<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119988</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/10/2021 16:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/10/2021 16:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘สุริยะใส’อัพเดทอาการ’อ.สมเกียติ’ขอพวกเราส่งกำลังใจให้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพ fb:สุริยะใส กตะศิลา&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;17 ต.ค.64-นายสุริยะใส กตะศิลา อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย(พธม.) โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวระบุว่า ผมกับพี่พิภพ และแม่แอ๊ว รัชนี ธงไชย มาเยี่ยม อาการของ อ.สมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ที่ รพ.กรุงเทพ-ราชสีมา (โคราช) อาการล่าสุด (15.40 น) อาจารย์ขยับตัวได้นิดหน่อย แขนข้างซ้ายขยับได้บ้าง ได้มากกว่าข้างขวา และสามารถขยับเปลือกตาได้บ้าง ผมได้วีดีโอคอล แล้วส่งกำลังใจให้อาจารย์ เหมือนอาจารย์จะพยายามขยับเอียงฟังผมพูด ซึ่งอาจเป็นการตอบสนองทั่วไปเท่านั้น&amp;nbsp;พี่หน่อย และลูกๆ บอกว่าอาการ ก็ยังน่าห่วงอยู่ ใช้เครื่องช่วยหายใจตลอด ภาพรวมยังไม่ได้ดีขึ้น ก็คงต้องรอแพทย์ผู้รับผิดชอบจะวินิจฉัยอย่างไรผมจะอัพเดทอาการเรื่อยๆครับ ขอพวกเราส่งกำลังใจให้อาจารย์หายเป็นปกติโดยเร็วครับ ขอบคุณครับ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119988</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายสุริยะใส กตะศิลา, อ.สมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์, อดีตแกนนำ พธม.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211017/image_big_616be6be35ddd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71208</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/07/2020 15:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/07/2020 15:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สุริยะใส&#039;เสนอทางออกปมนิคมอุตสาหกรรมจะนะต้องสร้างหลักประกันการพัฒนาที่ยั่งยืน หยุดความเหลื่อมล้ำ-รวยกระจุกจนกระจาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ก.ค.63- นายสุริยะใส กตะศิลา คณบดีวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กปัญหานิคมอุตสาหกรรมจะนะกับนโยบาย &amp;#39;รวมไทย สร้างชาติ&amp;#39;ของนายกรัฐมนตรี &amp;nbsp;โดยระบุว่า ข้อพิพาทในกรณีปัญหาการก่อสร้างนิคมอุตสาหกรรม อ.จะนะ จ.สงขลา ในขณะนี้ได้กลายเป็นประเด็นปัญหาที่อาจลุกลามกลายเป็นความแตกแยกของประชาชนในภาคใต้ได้ถ้าไม่ระมัดระวัง และไม่คำนึงถึงเสียงของประชาชนทุกฝ่ายอย่างแท้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพราะเท่าที่ติดตามดูภาครัฐยังมีท่วงทำนองเก่าๆ (old normal) ที่จะดำเนินโครงการให้เบ็ดเสร็จจนอาจละเลยเสียงคัดค้านและเสียงที่ไม่เห็นด้วยจากชาวบ้านในพื้นที่ ซึ่งยังมีประเด็นคำถามที่ภาครัฐยังไม่ได้ตอบคำถามอย่างกระจ่างไม่ว่าจะเป็นประเด็นปัญหาการมีส่วนร่วมในโครงการอย่างแท้จริงของคนในพื้นที่ ความโปร่งใสธรรมาภิบาลของโครงการ รวมทั้งผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับทรัพยากรชายฝั่ง เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราต้องยอมรับและเรียนรู้ถึงบทเรียนการพัฒนาที่สร้างปัญหาหลายทศวรรษที่ผ่านมา ทำให้สังคมไทยกลายเป็นสังคมที่มีความเหลื่อมล้ำอันดับ 3 ของโลก &amp;nbsp;แต่ยังใช้วิธีการจัดการความขัดแย้งแบบเดิมๆ เช่น กล่าวหาชาวบ้านผู้เห็นต่างว่าเป็นพวกขัดขวางการพัฒนาบ้าง เป็นผู้ที่อยู่นอกพื้นที่รับจากมาประท้วงบ้าง เป็นพวกเสียประโยชน์บ้างหรือใช้วิธีการคุกคามเพื่อแกนนำบ้าง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งวิธีการแบบนี้ยังตอกย้ำการพัฒนาในวิถีเดิม วิถีแห่งความล้มเหลวและไม่ใช่การพัฒนาในวิถีใหม่ (new normal) ไม่สอดคล้องกับยุคที่ท่านนายกฯ พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา พยายามชูนโยบาย&amp;nbsp;&amp;#39;รวมไทย สร้างชาติ&amp;#39; แต่อย่างใดและดูเหมือนมันไปกันไม่ได้กับวิธีการจัดการที่เป็นอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความจริงก็คือไม่ว่าจะเป็นฝ่ายใดก็ตามไม่มีใครอยากหยุดนิ่งย้ำอยู่กับที่และปฏิเสธการพัฒนาเพียงแต่ต้องสร้างหลักประกันให้กับทุกฝ่ายว่าการพัฒนาจากนี้ไปต้องไม่มีคน &amp;#39;ได้ร้อยเสียร้อย&amp;#39;และต้องเป็นการพัฒนาที่ยั่งยืน หยุดปัญหาความเหลื่อมล้ำ รวยกระจุกจนกระจายอย่างแท้จริงด้วย.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71208</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายสุริยะใส กตะศิลา, อุตสาหกรรมจะนะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180429/image_big_5ae594602fdaf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65586</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/05/2020 21:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/05/2020 21:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;สุริยะใส&#039;เปิดมุมมอง&#039;ข้อดี-ข้อเสีย&#039; เรียนออนไลน์ให้เท่าทันการศึกษายุค New normal</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 พ.ค.63 -นายสุริยะใส กตะศิลา คณบดีวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก โดยมีเนื้อหาดังนี้ เล่าสู่กันฟัง : ข้อดี-ข้อเสียของ การเรียนออนไลน์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ก่อน Covid-19 แพร่ระบาด โลกของการศึกษาก็กำลังถูก Disruption อย่างรุนแรง เป็นทั้งวิกฤติและโอกาส สถาบันการศึกษาปรับตัวกันอย่างเข้มข้น ใครไม่ปรับหรือปรับไม่ทันก็ไม่มีที่อยู่ที่ยืนกันไปเลยทีเดียว ไม่ทันไร โดน Covid เข้ามาถล่มอีก ทำให้การเรียนการสอนผ่านออนไลน์ (online learning) กลายเป็นปรากฎการณ์การศึกษาสมัยใหม่ไปแล้ว ผมก็หนีไม่พ้นถูก disrupt ไปกับเขาด้วย วันนี้เลยจะขอแลกเปลี่ยนประสบการณ์การสอนผ่านออนไลน์ที่มีทั้งข้อดีและข้อเสียดูนะครับ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ข้อดี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;1.นักศึกษาเข้าเรียนเกือบ 100% ทุกคาบ เพราะการเรียนในชั้นเรียนปกติมักจะพบปัญหานักศึกษาขาดเรียนหรือโดดเรียน สารพัดข้ออ้างจริงเท็จบ้างก็มี แต่พอเรียนออนไลน์ แม้ป่วยไม่หนักหนาสาหัสก็ยังสามารถเปิดอินเตอร์เน็ตโปรแกรมเข้าเรียนได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;2.