<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>95247</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/03/2021 12:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/03/2021 12:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;แรมโบ้&#039;ขอร้อง&#039;ฝ่ายค้าน&#039;ร่วมมือทำงานเพื่อบ้านเมืองจี้ม็อบ3นิ้วเลิกชุมนุม </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 มีนาคม 2564 นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวเห็นด้วยกับนายกฯที่ฝากผ่าน PM PODCAST ให้รักสามัคคี ไม่แตกแยก เคารพกฎหมาย ป้องความขัดแย้ง ซึ่งตนเองมองว่ายิ่งสถานการณ์บ้านเมืองที่กำลังประสบกับปัญหาโควิด-19 จึงจำเป็นที่จะต้องได้รับความร่วมมือจากประชาชนทุกภาคส่วน ทั้ง ส.ส.รัฐบาล ส.ส.ฝ่ายค้าน และโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับกลุ่มผู้ชุมนุมที่ขณะนี้ยังคงมีการเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง ควรเห็นแก่ประเทศชาติประชาชน ไม่ควรเล่นการเมืองมากเกินไปจนบ้านเมืองบอบช้ำเสียหาย ซึ่งไม่เป็นผลดีเลยสักนิดเพราะประเทศชาติเป็นของพวกเราทุกคนที่ต้องช่วยกันดูแลรักษาให้เจริญรุ่งเรือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ยังออกมาบอกแล้วว่าไม่อยากให้มีการชุมนุมเกิดขึ้น มีอะไรก็มาพูดจากันอยากได้อะไรก็มาว่ากัน ดังนั้นกลุ่มผู้ชุมนุมก็ควรที่จะหันมาพูดคุยกันดีๆ ซึ่งตนเองมั่นใจว่ารัฐบาลพร้อมที่จะรับฟังแต่จะข้อเสนอต้องอยู่ภายใต้ของกฎหมายด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุภรณ์ ระบุว่า ที่ผ่านมานายกฯและรัฐบาล พยายามทำถูกวิถีทาง และทำงานอย่างเต็มที่เพื่อที่จะหามาตรการต่างๆ ออกมาให้ความช่วยเหลือประชาชนทั้งมาตรการที่จะทำให้สถานการณ์โควิด-19 คลี่คลายลง ซึ่งขณะนี้ก็เห็นแล้วว่าจำนวนผู้ติดเชื้อลดลงมาก ขณะเดียวกันมีมาตรการช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อนเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน ซึ่งได้ทุ่มเทลงสู่ประชาชนเยียวยาทุกกลุ่มจนเป็นที่พอใจอย่างมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo; ขณะนี้บ้านเมืองกำลังเดินหน้าได้ดี ตนเองจึงขอเรียกร้องไปยังทุกฝ่าย ทั้งฝ่ายค้านที่แม้ว่าจะไม่อยากช่วยรัฐบาลในการแก้ไขปัญหา แต่ขอให้เบาๆในการแถลงข่าวที่มีแต่จะตำหนินายกฯเพียงอย่างเดียว และยังทำให้ประชาชนเกิดความเข้าใจผิดในตัวนายกฯและรัฐบาลในข้อมูลที่คลาดเคลื่อนที่ไม่เป็นความจริง ยิ่งจะทำให้ประชาชนสับสนเกิดความแตกแยกความสามัคคีได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันขอร้องกลุ่มผู้ชุมนุม ควรยุติการชุมนุมเสีย เพราะที่ผ่านมาได้สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนที่ทำมาหากินเป็นอย่างมาก เพราะประชาชนเหล่านั้นบริสุทธิ์ไม่เกี่ยวข้องด้วยต้องพลอยมาเดือดร้อนเพราะกลุ่มผู้ชุมนุม &amp;nbsp;อีกทั้งการชุมนุมก็ไม่เป็นไปตามกฎหมาย ไม่สงบ โดยล่าสุดยังมีการชุมนุมมีการเผาขยะริมรั้วศาลอาญา ใช้สีสเปรย์พ่นบนถนน ทุบรถตำรวจ และไล่ตีตำรวจ ไม่ใช่ม็อบที่ชุมนุมสงบสันติ ตามที่บางคนกล่าวอ้าง มีแต่จะสร้างแต่ความรุนแรง ไม่ยึดหลักกฎหมายบ้านเมือง ซึ่งเรื่องแบบนี้ไม่เป็นผลดีต่อประเทศชาติบ้านเมืองเลย ยิ่งเป็นการซ้ำเติมเผาบ้านตัวเองหนักขึ้นไปอีก ควรมีจิตสำนึกรักบ้านเกิดเมืองนอนของตัวเองให้มากกว่านี้ เพราะประเทศนี้แผ่นดินนี้เป็นของพวกเราทุกคนมิใช่หรือ จะมาทำลายย่ำยีประเทศเสมือนหนึ่งทุบหม้อข้าวหม้อแกงตัวเองให้เสียย่อยยับไปเพื่ออะไร ไม่มีฝ่ายไหนเป็นผู้ชนะ มีแต่ความพ่ายแพ้เสียหายคือประเทศชาติประชาชนของพวกเรา ต้องมารับชะตากรรมมิใช่หรือ เป็นเรื่องที่น่าเศร้าใจที่สุด&amp;quot;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95247</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์, ฝ่ายค้าน, เลิกด่ารัฐบาล, แรมโบ้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210307/image_big_60445f0c2fd56.