<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>103209</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/05/2021 17:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/05/2021 17:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>น้ำใจจากรัฐบาลจีน &quot;วัคซีนซิโนแวค&quot;5แสนโดส ถึงไทยแล้ว เผยอุปฑูตจีนชี้ช่องไทยควรขอสนับสนุน 1ล้านโดส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
17 พ.ค.64- ที่กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และนายหยาง ซิน (Mr.Yang Xin) อุปทูตรักษาการแทนเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย ลงนามรับมอบวัคซีนซิโนแวคจากรัฐบาลจีน 5 แสนโดส เพื่อสนับสนุนการควบคุมโรคโควิด 19 ในประเทศไทย และรับมอบยาพาราเซตามอล 1 ล้านเม็ด มูลค่า 1.2 ล้านบาท จากมูลนิธิวีระภุชงค์ ,รับมอบหุ่นยนต์ฆ่าเชื้อรังสียูวี 1 ตัว มูลค่า 2 แสนบาท จากบริษัท ทีเคเค คอปเปอร์เรชั่น จำกัด เพื่อสนับสนุนโรงพยาบาลบุษราคัม รวมถึงรับมอบเสื้อกาวน์ สเปรย์แอลกอฮอล์ อาหารและน้ำดื่มจากบริษัทต่างๆ เพื่อสนับสนุนการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายอนุทินกล่าวว่า วันนี้นับเป็นวันประวัติศาสตร์ของกระทรวงสาธารณสุขที่ได้รับน้ำใจไมตรีจากรัฐบาลจีน มอบวัคซีนเพื่อสนับสนุนการควบคุมโรคโควิด 19 ในประเทศไทย ซึ่งวัคซีนซิโนแวคได้รับการยืนยันจากองค์การอนามัยโลกว่ามีประสิทธิภาพที่ดีในการต่อต้านเชื้อโควิด ผู้รับวัคซีนมีความปลอดภัยจากการติดเชื้อหากติดเชื้ออาการจะไม่รุนแรงและไม่เสียชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ในนามของรัฐบาลและคนไทยขอขอบคุณรัฐบาลจีน โดยเฉพาะอุปทูตหยางซินที่แนะนำให้ประเทศไทยทำจดหมายขอรับการสนับสนุนวัคซีนจากจีน 1 ล้านโดส โดยขอให้นำวัคซีนส่วนหนึ่งมาฉีดให้คนจีนในประเทศไทยด้วยจึงเป็นที่มาของการรับมอบวัคซีนในครั้งนี้ และจะมีมาเพิ่มอีกเร็วๆ นี้ รวมถึงช่วยประสานให้ประเทศไทยสั่งซื้อวัคซีนจากซิโนแวคได้รับการอนุมัติจากรัฐบาลกลาง ในการส่งวัคซีนได้อย่างรวดเร็ว จนถึงขณะนี้ไทยได้รับวัคซีนซิโนแวคแล้ว 4.5 ล้านโดส&amp;rdquo;นายอนุทินกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายอนุทิน กล่าวว่า ขณะนี้ประเทศไทยกำลังประคับประคองสถานการณ์โรคโควิด 19 อย่างเต็มที่เพื่อไม่ให้เชื้อมีการแพร่กระจาย โดยจะฉีดวัคซีนให้ได้มากที่สุด และมีแผนจัดหาวัคซีนเข้ามาเพิ่มทุกเดือน เพื่อให้มั่นใจว่าจะมีวัคซีนเพียงพอฉีดให้แก่คนไทยถึงสิ้นปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้านนายหยาง ซิน อุปทูตรักษาการแทนเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย กล่าวว่า วันนี้ตนเป็นตัวแทนรัฐบาลจีนมอบวัคซีนซิโนแวคให้แก่รัฐบาลไทย เพื่อช่วยต่อสู้กับโรคโควิด 19 แสดงถึงไมตรีจิตของจีนที่มีต่อไทย และความรับผิดชอบของจีนที่มีต่อสังคมโลก เนื่องจากไวรัสไม่รู้จักพรมแดน ความร่วมมือระหว่างประเทศจึงจะช่วยตัดการแพร่ระบาดได้ โดยจีนยึดมั่นในหลักการสร้างประชาสาธารณสุข จึงส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อสู้กับโควิด จีนเป็นประเทศแรกที่ประกาศให้วัคซีนที่ผลิตเองเป็นสินค้าสาธารณะช่วยประเทศที่กำลังพัฒนามีโอกาสเข้าถึงและซื้อวัคซีนได้ ปัจจุบันมีการมอบวัคซีนแล้วกว่า 80 ประเทศ และส่งออกกว่า 50 ประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;จีนฉีดวัคซีนภายในประเทศมากกว่า 400 ล้านโดสแล้ว แต่มีประชากรมากกว่า 1,411 ล้านคนซึ่งภายในประเทศยังไม่พอ แต่ไทยและจีนเป็นพี่น้องกัน การแพร่ระบาดครั้งนี้ของไทย จีนจึงให้ความช่วยเหลือเรื่องวัคซีนเพื่อช่วยป้องกันชีวิตและสาธารณสุขของชาวไทยด้วย ซึ่งสัปดาห์นี้วัคซีนซิโนแวคที่ไทยสั่งซื้อจะเข้ามาอีก 1.5 ล้านโดส เพื่อให้ไทยควบคุมการแพร่ระบาดได้โดยเร็ว ฟื้นฟูพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม กลับมาใช้ชีวิตตามปกติได้ พร้อมช่วยเหลือประเทศไทยในการต่อสู้กับโควิด&amp;rdquo; นายหยางซินกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103209</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายหยาง ซิน, นายอนุทิน  ชาญวีรกูล, วัคซีนซิโนแวค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210517/image_big_60a23d608a774.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>103208</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/11/-0001 00:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/11/-0001 00:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>น้ำใจจากรัฐบาลจีน &quot;วัคซีนซิโนแวค&quot;5แสนโดส ถึงไทยแล้ว เผยอุปฑูตจีนชี้ช่องไทยควรขอสนับสนุน 1ล้านโดส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
