<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>120025</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/10/2021 21:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/10/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ปชป.มาแปลก! เสนอ‘ส.ส.-ส.ว.’ หาเสียงให้อปท.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปชป.ยกร่างแก้ไขกฎหมายเลือกตั้งท้องถิ่นให้ ส.ส., ส.ว., ขรก.การเมืองช่วยรณรงค์หาเสียงได้ จ่อชงสภาสัปดาห์นี้ &amp;quot;ธนาธร&amp;quot; นำคณะก้าวหน้าเปิดตัวผู้สมัครนายก อบต.ในเขต จ.ขอนแก่น ลั่นพร้อมสู้ทั่วประเทศ ส่งผู้สมัครมากถึง 210 หาเสียงเริ่มดุ! ตรัง จดหมายข่มขู่ฆ่าไม่ให้เป็นหัวคะแนนผู้สมัคร ที่นครศรีฯ ขอร้องไม่ให้ลงสมัคร ส.อบต.ไม่ได้เลยยิงวัวตายเพื่อข่มขู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคและประธาน ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เปิดเผยว่า ก่อนปิดสมัยประชุมสภา ที่ประชุม ส.ส.พรรค ปชป.ได้เห็นชอบให้มีการเสนอร่างแก้ไขกฎหมายเลือกตั้งท้องถิ่น เพื่อให้ ส.ส., ส.ว., ข้าราชการการเมือง ช่วยหาเสียงเลือกตั้งท้องถิ่นได้ โดยมอบหมายให้คณะกรรมการกฎหมายพรรคฯ ยกร่างกฎหมายเสนอเข้าที่ประชุมสภา ขณะนี้ได้ยกร่างเสร็จเรียบร้อยแล้ว จะนำเสนอต่อประธานสภาผู้แทนราษฎรในสัปดาห์นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในเมื่อพรรคการเมืองส่งผู้สมัครท้องถิ่นทุกระดับได้ แต่มีกฎหมายห้ามไม่ให้บุคคลในพรรคที่มีตำแหน่ง ส.ส.และข้าราชการการเมือง เช่น รัฐมนตรี เลขาฯ รัฐมนตรี ที่ปรึกษารัฐมนตรี ไปช่วยรณรงค์หาเสียง ซึ่งถือเป็นเรื่องผิดปกติอย่างยิ่ง &amp;nbsp;กฎหมายควรเปิดโอกาสให้หาเสียงได้ตามปกติเหมือนที่ผ่านมา ยกเว้นว่าถ้าใช้อำนาจหน้าที่กลั่นแกล้ง หรือทำอะไรก็ตามที่เป็นคุณหรือเป็นโทษแก่ผู้สมัครใด นอกเหนือจากการรณรงค์หาเสียงตามปกติ ก็มีกฎหมายระงับยับยั้งการกระทำนั้นๆ หรือลงโทษผู้กระทำผิดกฎหมายได้ &amp;nbsp;เชื่อว่าจะช่วยทำให้การเมืองระดับท้องถิ่นมีความเข้มแข็งเป็นรากฐานสำคัญของการเมืองระดับชาติ และช่วยทำให้สถาบันพรรคการเมืองหยั่งรากลึกลงระดับท้องถิ่น อันเป็นส่วนสำคัญของการเสริมสร้างประชาธิปไตยโดยรวมต่อไป&amp;quot; นายองอาจ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 10.00 น. ที่โฟกัส อารีน่า ต.ในเมือง อ.เมืองฯ จ.ขอนแก่น นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า &amp;nbsp;พร้อมด้วย น.ส.พรรณิการ์ วานิช กรรมการบริหารคณะก้าวหน้า นำทีมคณะก้าวหน้าร่วมแถลงผลงานการบริหารงานท้องถิ่น พร้อมทั้งการเปิดแคมเปญเลือกตั้ง อบต. 2564 และการเปิดตัวทีมผู้สมัครนายก อบต.ในเขต จ.ขอนแก่น โดยนายธนาธรกล่าวว่า ผู้สมัครในเขต จ.ขอนแก่น ในนามคณะก้าวหน้าทุกคน คาดว่าจะได้รับความไว้วางใจจากประชาชนให้เข้าไปทำหน้าที่บริหารชุมชนให้น่าอยู่ และให้ดีกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน การเลือกตั้ง อบต.ครั้งนี้ทั่วประเทศ คณะก้าวหน้าส่งผู้สมัคร 210 ทีม ใน 50 จังหวัด ที่ภาคอีสานส่งมากที่สุดถึง 138 ทีม เราให้ความสำคัญกับภาคอีสานเป็นพิเศษ โดยเฉพาะในเรื่องการพัฒนาท้องถิ่นที่จะมีผลในการเลือกตั้งใหญ่ในอนาคต&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่บ้านของนายปรวัฒน์ ตั่นมี อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 49 หมู่ที่ 12 ต.บ้านนา อ.ปะเหลียน จ.ตรัง พาผู้สื่อข่าวไปชี้ต้นยางพาราที่พบจดหมายข่มขู่ เขียนด้วยลายมือ สอดเอาไว้ใต้ถ้วยรองน้ำยาง หลังจากที่นายปรวัฒน์ ผู้เสียหายออกไปกรีดยางพาราในเช้าวันที่ 15 ต.ค.ที่ผ่านมา เมื่อเปิดอ่านกลับพบว่าเป็นข้อความข่มขู่ไม่ให้ผู้เสียหายไป เป็นหัวคะแนนให้ผู้สมัครหมายเลข 2 ในการเลือกตั้ง อบต.หมู่ที่ 12 ต.บ้านนา โดยหลังเกิดเหตุ ผู้เสียหายได้นำจดหมายดังกล่าวไปแจ้งความไว้ที่ สภ.