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>93528</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/02/2021 10:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/02/2021 10:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;แรมโบ้&#039;จวก&#039;เจี๊ยบ&#039;หัวเราะกลางสภาไร้มารยาทแนะลาออกไปอยู่กับม็อบ3นิ้วดีกว่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
19 ก.พ.64 - นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวถึง การเข้าแจ้งความดำเนินคดีในความผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และความผิดเกี่ยวกับประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112&amp;nbsp; กับนางสาวอมรรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ว่า ยืนยันไม่ได้เป็นการกลั่นแกล้งใคร แต่นางสาวอมรัตน์ มีพฤติกรรมที่มีความผิดและเข้าข่ายในการทำผิดกฎหมาย จึงต้องเข้าแจ้งความเพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง ส่วนพฤติกรรมนางสาวอมรรัตน์ ในสภาฯระหว่างที่นายกฯชี้แจงการอภิปรายไม่ไว้วางใจเมื่อวานนี้ ตนเองมองว่าเป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ไร้มารยาทที่มานั่งหัวเราะเสียงดังในสภาฯ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ซึ่งหากไม่สนใจที่จะอภิปรายฯหรือฟังบุคคลอื่นในการชี้แจง อยากจะพูดคุยหัวเราะเสียงดังก็ขอให้ออกจากห้องประชุมสภาฯไป หรือไม่ขออย่าอยากที่จะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจอีกเลยเพราะไม่เกิดประโยชน์ นอกจากนี้ยังจะทำให้มองได้ว่าพฤติกรรมแบบนี้ของนางสาวอมรัตน์ และ ส.ส. ก้าวไกล อยากใช้เวทีนี้เพื่อตำหนิ หรือด่าทอ เหน็บแหนมคนอื่นมากกว่าที่จะอภิปรายไม่ไว้วางใจให้อยู่ในประเด็น&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุภรณ์ ยังระบุว่าเข้าใจว่าที่นางสาวอมรัตน์มีพฤติกรรมเช่นนี้ ก็อาจเป็นเพราะชอบอยู่กับม็อบ 3 นิ้วที่ชอบพูดจาหยาบคาย ไม่มีวุฒิภาวะหรือเป็นผู้ใหญ่ทั้งที่อายุมากแล้ว อีกทั้งยังมองว่าหากนางสาวอมรรัตน์แค่ทำหน้าที่ ส.ส. ซึ่งเป็นหน้าที่ของตนเองได้ไม่สมบูรณ์ ไม่ช่วยเหลือประชาชน ก็ขอให้ลาออกไปแล้วไปอยู่กับกลุ่มม็อบเลยจะดีกว่า อย่ามากินเงินภาษีของประชาชนอีกเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;นางสาวอมรัตน์ ไม่ให้เกียรตินายกฯ รัฐมนตรี หรือแม้กระทั่งประธานสภาฯนายชวน หลีกภัยเลย จนนายชวนต้องออกมาพูดว่า คุมความสงบเรียบร้อยทำได้ แต่คุมมารยาทเป็นเรื่องที่ยาก นั้นก็แสดงให้เห็นแล้วว่าพฤติกรรมและมารยาทของนางสาวอมรัตน์เป็นเช่นไร&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุภรณ์ มองว่านายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคก้าวไกล ไม่ต้องไปพาดพิงนายกฯ ในการแจ้งความดำเนินคดีกับนางสาวอมรัตน์ เพราะนายกฯไม่ได้เป็นผู้สั่งการเรื่องนี้&amp;nbsp; แต่ตนเองในฐานะผู้ช่วยรัฐมนตรี ดำเนินการเองและมองว่าเป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้ว เพราะทนไม่ได้กับพฤติกรรม ส.