17 พ.ค.64- ที่กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และนายหยาง ซิน (Mr.Yang Xin) อุปทูตรักษาการแทนเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย ลงนามรับมอบวัคซีนซิโนแวคจากรัฐบาลจีน 5 แสนโดส เพื่อสนับสนุนการควบคุมโรคโควิด 19 ในประเทศไทย และรับมอบยาพาราเซตามอล 1 ล้านเม็ด มูลค่า 1.2 ล้านบาท จากมูลนิธิวีระภุชงค์ ,รับมอบหุ่นยนต์ฆ่าเชื้อรังสียูวี 1 ตัว มูลค่า 2 แสนบาท จากบริษัท ทีเคเค คอปเปอร์เรชั่น จำกัด เพื่อสนับสนุนโรงพยาบาลบุษราคัม รวมถึงรับมอบเสื้อกาวน์ สเปรย์แอลกอฮอล์ อาหารและน้ำดื่มจากบริษัทต่างๆ เพื่อสนับสนุนการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายอนุทินกล่าวว่า วันนี้นับเป็นวันประวัติศาสตร์ของกระทรวงสาธารณสุขที่ได้รับน้ำใจไมตรีจากรัฐบาลจีน มอบวัคซีนเพื่อสนับสนุนการควบคุมโรคโควิด 19 ในประเทศไทย ซึ่งวัคซีนซิโนแวคได้รับการยืนยันจากองค์การอนามัยโลกว่ามีประสิทธิภาพที่ดีในการต่อต้านเชื้อโควิด ผู้รับวัคซีนมีความปลอดภัยจากการติดเชื้อหากติดเชื้ออาการจะไม่รุนแรงและไม่เสียชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ในนามของรัฐบาลและคนไทยขอขอบคุณรัฐบาลจีน โดยเฉพาะอุปทูตหยางซินที่แนะนำให้ประเทศไทยทำจดหมายขอรับการสนับสนุนวัคซีนจากจีน 1 ล้านโดส โดยขอให้นำวัคซีนส่วนหนึ่งมาฉีดให้คนจีนในประเทศไทยด้วยจึงเป็นที่มาของการรับมอบวัคซีนในครั้งนี้ และจะมีมาเพิ่มอีกเร็วๆ นี้ รวมถึงช่วยประสานให้ประเทศไทยสั่งซื้อวัคซีนจากซิโนแวคได้รับการอนุมัติจากรัฐบาลกลาง ในการส่งวัคซีนได้อย่างรวดเร็ว จนถึงขณะนี้ไทยได้รับวัคซีนซิโนแวคแล้ว 4.5 ล้านโดส&amp;rdquo;นายอนุทินกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายอนุทิน กล่าวว่า ขณะนี้ประเทศไทยกำลังประคับประคองสถานการณ์โรคโควิด 19 อย่างเต็มที่เพื่อไม่ให้เชื้อมีการแพร่กระจาย โดยจะฉีดวัคซีนให้ได้มากที่สุด และมีแผนจัดหาวัคซีนเข้ามาเพิ่มทุกเดือน เพื่อให้มั่นใจว่าจะมีวัคซีนเพียงพอฉีดให้แก่คนไทยถึงสิ้นปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้านนายหยาง ซิน อุปทูตรักษาการแทนเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย กล่าวว่า วันนี้ตนเป็นตัวแทนรัฐบาลจีนมอบวัคซีนซิโนแวคให้แก่รัฐบาลไทย เพื่อช่วยต่อสู้กับโรคโควิด 19 แสดงถึงไมตรีจิตของจีนที่มีต่อไทย และความรับผิดชอบของจีนที่มีต่อสังคมโลก เนื่องจากไวรัสไม่รู้จักพรมแดน ความร่วมมือระหว่างประเทศจึงจะช่วยตัดการแพร่ระบาดได้ โดยจีนยึดมั่นในหลักการสร้างประชาสาธารณสุข จึงส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อสู้กับโควิด จีนเป็นประเทศแรกที่ประกาศให้วัคซีนที่ผลิตเองเป็นสินค้าสาธารณะช่วยประเทศที่กำลังพัฒนามีโอกาสเข้าถึงและซื้อวัคซีนได้ ปัจจุบันมีการมอบวัคซีนแล้วกว่า 80 ประเทศ และส่งออกกว่า 50 ประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;จีนฉีดวัคซีนภายในประเทศมากกว่า 400 ล้านโดสแล้ว แต่มีประชากรมากกว่า 1,411 ล้านคนซึ่งภายในประเทศยังไม่พอ แต่ไทยและจีนเป็นพี่น้องกัน การแพร่ระบาดครั้งนี้ของไทย จีนจึงให้ความช่วยเหลือเรื่องวัคซีนเพื่อช่วยป้องกันชีวิตและสาธารณสุขของชาวไทยด้วย ซึ่งสัปดาห์นี้วัคซีนซิโนแวคที่ไทยสั่งซื้อจะเข้ามาอีก 1.5 ล้านโดส เพื่อให้ไทยควบคุมการแพร่ระบาดได้โดยเร็ว ฟื้นฟูพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม กลับมาใช้ชีวิตตามปกติได้ พร้อมช่วยเหลือประเทศไทยในการต่อสู้กับโควิด&amp;rdquo; นายหยางซินกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103208</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายหยาง ซิน, นายอนุทิน  ชาญวีรกูล, วัคซีนซิโนแวค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210517/image_big_60a23d608a774.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94181</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/02/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/02/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วันประวัติศาสตร์รับวัคซีน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;นายกฯ&amp;rdquo; เป็นประธานรับวัคซีนล็อตแรกแล้ว &amp;nbsp;ประกาศเป็นวันประวัติศาสตร์ พร้อมย้ำไฟเขียวให้เอกชนนำเข้า &amp;nbsp;ไม่อยากให้สังคมขัดแย้งเรื่องนี้อีก &amp;ldquo;อนุทิน&amp;rdquo; โวเป็นชาติมหาอำนาจด้านวัคซีนในเอเชียแล้ว เพราะมีอยู่ในมือมากสุด และหากวัดจำนวนประชากรเป็นเบอร์ต้นๆ ของโลก สธ.ยัน 3 วันตรวจก่อนกระจายฉีด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 10.05 น. วันพุธที่ 24 ก.