<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>67544</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/06/2020 15:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/06/2020 15:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อว.เล็งขยายจ้างงานผู้ได้รับผลกระทบโควิด ระยะที่ 2 กว่า3.2หมื่นอัตรา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
1มิ.ย.63-นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (รมว.อว.) กล่าวในการแถลงข่าวการปฐมนิเทศผู้ได้รับการจ้างงานใน &amp;ldquo;โครงการ อว.สร้างงานในระยะที่ 1&amp;rdquo; ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มอบนโยบายให้แต่ละกระทรวงต้องเยียวยาประชาชนหลังวิกฤตโควิด &amp;ndash; 19 ส่วนหนึ่งคือการจ้างงาน เพื่อสร้างงาน สร้างรายได้ โดยในส่วนของ อว.เราเริ่มด้วยโครงการ อว.จ้างงาน ระยะที่ 1 จำนวน 9,710 อัตรา จากหน่วยจ้างงาน 42 หน่วยงานของ อว. โดยการจ้างงานครั้งนี้ได้เริ่มแล้ว ได้ค่าตอบแทนเดือนละ 9,000 บาท และ ไม่ใช่แค่การสร้างงาน สร้างรายได้ แต่ต้องการเปิดโอกาสให้ประชาชนได้เข้ามาทำงานร่วมกับ อว.ได้เห็นช่องทางที่จะไปต่อ และมหาวิทยาลัยหรือหน่วยจ้างงานทั้งหมด ยังจะมีการปรับปรุงทักษะ เพิ่มและพัฒนาทักษะให้ประชาชนที่ได้รับการจ้างงาน นำไปใช้ในวิชาชีพในอนาคต เช่น การเพิ่มทักษะภาษาอังกฤษ ถือเป็นการติดอาวุธทางปัญญา ตนอยากให้ประชาชนที่ได้รับการจ้างงานเห็นโอกาสใน 4 เดือนจากนี้ ไม่ว่าจะทำงานกับ อว.ด้านไหน โดยเฉพาะด้านการพัฒนาชุมชน หากสนใจจะเป็นผู้ประกอบการ อว.มีกองทุนเริ่มต้นธุรกิจให้ ถือเป็นการเริ่มต้นชีวิตใหม่หลังโควิด &amp;ndash; 19 ซึ่งโครงการ อว.สร้างงานในระยะที่ 1 มีผู้สมัครเข้าร่วมโครงการ จำนวน 19,239 อัตรา รับได้ 9,730 อัตรา และหน่วยจ้างที่มีผู้สนใจสมัครเข้าร่วมโครงการมากที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ 1.มหาวิทยาลัยขอนแก่น จำนวน 2,845 คน 2.มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ จำนวน 2,777 คน และ 3. มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี จำนวน 1,267 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สำหรับยอดผู้สมัครตามภูมิภาค พบว่า 1.ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวน 8,108 คน ภาคใต้ จำนวน 4,697 คน ภาคเหนือ จำนวน 3,376 คน ภาคกลาง จำนวน 1,122 คน ภาคตะวันออก จำนวน 275 คน อย่างไรก็ตาม จากนี้ อว.จะเปิดรับการจ้างงานใน &amp;ldquo;โครงการ อว.สร้างงานในระยะที่ 2&amp;rdquo; ให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด &amp;ndash; 19 ระหว่างเดือนกรกฎาคม &amp;ndash; กันยายนนี้ รวมระยะเวลา 3 เดือน อัตราค่าจ้าง 9,000 บาทต่อเดือน โดยคาดว่าจะรับสมัครงานได้ จำนวน 32,718 อัตรา และสามารถเปิดรับสมัครได้ทันทีหลังจากที่ได้รับอนุมัติงบประมาณจากสำนักงบประมาณในช่วงกลางเดือน มิถุนายนนี้ และที่สำคัญ อว.จะเสนอขอใช้งบประมาณจาก พรก.เงินกู้ เพื่อจ้างงานบัณฑิตจบใหม่และบัณฑิตที่ตกค้างรวมถึงบัณฑิตที่ว่างงงานจากโควิด &amp;ndash; 19 อีก 2 แสนตำแหน่ง เป็นระยะเวลา 1 ปีและจะจ้างงานนักศึกษาอีก 1 แสนอัตรา เพื่อทำงานกับชุมชน พัฒนาชุมชน เป็นเวลา 1 ภาคเรียนและจะมีรายได้ติดปลายนวมเพื่อทดแทนรายได้จากการทำงานนอกเวลา&amp;rdquo;รมว.อว.กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67544</URL_LINK>