เข้าเรียนตรงเวลามากขึ้น เพราะไม่ต้องเดินทาง ไม่มีความเสี่ยงเรื่องปัญหาจราจร พอถึงเวลาใครที่ยังไม่ log in เข้ามาก็โทรถามไถ่ตามตัวได้ว่านักศึกษามีปัญหาอะไร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;3.เรียนไปด้วย ช่วยงานที่บ้านไปด้วยก็ได้ หรือดูแลผู้ปกครองพ่อแม่ ที่อาจจะป่วยอยู่ที่บ้านด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;4.ลดภาระค่าใช้จ่าย อันนี้แน่นอนครับไม่ต้องมาเช่าหอพัก ไม่ต้องเดินทาง และไม่ต้องมากินข้าวนอกบ้านหรืออาจโดนเพื่อนชวนไปเที่ยวกันต่อก็ได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;5.กลับมาเรียนซ้ำ เรียนชดเชยได้ เพราะทุกโปรแกรมออนไลน์สามารถบันทึกระหว่างเรียนไว้ได้ เรียนแล้วไม่เข้าใจสามารถกดย้อนกลับมาดูได้ คนที่ขาดเรียนก็มาเรียนย้อนหลังได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;6.อยู่ที่ไหนก็เรียนได้ ขอให้มีอินเตอร์เน็ต ช่วงไวรัส Covid-19 แพร่ระบาดนักศึกษาบางคนไปเป็น อาสาสมัครช่วยชุมชนในจังหวัดต่างๆ ก็ทำหน้าที่เป็นนักวิจัย เก็บข้อมูลมาเสนอให้เพื่อนที่อยู่จังหวัดอื่นได้เห็นได้ฟังสดๆกันไปเลยก็มี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;7.กล้าและมั่นใจได้การแสดงความคิดเห็นมากขึ้น เพราะไม่ต้องแสดงตัวตน อากัปกิริยาหน้าชั้นเรียนหรือในห้องเรียน ไม่จำเป็นต้องเปิดเผยตัวตนทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;8.เชิญแขกหรือวิทยากรได้ง่ายและมีคุณภาพขึ้น เพราะเมื่อเป็นมนุษย์โซเชียล ก็ตอบรับคำเชิญง่ายแค่ log in เข้าโปรแกรม ก็ทำหน้าที่เป็นวิทยากรได้เลย ไม่ต้องจ่ายค่าวิทยากรหรือเสียเวลาเดินทางมาห้องเรียนด้วยซ้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;9.การสนับสนุนระหว่างเรียนคล่องตัว ยืดหยุ่นและมีประสิทธิภาพสูงขึ้นมาก เช่น การเปิด slide powerpoint youtube ฯลฯ ประกอบการบรรยายทำได้ตลอดเวลา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;10.บางวิชาผู้ปกครองขอนั่งเรียน นั่งฟังไปด้วย เป็น home school อีกรูปแบบหนึ่งก็ว่าได้ อันนี้ผมเจอมาแล้ว นักศึกษาบางคนอาจารย์ครับผมขออนุญาตให้คุณพ่อคุณแม่นั่งฟังด้วยนะครับ แค่ฟังไม่พอครับผู้ปกครองขอแลกเปลี่ยนด้วยก็สนุกและตื่นเต้นไปอีกแบบครับ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ข้อเสีย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;1.ต้องเข้มงวด เช่น ต้องเปิดกล้องสดๆ ตลอดเวลา เพราะอาจมีบ้างที่นักศึกษาปิดกล้อง โชว์รูปนิ่งแล้วหนีไปทำอย่างอื่นหรือไม่ตั้งใจเรียน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;2.การพัฒนาความสัมพันธ์ แลกเปลี่ยนประสบการณ์โดยตรง กับอาจารย์และเพื่อนๆนักศึกษาทำได้ยากกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;3. อาจต้องจ่ายค่าซอฟต์แวร์ที่อัพเดตเพื่อเข้าถึงโปรแกรมออนไลน์หรือจ่ายเงินเพิ่มเพื่ออัพเกรดเป็นอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง หรือต้องพัฒนาทักษะในการใช้แต่ละโปรแกรมตลอดเวลา (technology skills)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;4.ตรวจสอบความสงสัยและความเข้าใจของนักศึกษาอาจทำได้ยากกว่าเพราะในห้องเรียนสามารถกุมสภาพได้ละเอียดกว่าว่าใครทำหน้ามึนงง สงสัย หรืออยากถามแต่ไม่กล้าถาม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;5.การสร้างแรงจูงใจ (motivation) ในห้องเรียนปกติทำได้ดีกว่า กระตุ้นได้ดีกว่า เพราะเป็นการเผชิญหน้ากันทำให้เห็นสภาพความพร้อมหรือไม่พร้อมของนักศึกษาแต่ละคนได้ละเอียดกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;เอาเข้าจริงๆ ข้อดีและข้อเสียอาจจะมีมากกว่าที่ผมเล่าซึ่งมาจากประสบการณ์โดยตรงเฉพาะตัวของผมนะครับ
