<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>113404</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/08/2021 19:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/08/2021 19:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สุวัจน์&#039;แนะรัฐใช้เวทีซักฟอกรับฟังข้อเสนอฝ่ายค้านแก้ปัญหาประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ส.ค.64-นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนา(ชพน.) กล่าวถึงกรณีฝ่ายค้านจะยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลในวันที่ 16 ส.ค.ว่า ยังไม่ทราบว่าจะมีใครและเรื่องใดบ้าง แต่คิดว่าน่าจะเป็นเรื่องของปัญหาที่เกิดขึ้นในบ้านเมืองขณะนี้ โดยคงวางน้ำหนักไปที่สถานการณ์โควิด 19 และปัญหาเศรษฐกิจที่เกิดจากผู้ได้รับผลกระทบ ซึ่งถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่ฝ่ายค้านจะต้องตรวจสอบ และเห็นว่าเป็นเวทีสำคัญที่รัฐบาลจะได้อธิบายชี้แจง และน่าจะ เป็นเวทีที่รัฐบาลจะได้ข้อมูลนำไปแก้ไขปัญหาประเทศ และรัฐบาลต้องใจกว้าง ที่จะต้องรับฟังข้อเสนอแนะหรือข้อมูลบางอย่างที่อาจจะผิดพลาด หรือไม่ทราบมาก่อนแล้วนำไปแก้ไข หรือมีข้อเสนอแนะดีๆว่าจะจัดการกับโควิด-19 อย่างไรให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมคิดว่าเราสามารถใช้เวทีในการอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นทางออกร่วมกันในการแสวงหา แนวทางที่สร้างสรรค์และนำมา สูงความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาโควิด-19&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจในครั้งนี้จะถึงขั้นทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในรัฐบาลหรือไม่นั้น นายสุวัจน์ กล่าวว่า ต้องขึ้นอยู่กับข้อมูลในการอภิปรายของฝ่ายค้าน หากเป็นข้อมูลที่ถูกต้อง&amp;nbsp; และลึกถึงความบกพร่องที่ค่อนข้างชัดเจน ก็อาจจะมีผล โดยอาจจะมีการปรับครม.บ้าง ซึ่งขึ้นอยู่กับเนื้อหาและผลของการอภิปราย อย่างไรก็ตามเท่าที่ติดตามในขณะนี้ก็เห็นว่าในส่วนของพรรคร่วมรัฐบาล ก็ยังเหนียวแน่นไม่มีปัญหาหรือมีความผิดปกติใดๆ เมื่อฟังชื่อว่าเป็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจ อาจจะดูแล้วน่าตกใจ แต่ทั้งหมดต้องขึ้นอยู่กับข้อมูลข้อเท็จจริงและความเดือดร้อนของประชาชนเป็นหลัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113404</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซักฟอก, นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ, ฝ่ายค้าน, อภิปรายรัฐบาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210815/image_big_61190a0b28105.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112421</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/08/2021 16:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/08/2021 16:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โคราชติดโควิดนิวไฮพรวด 562 ราย ดับอีก 1 คลัสเตอร์โรงงานแปรรูปไก่ 2 แห่งติดเพียบ  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ส.ค.64- ที่ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ตอบโต้โรคติดต่อเชื้อไวรัสโคโลนา 2019 ห้องประชุมสำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนครราชสีมา นายศักดิ์สิทธิ์ สกุลริขเรศสีมา รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา และนายกรกต ธำรงวงศ์สวัสดิ์; รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา พร้อมด้วยนายแพทย์วิชาญ คิดเห็น รอง นายแพทย์สาธารณสุขจ.นครราชสีมา ประชุมคณกรรมการโรคติดต่อจังหวัดนครราชสีมา โดยมีแพทย์หญิงอารีย์ เชื้อเดช รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดฯรายงานสถานการณ์คลัสเตอร์ที่ต้องจับตามอย่างใกล้ชิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดของจังหวัดนครราชสีมาพบผู้ป่วยติดเชื้อรายใหม่นิวไฮใหม่ จำนวน 562 ราย ซึ่งถือว่าเป็นสถิติสูงสุดใหม่ โดยเป็นผู้ติดเชื้อจากนอกจังหวัด จำนวน 359 ราย ติดเชื้อในจังหวัด จำนวน 209 ราย และเสียชีวิต 1 ราย รวมยอดผู้ป่วยสะสมทั้งหมด จำนวน 9,471 ราย รักษาหายแล้ว จำนวน 3,990 ราย ยังรักษาอยู่ จำนวน 5,409 ราย ผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 1 ราย ผู้เสียชีวิตสะสม จำนวน 72 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยผู้เสียชีวิตรายที่ 72 เป็นผู้ป่วยโควิด-19 ลำดับที่ 3,512 ของจังหวัด เพศชาย อายุ 47 ปี ชาว ต.