ปะเหลียนในเช้าวันเดียวกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ว่าที่ ร.ต.สุขสันต์ แววัลจิต ผู้สมัคร &amp;nbsp;ส.อบต.หมู่ 1 ของ อบต.กลาย อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช หมายเลข 2 ได้ร้องผู้สื่อข่าวว่า เมื่อเช้าวันนี้ตนได้เดินทางดูวัวที่ผูกเลี้ยงไว้สวนมะพร้าว หมู่ 11 ต.กลาย ปรากฏว่าวัวของตนได้ถูกคนร้ายใช้อาวุธปืนลูกกรดขนาด .22 ยิงใส่ 4 นัด เข้าบริเวณลำตัวทำให้วัวของตนตาย ซึ่งตนเชื่อว่าสาเหตุมาจากการเมืองท้องถิ่นเลือกตั้ง อบต. เนื่องจากก่อนหน้านี้ก่อนที่ตนจะสมัครรับเลือกตั้ง ส.อบต.กลาย ได้มีกลุ่มบุคคลฝ่ายตรงข้ามบางกลุ่มได้มาขอร้องให้ตนอย่าลงสมัคร ส.อบต.กลาย แต่ตนไม่ยอม และได้เดินทางไปสมัคร ส.อบต.หมู่ 1 ต.กลาย ได้หมายเลข 2 และเริ่มออกหาเสียงในหมู่บ้านตามปกติ ซึ่งอาจจะทำให้ฝ่ายตรงข้ามบางคนเกิดความไม่พอใจ จึงมาลอบยิงวัวตนจนตายเพื่อเป็นการข่มขู่ในครั้งนี้ก็ได้.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120025</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายองอาจ คล้ามไพบูลย์, รองหัวหน้าพรรคประธาน, ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210808/image_big_610f531be4daf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119630</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/10/2021 12:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/10/2021 12:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;องอาจ&#039; แนะ4ข้อก่อนเปิดประเทศ1พ.ย.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ต.ค.2564 - นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรค และประธาน ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีนายกรัฐมนตรีจะเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวในวันที่ 1 พ.ย.นี้ ว่า การเปิดประเทศเป็นเรื่องที่หลายฝ่ายเรียกร้อง ต้องการเพื่อให้เศรษฐกิจเดินหน้า และการใช้ชีวิตของประชาชนใกล้เคียงกับสภาวะปกติมากที่สุด พร้อมที่จะอยู่ร่วมกับโควิด-19 อย่างสมดุล การจะเปิดประเทศให้เดินหน้าต่อไปได้ขึ้นอยู่กับว่าเราได้เตรียมความพร้อมมากน้อยเพียงใดในช่วงที่ผ่านมา และมีมาตรการรองรับการเปิดประเทศที่จะเกิดขึ้นครบถ้วนสมบูรณ์หรือไม่ รวมทั้งได้มีการเตรียมการป้องกันปัญหาต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายองอาจ กล่าวอีกว่า การเปิดประเทศ จึงขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ หลายประการ ดังนี้ 1.ประชาชนชาวไทยได้รับการฉีดวัคซีนเพียงพอทั่วถึง ตามหลักวิชาการแล้วหรือยัง เพราะการเปิดประเทศครั้งนี้เป็นการเปิดให้นักท่องเที่ยวต่างชาติ สามารถเดินทางไปเที่ยวทุกที่ทั่วไทย โดยไม่มีข้อจำกัด การฉีดวัคซีนให้คนไทยอย่างเพียงพอจะก่อให้เกิดภูมิคุ้มกันที่ช่วยทำให้มั่นใจในการเปิดประเทศมากขึ้น 2.จำนวนผู้ติดเชื้อโควิดทุกระดับสี ทั้งสีแดง สีเหลือง สีเขียว อยู่ในระดับที่ดูแลรักษาได้ ไม่กระทบต่อการเปิดประเทศหรือไม่ &amp;nbsp;3.มีการเตรียมมาตรการและวิธีการรองรับนักท่องเที่ยวที่จะเข้ามาจำนวนมากอย่างไร เช่น การตรวจ RT-PCR ตามข้อกำหนดที่ ศบค. กำหนดขึ้น และ4.มีการเฝ้าระวังโควิดสายพันธุ์ใหม่ หรืออาจมีการกลายพันธุ์ใหม่ที่รุนแรงกว่าเดิมหรือไม่อย่างไร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;จึงขอฝากนายกฯ คำนึงถึงปัจจัยต่างๆ เหล่านี้อย่างจริงจัง เพื่อสร้างความมั่นใจให้คนไทยในประเทศให้เกิดความมั่นใจว่า การเปิดประเทศครั้งนี้จะส่งผลดีต่อการเดินหน้าประเทศไทย ช่วยทำให้คนไทยได้กลับมาใช้ชีวิตอย่างปกติสุขต่อไปในเร็ววัน&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119630</URL_LINK>
