<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>46612</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/09/2019 17:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/09/2019 17:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สพฐ.ยันมีงบฯจ้างครูอัตราจ้างแน่นอน  สบายใจได้ เตรียมออกหนังสือแจ้งเขตพื้นที่ฯทั่วประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
25ก.ย.62-ตามที่มีการเผยแพร่ หนังสือเวียนของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) เชียงใหม่ เขต 4 ลงวันที่ 24 กันยายน2562 แจ้งการปฏิบัติงานของอัตราลูกจ้างชั่วคราว ไปยังผู้อำนวยการโรงเรียนในสังกัด โดยมีใจความระบุว่า ตามที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้จัดสรรอัตราลูกจ้างชั่วคราวปีงบประมาณ 2562 ให้สถานศึกษาในสังกัด และสัญญาจ้างจะสิ้นสุดในวันที่ 30 กันยายน 2562 ประกอบด้วยตำแหน่ง พนักงานราชการ ครูอัตราจ้างขั้นวิกฤต บุคลากรวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ ธุรการโรงเรียน พี่เลี้ยงเด็กพิการ นักการภารโรง ครูผู้ทรงคุณค่าแห่งแผ่นดิน รวมเป็นงบประมาณทั้งสิ้น 3,220,180 บาท สพป.เชียงใหม่ เขต 4 พิจารณาแล้ว ระหว่างรอการจัดสรรอัตราลูกจ้างชั่วคราวประจำปีงบประมาณ 2563 จาก สพฐ. จึงขอให้สถานศึกษาในสังกัดที่มีลูกจ้างชั่วคราว ให้ลูกจ้างชั่วคราวทุกอัตราหยุดปฎิบัติงานตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2562 เป็นต้นไป เมื่อ สพฐ.จัดสรรอัตราจ้างลูกจ้างชั่วคราวประจำปีงบประมาณ 2563 ให้แก่ สพป.เชียงใหม่ เขต 4 แล้ว จะพิจารณาจัดสรรอัตราให้กับสถานศึกษาในสังกัดต่อไปนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาฯ กพฐ.) กล่าว ว่า &amp;nbsp;ตนขอให้กลุ่มอัตราจ้างในสถานศึกษาสังกัด สพฐ.ทั่วประเทศสบายใจได้ว่า สพฐ.มีงบประมาณเพื่อจ้างทำงานในปีงบประมาณ 2563 อย่างแน่นอน โดยได้กำหนดไว้ในแผนงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ไว้แล้ว และแม้ว่าขณะนี้ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 จะยังไม่ผ่านการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร์ แต่ก็สามารถใช้งบประมาณปี 2563 ไปพลางก่อนได้ไม่เกินร้อยละ 50 ของกรอบวงเงิน ดังนั้นสถานศึกษาจึงสามารถทำสัญญาจ้างกับอัตราจ้างที่มีอยู่ด้วยปีงบประมาณ 2563 ได้ทันที อย่างไรก็ตาม เพื่อให้ทุกสถานศึกษาในสังกัดได้ถือปฏิบัติเรื่องนี้ตรงกัน สพฐ.จะออกหนังสือแจ้งให้เขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศได้ทราบในวันที่ 26 กันยายน 2562 ต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46612</URL_LINK>
                <HASHTAG>#สพฐ., ครูอัตราจ้าง, นายสุเทพ ชิตยวงษ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190917/image_big_5d809ca5e5b56.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45969</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/09/2019 15:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/09/2019 15:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;สุเทพ&quot;สั่งสพท.รับโกลาหล เหตุผอ.-ครู รร.เกษียณพร้อมกัน 2.6หมื่นคน เผยบางแห่งเกษียณเกลี้ยงทั้งรร.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