สุรนารี อ.เมืองนครราชสีมา มีประวัติสัมผัสผู้ป่วยโควิด-19 วันที่ 19 ก.ค.64 มีอาหารหอบเหนื่อย เข้ารับการรักษาที่ รพ.กรุงเทพราชสีมา ผลตรวจพบเชื้อ วันที่ 21 ก.ค.64 ส่งรักษาต่อที่ รพ.มหาราชนครราชสีมา อาการไม่ดีขึ้น และเสียชีวิตลงเมื่อเวลา 10.15 น.ของวันที่ 5 ส.ค.64.&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;โดยวันนี้( 6 ส.ค. 64 ) สถานการณ์ covid-19 จังหวัดนครราชสีมา รายงานผู้ป่วยรายใหม่ที่พบติดเชื้อมากที่สุด ติดเชื้อนอกจังหวัด 359 ราย ติดเชื้อในจังหวัด 203 ราย ส่วนอำเภอที่พบผู้ป่วยรายใหม่มากที่สุดคือ อ.ปากช่อง 88 ราย , อ.โนนสูง 65 ราย , อ.เทพารักษ์ 63 ราย , อ.เมือง 61 ราย , อ.ขามสะแกแสง 30 ราย , อ.โชคชัย 30 ราย , อ.จักราช 26 ราย , อ.พระทองคำ 24 ราย , อ.ชุมพวง 23 ราย , อ.คง 22 ราย , อ.สีคิ้ว 20 ราย นอกนั้นแต่ละอำเภอไม่ถึง 20 &amp;ndash; 1 ราย&amp;nbsp; สรุปความเสี่ยง มาจากพื้นที่เสี่ยง/ประวัติสัมผัส รวม 481 ราย กทม.มากที่สุด 174 ราย ส่วนผู้ป่วยจาก รวม 76 ราย กทม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;
ทั้งนี้จากกรณีที่ชาวบ้าน อ.โชคชัย ได้ตื่นตระหนกและหวาดกลัวคลัสเตอร์โรงงานแปรรูปเนื้อไก่ขนาดใหญ่ 2 แห่งใน อ.โชคชัย ซึ่งมีลูกจ้างรวมกว่า 1 หมื่นคน โดยมีคลัสเตอร์โรงงานแปรรูปเนื้อไก่ที่แรก พบผู้ติดเชื้อจำนวน 56 ราย รักษาตัวอยู่ที่ รพ.โชคชัย 6 ราย และกักตัวภายในโรงงานภายใต้การกำกับดูแล 50 ราย&amp;nbsp; โดยสาเหตุเกิดจาก มีการปนเปื้อนของเชื้อบริเวณจุดสัมผัสที่นั่งรับประทานอาหารและจุดเปลี่ยนรองเท้า ขณะนี้โรงงานได้ค้นหาเชิงรุกตรวจหาเชื้อลูกจ้าง 3,260 ราย จากจำนวนทั้งหมด 8,000 คน อยู่ระหว่างดำเนินการตรวจให้ครบทั้งหมด ขณะที่อีกแห่ง ติดเชื้อทั้งลูกจ้างคนไทยและคนลาว ขยายวงครอบครัว หลังพบผู้ป่วยรายแรก โรงงานได้ตรวจหาเชื้อกลุ่มเสี่ยงสูงจำนวน 300 ราย พบเชื้อ 60 ราย อยู่ระหว่างกักตัวภายในหอพักโรงงาน 57 ราย มีอาการหนักรักษาตัวที่ รพ.โชคชัย 2 ราย กักตัวที่บ้านพัก 1 ราย ล่าสุดได้ตรวจหาเชื้อแผนกอื่น ๆ อีกจำนวน 799 ราย พบเชื้อ 11 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ล่าสุดนายสมชาย อำพันกาญจน์ นายอำเภอโชคชัย พร้อมด้วยสาธารณสุขอำเภอโชคชัย สาธารณสุขอำเภอหนองบุญมาก ตัวแทนสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา เทศบาลตำบลท่าเยี่ยม กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ตำบลท่าเยี่ยม ร่วมประชุมกับ ผู้บริหารบริษัท โรงงานดังกล่าว&amp;nbsp; เพื่อรับฟังสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และแนวทางการแก้ไขปัญหา พร้อมนี้ได้รับฟังปัญหาและความต้องการของชุมชน ของประชาชนในพื้นที่ โดยผ่าน ผอ.รพ.สต.ในพื้นที่ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน โดยมีข้อสรุป ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;1. บริษัทฯ ควบคุมการแพร่ระบาดโดยใช้มาตรการ Bubble and Seal เป็นการจำกัดพื้นที่ให้พนักงานอยู่ภายในที่พักอาศัยที่ทางโรงงานจัดหาให้ โดยมีรถรับ-ส่ง ที่พักและโรงงาน เพื่อเป็นการควบคุมไม่ให้พนักงานออกนอกพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;2. การดูแลผู้ติดเชื้อ ทางโรงงานจะนำผู้ติดเชื้อเข้ารักษาใน community isolation (CI) ของโรงงาน โดยทางโรงงานจัดหาอุปกรณ์ทางการแพทย์ในเบื้องต้นให้กับผู้ติดเชื้อ เช่น เครื่องวัดความดัน วัดออกซิเจน ยารักษาโรคทั้งแผนปัจจุบันและแผนไทย โดยการดูแลของ รพ.