ผมคิดว่าถึงที่สุดแล้วเราไม่ควรเลือกแบบใดแบบหนึ่ง
ระหว่างการเรียน (online learning) กับการเรียนแบบปกติ (usual instruction) แม้แต่นักศึกษาจำนวนมากที่ผมสอบถามก็ยังอยากมาเรียนที่มหาวิทยาลัย เพราะได้พบปะเพื่อน อาจารย์แบบ face to face
ถ้าต้องเลือกผมจึงขอเลือกใช้แบบผสมผสาน (blended) จะทำให้การศึกษายุค New normal มีคุณภาพ ทันสมัยและรับมือกับการเปลี่ยนแปลงได้อย่างเท่าทันครับ.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65586</URL_LINK>
                <HASHTAG>new normal, นายสุริยะใส กตะศิลา, ม.รังสิต, เรียนสอนผ่านออนไลน์, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200510/image_big_5eb8110d1077d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39773</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/06/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/06/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สุริยะใส-พิภพ แชร์ชีวิตในคุก ท่องแดนวีไอพี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;สุริยะใส-พิภพ&amp;rdquo; แชร์ประสบการณ์ติดคุก 3 เดือน แดนวีไอพีมี 4-5 บ้านใหญ่ เศรษฐศาสตร์ในเรือนจำสร้างรายได้ดี ทำนักโทษบางคนไม่อยากพ้นเรือนจำ จ่อเข้าพบ รมว.ยุติธรรมเรียกร้องปฏิรูประบบยุติธรรม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 29 มิ.ย.62 เวลา 13.00 น. ที่มหาวิทยาลัยรังสิต สถาบันปฏิรูปประเทศไทยร่วมกับวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม จัดเวทีเสวนาเรื่องปฏิรูประบบยุติธรรม เสียงสะท้อนจากเรือนจำ โดยนายสุริยะใส กตะศิลา และนายพิภพ ธงไชย อดีตแกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และอดีตผู้ต้องโทษจำคุก ในคดีบุกรุกปิดล้อมทำเนียบรัฐบาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุริยะใสถ่ายทอดประสบการณ์ในเรือนจำว่า &amp;nbsp;การเข้าไปติดคุกเป็นเวลาเกือบ 3 เดือน ทำให้รู้ว่าคนติดคุกไม่ใช่โจรหรืออาชญากรที่คนข้างนอกจะไม่ร่วมสังฆกรรมด้วย วันแรกที่ถูกใส่กุญแจมือนำตัวไปเรือนจำตนถึงกับน้ำตาคลอ แต่สิ่งที่ทำให้รู้สึกเหมือนทำสงครามในใจและต้องสู้กับตัวเองคือ วันแรกที่ต้องเปลี่ยนไปใส่ชุดนักโทษ เยี่ยมญาติวันแรก และวันที่ต้องเบิกตัวออกศาล ซึ่งนักโทษต้องใส่โซ่ตรวนหรือกุญแจมือ อาหารในเรือนจำเป็นระบบผูกขาด มีนักโทษเป็นผู้ปรุง ทำให้รสชาติกินยาก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้าต้องการเมนูพิเศษนอกเหนือจากเมนูทั่วไป อาทิ ข้าวไข่เจียว กะเพราะหมูยอ ก็ต้องใช้วิธีพิเศษเป็นเศรษฐศาสตร์ในคุกที่นักโทษหาช่องทางบริหารจัดการกันเอง ทำให้นักโทษบางคนไม่อยากพ้นโทษเพราะมีรายได้ในเรือนจำสูงถึง 40,000 บาทต่อเดือน รายได้มาจากค่าจ้างซักผ้าผืนละ 15 บาท และค่าอำนวยความสะดวกอื่นๆ แม้เรือนจำจะมีระเบียบห้ามนักโทษถือเงินสด