พ. ที่เขตปลอดอากรและคลังสินค้า ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานรับวัคซีนป้องกันโควิด-19 ในกิจกรรม &amp;quot;วัคซีนโควิด-19 คืนรอยยิ้มประเทศไทย&amp;rdquo; ซึ่งเป็นวัคซีนล็อตแรก จำนวน 200,000 โดส น้ำหนัก 2.6 ตัน จากบริษัท ซิโนแวค ไบโอเทค จำกัด สาธารณรัฐประชาชนจีน ในเที่ยวบินขนส่งสินค้า TG 675 เส้นทางปักกิ่ง-กรุงเทพมหานคร โดยมีผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมพิธีอย่างคึกคัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ วัคซีนเดินทางจากจีนถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิในเวลา 10.05 น. เจ้าหน้าที่ลำเลียงตู้ควบคุมอุณหภูมิบรรจุวัคซีนออกจากเครื่อง และลำเลียงตู้ควบคุมอุณหภูมิดังกล่าวขึ้นรถขนส่งไปจัดเก็บยังคลังสำรองวัคซีนโควิด-19 องค์การเภสัชกรรม (คลังศรีเพชร DKSH) บริษัท ดีเคเอสเอช (ประเทศไทย) จำกัด และในช่วงบ่ายก็จะมีวัคซีนจากแอสตราเซเนกาจำนวน 117,000 โดสส่งมาถึงไทยเช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า วันนี้ถือเป็นอีกวันหนึ่งที่เป็นวันประวัติศาสตร์ของพวกเรา ร่วมกันรับวัคซีนล็อตแรก ซึ่งรัฐบาลก็พยายามอย่างยิ่งยวดในการให้ได้วัคซีนมาตามกำหนด วันนี้เป็นโอกาสดีที่วัคซีนเข้ามาล็อตแรก และล็อตต่อๆ ไปได้รับคำยืนยันว่าถ้าไม่มีปัญหาอะไรที่คาดการณ์ไม่ได้ ก็ต้องเข้ามาตามเวลาที่ได้แจ้งไปแล้ว โดยได้รับคำยืนยันทางอุปทูตจีนและกระทรวงสาธารณสุขแล้ว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;วัคซีนที่เข้ามานี้ต้องใช้ระยะเวลาการเตรียมการสักระยะเช่นกัน เพื่อที่จะเข้าสู่การฉีด ส่วนใครจะฉีดหรือฉีดก่อนฉีดหลังเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ทางกรรมการจะพิจารณา และ ศบค.จะให้ความเห็นชอบไปด้วยกัน เราทำงานเป็นระบบ&amp;quot; นายกฯ กล่าว และว่า วันนี้ก็เป็นที่น่ายินดี เราได้วัคซีนมาอีกยี่ห้อหนึ่ง ซึ่งก็ทราบกันอยู่แล้ว เพราะมีแผนในการเตรียมการ และไม่อยากให้สังคมมีความขัดแย้งกันอีกในเรื่องวัคซีน เราต้องมีความเป็นหนึ่งเดียวในการที่จะแก้ปัญหาประเทศของเรา ต้องขอบคุณไปยังประธานาธิบดีและนายกรัฐมนตรีจีน ที่ให้ความสำคัญเอาใจใส่ในสิ่งที่รัฐบาลได้ประสานไป เรื่องพาณิชย์เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศถือเป็นสิ่งสำคัญ ที่ทำทุกอย่างมาถึงวันนี้ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์อีกครั้งที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ว่าวันนี้เป็นที่น่ายินดีที่ประเทศไทยได้รับวัคซีนโควิด-19 เชื่อว่าจะทำให้สถานการณ์ดีขึ้นในระดับหนึ่งจนกว่าจะฉีดวัคซีนได้ครบ ทั้งนี้จะพยายามจัดหาวัคซีนเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่เฉพาะที่ทราบข่าวในขณะนี้ หลายอย่างมีการติดต่อเจรจาเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคเอกชนก็ยินดี และได้ให้กระทรวงสาธารณสุขประกาศออกไปว่าหากมีภาคเอกชนรายใดสามารถนำวัคซีนเข้ามา ขอให้มีหลักฐานมาแสดงให้เห็น ยินดีจะให้ความร่วมมือในการดำเนินการฉีดให้กับประชาชนเพิ่มมากขึ้น วันนี้ไม่ได้ปิดกั้นใครทั้งสิ้น เป็นของประชาชนทั้งประเทศ อะไรที่ช่วยกันได้ก็ช่วยกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายหยาง ซิน อุปทูตรักษาการ สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย กล่าวว่า รู้สึกภูมิใจและปลาบปลื้มปีติเป็นอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสมาร่วมในพิธีต้อนรับวัคซีนจากจีนมาถึงไทย ถือเป็นวัคซีนล็อตแรกที่จีนส่งมา และล็อตที่ 2 และ 3 ก็จะทยอยตามมา และเป็นวัคซีนชนิดแรกที่ไทยได้นำเข้า ถือเป็นประเทศแรกในอาเซียนที่นำเข้าวัคซีนจากจีนโดยช่องทางพาณิชย์ ซึ่งเชื่อมั่นว่าวัคซีนจากจีนจะมีส่วนช่วยทำให้คนไทยเอาชนะโควิด-19 และทำให้รอยยิ้มคืนสู่ประเทศไทยโดยเร็ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในเวลา 11.50 น. ที่คลังเก็บสินค้าศรีเพชร จ.สมุทรปราการ หลังวัคซีนซิโนแวคถูกขนส่งเข้าคลังเก็บ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข พร้อมคณะ เป็นประธานพิธีตรวจนับและเก็บตัวอย่างวัคซีนเพื่อส่งไปให้กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ตรวจสอบคุณภาพ ซึ่งจะใช้เวลา 3 วัน ก่อนกระจายเพื่อฉีดให้ประชาชนกลุ่มเป้าหมายต่อไป โดยนายอนุทินได้แกะกล่องและโชว์วัคซีนตัวจริงล็อตแรกขวดแรก