ส.คนนี้ที่ทั้งไร้มารยาท หยาบคาย ดูหมิ่นคนอื่น จาบจ้วงสถาบัน ซึ่งนายพิธาก็รู้อยู่แก่ใจ&amp;nbsp; และเรื่องนี้ตนเองก็จะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด ด้วย เพราะคนแบบนี้ไม่สมควรให้ทำหน้าที่อันทรงเกียรติในสภาฯ และจะได้ไม่เป็นเยี่ยงอย่างให้กับคนอื่นอีกต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ไปตามดูเฟสของสส.คนนี้ได้ว่าหลังการอภิปรายและก่อนการอภิปรายมีพฤติกรรมก้าวล่วงจาบจ้วงอย่างไร มีพฤติกรรมให้การสนับสนุนสมคบร่วมคิดให้คนออกมาชุมนุมก้าวล่วงจาบจ้วงทำผิดกฎหมายมาตรา 112 ตลอดมา ควอยากเดินเข้าคุกไปอยู่กับแกนนำม็อบเอง ไม่มีใครไปกลั่นแกล้งนางสาวอมรัตน์ทั้งสิ้นเมื่อไม่เลือกเส้นทางเข้าสู่สภา แต่จะเลือกเส้นทางไปกินข้าวแดงในคุก ก็คงไม่มีใครช่วยได้&amp;quot; นายสุภรณ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93528</URL_LINK>
                <HASHTAG>การอภิปรายไม่วางใจ, นางอมรรัตน์ โชคปมิตต์กุล, นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์, หัวเราะกลางสภา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210219/image_big_602f29f9d4c17.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>92271</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/02/2021 15:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/02/2021 15:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;แรมโบ้&#039;ยกผลโพลการันตีนายกทำงานป้องกันโควิดมีประสิทธิภาพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ก.พ. 2563 นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวแสดงความเห็นด้วยกับผลสำรวจความคิดเห็นของ &amp;ldquo;นิด้าโพล&amp;rdquo;&amp;nbsp; เปิดเผยผลสำรวจของประชาชนเกี่ยวกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 รอบใหม่ ถึงแม้ว่าประชาชนจะยังมีความหวาดกลัวต่อการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด
แต่ประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 27.60 ยังพอใจมากต่อการดำเนินการของรัฐบาล ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 รอบใหม่&amp;nbsp; มีมาตรการควบคุมป้องกันโรคได้อย่างรวดเร็ว&amp;nbsp; มีการจัดแบ่งพื้นที่เสี่ยงได้ชัดเจน สามารถทำงานหรือกิจกรรมต่างๆ ได้ตามปกติ&amp;nbsp; นอกจากนี้ประชาชนยังเห็นด้วยต่อการผ่อนคลายมาตรการของรัฐ เพราะทำให้ธุรกิจดำเนินกิจกรรมได้ เศรษฐกิจสามารถขับเคลื่อนได้ดีขึ้น และสามารถกลับมาประกอบอาชีพ

&amp;quot;เป็นการแสดงให้เห็นว่านายกฯและรัฐบาลได้แก้ไขปัญหาได้ถูกทางแล้วจนเป็นที่พอใจของประชาชน เพราะนายกฯได้มีประสบการณ์จากการแก้ไขปัญหาในการระบาดครั้งที่ผ่านมาจนสถานการณ์คลี่คลายลงได้&amp;nbsp; ซึ่งในครั้งนี้ก็เช่นเดียวกัน ตนเองยังเชื่อมั่นว่านายกฯ และรัฐบาลจะสามารถจัดการกับปัญหาได้เป็นอย่างดี&amp;nbsp;

ดังนั้นขอให้ประชาชนมั่นใจในตัวนายกฯ และรัฐบาล ที่จะดำเนินการทุกวิถีทางเพื่อให้สถานการณ์คลี่คลายให้โดยเร็ว ทั้งการดูแลมาตรการด้านสาธารณสุข และมาตรการทางเศรษฐกิจให้ครอบคลุมประชาชนทุกกลุ่ม และบรรเทาความเดือดร้อน