โดยนักโทษเข้าใหม่ญาติต้องเปิดบัญชีเงินฝากให้ การใช้จ่ายจะต้องสแกนนิ้วมือ ค่าอำนวยความสะดวกต่างๆ ญาติจะจ่ายกันข้างนอก โดยจะโอนเงินเข้าบัญชีให้กับเพื่อนผู้ต้องขัง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาเผยว่าในเรือนจำมีทั้งมุมขาวและดำ มีอาชญากรตัวจริง นักค้ายา มือปาระเบิดใส่ม็อบ กปปส. หรือคนคิดต่างทางการเมือง ตนได้เจอกับนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ, นายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม อดีตปลัดกระทรวงคมนาคม ในคุกทุกคนมีสถานะเดียวกันคือเป็นนักโทษ ไม่มีใครได้สิทธิพิเศษ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;87 วันที่ติดคุก ไม่เคยได้สัมผัสห้องแอร์ ผมจัดเลี้ยงวันเกิดในเรือนจำ เลี้ยงอาหารนักโทษทั้งแดน เป็นงานเลี้ยงวันเกิดที่แพงที่สุด ภายในแดน 1 หรือแดนแรกรับ ซึ่งจัดเป็นแดนวีไอพี มีอยู่ 4-5 บ้าน ได้แก่ กลุ่มของคุณสัมฤทธิ์ บัณฑิตกฤษดา หรือเสี่ยบิ๊ก คดีทุจริต สกสค. อดีตประธานสโมสรเพื่อนตำรวจ คุณธาริต คุณสุพจน์ กลุ่มอดีตเจ้าคุณคดีเงินทอนวัด และกลุ่มแกนนำพันธมิตรฯ&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุริยะใสเสนอให้มีคุกนักโทษการเมือง คุกยาเสพติด หรือคุกสำหรับผู้สูงอายุ เพื่อจำแนกผู้ต้องขังให้เหมาะสมกับการกระทำความผิด ส่วนตัวมองว่าการสูญเสียอิสรภาพเป็นความทุกข์สูงสุด ทำให้คุณค่าความเป็นคนหายไปครึ่งหนึ่ง หลายคนตั้งคำถามว่าจะปฏิรูปคุกได้หรือไม่ แค่ทำให้ห้องน้ำสะอาด นอนสบาย อาหารอร่อย ซึ่งอาจต้องเปลี่ยนทัศนคติสังคมภายนอกด้วยว่า การลงโทษอย่างไรจึงจะเหมาะควร ไม่ถึงขนาดต้องเปลี่ยนให้เป็นคุกแบบประเทศนอร์เวย์ ที่มีห้องออกกำลังกาย มีเกมให้เล่น เพราะญาติผู้เสียหายได้เห็นจะรับได้หรือไม่ เรื่องคุกจึงไม่ใช่ภาระของราชทัณฑ์อย่างเดียว แต่เป็นเรื่องที่คนในสังคมต้องร่วมมือกันให้ผู้พ้นโทษมีที่อยู่ที่ยืน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวอีกว่า ระบบยุติธรรมมีความพิกลพิการจนทำให้คนถูกส่งเข้ามาติดคุกจำนวนมหาศาล โดยเฉพาะคนจนที่ไม่สามารถจ้างทนายเก่งๆ ที่มีประสบการณ์ บางคนถูกตำรวจตั้งข้อหาเกินจริงหรือบางคดีถึงขั้นยัดข้อหา แม้จะมีกองทุนยุติธรรมให้ความช่วยเหลือ แต่ก็ไม่เพียงพอ การเข้าไม่ถึงกระบวนการยุติธรรมทำให้เกิดสภาพคนล้นคุก ถ้าแก้ปัญหาที่ต้นทางได้จำนวนผู้ต้องขังจะลดลงได้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายพิภพกล่าวว่า ระเบียบเรือนนอนปิดประตูเวลา 15.30 น. จากนั้นกุญแจจะถูกนำไปเก็บนอกแดน สิ่งที่นักโทษระวังมากที่สุดคือต้องไม่เจ็บป่วยเวลากลางคืน เพราะกว่าจะเบิกกุญแจมาเปิดแดนได้ต้องใช้เวลานาน ตนจึงเรียกร้องให้ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม และเตรียมจะเสนอความเห็นกับว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ให้แก้ระเบียบเรือนจำให้ปรับชั้นนักโทษทุกเดือนเพื่อสร้างกำลังใจให้กับผู้ต้องขัง เปลี่ยนเรือนจำให้เป็นมหาวิทยาลัย และไม่ควรนำคนสูงอายุหรือผู้ต้องขังระหว่างการพิจารณาคดีมาขังคุก แต่ควรควบคุมด้วยกำไลอิเล็กทรอนิกส์ จนทำให้เกิดปัญหาคนล้นคุก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับปัญหาการกระทำผิดซ้ำเกิดจากผู้ที่มีประวัติต้องโทษจะถูกปฏิเสธงาน เป็นทัศนคติแง่ลบของสังคมภายนอก