โชคชัย กรณี มีอาการฉุกเฉินจะนำส่ง รพ. เพื่อรักษาต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;3. การดูแลคนในชุมชนซึ่งเป็นบุคคลที่เกี่ยวเนื่องกับผู้ติดเชื้อ เมื่อพบว่ามีผู้สัมผัสผู้ป่วยในโรงงานต้องทำการกักตัว ทางโรงงานจะจัดหาเครื่องอุปโภคบริโภคไปมอบให้ เพื่อลดภาระของชุมชนในการดูแลผู้ที่ถูกกักตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. กรณี พนักงานในโรงงานหยุดงานเนื่องจากเกรงว่าจะติดเชื้อ ทางโรงงานยังคงรักษาสถานภาพของพนักงาน เมื่อสถานการณ์ดีขึ้นสามารถกลับมาทำงานได้ตามปกติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. โรงงานมีความีความพร้อมในการใช้พื้นที่ภายในโรงงานเปิดเป็นโรงพยาบาลสนาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;6. โรงงานมีความเห็นว่าหากปิดโรงงานจะเกิดการแพร่ระบาดเพิ่มมากขึ้น เนื่องจาก พนักงานจะต้องกลับไปพักอาศัยในชุมชนอาจนำเชื้อโควิด-19 ไปแพร่ระบาดในชุมชนได้ จึงเห็นว่า ยังคงเปิดโรงงานและใช้มาตรการ Bubble and Seal เพื่อไม่ให้เชื้อระบาดไปภายในชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;แพทย์หญิงอารีย์ เชื้อเดช รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคมีแนวโน้มสูงขึ้นแต่ยอดผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้นเกินครึ่งมาจากพื้นที่เสี่ยงและเป็นผู้ป่วยจากนอกพื้นที่เข้ามารักษาในจังหวัดฯ โดยคลัสเตอร์ที่สำคัญวันนี้(6 ส.ค.) มีด้วยกัน 7 คลัสเตอร์&amp;nbsp; ที่ต้องเฝ้าระวัง และต้องเร่งควบคุมการระบาดให้ได้ ซึ่งคลัสเตอร์ที่ 1 คลัสเตอร์ บริษัทอาหาร จ.สระบุรี ผู้ป่วยอยู่ที่ อ.ด่านขุนทดติดเชื้อแล้ว 38 รายพบวงของครอบครัวเพิ่มอีก 1 ราย และพบในพื้นที่ อ.ปากช่องอีก รวมทั้งสิ้นพบ 57 ราย , คลัสเตอร์เปตอง อ.ด่านขุนทดพบติดเชื้อรวม 21 คน ,&amp;nbsp; คสัสเตอร์ ทหารอากาศ กองบิน 1 อ.เมืองนครราชสีมา กลุ่มเสี่ยงสูงเป้นทหาริอากาศติดเชื้อเพิ่ม 1 ราย โดยมีการติดรวม 23 ราย โดยตอนี้อยู่ในการดูแลของ รพ.กองบิน โดยเฉพาะคลัสเตอร์ที่สำคัญขณะนี้คือ คลัสเตอร์ โรงงานแปรรูปไก่ &amp;nbsp;อ.โชคชัย&amp;nbsp; โรงงานมีการซีลพนักงาน 2,000 คน และผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อ(PCR) ข้อมูล ณ วันที่ 5 ส.ค. ผู้ป่วยยืนยันทั้งหมด 110 ราย อยู่ในวงของพนักงาน 109 ราย และวงของครอบครัวมีเพียง 1 ราย ซึ่งทางโรงงานได้มีการค้นหาเชิงรุกในกลุ่มเสี่ยงทั้งหมด ตรวจ 5 ครั้งในกลุ่ม 107 รายเป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูง แต่การติดเชื้อเป็นแบบกระจุก ไม่มีการกระจาย วันที่ 1 &amp;ndash; 2 และ 4 ส.ค. รวมพบติดเชื้อ 54 ราย และ วันที่ 5 ส.ค. อีก 53 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยมีการกระจายไปยัง อ.โชคชัย , อ.ครบุรี , อ.สูงเนิน , อ.ปักธงชัย , อ.เสิงสาง , อ.หนองบุญมาก และ จ.บุรีรัมย์ โดยทางโรงงานได้ทำการตรวจเชิกรุกจากพนักงาน 8,000 คนดำเนินการไปได้ 3,260 คนที่เหลืออยู่ระหว่างดำเนินการ ส่วนระบบกักตัวได้ทำการกักตัวแล้ว 119 ราย ซึ่งทางโรงงานได้มีจัดทำ CI ศูนย์กักกันพนักงานและจัดทำแผนทำบับเบิ้ลแอนด์ซิล และทางโรงงานมีสถานที่กักตัว CI จำนวน 2 หอพักสำหรับสีเขียว สีเหลือง ส่วนผู้เสี่ยวงสูงจะมีหอกัก 3 หอรวมจะมี รพ.โชคชัยฯดูแล สำหรับผู้สัมผัสเสี่ยงสูงทั้งหมดทั้งสิ้น 743 รายอยู่ในหอพักของโรงงาน กักตัวของภาครัฐ 238 ราย กับพนักงาน 110 ราย สรุปรวมทั้งสิ้น 987 คน ส่วนที่มีทางชุมชนมีการเสนอขอให้ปิดโรงงาน แต่จะทำให้การแพร่กระจายเชื้อไปมาก โดยทางโรงงานจะทำบับเบิ้ลแอนด์ซิลอยู่แล้วจึงสามารถตกลงกันได้ โดยบับเบิ้ลแอนด์ซิลของภาคเอกชนจะทำทั้งหมด 13 สถานที่กักตัวได้กว่า 3,400 ราย ตามค่ายลูกเสื้อ รีสอร์ท โรงแรมต่างๆ และหอพักใกล้โรงงานที่รับได้กว่า 2,200 ราย และมีการซิลในโรงงงานอีก 3,000 รายโดยใช้โดมติดแอร์ในแอร์เรียของโรงงานและส่วนครอรีดอของโรงงาน รวมทั้งสิ้นจะกักตัวได้ 8,000 คน และการดูแลอาหาร 3 มื้อ ที่นอนหมอนผ้าห่มมีพร้อม โดยในโรงงานมีทั้งสถานที่กักตัวพนักงานและกักรถที่เข้าไปในโรงงาน โดยทางโรงงานได้ทำตามมาตรการเรียบร้อยเป็นไปตามที่ไว้วางไว้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;
