<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>85593</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/12/2020 10:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/12/2020 10:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สุวพันธุ์&#039;ชี้ม็อบ3นิ้วจาบจ้วง หยาบคาย ล้อเลียน ล่วงละเมิดต่อสถาบัน ด้อยค่าตัวเอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ธ.ค.63- นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ สมาชิกวุฒิสภา &amp;nbsp;ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญการพิทักษ์และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ วุฒิสภา พร้อมคณะ รับหนังสือจากตัวแทนที่ประชุมสภาคณาจารย์และข้าราชการแห่งประเทศไทย (ทปทส.) เพื่อแสดงความห่วงใยต่อสถานการณ์บ้านเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุวพันธุ์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังถึงกรณีการดำเนินคดี มาตรา 112 กับผู้ชุมนุม ว่า เป็นเรื่องของบ้านเมืองที่จะพิจารณา เข้าใจว่าบ้านเมืองคงดูสถานการณ์ว่ามาถึงขั้นนี้แล้วเป็นอย่างไรบ้าง เชื่อว่าทุกฝ่ายไม่อยากใช้ แต่ก็ต้องมีเพดานในการแสดงออก มีการจำกัดว่าแค่ไหน อะไรที่มากเกินไป ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ต้องดำเนินการ ถ้าไม่ดำเนินการเขาก็ผิด การชุมนุมเรียกร้องทางการเมืองเป็นสิทธิเสรีภาพ แต่ก็ต้องไม่คุกคามสิทธิเสรีภาพผู้อื่นด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;อะไรที่เกี่ยวข้องกับสถาบันพระมหากษัตริย์ควรที่จะมีความระมัดระวัง ทุกวันนี้เราเห็นการจาบจ้วง หยาบคาย ล้อเลียน และล่วงละเมิดต่อสถาบัน กระทบกระเทือนจิตใจและสังคมโดยรวม ขณะเดียวกันก็ทำให้การชุมนุมทางการเมืองด้อยค่าตัวเองลงไป ซึ่งไม่ได้สร้างผลดีต่อทุกฝ่าย จุดยืนของกมธ. คือ สถาบันพระมหากษัตริย์อยู่เหนือการเมือง เป็นศูนย์รวมจิตใจของคนไทย&amp;rdquo; ประธานกมธ.เทิดทูนสถาบันฯ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงกรณีนายสุลักษณ์ ศิวรักษ์ หรือ &amp;ldquo;ส.ศิวรักษ์&amp;rdquo; ชี้ว่าการดำเนินคดี มาตรา 112 ขัดกับรับสั่งของรัชกาลที่ 9 นั้นนายสุวพันธ์ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจเขาคิดรอบคอบแล้ว แต่ไม่ทราบว่า ส.ศิวรักษ์ เขาคิดจากฐานอะไร แต่ตนมองอย่างตรงไปตรงมา เมื่อตำรวจดำเนินการเขาได้ใช้ดุลยพินิจแล้ว สังเกตหรือไม่ว่าตั้งแต่มีการชุมนุม ตำรวจหลีกเลี่ยงมาโดยตลอด แต่เมื่อมาถึงจุดหนึ่ง ต้องหาคำตอบเองว่าทำไมตำรวจจึงตัดสินใจใช้ มาตรา 112 กับผู้ชุมนุม การชุมนุมเกินระดับไปใช่หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามต่อว่าถึงเวลานี้สมควรดำเนินคดี มาตรา 112 กับผู้ชุมนุมแล้ว ใช่หรือไม่ นายสุวพันธ์ กล่าวว่า &amp;ldquo;จากสิ่งที่ผมเห็น ฝ่ายผู้ชมุนุมใช้สิทธิเสรีภาพเกินระดับที่เหมาะสมและถูกต้อง&amp;rdquo;.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/85593</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ, ม.112, ส.ว.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201201/image_big_5fc5b9c5e9ad0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>80149</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/10/2020 14:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/10/2020 14:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สุวพันธุ์&#039;ซัดพวกแตะต้องสถาบันล่วงล้ำ-ไม่บังควรบีบคั้นหัวใจคนไทยกว่าสิบล้าน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ต.