                <HASHTAG>#อว., จ้างงานผู้ได้รับผลกระทบโควิด, นายสุวิทย์ เมษินทรีย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200330/image_big_5e81f8fbd7835.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63123</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/04/2020 17:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/04/2020 16:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กสทช.สนับสนุน อว.ทุ่ม 240ล้าน นศ.1.6 ล้านคน เรียนออนไลน์ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
14เม.ย.63- นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (รมว.อว.) กล่าวว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลให้สถาบันอุดมศึกษาของรัฐและเอกชนทั่วประเทศ จำนวน 156 แห่ง ต้องหยุดการเรียนการสอนที่สถาบันอุดมศึกษา โดยมีนักศึกษาประมาณ 1.6 ล้านคนต้องเรียนผ่านระบบออนไลน์ทั้งหมดตั้งแต่วันที่ 1 เมษยน ที่ผ่านมา ขณะนี้ อว. ได้หารือร่วมกับสถาบันอุดมศึกษา และ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) รวมทั้งกลุ่มผู้ให้บริการการสื่อสารผ่านเครือข่ายโทรศัพท์มือถือรายใหญ่ของประเทศไทย ทั้ง True, AIS และ DTAC ในการร่วมกันสนับสนุนการเรียนการสอนออนไลน์สำหรับนักศึกษาทั่วประเทศ โดยนักศึกษาที่ลงทะเบียนเรียนในภาคการศึกษานี้ หรือตั้งแต่เดือนเมษายน 2563 จะสามารถใช้อินเตอร์เน็ตได้ฟรีผ่านเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ เพื่อเรียนในระบบออนไลน์ซึ่งแต่ละมหาวิทยาลัยได้เตรียมความพร้อมไว้แล้ว ด้วยความเร็ว 4 Mbps ไม่มีลิมิตการใช้งาน เพื่อให้นักศึกษาสามารถเข้าถึงบทเรียน ทำงานและสื่อสารกับอาจารย์ผู้สอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนักศึกษาในสถาบันการศึกษาของรัฐและเอกชนทั่วประเทศ เพื่ออำนวยความสะดวกและแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของนักศึกษาในการใช้งานโทรศัพท์มือถือให้สามารถเข้าถึงบทเรียนและติดต่อสื่อสารกับอาจารย์ผู้สอนได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เป็นที่ทราบกันดีว่านักศึกษาบางส่วนอาจไม่จำเป็น เพราะมีระบบอินเตอร์เน็ตพื้นฐานในที่พักอาศัย (wifi) แต่ยังมีนักศึกษาจำนวนมากที่ขาดความสามารถในการจ่าย โดยเฉพาะในสถานการณ์ปัจจุบันที่ผู้ปกครองและนักศึกษาอาจขาดรายได้จากการค้าขายและรับจ้างทำงาน ขณะที่ยังมีภาระด้านอื่น ๆ ในการดำรงชีพ รวมถึงการจัดหาอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เพื่อใช้ในการศึกษามีราคาสูง&amp;rdquo;รมว.อว. กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุวิทย์ กล่าวต่อว่า สำหรับงบประมาณในการสนับสนุนการเรียนออนไลน์สำหรับนักศึกษา อว. ได้เสนอของบประมาณตามจ่ายจริง วงเงินงบประมาณรวมไม่เกิน 240 ล้านบาท โดยงบประมาณดังกล่าวนั้นจะเป็นค่าบริการ เครือข่ายโทรศัพท์มือถือ ทั้ง True, AIS และ DTAC ความเร็ว 4 Mbps ไม่มีลิมิตเป็นระยะเวลา 3 เดือน ทั้งนี้หากมีความจำเป็นต้องใช้วงเงินมากกว่าจำนวนดังกล่าว สถาบันอุดมศึกษาทุกแห่งจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายให้กับนักศึกษาทั้งหมด โดยวงเงินงบประมาณ 240 ล้านบาทนั้น ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย จะพิจารณาจัดสรรตามศักยภาพทางการเงินของแต่ละสถาบันอุดมศึกษา โดยให้ความช่วยเหลือสถาบันอุดมศึกษาที่มีศักยภาพทางการเงินน้อยที่สุดก่อน เพื่อให้ได้รับงบประมาณอย่างเพียงพอ ทั้งนี้หลังจากระยะเวลา 3 เดือนแรก สถาบันอุดมศึกษาคาดว่าจะสามารถบริหารจัดการเรื่องดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพเรียบร้อย โดยไม่ต้องพึ่งงบประมาณสนับสนุนจากรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63123</URL_LINK>