ส่วนคลัสเตอร์ โรงงานแปรรูปไก่อีกแห่ง&amp;nbsp; ต.กระโทก อ.โชคชัยฯ&amp;nbsp; ณ วันที่ 5 ส.ค. 64 มีผู้ป่วยยืนยีน 55 ราย เป็นพนักงานวงที่ 1 รวม 43 รายเป็นผู้ป่วยทางเดินหายใจ วงที่ 12 รวม 12 ราย เดินทางไปรักษาด้วยตัวเองที่โรงพยาบาล 39 ราย ผู้สัมผัสเสี่ยงสูงผู้ที่เดินทางไปรักษาที่ โรงพยาบาล 16 ราย&amp;nbsp; แยกเป็นพนักงาน 4 ราย ครอบครัว 12 ราย ทางโรงงานได้ทำ เอทีเคให้พนักงาน 4,238 ราย พนักงานกว่า 6,000 คน การกระจายไปที่ อ.ครบุรี , อ.วังน้ำเขียย, อ.ปักธงชัย , อ.พระทองคำ และ อ.โชคชัย&amp;nbsp;&amp;nbsp; และมีการดิวกับโรงแรมในจังหวัดเพื่อกักตัวพนักงาน โดยมีการค้นหาเชิงรุกพนักงานในพื้นที่&amp;nbsp; ใน อ.โชคชัยฯเป็นวง สองในครอบครัว รวม 7 ราย , วงสอง อ.ปักธงชัย ครอบครัว 5 ราย รวม 12 ราย โรงงานทำบับเบิ้ลแอนด์ซิล 33 สถานที่ รวม 5,800 คน มี อ.ครบุรี , อ.ปักธงชัย , อ.เมือง , อ.ปากช่อง โดยจะต้องประสานในการขออนุญาติจากทุกอำเภอในการใช้สถานที่ทำบับเบิ้ลแอนด์ซิล ซึ่งอยู่ระหว่างการประสานงานการติดต่อต่อไป&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;
ขณะที่ที่สำนักงานศูนย์คนโคราชรักจริงไม่ทิ้งกัน พรรคชาติพัฒนา อ.เมือง จ.นครราชสีมา นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ประธานที่ปรึกษาศูนย์คนโคราชรักกันจริงไม่ทิ้งกันได้วีดีโอคอนเฟอเร้นมายังที่ทำการศูนย์ฯ โดยมีนายแพทย์วรรณณัตน์ ชาญนุกูล ผู้อำนวยการศูนย์ฯ , นายประเสริฐ บุญชัยสุข&amp;nbsp; นายกเทศมนตรีนครนครราชสีมา , นายวัชรพล โตมรศักดิ์ ส.ส.นครราชสีมา ผู้นำชุมชน ประธานชุมชน อสม. ได้ร่วมกันรับมอบการแจกต้นฟ้าทะลายโจร จำนวน 12,000 ต้น แก่พี่น้องประชาชนชาว จ.นครราชสีมาในการนำไปปลูกและขยายต่อยอด เพื่อสู้ภัยโควิด-19 &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ส่วนที่ศูนย์ฉีดวัคซีนที่ห้อง MCC HALL ชั้น 4 ศูนย์การค้าดอะมอลล์ นครราชสีมา สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา รพ.เทพรัตน์ฯ ได้ประกาศให้ผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไปมีบัตรประชาชนภูมิลำเนาในเขตอำเภอเมืองนครราชสีมาที่ประสงค์รับวัคซีนสูตร ชิโนแวคเข็ม 1 และแอสต้าเซนิก้า เข็ม 2 สามารถลงทะเบียนรับวัคซีนหน้างาน แบบ Walk-in เป็นวันที่ 2 มีพระภิกษุสงฆ์ 20 รูป จากวัดใน อ.ครบุรี พี่น้องประชาชน ผู้สูงอายุทยอยเดินทางไปฉีดวัคซีนกันตามจำนวนรวม 500 คน โดยบุคลากรทางการแพทย์ รพ.เทพรัตน์ฯ เปิดบริการแบบฉีด Walk-in ไม่ต้องลงทะเบียน ในกลุ่มอายุ 65 ปีขึ้นไปและกลุ่มน้ำหนักตัวมากกว่า 100 กิโลกรัม และกลุ่มสตรีอายุครรภ์มากกว่า 12 สัปดาห์ และต้องเป็นคนที่มีบัตรประชาชนอยู่ในจังหวัดนครราชสีมา โดยบริการวัคซีนที่ใช้ฉีดเป็น ชิโนแวค เข็ม 1 และ แอสต้าเซนิก้า เข็ม 2 บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคั&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112421</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลัสเตอร์โรงานแปรรูปไก่, นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ, มาตรการBubble and Seal, โคราชติดโควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210806/image_big_610cf95e72ce6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>83176</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/11/2020 15:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/11/2020 15:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ได้ฤกษ์เททองหล่อรูปเหมือนหลวงพ่อคูณองค์ใหญ่ที่สุดในโลก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 พ.ย.63- ที่วัดบ้านไร่ ต.กุดพิมาน อ.ด่านขุนทด จ.นครราสีมา นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี &amp;nbsp;ประธานที่ปรึกษาโครงการสร้างรูปเหมือนหลวงพ่อคูณปริสุทโธ(องค์ใหญ่ที่สุดในโลก) เป็นประธานในพิธีเททองหล่อสร้างรูปเหมือนหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ&amp;nbsp;ของแท้ที่วัดบ้านไร่ ขนาดหน้าตัก 19 เมตร ขนาดความสูง 27 เมตร หล่อด้วยเนื้อทองเหลือง ในท่านั่งยองๆถือไม้เคาะหัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยมีศิลปินปฏิมากรรม-สถาปัตยกรรมขั้นครูออกแบบร่วมจารึกประวัติศาสตร์ในการสร้าง ทั้งนี้พระเทพวิสุทธิเมธีรองเจ้าคณะภาค 11 วัดเทพธิดาราม กรุงเทพฯเป็นประธานฝ่ายสงฆ์และพระภาวนาประชานารถ เจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ อ.