ค.63-นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ สมาชิกวุฒิสภา(สว.) ในฐานะประธานกรรมาธิการวิสามัญการพิทักษ์และเทิดทูน สถาบันพระมหากษัตริย์ วุฒิสภา &amp;nbsp;เปิดเผยว่า ตนขอพูดความรู้สึกในใจในวาระพิเศษเพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จ พระบรมชนการธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่มีต่อปวงชนชาวไทยมา อย่างยาวนานและไม่มีที่สิ้นสุด แม้พระองค์ท่านจะจากพวกเราไปแล้วก็ตาม ความทรงจำ ความ จงรักภักดี มิได้เสื่อมคลายลงไปแม้แต่น้อย พูดแบบคนไทยทั่วไปว่า คิดถึงพระองค์ท่านเหลือเกิน ดีใจเหลือเกินที่พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงงานเพื่อ สืบสาน รักษา ต่อยอด ที่สมเด็จพระราชบิดาได้ทรงงานไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สถาบันพระมหากษัตริย์อยู่คู่กับสังคมไทยมากว่า 700 ปี พระมหากษัตริย์กับราษฎรมี ความรัก ใกล้ชิด และเกื้อกูลต่อกันมาอย่างยาวนาน เวลานี้น่าเสียใจที่มีคนบางคนกระทำการที่ ล่วงล้ำก้ำเกิน ขาดซึ่งความควรหรือมิบังควร ที่สำคัญที่สุดคือ คนเหล่านั้นไม่ได้คำนึงถึงความรู้สึก ของคนไทยนับสิบๆ ล้านคนที่ต้องอดทนอย่างที่สุดกับการที่ต้องรับฟัง รับทราบ หรืออ่านเรื่องราวที่ บีบคั้นหัวใจ คนเหล่านั้นเขียน พูด แบบนั้นได้อย่างไร ทั้งดูถูก ดูหมิ่น ให้ร้าย ไม่ได้ให้ความเคารพ ต่อความเป็นมนุษย์ของทุกฝ่าย แม้แต่คนธรรมดาเขายังไม่ทำกับคนธรรมดาด้วยกันเลย ผมไม่ได้ พูดเองคิดเองนะ ผมพูดจากความรู้สึกของคนจำนวนมากที่ผมได้ไปพบมา ได้ไปพูดคุยด้วย ได้อ่าน ได้ดูความเห็นที่เขาระบายออกมาภายในกลุ่มผ่านสื่อสังคมออนไลน์ &amp;ldquo;นายสุวพันธุ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นายสุวพันธุ์ กล่าวว่า กรรมาธิการวิสามัญฯมีหน้าที่และอำนาจในการทำงานที่เกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ ได้ติดตามทุก ประเด็นที่กำลังเกิดขึ้นอย่างเป็นห่วง และยังพอวางใจได้ว่าหน่วย งานที่เกี่ยวข้องทำงานไปได้มากพอสมควร รู้ข้อเท็จจริงเกือบทุกมิติที่เกี่ยวข้องตัวบุคคล เรื่องราว ความเชื่อมโยง ความคิด ที่สำคัญเป้าหมายของคนบางคนเป็นอย่างไร เป็นอย่างพวกเขาพูด หรือมีอะไรที่ยิ่งกว่าที่ไม่ได้พูด ตนปล่อยให้กฎหมายดำเนินไปใครทำถูก ใครทำผิด ก็ต้องรับผิดชอบต่อการกระทำของตนเอง แต่ก็มีคนจำนวนมาก บอกผ่านมายังผมว่าต้องทำงานกันให้มากกว่านี้ ไม่ควรปล่อยปะละเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุวพันธุ์ กล่าวว่า ตนเห็นพูดกันในวงกว้างว่า ต้อง เปลี่ยนแปลงต้องคำว่า Change ไม่ใช่ว่าคนรุ่นตนไม่รู้จัก ไม่ได้คิด ไม่ได้ทำกัน พวกคนแก่อย่างเราทำมานาน ทุกวันนี้ก็ยังพยายามจะเปลี่ยนแปลงให้ประเทศชาติเราดีขึ้น ประสบการณ์สอนเราว่า การจะเปลี่ยนแปลงอะไรใน ครอบครัว ในหน่วยงาน ในสังคม ต้องเริ่มต้นด้วยการพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดอย่างให้ความ เคารพซึ่งกันและกัน &amp;nbsp;ไม่ใช่การข่มขู่คุกคาม จะพลิกฟ้าพลิกแผ่นดิน บางเรื่องไม่ใช่เรื่องที่ควรทำ บางเรื่องไม่ใช่เวลาที่ควรทำ การจะเปลี่ยนแปลงสิ่งใด ต้องสร้างความเชื่อใจขึ้นมาให้ได้เสียก่อน ถ้าไม่ได้รับความไว้วางใจจากสมาชิกทั้งหมดในสังคมนั้นแล้ว การเปลี่ยนแปลงนั้นจะไม่มีวันสำเร็จ บางเรื่อง ผลอาจจะเลวร้ายกว่าที่คิด เพราะสิ่งที่คิดและทำมันทำลายชาติบ้านเมือง สร้างความแตกแยก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในส่วนการชุมนุมวันที่ 14 ต.ค.