                <HASHTAG>นักท่องเที่ยว, นายองอาจ คล้ามไพบูลย์, พรรคประชาธิปัตย์, เปิดประเทศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211013/image_big_616673165795f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117138</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/09/2021 09:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/09/2021 09:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;องอาจ&#039;จี้นายกฯกำชับให้ทุกฝ่ายร่วมมือเปิด กทม. ราบรื่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ก.ย. 2564 นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรค และประธาน ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงความชัดเจนที่ กทม. จะเปิดเมืองว่า การที่ กทม. จะเปิดเมืองได้เมื่อไหร่ ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องควรจะประชุมปรึกษาหารือกันอย่างรอบด้านให้ตกผลึกเสียก่อนว่าจะเปิดได้เมื่อไหร่ ไม่ใช่ปล่อยให้ผู้บริหารระดับสูงออกมาพูดกันคนละครั้งไม่ตรงกัน วันหนึ่ง รมว.ท่องเที่ยวออกมาบอกว่าจะเปิดเมือง กทม. 15 ต.ค. แต่หลังจากนั้น ผู้ว่าฯ กทม. ออกมาบอกว่ายังไม่เคยพูดว่าจะเปิดเมืองได้ เพราะต้องฉีดวัคซีนเข็ม 2 ของประชาชนในกรุงเทพฯ ให้ได้ 70% ก่อนถึงจะเปิดได้ ซึ่ง กทม. ตั้งเป้าว่าจะฉีดได้ 70% ในวันที่ 22 ต.ค. แต่ถ้าได้วัคซีนเร็วก็จะฉีดได้ถึง 70% เร็วขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จะเห็นได้ว่าการจะเปิดเมือง กทม. ได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับหลายกระทรวง ทั้งกระทรวงท่องเที่ยว กระทรวงสาธารณสุข และกรุงเทพมหานคร ต้องทำงานประสานงานกันให้ลงตัวและร่วมกันทำงานไปในทิศทางเดียวกัน ไม่ใช่ปล่อยให้ต่างคนต่างคิด ต่างพูดต่างทำจนเกิดความไม่แน่นอน และก่อให้เกิดความไม่เชื่อมั่นต่อการบริหารจัดการแก้ไขโควิดให้เข้าสู่สถานการณ์ปกติของรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพราะการเปิดเมือง กทม. เป็นเรื่องใหญ่ที่ต้องเตรียมความพร้อมหลายด้านดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. ประชาชนในกรุงเทพฯ ต้องได้ฉีดวัคซีนเข็ม 2 มากกว่า 70%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ต้องมีมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดให้พร้อมมากที่สุดก่อนเปิดเมือง กทม. โดยเฉพาะการป้องกันการแพร่ระบาดในชุมชนแออัด และสถานที่พักอาศัยที่มีสภาพอยู่รวมกันจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. หลังเปิดเมือง กทม. แล้ว หากพบการแพร่ระบาด ต้องมีมาตรการเชิงรุกที่พร้อมจะเข้าควบคุมพื้นที่ทันทีหลังพบการติดเชื้อเป็นคลัสเตอร์ใหญ่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงขอฝากนายกรัฐมนตรีที่เป็นผู้รับผิดชอบสูงสุดของ ศบค. ช่วยจัดการให้ทุกหน่วยงานประสานงานกันให้พร้อม ก่อนที่จะออกมาประกาศว่าจะเปิดเมือง กทม. ได้เมื่อไหร่ ไม่ควรปล่อยให้เกิดสภาพที่ใครอยากกำหนดจะทำอะไรก็ทำตามอำเภอใจ ทั้งที่ยังไม่มีข้อสรุปชัดเจนอย่างเป็นทางการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพราะเมื่อภาครัฐมีความชัดเจน ภาคเอกชนและคนทำมาหากิน จะได้เตรียมพร้อมรองรับการเปิดเมือง กทม. เพื่อช่วยกันทำให้การเปิดเมืองเดินหน้าได้ และไม่ก่อให้เกิดการแพร่ระบาดระลอกใหม่เกิดขึ้นอีก เพื่อที่เราจะได้ใช้ชีวิตให้ใกล้เคียงปกติได้มากที่สุดต่อไป
