การอายัดทรัพย์สินนั้น ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ จึงยังไม่ได้ดำเนินการแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ในคดีดังกล่าวได้เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบทุจริตเงินทอนวัดในช่วงเฟสที่ 2 ต่อ 3 ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.จักษ์ กล่าวต่อ สำหรับในกระบวนการต่อไปก็จะเรียกผู้กระทำผิดทั้งหมดเข้าสอบปากคำ พร้อมรวบรวมเอกสารหลักฐานจาก ปปง. ก่อนดำเนินการตามขั้นตอนต่อๆ ไปอย่างเร็วที่สุด ขณะที่ยังมีวัดอีกหลายแห่งที่จะต้องทำการตรวจสอบเช่นกัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26219</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ, ทุจริตฟอกเงินงบประมาณ, นายสุนทรา พลไตร, ปปป., สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ, โกงงบปริยัติธรรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190110/image_big_5c36d1866cf2c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