                <HASHTAG>#อว., นายสุวิทย์ เมษินทรีย์, ระบบอินเตอร์เน็ต, เรียนออนไลน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200217/image_big_5e4a7422a2514.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>60194</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/03/2020 19:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/03/2020 19:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อว.ดึงไมโครซอฟท์ ช่วยระบบคลาสเรียนออนไลน์ คาดอีก1เดือน &quot;นศ.2ล้านคน &quot;ได้เรียนที่บ้านครบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
18มี.ค.63-นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (รมว.อว.) กล่าวว่า ขณะนี้ อว.จับมือกับบริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) เปิดการเรียนการสอนผ่านออนไลน์ 100% เพื่อลดการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสโควิด -19 ในพื้นที่สาธารณะและสถานศึกษา ทั้งยังเปิดให้มหาวิทยาลัยทุกแห่งทั่วประเทศสามารถยกระดับให้การศึกษานอกสถานที่ให้เป็นไปในรูปแบบที่เกินกว่าแค่การประชุมทางไกลผ่านวิดีโอทั่วไป ด้วยเครื่องมือเฉพาะทางแบบครบวงจร สำหรับทั้งนิสิต-นักศึกษา และอาจารย์ผู้สอนทั่วประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การเปิดการเรียนการสอนออนไลน์ในปัจจุบัน เริ่มมีหลายมหาวิทยาลัยในกรุงเทพฯ และหัวเมืองใหญ่ แล้ว แต่ในมหาวิทยาลัยอีกราว 100 สถาบัน ที่กระจายอยู่ในภูมิภาคทั่วประเทศ หลายแห่งอาจยังไม่มีความพร้อม โดยจากนี้ ทีมเจ้าหน้าที่จากไมโครซอฟท์ จะเข้าไปอบรมการใช้งานโปรแกรมไมโครซอฟท์ทีมให้กับทุกมหาวิทยาลัย รวมถึงจะดูแลในส่วนของนิสิต นักศึกษา ที่มีปัญหาในการเข้าถึงอินเทอร์เน็ต ทำให้ไม่สามารถเรียนออนไลน์ได้นั้น ก็อยู่ในส่วนที่ อว. และไมโครซอฟท์จะร่วมเข้าไปดูแลคาดว่าจะใช้เวลาราว 1 เดือน มหาวิทยาลัยทั้ง 150 แห่ง และนิสิต นักศึกษาราว 2 ล้านคน จะสามารถทำการเรียน การสอนผ่านออนไลน์ได้สมบูรณ์ 100%&amp;rdquo;รมว.อว.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุวิทย์ กล่าวต่อว่า สำหรับแอปพลิเคชัน ไมโครซอฟท์ทีม กับบริการไมโครซอฟท์ ออฟฟิศ 365 เอ 1 (Microsoft Office 365 A1) รองรับการใช้งานบนระบบคลาวด์แบบไม่จำกัดจำนวนผู้ใช้ เพื่อให้มหาวิทยาลัยทั้ง 150 แห่ง และนิสิต นักศึกษาอีก 2 ล้านกว่าคน ได้ใช้โปรแกรมไมโครซอฟท์ทีมในการเรียนการสอนออนไลน์ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายในการใช้ซอฟท์แวร์ จะถูกนำมาใช้เป็นแพลตฟอร์มหลักสำหรับการเรียนการสอนของมหาวิทยาลัย ซึ่งคุณสมบัติจะเหนือกว่าระบบประชุมทางไกลผ่านวีดีโอทั่วไป อาทิ OneNote Class Notebooks สมุดบันทึกรายวิชาสำหรับการเรียนการสอนแบบออนไลน์ Microsoft Whiteboard กระดานดิจิทัลที่ใช้วาดเขียนพร้อมกันได้หลายคน Student Analytics ระบบวิเคราะห์การเรียนการสอนที่เปิดโอกาสให้อาจารย์ผู้สอนได้วัดระดับความสนใจและการมีส่วนร่วมในชั้นเรียนของนิสิต-นักศึกษาแบบเรียลไทม์ พร้อมวิเคราะห์หาตัวบ่งชี้ประสิทธิภาพในการเรียนรู้ต่อไป รองรับระบบการบ้านและการให้คะแนนในทุกขั้นตอน ทั้งยังเปิดให้ผู้เรียนสามารถตรวจสอบคะแนนจากการสอบและชิ้นงานต่าง ๆ ที่ส่งไปได้เสมอเพื่อความสะดวกสบาย รองรับการเปิดห้องสนทนาประจำกลุ่ม สำหรับการแบ่งกลุ่มทำงานในวิชานั้น ๆ เป็นต้น