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117138</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายองอาจ คล้ามไพบูลย์, พรรคประชาธิปัตย์, เปิด กทม.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210808/image_big_610f531be4daf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114205</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/08/2021 09:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/08/2021 09:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผวา&#039;คลัสเตอร์เคลื่อนที่&#039; บี้ศบค.ดูแลโควิดแรงงานนอกระบบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ส.ค. 64 - นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรค และประธาน ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ใน กทม. และปริมณฑลว่า จากการทำงานดูแลช่วยเหลือพี่น้องประชาชนของทีมงานพรรคประชาธิปัตย์ ทั้งอดีต ส.ส. อดีต ส.ก. ส.ข. และ ตัวแทนสาขาพรรคจากพื้นที่ต่างๆ พบว่าขณะนี้มีแรงงานต่างด้าวนอกระบบทำงานรับจ้างต่างๆ พักอาศัยอยู่ตามชุมชนแออัดในห้องเช่าราคาถูก อยู่รวมกันหลายคน เมื่อติดเชื้อโควิดแล้วมักจะรักษากันเองตามยถากรรม เพราะไม่ทราบว่าจะเข้าสู่การรักษาตามระบบต่างๆ ที่ทางการกำหนดขึ้นมาอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บางรายได้รับการแนะนำจากเพื่อนคนไทยให้เข้าสู่ระบบก็ไม่สามารถเข้าได้ เพราะเป็นแรงงานต่างด้าวนอกระบบ ไม่ได้อยู่ในระบบเหมือนแรงงานต่างด้าวที่ทำงานตามโรงงาน หรือทำงานก่อสร้างที่อยู่ในระบบประกันสังคมซึ่งเมื่อติดเชื้อเป็นคลัสเตอร์ใหญ่ๆ แล้วก็จะได้รับการดูแลเช่นเดียวกับแรงงานไทยตั้งแต่ตรวจหาเชื้อ ถ้ามีเชื้อก็รักษาไปจนถึงได้ฉีดวัคซีนด้วย แต่แรงงานต่างด้าวนอกระบบไม่ได้รับการดูแลเหมือนแรงงานต่างด้าวในระบบ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แรงงานต่างด้าวนอกระบบที่ติดเชื้อโควิดเหล่านี้ มักใช้ชีวิตทำงานตามปกติขณะที่พยายามรักษาตัวเองจนกลายเป็นผู้ติดเชื้อเคลื่อนที่กลายเป็น &amp;ldquo;คลัสเตอร์เคลื่อนที่&amp;rdquo; กระจายแพร่เชื้อต่อกันไปเรื่อยๆ ซึ่งแรงงานต่างด้าวนอกระบบส่วนหนึ่งเข้าเมืองแบบผิดกฎหมาย จึงไม่อยากติดต่อทางการเพื่อเข้าสู่การดูแลรักษาตามระบบเพราะเกรงว่าจะถูกลงโทษทางกฎหมาย และส่งตัวกลับประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การจะแก้ไขปัญหาคลัสเตอร์เคลื่อนที่ของแรงงานต่างด้าวนอกระบบที่ติดเชื้อโควิดไม่ให้เป็นแหล่งแพร่ระบาดต่อไปเรื่อยๆ คือ ทางการจะต้องดูแล นำแรงงานต่างด้าวเหล่านี้เข้ามาดูแลรักษาตามระบบ Home Isolation (HI) หรือ Community Isolation (CI) และระบบอื่นๆ ตามอาการอย่างทันท่วงทีเหมือนผู้ติดเชื้อชาวไทยที่ได้รับการดูแลตามสมควร ทางการไทยไม่ควรปล่อยให้ผู้ติดเชื้อต่างด้าวรักษากันเองตามยถากรรมเพราะจะทำให้เชื้อแพร่ระบาดมากขึ้น และส่งผลกระทบต่อการแก้ไขป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในสังคมไทยตามไปด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงขอฝากให้ศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศบค. พิจารณาให้หน่วยงานของทางราชการทั้งระดับชาติและระดับท้องถิ่นดูแลรักษาแรงงานต่างด้าวตามระบบต่างๆ เหมือนดูแลรักษาคนไทยนอกจากเพื่อช่วยกันระงับยับยั้งการแพร่ระบาดของโควิด-19 แล้ว ยังเป็นการช่วยเหลือแรงงานต่างด้าวจากประเทศเพื่อนบ้านให้มีความรู้สึกที่ดีมีความประทับใจขณะที่ใช้ชีวิตอยู่เมืองไทยอีกด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114205</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลัสเตอร์เคลื่อนที่, นายองอาจ คล้ามไพบูลย์, แรงงานต่างด้าว, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210823/image_big_612308f016a8d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111005</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/07/2021 08:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/07/2021 08:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;องอาจ&#039; จี้ กสทช.หาทางคืนเงินค่าโทรสายด่วนโควิดที่ประชาชนจ่ายไปแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ก.