ขณะที่การจัดหาวัคซีนนั้นตนเองก็ขอให้ประชาชนได้สบายใจเช่นกัน เพราะนายกฯได้ยืนยันแล้วว่าการจัดหาวัคซีนจะต้องให้ครอบคลุมกับประชาชนทุกกลุ่มอย่างแน่นอน และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และกระทรวงสาธารณสุข จะดำเนินการอย่างรอบคอบตามมาตรฐานการให้วัคซีนที่ดี มีคุณภาพและปลอดภัยต่อประชาชน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92271</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์, นิด้าโพล, แรมโบ้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210203/image_big_601a1e84d3861.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>91350</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/01/2021 08:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/01/2021 08:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;แรมโบ้&#039;เตือนผู้นำฝ่ายค้านกำลังตกหลุมพลางเป็นเครื่องมือให้กับคนที่คิดทำลายสถาบัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
29 ม.ค.64 - นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงที่พรรคฝ่ายค้านไม่ยอมแก้ไขญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจโดยเฉพาะที่มีข้อความเกี่ยวข้องกับสถาบันมาอ้างในญัตติ โดยระบุว่าแม้นายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯจะบอกว่าไม่ได้เป็นการบังคับอยู่ที่การตัดสินใจของฝ่ายค้าน แต่นายสมพงษ์ก็ไม่ควรที่จะยื่นญัตตินี้มาอภิปรายฯ&amp;nbsp; และหากนายสมพงษ์และฝ่ายค้านไม่ยอมถอนและแก้ญัตติเรื่องนี้&amp;nbsp; เป็นการทำให้เห็นว่านายสมพงษ์ไม่มีความห่วงใยบ้านเมือง ทั้งนี้คาดการณ์ได้เลยอาจจะมีเหตุการณ์วุ่นวายในสภาฯและนอกสภาฯได้ หากมีการละเมิดกม.บิดเบือน ก้าวล่วงสถาบันเบื้องสูง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;นายสมพงษ์ไม่เหมาะสมกับตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านในสภาฯ เพราะตัดสินใจไม่เป็นว่าญัตตินี้ไม่ควรยื่นอย่างยิ่ง&amp;nbsp; และสิ่งใดควรทำ สิ่งใดไม่ควรทำ เป็นผู้ใหญ่แล้วไม่กล้าตัดสินใจ กลายเป็นเครื่องมือให้พรรคที่คิดล้มล้างสถาบัน ยืมพรรคเพื่อไทยมาเป็นเครื่องมือในการที่จะนำมาอภิปรายเสียดสีสถาบันเพื่อให้เกิดความระคายเคืองและทำร้ายจิตใจคนไทยส่วนใหญ่ของประเทศ หรือไม่ ประชาชนที่จงรักภักดีปกป้องสถาบันจะคิดได้ว่าพรรคเพื่อไทยอาจจะใช้ &amp;quot;ทฤษฎีสมคบคิด&amp;quot; ในการล้มล้างสถาบันไปกับพรรคนั้นด้วย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุภรณ์ มองว่าหากฝ่ายค้านยังดันทุรังที่จะอภิปรายฯเกี่ยวข้องกับสถาบันก็อาจนำไปสู่ความขัดแย้งทั้งในและนอกสภาได้ เนื่องจากประชาชนส่วนใหญ่คงไม่พอใจ และเชื่อว่าจะทำให้เวทีการอภิปรายไม่ราบรื่นนัก เพราะอาจจะทำให้เกิดการประท้วงจากเพื่อนสมาชิกที่ไม่เห็นด้วยกับเรื่องนี้ จะมีส.ส.ที่ปกป้องสถาบันลุกยืนขึ้นยกมือประท้วงตลอดเวลาจนทำให้การประชุมอภิปรายไม่ไว้วางใจในครั้งนี้ดำเนินต่อไปไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ตนไม่เคยมั่นใจเลยว่าฝ่ายค้านจะระมัดระวังคำพูดของตนเองในการอภิปรายฯที่จะไม่ให้กระทบกระทั่งกับสิ่งที่ไม่บังควร เพราะเห็นจากพฤติกรรมของ ส.ส. บางคนหรือบางพรรคการเมืองที่มีความคิดคอยแต่จาบจ้วงสถาบันและสนับสนุนคนออกมาบนท้องถนน มีพฤติกรรมที่ทำผิดมาตรา112 ตลอดมา ซึ่งผู้นำฝ่ายค้านและพรรคร่วมฝ่ายค้านก็ทราบดี&amp;nbsp; ขณะเดียวกันขอฝ่ายค้านอย่าโยนให้ประธานฯในที่ประชุมเพียงฝ่ายเดียวที่เป็นผู้ดูแลการประชุมให้เกิดความเรียบร้อย แต่จะต้องแก้ที่ต้นตอด้วยคือฝ่ายค้านไม่ควรนำมาอภิปรายแต่แรกจะดีกว่า เพื่อให้การอภิปรายเป็นไปได้ด้วยดีและตรงประเด็น&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุภรณ์ ยังเชื่อว่า ส.