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60194</URL_LINK>
                <HASHTAG>#อว., นายสุวิทย์ เมษินทรีย์, เรียนออนไลน์, ไมโครซอฟท์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200121/image_big_5e26c2c027857.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59584</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/03/2020 15:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/03/2020 15:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อว.วอนมหา&#039;ลัย ช่วยแบ่งเบาภาระผู้ปกครองนิสิต นักศึกษาที่ได้รับพิษเศรษฐกิจ จากโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
12 มี.ค.63-นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (รมว.อว.) กล่าวว่า จากสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด-19 ได้ขยายวงกว้างขึ้นทั่วโลก ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยทั้งทางตรงและทางอ้อม ซึ่ง อว. เล็งเห็นถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อบุคลากร นิสิต นักศึกษา ประชาชน และผู้ประกอบการในสถานศึกษา ดังนั้นตนจึงได้ออกประกาศ อว. ขอความร่วมมือจากสถาบันอุดมศึกษาในสังกัด อว. ช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายผู้ปกครองและนิสิตนักศึกษาที่ได้รับผลกระทบจากพิษเศรษฐกิจในช่วงนี้ โดย 1.ให้หน่วยงานและสถาบันอุดมศึกษาลดค่าเช่าพื้นที่แก่ผู้ประกอบการรายย่อยลง เป็นระยะเวลา 6 เดือน 2.ให้สถาบันอุดมศึกษาลดค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ของสถาบันอุดมศึกษาที่เรียกเก็บจากนักศึกษาใน ภาคการศึกษาที่จะถึงนี้ เป็นกรณีพิเศษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุวิทย์ กล่าวต่อว่า 3. ให้สถาบันอุดมศึกษาพิจารณาปรับลดค่าตอบแทน ค่าเบี้ยประชุมและค่าใช้จ่ายอื่นๆ ในการบริหารลง เพื่อนำงบประมาณดังกล่าวไปเพิ่มการจ้างงานนักศึกษา และบุคคลทั่วไป ในกิจการของสถาบันอุดมศึกษาเป็น ระยะเวลา 6 เดือน 4.ให้สถาบันอุดมศึกษาพิจารณาการจัดการเรียนการสอนผ่านระบบออนไลน์ เพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบ ในช่วงภาวะวิกฤติ 5.ให้อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย และอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค รวมทั้งเขตอุตสาหกรรม ซอฟต์แวร์ประเทศไทย และเมืองนวัตกรรมอาหาร พิจารณาปรับลดค่าบริการต่าง ๆ ที่เรียกเก็บจากเอสเอ็มอี สตาร์ทอัพและประชาชนทั่วไป เป็นกรณีพิเศษ และ 6.ให้หน่วยงานและสถาบันอุดมศึกษา พิจารณากำหนดมาตรการให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบ จากเหตุการณ์ดังกล่าวเพิ่มเติมตามความเหมาะสมต่อไป
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59584</URL_LINK>