ค.2564 นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรค และประธาน ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่มีการเก็บเงินค่าโทรสายด่วนโควิดจากประชาชนว่า เรื่องนี้ถ้าประชาชนจับไม่ได้ไล่ไม่ทันก็คงต้องเสียเงินค่าโทรสายด่วนโควิดติดต่อเบอร์ต่างๆ ของหน่วยงานภาครัฐกันต่อไปทั้ง 7 หมายเลข คือ 1330, 1323, 1422, 1646, 1668, 1669, 1506 ทั้งๆ ที่เบอร์เหล่านี้เป็นเบอร์ฉุกเฉิน 4 หลักที่ใช้เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อนจากการเป็นผู้ป่วยติดเชื้อโควิด ซึ่งควรจะให้บริการฟรีไม่มีค่าใช้จ่ายเพราะประชาชนคนยากคนจนที่ติดเชื้อก็ลำบากอยู่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อประชาชนออกมาเปิดโปงสายด่วนโควิดของภาครัฐต้องเสียค่าโทร กสทช. ในฐานะที่เป็นหน่วยงานกำกับดูแลโอเปอเรเตอร์ค่ายโทรศัพท์ต่างๆ ทั้ง AIS TRUE DTAC และ NT ก็ออกมาอธิบายว่าที่ต้องเสียค่าโทรเพราะต้นสังกัดแต่ละหน่วยงานของภาครัฐที่รับผิดชอบสายด่วนไม่ทำเรื่องขอความอนุเคราะห์ยกเว้นค่าบริการไปยัง กสทช. เอง ทำเฉพาะเรื่องขอยกเว้นค่าธรรมเนียมอย่างเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำอธิบายเรื่องนี้ของ กสทช. ชี้ให้เห็นชัดเจนว่า กสทช. ในฐานะผู้กำกับดูแลที่เรียกว่า เรกูเรเตอร์ ไม่มีจิตสำนึกที่จะดูแลช่วยเหลือประชาชนที่ประสบปัญหาจากโรคร้ายโควิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิ่งที่ กสทช. ควรทำคือแนะนำหน่วยงานภาครัฐให้ทำเรื่องขอยกเว้นค่าบริการมาด้วยก็จะเป็นการช่วยเหลือประชาชนที่เจอเคราะห์หามยามร้ายจากพิษภัยโควิดได้มาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ กสทช. ก็ไม่ทำ จนประชาชนจับได้ไล่ทัน ไม่พอใจ กสทช. กันอย่างมาก จึงรีบขอความร่วมมือโอเปอเรเตอร์ค่ายโทรศัพท์ต่างๆ ยกเว้นค่าโทรจนกระทั่งมีการยอมยกเว้นค่าโทรสายด่วนโควิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดีมีประชาชนจำนวนมากที่ต้องเสียค่าโทรไปก่อนหน้านี้จากการทำงานที่ไร้จิตสำนึกของ กสทช. จึงขอเรียกร้องให้ กสทช. ดำเนินการคืนเงินค่าโทรสายด่วนโควิดที่ประชาชนต้องเสียค่าโทรไปก่อนหน้านี้ให้ประชาชนโดยเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน กสทช. ก็ควรพิจารณาดูว่ามีงานอะไรอีกบ้างที่ กสทช. ควรทำเพื่อเป็นการคุ้มครองประชาชน รักษาผลประโยชน์ของประชาชนในสถานการณ์วิกฤติโควิดที่ส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจสังคมต่อประชาชนอย่างมากในขณะนี้ ไม่ควรต้องรอให้ประชาชนออกมาส่งเสียงเรียกร้องหาความถูกต้องชอบธรรมก่อนถึงรีบออกมาดำเนินการ เพราะ กสทช. ย่อมรู้ดีกว่าใครว่าในสถานการณ์เช่นนี้ กสทช. ควรทำอะไรเพื่อช่วยเหลือประชาชนจากวิกฤติโควิด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111005</URL_LINK>
                <HASHTAG>กสทช, ชดเชยเงินคืน, นายองอาจ คล้ามไพบูลย์, สายด่วนโควิด, เบอร์โทรฉุกเฉิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210718/image_big_60f3a696e2880.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109914</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/07/2021 10:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/07/2021 10:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;องอาจ&#039;แนะนายกฯ 3 ข้อ ชงแจกชุดตรวจเชื้อโควิดด้วยตนเองให้ประชาชนฟรี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ก.