มีวัคซีนในมือมากสุดในเอเชีย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นนายอนุทินกล่าวว่า รัฐบาลสั่งซื้อไปทั้งหมด 2 ล้านโดส วันนี้เป็นเพียงล็อตแรกที่เข้ามา 200,000 โดส ที่เหลือจะทยอยเข้ามาในเดือน มี.ค. 800,000 โดส และ เม.ย.อีก 1,000,000 โดส วันนี้จึงเลิกพูดได้แล้วว่าไทยไม่มีวัคซีนโควิด ประเทศไทยช้า ประเทศไทยไม่สามารถดูแลประชาชนร่วมวัคซีนได้ พูดได้คำเดียวว่าวันนี้ประเทศไทยมีวัคซีนในมือมากที่สุดในทวีปเอเชีย และถ้านับจำนวนประชากรหรืออัตราส่วนประเทศไทยก็ไม่แพ้ใครในโลกนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัด สธ. กล่าวว่า วัคซีนจากแอสตราเซเนกาที่เข้ามาในวันนี้มาจากการสนับสนุนของโกลบอลเชนทั่วโลก แต่ระบุไม่ได้ว่ามาจากประเทศใด สำหรับการฉีดในระยะแรกเมื่อวัคซีนมีปริมาณจำกัดจะมีแผนการฉีดในเดือน มี.ค.-พ.ค.จำนวน 2 ล้านโดส ฉีดให้กลุ่มเป้าหมายใน 18 จังหวัด ได้แก่ จ.สมุทรสาคร, กรุงเทพมหานคร (ฝั่งตะวันตก), ปทุมธานี, นนทบุรี, สมุทรปราการ, จ.ตาก (อ.แม่สอด), นครปฐม, สมุทรสงคราม, ราชบุรี, ชลบุรี, ภูเก็ต, สุราษฎร์ธานี (เกาะสมุย), เชียงใหม่, กระบี่, ระยอง, จันทบุรี, ตราด และเพชรบุรี สำหรับระยะที่ 2 เดือน มิ.ย.- ธ.ค.2564 จะฉีดวัคซีนของแอสตราเซเนกาอีก 61 ล้านโดส ให้ประชาชนกลุ่มเป้าหมาย 10 ล้านโดสต่อเดือน นอกจากนี้ ให้กรมควบคุมโรคเร่งเรื่องวัคซีนพาสปอร์ต&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า การตรวจคุณภาพของวัคซีนจากบริษัทแอสตราเซเนกา และซิโนแวค โดยภาพรวมอาจใช้เวลา 3 วัน ไม่แตกต่างกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวถึงการฉีดวัคซีนสำหรับนักท่องเที่ยวที่เข้ามาในประเทศว่า จะจัดวัคซีน 100,000 โดสให้โรงแรมที่เสนอตัวเป็นพื้นที่กักตัว ซึ่งโรงแรมจะฉีดวัคซีนให้กับพนักงานต้อนรับทุกคนทั้งหมดในโรงแรม โดยวัคซีนที่มาถึงจะจัดสรรไปให้กับ 5 จังหวัดท่องเที่ยวคือ เชียงใหม่ ชลบุรี ภูเก็ต กระบี่ และเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.จตุชัย​ มณีรัตน์​ นายแพทย์​สาธารณสุข​จังหวัด​เชียงใหม่กล่าวว่า จังหวัดได้รับจัดสรรวัคซีน​โค​วิด​-19​ ล็อตแรก​ 3,500 โดส​ โดยกลุ่มบุคลากร​ทางการแพทย์​ หัวหน้าส่วนราชการ​ที่เกี่ยวข้องในหน้าที่​ เจ้าหน้าที่และกลุ่มบุคคลที่เสี่ยงจะได้รับการฉีดตั้งแต่​ &amp;nbsp;1​ มี.ค. คนละ 2 โดส​ รวม​ 1,750 คน​ จากนั้นจะทยอยดำเนินการหลังได้รับเพิ่ม​ และคาดว่าในปี 2565 คนเชียงใหม่จะได้รับการฉีดวัดซีนทั้งหมด
นายณรงค์ วุ่นซิ้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า จังหวัดได้รับวัคซีนจำนวน 4,000 โดส ในเดือน มี.ค. ซึ่งจังหวัดได้นำร่องวิลลาควอรันทีนที่โรงแรมศรีพันวา&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน พล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) กล่าวถึงเรื่องวัคซีนกรณีทหารจะจัดอยู่ในกลุ่มใดในการเข้าถึงวัคซีนว่า เรื่องนี้ให้นายอนุทินดำเนินการจัดการ
88% ไม่รู้อยู่กลุ่มไหนฉีดวัคซีน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน กรุงเทพโพลล์ โดยศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพได้เผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนเรื่อง &amp;ldquo;คนไทยกับการฉีดวัคซีนโควิด-19&amp;rdquo; โดยเก็บข้อมูลจากประชาชนทั่วประเทศ 1,258 คน พบว่า ประชาชน 88% ไม่ทราบ/ไม่แน่ใจว่าตนเองอยู่ในกลุ่มต้องฉีดวัคซีนโควิด-19 ในระยะใด ขณะที่ 6.5% อยู่ในกลุ่มนโยบายระยะที่ 1 ก.พ.-พ.ค.2564 ใน 10 จังหวัดที่เป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุด และ 5.5% อยู่ในกลุ่มนโยบายระยะที่ 2 มิ.ย.-ธ.ค.2564 และเมื่อถามว่าหากได้สิทธิในการฉีดวัคซีนโควิด-19 ท่านจะฉีดหรือไม่ 68.7% คิดว่าจะฉีด ขณะที่ 31.3% คิดว่าจะไม่ฉีด เพราะกลัวมีผลข้างเคียง ส่วนความกังวลเกี่ยวกับวัคซีนโควิด-19 พบส่วนใหญ่ 69.1% กังวลผลกระทบหลังการรับวัคซีนต่อภูมิต้านทานและสุขภาพร่างกาย รองลงมา 42.8% กังวลว่าวัคซีนผ่านมาตรฐานการรับรองหรือไม่ ปลอดภัยหรือไม่ และ 27.2% กังวลว่าราคาค่าใช้จ่ายแพงในการฉีดวัคซีน&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงสถานการณ์ประจำวันที่ 24 ก.พ. ว่าพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 93 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 71 ราย มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 59 ราย​ มาจากการค้นหาเชิงรุก​ 12 นอกจากนี้ เป็นผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ 22 ราย ทำให้มียอดผู้ติดเชื้อสะสม 25,692 ราย หายป่วยสะสม 24,542 ราย อยู่ระหว่างรักษา 1,067 ราย ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม ทำให้ยอดสะสมคงที่ 83 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวถึงการประชุมศูนย์ปฏิบัติการศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศปก.ศบค. ว่า พล.อ.