17ก.ย.62-นายสุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาฯ กพฐ.) กล่าวว่า ขณะนี้สำนักงานคณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้แจ้งหนังสือสั่งการไปยังสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ทั่วประเทศ เพื่อขอให้ดำเนินการเตรียมความพร้อมการบริหารจัดการของโรงเรียนในสังกัด สพท. ของตัวเอง ทั้งโรงเรียนระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา เนื่องจาก สพฐ.ได้ประมวลผลข้อมูลระบบสารสนเทศ พบว่า ในปีนี้มีอัตราเกษียณอายุราชการของผู้อำนวยการโรงเรียนและข้าราชการครูทั่วประเทศ จำนวน 26,000 คน และในจำนวนนี้มีโรงเรียนที่มีทั้งผู้อำนวยการโรงเรียนและข้าราชครูเกษียณอายุราชการหมดทั้งโรงเรียน ดังนั้น สพท. จะต้องหามาตรการเตรียมความพร้อมในเรื่องนี้อย่างเร่งด่วน และเสนอข้อมูลการบริหารจัดการมาให้ สพฐ.รับทราบ โดยจะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จก่อนเปิดภาคเรียนที่ 2/2562 ในวันที่ 1 พฤศจิกายนนี้ &amp;nbsp;ตนจึงขอให้ทุก สพท.เร่งเตรียมความพร้อมโดยเร็ว เพราะไม่อยากให้เรื่องการขาดอัตรากำลังเป็นจุดอ่อนในการขับเคลื่อนการศึกษาได้
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;ldquo;ขณะนี้ สพฐ.ได้ทำเรื่องขอยกเว้นการเรียกคืนอัตรากำลังของโรงเรียนที่มีเด็กต่ำกว่า 120 &amp;nbsp;คน จำนวน 15,558 แห่ง ในปีการศึกษา 2562 ไปที่คณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังคนภาครัฐ (คปร.) แล้ว นอกจากนี้ สพฐ.ยังทำเรื่องเสนอให้คณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) พิจารณาหลักเกณฑ์การจัดสรรอัตรากำลังครูและผู้บริหารโรงเรียนที่อยู่บนเกาะแก่งและโรงเรียนบนพื้นที่สูงที่ขณะนี้มีอยู่จำนวน 1,958 แห่งใหม่ด้วย เพราะโรงเรียนเหล่านี้อยู่บนพื้นที่ห่างไกลและไม่สามารถใช้เกณฑ์การจัดสรรอัตรากำลังเหมือนโรงเรียนในพื้นที่ราบหรือโรงเรียนปกติได้ ซึ่ง ก.ค.ศ.จะต้องกำหนดหลักเกณฑ์ใหม่ให้มีความแตกต่างกันจะใช้หลักเกณฑ์เดียวตามที่ก.ค.ศ.กำหนดแล้วใช้เหมือนกันทั้งประเทศไม่ได้ ดังนั้นจะต้องคำนึงถึงการบริหารจัดการบนความแตกต่างเหล่านี้ด้วย&amp;rdquo;เลขาฯ กพฐ.กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45969</URL_LINK>
                <HASHTAG>#สพฐ., #สพท., นายสุเทพ ชิตยวงษ์, ผอ.-ครู เกษียณพร้อมกันปี62จำนวน2.6หมื่นคน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190723/image_big_5d36f88ea77be.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45968</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/09/2019 15:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/09/2019 15:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศธ. รับลูกครม. ส่งสอศ. เข้าพื้นที่ช่วยฟื้นฟูน้ำท่วม/รร.ปิด128แห่ง สพฐ.สั่งเลื่อนปิดเทอม  เรียนสอนชดเชย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17ก.