ส. ฝ่ายค้านแท้จริงแล้วไม่ได้อยากใช้เวทีนี้เพื่อการอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกฯหรือรัฐมนตรี เพราะไม่มีข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริงนำมาอภิปรายฯ แต่อยากใช้เวทีนี้เพื่ออภิปรายเรื่องสถาบันมากกว่าซึ่งถือเป็นสิ่งที่ไม่บังควรอย่างยิ่ง ขอถามว่าหากมีใครอภิปรายฯจาบจ้วงสถาบันนายสมพงษ์ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านฯจะรับผิดชอบไหวหรือไม่ อย่าบอกว่าส.ส.ต้องควบคุมตนเอง เพราะมั่นใจว่าไม่มีทางทำได้อย่างแน่นอนเนื่องจาก ส.ส.บางคนรับงานมาพูดเรื่องสถาบันโดยเฉพาะ ซึ่งจะไม่สนใจประธานในที่ประชุมอย่างแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;และหากมีการพูดพาดพิงสถาบัน แม้ประธานในที่ประชุมจะสั่งให้ถอนคำพูด ตนเองก็มองว่าแก้ไขอะไรไม่ได้ เพราะได้พูดไปแล้วประชาชนได้ยินทั่วประเทศแล้ว และคนทั้งประเทศที่ได้รับชมรับฟังจากการถ่ายทอดสดจะทำให้เกิดกระทบจิตใจอย่างมาก และเกิดความไม่พอใจ จนอาจนำไปสู่ความขัดแย้งได้อีก เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องละเอียดอ่อนมากเหตุใดถึงคิดไม่เป็น ดังนั้นก็ขอให้นายสมพงษ์ทบทวนถอนและแก้ไขญัตติตรงนี้ด้วย ยังมีเวลาที่สามารถทำได้ ควรรู้ด้วยจิตสำนึกความเป็นผู้นำและเป็นผู้ใหญ่ในบ้านเมืองว่ามิบังควร และอย่ายอมเป็นเครื่องมือให้ใครมาทำลายสถาบันเลยครับ&amp;quot; นายสุภรณ์ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91350</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก้าวล่วงสถาบัน, ญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ, นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์, นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210117/image_big_6003b12c5493a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90852</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/01/2021 16:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/01/2021 16:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อนุสรณ์&#039;ตามซัด&#039;สุภรณ์&#039;หวังได้ดีเอาใจนายใหม่ด่านายเก่า  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ม.ค.63-นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย(พท.) กล่าวถึงกรณีนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ &amp;nbsp;ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี ออกมาพาดพิงรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร และรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร สร้างหนี้ให้รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ตามใช้ว่า ความจริงประเด็นที่ถกแถลงกัน คือพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อยู่ 7 ปี ไร้ประสิทธิภาพ สู้โจ ไบเดน ที่ทำงาน 1 วันไม่ได้นั้นจริงหรือไม่ เป็นสิทธิที่แต่ละฝ่ายจะให้ความเห็นที่แตกต่างกันกับประชาชนได้ แต่ไม่เห็นประโยชน์ที่เครือข่ายระบอบประยุทธ์ จ้องแต่จะโยนความไร้ประสิทธิภาพทั้งหมดใน 7 ปี ของระบอบประยุทธ์ว่าเป็นเพราะ 2 อดีตนายกรัฐมนตรีอยู่ร่ำไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนุสรณ์กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์กำลังจะใช้งบประมาณแผ่นดินครบ 20,824,000 ล้านบาทในปีงบประมาณ 2564 นับจากวันที่ยึดอำนาจและเข้าบริหารประเทศตั้งแต่ปี 2557 และได้จัดทำงบประมาณแผ่นดินมา 7 ปี แต่น่าแปลกใจที่เงินจำนวนมหาศาลนั้นขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยได้น้อยมาก เพียง 3 ล้านล้านบาทเท่านั้น พล.