ประยุทธ์สั่งให้พิจารณามาตรการผ่อนคลายหลังจากที่ประเทศต่างๆ ในโลกได้ฉีดวัคซีนโควิด-19 และไทยได้รับวัคซีนมาแล้ว โดยปัจจุบันมีข้อเสนอของหน่วยงานต่างๆ เข้ามาให้พิจารณา เช่น การเปิดให้นักท่องเที่ยวและนักลงทุนที่ฉีดวัคซีนแล้วเดินทางมา รวมถึงการเสนอให้ไทยเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬา ซึ่งข้อเสนอเหล่านี้มีรายละเอียดที่ต้องพิจารณามากควบคู่ไปกับต้องคำนึงคือประชาชนในบ้านเราด้วย โดยจะฟังจากกระทรวงสาธารณสุขเป็นหลักว่าจะเสนอให้มีการผ่อนคลายอะไรได้บ้าง จากนั้นส่วนราชการจะกลับไปดูรายละเอียดและกลับมาเสนอในที่ประชุมอีกครั้ง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94181</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.จตุชัย​ มณีรัตน์​, นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต, นายหยาง ซิน, พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์, พล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์, พิพัฒน์ รัชกิจประการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210224/image_big_603668ad18e24.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94081</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/02/2021 11:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/02/2021 11:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘จีน’พร้อมจับมือ’ไทย’เรื่องวัคซีนสู้โควิด-19เพื่อคืนรอยยิ้ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ก.พ.2564 - &amp;nbsp;ที่เขตปลอดอากรและคลังสินค้า ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ นายหยาง ซิน อุปทูตรักษาการ สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย กล่าวว่า วันนี้รู้สึกภูมิใจและปลาบปลื้มปีติเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้มีโอกาสมาร่วมในพิธีต้อนรับวัคซีนจากจีนมาถึงประเทศไทย โดยวัคซีนจำนวน 2 แสนโดสที่มาถึงประเทศไทยในวันนี้ ถือเป็นวัคซีนล็อตแรกที่ประเทศจีนส่งมายังประเทศไทย และล็อตที่ 2 และ 3 ก็จะทยอยตามมา และเป็นวัคซีนชนิดแรกที่ประเทศไทยได้นำเข้า ทำให้ประเทศไทยเป็นประเทศแรกในอาเซียน ที่นำเข้าวัคซีนจากประเทศจีนโดยช่องทางพาณิชย์ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าฝ่ายจีนได้ปฏิบัติอย่างจริงจังต่อคำมั่นสัญญาของประธานาธิบดีสีจิ้นผิง ที่ระบุว่าวัคซีนจีนจะต้องเป็นสินค้าสาธารณะทั่วโลก และยังสะท้อนถึงที่รัฐบาลจีนเร่งสร้างอนาคตร่วมกันของมนุษยชาติ รวมถึงมิตรภาพอันแนบแน่นระหว่างไทยและจีนที่มีมาช้านาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ขอขอบคุณหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และบุคลากรทั้งสองประเทศที่ทำให้วัคซีนผลิตได้ทัน และส่งมายังประเทศไทยได้ตามเวลา ในปัจจุบันนี้ โควิด-19 ยังคงแพร่ระบาดอยู่ทั่วโลก จึงทำให้ทุกประเทศมีภาระในการรับมือและฟื้นฟูเศรษฐกิจ ทั้งนี้เชื่อมั่นว่าวัคซีนจากประเทศจีนจะมีส่วนช่วยทำให้ประชาชนคนไทยรับมือกับโควิด-19 และฝ่ายจีนก็ยินดีที่จะร่วมมือกับฝ่ายไทยต่อไป เพื่อเอาชนะโควิด-19 และทำให้รอยยิ้มคืนสู่ประเทศไทยโดยเร็ว&amp;quot;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94081</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายหยาง ซิน, วัคซีน, สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย, อุปทูต, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210224/image_big_6035da0262b5d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>70207</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/07/2020 10:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/07/2020 10:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สถานทูตจีนเผยแพร่บทความ&quot;ฝ่าลมโต้คลื่น บุกเบิกพัฒนา ร่วมกันมุ่งไปสู่อนาคตที่รุ่งโรจน์ยิ่งขึ้นของความสัมพันธ์จีน-ไทย&quot;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1ก.ค.63-เพจChinese Embassy Bangkok สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย เผยแพร่บทความของ อุปทูตหยาง ซิน โดยระบุรายละเอียดดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 1 กรกฏาคม นายหยาง ซิน อุปทูตรักษาการแทนเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทยเผยแพร่บทความในหัวข้อ &amp;ldquo;ฝ่าลมโต้คลื่น บุกเบิกพัฒนา ร่วมกันมุ่งไปสู่อนาคตที่รุ่งโรจน์ยิ่งขึ้นของความสัมพันธ์จีน-ไทย&amp;rdquo; ในหนังสือพิมพ์ของประเทศไทย โดยมีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 1 เดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2518&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกรัฐมนตรีโจว เอินไหลและนายกรัฐมนตรี ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช ได้ลงนามในแถลงการณ์ร่วมว่าด้วยการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต ณ กรุงปักกิ่ง ซึ่งเป็นการเปิดหน้าใหม่ในประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์จีน-ไทย 45 ปีผ่านไปอย่างรวดเร็ว ทั้งประเทศจีนและประเทศไทยต่างก็ได้ประสบความสำเร็จอย่างงดงามบนเส้นทางการพัฒนาของตน ความสัมพันธ์ทวิภาคีได้พัฒนาไปอย่างมั่นคงและด้วยดี ความสัมพันธ์จีน-ไทยในทุกวันนี้ มีความรอบด้าน เป็นรูปธรรมและเปี่ยมด้วยพลังขับเคลื่อนมากยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;mdash;&amp;mdash;รอบด้าน : ความไว้เนื้อเชื่อใจกันทางยุทธศาสตร์ลงลึก ปริมณฑลความร่วมมือกว้างขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้นำทั้งสองประเทศพบปะบ่อยครั้ง มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างเปิดอกเปิดใจและลึกซึ้งในประเด็นยุทธศาสตร์ที่สำคัญสำหรับความสัมพันธ์ทวิภาคีและสถานการณ์โลกและภูมิภาค ให้การสนับสนุนอย่างแน่วแน่แก่กันในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์หลักของอีกฝ่าย พื้นฐานทางการเมืองของความสัมพันธ์จีน-ไทยแน่นแฟ้นยิ่งขึ้นและมิอาจจะทำลายได้ ในระยะเวลาอันใกล้ที่ผ่านมา ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ได้ส่งสารแสดงความยินดีแด่พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ได้มอบเครื่องอิสริยาภรณ์ รัฐมิตราภรณ์แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนแด่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งเป็นเกียรติยศสูงสุดที่จีนมอบให้ชาวต่างชาติ นายกรัฐมนตรีหลี่ เค่อเฉียง ได้เดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการและเข้าร่วมการประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออก พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และผู้นำประเทศไทยท่านอื่น ๆได้นำคณะไปเยือนประเทศจีนหลายครั้ง ทั้งสองฝ่ายได้มีการแลกเปลี่ยนในประเด็นเกี่ยวกับการบริหารประเทศ การบรรเทาและแก้ไขปัญหาความยากจนในเชิงลึกยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความร่วมมือฉันมิตรและเอื้อประโยชน์แก่กันระหว่างสองประเทศได้พัฒนาไปในทุกมิติและทุกปริมณฑล กลไกความร่วมมือได้ปรับปรุงสมบูรณ์ยิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประเทศจีนและประเทศไทยเป็นหุ้นส่วนความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์อย่างรอบด้าน ได้ร่วมกันวางแผน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ระยะยาวในการพัฒนาความสัมพันธ์จีน-ไทย ซึ่งเป็นการทำพิมพ์เขียวสำหรับการพัฒนาอย่างมั่นคงในอนาคต การแลกเปลี่ยนและความร่วมมือฉันมิตรระหว่างทั้งสองประเทศได้ครอบคลุมทุกๆด้านอาทิเช่นการเมือง เศรษฐกิจการค้า การทหาร ความมั่นคง วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สังคมและ วัฒนธรรม การศึกษา การกีฬา วรรณกรรม วิชาการและสื่อมวลชน ฯลฯ ได้สร้างพลังขับเคลื่อนอย่างไม่หยุดยั้งในการพัฒนาความสัมพันธ์จีน-ไทยต่อไป ทั้งสองประเทศมีการหารือเชิงยุทธศาสตร์อย่างเป็นประจำ ได้สร้างกลไกความร่วมมือในหลายสาขา อาทิเช่น คณะกรรมการร่วมว่าด้วยการค้า การลงทุน และความร่วมมือทางเศรษฐกิจ การประชุมหารือเรื่องการป้องกันประเทศและความมั่นคง คณะกรรมการร่วมว่าด้วยความร่วมมือทางวิทยาศาสตร์ คณะกรรมการร่วมเพื่อความร่วมมือด้านรถไฟ การประชุมหารือระดับรัฐมนตรีว่าด้วยความร่วมมือด้านเศรษฐกิจดิจิตอล ฯลฯ ทั้งสองฝ่ายมีการประสานงานและร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดภายใต้กรอบความร่วมมือระดับภูมิภาคและระดับโลก เช่นความร่วมมือเอเชียตะวันออกและในกรอบสหประชาชาติ ร่วมกันรักษาเสถียรภาพ ความเจริญก้าวหน้าและการพัฒนาของภูมิภาคและของโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;mdash;&amp;mdash; รูปธรรม: ความร่วมมือที่เอื้อประโยชน์แก่กันประสบผลสำเร็จอย่างสมบูรณ์ ประชาชนทั้งสองประเทศได้รับประโยชน์อย่างดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มูลค่าการค้าทวิภาคีเพิ่มขึ้นจาก 24.62 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงที่พึ่งสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต เป็น 91,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯในปี พ.ศ. 2562 เพิ่มขึ้น 3700 กว่าเท่า จีนเป็นประเทศคู่ค้าที่ใหญ่ที่สุดของไทยติดต่อกันมา 7 ปี และขึ้นเป็นแหล่งการลงทุนที่ใหญ่ที่สุดของไทยเมื่อปี พ.