ย.62-นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ที่ประชุมพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มีการหารือถึงเรื่องการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม และการฟื้นฟูสถานที่ที่ได้รับผลกระทบ โดยในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ตนได้มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) เป็นผู้รับผิดชอบหลัก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาฯ กพฐ.) กล่าวว่า ตามที่หลายพื้นที่ประสบปัญหาอุทกภัยจากพายุโพดุล และพายุคาจิกิ ซึ่งสร้างความเสียหายให้กับพี่น้องประชาชน และสถานศึกษาเป็นบริเวณกว้าง ทั้งนี้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้รับรายงานข้อมูลล่าสุดมีจังหวัดที่ได้รับผลกระทบจำนวนทั้งสิ้น 13 จังหวัด 39 เขตพื้นที่การศึกษา และ 725 โรงเรียน จำแนกเป็นสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) 32 เขต และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) 7 เขต รวมนักเรียนได้รับผลกระทบจำนวนทั้งสิ้น 7,389 คน มีโรงเรียนที่ต้องปิดเรียนไม่สามารถจัดการเรียนการสอนได้ตามปกติ จำนวน 7 สพป. รวม 128 โรงเรียน ทั้งนี้สถานการณ์ล่าสุดในหลายพื้นที่ พบว่า น้ำได้ลดลงอย่างต่อเนื่อง จนเห็นถึงสภาพความเสียหายที่เกิดขึ้น ซึ่งหลายโรงเรียนเสียหายหนักพอสมควร ดังนั้นตนจึงได้มอบหมายให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) เร่งทำการสำรวจความเสียหาย พร้อมทั้งจัดทำเรื่องเพื่อของบประมาณในการปรับปรุง ซ่อมแซม และฟื้นฟูสถานศึกษาให้กลับมาจัดการเรียนการสอนเป็นปกติโดยเร็วที่สุด โดยให้ สพท.จัดทำคำของบฯ ให้แล้วเสร็จภายใน 7 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ส่วนโรงเรียนที่ได้รับผลกระทบและต้องปิดเรียนอาจจะต้องเลื่อนการปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2562 ออกไปก่อน เพราะหลังน้ำลดและเปิดเรียนได้ตามปกติจะต้องจัดการเรียนการสอนให้ครบจำนวน 200 วัน ตามที่หลักสูตรกำหนด ทั้งนี้ผมยืนยันว่าปัญหาที่เกิดขึ้นนี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพการเรียนการสอนของนักเรียนอย่างเด็ดขาด&amp;rdquo;เลขาฯ กพฐ.กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45968</URL_LINK>
                <HASHTAG>ณัฏฐพล  ทีปสุวรรณ, นายสุเทพ ชิตยวงษ์, น้ำท่วมปิดโรงเรียน, เลื่อนปิดเทอมเพราะน้ำท่วม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190917/image_big_5d809ca5e5b56.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45965</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/09/2019 15:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/09/2019 15:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สพฐ. เอาจริงเตรียมลงพื้นที่ตรวจสอบ ขบวนการแอบอ้างผู้บริหารระดับสูงเรียกรับเงินเพื่อบรรจุแต่งตั้ง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;
17ก.ย.62- ตามที่นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ได้รับการร้องเรียนถึงการสอบคัดเลือกเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งครูผู้ช่วยสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ว่า การสอบดังกล่าวมีขบวนการแอบอ้างผู้บริหารระดับสูงของ สพฐ.เรียกรับเงินเพื่อบรรจุแต่งตั้งนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาฯ กพฐ.) กล่าวว่า &amp;nbsp;ตนได้รับทราบข้อมูลดังกล่าว และขณะนี้ได้ตั้งคณะกรรมการสืบข้อเท็จจริง โดยมอบหมายนายพีระ รัตนวิจิตร รองเลขาฯ กพฐ.เป็นประธาน รวมถึงขณะนี้ สพฐ.ได้มีการประสานขอข้อมูลจากนายอัจฉริยะ เพื่อนำมาประกอบการสืบสวนข้อเท็จจริงแล้วด้วย ทั้งนี้สำหรับกระบวนการจัดสอบครูผู้ช่วยนั้น ขั้นตอนการสอบจะเป็นอำนาจของคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) เป็นผู้จัดสอบและออกข้อสอบ โดย สพฐ.