ค.64 - นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรค และประธาน ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการตรวจเชื้อโควิด-19 ว่า จากการติดตามการจัดตรวจหาเชื้อโควิดฟรีของหน่วยงานภาครัฐ ตามจุดต่างๆ โดยเฉพาะในเขตกรุงเทพมหานคร พบว่ามีประชาชนจำนวนมากยังมีความต้องการตรวจเชื้อโควิดฟรีตามที่ทางราชการกำหนด เพราะถ้าไปใช้บริการตรวจตามโรงพยาบาลก็เสียค่าใช้จ่ายหลักพันบาทขึ้นไป หรือถ้าจะซื้อชุดตรวจมาตรวจหาเชื้อด้วยตนเองก็ทำให้ต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น สำหรับคนหาเช้ากินค่ำหรือผู้มีรายได้น้อยเงินทุกบาททุกสตางค์ล้วนมีความหมาย จึงพบว่าประชาชนส่วนมากต่างมุ่งไปตรวจฟรีตามที่ทางราชการกำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายองอาจ กล่าวอีกว่า การที่ประชาชนไปรอคิวตรวจฟรีตามที่ต่างๆ แสดงให้เห็นว่าประชาชนให้ความร่วมมือกับภาครัฐในการช่วยกันยับยั้งการแพร่ระบาด เพราะถ้าพบว่าตนเองติดเชื้อก็จะได้เข้าสู่กระบวนการของการรักษาตัวตามสถานพยาบาล หรือแยกกักตัวที่บ้าน เพื่อไม่นำเชื้อไปแพร่ให้บุคคลอื่นต่อไป ภาครัฐจึงควรจัดให้มีการเข้าถึงบริการสาธารณสุข ดังนี้ 1. จัดให้มีการตรวจเชื้อโควิดเพิ่มมากขึ้นให้เพียงพอกับความต้องการของประชาชน โดยเฉพาะประชาชนที่คิดว่าตนเองเป็นกลุ่มเสี่ยงใน กทม. ที่มีการระบาดสูง 2. อำนวยความสะดวก ลดขั้นตอนและอุปสรรคที่ทำให้การเข้าถึงการตรวจเชื้อโควิดทุกกรณี และ3. รัฐควรจัดหาชุดตรวจเชื้อโควิดด้วยตนเองฟรีให้ประชาชนส่งตรงถึงบ้าน โดยกำหนดช่องทางการขอรับชุดตรวจเชื้อด้วยตนเองฟรีที่สะดวกที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมจึงขอฝากข้อเสนอทั้ง 3 ข้อนี้ถึงนายกรัฐมนตรี นำไปพิจารณาใน ศบค. เพื่อกำหนดมาตรการและวิธีการปฏิบัติเพื่อจะได้ช่วยกันทำให้การแพร่ระบาดของโควิดทุเลาเบาบางลง เมื่อสามารถขจัดต้นตอของการติดเชื้อของบุคคลต่างๆ ลงได้ อันจะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อการแก้ปัญหาวิกฤติโควิดในที่สุด &amp;quot;นายองอาจ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109914</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ศบค., ชุดตรวจเชื้อ Covid 19, นายองอาจ คล้ามไพบูลย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210716/image_big_60f0f761e997c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109396</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/07/2021 22:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/07/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปชป.บี้‘นายกฯ’ ลงจาก‘หอคอย’ ลุยพื้นที่แก้ไวรัส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประชาธิปัตย์หวดบิ๊กตู่ แก้ปัญหาโควิดต้องลงมากำกับปฏิบัติการในพื้นที่อย่างจริงจัง อย่าทำแค่นั่งรับรายงานแล้วสั่งการจากทำเนียบฯ ฝ่ายค้านลุยถามเงินกู้สาธารณสุขสองล็อต 4.5 หมื่นล้านบาทกับ 3 หมื่นล้านบาทหายไปไหนถึงเอามาใช้รับมือไม่ได้ หนุนแจกเงิน 5,000 บาท 3 เดือน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีความเห็นทางการเมืองตามมา หลังรัฐบาลโดยศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) ซึ่งมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ได้ออกมาตรการล็อกดาวน์และเคอร์ฟิวในพื้นที่ 10 จังหวัดเพื่อแก้ปัญหาโควิด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยเมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ &amp;nbsp;รองหัวหน้าพรรคและประธาน ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ &amp;nbsp;กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า จากการลงพื้นที่ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ติดโควิดในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา โดยเฉพาะพื้นที่ กทม.และปริมณฑลของอดีต ส.ส.กทม., อดีต ส.ก. &amp;nbsp;ตัวแทนพรรค สาขาพรรค พบว่าการดำเนินการเพื่อระงับยับยั้งการแพร่ระบาดของโควิดยังมีข้อบกพร่องที่ควรเร่งปรับปรุงแก้ไขมากมายหลายประการ จึงมีข้อเสนอฝากไปยังนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้รับผิดชอบสูงสุดของ ศบค. &amp;nbsp;ภาครัฐ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้เร่งปรับปรุงแก้ไขการทำงานเพื่อให้การล็อกดาวน์เป็นไปตามเป้าหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายองอาจกล่าวว่า ข้อเสนอดังกล่าวมีดังนี้ 1.มีมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดตามสภาพความเป็นจริงที่เกิดขึ้นในพื้นที่อย่างเร่งด่วน ต้องมีปฏิบัติการเชิงรุกในการป้องกันมากกว่าการตั้งรับ โดยเฉพาะในชุมชนแออัดต้องมีการคัดกรองอย่างทั่วถึง และเมื่อพบการแพร่ระบาดต้องนำผู้ติดเชื้อแยกออกจากครอบครัวและชุมชนอย่างรวดเร็ว &amp;nbsp;และดูแลกลุ่มเสี่ยงที่ต้องกักตัวอย่างจริงจังเพื่อไม่ให้ออกไปแพร่เชื้อ เพราะเป็นบุคคลที่มีโอกาสติดเชื้อสูง 2.ปรับการวางแผนนโยบายวัคซีนใหม่ให้ทันกับสถานการณ์การแพร่ระบาดที่เปลี่ยนแปลงไป เพื่อสามารถสนองตอบต่อการแพร่ระบาดได้จริง และจัดให้มีวัคซีนที่มีคุณภาพเพียงพอกับความต้องการของประชาชน 3.จัดให้มีมาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการล็อกดาวน์ให้ตรงกลุ่มเป้าหมาย โดยเฉพาะกลุ่มแรงงานนอกระบบ กลุ่มอาชีพอิสระ กลุ่มอาชีพบริการทุกประเภท กลุ่มเปราะบางทางเศรษฐกิจและสังคมในชุมชนเมืองที่ได้รับผลกระทบอย่างมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอเรียกร้องไปยังนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้รับผิดชอบสูงสุดของ ศบค.จะต้องลงมากำกับดูแลการปฏิบัติงานในพื้นที่อย่างจริงจัง อย่าเพียงนั่งรับรายงานแล้วประชุมสั่งการจากทำเนียบรัฐบาลเท่านั้น เพราะการลงมากำกับดูแล อย่างใกล้ชิดเกาะติดสถานการณ์ถึงระดับพื้นที่ด้วยวิธีการต่างๆ จะช่วยทำให้แก้ปัญหาได้รวดเร็วและช่วยสนับสนุนการทำงานอย่างทันท่วงที เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดโควิดได้ผลจริงตามที่เราทุกคนต้องการ&amp;quot; รองหัวหน้าพรรค ปชป.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทยเตรียมยื่นซักฟอกอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลปลายเดือน ก.ค.นี้ พร้อมวิพากษ์วิจารณ์นายกฯ บริหารโควิดล้มเหลวและขอให้ลาออก ดีกว่าสละเงินเดือน 3 เดือนช่วยประชาชนว่า ในสถานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 ที่ทุกภาคส่วนอยู่ระหว่างระดมสรรพกำลังในการแก้ไขปัญหาให้สถานการณ์คลี่คลายลงให้ได้ แต่พรรคร่วมฝ่ายค้านกลับไม่รู้จักกาลเทศะ จะมาใช้โอกาสนี้อ้างการยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ มากล่าวหาโจมตีนายกฯ และรัฐบาลเพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองของตัวเองเท่านั้น พรรคฝ่ายค้านไม่ควรมาอภิปรายไม่ไว้วางใจในช่วงนี้ เพราะนายกฯ และรัฐมนตรีจะต้องเอาเวลาไปช่วยเหลือประชาชนแก้ไขปัญหาต่างๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พรรคเพื่อไทยเป็นฝ่ายค้านที่คิดจะเอาแต่ประโยชน์ตัวเอง และยังเป็นตัวถ่วงในการแก้ไขปัญหาอีก ยิ่งสถานการณ์การระบาดเชื้อโควิด-19 ยังไม่คลี่คลาย นายกฯ ยิ่งจะต้องอยู่บริหารงาน แก้ไขปัญหาจนครบวาระ พรรคเพื่อไทยเป็นพรรคที่มีแต่นักการเมืองที่ชอบเล่นการเมืองแบบเก่าๆ หวังผลประโยชน์ทางการเมืองของตัวเอง อยากเข้ามามีอำนาจรัฐเหมือนในอดีตที่มีการทุจริตโกงกินมากมาย พรรคแบบนี้ก็เหมาะสมแล้วที่จะอยู่ฝ่ายค้านตลอดไป ถ้าสมองคนในพรรคนั้นคิดได้เพียงแค่นี้ ไม่สนใจไยดีความเดือดร้อนของประชาชน พรรคการเมืองเช่นนั้นสมควรที่ประชาชนจะได้จารึกไว้บนหนังสุนัขหรือไม่&amp;quot; นายเสกสกลกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านพรรคฝ่ายค้าน ที่พรรคเพื่อไทย นายยุทธพงศ์ &amp;nbsp;จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย แถลงข่าวว่า ผลกระทบจากการประกาศล็อกดาวน์ 14 วันในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ปัญหาทั้งหมดที่เกิดขึ้น คนที่ต้องรับผิดชอบคือพลเอกประยุทธ์ พรรคเพื่อไทยมองว่ารัฐบาลใช้ยาแรงปิดห้าง ปิดร้านอาหาร ปิดแคมป์ ปัญหาที่ตามมาคือคนไม่มีจะกิน คนที่อยู่ต่างจังหวัดบางส่วนติดเชื้อไม่มีงานทำ รัฐบาลจะเยียวยาช่วยเหลือประชาชนอย่างไรบ้าง ขอเรียกร้องในสถานการณ์ที่ลำบากและประชาชนเดือดร้อน รัฐบาลควรที่จะช่วยเหลือเยียวยาประชาชนคนละ 5,000 บาท เป็นเวลา 3 เดือนเหมือนปี 2563