อ.ประยุทธ์ คนเดียวก่อหนี้มากกว่า 28 นายกฯ และอาจต้องใช้เวลายาวนานถึง 70 ปี จึงชำระหนี้ที่รัฐบาลประยุทธ์ ก่อไว้ในช่วง 7 ปีคืนได้หมด เวลา 7 ปี นานเกินกว่าที่พล.อ.ประยุทธ์ จะหันหลังกลับไปโทษรัฐบาลใดได้ เครือข่ายระบอบประยุทธ์ จะอธิบายว่า ไม่ไร้ประสิทธิภาพอย่างไร ก็สื่อสารกับประชาชนไป แต่การโยนความล้มเหลวไร้ประสิทธิภาพทุกเรื่องว่า เป็นเพราะรัฐบาลเก่าที่มิได้มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆกับการบริหารราชการแผ่นดินมา 7 ปี ฟังไม่ได้ และถือเป็นการอธิบายเกินจากกรอบของเรื่องไปมาก นายสุภรณ์ มักใช้วิธีด่านายเก่า เพื่อเอาใจนายใหม่ เพื่อให้ตัวเองได้ดิบได้ดี มีความมั่นคงในหน้าที่การงาน แต่ขอให้รับรู้ว่าเป็นพฤติกรรมที่คนไทยรับไม่ได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ถ้าพล.อ.ประยุทธ์ ใช้ผ้าขี้ริ้วสกปรกมาถูพื้น จะหวังให้พื้นสะอาดได้อย่างไร อย่าขจัดคราบสกปรก ด้วยสิ่งปฏิกูล มีข้อเท็จจริงอะไรก็สื่อสารกับประชาชนไป แต่การใช้คนต้นทุนติดลบมาอยู่ใกล้ตัว คอยแก้ต่างให้ มีแต่จะทำให้ตัวพล.อ.ประยุทธ์ มอมแมมไปด้วย&amp;quot;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90852</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์, นายอนุสรณ์  เอี่ยมสะอาด, พรรคเพื่อไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190929/image_big_5d90bd07308e8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90822</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/01/2021 12:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/01/2021 12:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;แรมโบ้&#039;ฟาดกลับโฆษกเพื่อไทยสมองบูดเบี้ยววิจารณ์นายกฯไม่ดูตาม้าตาเรือ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ม.ค. 2564 &amp;nbsp; นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ตอบโต้โฆษกพรรคเพื่อไทย ที่วิจารณ์การทำงานของรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชาทำงาน 7ปี สู้ โจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐทำวันเดียวไม่ได้ว่า อยากให้พรรคเพื่อไทย ย้อนกลับไปว่า นับตั้งแต่ รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรี เราทำอะไรบ้าง อย่าว่าแต่แค่คำสั่งที่มิชอบที่ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์ เคยทำเอาไว้เลย พล.อ.ประยุทธ์มาล้างโครงการโคตรโกงที่รัฐบาล2พี่น้องเคยทำเอาไว้มากมาย และยังมีผลงานโปรเจกต์ในรัฐบาลนี้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องมากมาย แต่ไม่เคยมีข่าวทุจริตเรื่องการเรียกเก็บสินบนใต้โต๊ะเหมือนในสมัยรัฐบาลของพรรคเพื่อไทย เหมือนในอดีตยุคของนายทักษิณ-ยิ่งลักษณ์ ที่ปล่อยให้ เจ๊ ด.เข้ามาสั่งการทุกเรื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ต้องใช้ความสามารถหาเงินใช้หนี้แทนหลายโครงการ อาทิ โครงการจำนำข้าว ที่ต้องหาเงินมาช่วยชาวนาหลังจากเจ๊ ด. หอบเงินแสนล้านหนีไปสมทบพี่ชาย น้องสาวในต่างประเทศ ไปเสวยสุขกันที่นั่น ปล่อยให้ลิ่วล้อติดคุกติดตะราง กันจนทุกวันนี้ คนไทยไม่มีวันลืมได้ลงและเจ็บปวดหัวใจที่สุด ยังไม่หมดเท่านี้ โครงการโคตรโกงที่ศาลตัดสินแล้ว คิดเป็นมูลค่าความเสียหายมากมายมหาศาล โฆษกพรรคเพื่อไทย ยังจะมีหน้ามาพูดอีกว่า รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์7 ปี ไม่มีผลงานและไม่ได้ทำอะไร หัดใช้สมองไตร่ตรองดูหน่อย ถ้าทำดีไม่โกง จะหนีหัวซุกหัวซุนไปทำไม แผ่นดินนี้ศักดิ์สิทธิ์ ใครทำไม่ดีพระสยามเทวาธิราช ท่านจะลงโทษ จะไม่มีแผ่นดินอยู่ จะถูกคนไทยตราหน้าว่า ทรราชย์หากพรรคเพื่อไทยถ้ายังสนับสนุนทรราชย์ ก็จะได้ชื่อว่าเป็นสมุนของทรราชย์ เช่นเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมขอย้ำว่า หากคิดจะเอาการแก้ปัญหาโควิดมาโจมตีพล.