ด่านขุนทด &amp;nbsp;และคณะสงฆ์ จำนวน 199 รูปร่วมในพิธีเททองหล่อด้วย &amp;nbsp;และนายอภัย จันทนจุลกะ อดีตปลักระทรวงมหาดไทย , นายกรกต ธำรงวงศ์สวัสดิ์; รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา และนายไพฑูรย์ มหาชื่นใจ นายอำเภอด่านขุนทด พร้อมด้วยญาติโยมศิษยานุศิษย์ พี่น้องประชาชนสวมชุดขาวร่วมงานจำนวนมาก &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุวัจน์ กล่าวว่า วัดบ้านไร่มีสิ่งปลูกสร้างที่สำคัญมากมาย อาทิ วิหารเทพวิทยาคม พิพิธภัณฑ์หลวงพ่อคูณ อีกทั้งวัตถุมงคลต่างๆมากมาย และหลวงพ่อคูณได้บริจาคสร้างสาธารณกุศลมากมายทั้งโรงเรียน โรงพยาบาลและอื่นๆทั้งในและต่างประเทศเป็นมูลค่ามากกว่า 4 พันล้านบาท และในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงเสด็จบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ณ วัดบ้านไร่แห่งนี้ วัดบ้านไร่ได้พัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงพุทธศาสนาที่น่าสนใจยิ่ง ซึ่งจะสานต่อนโยบายไทยเที่ยวไทยของภาครัฐที่สำคัญทางวัดบ้านไร่ได้จัดสร้างวัตถุมงคลหลวงพ่อคูณรุ่นพิเศษพระผงกายทิพย์(รุ่นรวยทั้งแผ่นดิน)โดยใช้มวลสารเส้นผมและจีวรหลวงพ่อคูณเป็นส่วนประกอบสำคัญเพื่อให้สาธุชนได้บูชา&amp;nbsp;ได้คิดถึงคำสอนของหลวงพ่อคูณที่มีมากมายซึ่งจะขึ้นอยู่กับแรงศรัทธาของลูกศิษย์ที่มีอยู่ทั่วประเทศและแทบจะทั่วโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุวัจน์ กล่าวต่อว่า สำหรับการจัดสร้างรูปเหมือนของหลวงพ่อคูณในท่านั่งยองๆถือไม้เคาะหัวองค์ใหญ่ที่สุดในโลกนี้ถือเป็นเอกลักษณ์ของหลวงพ่อที่บรรดาลูกศิษย์และสาธุชนจำกันได้ดี ซึ่งจะเป็นอนุสรณ์สถานเพื่อเป็นเกียรติประวัติเชิดชูคุณงามความดีให้กับพระเทพวิทยาคมหรือหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ อดีตเจ้าอาวาสวัดบ้านไร่เพื่อให้พุทธศาสนิกชนและประชาชนทั่วไปเคารพกราบไหว้สักการะบูชาตราบนานเท่านาน โดยจะใช้งบประมาณในการก่อสร้างประมาณ 300 ล้านบาท ใช้ระยะเวลาในการก่อสร้างประมาณ 3 ปี .&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83176</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ, วัดบ้านไร่, หลวงพ่อคูณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201108/image_big_5fa7a77d7a060.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69939</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/06/2020 14:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/06/2020 14:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สุวัจน์&#039;มั่นใจ&#039;บิ๊กป้อม&#039;หน.พปชร.ช่วยประสานทุกพรรคทำงานสนองรัฐบาล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 มิ.ย.63-ที่บ้านเลขที่ 333 ซอยราชวิถี 20 นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรีและประธานที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนา กล่าวถึงการเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ของพรรคพลังประชารัฐว่า ในนามพรรคชาติพัฒนา ขอแสดงความยินดีกับพรรคพลังประชารัฐ ภายใต้การนำของหัวหน้าพรรค พล.อ ประวิตร วงษ์สุวรรณ และผู้บริหารพรรคชุดใหม่ จะสามารถสร้างความเข้มแข็งมั่นคงให้กับพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งเป็นพรรคแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล​ ซึ่งรัฐบาลชุดปัจจุบันประกอบด้วยพรรคการเมืองหลายพรรคมากที่สุดที่เคยมีมา และเสียงเกินกึ่งหนึ่งของจำนวน ส.ส. ของรัฐบาลก็ไม่มากนัก ความเป็นปึกแผ่นและความสามัคคีของพรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรค จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อเสถียรภาพของรัฐบาล ท่านหัวหน้าพรรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;พล.