ศ. 2562 ขณะเดียวกัน ไทยเป็นประเทศคู่ค้าอันดับที่ 3 ของจีนในประเทศอาเซียน การก่อสร้างรถไฟจีน&amp;ndash;ไทยคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง เมื่อสร้างเสร็จและเริ่มเดินรถ จะทำให้ความปรารถนาดีของประเทศและประชาชนในภูมิภาคในรถไฟแพนเอเชียกลายเป็นความจริง บริษัทจีน 100 กว่าบริษัทเข้ามาลงทุนสร้างโรงงานในนิคมอุตสาหกรรมไทย-จีนระยอง เป็นประโยชน์ช่วยขับเคลื่อนการพัฒนาของเศรษฐกิจ และเพิ่มการจ้างงานในท้องถิ่น ทั้งสองประเทศได้สร้างบ้านพี่เมืองน้องขึ้นมา 39 คู่ การแลกเปลี่ยนในระดับท้องถิ่นมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างมาก ประเทศจีนเป็นแหล่งนักท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุดของไทย นักท่องเที่ยวจีนที่เข้ามาเที่ยวในประเทศไทยทะลุ 10 ล้านคนติดต่อกัน 2 ปี ทั้งสองฝ่ายได้ร่วมกันจัดตั้งสถาบันขงจื่อ 16 แห่งและห้องเรียนขงจื่อ 11 แห่งในประเทศไทย มีครูอาสาสมัครภาษาจีนเกือบ 1,500 คนเผยแพร่ภาษาและวัฒนธรรมจีนในประเทศไทย เมื่อปี พ.ศ. 2562 มีนักเรียน นักศึกษาจีนจำนวน 36,000 คนศึกษาในประเทศไทย นักเรียนไทย 28,000 คนไปศึกษาที่ประเทศจีน ความเข้าใจซึ่งกันและกันระหว่างคนรุ่นใหม่ของทั้งสองประเทศได้เพิ่มมากขึ้น ศูนย์นวัตกรรมและความร่วมมือ สถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์จีน (กรุงเทพ) ได้เปิดดำเนินการอย่างสำเร็จ สถาบันศิลปกรรมศาสตร์นาน จิง ได้ร่วมมือและแลกเปลี่ยนกับสถาบันดนตรีกัลยาณิวัฒนาอย่างมีชีวิตชีวา ละครโทรทัศน์ของไทยเป็นที่นิยมในประเทศจีน ภาพยนตร์จีน ละครโทรทัศน์และวรรณกรรมออนไลน์ของจีนเป็นที่ชื่นชอบของวัยรุ่นไทย พื้นฐานความสัมพันธ์จีน-ไทยในภาคสังคมและเอกชนมั่นคงยิ่งขึ้นทุกวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;mdash;&amp;mdash;เปี่ยมด้วยพลังขับเคลื่อน: มองไปข้างหน้าในการพัฒนาความสัมพันธ์สองประเทศ อัดฉีดพลังขับเคลื่อนและเนื้อหาแห่งยุคสมัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งสองฝ่ายเห็นชอบที่จะเชื่อมต่อยุทธศาสตร์การพัฒนา ให้&amp;quot;สายแถบและเส้นทาง&amp;quot; เชื่อมต่อกับประเทศไทย 4.0 &amp;quot;เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก&amp;quot; เพื่อให้มีการเสริมข้อได้เปรียบซึ่งกันและกัน และส่งเสริมความร่วมมือทางด้านเศรษฐกิจรูปแบบใหม่ บริษัทจีนที่มีศักยภาพสูงและมีความคิดทันสมัย เช่น Huawei, Alibaba, JD.com ฯลฯ ได้ร่วมมือกับบริษัทชั้นนำของไทยในการส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิตอล ปัญญาประดิษฐ์ โลจิสติกส์ทันสมัย การสื่อสาร 5G และอุตสาหกรรมอนาคตสาขาอื่นๆของประเทศไทย เพื่อเพิ่มพูนพลังขับเคลื่อนให้ความร่วมมือจีน-ไทยพัฒนาไปอย่างมีประสิทธิภาพและอย่างยั่งยืน เมื่อเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงของโลกที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในรอบ 100 ปี ทั้งสองฝ่ายยึดมั่นในการรักษาระบบพหุภาคีนิยมและการค้าเสรี ร่วมกันผลักดันในการสร้างระบบการเมืองและเศรษฐกิจระหว่างประเทศใหม่ที่เที่ยงธรรมและชอบด้วยเหตุผล ซึ่งจะสะท้อนเจตนารมณ์และผลประโยชน์ร่วมกันของประชาชนทุกประเทศ และก็จะสะท้อนให้เห็นถึงความต้องการจากการพัฒนาของประวัติศาสตร์และความก้าวหน้าของยุคสมัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปีนี้ โควิด-19 แพร่ระบาดในทั่วโลก ส่งผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อสุขภาพของมนุษย์และความมั่นคงด้านสาธารณสุขของโลก เมื่อเผชิญกับความท้าทายที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนนี้ จีนและไทยได้ร่วมแรงร่วมใจและคอยช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ซึงก็เป็นคำอธิบายสำหรับมิตรไมตรีอันจริงใจที่เป็น&amp;quot;จีนและไทยพี่น้องกัน&amp;quot; และจิตวิญญาณอันยิ่งใหญ่สำหรับประชาคมที่มีอนาคตร่วมกันของมวลมนุษยชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชสาส์นแสดงความห่วงใยไปยังประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ทรงยกย่องมาตรการในการต่อสู้กับโรคระบาดของจีน พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีได้กล่าวคำปราศรัยผ่านโทรทัศน์ ส่งกำลังใจให้ประเทศจีนและทั่วโลก ทุกภาคส่วนของสังคมไทยได้ให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ บริจาคเวชภัณฑ์จำนวนมากให้ประเทศจีนในเวลาอันสั้นๆ ประเทศจีนยึดมั่นในคุณธรรมสมัยโบราณที่เชื่อว่าบุญคุณต้องทดแทน ในขณะที่สถานการณ์ในไทยรุนแรงขึ้น จีนได้ให้การสนับสนุนและความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ โดยการแบ่งปันข้อมูลอย่างทันท่วงที หารือแผนการป้องกันและรักษา และร่วมกันพัฒนาวัคซีน รัฐบาล วิสาหกิจ องค์การมิตรภาพและภาคเอกชนของประเทศจีนได้บริจาคเวชภัณฑ์ให้กับประเทศไทยหลายครั้ง