อ.ประยุทธ์ผมบอกเลยคิดผิด เพราะทั้งโลกเขายกย่องประเทศไทย องค์การอนามัยโลกก็ยกย่องประเทศไทยในการเอาชนะโควิด ฉะนั้นพรรคเพื่อไทย กรุณาตรวจสอบข่าวด้วยอย่าพูดพล่อยๆพูดมั่วๆ โฆษกพรรคเพื่อไทย ยังอ่อนหัดพรรษาทางการเมือง จะพูดจาอะไรระวังเข้าตัว พรรคจะเสียหาย เอาสมองส่วนไหนมามาคิด หน้าดูสวยดี แต่สมองกลับบูดเบี้ยวตรงกันข้ามกับใบหน้ามากเอาอะไรมาพูด ประธานาธิบดีโจไบเดนเพิ่งเข้ามา1วัน จะมีผลงานมากกว่าได้อย่างไร เป็นคำพูดเปรียบเปรยที่ทุเรศไร้สาระมากๆ ความคิดต่ำกว่าเด็กอนุบาลเสียอีก&amp;quot;นายสุภรณ์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุภรณ์ กล่าวว่า พลเอกประยุทธ์ทำงานมา7ปี ไม่เคยมีประวัติด่างพร้อยเรื่องการโกงหรือทุจริตคอร์รัปชั่นเหมือนกับคู่อดีตนายกฯสองพี่น้องของพรรคเพื่อไทย ที่เป็นผู้นำเพื่อกอบโกยผลประโยชน์ จากเงินภาษีของพี่น้องประชาชนคนไทย จนร่ำรวย สุดท้ายหอบเงินหนีไปใช้ชีวิตอย่างสุขสบายอยู่ต่างประเทศ เห็นแก่ตัวเอาเปรียบคนไทยที่สุด อย่างนี้เรียกว่า มีผลงานขี้โกงใช่ไหม ทำไมโฆษกสมองเด็กอนุบาลเช่น น.ส.อรุณี ไม่นำมาเปิดเผยให้ประชาชนทราบบ้าง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90822</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทีมโฆษกพรรคเพื่อไทย, นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210107/image_big_5ff70ab45d9a2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90619</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/01/2021 07:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/01/2021 07:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;แรมโบ้&#039;จัดหนัก&#039;ธนาธร&#039;อย่าทำตัวเป็นลูกคุณหนูนรกมีจริงไม่ต้องรอชาติหน้ายันจัดหาวัคซีนโปร่งใส100%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
22 ม.ค.64 - นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ออกมาวิพากษ์วิจารณ์การจัดซื้อวัคซีนโควิด เพราะมีความห่วงใยประชาชน ไม่ได้หวังผลประโยชน์ และยังเชื่อว่ารัฐบาลแจ้งความ ม.112 เพื่อปิดปาก ว่า ไม่มั่นใจที่นายธนาธรออกมาพูดนั้นเป็นการทำเพื่อประโยชน์ของประชาชนอย่างแท้จริง&amp;nbsp; เพราะสวนทางกับพฤติกรรมที่ผ่านมาของนายธนาธร ล้วนแต่ทำไปเพื่อหวังผลประโยชน์ทางการเมืองของตนเองเท่านั้น และบางอย่างอาจนำไปสู่ความขัดแย้งในสังคม&amp;nbsp; โดยไม่สนใจว่าแท้จริงแล้วประเทศต้องการความร่วมมือในการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่กำลังเดือดร้อนอยู่จากสถานการณ์โควิดระบาด&amp;nbsp; ซึ่งหากนายธนาธร อยากทำประโยชน์เพื่อประชาชนอย่างแท้จริงก็ไม่ควรออกมาสร้างความวุ่นวายสนับสนุนม็อบ ออกมาลงถนนตั้งแต่แรก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนที่นายธนาธรออกมาวิพากษ์วิจารณ์การจัดหาวัคซีนของไทยนั้น นายกฯได้ย้ำอยู่เสมอว่าคนไทยทุกคนต้องได้รับการฉีดวัคซีน และต้องปลอดภัยสูงสุด เพราะนายกฯ และรัฐบาล ได้ให้ความสำคัญกับประชาชนเป็นอันดับแรก&amp;nbsp; นอกจากนี้กระทรวงสาธารณสุขได้ออกมาชี้แจงเรื่องนี้แล้ว รวมทั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ยังยืนยันการจัดหาวัคซีนโควิด