ไม่ได้เป็นผู้ออกข้อสอบหรือจัดสอบแต่อย่างใด สพฐ.มีหน้าที่เพียงกำหนดปฏิทินการสอบเท่านั้น ซึ่งคาดว่าเรื่องดังกล่าวจะเป็นขบวนการตกเบ็ด ดังนั้นตนมอบให้นายพีระดำเนินการสืบสวนเรื่องนี้โดยเร็ว และนำตัวคนผิดมาให้ได้ เพราะสร้างความเสียหายให้แก่องค์กร ทั้งนี้หากการสืบสวนพบว่า มีข้าราชการครูเข้ามาเกี่ยวข้อง จะต้องโดนโทษวินัยร้ายแรงอย่างแน่นอน แต่หากไม่ใช่ข้าราชการก็ต้องโดนดำเนินคดีทางอาญาต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายพีระ กล่าวว่า เรื่องที่ร้องเรียน สพฐ.ได้ตรวจสอบแล้วว่าในระหว่างนี้ไม่ได้มีการสอบครูผู้ช่วย และไม่ได้มีการออกปฎิทินการสอบครูผู้ช่วยในกรณีไหนแต่อย่างใด โดยในวันที่ 18 ก.ย.ตนจะลงพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ เพื่อตรวจสอบเรื่องนี้ โดยคาดว่าจะใช้เวลาในการสืบข้อเท็จริงไม่นาน เนื่องจากมีหลักฐานข้อมูลทุกอย่างทั้งภาพถ่าย หลักฐานการโอนเงิน เลขบัญชี ซึ่งสามารถสืบไปถึงเจ้าของบัญชีได้อย่างแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45965</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทนายอัจฉริยะ, นายสุเทพ ชิตยวงษ์, สพฐ.เรียกรับสินบน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190910/image_big_5d773444ef305.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45522</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/09/2019 15:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/09/2019 15:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สุเทพ” ปลื้ม ระบบ School Management System โรงเรียนประชารัฐ เล็ง ยกเป็นโมเดล สร้างบิ๊กดาต้า โรงเรียนสังกัด สพฐ.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11ก.ย.62-นายสุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาฯ กพฐ.) กล่าวว่า ตามที่นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) มีนโยบายให้ความสำคัญกับการสร้างระบบบิ๊กดาต้าข้อมูลนักเรียนนั้น ขณะนี้ &amp;nbsp;สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้รับทราบว่า โครงการสานอนาคตการศึกษา CONNEXT ED ได้สร้างระบบข้อมูลชื่อว่า School Management System ที่ใช้กับโรงเรียนประชารัฐกว่า 4,700 โรง โดยระบบดังกล่าวถูกพัฒนาขึ้น เพื่อเก็บข้อมูลโรงเรียนในทุกมิติเป็นฐานข้อมูลและการบริหารจัดการของโรงเรียนประชารัฐ &amp;nbsp; และมีการเปิดเผยสู่สาธารณะผ่านเว็บไซต์ &amp;nbsp;ซึ่งจะทำให้ทุกภาคส่วนได้เห็นข้อมูลโรงเรียนในเชิงลึก ทั้งด้านข้อมูลพื้นฐาน ข้อมูลนักเรียน บุคลากร ชุมชน ผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษา สามารถนำมาวิเราะห์และประเมินผลได้อย่างถูกต้อง &amp;nbsp; โปร่งใส เพื่อประโยชน์ในการวางแผนพัฒนาโรงเรียนได้ตรงจุด นอกจากนี้ &amp;nbsp;ระบบดังกล่าวยังเก็บข้อมูลการดำเนินงานแผนพัฒนาโรงเรียน ที่เปิดเผยการดำเนินงานและใช้งบประมาณที่ได้รับการสนับสนุนจากภาคเอกชนด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ระบบดังกล่าวทำให้เราสามารถรู้ข้อมูลเด็กรายบุคคล รวมถึงข้อมูลเด็กที่ออกกลางคัน ในทุกระดับชั้นและยังทำให้รู้ข้อมูลครู ว่าแต่ละโรงเรียนยังขาดครูในด้านไหน ครูได้รับการอบรมพัฒนาอย่างไร อีกทั้งยังทราบถึงข้อมูลภูมิศาสตร์ของโรงเรียน จำนวนอาคาร ห้องเรียนด้วย ซึ่งระบบนี้เป็นแบบอย่างที่ดีมาก และยังนับเป็นครั้งแรกของการจัดเก็บข้อมูลโรงเรียนที่ครบถ้วน และเป็นระบบ ซึ่งผมมีความตั้งใจว่านำโมเดลของระบบนี้ ไปสู่การใช้กับโรงเรียนในสังกัด สพฐ.ให้กว้างขวางมากยิ่งขึ้น&amp;rdquo;เลขาฯ กพฐ.กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45522</URL_LINK>