เพื่อเป็นการสนับสนุนในการต่อสู้กับการแพร่ระบาด สถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทยมีความห่วงใยต่อชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องคนไทย ได้ตั้ง &amp;quot;ตู้ปันสุข&amp;quot; เพื่อจัดหาสิ่งของจำเป็นให้กับพี่น้องคนไทยขณะเดียวกัน ความร่วมมือรูปธรรมระหว่างจีนและไทยกลับเพิ่มมากขึ้นภายใต้แรงกดดันจากโรคระบาด มูลค่าการนำเข้าและส่งออกตั้งแต่เดือนมกราคมถึงเดือนพฤษภาคมเพิ่มขึ้น 8.1% ในไตรมาสแรกการส่งออกทุเรียนไปประเทศจีนคิดเป็น 66.94%ของการส่งออกทุเรียนทั้งหมดของไทย ข้อเท็จจริงได้พิสูจน์แล้วว่า ความสัมพันธ์จีน-ไทยได้รับบทพิสูจน์จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ใกล้ชิดยิ่งขึ้นและมั่นคงมิอาจจะทำลายได้ ความร่วมมือจีน-ไทยได้ผ่านการทดสอบจากการระบาดของโควิด-19 มีพลังและเหนียวแน่นยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อมองกลับไปใน 45 ปีที่ผ่านมา ภายใต้การชี้นำและนำพาจากผู้นำทุกสมัยของจีนและไทย ด้วยความพยายามร่วมกันของประชาชนของทั้งสองประเทศ ความสัมพันธ์รจีน-ไทยได้หว่านพืช ผลิใบ เติบโตงอกงาม เมื่อมองไปข้างหน้า ความร่วมมือจีน-ไทยที่รอบด้าน มีระดับสูงและปริมณฑลกว้างและอย่างลึกซึ้งนั้น ย่อมมีอนาคตที่สดใส มีพลังขับเคลื่อนอย่างแรง และมีผลลัพธ์ที่คาดหวังกันได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อมาอยู่ที่จุดเริ่มต้นใหม่ทางประวัติศาสตร์ เรามิอาจประมาทหรือลดความพยายาม ควรรักษาสัมพันธภาพอันดีระหว่างกันทิ่ไม่ได้ได้มาอย่างง่ายๆ ใช้โอกาสทางประวัติศาสตร์ให้เป็นประโยชน์ ร่วมกันเป็นญาติที่เอาใจใส่ซึ่งกันและกัน เป็นเพื่อนมิตรที่รู้ใจและสนิทกัน เป็นเพื่อนบ้านที่คอยช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และก็เป็นหุ้นส่วนที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราควรให้การชี้นำของผู้นำแสดงบทบาทหลัก กระชับการไปมาหาสู่ระหว่างกันในทุกๆระดับ ใช้ประโยชน์จากกลไกหารือที่มีอยู่ในปัจจุบันให้ดี เสริมสร้างการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และการปฏิบัติในการบริหารประเทศและแก้ใขปัญหายากจน เพื่อเป็นหลักประกันที่มั่นคงในการเสริมสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจกันและขยายความร่วมมือ เชื่อมต่อยุทธศาสตร์การพัฒนาอย่างเป็นรูปธรรมและพิถีพิถัน ขยายความร่วมมือและเน้นการปฏิบัติจริง ร่วมกันพัฒนา &amp;ldquo;สายแถบและเส้นทาง&amp;rdquo; ที่มีคุณภาพสูง สร้างจุดเติบโตใหม่ทางด้านนวัตกรรมและเศรษฐกิจดิจิตอลอย่างแข็งขัน เพื่อสร้างผลงานความร่วมมือในเชิงรูปธรรมที่สัมผัสได้ ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนระหว่างคลังสมอง สื่อมวลชน คณะศิลปวัฒนธรรมระหว่างสองประเทศ ให้คนรุ่นใหม่เพิ่มการแลกเปลี่ยนและไปมาหาสู่กัน พัฒนาศักยภาพความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว ขยายความร่วมมือทางด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี อารอบรมอาชีพและสาธารณสุข ร่วมกันส่งเสริมความร่วมมือจีน&amp;ndash;อาเซียน ยกระดับความร่วมมือแม่น้ำล้านช้าง-แม่น้ำโขง ร่วมกันพิทักษ์รักษาหลักการพื้นฐานของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและระบบการค้าพหุภาคีปัจจุบัน ร่วมกันออกเสียงอันหนักแน่นในการคัดค้านการกีดกันทางการค้าและลัทธิการการกลั่นแกล้ง ร่วมกันรับมือกับความท้าทายระดับโลก เช่น การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การก่อการร้าย ฯลฯ ร่วมกันปฏิบัติตามความสัมพันธ์ระหว่างประเทศรูปแบบใหม่และสร้างประชาคมที่มีอนาคตร่วมกันของมวลมนุษยชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น้ำขึ้นเทียบฟากฝั่ง เรือแล่นไปตามลมอย่างราบรื่น ความสัมพันธ์จีน-ไทยที่ยั่งยืน มีพลัง มั่นคงและเป็นประโยชน์แก่กันนั้นเป็นกระแสหลักและความปรารถนาของประชาชน ความความสัมพันธ์หุ้นส่วนความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์อย่างรอบด้านระหว่างจีน-ไทยย่อมจะพัฒนาก้าวหน้าต่อไป ผลสำเร็จอันสมบูรณ์จากความร่วมมือจีน-ไทยย่อมจะสร้างความผาสุกแก่ประชาชนทั้งสองประเทศ และเพิ่มพลังในการรักษาเสถียรภาพและความเจริญรุ่งเรืองของภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอให้เราฝ่าลมโต้คลื่น บุกเบิกพัฒนา ร่วมกันมุ่งไปสู่อนาคตที่รุ่งโรจน์ยิ่งขึ้นของความสัมพันธ์จีน-ไทย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70207</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายหยาง ซิน, สถานทูตจีน, สัมพันธ์จีน-ไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200701/image_big_5efbfcb57e88f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