เป็นไปตามขั้นตอนของมติคณะรัฐมนตรีและยังสามารถไปค้นดูจากมติคณะรัฐมนตรีทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอน โปร่งใส 100%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การที่นายธนาธรระบุว่าการแจ้งความมาตรา 112 และพ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ เป็นการทำเพื่อผลทางการเมืองนั้น นายสุภรณ์ ยืนยันว่า การที่ตนเองและคณะไปแจ้งความดำเนินคดีกับนายธนาธร ไม่ได้เป็นการสั่งการจากนายกฯที่ให้ไปแจ้งความในนามรัฐบาล&amp;nbsp; นายกฯไม่ได้มอบให้ไปแจ้งความดำเนินคดี แต่พวกตนเองทำไปในนามส่วนตัวและถือว่าเป็นหน้าที่ ในฐานะที่เป็นผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรีด้วย อีกอย่างพวกตนเองก็ถือเป็นประชาชนคนหนึ่งที่ทนไม่ได้กับพฤติกรรมของนายธนาธร ที่มีการพูดจาบจ้วงสถาบัน พยายามดึงสถาบันมาเกี่ยวข้องกับเรื่องการเมือง ไม่หยุด ทำผิดกฎหมายมาตรา112 ที่เป็นการละเมิดกฎหมายอย่างชัดเจน อีกทั้งยังปั้นแต่งเรื่องโจมตีนายกฯและรัฐบาล ในช่วงที่นายกฯ กำลังทำงานอย่างหนักเพื่อแก้ไขปัญหาให้ประชาชน เพียงเพราะความอิจฉา อาฆาตแค้นส่วนตัวของนายธนาธร ดังนั้นตนเองและคณะจึงไม่สามารถที่จะนิ่งดูดายในเรื่องนี้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุภรณ์ยังขอนายธนาธรอย่าทำตัวเป็นลูกคุณหนูเอาแต่ใจตัวเอง เพราะโตเป็นผู้ใหญ่แล้วต้องมีความคิดที่เป็นผู้ใหญ่ด้วย ไม่ใช่ทำอะไรไม่ได้ดั่งใจก็โทษคนอื่น โทษการเมือง แต่ไม่ย้อนดูตัวเองว่าได้ทำผิดกฎหมายอะไรไปบ้าง อย่าใช้แต่อารมณ์ความฐิติอาฆาตมาดร้ายมาทำลายประเทศชาติ ประชาชน ที่กำลังต้องการความช่วยเหลือจากทุกภาคส่วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันอยากบอกกับนายธนาธรที่มีฐานะร่ำรวยว่าไม่มีวันที่จะเข้าใจประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนอย่างแท้จริง เพราะนายธนาธรไม่เคยใส่ใจเรื่องของประชาชนเลย ยกเว้นเรื่องของตนเองและครอบครัว อีกทั้งการที่จะออกมาวิพากษ์วิจารณ์ในเรื่องใดนั้น ก็ควรคิดถึงหัวอกของประชาชนด้วย รวมถึงการที่นายธนาธรออกมาจาบจ้วงสถาบัน สนับสนุนอยู่เบื้องหลังผู้ที่ทำการจาบจ้วงสถาบัน ก็ยังถือเป็นการทำร้ายจิตใจของประชาชนอย่างมาก ประชาชนคนไทยที่จงรักภักดีคงไม่มีวันให้อภัยนายธนาธรอย่างแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมมองว่าคนอย่างนายธนาธรที่เป็นคนเนรคุณแผ่นดินเกิดของตัวเอง ไม่สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ก็ไม่สมควรอยู่ในประเทศนี้อีกต่อไปและมั่นใจว่าคนไทยส่วนใหญ่ก็คิดเช่นเดียวกันกับตนเอง&amp;nbsp; และอย่าได้เอาวัคซีนที่รัฐบาลเอามารักษาชีวิตประชาชน มาโยงใยเล่นตีกินทางการเมืองและทำลายสถาบัน เพราะประชาชนคนไทยจะสาปแช่งให้วิบัติมีอันเป็นไป ซึ่งไม่ผลเป็นดีต่อครอบครัวของนายธนาธร เลยสักนิด แผ่นดินไทยสิ่งศักดิ์สิทธิ์มีจริงใครคิดร้ายต่อแผ่นดินและบ้านเมือง บาปกรรมมีจริงนรกมีจริง ไม่ต้องไปรอรับกรรมในชาติหน้า แต่จะได้รับผลกรรมตามทันในชาตินี้อย่างแน่นอน ไม่เชื่อรอดู&amp;quot; นายสุภรณ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90619</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซื้อวัคซีนโควิด, ธนาธร จึงรุงเรืองกิจ, นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์, มาตรา112</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201105/image_big_5fa3c1545ef97.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
