<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>98631</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/04/2021 12:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/04/2021 12:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไม่พลาด!มติเสียงส่วนใหญ่เห็นชอบใช้5หมื่นทำประชามติ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 เม.ย.2564 - &amp;nbsp;ที่ประชุมรัฐสภาเริ่มพิจารณาร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ โดยนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย ส.ว. ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียง ลุกขึ้นกล่าวรายงานภาพรวมการนำร่างกฎหมายดังกล่าวกลับไปปรับปรุง &amp;nbsp;จากนั้น ได้พิจารณามาตรา 10 เกี่ยวกับกระบวนการจัดทำประชามติแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ แต่ไม่มีสมาชิกขออภิปราย ทำให้นายชวนสั่งลงคะแนน ผลปรากฏว่าที่ประชุมเห็นชอบมาตรา 10 ด้วยคะแนน &amp;nbsp;449 ต่อ 0 เสียง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาพิจารณามาตรา 11 ซึ่งเป็นมาตราที่สำคัญ เนื่องจากมีการกำหนดว่าถ้ารัฐสภามีมติเห็นสมควรให้มีการทำประชามติ จะต้องเป็นมติเห็นชอบของแต่ละสภา และให้ประธานรัฐสภาแจ้งให้นายกฯทราบ นอกจากนี้ ยังกำหนดว่าถ้าประชาชนจะเข้าชื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ขอทำประชามตินั้น ประชาชนต้องเข้าชื่อไม่น้อยกว่า 5 หมื่นคน ทั้งนี้ ให้ ครม.พิจารณาว่ามีเหตุอันสมควรให้จัดทำประชามติในประเด็นนั้นๆหรือไม่ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 166 &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณัฐวุฒิ บัวประทุม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล และนายชูศักดิ์ ศิรินิล จากพรรคเพื่อไทย ในฐานะกมธ.เสียงข้างน้อย ไม่เห็นด้วยให้ประชาชนเข้าชื่อ 5 หมื่นคน แต่เห็นด้วยให้เข้าชื่อ 1 หมื่นคนแทน โดยนายชูศักดิ์ กล่าวว่า การจัดทำประชามติในมาตรา 11 หมายความถึงการขอจัดทำประชามติระดับพื้นที่ด้วย ดังนั้น จึงเห็นว่าอาจไม่จำเป็นต้องลงชื่อถึง 5 หมื่นรายชื่อ ซึ่งถือว่ามากเกินไป &amp;nbsp;นอกจากนี้ การเสนอการเข้าชื่อตามมาตรา 11 ปลายทางต้องให้ ครม.ตัดสินใจอีกครั้งว่าเห็นสมควรให้จัดทำประชามติหรือไม่ แปลว่าการที่ประชาชนเข้าชื่อหมายถึงริเริ่ม ไม่ได้หมายความว่าสำเร็จผลแล้ว จึงเห็นว่าการใช้เกณฑ์ 1 หมื่นคน ซึ่งเทียบเคียงกับหลักเกณฑ์ตามร่าง พ.ร.บ.การเข้าชื่อเสนอกฎหมาย ก็เพียงพอและเหมาะสมแล้ว &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุรชัย กล่าวว่า ทางคณะ กมธ.ไม่ได้ฟังแต่ตัวแทนคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และตัวแทนกฤษฎีกาปรับปรุงเนื้อหาร่างกฎหมายเท่านั้น แต่เราได้พิจารณากฎหมายอื่นด้วย ในการให้สิทธิประชาชนตัดสินใจเรื่องต่างๆในพื้นที่ของตัวเอง โดยพบว่าเรามี พ.ร.บ.เทศบาล ซึ่งครอบคลุมเกือบทุกพื้นที่ของประเทศ สามารถมีสิทธิให้ทำประชามติในเรื่องต่างๆ ไม่จำเป็นต้องเข้าชื่อเพื่อขอจัดทำประชามติตามร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นที่ประชุมลงมติเห็นชอบมาตรา 11 ยืนตาม กมธ.เสียงข้างมาก ด้วยคะแนน 347 ต่อ 154 งดออกเสียง 1 ไม่ลงคะแนน 2 เสียง &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98631</URL_LINK>
                <HASHTAG>5 หมื่น, นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย, ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210407/image_big_606d452414713.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