จนทำให้นักโทษไม่มีที่ยืนจนต้องวนเวียนเข้า-ออกเรือนจำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;นักการเมืองไม่เคยสนใจสภาพคุก ไม่เคยเพิ่มงบประมาณให้เรือนจำ ขณะที่คำตัดสินของศาลส่งคนเข้าคุกเป็นจำนวนมาก นักโทษจะมีความสุขที่สุดคือตอนเช้าเมื่อประตูเรือนนอนถูกเปิดออก คนเราจะมีความสุขเมื่อได้กินอาหารอร่อยและอยู่สบาย แต่ทั้งหมดกรมราชทัณฑ์แก้ไม่ได้ ต้องเปลี่ยนทัศนคติของสังคมภายนอกด้วย ทั้งนี้ ขอเสนอให้สถาบันการศึกษาเปิดหลักสูตร &amp;ldquo;คุกศึกษา&amp;rdquo; เอาผู้พ้นโทษ ผู้คุม ทนายความ อัยการ ผู้พิพากษา และตำรวจมาเรียน เพราะตำรวจและทนายประจำศาลซึ่งมักจะแนะนำให้ผู้ต้องหารับสารภาพ เพื่อปิดคดีได้เร็ว ทั้งนี้ มองว่ากระบวนการยุติธรรมมีปัญหาให้ต้องปรับปรุงหลายส่วน เพราะระบบแบบเดิมส่งผลให้เรือนจำแออัด นอกจากนี้เสนอให้มีนักจิตวิทยาในเรือนจำ เพื่อแก้ไขและบำบัดความกังวลของนักโทษ&amp;rdquo; นายพิภพกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39773</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายพิภพ ธงไชย, นายสุริยะใส กตะศิลา, ปฏิรูประบบยุติธรรม, มหาวิทยาลัยรังสิต, หนังสือพิมพ์, อดีตแกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย, เสียงสะท้อนจากเรือนจำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190629/image_big_5d17799febdbd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>35485</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/05/2019 11:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/05/2019 11:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คืนสู่อิสรภาพ!5แกนนำพันธมิตรฯได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 พ.ค .62 - เมื่อเวลา 09.50น.ที่หน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร &amp;nbsp;แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.)ซึ่งถูกศาลฎีกาพิพากษาจำคุกเป็นเวลา 8 เดือน ในคดีบุกรุกทำเนียบรัฐบาล ระหว่างการชุมนุมขับไล่รัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช และรัฐบาลนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ในปี 2551 ประกอบด้วย &amp;nbsp;นายพิภพ ธงไชย นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ &amp;nbsp;นายสมศักดิ์ โกศัยสุข &amp;nbsp;และ นายสุริยะใส กตะศิลา ได้รับการปล่อยตัวออกจากเรือนจำแล้ว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาเวลา 10.50 น.ที่หน้าโรงพยาบาลราชทัณฑ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง ได้รับการปล่อยตัวออกมาเช่นกัน &amp;nbsp;หลังจากแกนนำทั้งหมด ได้รับพระราชทานอภัยโทษปล่อยตัวเนื่องในโอกาสพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ยกเว้นนายสนธิ ลิ้มทองกุล ที่ถูกพิพากษาจำคุกในคดี พ.ร.บ.ตลาดหลักทรัพย์ด้วย แต่ก็ได้รับการลดโทษตามสัดส่วน.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35485</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายสุริยะใส กตะศิลา, พระราชทานอภัยโทษ, พลตรีจำลอง ศรีเมือง, เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร, แกนนำกลุ่มพันธมิตรฯ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190510/image_big_5cd500544c9c4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>35481</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/05/2019 10:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/05/2019 10:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กลุ่มพธม.แห่รับ5แกนนำออกจากคุก ราชทัณฑ์เตรียมแผนรองรับผู้ได้รับอภัยโทษ3-5หมื่นคน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