นั้น คงไปห้ามไม่ได้ ทุกฝ่ายเข้าใจดีถึงความรู้สึกของคนที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย เพียงแต่ไม่พูดยอมรับกันออกมาอย่างเปิดเผย เพราะเป็นเรื่องเหลี่ยมคูการชุมนุม ตนอยู่กับการชุมนุมและกิจกรรมทางการเมืองมานานพอสมควรตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัยจนทำงานเกษียนจึงเห็นทุกเรื่องราว เข้าใจปัจจัยของความสำเร็จและความล้มเหลว รับรู้ถึงเกมที่ คนอยู่เบื้องหลังเล่น แกนนำทำงาน ผู้ชุมนุมเป็นพลังหน้างาน ยังเคยคิดว่างานชุมนุมก็เหมือนเกม บนกระดานหมากรุก มีครบตั้งแต่คนเดินหมากไปจนถึงขุนถึงเบี้ย เคยเห็นรับรู้รับทราบความเจ็บปวดของผู้ชุมนุม เวลาผ่านไปเป็นสิบปีก็ไม่สามารถผ่อนคลายความเจ็บปวดนั้นได้ ทุกครั้งที่มี การชุมนุมก็จะมีความเสี่ยงต่อการความรุนแรงเสมอ ไม่มีใครอยากให้เกิด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;แต่อารมณ์ที่ควบคุมไม่ได้ อารมณ์ที่ถูกปลุกถูกยุระหว่างการชุมนุม มันไม่เข้าใครออกใคร สมัยก่อนมาจากบนเวที แต่วันนี้มัน ไม่ได้มาจากบนเวทีอย่างเดียว มันมาในทวิตเตอร์หรือไลน์ก็ได้ บางเวลาคนปลุกคนยุไม่ได้อยู่ในที่ ชุมนุมด้วยมั้ง สติและปัญญาจึงเป็นสิ่งสำคัญ อะไรควรทำ อะไรไม่ควรทำ ผมคิดว่าทุกคนสามารถ คิดได้ ไม่อยากเห็นความรุนแรงที่เกิดขึ้นโดยทุกฝ่าย แต่อย่างที่บอกพอก้าวเท้าลงถนน ความเสี่ยง ก็จะมาพร้อมกัน ขอฝากความห่วงใยไว้กับทุกฝ่ายทุกคน&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80149</URL_LINK>
                <HASHTAG>การชุมนุม, นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180920/image_big_5ba3a8cf82e3d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>31708</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/03/2019 13:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/03/2019 13:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สุวพันธุ์&#039;โว4ปี กองทุนหมู่บ้านเกิดผลสัมฤทธิ์อย่างมาก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 มี.ค.62- นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ ได้ให้สัมภาษณ์ถึงการจัดการสัมนากองทุนหมู่บ้าน &amp;ldquo; กองทุนแห่งชาติเพื่อประชาชน แก้จน ลดความเหลื่อมล้ำ&amp;rdquo; ว่าตลอด 4 ปีที่ผ่านมา กองทุนฯดังกล่าวเกิดผลสัมฤทธิ์เป็นอย่างมาก สามารถช่วยเหลือเศรษฐกิจฐานราก เพิ่มศักยภาพของกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง ทำให้เกิดการพัฒนากองทุนให้เกิดความยั่งยืนบนพื้นฐานปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุวพันธุ์ กล่าวว่า แผนแม่บทที่เกิดจากการทำร่วมกันของสมาชิกเครือข่ายทุกระดับ ทำให้การพัฒนากองทุนหมู่บ้านใน 4-5 ปีข้างหน้ามีความชัดเจน สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ในเรื่องการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน การลดความเหลื่อมล้ำ เกิดการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ทั้งในกลุ่มสมาชิก ผู้บริหาร เครือข่ายระดับต่างๆ ซึ่งถ้าเราทำให้สมาชิกและตัวกองทุนเข้มแข็ง เศรษฐกิจระดับหมู่บ้านก็จะเข้มแข็งตามไปด้วย ทั้งนี้ผลของการเดินงานกองทุนหมู่บ้านได้มีการพัฒนาที่ชัดเจนตลอดเวลา 4 ปีกว่าที่ผ่านมา จากการเป็นกองทุนหมุนเวียนกลายเป็นกองทุนเจ้าของวิสาหกิจชุมชนประเภทต่างๆ สร้างผลผลิต สร้างงาน สร้างอาชีพ ทำรายได้และผลกำไร พัฒนาคุณภาพชีวิตของสมาชิกและชุมชน ที่สำคัญสามารถดึงเพื่อนชาวกองทุนที่ประสบปัญหา มีความล้มเหลว ให้กลับพลิกฟื้นกลับมาบริหารจัดการกองทุนได้อีกครั้ง โดยมีแผนฟื้นฟูที่มีประสิทธิภาพ มีภาคีจากสำนักงานอัยการสูงสุด ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ภาคราชการ เข้ามาสนับสนุนทั้งทางตรงและทางอ้อม กองทุนหมู่บ้านจึงก้าวไปข้างหน้าในมิติใหม่ได้อย่างภาคภูมิใจ 4 