อ ประวิตร เป็นผู้ใหญ่ทางการเมืองที่พรรคร่วมรัฐบาลให้ความเคารพนับถืออยู่แล้ว รวมทั้งประสบการณ์ด้านการบริหารที่ผ่านมา ท่านสามารถที่จะประสานการทำงานร่วมกันของทุกพรรคให้เกิดความเรียบร้อยตามนโยบายของรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ภายใต้สถานการณ์ปัจจุบันที่รัฐบาลกำลังทำงานอย่างหนัก ทั้งการแก้ไขปัญหาเรื่องโควิดและเศรษฐกิจที่ลุกลามไปเกือบทุกประเทศทั่วโลก เสถียรภาพทางการเมืองที่มั่นคง การยอมรับ และความร่วมมือจากทุกฝ่าย จะเป็นองค์ประกอบที่สำคัญให้ ที่ทำให้รัฐบาลภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ประสบความสำเร็จ ในการนำพาประเทศชาติและประชาชนฝ่าวิกฤติการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 และเศรษฐกิจไปได้&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69939</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ, บิ๊กป้อม-พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, พรรคชาติพัฒนา, พรรคพลังประชารัฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200628/image_big_5ef8457d3b33d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53475</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/12/2019 13:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/12/2019 13:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;สุวัจน์&quot;  แนะ​ กมธ.แก้รธน.ศึกษาจริงจัง  ต้องรับฟังเสียงทุกฝ่าย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ธ.ค.62​ นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ &amp;nbsp;ที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนา ให้สัมภาษณ์ถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญของคณะ กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหาหลักเกณฑ์ และแนวทางการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 ว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ และถือเป็นเรื่องหนึ่งในนโยบายของรัฐบาลด้วยในเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และก่อนเลือกตั้งทุกพรรคการเมืองก็ชูประเด็นนี้

ดังนั้นเมื่อมีกรรมาธิการและมีตัวแทนจากหลายพรรคเข้าไปแล้ว ก็ต้องทำเรื่องนี้อย่างจริงจัง แต่กรรมาธิการชุดนี้ยังไม่ใช่ชุดแก้ไข แต่เป็นกรรมาธิการเพื่อศึกษา แนวทางในการแก้ไข ว่า แนวทางในการแก้ไขหลังจากใช้รัฐธรรมนูญแล้วปัญหาของรัฐธรรมนูญฉบับนี้คืออะไร &amp;nbsp;ในมุมเศรษฐกิจคืออะไร ในมุมการเลือกตั้งคืออะไร ในมุมการเมืองคืออะไร การจัดตั้งรัฐบาลบริหารราชการแผ่นดิน ในมุมนั้นมุมนี้คืออะไรเพื่อรวบรวมมาแล้วคิดว่าอะไรที่ควรแก้หรืออะไรที่ไม่ควรแก้ ลำดับความสำคัญแก้ก่อนแก้หลัง วิธีการแก้จะเป็นอย่างไร น่าจะออกมาในแนวนี้ ส่วนเนื้อหาว่าจะแกเรื่องไหนอย่างไรต้อง เล่นอยู่กับกรรมาธิการ

&amp;ldquo; แต่สิ่งหนึ่งที่ผมคิดว่ากรรมาธิการควรรับฟังคือเสียงของนอกสภา นักวิชาการ นักธุรกิจ ต่างประเทศ พี่น้องประชาชน เกษตรกร รากหญ้า เขามีความกังวลหรือมีความรู้สึกอย่างไรบ้างว่ารัฐธรรมนูญนี้ควรตบแต่งแก้ไข ในประเด็นไหน ถ้าสามารถที่จะมีเวทีรับฟังความคิดเห็น เพิ่มเติมจากคนนอกกรรมาธิการได้ก็คิดว่าจะทำให้กรรมาธิการ ได้ข้อมูลมากขึ้นและทำให้ผลการศึกษาจะสมบูรณ์ ทำให้เรารู้ว่าเราจะนับหนึ่งเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญต่อไปอย่างไร&amp;rdquo;

ผู้สื่อข่าวถามว่าขณะนี้หลายคนมองว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่น่าจะแก้ไขได้ ส่วนตัวมองว่าจะสามารถแก้ไขได้หรือไม่ &amp;nbsp;นายสุวัจน์ กล่าวว่า ถ้าศึกษามาแล้วทุกคนเห็นด้วยก็เชื่อว่าต้องไปแนวนั้น ขึ้นอยู่กับว่าเรายอมรับหรือไม่ ถ้าทุกคนเห็นว่านี่เป็นปัญหาของประเทศ และจำเป็น เพื่อความอยู่รอด เพื่อความเรียบร้อยของประเทศ ทุกอย่างก็ต้องว่ากันไปตามรัฐธรรมนูญ เมื่อเห็นตรงกัน ก็ว่ากันไปตามนั้นมีอุปสรรคอะไรก็ช่วยแก้ไขเป็นสเต็ปๆ เพราะปัญหามีไว้ให้แก้อยู่แล้ว&amp;nbsp;