10พ.ค.62-เมื่อเวลา08.30 ที่ด้านหน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพ กลุ่มผู้สนับสนุนพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ทยอยเดินทางมายังที่หน้าเรือนจำตั้งแต่ช่วงเช้า เพื่อรอรับแกนนำ 5 ราย พล.ต.จำลอง ศรีเมือง ,นายพิภพ ธงไชย &amp;nbsp;, นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ , นายสมศักดิ์ โกศัยสุข &amp;nbsp;และนายสุริยะใส กตะศิลา ที่จะได้รับพระราชทานอภัยโทษปล่อยตัวออกจากเรือนจำ ในเวลา 10.00น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านพ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยว่า เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานอภัยโทษแก่ผู้ต้องราชทัณฑ์ทั่วประเทศที่ความประพฤติดีให้ได้รับการลดหย่อนผ่อนโทษ และปล่อยตัว เพื่อให้โอกาสแก่บุคคลเหล่านั้นกลับตนเป็นพลเมืองดี อันจะเป็นประโยชน์แก่ประเทศชาติสืบไป ตามพระราชกฤษฎีกา พระราชทานอภัยโทษ พ.ศ.2562 ถือเป็นพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงพระราชทานแก่ผู้ต้องราชทัณฑ์ และเป็นโอกาสอันสำคัญที่เรือนจำและทัณฑสถานทั่วประเทศ จะได้นำผู้ต้องราชทัณฑ์ที่ได้รับพระราชทานอภัยโทษ รวมถึงครอบครัวญาติพี่น้องของผู้ต้องราชทัณฑ์ ร่วมถวายความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวว่า ในวันนี้ที่บริเวณหน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ตนได้เดินทางไปเป็นประธาน ฝ่ายฆราวาส &amp;nbsp;ในการบรรพชาสามเณรหมู่ให้กับผู้ต้องขังที่ได้รับพระราชทานอภัยโทษรวม 20 ราย ที่สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และขอบวชเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความสุขที่มีญาติพี่น้องมารอรับ สำหรับการปล่อยตัวกลับบ้านของทุกเรือนจำ จะได้มีการตั้งโต๊ะหมู่บูชา และพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อให้ผู้ที่ได้รับพระราชทานอภัยโทษ และญาติมิตรได้ร่วมถวายสักการะ และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ตลอดจนจะตั้งใจทำความดีสนองคุณพระองค์ท่านและแผ่นดิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.ณรัชต์ กล่าวด้วยว่า การพระราชทานอภัยโทษในครั้งนี้ กรมราชทัณฑ์คาดว่า จะมีผู้ที่ได้รับการปล่อยตัวประมาณ 3-5 หมื่นคน และได้รับการลดโทษอีกจำนวนมาก โดยกรมราชทัณฑ์ ได้ดำเนินการเตรียมความพร้อม &amp;nbsp;ก่อนปล่อย ได้แก่ การให้การศึกษา การพัฒนาจิตใจและส่งเสริมศีลธรรมจรรยาด้วยหลักสูตรสัคคสาสมาธิ &amp;nbsp; &amp;nbsp;ของหลวงพ่อวิริยังค์ สิรินธฺโร และการฝึกอบรมวิชาชีพในหลักสูตรระยะสั้นเพื่อเตรียมตัวกลับสู่สังคมได้อย่างมีคุณภาพ