กว่าปีที่ผ่านมาจึงนับว่าคุ้มค่าเป็นอย่างยิ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุวพันธุ์ กล่าวว่า แผนแม่บทจะเป็นเครื่องมือช่วยการบริหารกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองในอนาคต รัฐบาลปัจจุบันมองไปในอนาคตมากกว่ามองถึงผลที่เกิดขึ้นในปัจจุบันอย่างเดียว มองความเข้มแข็งในอนาคตมากกว่าการให้เงินแล้วไม่ได้พัฒนา จึงสนับสนุนการจัดทำแผนแม่บท สนับสนุนให้ชาวกองทุนหมู่บ้านมองอนาคตของกองทุน ชีวิตของสมาชิกในอนาคต ลูกหลานจะมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น อนาคตของกองทุนหมู่บ้านก็คือความภาคภูมิใจของรัฐบาลปัจจุบันนี้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สำหรับผมแล้ว การทำงานกับกองทุนหมู่บ้านเป็นความประทับใจ เป็นความดีใจและภาคภูมิใจที่ได้มีโอกาสนำความคิดริเริ่มของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มาสานต่อ มาขับเคลื่อนร่วมกับพี่น้องชาวกองทุน ยิ่งเมื่อได้เห็นการพัฒนาความเจริญก้าวหน้า ไม่สูญเปล่าจากการทำงานร่วมกันก็ยิ่งดีใจ ก็ได้แต่หวังว่าชาวกองทุนหมู่บ้านจะไม่หยุดยั้งเพียงแค่นี้ ต้องทำให้ดียิ่งขึ้นในอนาคต ทำให้เราเป็นที่พึ่งของพี่น้องในหมู่บ้านชุมชนได้อย่างแท้จริง รัฐบาลนี้มีความสุขที่ได้ทำงานร่วมกับพี่น้องชาวกองทุน&amp;rdquo;นายสุวพันธุ์​ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31708</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทุนหมู่บ้าน, นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ, รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180920/image_big_5ba3a8cf82e3d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27122</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/01/2019 13:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/01/2019 13:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สุวพันธุ์&#039;มอบ&#039;ผอ.พศ.&#039;เยียวยาพระสงฆ์มรณภาพ - บาดเจ็บ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ม.ค.62- ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กล่าวถึงการดูแลพระสงฆ์ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ว่า ได้มอบหมายให้ผู้อำนวยการ พศ. รายงานผลการประชุมเหตุการณ์ให้คณะกรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) รับทราบ โดยเบื้องต้นได้มอบให้ ผอ.พศจ.ในพื้นที่เข้าไปดูแล โดยสิ่งที่ให้ดูแลเฉพาะหน้ามี 2-3 เรื่อง ได้แก่ 1.การจัดงานศพของพระครูประโชติรัตนานุรักษ์ เจ้าคณะอำเภอสุไหงปาดี และเจ้าอาวาสวัดรัตนานุภาพ จ.นราธิวาส ให้เรียบร้อยและสมเกียรติ ในฐานะที่เป็นพระนักพัฒนาและเสียสละในการดูแลกิจการพระพุทธศาสนา ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุวพันธุ์ กล่าวว่า 2.ให้ดูแลพระที่บาดเจ็บจำนวน 2 รูป และ 3.ให้ดูแลเรื่องการเยียวยาทั้งหมด กองทุนใดที่สามารถช่วยเหลือได้และเป็นสิทธิของพระที่มรณภาพหรือบาดเจ็บ เพื่อเสริมกำลังใจให้กับพระสงฆ์ให้ยังคงทำหน้าที่ในพื้นที่ โดยเฉพาะพระเถระชั้นผู้ใหญ่ และให้ประสานหน่วยงานความมั่นคงเพื่อดูแลเรื่องความปลอดภัย อาทิ ชุดลาดตระเวน ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน(ชรบ.) เป็นต้น ส่วนในระยะกลางและระยะยาว มีพระราชดำริจากสมเด็จพระสังฆราชว่าให้คณะสงฆ์ได้ดูสิ่งที่ขาด และเป็นปัญหาอุปสรรค สิ่งที่วัดวิตกกังวล จะต้องเข้าไปดูแล เช่น เรื่องเสนาสนะ วัดที่อาจมีปัจจัยไม่ครบถ้วน โดยต้องมีการปรับแผนการใช้งบประมาณของ พศ. ให้พิจารณาพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และ 4 อำเภอในจังหวัดสงขลา