                <HASHTAG>#สพฐ., School Management System, นายสุเทพ ชิตยวงษ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190625/image_big_5d11f44e4e940.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45427</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/09/2019 15:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/09/2019 15:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;สุเทพ &quot;ลั่นต้องยกเครื่องกระบวนการวัดและประเมินผล กำจัดจุดอ่อนของการศึกษาไทย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
10ก.ย.62-นายสุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาฯ กพฐ.) กล่าวว่า ขณะนี้สำนักงานคณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้ดำเนินการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงกระบวนการวัดและประเมินผลให้สอดคล้องกับปัจจุบันโดยให้สถานศึกษามุ่งเน้นการประเมินทักษะ และสมรรถนะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 ได้แก่ ทักษะด้านการเรียนรู้และนวัตกรรม ทักษะด้านข้อมูลสารสนเทศ สื่อ และเทคโนโลยี และทักษะด้านชีวิตและวิชาชีพ โดยกำหนดให้สถานศึกษานำทักษะทั้ง 3 ด้านมาใช้วัดและประเมินผลในห้องเรียนตามสภาพจริงแทนการวัดและประเมินผลด้วยแบบทดสอบ คือ 1.การกำหนดโจทย์ให้ปฎิบัติหรือแก้ไขปัญหาที่อยู่ในโลกแห่งความจริงและชีวิตประจำวันของผู้เรียน 2.ใช้วิธีกระตุ้นให้ผู้เรียนปฎิบัติหรือแสดงออกเกี่ยวกับความรู้ 3.ใช้เครื่องมือวัดที่หลากหลายแต่ต้องสอดคล้องกับผลที่เกิดจากการเรียนรู้ 4.สร้างเกณฑ์สำหรับใช้วัดและประเมินผล 5.เน้นให้นักเรียนสะท้อนผลการเรียนรู้ของตนเอง และ6.ส่งเสริมให้สถานศึกษาพัฒนาข้อสอบวัดความสามารถด้านการคิดขั้นสูงแบบคิดวิเคราะห์ เพื่อใช้ประเมินผลในชั้นเรียน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สำหรับการปรับปรุงการวัดและประเมินผลของ สพฐ.นี้ เพื่อต้องการกำจัดจุดอ่อนของการศึกษาไทย เพราะที่ผ่านมาการวัดและประเมินผลมุ่งแต่มองผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาในชั้นเรียนเพียงอย่างเดียว แต่ไม่ได้วัดและประเมินผลครอบคลุมในทุกมิติ ดังนั้นการปรับปรุงดังกล่าวนอกจากจะสอดคล้องกับนโยบายของรัฐมนตรีที่ต้องการสร้างผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 แล้วยังรวมไปถึงการดำเนินโครงการต่างๆของสพฐ.มีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วย&amp;rdquo;เลขาฯ กพฐ.กล่าว และว่า ส่วนประเด็นที่สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) ระบุว่า โรงเรียนสังกัด สพฐ.ส่งรายงานการประเมินตนเองเพียง 1,000 กว่าแห่งนั้น เรื่องนี้ทุกโรงเรียนอยู่ระหว่างการดำเนินการ ซึ่งตนได้แจ้งให้โรงเรียนทุกแห่งได้เตรียมความพร้อมในการประเมินคุณภาพภายนอกรอบ 4 ของ สมศ.อย่างเต็มที่ เพราะเป็นเรื่องสำคัญ อีกทั้ง สพฐ.ยังได้กำหนดเป้าหมายโรงเรียนที่จะเข้าประเมินรอบนี้ประมาณ 3,000 &amp;ndash; 4,000 แห่งด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45427</URL_LINK>