                <HASHTAG>#อว., นายสุวิทย์ เมษินทรีย์, พิษโควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200312/image_big_5e69f03b38b9f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>58666</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/03/2020 17:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/03/2020 17:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“สุวิทย์” เผย อยู่ตรงไหนก็สามารถทำงานได้ ทุกอย่างอยู่ที่ นายกฯ แต่อย่าคิดแต่การเมือง ต้องตอบโจทย์ประเทศด้วย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2มี.ค.63-นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (รมว.อว.) กล่าวถึงกระแสข่าวการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า การปรับ ครม. จะมีตนอยู่ใน ครม. ใหม่หรือไม่ ไม่ใช่ประเด็น ตนอยู่ตรงไหนก็สามารถทำงานได้ ทุกอย่างอยู่ที่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นผู้ตัดสินใจ แต่การปรับ ครม.ที่เกิดขึ้นจะต้องตอบโจทย์ประเทศ ไม่ใช่แค่เรื่องการเมือง แค่เป็นเรื่องวิกฤติซ้อนวิกฤติ เรามีทั้งปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาโควิด-19 ปัญหา PM2.5 และปัญหาภัยแล้ง ดังนั้น การปรับ ครม. ต้องตอบโจทย์วิกฤติของประเทศ รวมทั้งเป็นการปรับ ครม. เพื่อนำพาประเทศไทยเข้าสู่การเปลี่ยนผ่านเพื่อแข่งขันกับประเทศต่างๆ ทั่วโลกให้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงการชุมนุมของนักศึกษาในมหาวิทยาลัย และเหตุการณ์การชุมนุมจะบานปลายขยายวงออกไปมากขึ้นหรือไม่ นายสุวิทย์ กล่าวว่า ประเทศไทยเป็นประชาธิปไตย การคิดต่างไม่ใช่เรื่องผิดและไม่ใช่ความขัดแย้ง ที่สำคัญเยาวชน นิสิต นักศึกษา ในมหาวิทยาลัย คือ คนกำหนดอนาคตของประเทศ พวกเขามีความคิดอ่าน ดังนั้น มหาวิทยาลัยต้องเปิดเวทีให้นักศึกษาได้แสดงออกตราบใดที่พวกเขายังไม่ละเมิดกฎหมาย ผู้ใหญ่ต้องฟังให้มากสำหรับความคิดเห็นของนักศึกษา ไม่ทำตัวเป็นผู้ใหญ่รู้ดี ตนได้ให้นโยบายกับผู้บริหารมหาวิทยาลัยจะต้องดูแลเรื่องความปลอดภัยให้นักศึกษา ต้องมองว่าพวกเขาเป็นลูกหลาน ส่วนจะบานปลายหรือไม่นั้น ตนคิดว่าคงไม่บานปลายถ้าผู้ใหญ่ฟัง และในเร็วๆ นี้ ตนจะเชิญแกนนำนักศึกษาทั้งหมดมาร่วมเวที เพื่อรับฟังปัญหาและให้พูดถึงทางออกและคำตอบในการแก้ไขปัญหาด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58666</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายสุวิทย์ เมษินทรีย์, ปรับครม.ลุงตู้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200217/image_big_5e4a4598c9f59.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56176</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/02/2020 17:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/02/2020 17:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อว.หารือ20 คณบดีคณะแพทย์ -ผอ.รพ.รร.แพทย์  ซักซ้อมรับมือโคโรนาไวรัส </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
3ก.พ.63-นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (รมว.อว.) กล่าวภายหลังการหารือร่วมกับคณบดีคณะแพทยศาสตร์ และผู้อำนวยการโรงพยาบาลของโรงเรียนแพทย์จากทั่วประเทศ กว่า 20 หน่วยงาน ใน &amp;quot;การเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์การติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;quot; ว่า การประชุมในครั้งนี้ เป็นการเตรียมความพร้อมของโรงเรียนแพทย์ที่อยู่ภายใต้ อว.