เป็นพื้นที่เร่งด่วนลำดับแรกในการจัดงบประมาณเพื่อซ่อมแซมสิ่งที่เป็นกายภาพ โดยขณะนี้ พศ. อยู่ระหว่างดำเนินการเรื่องงบประมาณ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า ในเบื้องต้นพระสงฆ์สามารถออกบิณฑบาตได้หรือไม่ นายสุวพันธุ์ กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ในพื้นที่ คณะสงฆ์ประสงค์ที่จะทำกิจของสงฆ์ให้ครบถ้วนตามพระธรรมวินัย เราก็ต้องการให้พระสงฆ์ทำตามกิจของสงฆ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามย้ำว่า ในฐานะที่กำกับดูแล พศ. ประเมินว่าจุดประสงค์ของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบคืออะไร นายสุวพันธุ์กล่าวว่า ไม่ทราบว่าสาเหตุและเบื้องหลังเป็นอย่างไร ขอให้เป็นเรื่องของฝ่ายความมั่นคง ตนเองทำงานร่วมกับคณะสงฆ์ สิ่งที่ต้องการคือการมีมาตรการรักษาความปลอดภัยและการดูแลคณะสงฆ์ที่อยู่ในพื้นที่ &amp;nbsp;รวมถึงอยากให้มีการบูรณาการระหว่าง พศ.ในพื้นที่ กับหน่วยงานความมั่นคง ซึ่งเรื่องนี้ตนเองได้พูดคุยและขอหน่วยงานความมั่นคงไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า เป็นห่วงหรือไม่ว่าจะถูกเชื่อมโยงไปกับเรื่องศาสนา นายสุวพันธุ์ กล่าวว่า โดยพื้นฐาน ทุกศาสนาสอนให้คนทำความดี เรื่องความรุนแรงอาจเกิดขึ้นเฉพาะกลุ่มบุคคล แต่การใช้ความรุนแรงไม่ใช่เรื่องที่ดี และไม่ใช่แนวทางที่ถูกต้องเหมาะสม ฉะนั้นทุกฝ่ายต้องยืนอยู่บนหลักของการทำความดี อย่างไรก็ตาม ตนเองทราบว่ากองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ภาค 4 ส่วนหน้า และหน่วยงานความมั่นคง ได้ตระหนักถึงเรื่องการดูแลคุ้มครองวัด และรับทราบว่าได้ดำเนินการดูแลเรียบร้อยแล้ว &amp;nbsp;มีการเพิ่มมาตรการ แต่ส่วนรายละเอียดต้องไปถามฝ่ายความมั่นคง ซึ่งฝ่ายความมั่นคงก็ได้ทำมาโดยตลอด ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้สั่งการในเรื่องนี้ว่าให้ทำตามหน้าที่ให้ดีที่สุด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27122</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก่อความไม่สงบชายแดนใต้, นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ, ผอ.พศ., พระครูประโชติ รัตนานุรักษ์, ยิงพระ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180722/image_big_5b544d13af396.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26221</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/01/2019 13:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/01/2019 13:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สุวพันธุ์&#039; เตรียมนำแนวทางแก้ &#039;บ้านพักป่าแหว่ง&#039; เข้าครม.15 ม.ค.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ม.ค.62 - ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการแก้ไขปัญหาบ้านพักศาลอุทธรณ์ภาค 5 ว่า นายกฯเห็นชอบกำหนดแนวทางแก้ไขปัญหากรณีการก่อสร้างอาคารที่ทำการศาลอุทธรณ์ภาค 5 และบ้านพักข้าราชการตุลาการแล้ว ตั้งแต่ 17 ธ.ค.61 โดยคณะกรรมการฯ ได้แจ้งเรื่องนี้ให้ทางจังหวัดเชียงใหม่และทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รับไปดำเนินการต่อ โดยทางจังหวัดเชียงใหม่ได้จัดทำแผนปฏิบัติการ ฟื้นฟูบริเวณบ้านเดี่ยว 45 หลังและบริเวณโดยรอบ พร้อมทั้งงบประมาณเสร็จเรียบร้อย ซึ่งจะมีการเสนอต่อคณะรัฐมนตรี(ครม.)ในการประชุมครม.นอกสถานที่ที่จังหวัดลำปางในวันที่ 15 ม.ค.62 นี้ เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบโครงการและงบประมาณ ซึ่งจะทำให้จังหวัดเชียงใหม่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการได้ต่อไป สำหรับการส่งคืนพื้นที่ การรื้อถอน เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับข้อกฎหมาย ทางจังหวัดเชียงใหม่จะหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งสำนักงานศาลยุติธรรม