นอกจากนี้ หลังจากพ้นโทษแล้ว ยังได้เตรียมแผนรองรับการช่วยเหลือผู้พ้นโทษ ซึ่งได้บูรณาการเครือข่ายภาครัฐ และสังคม ได้แก่ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงแรงงาน และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อติดตาม ดูแล และช่วยเหลือบุคคลเหล่านี้มิให้กลับไปกระทำผิดซ้ำอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;กรมราชทัณฑ์เชื่อว่า กระบวนการเตรียมความพร้อมก่อนปล่อย และเครือข่ายภาคสังคมที่เข้ามามีส่วนร่วมในครั้งนี้ จะสามารถทำให้ผู้พ้นโทษได้กลับสู่สังคมได้อย่างปกติสุข และหวังว่าสังคม ตลอดจนผู้ประกอบการหรือห้างร้านบริษัทต่างๆ จะให้โอกาสผู้พ้นโทษเข้าทำงานร่วมให้กำลังใจและเปิดใจยอมรับผู้ก้าวพลาด ให้ได้กลับตัวเป็นคนดีของสังคม เพื่อไม่ให้เขาเหล่านั้นหวนกลับไปกระทำผิดซ้ำอีก&amp;quot;พ.ต.อ.ณรัชต์ กล่าว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับนักโทษในเรือนจำกลุ่มลาดยาวที่จะทำการปล่อยผู้ต้องขังที่ได้รับอภัยโทษรอบแรก ในวันที่ 10 พ.ค 62 มีจำนวนทั้งสิ้น 670 ราย &amp;nbsp;ประกอบด้วยเรือนจำพิเศษกรุงเทพ &amp;nbsp;238 คน ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณท์ 72 ราย ทัณฑสถานหญิงกลาง 218 คน เรือนจำกลางคลองเปรม 49 คน ทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลาง 102 คน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35481</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย, ขอพระราชทานอภัยโทษ, นายสุริยะใส กตะศิลา, พ.ต.อ.ณรัชต์  เศวตนันทน์, พล.ต.จำลอง ศรีเมือง, เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190510/image_big_5cd4ea2cf30b3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>29048</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/02/2019 16:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/02/2019 16:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สุริยะใส&#039;ขอบคุณทุกกำลังใจ ทำดีที่สุดแล้ว อย่าหมดศรัทธา </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13ก.พ.62- &amp;nbsp;สุริยะใส กตะศิลา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วน หลังฟังคำพิพากษาศาลฎีกาคดีพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยบุกทำเนียบรัฐบาล เมื่อปี 2551 ว่า ขอบคุณทุกกำลังใจจากพี่น้องพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยและพี่น้องมวลมหาประชาชนทุกคนครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พวกเราทำดีที่สุดแล้ว อย่าหมดศรัทธา อย่าสิ้นหวัง ประเทศยังต้องการกำลังของแผ่นดินแบบพวกเราอยู่เสมอ
ผมไม่เสียใจ แค่เสียดาย ว่าไม่ได้อยู่ร่วมภารกิจเพื่อขาติบ้านเมืองกับพี่น้องในสถานการณ์ที่บ้านเมื่องยังไม่ปลอดภยดีนัก และประชาธิปไตยยังถูกบิดเบือนอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พวกเราต้องข่วยกันต่อไป ขอให้พี่น้องทั้งพันธมิตรฯและมวลมหาประชาชนเดินหน้ารักษาบ้านเมืองช่วยกันต่อไปครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29048</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย, ขอบคุณ, นายสุริยะใส กตะศิลา, อย่าหมดศรัทธา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190213/image_big_5c63e53020164.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