ทั้งหมด โดยมีคณะแพทยศาสตร์จำนวน 23 แห่ง โรงพยาบาลมีจำนวนเตียงกว่า 14,475 เตียง และมีแพทย์ พยาบาลที่มีประสบการณ์ มากกว่า 23,758 คน ซึ่งเบื้องต้น ทุกแห่งมีความพร้อมในการบริการจัดการ เฝ้าระวัง คัดกรองไวรัสโคโรนา ทั้งบุคลากรทางการแพทย์ในการดูแลผู้ป่วย เครื่องมืออุปกรณ์ ห้องคัดแยก ในการดูแลผู้ป่วยและรับมือกับโรคดังกล่าว นอกจากนั้น ที่ประชุมได้มีการหารือถึงการดำเนินการงานวิจัยเพื่อขับเคลื่อนด้านการแพทย์ สาธารณสุข และสุขภาพ ซึ่งที่ผ่านมามีหลายเรื่องมีความก้าวหน้าและดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม แต่ตอนนี้ได้มีการจัดตั้งศูนย์สนับสนุนการวิจัยทางคลินิกระดับประเทศ จะเป็นการทำงานร่วมกันของคณะแพทยศาสตร์ทั่วประเทศ เพื่อตอบโจทย์ด้านการแพทย์ การวิจัย อันนำไปสู่การพัฒนาประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุวิทย์ กล่าวต่อว่า ตนได้มอบหมายให้สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) เป็นหน่วยงานเจ้าภาพหลักในการดำเนินการด้านการวิจัยและวิชาการทั้งในระยะสั้นและระยะยาว โดยจะดำเนินการใน 3 ส่วนหลัก ได้แก่ การวิเคราะห์และสังเคราะห์ข้อมูลทางวิชาการที่เกี่ยวข้องโดยเครือข่ายนักวิจัยและอาจารย์มหาวิทยาลัยทั่วประเทศ การจัดให้มีศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการวิจัยและวิชาการ เพื่อเชื่อมโยงการดำเนินงานของศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุขของกระทรวงสาธารณสุขและหน่วยงานอื่นๆ รวมทั้งการขับเคลื่อนให้เกิดการวิจัยเชิงรุกเพื่อเร่งแก้ไขปัญหาของประเทศ โดย วช. ได้สนับสนุนทุนวิจัยพิเศษและเร่งด่วน ซึ่งการบูรณาการการทำงานอย่างเร่งด่วนของหน่วยงานทั้งใน อว. และนอก อว. จะสามารถสร้างความเชื่อมั่นได้ว่าประเทศไทยพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในทุกกรณีได้อย่างแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล เลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กล่าวว่า บทบาทของ อว.ในการเตรียมความพร้อมรองรับการติดเชื้อไวรัสโคโรนา มี 3 ประเด็น คือ 1.การดูแลนักศึกษา ซึ่งทาง อว.ได้ประกาศมาตรการให้ทุกมหาวิทยาลัยดูแลนักศึกษาต่างชาติมาเรียนยังประเทศไทย โดยเฉพาะนักศึกษาจีน และนักศึกษาไทยที่เรียนอยู่ในประเทศจีน โดยต้องดูแลสุขภาพของนักศึกษา เช็คว่านักศึกษาเดินทางกลับมาวันไหน อย่างไร มีนักศึกษากี่คน ชื่ออะไร และเดินทางมาจากประเทศไหน เมื่อนักศึกษาจีนหรือไทยที่กลับมาจากประเทศจีนต้องดำเนินการตามนโยบายของกระทรวงสาธารณสุขในการเฝ้าระวัง คัดกรอง ส่วนนักศึกษาไทยที่อยู่ประเทศจีนได้ติดต่อสำนักงานผู้ช่วยฑูต ประเทศจีนดูแลนักศึกษาไทย 2.การดำเนินการวิชาการ และการบริหาร ได้ซักซ้อมความเข้าใจ พบว่า กลุ่มโรงเรียนแพทย์มีความพร้อมทั้งในแง่บุคลากร การวินิจฉัยต่างๆ และเครื่องมืออุปกรณ์ มีการเตรียมการรับมือป้องกันไวรัสโคโรนาอย่างดี และ 3.ได้มีการสนับสนุนองค์ความรู้และงานวิจัยโดยร่วมมือกับเครือข่ายต่างๆ ใน 5 เรื่องสำคัญ คือ 1.การศึกษาตัวเชื้อและลักษณะทางพันธุกรรมของไวรัส โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรม 2.การศึกษาแบบจำลองทางคณิตศาสตร์เพื่อความเข้าใจของกรแพร่กระจายของ 3.วิธีการวินิจฉัยและชุดตรวจเพื่อวินิจฉัยโรคได้แม่นยำ รวดเร็ว 4.การวิเคราะห์สถานการณ์เพื่อความเข้าใจด้านระบาดวิทยาระดับโมเลกุลและการติดตามการเปลี่ยนแปลงของเชื้อ และ 5.การพัฒนายาและวัคซีนที่ใช้ในการควบคุมและป้องกัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56176</URL_LINK>