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26221</URL_LINK>
                <HASHTAG>การแก้ปัญหาบ้านพักตุลาการ, นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ, หมู่บ้านป่าแหว่ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190110/image_big_5c36e0bae86d8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16424</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/08/2018 15:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/08/2018 15:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รัฐบาลซ้อมใหญ่งาน &#039;รวมใจเป็นหนึ่งเดียว&#039; ขอบคุณทีมช่วย 13 หมูป่า </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29&amp;nbsp;ส.ค.61 - ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมเตรียมการจัดงาน &amp;quot;รวมใจเป็นหนึ่งเดียว&amp;nbsp;United as One&amp;quot;&amp;nbsp;ขอบคุณผู้ปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัย ณ วนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จ.เชียงราย ร่วมกับตัวแทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาเวลา&amp;nbsp;11.30&amp;nbsp;น. นายสุวพันธุ์ แถลงภายหลังการประชุมว่า การประชุมวันนี้เพื่อประสานงานการจัดงานเลี้ยงขอบคุณผู้ปฏิบัติงานช่วยเหลือทีมหมูป่าอะคาเดมี ซึ่งมีความคืบหน้า โดยในวันที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ก.ย.จะมีการซ้อมย่อย และวันที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ก.ย.ซ้อมใหญ่ ส่วนวันจริงวันที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ก.ย.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุวพันธุ์ กล่าวว่า ทั้งนี้ ในส่วนของผู้ร่วมงานจากต่างประเทศ ล่าสุดมีผู้ตอบรับแล้ว&amp;nbsp;96&amp;nbsp;คน ประกอบด้วย ทูต สื่อมวลชน นักประดาน้ำ ผู้เชี่ยวชาญ คาดว่าหลังจากนี้จะมีทยอยตอบรับร่วมงาน ซึ่งประมาณการไว้&amp;nbsp;210&amp;nbsp;คน และในส่วนรายชื่อผู้ตอบรับเข้าร่วมงานทั้งหมดขณะนี้ มีจำนวน6,100&amp;nbsp;คน จากที่ลงบัญชีไว้&amp;nbsp;12,000&amp;nbsp;คน อย่างไรก็ตาม เรื่องที่พักเราได้จัดเตรียมไว้แล้วที่พุทธมณฑลพร้อมอาหาร ขณะที่กระทรวงมหาดไทย กระทรวงคมนาคม และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ได้จัดเตรียมยานพาหนะ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ที่จะมาร่วมงาน โดยผู้ร่วมงานมาจาก จ.เชียงรายมากที่สุดถึง&amp;nbsp;72&amp;nbsp;คัน และจ.พะเยา รวมถึงจังหวัดใกล้เคียง โดยมีจุดร่วมพลที่ท้องสนามหลวง จากนั้นจะมีรถขสมก.รับส่งมายังพระลานพระราชวังดุสิต ซึ่งวันที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ก.ย. จะเริ่มทยอยเข้าพื้นที่ตั้งแต่เวลา&amp;nbsp;16.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;จากนั้นเวลา&amp;nbsp;18.00&amp;nbsp;น.