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายยุทธพงศ์กล่าวอีกว่า คนติดโควิด-19 เดินทางกลับต่างจังหวัด เนื่องจากกรุงเทพมหานครไม่มีเตียงที่จะรักษา ตนเป็น ส.ส.อำเภอพยัคฆภูมิพิสัย จ.มหาสารคาม &amp;nbsp;ทำให้โรงพยาบาลล้นและต้องทำโรงพยาบาลสนาม เช่น โรงพยาบาลสนามขนาด 17 เตียง จะต้องมีค่าใช้จ่ายในส่วนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องวัดค่าออกซิเจนที่ปลายนิ้ว &amp;nbsp;เครื่องวัดความดันโลหิตดิจิทัล กล้องวงจรปิด เตียง ที่นอน &amp;nbsp;ถังขยะติดเชื้อและไม่ติดเชื้อ เป็นต้น เงินทั้งสิ้น 250,650 &amp;nbsp;บาท ปัญหาที่ตามมาคือรัฐบาลไม่มีเงินช่วยเหลือ ไม่ทราบว่าเงินกู้ด้านสาธารณสุขล็อตแรก 4.5 หมื่นล้าน จาก พ.ร.ก.กู้เงิน 1 ล้านล้านบาท และครั้งใหม่อีก 3 หมื่นล้านบาท แต่กลับไม่มีงบประมาณให้ ทำให้ประชาชนต้องช่วยกันบริจาค ประชาชนที่เดือดร้อนอยู่แล้วยังต้องบริจาคช่วยเหลือประชาชนที่ติดโควิด-19 หากเทียบกับนายกฯ ที่บอกไม่รับเงินเดือน 3 เดือน ประมาณ 350,000 บาท เทียบคนที่เป็น ส.ส. เขาเสียสละมากกว่านายกฯ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คำถามคือ รัฐบาลนำเงินกู้ไปทำอะไรหมดในงบประมาณเงินกู้ 2 ครั้ง และการบริหารล้มเหลวโดยสิ้นเชิง &amp;nbsp;ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน วันนี้เหมือนปล่อยให้คนต่างจังหวัดสู้กันเองตามยถากรรม ตั้งแต่ปี 2563 มีเงินกู้ &amp;nbsp;4.5 ล้านล้านบาท เหตุใดรัฐบาลไม่นำเงินส่วนนี้ไปซื้อเครื่องมือทางการแพทย์ และจัดเตรียมระบบสาธารณสุขให้เพียงพอ ซึ่งมีเวลาอยู่เป็นปี และวัคซีนที่ดีมีคุณภาพอยู่ไหน ทำไมจึงไม่นำมาฉีดให้ประชาชน แสดงให้เห็นถึงความไม่โปร่งใสในการบริหารจัดการวัคซีน เมื่อมีการเรียกร้องให้เปิดสัญญาวัคซีน รัฐบาลก็ไม่นำมาเปิดเผย อ้างแต่เป็นความลับ&amp;quot; ส.ส.เพื่อไทยผู้นี้กล่าว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานพรรคไทยสร้างไทย โพสต์เฟซบุ๊กว่า &amp;quot;ชีวิตคนไทยทุกคนมีค่า จะบริหารแบบตามยถากรรม ทำให้คนไทยรับกรรม ต่อไปแบบนี้ไม่ไหวแล้ว ขอย้ำอีกครั้งว่า หัวใจของการควบคุมโรคระบาด &amp;nbsp;คือ การตรวจหาผู้ติดเชื้อให้ได้มากและเร็วที่สุด เพื่อแยกผู้ติดเชื้อออกจากชุมชน แต่ทุกวันนี้รัฐบาลตรวจเชื้อแค่วันละหมื่นกว่าคน กว่าจะได้รับการตรวจ ประชาชนต้องยากลำบากแสนเข็ญ ติดเชื้อแล้วก็ยังต้องมานอนรอเตียง &amp;nbsp;หลายรายต้องเสียชีวิตคาบ้าน ขอร้องรัฐบาลได้เห็นใจประชาชนและสงสารประชาชน 1.ต้องแจก Rapid Antigen &amp;nbsp;test ให้ประชาชนทุกคน ในเขตพื้นที่ระบาดหนัก สีแดงเข้ม ด่วนที่สุด พร้อมกับการอนุญาตให้มีการขายในร้านขายยา 2.เร่งเพิ่มเตียงเขียว เพิ่มโรงพยาบาลสนามอย่างเร่งด่วน &amp;nbsp;เพื่อนำผู้ติดเชื้อเข้าระบบให้เร็วที่สุด 3.ต้องจ่ายยาฟาวิพิราเวียร์ร่วมกับยารักษาตามอาการอย่างฟ้าทะลายโจร ให้ผู้ติดเชื้อที่เริ่มมีอาการป่วย ทั้งที่อยู่ในโรงพยาบาลสนาม และที่ยังอยู่ตามบ้าน โดยไม่ต้องรอให้ป่วยหนักก่อนเพื่อแก้ปัญหาเรื่องเตียงขาดแคลน ที่สำคัญคือลดจำนวนผู้ป่วยหนักและผู้เสียชีวิต.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109396</URL_LINK>
                <HASHTAG>000 บาท, นายองอาจ คล้ามไพบูลย์, พรรคประชาธิปัตย์, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หนุนแจกเงิน 5, เคอร์ฟิว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210413/image_big_60750cab6c7fe.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