เมื่อถามว่าคิดว่าวุฒิสภาจะยอมรับและสนับสนุนหรือไม่ นายสุวัจน์ กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับการยอมรับ หากชี้ให้ส.ว.เห็นว่าจำเป็น ถ้าแก้ไขอันนี้แล้วประเทศชาติจะดีขึ้น เศรษฐกิจดีขึ้น ก็เชื่อว่าส.ว. ทุกคนต่างรับฟังข้อเท็จจริง และเหตุผลที่คณะกรรมาธิการจะนำเสนอ เชื่อว่าทั้งส.ส.และ ส.ว. ทุกคนต่างมีอารมณ์ในความเป็นตัวแทนของประชาชนเหมือนกัน ดังนั้นจะคิดจะตัดสินใจอะไรทุกคนย่อมมองประเทศชาติเป็นหลัก

&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53475</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.ศึกษาแก้รัฐธรรมนูญ, นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191210/image_big_5def01d2b1902.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52913</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/12/2019 14:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/12/2019 14:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ไฮโซเซนต์&#039;หอบสินสอดชุดใหญ่แต่ง&#039;มิว นิษฐา&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา มิว-นิษฐา จิรยั่งยืน &amp;nbsp;และ แฟนหนุ่มนักธุรกิจ &amp;nbsp;เซนต์-ธราภุช คูหาเปรมกิจ ได้เข้าพิธีแต่งงานตามประเพณีไทย ที่โรงแรม Park Hyatt Bangkok&amp;nbsp; ฤกษ์ดี 7.09 น. เริ่มแห่ขบวนขันหมาก ซึ่งบรรยากาศก็เป็นไปอย่างสนุกสนาน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพื่อนเจ้าบ่าว 20 คน สวมใส่ชุดไทยประยุคสูทสีครีม โจงกระเบนสีชมพู ขบวนขันหมากฝั่งเจ้าบ่าว นำโดย น็อต วิศรุต , ต๊อด ปิติ , กึ้ง เฉลิมชัย , ป๊อก ภัสสรกรณ์, หลวง พสุ และอีกมากมาย&amp;nbsp; ขณะที่เพื่อนๆ เจ้าสาวกว่า 20 คน สวมใส่ชุดไทยประยุกต์สีชมพู นำโดย มาร์กี้ ราศรี , มิ้นต์ ชาลิดา , แมท ภีรนีย์ , แต้ว ณัฐพร , เต้ย จรินทรพร , ฟอร์ด กุลวิทย์, ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์ , คิด คณชัย ที่มากั้นประตูเงิน ประตูทอง ที่มีทั้งหมด 8 ประตู&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ก่อนที่จะเข้าสู่พิธีสู่ขอ โดยมี คุณสุวัจน์ ลิปตพัลลภ เป็นผู้ใหญ่ฝั่งเจ้าบ่าว และ คุณชาลอต โทณวณิก เป็นผู้ใหญ่ฝั่งเจ้าสาว ซึ่ง คุณสุเมธ พ่อของมิว ก็ได้พาเจ้าสาวเข้าสู่บริเวณงาน ที่ปรากฎตัวในชุดไทยจักรี สีครีมทอง ตัวสไบเป็นเทคนิคปักสะดึงกรึงไหมบนผ้าแพร จากอาจารย์วีรธรรม ตระกูลเงินทอง ขณะที่เจ้าบ่าวอยู่ใน ชุดไทยประยุกต์ สูทสีเทาสั่งตัดจากประเทศเกาหลี พร้อมนุ่งโจงกระเบน จากอาจารย์วีรธรรม และ เข้าสู่พิธีหมั้น มีฤกษ์สวมแหวนเจ้าสาวเวลา 08.09 น. สินสอดประกอบไปด้วย เงิน ทอง และ แหวนเพชร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากนั้นเวลา 09.09 น. พิธีส่งตัวเจ้าสาวเข้าหอ &amp;nbsp;และในเวลา 10.00 น. คู่บ่าว - สาว ก็ได้เข้าพิธียกน้ำชา ตามประเพณีจีน และ ถวายเพลพระสงฆ์ จำนวน 9 รูป เป็นการเสร็จพิธี โดย มิว นิษฐา และ เซนต์ ธราภุช จะมีพิธีฉลองมงคลสมรสพระราชทาน ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และซาบซึ้งพระเมตตาใน สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ที่ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ประกอบพิธีสมรสพระราชทาน ในวันที่ 10 มกราคม 2563 ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52913</URL_LINK>