                <HASHTAG>#อว., คณบดีคณะแพทยศาสตร์, นายสุวิทย์ เมษินทรีย์, ประชุมเตรียมรับมือโคโรนาโจมตีฃ, รพ. รร.แพทย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191212/image_big_5df2052a06f6d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55504</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/01/2020 13:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/01/2020 13:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รมว.อุดมศึกษาฯคุมเข้มนศ.จีนในไทยป้องกันไวรัสโคโรน่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ม.ค.63-นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.อุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม &amp;nbsp;ออกประกาศเรื่อง มาตรการและการเฝ้าระวังการระบาดของโรคไวรัสโคโรน่า ระบุว่า สถานการณ์การระบาดของโรคไวรัสโคโรน่าที่มีแหล่งเริ่มต้นจากเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน มีการติดเชื้อและความรุนแรงถึงขั้นมีผู้เสียชีวิตหลายสิบราย การติดเชื้อจะใช้เวลา 2 - 3 วัน กว่าจะเริ่มมีอาการป่วยเป็นไข้ ซึ่งการระบาดโรคนี้ค่อนข้างง่าย เพราะติดต่อผ่านการหายใจและการสัมผัสผ่านสารคัดหลั่ง ไม่ว่าจะเป็นฝอยละอองต่างๆ ที่มาจากร่างกายของผู้ติดเชื้อ และมีหลักฐานชัดเจนว่า มีผู้ป่วย หรือผู้ได้รับเชื้อได้เดินทางเข้ามาประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กระทรวงการอุดมศึกษาฯ มีความห่วงใยสถานการณ์ดังกล่าวเช่นกัน โดยที่ในปัจจุบันมีนักศึกษาจีนมาศึกษาต่อในประเทศไทยเป็นจำนวนมาก เพื่อเป็นการป้องกันการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโคโรน่า จึงเห็นสมควรดำเนินการตามมาตรการ 1. นักศึกษาจีนที่เดินทางกลับบ้านที่ประเทศจีนในช่วงตรุษจีนและยังไม่ได้เดินทางกลับประเทศไทย ขอให้นักศึกษาจีนเหล่านั้นพำนักอยู่ในประเทศจีนต่อไปเป็นเวลาอย่างน้อย 2 สัปดาห์ และมหาวิทยาลัยจะติดต่อเพื่อแจ้งเวลาที่เหมาะสมในการเดินทางกลับไทยต่อไป ทั้งนี้มหาวิทยาลัยควรจัดการสอนเสริมให้กับนักศึกษา หลังจากที่เดินทางกลับมาแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. นักศึกษาจีนที่พำนักในประเทศไทยและไม่ได้เดินทางกลับประเทศจีนในช่วงตรุษจีนนั้น ขอให้มหาวิทยาลัยประสานกับนักศึกษาเหล่านั้นเพื่อขอให้หลีกเลี่ยงการพบปะกับคนที่เพิ่งเดินทางกลับมาจากประเทศจีน เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่จะติดเชื้อดังกล่าว 3.นักศึกษาที่มีไข้ หรือมีอาการผิดปกติทางระบบทางเดินหายใจ ต้องรายงาน พาไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาล ไม่ควรรักษาตัวเอง และควรดูแลอย่างใกล้ชิด มิให้ไปแพร่เชื้อต่อไป 4. กิจกรรมที่มีการชุมนุมนักศึกษาจำนวนมาก และอาจมีนักศึกษาต่างชาติร่วมด้วย ควรพิจารณาทบทวน
5. ขอให้สถาบันวิจัย และมหาวิทยาลัยช่วยเก็บข้อมูลนักศึกษาและเฝ้าระวังตามหลักระบาดวิทยา 6. กระทรวงฯ จะติดต่อขอความร่วมมือจากกระทรวงสาธารณสุข เพื่อคัดกรองโรค และดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องและจำเป็นต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55504</URL_LINK>
                <HASHTAG>นักศึกษาจีน, นายสุวิทย์ เมษินทรีย์, โรคไวรัสโคโรน่า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191218/image_big_5df9f4d07ceaf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