จะเริ่มงานไปจนถึงเวลา&amp;nbsp;21.00&amp;nbsp;น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุวพันธุ์ กล่าวอีกว่า&amp;nbsp;ทั้งนี้กิจกรรมหลักบนเวที เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานและทีมหมู่ป่าอะคาเดมี ได้สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงพระราชทานความช่วยเหลือ รวมถึงขอบคุณผู้ปฏิบัติงานทั้งหมด โดยภายในงานจะมีแสดงดนตรี เพื่อสื่อถึงความเป็นหนึ่งเดียวของทั้งคนไทยและต่างประเทศ ขณะที่รูปแบบการจัดงานจะเน้นโทนสีขาว เขียว ม่วง เป็นหลัก โดยพื้นที่การจัดงานจะอยู่ในเต็นท์ แต่ไม่บดบังความสง่างามของพื้นที่จัดงาน พร้อมกันนี้ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวยังทรงพระราชทานอาหารจัดเลี้ยงในครั้งนี้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุวพันธุ์ กล่าวอีกว่า สำหรับการปฏิบัติหน้าที่ของสื่อมวลชน ทางกรมประชาสัมพันธ์ได้เปิดให้ลงทะเบียน และชี้แจงแนวทางการเสนอข่าว โดยไม่อนุญาตให้สื่อโทรทัศน์ถ่ายทอดสด แต่สามารถเปิดหน้ารายงานข่าวและอนุญาตให้เฟซบุ๊กไลค์ได้ พร้อมกันนี้จะมีการจัดพิมพ์พระราชกระแสรับสั่ง ของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่พระราชทานให้ผู้ปฏิบัติงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสุวพันธุ์ ได้โชว์สำเนาพระราชกระแสของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว &amp;nbsp;ที่ทรงขอบใจและชื่นชมผู้ปฏิบัติงาน เมื่อวันที่&amp;nbsp;4ก.ค.61&amp;nbsp;และวันที่&amp;nbsp;12&amp;nbsp;ก.ค.61&amp;nbsp;ซึ่งได้จัดพิมพ์พระราชทานให้กับผู้ร่วมงานทุกคน ซึ่งมีทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ขณะที่นางพัชราภรณ์ อินทรียงค์ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ได้โชว์บัตรเชิญผู้ร่วมงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า สำหรับอาหารพระราชทานภายในงาน ประกอบด้วยอาหารหลากหลายเชื้อชาติ อาทิ ข้าวแกงเขียวหวานพริกขี้หนู ไก่ทอด กุ้งอบเกลือ สเต๊กไก่ ขาหมูหมั่นโถ บาบีคิว ไส้อั่ว แคบหมู น้ำพริกหนุ่ม ทองหยิบ ทองหยอด ซูชิซาซีมิ ปลาดิบ ก๋วยเตี๋ยว พร้อมเครื่องดื่ม เป็นต้น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16424</URL_LINK>
                <HASHTAG>งานเลี้ยงทีมช่วยหมูป่า, นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ, รวมใจเป็นหนึ่งเดียว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180829/image_big_5b865da22c3fe.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16341</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/08/2018 15:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/08/2018 15:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รมช.เกษตรฯฮึดสู้ ตั้งกก.อีกชุด จัดทำข้อมูลพิษภัย 3สารเคมีรอบด้าน เสนออนุกก.ชุดนายกฯตั้งพิจารณา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28ส.ค.61-รมช.กระทรวงเกษตรฯ &amp;nbsp;ตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจ 19คนตัวแทนหลายกระทรวง จัดทำข้อมูลสารเคมีอย่างรอบด้านครบถ้วนภายใน 30 วัน เพื่อเสนอให้คณะกรรมการชุดใหม่ ที่นายกฯ และมีนายสุวพันธุ์ เป็นประธานพิจารณาตัดสินใจแบนหรือไม่แบนก่อน ครบ 60 วัน &amp;quot;หมอธีระวัฒน์&amp;quot; ชี้ เป็นการวัดใจรัฐบาลว่าทำเพื่อประชาชนจริงหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นายธีระ วงษ์เจริญ ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงความคืบหน้าการพิจารณาให้มีการแบนหรือไม่แบนสารเคมี 3 ชนิด คือ พาราควอต คลอร์ไพริฟอส และไกลโฟเซต ตามมติของกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) ว่า ทาง นายวิวัฒน์ ศัลยกำธร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (รมช.กระทรวงเกษตรฯ)ได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจ มาศึกษาเรื่องสารพิษ โดยการหาข้อมูลอย่างรอบด้านครบถ้วน ภายใน 30 วัน โดยมีตนเป็นประธาน และมี ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา หัวหน้าศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ เป็นกรรมการ ซึ่งในวันนี้ทางรมต.