                <HASHTAG>กึ้ง เฉลิมชัย, นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ, มาร์กี้ ราศรี, มิว นิษฐา, แต่งงาน, แมท ภีรนีย์, ไฮโซเซนต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191220/image_big_5dfc720ce86df.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52150</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/12/2019 09:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/12/2019 09:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สุวัจน์&#039;เชียร์ปรับครม.!ดึงฝ่ายค้านแก้ปัญหารัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ธ.ค.62- นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนา แกนนำพรรคชาติพัฒนา อดีตรองนายกรัฐมนตรี กล่าวที่ จ.นครราชสีมาถึงสถานการณ์การเมืองที่มีการจับตาการปรับ ครม. โดยเฉพาะปัญหางูเห่าพรรคร่วมรัฐบาลที่ควรจะแก้นั้นว่า เรื่องเสถียรภาพของรัฐบาลมีความสำคัญ เพราะถ้ารัฐบาลมีเสถียรภาพก็ก่อให้เกิดความเชื่อ นักลงทุนก็อยากมาลงทุน การท่องเที่ยวก็ดี ฉะนั้นถ้าเราสามารถที่จะสร้างเสถียรภาพของรัฐบาลและในสภาฯให้เกิดขึ้นได้เป็นเรื่องที่ดีที่จะทำให้รัฐบาลสามารถทำงานในการแก้ไขปัญหาต่างๆให้ลุล่วงไปได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกระแสปรับ ครม.ไม่ทราบว่าจะมีการปรับหรือไม่ปรับ แต่ถ้าเกิดว่าอะไรก็แล้วแต่ที่สามารถทำให้มีเสียงในสภาฯเพิ่มขึ้น ตอนนี้สมมุติอย่างเป็นทางการของรัฐบาลประมาณ 253 เสียงตั้งแต่ตอนจัดรัฐบาล 253-254 เสียง ถือว่ามาร์จิ้นค่อนข้างต่ำก็เลยมักจะพูดกันว่ารัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ ฉะนั้นรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำเวลานักลงทุนเขาฟังดูเขาก็กังวลในความต่อเนื่องของรัฐบาล ฉะนั้นถ้าเกิดมีอะไรที่ทำให้รัฐบาลมีเสียงมากขึ้นมันจะทำให้รัฐบาลมีเสถียรภาพ เพราะเสถียรภาพในสภาฯก็คือเสถียรภาพของรัฐบาล เสถียรภาพของรัฐบาลก็คือเสถียรภาพของประเทศ ฉะนั้นการปรับ ครม.ตนไม่ทราบว่าข้อเท็จจริงจะเป็นอย่างไร แต่อะไรที่ทำให้รัฐบาลมีเสียงในสภาฯเพิ่มมากขึ้นก็จะทำให้มีเสถียรภาพของรัฐบาลมากขึ้นที่จะเป็นผลดีของประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนเรื่องการแพ้โหวตในสภาฯอยู่บ่อย พรรคร่วมคุมเสียงไม่ได้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีต้องสานสัมพันธ์จัดงานเลี้ยงซดหูฉลามนั้น นายสุวัจน์ฯกล่าวว่า ถ้าเกิดแพ้โหวตบ่อยๆก็ยิ่งทำให้รัฐบาลขาดความมั่นใจ เหมือนกับเสียงปริ่มน้ำด้วย ถ้าเกิดเรารักษาเสียงปริ่มน้ำไว้ อย่างเรามี 254 เสียง โหวตทีไรเราก็อยู่ที่ 254 เสียงได้อันนี้ไม่มีปัญหา แต่ถ้าเราแพ้เสียงในสภาฯบ่อยๆหรือบ่อยครั้งมันทำให้เกิดการขาดความเชื่อมั่นในเสถียรภาพ ฉะนั้นพอเราขาดความเชื่อมั่นในเสถียรภาพมันก็จะกระทบเรื่องเศรษฐกิจด้วย คิดว่ารัฐบาลโดยพรรคร่วมรัฐบาลต้องพยายามที่จะมีความใกล้ชิดกันในการที่จะรักษาเสียงให้ครบถ้วนอยู่ตลอดเวลาเป็นเรื่องจำเป็น แต่ถ้าเกิดมีการเปลี่ยนแปลงอะไรสักอย่างหนึ่งที่ทำให้เกิดเสียงในสภาฯมากขึ้นมันก็เป็นผลดีต่อเสถียรภาพของรัฐบาล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนเรื่องที่รัฐบาลจะดึงเอางูเห่าฝ่ายค้านเข้ามาเติมเสียงให้รัฐบาลนั้น ตนคิดว่าตั้งแต่เริ่มต้นแล้ว เนื่องจากตอนจัดตั้งรัฐบาลตอนนั้นเหมือนกับการเมืองเราแบ่งเป็น 2 ค่าย 2 ขั้วอย่างชัดเจน ฉะนั้นมันก็เป็นความยากลำบากตั้งแต่ตอนจัดรัฐบาลกันแล้ว ซึ่งจะเห็นกันว่าช่วงนั้นก็ใช้เวลานานและเสถียรภาพก็ไม่พอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo; &amp;nbsp;ผมคิดว่าจริงๆแล้ว สมมุติ 500 เสียง ถ้าจะทำให้รัฐบาลราบรื่น และดำเนินงานตามนโยบายต่างๆให้พี่น้องประชาชนมีความสุข อย่างน้อยๆก็ต้องมีใกล้ๆสัก 300 เสียงจากการเมืองในอดีต แต่วันนี้เสียงค่อนข้างน้อยมากจริงๆ แต่ถ้าเกิดรัฐบาลสามารถที่จะปรับ ครม.แล้วก็มีเสียงมาสนับสนุนรัฐบาลมากขึ้นได้ก็เป็นเรื่องที่ดีกับเสถียรภาพของรัฐบาลด้วย และผมเชื่อว่าทุกคนก็จะมีความมั่นใจ แต่ในเรื่องนี้ผมไม่ทราบในรายละเอียดว่าจะปรับ ครม.หรือจะมีพรรคใดเข้ามาเพิ่มผมไม่ทราบ แต่อะไรที่ทำให้รัฐบาลมีเสถียรภาพเป็นบวก เป็นบวกต่อการแก้ไขปัญหาทุกอย่าง &amp;ldquo; นายสุวัจน์กล่าว.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52150</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ, ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนา(ชพน.), ปรับครม, รัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191210/image_big_5def01d2b1902.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
