<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>89654</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/01/2021 09:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/01/2021 09:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ระทึก!ลุ้นศาลปค.สูงสุดชี้ขาดการบริหารกองทุนกบข.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ม.ค.2564 - &amp;nbsp;ในเวลา 10.45 น. วันพฤหัสบดีที่ 14 ม.ค.ศาลปกครองกลางนัดอ่านคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด ในคดีหมายเลขดำที่ 1079/2552 คดีหมายเลขแดงที่ 2266/2555 ระหว่างนายสุริยนต์ สุวรรณวงศ์ ที่ 1 กับพวกรวม 111 คน (ผู้ฟ้องคดี) กับกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการที่ 1 กับพวกรวม 3 คน (ผู้ถูกฟ้องคดี) คดีพิพาทเกี่ยวกับการที่หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย และการกระทำละเมิดอันเกิดจากการใช้อำนาจตามกฎหมาย ณ ห้องพิจารณาคดี 7 ชั้น 3 อาคารศาลปกครอง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้นายสุริยนต์ฟ้องว่ากองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) ที่ 1 กับพวกรวม 3 คน ดำเนินงานโดยการนำเงินสะสมของสมาชิกไปลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูง เมื่อประสบภาวะผลประกอบการขาดทุนกลับมีการผลักภาระดังกล่าวไปยังสมาชิก โดยการเฉลี่ยหักจากจำนวนเงินผลประโยชน์ของสมาชิก กรณีจึงเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เป็นเหตุให้ผู้ฟ้องคดีได้รับความเสียหาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีนี้ ศาลปกครองชั้นต้นมีคำพิพากษายกฟ้อง เนื่องจากพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ได้ปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ในการบริหารกองทุนของปี 2561 รวม 6 ประการ เช่น ในช่วงปลายปี 2551 การลดการลงทุนในตราสารทุนไทยลงเหลือเพียงร้อยละ 9.25 การชะลอการลงทุนในสินทรัพย์ต่างประเทศ การกำหนดให้ลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลแทนการลงทุนในหุ้น เป็นต้น มาตรการเหล่านี้เห็นได้ว่าเป็นไปเพื่อแก้ไขปัญหาความเสี่ยงในการลงทุนในตราสารทุนในภาวะเศรษฐกิจผันผวน เมื่อพิจารณาในส่วนของผู้ฟ้องคดีทั้งหมด ผู้ฟ้องคดียังคงได้รับเงินต้นในเงินทั้งสี่ประเภทครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนด คงมีเฉพาะผลประโยชน์ของเงินต้นทั้งสี่ประเภทที่มีมูลค่าลดลง ซึ่งเป็นมูลค่าตามความเป็นจริงตามมูลค่าสินทรัพย์ในราคาตลาด เห็นได้ว่า การบริหารกองทุน กบข. ที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ได้ดำเนินการในปี 2551 เป็นการบริหารกองทุนโดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว อีกทั้งไม่มีกรณีที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ได้นำจำนวนผลประโยชน์ที่ผู้ฟ้องคดีอาจได้รับหากพ้นจากสมาชิก กบข. ในปี 2551 ซึ่งติดลบไปคำนวณหักจากผลประโยชน์ที่แสดงให้เข้าใจว่า ผู้ฟ้องคดีทั้ง 111 คนได้รับจัดสรรผลประโยชน์เสร็จสิ้นแล้ว ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 จึงไม่มีหน้าที่ต้องคืนเงินที่เป็นตัวเลขแสดงผลประโยชน์ พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี ให้ผู้ฟ้องคดีทั้ง111 คน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89654</URL_LINK>
                <HASHTAG>กบข., กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ, นายสุริยนต์ สุวรรณวงศ์, ศาลปกครองสูงสุด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180306/image_big_5a9e1c513b8ed.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