                <HASHTAG>#สพฐ., นายสุเทพ ชิตยวงษ์, ยกเครื่องวิธีประเมินการศึกษา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190723/image_big_5d36f8a16964b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45411</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/09/2019 12:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/09/2019 12:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สพฐ. ถอดรหัส นโยบาย “รมว.ศธ.” 21 เรื่อง ขับเคลื่อนงาน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
10ก.ย.62-นายสุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาฯ กพฐ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมผู้บริหารระดับสูงของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ว่า ตนได้แจ้งให้ทุกสำนักงานในสังกัด สพฐ.รับทราบถึงข้อสั่งการของนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) ในการประชุมผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี เมื่อเร็วๆ นี้ &amp;nbsp;ซึ่งมีทั้งหมด 21 ประเด็น เช่น โครงการอาหารกลางวัน โครงการพัฒนาคูปองครูแบบครบวงจร หลักสูตรการเรียนการสอน การบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็ก การศึกษาทางเลือก การจัดทำข้อมูลบิ๊กดาต้า การบริหารจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศ และนโยบายการรับนักเรียน เป็นต้น ซึ่งตนขอให้ทุกหน่วยงานได้รับทราบและดำเนินการจัดทำข้อมูลวิเคราะห์ถอดรหัสทั้ง 21 เรื่อง &amp;nbsp;เพื่อนำเข้าสู่ที่ประชุม กพฐ.พิจารณาในวันที่ 13 กันยายนนี้ ก่อนออกเป็นนโยบายสู่การขับเคลื่อนในสถานศึกษาให้เกิดขึ้นเป็นรูปธรรมต่อไป
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;ldquo;ส่วนประเด็นการรับนักเรียนนั้น ขณะนี้ สพฐ.ได้จัดทำร่างนโยบายและแนวปฎิบัติการรับนักเรียนสังกัด สพฐ.ประจำปีการศึกษา 2563 เสร็จเรียบร้อยแล้ว โดยผมจะนำร่างนโยบายรับนักเรียนฉบับดังกล่าวเข้าหารือกับ รมว.ศธ. ในเร็วๆ นี้ เพื่อรับฟังข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการรับนักเรียน เพื่อนำเข้าที่ประชุม กพฐ.ในวันที่ 13 กันยายนนี้เช่นกัน และคาดว่าจะประกาศหลักเกณฑ์การรับนักเรียนได้ตามกรอบระยะเวลาที่กำหนดอย่างแน่นอน สำหรับร่างนโยบายการรับนักเรียนปี 63 เบื้องต้นมีเป้าหมายให้เด็กทุกคนในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานได้มีโอกาสรับการศึกษาที่มีคุณภาพ สอดคล้องกับศักยภาพ ความถนัด ความสนใจด้วยกระบวนการรับนักเรียนที่สุจริต โปร่งใส ตรวจสอบได้ เป็นธรรม และเสมอภาค ตามหลักธรรมาภิบาล โดย สพฐ.มีบทบาทในการจัดทำประกาศนโยบาย กรอบการดำเนินการ กำหนดปฎิทินการรับนักเรียนของหน่วยงานในสังกัด ประมวลผลแผนการรับนักเรียน&amp;rdquo;เลขาฯ กพฐ.กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45411</URL_LINK>
                <HASHTAG>#สพฐ., 21ข้อสั่งการรมว.ศธ., ณัฏฐพล  ทีปสุวรรณ, นายสุเทพ ชิตยวงษ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190910/image_big_5d773444ef305.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