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะมีการลงนามแต่งตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจดังกล่าว เพื่อให้เริ่มดำเนินการได้ โดย จะมีการลงพื้นที่ไปที่ จ.หนองบัวลำภู ม.นเรศวร เพื่อตรวจสอบหาข้อมูลทางวิชาการและข้อเท็จจริงเกี่ยวกับผลกระทบต่อเกษตรกรในพื้นที่ เพื่อเสนอ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ และเสนอคณะกรรมการแก้ไขปัญหาการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชที่มีความเสี่ยงสูง ที่นายกรัฐมนตรี แต่งตั้งขึ้นเพื่อให้พิจารณาเรื่องการแบนหรือไม่แบนสารพิษทั้ง 3 ชนิด ภายใน 60 วัน &amp;nbsp;โดยมี นายสุวพันธ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกฯเป็นประธาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ปรึกษารมช.กล่าวอีกว่า ในเชิงนโยบายต้องมีหลายฝ่ายร่วมกันตัดสินใจ ดังนั้น ก็ได้มีการเสนอรายชื่อคณะกรรมการจาก กระทรวงเกษตรฯ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; จำนวน 19 คน เพื่อเข้าร่วมในคณะกรรมการเฉพาะกิจที่ รมช.กระทรวงเกษตรฯ แต่งตั้งขึ้น ส่วนของการลงพื้นที่หาข้อมูลนั้นโดยจะดูที่สุขภาพเป็นหลัก ตามข้อสั่งการของนายกฯ ที่ได้บอกไว้ว่า ต้องเอาสุขภาพประชาชนเป็นหลัก โดยตนเชื่อมั่นว่าหากมีข้อมูลเชิงประจักษ์ ท่านนายกฯ ที่มีอำนาจสั่งการให้ยกเลิกการใช้สารเคมีทั้ง 3 ชนิด จะยกเลิกการใช้ตามที่มีข้อเสนอ &amp;nbsp;การที่ตั้งกรอบเวลาไว้ใน 30 วัน ก็เพื่อให้ได้ข้อมูลเสนอคณะกรรมการชุดนายสุวพันธ์ให้พิจารณา ก่อน 60 วันตามกรอบเวลา เพราะคิดว่าหากไม่มีข้อเสนอก็จะกินเวลาถึง 60 วัน หากนานขนาดนั้นจะเป็นการยืดเยื้อ ซึ่งจะมีผลกระทบตามมา คือ 700 องค์กรจะต่อต้านต่อไป ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อรัฐบาลและสุขภาพของเกษตรกร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศ.นพ.ธีระวัฒน์ กล่าวว่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประกาศชัด ว่าต้องมีการประกาศเลือกใช้สารเคมีเหล่านี้โดยเร็วที่สุดจะมาจำกัดการใช้ไม่ได้เด็ดขาดเพื่อสุขภาพของประชาชน และจะต้องมีกระบวนการทดแทนการใช้สารเคมีโดยไม่กระทบเกษตรกร ซึ่งใน 2 ส่วนนี้ต้องทำควบคู่กัน ซึ่งในการตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจ โดย รัฐมนตรีช่วยฯ เพื่อเป็นหน่วยรุกหาวิธีการทดแทน และมีตนเป็นฝ่ายสนับสนุนด้านสุขภาพ ส่วนภายใน 1-2 วันนี้ จะมีการเสนอรายชื่อ คัดค้านการแต่งตั้งอนุกรรมการที่เป็นกลางของคณะกรรมการแก้ไขปัญหาการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชที่มีความเสี่ยงสูง โดยตรงนี้จะเป็นการวัดใจรัฐบาลว่าการที่ประกาศว่า จะดำเนินการตามศาสตร์พระราชา โดยยุทธศาสตร์ชาติต้องเน้นประชาชนเป็นหลัก และการที่ นายกฯ บอกว่าจะเอาสุขภาพประชาชนเป็นหลัก จะทำจริงหรือไม่ เพราะหากไม่ยกเลิกพร้อมกับการที่มีมาตรการทดแทนการใช้สารเคมีออกมา ถือว่ารัฐบาลไม่มีความจริงใจ และหากเป็นเช่นนี้ ที่ยังมีสารเคมีอยู่คณะกรรมการปฏิรูปสาธารณสุขก็ไม่สามารถปฏิรูปได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16341</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะอนุกรรมการพิจารณา3สารเคมี, ธีระ วงษ์เจริญ, นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ, รมช.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์การเกษตร, สารเคมี 3ชนิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180820/image_big_5b7a26abec02d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
